*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 3918
  • จำนวนผู้ชม : 2483094
  • จำนวนผู้โหวต : 524
  • ส่ง msg :
  • โหวต 524 คน
<< กุมภาพันธ์ 2020 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 14 กุมภาพันธ์ 2563
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 280 , 13:19:17 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

สวัสดีครับ

         หน้าตาของพรรค 'กล้า'เป็นอย่างไรก็ค่อยเผยออกมาตั้งแต่วันนี้ ซึ่งถือเอาฤกษ์ "วันแห่งความรัก" เป็นวันก่อตั้ง คุฯสมบัติที่เผย

ออกมาอื่น คือ มีสมาชิกที่มาจากแหล่งต่างๆคละเคล้ากัน จึงต้องมองหาผู้ปรสานสัมพันธ์ภายในพรรคเป็นเรื่องสำคัญสำคัญยิ่งทีเดียว

 

ผู้ร่วมก่อตั้งพรรคกล้า
14 กุมภาพันธ์ 2563
#รวมพลคนมีของ #เรามาเพื่อลงมือทำ

 

 

 

"ออมสิน" ในปริศนา "เสี่ยสั่ง"

   
 

                ชีวิตต้อง "ไปต่อ" ครับ!

                "สุข-ทุกข์-ยิ้ม-เยาะ-หัวเราะ-ร้องไห้" แค่มายาหลอนรายทาง

                ถ้าจมอยู่กับมันนานๆ

                จะเกิดภาวะ "ติดสุข-จมทุกข์" รังแต่กระซ่านและซึมเซา

                ฉะนั้น วันนี้ มาเปลี่ยนรสชาติด้วย "ทุกข์ใหม่" กันดีกว่า คือ ๒-๓ วันก่อน ผมทิ้งท้ายว่า.......

                จะคุยเรื่องการสรรหา "ผู้อำนวยการออมสิน" คนใหม่แทน "ดร.ชาติชาย พยุหนาวีชัย" ผอ.ที่จะครบวาระ มิ.ย.นี้

                แต่มาถึงตอนนี้.....

                เอะ...ชักจะยังไงชอบกล?

                ข่าวคราวจากทั้ง "วงนอก-วงใน" เรื่อง ผอ.ออมสิน "คนใหม่" เซ็งแซ่ว่า เสี่ยสุรายาเมา ชี้นิ้ว จะให้คนในเครือมานั่ง

                พอเขาเอ่ยชื่อเสี่ย ผม "ทุกข์แทน" นายกฯ ติดหมัด!

                มันอะไรกันนักหนา......

                จะเอาถึงขนาด "กวาดหมด" ไม่เว้นของราษฎร์-ของหลวง ทะลวงถึง "ออมสิน" ขนาดนั้นเชียวหรือ?

                ท่านนายกฯ ดูเรื่องนี้หน่อยก็ดีครับ

                จริง-ไม่จริง ไม่รู้ แต่มันมีเค้า

                ถ้าประกาศชื่อ ผอ.คนใหม่ออกมาว่า...ใช่ แร้งทั้งฝูง มัน "ลงทึ้ง" นายกฯ แน่

                เพราะทุกอย่าง "เจือสม" กันเหลือเกิน!

                ยุคนี้ เป็นยุค "สื่อสารไอทีครองโลก" อะไรที่มลังเมลือง จะถูกเปิดหมด นายกฯ ก็จะตกที่นั่ง "ทุกข์ซ้ำ-กรรมซัด-วิบัติเป็น"

                คือมันมีเค้าลางแต่แรก .....

                สหภาพฯ ออมสินออกมาเคลื่อนไหว ต่อต้านผู้จัดการแบงก์รัฐวิสาหกิจคนหนึ่ง ที่ข้ามห้วยมาสมัครนั่งออมสิน

                ชูประเด็น "ต่อต้านคนนอก"

                ต้องการ "คนใน" อย่างน้อยต้องเป็น "เลือดเนื้อเชื้อไข" ออมสิน ไม่เอาที่เหาะข้ามหัว ชนิด "เสี่ยส่งมา"

                "คนใน" ที่สหภาพฯ หมายอยาก เป็น "รองผู้อำนวยการออมสิน" ปัจจุบันท่านหนึ่ง และจะลงสมัครเข้ากระบวนการสรรหาด้วย

                ความเป็นมาคร่าวๆ แบบนี้

                ผมจึงรอดูว่า เมื่อครบกำหนด "ปิดรับสมัคร" ๗ ก.พ. มีใครต่อใครลงสมัครกันบ้าง?

                ก็พิลึกอย่างว่า ของต้องแบกระจาด แต่ออมสิน "ย้อนยุค" เอากระจาดไปกระจุกซ่อน

                ไม่แถลง ไม่ประกาศ..........

                ว่ามีใครสมัครบ้าง กี่คน จะเข้ากระบวนการสรรหากันเมื่อไหร่ ประกาศผลวันไหน?

                นี่ ยิ่งทำให้เสียงลือ-เสียงเล่าอ้าง "ใบสั่งเสี่ย" ล็อกคน-ล็อกเก้าอี้ มีน้ำหนักมากขึ้น

                สรุปแล้ว ถึงวันนี้ ข่าวสารสู่สาธารณะยังไม่มีเลยว่า ใครสมัครกันบ้าง?

                มีแต่พูดกัน "รอง ผอ.ออมสิน" ที่สหภาพฯ สนับสนุนและเก็งกันว่า "ต้องคนนี้" นั้น

                สุดท้าย "ไม่ลงสมัคร" หลีกทางให้ประมาณนั้น!

                ก็เหลือ ๒ ตัวคั่ว ที่เป็นข่าวหน้าหนังสือพิมพ์มาแต่ต้นปี คือ

                -นายฉัตรชัย ศิริไล ผจก.ธนาคารอาคารสงเคราะห์

                -นายวิทัย รัตนากร เลขาฯ กบข.คนปัจจุบัน

                ถามนักข่าว เขาบอก มี ๓ หรือ ๔ คน ไม่แน่ใจ ที่แน่ๆ ก็ ๒ คนนี้แหละ

                ก็หมายความว่า..........

                ๑ ใน ๒ คน นี่แหละ "คนใด-คนหนึ่ง" จะขึ้นเป็น "ผู้อำนวยการออมสิน" ต่อจาก ดร.ชาติชาย!

                ผมเคยบอกแต่วันก่อน 

                ทั้งสองคนนี้ การศึกษาทั้งในและนอกดีทั้งคู่ อายุอยู่ในช่วงฉกาจฉกรรจ์พอกัน วิสัยทัศน์บริหารรุ่นใหม่ ใช้เป็นกำลังหลักในกระบวนการดิสรัปต์ประเทศได้ทั้งคู่

                แต่เมื่อดูด้านประสบการณ์ ผลงาน เชิงชั้น อาวุโสพรรษา และความโปร่งในด้านธรรมาภิบาล

                "นายวิทัย รัตนากร"

                เศรษฐศาสตร์ ตรี-โท ทั้งธรรมศาสตร์-จุฬาฯ ต่อด้วยสหรัฐฯ คนนี้ ต้องบอกว่า

                "บ่ม-เพาะ" มาได้ที่.....

                เหมาะสมเก้าอี้ "ผอ.ออมสิน" แล้ว!

                ถ้าเป็นฟุตบอล แบงก์ออมสิน อยู่ระดับพรีเมียร์ลีก เป็นแบงก์รัฐวิสาหกิจก็จริง แต่ศักยภาพเท่าแบงก์พาณิชย์ทั่วไป

                จะเหนือกว่าด้วยซ้ำ

                นอกจากประกอบธุรกิจ-ธุรกรรมการเงินได้เหมือนแบงก์พาณิชย์แล้ว

                ออมสินยังทำในด้านที่แบงก์พาณิชย์ไม่สามารถทำได้อีกหลายอย่าง เช่น การออกสลากออมสิน เป็นต้น

                ออมสินเหมือน "ยักษ์ในตะเกียง"

                ศักยภาพที่ยังไม่นำออกมาใช้...เพียบ!

                ยุค ผอ.คนปัจจุบัน "ดร.ชาติชาย" ขนาดแตะๆ ไม่ถึงขั้นขัดถู ยังสามารถปลุกยักษ์ตื่น

                ออมสินจากที่ฝังภาพตัวเองอยู่กับเด็ก, คนแก่และของตาย แต่ ดร.ชาติชายทำให้ออมสิน "เวิลด์ไวด์-ไฮเทค"

                สภาพตกท้องช้างหายไป

                ขณะนี้ ออมสินสามารถ "กินหัว-กินหาง-กินกลางได้ตลอดทั้งตัว" ขนาดนั้น!

                แต่........

                ออมสิน "ยังไปได้อีก" ถ้ารัฐบาล "ใช้เป็น" และเลือกคนถึง

                ด้วยศักยภาพยักษ์ในตะเกียงของออมสิน สามารถดึงมาพัฒนา, เสริมสร้าง, แก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างประเทศได้มากเหนือคิด

                ทั้งที่หมักหมม และทั้งบุกเบิกไปข้างหน้าสู่ศตวรรษที่ ๒๑ ชนิดแม่นเป้า

                ขอเพียงรองฯ สมคิด รัฐมนตรีอุตตม และนายกฯ "เลือกคนให้ถูกกับงานเท่านั้น"

                แต่ถ้าเลือกแบบ "ถูกใจเสี่ย" ก็ไม่มีใครทำอะไรท่านได้ เพราะท่าน "ทำตัวเอง" แล้ว!

                นายวิทัยคนนี้แหละ "ถูกคน-ถูกงาน"

                ผมพูดบนฐานอะไรน่ะหรือ คำตอบคือ "ผลสำเร็จ" ที่เป็นรูปธรรม จับต้องได้

                จากแต่ละงาน ที่นายวิทัยไปแก้ไข ไปผ่าตัด ไปวางระบบบริหารทุนธุรกิจ และการเงิน หลายๆ แห่ง

                เหล่านั้น สั่งสมเป็นประสบการณ์ เพิ่มพูนชั้นและบารมี ว่านายวิทัยคู่ควรระดับ "พรีเมียร์ลีก" แล้ว

                "นกแอร์" แรกๆ ฐานะการเงินไม่อยู่ในสภาพจะเข้าตลาดหลักทรัพย์ได้

                เพราะนายวิทัยเข้าไปวิจัย-วิเคราะห์ จัดระบบบริหารเงินให้ นั่นแหละ ช่วงนั้น ถึงมีกำไร ได้เข้าตลาด

                และนายวิทัย ใช่อื่นไกล "เลือดเนื้อเชื้อไขออมสิน" เพราะเป็น "รอง ผอ.ออมสิน" มาก่อน               

                แต่ตอนไอแบงก์ หรือ "ธนาคารอิสลาม" พบปัญหาขาดสภาพคล่อง หนี้เสียท่วมท้น

                รัฐบาลก็ส่ง "วิศวกรการเงิน" คือนายวิทัย เข้าไปแก้ไข จนไอแบงก์ หายไอ

                เสียงใส แถมมีกำไร จนกล่าวขาน "วิทัยเทพ" โดยแท้!

                ในอีกหลายสถาบันการเงิน-การทุน รวมถึงการค้า ที่นายวิทัยเข้าไปร่วมบริหาร

                ความเป็นนักผ่าตัด นักวิเคราะห์โรคการเงิน วิสัยทัศน์มองทะลุขาด ของนายวิทัยนี่แหละ ประสบการณ์ถูกหลอมเป็นผลึก

                มีปัญหาตรงไหน-ทีไร รัฐบาลต้อง "วิทัย" ทุกที

                เพราะอย่างนั้น ปี ๖๑

                กระทรวงคลัง จึงเรียกวิทัยจากไอแบงก์ไปเป็นเลขาฯ กบข. "กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ" บริหารเงินเฉียดล้านล้านบาท/ปี

                เพราะตอนนั้น สมาชิกวอแวเหลือเกิน ไม่มั่นใจบริหาร กลัวเงินต้นหาย-กำไรสูญ

                ในภาวะเสี่ยงและผันผวน ใครเอาเงินไปหากำไรได้ซัก ๒-๓% ก็เก่งแล้ว แต่กบข.ผลตอบแทน ๔% ขึ้น ทุกปี

                จนปี ๖๒ ล่าสุด.......

                วิทัยสามารถสร้างผลตอบแทนการลงทุนสำหรับสมาชิก กบข.ได้ถึง ๕.๗๓%!

                "จุดชี้ขาด" ที่ทำให้ผมฟันธง "นายวิทัยคู่ควรกับตำแหน่ง ผอ.ออมสิน" ไม่ใช่ตรงนี้โดยตรง

                หากแต่ ภายใต้การบริหารโปร่งใส ตรวจสอบได้ ของนายวิทัย

                กบข.ได้รับประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (ITA)

                ๙๔.๓๗ คือคะแนน

                อันดับ ๑ ของหน่วยงานประเภทกองทุนรัฐ

                จากจำนวนหน่วยงานที่เข้าร่วมประเมินทั้งหมด ๘,๒๙๙ หน่วย

                กบข.เกรด A

                เกรด A ธรรมาธิบาล "วิทัยบริหาร" ตรงนี้ ผมถือเป็น "คะแนนชี้ขาด"

                สมที่เป็นลูกชาย "ท่านโสภณ รัตนากร" อดีตประธานศาลฎีกา และอดีตปลัดกระทรวงยุติธรรม

                พูดกันไปไยมี นายวิทัยฝึกวิทยายุทธ์บริหารการเงินมาแต่เด็กด้วยซ้ำ

                เพราะคุณแม่คือ "คุณสิริลักษณ์ รัตนากร" เป็นผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์หญิง "คนแรก" ราวๆ พ.ศ.๒๗-๒๘

                เนี่ย.....

                ที่แจงยิบ อยากให้เห็น "คุณสมบัติประเสริฐ" ด้านธรรมาภิบาล อันหายากยิ่ง ในหมู่นักบริหารรัฐ-เอกชนปัจจุบัน

                เพื่อทั้งคณะกรรมการสรรหา ทั้งรัฐมนตรีคลัง รวมถึงรองนายกฯ สมคิด และนายกฯ ประยุทธ์

                ใช้ประกอบ "ชั่งคน-ชั่งใจ" ในการเลือกมานั่งออมสิน

                "ชั่งเสี่ย" ซะมั่งก็ได้...........

                สังคมเขายิ่งนินทา ๕-๖ ปีมา รวยกันเฉพาะ ๕ ตระกูล!. 

 

เผยผู้ร่วมก่อตั้ง 'พรรคกล้า' มีทั้งอดีต กปปส.- เสื้อแดง - ปชป. - เพื่อไทย


 

14 ก.พ.63 - นายมนต์ชีพ ศิวะสินางกูร “ครูเป็ด” ศิลปินผู้คร่ำหวอดในวงการดนตรี โพสต์เฟซบุ๊กโดยมีเนื้อหาดังนี้

วันแห่งความรัก...เป็นก้าวแรกที่ผมเข้าสู่เวทีการเมือง

1. ได้รับการติดต่อจากคุณ กรณ์ จาติกวณิช ชักชวนมาร่วมก่อตั้งพรรคใหม่...เมื่อได้คุยกับคุณกรณ์แล้ว เห็นแนวคิดใกล้เคียงกัน ผมจึงตัดสินใจ...เอาด้วย

2. วันนี้ไปยื่นเตรียมการจัดตั้งพรรคใหม่ที่ กกต. โดยมีคุณ อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี นำทีม...หลายคนอาจมีคำถามว่า เป็นพรรค กปปส. เก่าหรือ

3. ขอบอกว่า...ผู้ร่วมก่อตั้งพรรคนี้มีทั้ง อดีต กปปส. อดีตเสื้อแดง อดีตประชาธิปัตย์ อดีตเพื่อไทย และหน้าใหม่ๆอย่างผม...ในสัดส่วนที่ใกล้เคียงกัน

4. อดีตผู้เคลื่อนไหวทางการเมืองทุกคน ต่างก็ผิดหวังและได้เรียนรู้มาเหมือนกันว่า การทำการเมืองแบบเก่าไม่ว่าจะฝั่งไหน ไม่ช่วยอะไรให้ดีขึ้นมาได้

5. ผมเองก็ได้เรียนรู้ว่า...การเป็นผู้สนใจ และวิจารณ์การเมือง...เพียงเท่านั้นก็ไม่ก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงได้เหมือนกัน...พูดง่ายๆคือ แค่นั่งบ่น คงไม่มีอะไรดีขึ้น

6. การนั่งบ่นอยู่วงนอก...เรามีอิสระในการนำเสนอความคิดของเรา 100٪...การกระโจนลงไปทำ อาจจะไม่มีอิสระทางความคิด 100%...แต่มันสร้างความเปลี่ยนแปลงได้...ผมตัดสินใจอย่างหลัง

7. แน่นอน เมื่อผมตัดสินใจทำการเมือง ย่อมจะได้รับทั้งดอกไม้และก้อนอิฐ...ผมน้อมรับ
เพียงแต่ขอให้เป็นการวิจารณ์ด้วยเหตุด้วยผล และความสุภาพ

8. ผมและพรรคกล้า...พร้อมเปิดรับแนวคิดจากทุกคน...ใครมีอะไรที่อยากเสนอ ติดต่อผมมาได้เลยครับ อย่าลังเล...

9. เราทำการเมืองระยะยาวครับ โดยมองไปที่การเลือกตั้งคราวหน้า...ช่วงนี้เป็นช่วงรวบรวมคน รวบรวมแนวคิดจากทุกคนให้ได้มากที่สุด

10. ถ้าอยากเห็นความเปลี่ยนแปลง...เราต้องกล้าลงมือ

...ครับ

 

'กรณ์' ปล่อยคลิปเชิญชวน 'ผู้กล้า-คนมีของ' ร่วมลงมือทำ

 

14 ก.พ.63 - นายกรณ์ จาติกวณิช  แกนนำพรรคกล้า โพสต์คลิปวิดีโอ พร้อมข้อความระบุว่า กล้า.. เรามาเพื่อลงมือทำ

เราแจ้งเตรียมการจัดตั้งพรรคการเมือง

ชื่อพรรคว่า "กล้า" ครับ #พรรคกล้า !

เพราะประเทศต้องการความกล้าในการ "ลงมือทำ"

ต้องการความกล้าในการ "สร้างความเปลี่ยนแปลง"

ผมจึงขอเชิญชวนผู้กล้าทุกคนที่มีความคิดสร้างสรรค์

และเห็นศักยภาพของประเทศ กล้าที่จะมาร่วมลงมือทำ

ด้วยกันกับพวกเราครับ

ผู้ร่วมก่อตั้งพรรคกล้า
14 กุมภาพันธ์ 2563
#รวมพลคนมีของ #เรามาเพื่อลงมือทำ

 

'บิ๊กป้อม' แจง ไม่ได้อยู่บ้านหลวง เพียงแต่ใช้เป็นมูลนิธิป่ารอยต่อฯ


 

14 ก.พ.63 - พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ชี้แจงถึงกรณีมีความเคลื่อนไหวจากกองทัพบก ถึงข้อยกเว้นสำหรับการใช้บ้านหลวง สำหรับทหารเกษียณที่ทำคุณประโยชน์ให้ประเทศชาติว่า ก็แล้วแต่กองทัพบก พร้อมยืนยันว่าในส่วนของคนเองนั้นไม่ได้อยู่แล้ว แต่ใช้เป็นมูลนิธิป่ารอยต่อ 5 จังหวัด

ส่วนกรณีที่ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ เตรียมจัดกิจกรรม“จากโคราชสู่การปฏิรูปกองทัพ” ตามนโยบายปฏิรูปกองทัพที่พรรคเคยเสนอไว้ ในวันที่ 15 ก.พ.63 ที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา สี่แยกคอกวัว ว่า ต้องดูว่าเขาทำผิดกฏหมายหรือไม่ ถ้าทำผิดก็ต้องว่าไปตามกฏหมาย ส่วนจะกระตุ้นให้ประชาชนเพ่งเล็งกองทัพมากขึ้นหรือไม่นั้น พลเอกประวิตร บอกสั้นๆ ไม่หรอก

 

 

 

 

 ......................................................................
 
 
 ไม่โป๊ะแตก!'อนุทิน'ย้ำ'เรือซีบอร์น'มีกำหนดเทียบท่าไทยพร้อมช่วยเหลือกัมพูชาหากร้องขอ

 

 

14ก.พ.63-จากกรณีที่มีข่าวว่าเรือซีบอร์น โอเวชั่น ไม่มีกำหนดการมาไทย แต่กลับได้เทียบท่าที่ จ.ภูเก็ต ล่าสุด นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า เรือลำนี้ มีแผนเดินทางมาที่ประเทศไทยอยู่แล้ว ไม่มีคำว่าโป๊ะแตกแน่นอน เราทราบความเคลื่อนไหวของเรือ และลูกเรือ ประเมินมาอย่างดีว่าเทียบท่าได้

ทั้งนี้ ไม่ได้หมายความว่า เรือที่ไม่มีกำหนดการมาไทยจะถูกปฏิเสธทุกลำ เพราะเราต้องดูเป็นกรณีไป และมั่นใจว่าปีหนึ่ง มีเรือที่ขอเทียบท่าฝั่งไทย ทั้งที่เราไม่ได้อยู่ในเป้าหมายไม่เกิน 10 ลำ เพราะอยู่ดีๆ เขาไม่มาเปลี่ยนเส้นทางแน่นอน งบมันสูง และมีกฏกรอบต้องปฏิบัติ แต่ถ้ามา ก็พร้อมช่วยเหลือตามสมควร ตามหลักมนุษยธรรม เปรียบเหมือนเครื่องบิน ถ้าขอลงฉุกเฉิน ให้จอดก่อน แล้วค่อยไปจัดการต่อ

นายอนุทิน กล่าวถึงกรณีที่ทางการกัมพูชาพบ 20 ลูกเรือเวสเตอร์ดัม ต้องสงสัยติดไวรัสโควิด 19 ว่า ภาวนา อย่าให้ใครติดเชื้อ แต่หากทางนั้น ขอความช่วยเหลือ ประเทศไทยก็ต้องช่วย เช่นกันถ้าคนไทย ภายในเรือร้องขอให้ช่วย ทางการไทยย่อมไม่รอช้า

"กระทรวงสาธารณสุขของไทยทำงานเต็มที่ ผู้โดยสารทุกคน จากเรือทุกลำต้องผ่านด่านคัดกรอง วิงวอนว่าอย่าเปรียบเทียบมาตรการของไทยกับประเทศอื่น เพราะมีหลายปัจจัยที่ต่างกัน แต่ยืนยันว่ามาตรการคุมโรคของไทยมีประสิทธิภาพได้รับการยอมรับในระดับสูง"นายอนุทิน กล่าว

 
 
 
 

 

 

 

 ......................................................................
 
 

14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563

หน้าหนึ่ง ไทยโพสต์

โหนกราดยิงขยี้ทหาร ‘ทอน’นำจัดเวทีปฏิรูปกองทัพ/จี้ผู้ตรวจฯ-กมธ.สอบผบ.ทบ.

กรมสวัสดิการ ทบ.แจ้งทหารเกษียณ หากไม่ได้ทำประโยชน์ต่อประเทศให้ย้ายออกจากบ้านพักภายในสิ้นเดือน ก.พ.นี้ “บิ๊กป้อม” ปัดตอบปฏิรูปกองทัพ-ทหารเกษียณใช้บ้านหลวง "ธนาธร" ได้ทีจัดเวที “จากโคราชสู่การปฏิรูปกองทัพ" ชวนร่วมกระชากหน้ากากความมั่นคงและความรักชาติ 15 ก.พ.นี้ที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา


ผู้แทนพระองค์ทำบุญเทอร์มินอล21

"ในหลวง" ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ "ผอ.ศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทาน 904 วปร." เป็นผู้แทนพระองค์พิธีทำบุญในโอกาสศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 โคราชกลับมาเปิดใหม่ มี ปชช.กว่า 1 หมื่นคนพร้อมใจตักบาตรและสวดนพเคราะห์ "รัฐบาล" ตั้ง "วิษณุ" ปธ.ช่วยเหลือเยียวยาผู้เสียชีวิต 27 ราย เว้น "ผู้ก่อเหตุ-2 คู่กรณี" ไม่ได้ จ่ายรายละ 1 ล้านบาท เริ่ม 15 ก.พ. ส่วนบาดเจ็บสาหัส 2 แสน เจ็บเล็กน้อยไม่เกิน 1 แสนบาท


โหวตงบฯวาระ2,3หืดจับ นับหนึ่งใหม่ก่อนผ่านฉลุย

สภาเสียงปริ่มน้ำหืดจับโหวตงบประมาณ 2563 วาระ 2-3 ตามคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญแล้ว “ชวน” กรีดเมื่อส่งเรื่องให้ศาลตีความคำตัดสินย่อมผูกพัน ไม่ใช่ก้าวก่าย แต่สภา ต้องร่วมรับผิดชอบ ที่ประชุมเกือบสะดุดหลังมาตรา 6 องค์ประชุมไม่ครบ สุดท้ายโหวตนับหนึ่งใหม่ตั้งแต่มาตราแรกก่อนฉลุย อึ้ง! ส.ส.ต้องอั้นอึอั้นฉี่ กระทั่งปั๊มนมก็ไม่กล้าหายหัว ส.ว.เตรียมรับไม้ต่อทันที 14 ก.พ.


‘ซีบอร์น’ขึ้นฝั่งภูเก็ต10ชม. เวสเตอร์ดัมพบป่วย20ราย

สธ.จ่อยกระดับคัดกรองโควิด-19 "สิงคโปร์-ฮ่องกง" เฝ้าระวัง 6 จังหวัดเสี่ยง "อนุทิน" สั่งเข้มด่านทางบก-เรือ-อากาศรับผู้โดยสารจากเรือเวสเตอร์ดัม กัมพูชาตรวจเข้มพบ 20 รายมีอาการป่วย ส่งตรวจหาโคโรนา อนุญาตขึ้นฝั่งวันศุกร์


อนค.รวมตัวตึกไทยซัมมิท ซักฟอกศาลลุ้นถูกเชือด!

มามุกเดิม! "ส้มหวาน" ด่าศาลรัฐธรรมนูญยับก่อนวินิจฉัยคดีเงินกู้ 191 ล้าน "ธนาธร" ร้อนตัว ถ้ายุบอนาคตใหม่ ศาลต้องเถียงกับนักบัญชีนักกฎหมายทั่วประเทศ ต่อยมวยวัดถามรู้ได้ไงว่าครอบงำพรรค เคยมาศึกษาหรือเปล่า ขู่ กกต.เจอฟ้องรายตัว "ช่อ" เชิญชวนผู้รักความเป็นธรรมไปรวมตัวกันที่ตึกไทยซัมมิท


จีดีพี1/63ไม่ขยับ พิษไวรัส-ภัยแล้ง ดัชนีเชื่อมั่นลดอีก

หอการค้าไทยประเมินจีดีพีไตรมาส 1/63 ขยายตัวเพียง 0.5-0.8% จากผลกระทบไวรัสโควิด-19, ฝุ่น PM 2.5, ภัยแล้ง ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทยลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 11

 ............................................................

 

logo isranews

facebook twitter youtube rss

 
 
  • HOME
  • ISRANEWS
  • ส่องขั้นตอนซื้อปืนสวัสดิการทบ.-ปริศนา 'บิ๊กแดง' สั่งแก้ระเบียบ'นายพล' เท่านั้นถึงเซ็นได้?
 

ส่องขั้นตอนซื้อปืนสวัสดิการทบ.-ปริศนา 'บิ๊กแดง' สั่งแก้ระเบียบ'นายพล' เท่านั้นถึงเซ็นได้?

เขียนวันที่
วันศุกร์ ที่ 14 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 10:12 น.
เขียนโดย
isranews
35Shares
 Share
 Tweet
 
 
 

"....พล.อ.อภิรัชต์ ไม่ได้ให้รายละเอียดอะไรเพิ่มเติ่มว่า ปืนเหล่านี้มาจากโครงการใด วิธีการขั้นตอนระเบียบปฏิบัติเป็นอย่างไร ระบุเพียงแค่ว่า ได้เซ็นยกเลิกซื้อปืนสวัสดิการทุกชนิดในกองทัพบกไปแล้ว  และต่อไปนี้ใครจะซื้อปืนสวัสดิการภายนอกจากหน่วยงานใดก็ตาม ผู้บังคับบัญชาชั้นนายพลเท่านั้น ที่จะเซ็นไม่ใช่เดิมระเบียบแค่พันตรี ชั้นนายพันเซ็น เปิดโอกาสให้พ่อค้า ให้กำลังพลซื้ออาวุธได้โดยง่าย เท่านั้น เบื้องลึก ปัญหาเชิงระบบในการจัดซื้อปืนสวัสดิการของกองทัพบก ที่ชี้ให้เห็นถึงช่องโหว่ การเข้ามาแสวงหาผลประโยชน์ของกลุ่มพ่อค้า รวมไปถึงกำลังพล จึงยังคงเป็นปริศนา ที่ค้างคาใจคนในสังคมไทยกันต่อไป ..."

pistolll

"เมื่อวันที่ 4 ก.พ. เซ็นยกเลิกซื้อปืนสวัสดิการทุกชนิดในกองทัพบก และต่อไปนี้ใครจะซื้อปืนสวัสดิการภายนอกจากหน่วยงานใดก็ตาม ผู้บังคับบัญชาชั้นนายพลเท่านั้น ที่จะเซ็นไม่ใช่เดิมระเบียบแค่พันตรี ชั้นนายพันเซ็น เปิดโอกาสให้พ่อค้า ให้กำลังพลซื้ออาวุธได้โดยง่าย"

"ผู้ก่อเหตุมีปืน 5 กระบอกราคาแพง นั้นมีไว้เพื่ออะไร เนื่องจากทหารไม่จำเป็นต้องมีปืนส่วนตัว เพราะมีปืนหลวงแล้ว"

คือ การปฏิรูประเบียบการซื้อปืนสวัสดิการของกองทัพบก ซึ่งเป็นอีกหนึ่งประเด็นสำคัญ ที่ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก(ผบ.ทบ.) ระบุไว้ในระหว่างการแถลงข่าวถึงแนวการแก้ไขปัญหาหลายเรื่องที่หมักหมมมานานในกองทัพบก เมื่อวันที่ 11  กุมภาพันธ์ 2563 ที่ผ่านมา หลังเกิดกรณี จ.ส.อ.จักรพันธ์ ถมมา อายุ 32 ปี นายทหารสังกัดกองสรรพาวุธกระสุนที่ 22 กองบัญชาการช่วยรบที่ 2 ค่ายสุรธรรมพิทักษ์ กองทัพภาคที่ 2 ก่อเหตุสะเทือนขวัญ จนทำให้มีผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนถึง 30 ราย และบาดเจ็บจำนวนมาก ตามที่สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) นำมาเสนอไปก่อนหน้านี้ (อ่านประกอบ : จับสัญญาณ 'บิ๊กแดง' ขีดเส้นล้างบางธุรกิจทหาร 3 เดือน -ทำไมต้องยกเลิกทีมอาร์มี่ยูไนเต็ด?อภิรัชต์ คงสมพงษ์ : เสียใจเหตุการณ์ทหารกราดยิง วอนอย่าด่ากองทัพ ให้มาโทษ ผบ.ทบ.) 

คำถามที่น่าสนใจ ระเบียบการซื้อปืนสวัสดิการของกองทัพบกในช่วงที่ผ่านมาเป็นอย่างไรบ้าง? 

สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) สืบค้นข้อมูลการขอซื้อปืนสวัสดิการของกองทัพบกจากเว็บไซต์กรมสวัสดิการทหารบก (http://www.awd-rta.com/) พบข้อมูลดังต่อไปนี้ 

@การทำสัญญาซื้ออาวุธปืน

ผู้เข้าโครงการสามารถเลือกวิธีทำสัญญาได้ผ่านแอพพลิเคชั่นลงทะเบียนโครงการปืนสวัสดิการว่าจะให้ผู้แทนหน่วยทหารรวบรวมเอกสารและหนังสือ มอบอำนาจเป็นผู้ดำเนินการแทน หรือผู้เข้าร่วมโครงการดำเนินการมารับด้วยตัวเองที่กรมสวัสดิการทหารบก

โดยสามารถซื้อปืนได้ 3 วิธีด้วยกัน คือ 1. ซื้อแบบเงินสด (กรณีมีแบบ ป.3 แล้ว และมีอาวุธปืนที่ต้องการอยู่ในคลังพร้อมจ่าย) 2. ซื้อแบบเงินผ่อน (กรณีอาวุธปืนยังไม่เข้ามาในราชอาณาจักรไทยและต้องการสั่งจองไว้) 3. ซื้อแบบเงินผ่อน 12 เดือน

โดยในขั้นตอนนี้ กระบวนการจัดซื้ออาวุธจะต้องมีเอกสารสำคัญ คือ 1.แบบฟอร์มสัญญาซื้อขายอาวุธปืนที่กรอกข้อมูลโดยสมบูรณ์แล้ว 2.สำเนาทะเบียนบ้าน 3.สำเนาบัตรประชาชน และ 4. สำเนาบัตรข้าราชการ  

ซึ่งหลังจาก สก.ทบ. ได้รับเอกสารจากผู้เข้าร่วมโครงการเรียบร้อยแล้ว ก็จะดําเนินการวิธีบันทึกและจัดเก็บข้อมูล และจะส่งเอกสารสําเนาคู่ฉบับสัญญาซื้อ-ขาย และหนังสือรับรองการเข่าร่วมโครงการกลับคืนให้ผู้เข้าร่วมโครงการเพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐานประกอบการขอใบ ป.3 และขอรับอาวุธต่อไป

@การขอใบ ป.3

อย่างไรก็ตาม ผู้ที่มีความสนใจจะซื้อปืนสวัสดิการของกองทัพบกนั้นจะต้องมีใบ ป.3 เป็นส่วนประกอบที่สำคัญด้วยในการรับอาวุธปืนด้วย ซึ่งผู้ที่เข้าโครงการนั้นสามารถทำใบ ป.3 ได้ก่อนเข้าร่วมโครงการ หรือระหว่างกำลังอยู่ในระหว่างกระบวนการของโครงการ

โดยผู้เข้าร่วมโครงการฯ ที่จะติดต่อขอทำใบอนุญาตให้ซื้ออาวุธปืน (แบบ ป.3) ต้องเตรียมหลักฐาน คือ

1 แบบคำขอ ป.1 ขออนุญาตซื้อปืนพก (ขอรับได้ที่อำเภอหรือนายทะเบียนท้องที่แต่ละแห่ง)

2 หนังสือรับรองจากผู้บังคับบัญชา (รับรองตำแหน่ง, คุณสมบัติ, ความประพฤติ) ในกรณีผู้ร้องขอ ซื้อปืนพกมีชั้นยศ พันเอกขึ้นไป ไม่ต้องมีหนังสือรับรอง

3 หนังสือรับรองคุณสมบัติผู้ซื้ออาวุธปืน จากโครงการฯ (กรมสวัสดิการเป็นผู้ออกหนังสือให้ หลังจากผู้เข้าร่วมโครงการได้ทำสัญญาซื้อขายกับกรมสวัสดิการทหารบกเรียบร้อยแล้ว และจะดำเนินการจัดส่ง ไปตามหน่วยต้นสังกัดหรือที่อยู่ที่ได้ระบุไว้ในเอกสาร)

4 สำเนาหนังสือข้าราชการ, สำเนาทะเบียนบ้าน

@การชำระเงิน

ผู้ที่เข้าร่วมโครงการนั้นจะสามารถชำระเงินได้ 2 วิธีด้วยกันก็คือ 1. จ่ายเงินผ่านต้นสังกัด รวบรวมเงินพร้อมรายชื่อโดยสั่งจ่ายเป็นตั๋วแลกเงินหรือเช็คธนาคาร สั่งจ่ายในนาม “โครงการปืนสั้นเพื่อสวัสดิการ ทบ.” และ 2. จ่ายด้วยตัวเอง ผ่านบัญชี “โครงการปืนสั้นเพื่อสวัสดิการ ทบ.” โดยผู้ที่ต้องการซื้อเงินสดนั้นจะต้องแสดงหลักฐานการชำระเงินให้ครบถ้วยและใบ ป. 3 เพื่อนำมารับอาวุธปืน ส่วนผู้ที่ผ่อนชำระปืนนั้นจะต้องผ่อนทุกงวดในวันที่ 5 ของเดือนจนกว่าจะครอบราคาปืนที่กำหนดไว้แล้วนำหลักฐานการชำระเงินเพื่อจะรับปืนอีกทีหนึ่ง (ผ่อนก่อนแล้วจึงรับปืนทีหลัง)

ส่วนขอบเขตระยะเวลาการร่วมโครงการนั้นไม่มีกำหนด แต่จะขึ้นอยู่กับจำนวนปืนในโครงการว่าจะหมดโควตาเมื่อไร  

@อาวุธปืนในโครงการสวัสดิการ

สำหรับอาวุธปืนในโครงการสวัสดิการของทหารนั้นล้วนแล้วแต่เป็นปืนสั้น มีรายละเอียดดังต่อไปนี้

อย่างไรก็ตาม ในการแถลงข่าวของ พล.อ.อภิรัชต์นั้น ระบุว่า ปืนส่วนตัวที่จ่าทหารนำมาใช้ในการก่อเหตุสังหารคู่กรณี ทุกกระบอกล้วนแล้วแต่เป็นปืนจากโครงการอื่น

แต่ พล.อ.อภิรัชต์ ไม่ได้ให้รายละเอียดอะไรเพิ่มเติ่มว่า ปืนเหล่านี้มาจากโครงการใด วิธีการขั้นตอนระเบียบปฏิบัติเป็นอย่างไร 

ระบุเพียงแค่ว่า ได้เซ็นยกเลิกซื้อปืนสวัสดิการทุกชนิดในกองทัพบกไปแล้ว  และต่อไปนี้ใครจะซื้อปืนสวัสดิการภายนอกจากหน่วยงานใดก็ตาม ผู้บังคับบัญชาชั้นนายพลเท่านั้น ที่จะเซ็นไม่ใช่เดิมระเบียบแค่พันตรี ชั้นนายพันเซ็น เปิดโอกาสให้พ่อค้า ให้กำลังพลซื้ออาวุธได้โดยง่าย เท่านั้น

เบื้องลึก ปัญหาเชิงระบบในการจัดซื้อปืนสวัสดิการของกองทัพบก ที่ชี้ให้เห็นถึงช่องโหว่ การเข้ามาแสวงหาผลประโยชน์ของกลุ่มพ่อค้า รวมไปถึงกำลังพล จึงยังคงเป็นปริศนา ที่ค้างคาใจคนในสังคมไทยกันต่อไป 

ว่าแท้จริงแล้วรากเหง้าของปัญหา คือ อะไรกันแน่? 

นายทหารระดับพันตรี / นายพัน คือ ตัวละครสำคัญอย่างนั้นหรือ?

และที่สำคัญที่สุด 'อำนาจ' การเซ็นอนุมัติที่ถูกโอนย้ายไปอยู่กับนายทหารระดับชั้น นายพล จะแก้ไขปัญหาทุกอย่างได้จริงหรือ?  

  • HOME
  • ISRANEWS
  • เครือข่ายฯ 8 จว.ลุ่มน้ำโขง ยื่นหลักฐานเพิ่มเติมต่อ ศาล ปค.สูงสุด ระงับซื้อขายไฟฟ้าเขื่อนไซยะฯ
 

เครือข่ายฯ 8 จว.ลุ่มน้ำโขง ยื่นหลักฐานเพิ่มเติมต่อ ศาล ปค.สูงสุด ระงับซื้อขายไฟฟ้าเขื่อนไซยะฯ

เขียนวันที่
วันศุกร์ ที่ 14 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 13:30 น.
เขียนโดย
Thaireform
 Share
 Tweet

เครือข่ายประชาชนไทย 8 จังหวัดลุ่มน้ำโขง ยื่นหลักฐานเพิ่มเติมต่อศาลปกครองสูงสุด ให้มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว กรณีฟ้องเพิกถอนสัญญารับซื้อไฟฟ้าจากเขื่อนไซยะบุรี

Dam1402633

วันที่ 14 ก.พ. 2563 ที่ศาลปกครองสูงสุด ถนนแจ้งวัฒนะ เครือข่ายประชาชนไทย 8 จังหวัดลุ่มน้ำโขง ได้ยื่นหลักฐานเพิ่มเติมต่อศาลปกครองสูงสุดกรณีคดีเกี่ยวกับผลกระทบข้ามพรมแดนจากการรับซื้อไฟฟ้าจากเขื่อนไซยะบุรี โดยเป็นการยื่นเอกสารเพิ่มเติม หลังจากพบความเปลี่ยนแปลงของแม่น้ำโขง บริเวณท้ายน้ำจากเขื่อนไซยะบุรี ที่พรมแดนไทยลาว จาก อ.เชียงคาน จ.เลย ลงไปจนถึง จ.นครพนม และจ.อุบลราชธานี อาทิ ระดับน้ำที่ผันผวน ขึ้นลงผิดธรรมชาติและปรากฎการณ์แม่น้ำโขงสีคราม ซึ่งหมายถึงแม่น้ำขาดตะกอน แร่ธาตุสารอาหารที่จำเป็นต่อสัตว์น้ำและเกษตรกรรมตลอดลุ่มน้ำ

ทั้งนี้ เพื่อขอให้ขอให้ศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวและนำส่งเอกสารเพิ่มเติมประกอบการพิจารณาของศาลปกครองสูงสุด เนื่องจากมีข้อเท็จจริงเพิมขึ้นที่กำลังเกิดใหม่ดังเป็นที่ประจักษ์

นางอ้อมบุญ ทิพย์สุนา ผู้ฟ้องคดี กล่าวว่า การมาศาลปกครองครั้งนี้เพื่อยื่นเอกสารเพิ่มเติม เนื่องจากในพื้นที่แม่น้ำโขงพรมแดนไทยลาวตอนล่าง เกิดผลกระทบที่ชัดเจนและรุนแรงกว้างขวาง

“8 ปีที่ผ่านมานับตั้งแต่เริ่มฟ้องคดี เราเห็นแล้วในวันนี้ว่า ผลกระทบที่ประชาชนเคยกังวลได้เกิดขึ้นแล้วอย่างชัดเจน นอกจากนี้เหตุการณ์แผ่นดินไหวในแขวงไซยะบุรีในลาวเมื่อ พ.ย.ที่ผ่านมา สร้างความวิตกกังวลแก่ประชาชนที่อาศัยอยู่ทางท้ายน้ำของเขื่อน ในพื้นที่ 7 จังหวัดภาคอีสานเป็นอย่างมาก เพราะเขื่อนไม่เคยเปิดเผยแผนรับมือภัยพิบัติว่าหากเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวแล้วจะมีมาตรการรับมืออย่างไร”

ผู้ฟ้องคดี กล่าวอีกว่า แม้เขื่อนไซยะบุรีจะขายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ให้แก่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) แล้ว แต่บริเวณท้ายน้ำของเขื่อนได้เกิดความเปลี่ยนแปลงของระบบนิเวศแม่น้ำโขงเป็นที่ประจักษ์ กฟผ.ควรศึกษาผลกระทบในขณะที่เปิดประตูระบายน้ำให้แม่น้ำไหลปกติและจัดทำมาตรการบรรเทาผลกระทบในทันที

ด้าน นายชาญณรงค์ วงลา สมาชิกกลุ่มฮักเชียงคาน จ.เลย และผู้ฟ้องคดี กล่าวว่า ตั้งแต่เริ่มใช้งานเขื่อนเป็นต้นมา ชาวเชียงคานพบว่าระดับน้ำโขงต่ำลงกว่าปกติมากและขึ้นลงผิดธรรมชาติ พบว่าสาหร่ายเกิดขึ้นทั้งที่ไม่เคยมีมาก่อน ต้นไคร้ตามเกาะแก่งแห้งตาย ปลาที่ชาวประมงจับได้เป็นปลาที่ผิดฤดูกาล เช่น จับได้ปลาเกล็ด ที่ปกติแล้วควรจับได้ในเดือนมี.ค.-พ.ค. เพราะน้ำโขงแห้งตลอด ความกังวลของคนที่พึ่งพาแม่น้ำโขง คือในอนาคตปริมาณปลาในแม่น้ำโขงอาจลดลงในระยะยาว เมื่อแม่น้ำโขงลดลง น้ำสาขาต่างๆ ถูกดึงลงไป ไม่มีน้ำท่วมหลาก ปลาไม่สามารถเข้าไปวางไข่ในลำน้ำสาขาและพื้นที่ชุ่มน้ำได้

การยื่นเอกสารเพิ่มเติมนี้ จึงอยากให้ศาลมีคำสั่งโดยเร็วให้ระงับการซื้อไฟฟ้าจนกว่าจะมีมาตรการในการแก้ไขปัญหาผลกระทบสิ่งแวดล้อมข้ามพรมแดน โดยหน่วยงานที่รับผิดชอบ

ขณะที่ น.ส. ส.รัตนมณี พลกล้า ทนายความจากศูนย์ข้อมูลชุมชน กล่าวว่า เราหวังว่าศาลจะใช้ดุลยพินิจในการให้ทบทวนสัญญาซื้อขายไฟฟ้าที่เป็นตัวสนับสนุนให้เกิดเขื่อน ซึ่งปัจจุบันเกิดผลกระทบตามที่เห็นเป็นที่ประจักษ์

“เราเชื่อว่ากระบวนการที่จะเกิดการคุ้มครอง เน้นที่ supply chain ห่วงโซ่อุปทานของการผลิตไฟฟ้านี้ ความรับผิดชอบของผู้ซื้อไฟฟ้า คือ กฟผ. ต้องรับผิดชอบ"

ทนายความ กล่าวต่อว่า ขณะนี้ประเทศไทยมีแผนปฏิบัติการชาติเรื่องธุรกิจและสิทธิมนุษยชน (National Action Plan on Business and Human Rights) ที่จะต้องควบคุมให้เกิดการรับผิดชอบร่วม ไม่ใช่ปล่อยให้การซื้อไฟฟ้าจากโครงการเขื่อนนอกประเทศกลายเป็นการทำให้เกิดการละเมิดสิทธิข้ามพรมแดน

“หากชนะคดีนี้ ต้องมีการเริ่มทำกระบวนการปรึกษาหารือล่วงหน้า (PNPCA) ในประเทศไทย หน่วยรัฐไทยต้องเข้าไปในการติดตามกระบวนการ PNPCA อย่างถูกต้อง เพราะที่ผ่านมาไม่ได้ให้ความเห็นต่อโครงการเขื่อนไซะบุรีอย่างที่ควรจะเป็นและต้องจัดทำรายงานการศึกษาผลกระทบข้ามพรมแดนจากเขื่อนไซยะบุรีและรัฐต้องนำข้อห่วงกังวลของประชาชนไปเสนอในการประชุมของคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง (MRC) ในฐานะรัฐสมาชิกของ MRC”  น.ส.ส.รัตนมณี กล่าว 

น.ส.เฉลิมศรี ประเสริฐศรี ทนายความจากมูลนิธิศูนย์ข้อมูลชุมชน กล่าวว่า หวังว่าศาลจะเรียกให้มีการไต่สวน เพื่อแสวงหาข้อเท็จจริงเพิ่มเติมประกอบการพิจารณาของศาลปกครองสูงสุด เพราะข้อมูลในปัจจุบันเป็นที่ประจักษ์แล้วว่า โครงการเขื่อนบนแม่น้ำโขงสายประธานตอนล่าง กำลังสร้างผลกระทบใหญ่หลวงอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนต่อระบบนิเวศแม่น้ำโขงและวิถีชีวิตของประชาชนในทั้ง 4 ประเทศท้ายน้ำ

"เรามีความหวังว่า ศาลปกครองจะเป็นกลไกที่ก่อให้เกิดการคุ้มครองและเยียวยา ทั้งต่อประชาชนและสิ่งแวดล้อม" เฉลิมศรีกล่าวทิ้งท้าย

 

'ศักดิ์สยาม' สั่งรฟท.เร่งเบิกงบก่อสร้าง-เปิดประมูลรถไฟทางคู่ 4.25 แสนล.

 
 

'ศักดิ์สยาม' สั่งร.ฟ.ท.เร่งรัดเปิดประมูลรถไฟทางคู่ 9 สาย 4.25 แสนล้านบาท พร้อมเบิกงบก่อสร้างรถไฟทางคู่อีก 7 สาย ให้เป็นไปตามแผน

mot saksayam

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เร่งรัดเปิดประมูลโครงการรถไฟทางคู่สายใหม่ สายเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ วงเงิน 85,345 ล้านบาท ซึ่งผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) แล้ว รวมถึงเร่งรัดผลักดันการจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) โครงการรถไฟทางคู่สายใหม่ สายบ้านไผ่-มุกดาหาร-นครพนม วงเงิน 66,848 ล้านบาท ซึ่งครม.มีมติเห็นชอบแล้ว ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว ก่อนเปิดประมูลต่อไป

พร้อมกันนั้น ให้ ร.ฟ.ท.เร่งรัดปรับปรุงข้อมูลโครงการรถไฟทางคู่ ระยะที่ 2 จำนวน 7 สาย ระยะทาง 1,483 กิโลเมตร วงเงินรวม 273,382 ล้านบาท ให้เป็นไปตามความเห็นของคณะกรรมการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (บอร์ด สศช.) และส่งให้บอร์ดสศช.พิจารณาให้ความเห็นชอบภายในเดือนก.พ.นี้ รวมทั้งให้รายงานความคืบหน้าการดำเนินการให้กระทรวงคมนาคมรับทราบ ก่อนเสนอโครงการรถไฟทางคู่ดังกล่าวให้ครม.อนุมัติ และเปิดประมูลต่อไป

สำหรับรถไฟทางคู่เฟส 2 จำนวน 7 สาย ประกอบด้วย 1.สายปากน้ำโพ-เด่นชัย, 2.สายเด่นชัย-เชียงใหม่ , 3.สายขอนแก่น-หนองคาย, 4.สายชุมทางถนนจิระ-อุบลราชธานี, 5.ชุมพร – สุราษฎร์ธานี, 6.สุราษฎร์ธานี-ชุมทางหาดใหญ่-สงขลา และ7.ชุมทางหาดใหญ่–ปาดังเบซาร์

นายศักดิ์สยาม ยังให้ ร.ฟ.ท.เร่งรัดเบิกจ่ายงบก่อสร้างโครงการรถไฟทางคู่ ระยะที่ 1 จำนวน 7 โครงการ วงเงินรวม 111,451 ล้านบาท ให้เป็นไปตามแผนงานการเบิกจ่ายงบฯ ประกอบด้วย สายฉะเชิงเทรา-คลองสิบเก้า-แก่งคอย และชุมทางถนนจิระ-ขอนแก่น กำหนดเปิดให้บริการภายในปี 2563 สายลพบุรี-ปากน้ำโพ กำหนดก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2565 และสายประจวบคีรีขันธ์-ชุมพร, มาบกะเบา-ชุมทางจิระ, นครปฐม-หัวหิน, หัวหิน-ประจวบคีรีขันธ์ มีกำหนดก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2566

"หากเกิดปัญหาอุปสรรคที่ทำให้การดำเนินโครงการล่าช้าให้ ร.ฟ.ท. เร่งดำเนินการแก้ไขพร้อมรายงานให้กระทรวงคมนาคมทราบทันที"นายศักดิ์สยามระบุ

นายศักดิ์สยาม กล่าวว่า ได้สั่งการให้กรมการขนส่งทางรางเร่งศึกษาการพัฒนาโครงข่ายทางรถไฟให้ครอบคลุมทั่วทั้งประเทศ และการใช้ประโยชน์ระบบรถไฟให้เต็มประสิทธิภาพเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพื่อขับเคลื่อนพัฒนาระบบรางให้เป็นโครงข่ายหลักในการเดินทางและขนส่งสินค้าของประเทศในอนาคตอันใกล้

รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อวันที่ 13 ก.พ.ที่ผ่านมา คณะกรรมการ ร.ฟ.ท. มีมติเห็นชอบผลการสรรหาผู้ว่าการฯ ร.ฟ.ท. คนใหม่แล้ว แม้ว่านายจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ในฐานะประธานบอร์ด ร.ฟ.ท.จะไม่เปิดเผยว่าใครได้รับการคัดเลือกเป็นผู้ว่าการฯ ร.ฟ.ท. แต่มีรายงานว่าบอร์ดร.ฟ.ท.เห็นชอบให้นายนิรุฒ มณีพันธ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงานกำกับกฎเกณฑ์และกฎหมาย และเลขานุการธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ว่าการฯร.ฟ.ท.คนใหม่

 .........................................................................

14 กุมภาพันธ์ 2563

 

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน