*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 3970
  • จำนวนผู้ชม : 2509924
  • จำนวนผู้โหวต : 527
  • ส่ง msg :
  • โหวต 527 คน
<< กุมภาพันธ์ 2020 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอังคาร ที่ 18 กุมภาพันธ์ 2563
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 488 , 17:17:18 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

สวัสดีครับ

         นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ คงจะมองว่าการก้าวเข้าสู่วงการการเมืองไทยเป็นเรื่องง่ายๆสำหรับตัวเอง เพราะเพียงแค่แก้ไขบุคคลิ

ของทักษิณ ชินวัตรเสียบ้าง ตนเองก็สามารถสรวมรอยให้เป็น 'ทักษิณ' คนใหม่ขึ้นมาได้ แล้วไม่ใช่แค่ 'ทักษิณ' ธรรมดา แต่จะเป็น

'Super Taksin' เลยทีเดียว โดยนายธนาธรจะทำสิ่งที่ทักษิณไม่กล้าทำตรงๆมาแล้ว คือ การดึงฟ้าต่ำ การเป็นศัตรูกับกองทัพ การไม่

เคารพต่อระบบระบบยุติธรรมไม่จะเป็นศาลใดๆทั้งสิ้น เป็นต้น

         นอกจากนั้น สำหรับประชาชนคนไทยนั้น นายธนาธรเห็นว่าตนจะดึงดูดความสนใจด้วยการอ้างเอา 'ของใหม่' ให้เป็นสิ่งล่อใจ

ซึ่งก็ได้ผลที่น่าพอใจมิใช่น้อยมาแล้ว เป็นกำลังใจที่จะเดินหน้าต่อไปให้ถึงที่หมาย คือ การเป็นนายกฯองเขานั่นเอง

 

 

พงศกร 'สะท้อนภาพ' ธนาธร

 

          นี่แหละที่ว่า........

                "คนทำดี...ฟ้าดินป้อง คุ้มครองเอย" มันเป็นอย่างนี้

 

                พวก "อนาคตใหม่-ธนาธร" กำลังได้ที

                ฉวยโอกาส ยกเหตุที่เกิด "เทอร์มินอล 21" โคราช ไล่กระทืบกองทัพ

                กำลังเงื้อตีน......

                "โล้น-พงศกร" ทะเล่อ-ทะล่า โผล่พรวดเข้ามาทางไหนไม่รู้

                "ตีนธนาธร" กระทืบลงไปพอดี

                โครม.....

                "เต็มตีน-เต็มกระบาล" พงศกรเลย!

                พงศกรคนนี้ ก็คือ "พลโทพงศกร" สายเลือดระบอบทักษิณที่ธนาธรเอามาเป็นรองหัวหน้าพรรค

                หมายมั่นปั้นพงศกรเป็นแบรนด์ คุยไปทั่ว ว่านายพลคนนี้แหละ จะมาทำหน้าที่ "ล้างบางกองทัพ"!

                แล้วเป็นไง.....

                สุจริต คือ เกราะบัง ศาสตร์พ้อง เพราะไม่สุจริตทั้งใจทั้งการทำของอนาคตใหม่ ของธนาธร ของพงศกร นั่นแหละ

                ที่หวังกระทืบกองทัพ.....

                มีอันเป็นไป ตีนหมุนกลับ "กระทืบกระบาล" ประจานกันเองแทน!

                เรื่องพงศกรเป็นตัวสะดุดตีน ทำให้เสียทั้งกระบวนป่วนชาติ-ป่วนสถาบัน เสียทั้งจังหวะ เสียทั้งหน้า  เสียทั้งคน นั้น

                ดีอยู่นิดคือ "ไม่เสียหมา" เท่านั้น!

                แฟนข่าวสารบ้านเมืองคงทราบเรื่องกันแล้ว ก็จากคลิปที่พลโทพงศกร ให้สัมภาษณ์ในรายการ "ขยี้ข่าว ทอล์ค" ของคุณ "ยุคล วิเศษสังข์" ที่ตึงตังตอนนี้

                ที่จริงไม่ได้ตั้งใจหยิบมาคุย เพราะไม่อยากเข้าทำนองเห็นคนล้มแล้วเหยียบซ้ำ และอีกอย่าง เกรงใจธนาธรเขา

                ก็เขาโม้ไว้เยอะ......

                ทหารทั้งกองทัพ พงศกร "ดีคนเดียว" เป็นตัวเลือกของอนาคตใหม่ ที่เชิญเข้ามาร่วมงานการเมือง

                เพื่อใช้ "ดีหนึ่งเดียวนี้" เป็นหัวเชื้อไป "บิ๊ก คลีนนิง เดย์" กองทัพ!

                ผมเปิดคลิปพงศกรให้สัมภาษณ์ถึงเหตุตัวเองเกษียณแล้ว แต่ยังยึดบ้านหลวงอยู่

                ฟังแล้ว พูดกันตรงๆ เหตุที่พงศกรอ้างไม่ย้ายออก เหมือนควายเอาสีข้างไถลคอก!

                เมื่อวาน โพสต์เฟซแก้เกี้ยวอีก อ่านแล้ว จึงอดรนทนคันไม่ไหว ต้องคุยกันนิด

                เมื่อจะคุย ก็ต้องยกเอาคำสัมภาษณ์เขามาปูพื้น-ปูความ เอาเฉพาะบางตอนก็พอ

                พิธีกร : พล.ท.พงศกร อยู่ (บ้านพักทหาร) หรือเปล่าทุกวันนี้

                พงศกร : อยู่...ขอผ่อนผันเขา เกษียณแล้ว แต่เดี๋ยวก็จะออกแล้ว อีกสักปีหน้า

                พิธีกร : อ้าว...แล้วเป็นพรรคอนาคตใหม่เรียกร้องให้เกิดการปฏิรูปกองทัพ

                แล้วเราก็ยังอยู่ในกองทัพ ทั้งที่เราก็เกษียณ โทษนะครับ เกษียณตั้งแต่เมื่อไหร่

                พงศกร : เมื่อ ๔ ปีที่แล้ว

                พิธีกร : ทำไมไม่ออกล่ะ

                พงศกร : ก็กำลังเตรียมออกอยู่ เรื่องนี้เกี่ยวกับเรื่องที่ผมเสนอทำเมื่อตอนทำโท

                คนที่ทำงานมาตลอดชีวิตแล้วไม่มีบ้านตัวเองเลย มีอยู่ ผมก็ทำหนังสือเสนอไปที่กองทัพบก

                ผมไม่มีบ้านเลย อยู่ในบ้านของคุณแม่ ซึ่งเราควรจะต้องออก แต่เราก็มีเงินส่วนหนึ่งที่เราจะเตรียมออก

                พิธีกร : ไม่กลัวเขาโจมตีหรือว่า เป็นนายพลอนาคตใหม่ มาเสนอให้เกิดการปฏิรูปกองทัพ แต่เราเกษียณมา ๔ ปีแล้ว เรายังอยู่ในบ้าน

                พงศกร : เราก็ต้องพูดให้ชัดเจนสิว่า เราจะทำให้ระบบใหญ่ เอาตัวของกองทัพมาเทกเอง

                แต่ที่เขากำลังพูดอยู่คือ ให้อยู่บ้านหลวงจนครบเวลา แต่สิ่งที่เราต้องทำก็คือ ให้มีที่อยู่ของเขาข้างนอก

                พิธีกร : อยู่บ้านหลวง ค่าน้ำ ค่าไฟ จ่ายมั้ย

                พงศกร : จ่ายหมด มีค่าเช่าค่าบำรุงรักษาเดือน ๒,๐๐๐ ค่าน้ำค่าไฟตามเรตปกติ

                พิธีกร : ไม่กลัวเขาจะมาโจมตีหรือว่า อนาคตใหม่เรียกร้องปฏิรูปกองทัพ นายพลรองหัวหน้าพรรคยังอยู่เลย ทั้งๆ เกษียณไปแล้ว

                พงศกร : ไม่กลัว ความจริงคือความจริงไง ความจริงก็คือว่า ผมไปคุยกับพันโทว่า

                ตัวของนายทหารพันตรี ปีหน้าเกษียณ เดี๋ยวผมไม่มีบ้าน ทำงานตลอดชีวิต ไม่มีอะไรขึ้นมาจากชั้นประทวน

                ผมเลยเสนอไปว่า เกษียณแล้วควรมีแหล่งให้เขาอยู่สัก ๑๐ ปี เพื่อให้เขาเตรียมออก แล้วให้ลูกเขาโตพอที่จะมาดูแลเขาได้

                พิธีกร : เป็นนายพลเงินเดือนเท่าไหร่ แบบว่าเตรียมแผน    

                พงศกร : เตรียมแผนน่ะมี ต้องพูดจริงๆ ว่าเราไม่มีรายได้พิเศษ ดังนั้นเนี่ย เราต้องมีรายได้พิเศษมาก้อนนึง ถึงจะมีเงินดาวน์

                พิธีกร : พลโทอยู่ในกองทัพก่อนเกษียณเงินเดือนเท่าไหร่

                พงศกร : ก่อนเกษียณ ๗๐,๐๐๐

                พิธีกร : ๗๐,๐๐๐ จ่ายค่าบำรุง ค่าน้ำค่าไฟ น่าจะไม่ถึงหมื่น แล้วอีก ๖๐,๐๐๐ เราไม่ไปผ่อนบ้านข้างนอก

                พงศกร : เราต้องเก็บไว้ก่อนสิ ไม่งั้นจะมีเงินดาวน์ที่ไหนล่ะ เราจะไปจ่ายอะไรขนาดนั้น นายพลที่เกษียณแล้วแต่อยู่ในค่ายทหารไม่ใช่เรื่องแปลก แต่ต้องออก

                เนี่ย......

                ถามว่า มีใครเชื่อบ้างว่า ที่พงศกรอ้างเป็นความจริง?

                -ไม่มีบ้านอยู่เลย

                -ตอนเป็นทหาร ไม่มีรายได้พิเศษเลย

                -เงินเดือนทหาร ไม่สามารถผ่อน-ดาวน์บ้านได้

                สำหรับผมไม่เชื่อ และไม่อ้างอิงคนอื่น เอาเฉพาะตัวผมนี่แหละ เงินเดือน ๗๐๐ ยังดาวน์/ผ่อนห้องแถวจนได้

                แล้วพงศกร ขนาด ๗๐,๐๐๐ ยังผ่อน/ดาวน์ไม่ได้

                ซึ่งมันไม่ใช่ข้อเท็จจริง..........

                หากแต่เป็นข้ออ้าง ด้วยสันดานคนมักได้ เห็นแก่ตัว เอารัด-เอาเปรียบคนอื่น และหลวง

                ตรงนี้ ไม่เฉพาะพงศกร แต่หมายถึงทุกคนที่ "เบียดบังของหลวง-ของส่วนกลาง" มาเพื่อประโยชน์เฉพาะตน แล้วอ้างไม่พออยู่-ไม่พอกิน

                ใครก็ตาม มีเงินเดือน ๗ หมื่น แล้วบอกมีเงินไม่พอซื้อบ้าน ผู้หญิงคนไหน อย่าเอาผู้ชายคนนั้นเป็นผัว เป็นอันขาด!

                ธนาธร-อนาคตใหม่ ชอบโปร่งใส ชอบตรวจสอบมิใช่รึ?

                ลองไปตรวจสอบซิ......

                จริงหรือเปล่า พงศกรไม่มีบ้านเลย ไม่เคยมีรายได้พิเศษเลย?

                และตรวจสอบด้วย ว่าตัวเลขในบัญชีทรัพย์สินที่แจ้งต่อ ป.ป.ช.

                มีรายได้ ๓.๓ ล้านบาท รายจ่าย ๑.๕ ล้านบาทเศษ รวมทรัพย์สินทั้งหมด ๘.๖ ล้านบาท

                แต่มีหนี้สินตั้ง ๒๑ ล้านบาท นาฬิกาอีก ๓ เรือน รวมมูลค่า ๒ แสน นั้น

                มันสอดคล้องสภาพจริงและเป็นตัวเลขมีที่มา-ที่ไป "สมเหตุ-สมผล" ในความน่าจะเป็นไหม?

                เรื่องการปฏิรูปน่ะ......

                ถึงวันนี้ ไม่เฉพาะกองทัพอย่างเดียว ต้องบอกว่า ทั้งองคาพยพในความเป็นระบบ-ระบอบราชการของประเทศ

                ต้องรื้อ ต้องปฏิรูป

                ไม่อย่างนั้น ประเทศชาติ ประชาชน จะ "ติดหล่มอนาคต"!

                แต่ที่ธนาธรทำ มันความหวังดีของจิ้งจอก ต้องการปฏิรูปเพื่อชาติ-เพื่อประชาชนหรือ 

                เปล่าหรอก.......

                กูจะรื้อ เพื่อช่วงชิงอำนาจ เอาทักษิณและพวกโจรกลับเข้ามากินเมือง และพวกกูด้วย ก็เท่านั้นแหละ!

                รัฐบาลก็ดี กองทัพก็ดี ตำรวจก็ดี ราชการก็ดี ถ้าไม่ปฏิรูปตัวเอง วันนี้..อยู่ได้

                แต่อนาคตอันใกล้ เหมือน "ไผ่" ที่ต้องตายด้วย "ขุย" ตัวมันเองแน่นอน!

                กองทัพเขาเริ่มปฏิรูปนำร่องแล้ว

                ถ้าอนาคตใหม่-ธนาธร บริสุทธิ์ในเจตนา ก็ควรเสนอแนะในทางสร้างสรรค์ และเสริมหนุนให้กำลังใจเขาปฏิรูป

                ไม่ใช่ฉวยเหตุ สร้างสถานการณ์ กระหน่ำ-ซ้ำเติม และทำไป-ทำมา ทหารทำให้กองทัพไม่ดี ที่ด่า

                มันก็ทหารในง่ามขาธนาธรนั่นเอง!

                ที่พงศกรทำแก้ขวย โพสต์เฟซ ลาออกจาก กก.บห.พรรคบ้าง สิ้นเดือนมีนาจะย้ายออกจากบ้านพักทหารบ้าง

                โธ่เอ๋ย...ด้าน แถไถล ซะอายแทน!

                ที่พูดมาทั้งหมด เพราะติดใจข้อความในเฟซที่พงศกรโพสต์มาด้วยประโยคขึ้นต้นเท่านั้น ที่ว่า...

                "เนื่องจากปฏิบัติราชการอยู่ต่างประเทศ จึงเพิ่งทราบข่าวทางประเทศไทยเกี่ยวกับตัวผม......"

                ถามคำ.......

                "อะไรคือ 'ข้าราชการ' ของคุณ ที่ต้องไปปฏิบัติต่างประเทศ?"

 

'สุทิน'เผยศึกซักฟอกฝ่ายค้าน 35 คนรุมยำ 6 รัฐมนตรี คุยลั่นมีเซอร์ไพรส์แน่


 

18 ก.พ.63 -นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) แถลงภายหลังการประชุมวิปฝ่ายค้านถึงการเตรียมความพร้อมในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ว่า ขณะนี้เตรียมความพร้อมไว้แล้ว 95 เปอร์เซ็นต์ ส่วนส.ส.ผู้อภิปรายจะยืนยันอีกครั้งในวันที่ 20 ก.พ. ทั้งนี้ เนื้อหาสาระในการอภิปรายลงตัวเรียบร้อยแต่ขึ้นอยู้กับความพร้อมและทักษะของผู้อภิปราย เนื่องจากส่วนใหญ่เป็นส.ส.หน้าใหม่ ยกเว้นพรรคเพื่อไทย และพรรคประชาชาติ ที่ส่งหน้าเดิม โดยพรรคประชาชาติ คือ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรค และนายซูกาโน มะทา ส.ส.ยะลา รวมทั้งสิ้น 34-35 คน

เมื่อถามว่าขณะนี้เริ่มเปิดประเด็นเรื่องย้ายโรงงานยาสูบที่อยู่ติดกับศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เพื่อจะได้นำพื้นที่ดังกล่าวเอื้อประโยชน์กับเจ้าสัว นายสุทิน กล่าวว่า เป็นการปลุกเร้าตัวอย่างบางตอนให้สังคมติดตาม และคิดว่าคนที่เปิดประเด็นอยากให้สังคมร่วมตรวจสอบไปด้วย เชื่อว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้มีผลกระทบต่อรัฐบาลแน่นอน และเข้าใจว่าการอภิปรายรอบนี้จะเป็นแบบในสภาและข้างนอกสภามีส่วนร่วมกัน

นายสุทิน กล่าวว่า ภายหลังการอภิปราย คาดว่าจะมีไม่ต่ำกว่า 5 เรื่องที่จะส่งร้องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) อย่างไรก็ตาม รอบนี้มีเรื่องเซอร์ไพรส์แน่นอน โดยเป็นเรื่องที่เรารู้กันอยู่แล้วทั่ว แต่จะคาดไม่ถึงว่ามันจะเลวร้ายได้มากถึงเพียงนี้ ฝ่ายค้านจะอภิปรายลงลึกจนสามารถเอาผิดรัฐมนตรีผู้นั้นได้ อีกทั้งจะส่งแรงกดดันไปยังพรรคร่วมรัฐบาลด้วย แต่ก็ขึ้นอยู่กับพรรคนั้นๆว่าจะให้น้ำหนักเพียงใด หรือเด็ดเดี่ยวมั่นคงในผลประโยชน์ประชาชนมากน้อยเพียงใดด้วย ทั้งนี้ ตนเชื่อว่าพรรคที่ยึดมั่นประชาชนจะลุกขึ้นมายื่นคำขาดให้พรรคแกนนำทำอะไรเสียอย่าง

   “มีอยู่ปีหนึ่งที่พรรคพลังธรรมลุกขึ้นมาขอถอนตัวในการร่วมรัฐบาล ทำให้รัฐบาลชวน รัฐบาลบรรหารต้องยุบ เชื่อว่าจะเกิดเหตุการณ์คล้ายกัน จะมีพรรคขอถอนตัว เพราะพวกเขาจะไม่ทนกับกระแสสังคม ผมไม่อยากเปรียบว่าเวลาสุนัขป่วย เห็บเหาก็ต้องไม่อยู่ด้วยแล้ว ต้องหาทางหนี เอาตัวรอด เชื่อว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง แต่ขึ้นอยู่กับสำนึกและความเปราะบางทางจริยธรรมของแต่ละคน ท่านประยุทธ์  อาจจะมากหน่อย” ประธานวิปฝ่ายค้านฯ

เมื่อถามว่าหากพรรคอนาคตใหม่ถูกยุบได้มีการเตรียมการไว้หรือไม่ นายสุทิน กล่าวว่า เชื่อว่าพรรคอนาคตใหม่จะไม่ถูกยุบ แต่ถ้ายุบเสียงที่หายไปของฝ่ายค้าน คือ คณะกรรมการบริหารพรรคอนาคตใหม่ที่เป็นส.ส. และจะมีส.ส. 3 คนที่วางไว้ให้อภิปรายหายไปด้วย ซึ่งเราก็จะมีระบบทดแทนไว้

นายสุทิน กล่าวด้วยว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจ ฝ่ายค้านไม่ได้ให้ความสำคัญเรื่องมือในสภา เพราะถึงอย่างไรเรื่องมือเราสู้ไม่ได้อยู่แล้ว แต่เราให้ความสำคัญด้านกระแสสังคมมากกว่า ส่วนจะมีงูเห่าหรือไม่ คงไม่ต้องควบคุมอะไรมาก เพราะตอนนี้มาถึงขั้นสังคมควบคุมแล้ว สังคมตรวจสอบถี่ยิบ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ตนยังไม่ได้รับรายงานว่ามีการแจกกล้วย แต่ถ้ามีก็มีวิธีดูง่ายๆ คือ โหวตสวนมติพรรคแล้วอธิบายไม่ได้ งูเห่าจะเหลื่อยไปไหนก็เห็นหมด.

เอาแล้ว!พปชร.เตือนฝ่ายค้านระวังเจอสวนถึงยุค'ทักษิณ' ออกอาวุธมาเจอโต้กลับทันที


 

18 ก.พ.63 - ที่พรรคพลังประชารัฐ​ (พปชร.)​ ได้มีการประชุมทีมผู้สนับสนุนผู้ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยมีนายจำลอง ครุฑขุนทด เป็นประธานการประชุม​ โดยมีผู้เข้าร่วมประชุม อาทิ นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี นายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี ส.ส.บัญชีรายชื่อ นายทศพล เพ็งส้ม กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เข้าร่วมหารือถึงการเตรียมรับมือการอภิปรายไม่ไว้วางใจ

โดยที่ประชุมได้มีการมอบหมาย ให้นายทศพล รับผิดชอบเป็นหัวหน้าทีมฝ่ายกฎหมาย เพื่อติดตามเนื้อหาการอภิปราย หากมีการพาดพิงใส่ร้าย และสร้างหลักฐานอันเป็นเท็จ ให้เกิดความเสียหาย

นายสามารถ กล่าวว่า อยากให้สังคมรับฟังเรื่องการอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยถ้าสมมุติว่าเขาพูดถึงนายกรัฐมนตรี เรื่องที่ดิน เราต้องสวนกลับหรือไม่ว่า ในยุคอดีตนายกฯ ทักษิณมีการทำกันอย่างไร รวมถึงเรื่องผลประโยชน์การเช่าที่ดิน 50 ปี ซึ่งตรงนี้ถ้าสวนได้ ก็เหมือนเขายิงเราหมัดเดียว แต่เราชกเขา 3 ที โดยเขาจะเลิกชก เพราะเขารู้แล้วว่า พูดมาเรามีข้อมูล เหมือนการเก็งข้อสอบ ดังนั้นการเก็งข้อสอบเราก็ต้องเก็บข้อมูลให้ได้มากที่สุด เพราะถ้าเขาออกอาวุธมา เราจะได้มีข้อมูลโต้ตอบทันที.

 

'บิ๊กป้อม'ไม่นอนบ้านหลวง ออกตั้งแต่เกษียณ ส่วนมูลนิธิป่ารอยต่อ 5 จังหวัด เช่าคลังถูกต้อง


 

18 ก.พ.63 - พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีฝ่ายค้านจะนำเรื่องบ้านพักสวัสดิการทหารมาอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ว่า ในส่วนของมูลนิธิป่ารอยต่อ 5 จังหวัด ทำถูกต้องมีการเช่าที่จากกระทรวงการคลังตั้งแต่ที่ตนเกษียณ และตนไปพักที่บ้านพักส่วนตัวตั้งแต่เกษียณ ส่วนนายพลคนอื่นที่เกษียณนั้น ต้องไปถามผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) เพราะเป็นผู้ดำเนินการตามกฎหมาย

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีข้อมูลชี้แจงในการอภิปรายใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวอย่างอารมณ์ดี ว่า “เขาจะถามเรื่องอะไร ขอให้สืบมาด้วยนะ” และประเด็นใจที่เกี่ยวกับตน ตนก็จะลุกขึ้นชี้แจงเอง

เมื่อถามว่า ขณะนี้พรรคอนาคตใหม่ ออกมาให้ความเห็นเกี่ยวกับการปฏิรูปกองทัพ และการเปิดเผยข้อมูลต่างๆ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า เรื่องข้อมูลต่างๆ เขาเปิดเผยหมดแล้วไม่มีอะไร ทุกอย่างทำตามที่พรรคอนาคตใหม่เขาว่าอยู่แล้ว.

 

ดับฝันขาเที่ยว!'บิ๊กตู่'ทุบโต๊ะไม่ให้หยุด9วัน ชี้ไม่คุ้ม


 

18 ก.พ.63 - พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงแนวคิดการเพิ่มวันหยุดยาวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยว ว่า ในที่ประชุมครม. ตนได้มีมติไปแล้วว่าไม่มีการนำเรื่องดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาของครม. และตนเองก็ไม่เห็นด้วยที่จะให้มีการหยุดเพิ่มเติม

“ผมถือว่าการหยุดปกติก็เพียงพอแล้ว เพราะการให้บริการประชาชนต่างๆ ล้วนมีความจำเป็น เพราะฉะนั้น จึงเป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละคนไป เพราะเรื่องการกระตุ้นการท่องเที่ยวนั้น ก็คงไม่ได้อะไรกลับมาเท่าไหร่” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

 

 

18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563

หน้าหนึ่ง ไทยโพสต์

ยํ้า21กพ.ชี้ชะตาอนค. ศาลรธน.ไม่เลื่อนพิจารณาคดี/‘แก้วสรร’ฟันธงแค่ปรับ-ตัดสิทธิ์

ศาลรัฐธรรมนูญตอกย้ำไม่เปลี่ยนวันชี้ชะตาพรรคอนาคตใหม่แน่ “ปิยบุตร” สวมบทตุลาการมั่นใจทั้งข้อเท็จจริง-กฎหมายไม่ถูกยุบแน่ ลั่นจะทำทุกวันเหมือนวันสุดท้าย มิวายแขวะปากกาอยู่ที่ศาล วงสัมมนาชำแหละ “อนค.” เป็นร่างใหม่ของ “พท.” จึงถูกตัดตอนไม่ให้โต “สมชัย” มองย้อนอดีตไม่ถึงขั้นต้องยุบ “แก้วสรร” ชี้มี 3 ประเด็นที่ต้องวินิจฉัย เชื่อโทษแค่ปรับและลงดาบ กก.บห. สะกิด “เซเลบ-นักวิชาการ” ทำตัวตีปลาหน้าไซ ในสมองไม่มีการอยู่ร่วมกันด้วยกฎหมายมีแต่อยู่ด้วยชังชาติหรือ


สังคายนาธุรกิจทบ.รายได้เข้าคลัง

"บิ๊กแดง" สังคายนาธุรกิจกองทัพ ส่งที่ดินทหารกว่าล้านไร่ให้คลังดูแล รื้อรายได้โรงแรม-สนามกอล์ฟ-สนามมวย-สนามม้า-ปั๊มน้ำมันแบ่งเข้าแผ่นดิน จับตา 18 ก.พ.ประชุม ผบ.เหล่าทัพวางกฎเหล็กทหารเกษียณต้องออกจากบ้านพักหลวง "เจ้ากรมกิจการพลเรือนทหาร" รับให้ "นายพลส้มหวาน" อยู่บ้าน ศรภ.ต่อ เหตุเคยทำประโยชน์ให้กองทัพ "เสธ.โหน่ง" ประกาศไขก๊อกพ้น กก.บริหารพรรค "อนค." เซ่นปมร้อน ลั่นสิ้น มี.ค.ย้ายบ้านออกจากค่ายทหาร "ธนาธร" ชมเปาะมีสปิริต "พท." ตามบี้ "บิ๊กตู่" คืนบ้านหลวงด้วย


ส่ง‘ยงยุทธ’นอนคุก2ปีโกงที่วัด

ไม่รอด! ติดคุกแทนนายใหญ่อีกคน ศาลฎีกาพิพากษายืนจำคุก "ยงยุทธ วิชัยดิษฐ" 2 ปี คดีโกงที่ธรณีสงฆ์ ส่งเข้าเรือนจำทันที ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เผยตรวจสุขภาพพบโรคต้อหิน ข้อเข่าเสื่อม โรคหัวใจ แจกผ้าให้ 3 ผืน อยู่แดนแรกรับ มีนักโทษผู้ช่วยคอยดูแล 1-2 คน


ศก.ทรุด!จีดีพี62โต2.4% หั่นเป้าปี63เหลือ1.5-2.5

สภาพัฒน์เผยจีดีพีไตรมาส 4/62 ขยายตัว 1.6% ต่ำสุดในรอบ 21 ไตรมาส จากผลกระทบสงครามการค้าและการส่งออก ส่งผลทั้งปีขยายตัวเพียง 2.4% พร้อมคาดปี 63 ขยายตัว 1.5-2.5% แบงก์ชาติรับ สศช.หั่นจีดีพีสะท้อนเศรษฐกิจชะลอตัวลงแรง


กัมพูชาตรวจ‘เวสเตอร์ดัม’ สธ.ห้ามผดส.ต่างชาติผ่าน

สธ.เผยพบผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มอีก 1 ราย เป็นนักท่องเที่ยวหญิงชาวจีน รวมติดเชื้อ 35 ราย ลั่นไม่ให้ต่างชาติจากเรือเวสเตอร์ดัมเข้าไทย หากจำเป็นต้องปฏิบัติตามมาตรการควบคุมป้องกันโรคของไทยอย่างเคร่งครัด "อนุทิน" ขู่สายการบินใดนำผู้โดยสารบนเรือเวสเตอร์ดัมเข้าไทยต้องรับผิดชอบ


วิปฯดักคออย่าขุดเรื่องเก่า พท.แฉนายกฯเอื้อ‘เจ้าสัว’

"บิ๊กตู่" เมินร่วมวงสัมมนา พปชร. อ้างงานล้นมือยันแจงซักฟอกเองได้ ขณะที่ "วิษณุ" แนะ รมต.ที่โดนอภิปรายควรไปร่วม ปธ.วิปรัฐบาลดักคอฝ่ายค้านอย่าขุดแต่เรื่องเก่า ขืนผิดข้อบังคับโดนประท้วงจนออกห้องประชุมแน่ พท.โวข้อมูลเพียบนายกฯ เอื้อเจ้าสัว เย้ยทนฟังไม่ได้ให้รีบชิงลาออก

'แม้ว'จัดให้!เพื่อนร่วมรุ่นยกคณะไปดูไบ ฉลองครบ 55 ปี มงฟอร์ต 08 'ยิ่งลักษณ์' แจมด้วย (ชมคลิป)


 

18 ก.พ.63 - ขณะนี้สังคมออนไลน์มีการแชร์คลิปวิดีโอ พร้อมข้อความประกอบโดยมีเนื้อหาดังนี้

มงฟอร์ต 08 ฉลองครบรอบ 55 ปี ที่ดูไบ

การเดินทางมาดูไบเพื่อฉลองงานครบรอบ 55 ปี ของการจบ มศ 3 รุ่น 2508 ก็มาถึงวันสุดท้าย 15 กุมภาพันธ์ 2563 

ขอขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร เป็นอย่างสูงที่ออกค่าใช้จ่ายทั้งหมด ตั้งแต่ตั๋วเครื่องบิน วีซ่า อาหารทุกมื้อที่แสนอร่อย โดยเฉพาะที่งานฉลอง 55 ปี พร้อมไวน์แดงและเหล้าราคาแพง ท่านยังสปอนเซอร์ค่าโรงแรมและทัวร์ชมสถานที่ต่างๆ 

นอกจากนี้ขอขอบคุณประธานมงฟอร์ต รุ่น 08 คุณสุพล ที่รวบรวมรายชื่อของผู้เดินทาง พาสปอร์ต ประสานเรื่องขอวีซ่าเข้าดูไบ และติดต่อกับเจ้าหน้าที่ของนายกทักษิณ เจ้าหน้าที่ของบริษัททัวร์และไกด์ ฯลฯ ในการทำให้การเดินทางไปฉลองงาน 55 ปี มงฟอร์ต 08 เป็นไปอย่างราบรื่น สนุกสนานและบรรลุวัตถุประสงค์ของงานฉลอง 55 ปี

พวกเรา 61 ชีวิตเดินทางออกจากกรุงเทพเวลาตี 3 ของวันที่ 13 กุมภาพันธ์ มาถึงดูไบ เช้าวันเดียวกันเวลา 07.00 น.

หลังจากรับกระเป๋าเสร็จเรียบร้อย เจ้าหน้าที่ของท่านนายกและบริษัททัวร์ได้มาต้อนรับอย่างอบอุ่น พวกเราพากันเดินมาขึ้นรถบัสใหญ่ 2 คัน พอขึ้นมาบนรถปรากฎว่าเพื่อนหายไป 1 คน ใช้เวลาพอสมควรกว่าจะตามพบ เนื่องจากเพื่อนคนนี้หน้ามืดไม่สามารถจะเดินไปต่อได้ พวกเราดีใจมากที่หาเพื่อนเจอ

ขณะที่รถกำลังตะออก ท่านสูงวัยผู้หญิงบอกว่าลืมกระเป๋าถือ ในนั้นมีเงินและมือถือ ทีนี้ต้องตามหากระเป๋าที่ลืมภายในสนามบิน ปรากฎว่าหาไม่เจอ

ในที่สุด เจ้าหน้าที่ทัวร์ได้ตัดสินใจออกเดินทางพาคณะทั้งหมดตรงไป Abu Dabi ซึ่งห่างจาก Dubai ไปอีก 2 ชั่วโมง เพื่อชม Sheik Zayed Grand Mosque Centre อันยิ่งใหญ่ หลังจากนั้นแวะรับประทานอาหารกลางวันที่นั่น เสร็จแล้วเดินทางกลับดูไบเพื่อเช็คอินที่ Millennium Plaza  หลังจากอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ พวกเราได้เดินทางไปรับประทานอาหารเย็นที่อดีตนายกรัฐมนตรีท่านทักษิณ ชินวัตร เป็นเจ้าภาพ 

งานเลี้ยงเริ่ม 19.00 น. มีอาหารทะเลและอาหารจีนอร่อยมาก ไวน์แดงขวดละหมื่น 30 ขวดพร้อมกับวิสกี้ชั้นยอด

งานเลี้ยงเต็มไปด้วยความเป็นกันเอง อบอุ่น เสียงหัวเราะ เสียงคุยกัน                                  

ในงานนี้มีอดีตนายกรัฐมนตรีของประเทศไทยถึงสองท่าน​คือนายกทักษิณและนายกยิ่งลักษณ์ ชินวัตร​ มาร่วมงาน พวกเราได้ร้องเพลงมงฟอร์ต ถ่ายรูป ทำให้หายเหนื่อย งานเลี้ยงเลิกประมาณ 4 ทุ่มครึ่ง 

ในระหว่างงานท่านนายกทักษิณได้กล่าวคำปราศรัย ในท่อนหนึ่งของคำปราศรัยท่านได้กล่าวว่า “ผมดีใจมากที่ได้ร่วมฉลองครบรอบ 55 ปีของรุ่น ปกติผมมีแขกมาพบบ่อยครั้งมาก แต่ไม่มีครั้งใดที่ผมจะตื่นเต้นเท่าครั้งนี้ ที่ได้มาพบเพื่อนสมัยเด็ก เคยเรียนและเล่นมาด้วยกัน” ท่านยังบอกให้พวกเรารักษาสุขภาพกายและใจให้แข็งแรงและเข้มแข็ง เพื่อจะได้มาฉลองครบรอบ 60 ปีกันอีกครั้ง

หมายเหตุ: กระเป๋าที่หายไปหาเจอ และของทุกอย่างในนั้นอยู่ครบครับ.

 

ยํ้า21กพ.ชี้ชะตาอนค. ศาลรธน.ไม่เลื่อนพิจารณาคดี/‘แก้วสรร’ฟันธงแค่ปรับ-ตัดสิทธิ์


 

 ศาลรัฐธรรมนูญตอกย้ำไม่เปลี่ยนวันชี้ชะตาพรรคอนาคตใหม่แน่ “ปิยบุตร” สวมบทตุลาการมั่นใจทั้งข้อเท็จจริง-กฎหมายไม่ถูกยุบแน่ ลั่นจะทำทุกวันเหมือนวันสุดท้าย มิวายแขวะปากกาอยู่ที่ศาล วงสัมมนาชำแหละ “อนค.” เป็นร่างใหม่ของ “พท.” จึงถูกตัดตอนไม่ให้โต “สมชัย” มองย้อนอดีตไม่ถึงขั้นต้องยุบ “แก้วสรร” ชี้มี 3 ประเด็นที่ต้องวินิจฉัย เชื่อโทษแค่ปรับและลงดาบ กก.บห. สะกิด “เซเลบ-นักวิชาการ” ทำตัวตีปลาหน้าไซ ในสมองไม่มีการอยู่ร่วมกันด้วยกฎหมายมีแต่อยู่ด้วยชังชาติหรือ  

เมื่อวันจันทร์ที่ 17 ก.พ. สำนักประชาสัมพันธ์ศาลรัฐธรรมนูญได้แจ้งในกลุ่มไลน์ผู้สื่อข่าวประจำศาลรัฐธรรมนูญ ถึงกำหนดนัดอ่านคำวินิจฉัยคดีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยเพื่อมีคำสั่งยุบพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ในวันศุกร์ที่ 21 ก.พ.นี้ เวลา 15.00 น.ถึงแนวทางปฏิบัติของสื่อมวลชน ว่าในการอ่านคำวินิจฉัย ศาลจะถ่ายทอดโทรทัศน์วงจรปิดลงมาบริเวณห้องรับรองสื่อมวลชนและโถงชั้น 2 โดยขอความร่วมมือสื่อมวลชนทุกคนปฏิบัติตามระเบียบศาลรัฐธรรมนูญว่าด้วยการรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยในที่ทำการศาล พ.ศ.2562 เช่น  กรณีสัมภาษณ์ผู้เกี่ยวข้องในคดีขอให้สัมภาษณ์นอกเขตที่ทำการศาล และงดเว้นการถ่ายภาพ บันทึกภาพและเสียง หรือกระทำอย่างอื่นในทำนองเดียวกันในที่ทำการศาล
ทั้งนี้ การชี้แจงระเบียบและข้อปฏิบัติดังกล่าวเพื่อให้เกิดความเรียบร้อย รวมทั้งเป็นหนึ่งในมาตรการรักษาความปลอดภัยโดยรอบศาลรัฐธรรมนูญ และเป็นการยืนยันว่าไม่มีการเลื่อนการพิจารณาคดีดังกล่าวแน่นอน
    รายงานข่าวจากสำนักงาน กกต.ในกรณี พล.ท.พงศกร รอดชมภู ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค อนค. และเป็นกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) ที่ประกาศลาออกจากตำแหน่ง กก.บห.จากกรณีพักอาศัยในบ้านพักทหารแม้เกษียณอายุราชการแล้วนั้น หากในวันที่ 21 ก.พ.ศาลรัฐธรรมนูญมีคำตัดสินยุบพรรค อนค. ตัว พล.ท.พงศกรก็ต้องถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองตามเดิม เพราะศาลยึดรายชื่อ กก.บห.ในวันที่กระทำความผิด ซึ่งขณะนั้น พล.ท.พงศกรยังคงมีชื่อเป็น กก.บห.อยู่
    นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวประเด็นนี้ว่าไม่ทราบ ตอบไม่ถูกในเรื่องนี้ ขอให้ไปถาม กกต.จะดีกว่า
    วันเดียวกัน นายปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรค อนค.ในฐานะเลขาธิการพรรค อนค.โพสต์ในหัวข้อ “ทำทุกวันให้เสมือนเป็นวันสุดท้าย” ถึงวันนี้ยังมั่นใจว่าพรรคจะไม่ถูกยุบ เพราะไม่ว่าจะพิจารณาจากข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายไม่มีเหตุใดเลยที่จะยุบได้ เพราะไม่มีบทบัญญัติแห่งกฎหมายมาตราใด ข้อใด ที่ห้ามมิให้พรรคการเมืองกู้เงิน และในอดีตจนถึงปัจจุบันก็มีพรรคการเมืองจำนวนมากที่กู้เงิน รวมทั้งเงินกู้ก็มิใช่รายได้ แต่เป็นหนี้สิน จึงไม่เข้าข้อจำกัดตามที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมืองกำหนดที่มาของรายได้ของพรรคการเมือง
ซัดปากกาอยู่ที่ศาล
“อย่างที่ผมเน้นย้ำอยู่เสมอว่าปากกาไม่ได้อยู่ที่ผม แต่ปากกาอยู่ในมือตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ดังนั้นในท้ายที่สุดการยุบพรรคอนาคตใหม่จะเกิดขึ้นหรือไม่ จึงอยู่ที่อำนาจตัดสินใจของศาลรัฐธรรมนูญ  และด้วยปรากฏการณ์ยุบพรรคในช่วงกว่าทศวรรษที่ผ่านมา ก็ย่อมทำให้คนจำนวนมากคาดการณ์ไปต่างๆ นานา ถึงชะตากรรมของพรรคอนาคตใหม่ที่อยู่ในมือของศาลรัฐธรรมนูญ” นายปิยบุตรโพสต์
    นายปิยบุตรยังโพสต์โดยยกคำของสตีฟ จอบส์ พร้อมระบุว่า "หากเราตระหนักว่าในแต่ละวันอาจเป็นวันสุดท้าย แล้วเรายังคงเชื่อมั่นว่าสิ่งที่เราทำในแต่ละวันนั้นถูกต้อง สอดคล้องกับมโนธรรมสำนึก และเป็นไปตามสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชน เราก็จำต้องเร่งลงมือทำสิ่งเหล่านั้น ทำทุกวันให้เสมือนเป็นวันสุดท้าย ซึ่งนับตั้งแต่เข้าสู่ปีใหม่ก็เร่งทำงานในฐานะ ส.ส.อย่างหนักหน่วงเต็มที่ ทั้งการอภิปรายในสภาผู้แทนราษฎร และงานในคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน" 
ทั้งนี้ นายปิยบุตรยังได้อ้างถึงผลงานที่ได้ดำเนินการในช่วงที่ผ่านมา ทั้งการอภิปรายในเรื่องต่างๆ  และการทำงานใน กมธ. รวมทั้งเผยถึงงานที่จะทำในช่วงต่อไป ก่อนทิ้งท้ายว่าจะได้ทำงานในฐานะ ส.ส.หรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญในวันศุกร์ที่ 21 ก.พ.นี้ ซึ่งเวลาจะมากหรือน้อยเพียงใด  เหลือเวลาอีกเท่าไรไม่สำคัญ ขอเพียงเราเชื่อมั่นในสิ่งที่ทำและทำมันทุกวันเสมือนทุกวันเป็นวันสุดท้าย
    วันเดียวกันที่คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้จัดเสวนา เวที ฬ.นิติมิติ เรื่อง “เงินกู้พรรคการเมือง : อิสระ VS การตรวจสอบ” โดยมี รศ.ดร.พิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ์ อดีตอาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, ดร.ณรงค์เดช สรุโฆษิต อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์  จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พรรณชฎา ศิริวรรณบุศย์ อาจารย์ประจำคณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และนายสมชัย ศรีสุทธิยากร ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยการเมืองและการเลือกตั้ง มหาวิทยาลัยรังสิต ร่วมเสวนา
    โดย รศ.ดร.พิชิตได้เริ่มไล่ลำดับภาพการเมืองในอดีตจนถึงปัจจุบันว่า พรรคอนาคตใหม่มีความคล้ายกับพรรคเพื่อไทย (พท.) คือมีฐานมวลชน แต่มีความพยายามทำให้ต่างจากพรรค พท.โดยไม่ยึดติดกับตัวบุคคล และยังมีลักษณะแตกต่างจากกลุ่มพรรคเพื่อไทยที่ไม่ได้มาจากตัวแทนที่มาจากต่างจังหวัดอีกต่อไป กลายเป็นพรรคที่มีระเบียบโครงสร้างพรรคในต่างจังหวัดของพวกเขา มีการแยกกันระหว่าง ส.ส.กับหัวหน้า สาขาของจังหวัด ซึ่ง ส.ส.ไปสั่งหรือควบคุมสมาชิกไม่ได้ ส.ส.จะทำอะไรต้องอาศัยทีมงานจังหวัดทำงานด้วยกัน ซึ่งเป็นโครงสร้างพรรคการเมืองสมัยใหม่
    “ณ วันนี้การเมืองไทยยังไม่ก้าวหน้าไปถึงไหน พรรคการเมืองยังคงเป็นเครื่องมือเพื่อช่วงชิงอำนาจ  อย่างพรรคเพื่อไทยเชื่อว่ามาถึงปลายทางแล้ว แต่แทนที่พรรคเพื่อไทยที่กำลังจะตาย แล้วมีพรรคความหวังใหม่อย่างพรรคอนาคตใหม่มาแทนที่ ก็ไม่ถูกปล่อยให้โต เพราะเขามีบทเรียนมาแล้วจากทั้งพรรคเพื่อไทยและพรรคไทยรักไทย ซึ่งเป้าหมายเจตนารมณ์ของกฎหมายในครั้งนี้คือพยายามไม่ให้พรรคอนาคตใหม่โต” รศ.ดร.พิชิตระบุ
    ดร.ณรงค์เดชกล่าวตอนหนึ่งถึงการกู้เงินของพรรค อนค.ว่า พรรคการเมืองเป็นนิติบุคคลเอกชน  ดังนั้นหลักเกณฑ์หรือหลักการที่ใช้กับพรรคการเมือง คือถ้าไม่มีกฎหมายห้าม เอกชนย่อมกระทำได้ ซึ่งการกู้เงินของพรรคการเมือง ถ้าเป็นการกู้เงินเพื่อนำมาใช้ดำเนินกิจกรรมของพรรคการเมือง ถือว่าอยู่ในขอบอำนาจโดยปริยาย เงินที่ได้จากการกู้ยืมไม่ถือเป็นรายได้ และไม่ใช่การบริจาคแน่นอน ส่วนจะเป็นการทำนิติกรรมอำพรางหรือไม่ต้องพิสูจน์เจตนา
      ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พรรณชฎากล่าวว่า ยังไม่เคยเจอประเทศไหนที่มีกฎระเบียบในการรับเงินจากกองทุนพัฒนาพรรคการเมืองมากเท่าไทย โดยในต่างประเทศจะพิจารณาการให้เงินพรรคการเมืองจากคะแนนเสียงที่ประชาชนเลือกเข้าไป แล้วค่อยคำนวณจำนวนเงินที่จะให้แก่พรรคการเมืองนั้นๆ เช่น อินโดนีเซียที่เราจะเห็นว่าการพัฒนาประชาธิปไตยของเขาเป็นไปอย่างก้าวกระโดด ในส่วนของการบริจาคเงินให้พรรคการเมืองจะไม่มีการจำกัดจำนวนเงินบริจาค ทั้งจากบุคคลและบริษัทเอกชนที่จะให้แก่พรรคการเมือง จึงไม่น่าแปลกใจว่าพรรคการเมืองที่เพิ่งเกิดขึ้นใหม่ในอินโดนีเซียพัฒนาได้รวดเร็ว  เพราะเขาไม่มีกฎหมายที่ห้ามเรื่องการบริจาคเยอะเหมือนของไทย
สมชัยเชื่อรอดยุบพรรค
    ขณะที่นายสมชัยได้พูดถึงคดีเงินกู้พรรคอนาคตใหม่ ก่อนระบุว่าที่ผ่านมาพยายามเรียกร้องให้ปลดล็อกให้พรรคการเมืองทำงานได้ ซึ่งก็ยังไม่มีการปลดล็อกจนถึงวันที่ 11 ธันวาคม 2561 จนตนเองโดนปลดไป ซึ่งพรรคการเมืองต้องใช้เงิน ต้องทำป้ายโฆษณา ต้องตั้งเวที ต้องมีรถแห่ มีค่าเช่าสำนักงาน มีค่าจ้างบุคลากร และ กกต.ยังกำหนดวงเงินในการหาเสียงไม่เกิน 1.5 ล้านบาทต่อผู้สมัคร 1 คนในแต่ละเขต และตราบใดที่พรรคการเมืองไม่สามารถระดมทุนขายโต๊ะจีนโต๊ะละ 3 ล้านบาท โดยมีชื่อผู้จองคล้ายกับหน่วยงานราชการได้ การกู้เงินจะเป็นเรื่องที่คู่กับการเมืองไทยตลอดไป ซึ่งเป็นที่น่าสังเกตว่ามีเพียง 2 พรรคที่จัดโต๊ะจีนได้ ซึ่งน่าสังเกตว่าทั้ง 2 พรรครู้มาก่อนหรือไม่ว่าจะมีการปลดล็อกวันไหน มีการเลือกตั้งวันไหน
นายสมชัยกล่าวอีกว่า ขอให้สังเกตกระบวนการตั้งแต่ กกต.ไปถึงศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งเรามีเครื่องหมายคำถามว่า กระบวนการตั้งคณะกรรมการควบรวมข้อเท็จจริงเพิ่มเติมและนำไปสู่ข้อหาใหม่งอก 2  ข้อหานั้น เป็นกระบวนการที่สั้นและขาดการเปิดโอกาสให้ผู้ถูกกล่าวหาได้แสดงหลักฐานเพิ่มเติมหรือไม่  และกระบวนการในขั้นศาลรัฐธรรมนูญที่ไม่ได้เปิดให้ไต่สวนเพิ่มเติมนั้น หากเทียบกับการรับโทษของบุคคล การยุบพรรคคือการประหารชีวิต เพราะฉะนั้นก็ควรให้ทุกฝ่ายมีโอกาสสู้กันให้ถึงที่สุด และในส่วนของเนื้อหานั้นหากมองถึงพยานหลักฐานตั้งแต่อดีต คิดว่าในวันศุกร์นี้โดยเนื้อหาไม่น่าจะถึงการยุบพรรคได้
    “เรื่องนี้เป็นบทเรียนของพรรคอนาคตใหม่มากกว่า หากศาลตัดสินว่าไม่ผิด จากนี้จะเดินกิจกรรมทางการเมืองในนามพรรคอย่างไรเพื่อไม่ให้เกิดช่องว่าง แต่ถ้าตัดสินยุบก็เป็นเรื่องที่พรรคอนาคตใหม่เองต้องหาทางที่ทำให้เกิดความเสียหายน้อยที่สุด ว่าท่านจะดำเนินการต่างๆ อย่างไรต่อไป” นายสมชัยกล่าว
    ขณะเดียวกัน นายแก้วสรร อติโพธิ อดีตคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) ได้เขียนบทความเรื่อง "ยุบ 'อนาคตใหม่'? : ความเป็นไปได้ทางกฎหมาย” ในลักษณะถาม-ตอบ โดยมีเนื้อหาที่น่าสนใจระบุว่า ในทางกฎหมายเงินกู้ถือเป็นเงินได้หรือไม่ นี่คือประเด็นที่ศาลต้องตัดสิน ซึ่งเงินได้คือเงินที่พรรคได้จากสถานภาพที่เป็นพรรคการเมือง โดยวัตถุประสงค์ที่เป็นพรรคจึงไม่อาจไปทำมาค้าขายเกิดรายได้ขึ้นมาได้ กฎหมายจึงจำกัดที่มารายได้เขาไว้อย่างนี้ ปัญหามีอยู่ว่าถ้าพรรคใดเดือดร้อนไม่มีเงินจ่ายค่าเช่าตึกที่ทำการพรรค อย่างนี้จะให้เขากู้เงินมาใช้ค่าเช่าได้ไหม ตรงนี้ก็มีความเห็นอีกด้านหนึ่งยืนยันขึ้นมาว่า จะไปห้ามความสามารถทำนิติกรรมของพรรคการเมืองไม่ได้  ที่ผ่านมาก็เห็นกู้เงินกันได้เยอะแยะไปไม่ใช่หรือ นี่คือประเด็นแรกที่ศาลต้องวินิจฉัยก่อน ส่วนประเด็นที่สองคือ ประเด็นที่ศาลต้องตัดสินว่า การที่พรรคการเมืองกู้เงินจากนายทุนได้ 191 ล้านบาท ในอัตราดอกเบี้ยต่ำและไม่มีหลักประกันเช่นนี้ ถือเป็นการรับประโยชน์โดยมิชอบ เพราะเกิน 10 ล้านบาทตามที่มาตรา 66 ได้ห้ามไว้หรือไม่ และประเด็นสุดท้าย การกระทำอันต้องห้ามที่รับบริจาคเป็นประโยชน์ก้อนใหญ่อย่างนี้ จะจัดการลงโทษด้วยมาตรการทางกฎหมายเช่นใดได้บ้าง ซึ่งตรงจุดนี้พรรคอนาคตใหม่มีโอกาสพลิกล็อกชนะคดีได้มากทีเดียว
    “ข้อห้ามรับเงินบริจาคก้อนใหญ่ๆ นั้น มาตรา 66 ห้ามไว้ก่อน แล้วก็มีมาตรา 125 บัญญัติตามมาให้ลงโทษอาญาปรับพรรคนั้น 1 ล้านบาท เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งหัวหน้าพรรคและกรรมการทั้งหมด  พร้อมทั้งริบเงินบริจาคนั้นด้วย ถ้านี่คือเส้นทางเดียวที่ต้องเดิน กกต.ก็ต้องไปแจ้งความกับตำรวจ ให้ดำเนินคดีอาญากับนายธนาธรและพวก และในที่สุดคดีนี้ก็ต้องไปศาลยุติธรรม 3 ชั้นศาล ไม่ใช่ไปศาลรัฐธรรมนูญเพื่อขอให้ยุบพรรค” นายแก้วสรรตอบคำถามที่ว่าจะชนะได้อย่างไรถ้าชัดว่าพรรครับบริจาคเกิน 10 ล้านบาทไปแล้ว
แก้วสรรชี้แค่ปรับ-ตัดสิทธิ์
    นายแก้วสรรยังประเมินถึงน้ำหนักและเหตุผลในคดีนี้ว่า การฝ่าฝืนรับบริจาคเกิน 10 ล้านบาท ตามมาตรา 66 มันเป็นความผิดทางการเงิน กฎหมายกำหนดโทษให้ปรับพรรค 1 ล้านบาท และริบเงินบริจาค กับตัดสิทธิ์เลือกตั้งของ กก.บห. กกต.เอามาขอศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรคตามมาตรา 72 และ 92  ได้ลำบาก มาตรา 72 นั้นมันตกเป็นพรรคที่อันตรายต่อสังคม เพราะยอมฟอกเงินที่ผิดกฎหมาย เลวยังงี้ถึงจะยุบได้ แถมผู้เกี่ยวข้องต้องโทษถึงติดคุก 3 ปีด้วย แต่ในคดี อนค.นี้ไม่ใช่การฟอกเงินผิดกฎหมาย   แต่เป็นเงินที่นายธนาธรเขาได้มาโดยชอบ จะเอาไปเป็นเหตุยุบพรรคได้ยาก มันผิดเจตนารมณ์ของกฎหมาย ได้แต่ลงโทษปรับพรรค 1 ล้านบาทและตัดสิทธิ์ กก.บห.เท่านั้น
    “เราลงโทษผู้บริหารพรรคที่ยอมรับประโยชน์เป็นทาสน้ำเงินของนายทุน แล้วบังอาจมาเสนอตัวรับใช้ประชาชนโดยอ้างว่าเป็นอิสระจากผลประโยชน์ใดๆ นี่คือข้อห้ามทางกฎหมาย จริงๆ แล้วพรรคอนาคตใหม่จะตกเป็นทาสธุรกิจยานยนต์ของนายธนาธรหรือไม่ เราไม่ทราบ แต่ข้อนี้เป็นวินัยพรรคการเมืองที่เรากำหนดไว้ ผิดวินัยก็ต้องจัดการ ไม่ต่างจากพระภิกษุที่ฝ่าฝืนวินัย แรมคืนอยู่ห้องเดียวกับสีกา  เปิดประตูกุฏิมาเจออย่างนี้จะมีอะไรกันหรือไม่ก็ไม่สำคัญเลย คณะสงฆ์ลงโทษได้แล้ว” นายแก้วสรรระบุ
    บทความของนายแก้วสรรยังตั้งคำถามว่า เมื่อปัญหาในคดีเป็นปัญหาตีความทางกฎหมายทั้งหมดอย่างนี้ แล้วบรรดานักวิชาการและผู้นำภาคประชาสังคมทั้งหลายเขาออกมาคัดค้านการตีความของศาลรัฐธรรมนูญกันทำไม ซึ่งนายแก้วสรรตอบว่า เขาไม่สนใจหรอกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะตีความอย่างไร ก็เชิญว่ากันไป แต่เขาอ้างว่าเขาโผล่มาเพราะไม่เห็นด้วยกับการยุบพรรคการเมืองเป็นสำคัญ
    และเมื่อถามว่าก่อนหน้านี้ทำไมไม่ค้าน กลับมาค้านตอนศาลกำลังจะตัดสินคดีกู้เงินคดีนี้ สามอาทิตย์ก่อนตอนคดีอิลลูมินาติที่มีผู้ร้องให้ยุบพรรค ทำไมไม่โผล่มาค้านด้วย คดีนั้นศาลท่านก็ยกฟ้องไปแล้ว แล้วทำไมมาค้านคดีนี้อีกโดยอ้างลอยๆ ประเทศไทยต้องไปข้างหน้า การเมืองต้องเปิดพื้นที่ให้ทุกฝ่าย เลิกคิดเสียทีว่าการยุบพรรคการเมืองหรือตัดสิทธิ์ทางการเมืองของคนที่คิดไม่เหมือนเราจะนำไปสู่ความสงบในสังคม ซึ่งการอ้างอย่างนี้คือการอ้างว่าศาลตกเป็นเครื่องมือทางการเมืองของผู้มีอำนาจนั่นเอง ถ้าศาลเป็นอย่างนี้จริง แล้วทำไมพิพากษายกฟ้องตัดสินไม่ยุบอนาคตใหม่ในคดีอิลลูมานาติ ตกลงศาลไทยคือสถาบันที่ต้องถูกพวกคุณตีปลาหน้าไซได้ฟรีๆ ทุกคดีทุกครั้งเลยหรือ ถ้าพรรคพวกตัวเองขึ้นศาลแล้วยอมไม่ได้ ซึ่งนายแก้วสรรตอบสั้นๆ ว่าเขารำพึงให้ฟังลอยๆ เท่านั้นว่า เขาไม่เห็นด้วยกับการยุบพรรคเพื่อปิดปากทางการเมือง   
    “แล้วถ้ายุบเพราะทำผิดกฎหมายจริงๆ จะยอมรับไหม ก็ต้องไปถามเขาเองให้ชัดเจนดีกว่า ว่าในสมองของเขามีการอยู่ร่วมกันด้วยกฎหมายด้วยความถูก-ผิดหรือไม่ หรือมีแต่สังคมไทยที่แสนจะน่าเกลียดน่าชังสำหรับพวกเขาเท่านั้น” นายแก้วสรรทิ้งท้ายไว้.  

 

'แม้ว'จัดให้!เพื่อนร่วมรุ่นยกคณะไปดูไบ ฉลองครบ 55 ปี มงฟอร์ต 08 'ยิ่งลักษณ์' แจมด้วย (ชมคลิป)


 

18 ก.พ.63 - ขณะนี้สังคมออนไลน์มีการแชร์คลิปวิดีโอ พร้อมข้อความประกอบโดยมีเนื้อหาดังนี้

มงฟอร์ต 08 ฉลองครบรอบ 55 ปี ที่ดูไบ

การเดินทางมาดูไบเพื่อฉลองงานครบรอบ 55 ปี ของการจบ มศ 3 รุ่น 2508 ก็มาถึงวันสุดท้าย 15 กุมภาพันธ์ 2563 

ขอขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร เป็นอย่างสูงที่ออกค่าใช้จ่ายทั้งหมด ตั้งแต่ตั๋วเครื่องบิน วีซ่า อาหารทุกมื้อที่แสนอร่อย โดยเฉพาะที่งานฉลอง 55 ปี พร้อมไวน์แดงและเหล้าราคาแพง ท่านยังสปอนเซอร์ค่าโรงแรมและทัวร์ชมสถานที่ต่างๆ 

นอกจากนี้ขอขอบคุณประธานมงฟอร์ต รุ่น 08 คุณสุพล ที่รวบรวมรายชื่อของผู้เดินทาง พาสปอร์ต ประสานเรื่องขอวีซ่าเข้าดูไบ และติดต่อกับเจ้าหน้าที่ของนายกทักษิณ เจ้าหน้าที่ของบริษัททัวร์และไกด์ ฯลฯ ในการทำให้การเดินทางไปฉลองงาน 55 ปี มงฟอร์ต 08 เป็นไปอย่างราบรื่น สนุกสนานและบรรลุวัตถุประสงค์ของงานฉลอง 55 ปี

พวกเรา 61 ชีวิตเดินทางออกจากกรุงเทพเวลาตี 3 ของวันที่ 13 กุมภาพันธ์ มาถึงดูไบ เช้าวันเดียวกันเวลา 07.00 น.

หลังจากรับกระเป๋าเสร็จเรียบร้อย เจ้าหน้าที่ของท่านนายกและบริษัททัวร์ได้มาต้อนรับอย่างอบอุ่น พวกเราพากันเดินมาขึ้นรถบัสใหญ่ 2 คัน พอขึ้นมาบนรถปรากฎว่าเพื่อนหายไป 1 คน ใช้เวลาพอสมควรกว่าจะตามพบ เนื่องจากเพื่อนคนนี้หน้ามืดไม่สามารถจะเดินไปต่อได้ พวกเราดีใจมากที่หาเพื่อนเจอ

ขณะที่รถกำลังตะออก ท่านสูงวัยผู้หญิงบอกว่าลืมกระเป๋าถือ ในนั้นมีเงินและมือถือ ทีนี้ต้องตามหากระเป๋าที่ลืมภายในสนามบิน ปรากฎว่าหาไม่เจอ

ในที่สุด เจ้าหน้าที่ทัวร์ได้ตัดสินใจออกเดินทางพาคณะทั้งหมดตรงไป Abu Dabi ซึ่งห่างจาก Dubai ไปอีก 2 ชั่วโมง เพื่อชม Sheik Zayed Grand Mosque Centre อันยิ่งใหญ่ หลังจากนั้นแวะรับประทานอาหารกลางวันที่นั่น เสร็จแล้วเดินทางกลับดูไบเพื่อเช็คอินที่ Millennium Plaza  หลังจากอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ พวกเราได้เดินทางไปรับประทานอาหารเย็นที่อดีตนายกรัฐมนตรีท่านทักษิณ ชินวัตร เป็นเจ้าภาพ 

งานเลี้ยงเริ่ม 19.00 น. มีอาหารทะเลและอาหารจีนอร่อยมาก ไวน์แดงขวดละหมื่น 30 ขวดพร้อมกับวิสกี้ชั้นยอด

งานเลี้ยงเต็มไปด้วยความเป็นกันเอง อบอุ่น เสียงหัวเราะ เสียงคุยกัน                                  

ในงานนี้มีอดีตนายกรัฐมนตรีของประเทศไทยถึงสองท่าน​คือนายกทักษิณและนายกยิ่งลักษณ์ ชินวัตร​ มาร่วมงาน พวกเราได้ร้องเพลงมงฟอร์ต ถ่ายรูป ทำให้หายเหนื่อย งานเลี้ยงเลิกประมาณ 4 ทุ่มครึ่ง 

ในระหว่างงานท่านนายกทักษิณได้กล่าวคำปราศรัย ในท่อนหนึ่งของคำปราศรัยท่านได้กล่าวว่า “ผมดีใจมากที่ได้ร่วมฉลองครบรอบ 55 ปีของรุ่น ปกติผมมีแขกมาพบบ่อยครั้งมาก แต่ไม่มีครั้งใดที่ผมจะตื่นเต้นเท่าครั้งนี้ ที่ได้มาพบเพื่อนสมัยเด็ก เคยเรียนและเล่นมาด้วยกัน” ท่านยังบอกให้พวกเรารักษาสุขภาพกายและใจให้แข็งแรงและเข้มแข็ง เพื่อจะได้มาฉลองครบรอบ 60 ปีกันอีกครั้ง

หมายเหตุ: กระเป๋าที่หายไปหาเจอ และของทุกอย่างในนั้นอยู่ครบครับ.

....................................................................

18 กุมภาพันธ์ 2563

 


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน