*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 3972
  • จำนวนผู้ชม : 2510720
  • จำนวนผู้โหวต : 527
  • ส่ง msg :
  • โหวต 527 คน
<< กุมภาพันธ์ 2020 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพุธ ที่ 19 กุมภาพันธ์ 2563
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 367 , 15:09:52 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

สวัสดีครับ

         ยามนี้ หากใครจะมึนหัวกับสถานการณ์การเมืองไทยก็อย่าตกใจว่าตัวเองไม่สบายนะครับ เพราะเป็นกันทุกคนแหล่ะครับ หรือ

เพราะกลิ่นไวน์ขวดละหมื่นโชยมาจากดูไบมาเข้าจมูกมากไปก็ไม่รู็ แต่เพื่อนมงฟอร์ตรุ่น 35 รุ่นเดียวกับทักษิณคงเขมืออาหารจากเงิน

ที่โกงไปอย่างเอร็ดอร่อยตามๆกัน

 

 

สงสารคนติดคุกเพราะผมจังเลย ... เอ้าดื่ม ....

19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563

หน้าหนึ่ง ไทยโพสต์

ป๊อกเพ้อเฮือกสุดท้าย อ้าง‘ศาลรธน.’ไร้อำนาจยุบ/จับหนุ่มสาวตัวประกัน

“ประยุทธ์” ชี้คดีอนาคตใหม่ขึ้นอยู่กับหลักฐาน-ข้อกฎหมาย ลั่นเชื่อมั่นในระบบยุติธรรมไทย ตำรวจเผยเตรียม 1 กองร้อยดูแลศาลรัฐธรรมนูญ เริ่มเข้าประจำการตั้งแต่ห้าโมงเย็นวันพฤหัสฯ “ปิยบุตร” แถลงปิดคดีนอกศาลอีกแล้ว ลาก 20 พรรคการเมืองกู้เงิน ซัด กกต.หลุกหลิกเร่งคดี ส่วนศาล รธน.ไม่มีอำนาจยุบ


ถวิลฝังกลบโหน่ง8ปีอยู่บ้านหลวง!

"บิ๊กตู่" แจงจำเป็นต้องพักบ้านหลวง เหตุตำแหน่งนายกฯ ต้องมีทีม รปภ. เผยเตรียมแผนย้ายบ้านอยู่แล้ว "2 ป." พร้อมปฏิบัติตามกติกา "ผบ.ทสส." ยันกองทัพยืดหยุ่นให้กำลังพลทุกคน ชี้มีทหารชั้นผู้น้อยเกษียณแล้วลำบากพักต่อได้เยอะอยู่ "บิ๊กแดง" เอาจริงเซ็นย้าย "ผู้พัน" ถูกร้องเรียน ลั่นใครทำอะไรไว้ต้องรับผิดชอบ "ถวิล" จับโป๊ะ "นายพลส้มหวาน" ลากยาวอยู่บ้านหลวง หลังพ้นราชการตั้งแต่ปี 2555 ไม่ใช่ปี '59 ตามเกษียณ "นายกฯ" ลงโคราชมอบเงินเยียวยาเหยื่อกราดยิง 19 ก.พ.นี้


สนามบินคัดกรองเข้มญี่ปุ่น-สิงคโปร์

สธ.แถลงผู้ป่วยโควิด-19 หายแล้ว 17 คน ยังรักษาตัวอยู่โรงพยาบาล 18 คน ยอดผู้ป่วยสะสมคงเดิม 35 คน ขณะที่ สุวรรณภูมิ-ดอนเมืองยกระดับคัดกรองผู้โดยสารญี่ปุ่น-สิงคโปร์เทียบเท่าจีน ขณะที่บุคลากรทางการแพทย์ของจีนสังเวยโควิด-19 เป็นรายที่ 7 แล้ว


เหลิมงัด‘ยุทธการรุง่ อรุณ’ซักฟอกเขย่ารัฐบาลบิ๊กตู่

"บิ๊กตู่" ไม่ตอบปมเอื้อประโยชน์เจ้าสัว ยันมีข้อมูลชี้แจงได้ทุกประเด็น รอแจงในสภาอย่าบิดเบือนก็แล้วกัน พปชร.ตั้งทีมสู้ศึกซักฟอก เตือนหากใส่ร้าย 6 รมต. 1 หมัดพร้อมสวนกลับ 3หมัด วิปฝ่ายค้านโวหลังซักฟอกมี 5 เรื่องส่ง ป.ป.ช. หวังพรรคร่วมรัฐบาลถอนตัวเหมือนพลังธรรมในยุคชวน พท.เย้ย พปชร.ตั้งวอร์รูมนอกสภาเพราะ "บิ๊กตู่" กังวลการตรวจสอบ เปิดยุทธการรุ่งอรุณ "เหลิม" แย้มเป็นข้อมูลใหม่ถล่มประยุทธ์สะเทือนแน่


ชักปืนกลางห้างยิงดับอดีตเมียคาดปมหึงหวง

สลด! อดีตสามีบุกยิงพนักงานคลินิกเสริมความงามดับคาห้างดังกลางกรุง โดนลูกหลงเจ็บอีก 1 "จักรทิพย์" สั่งล่าตัวคนร้ายให้ได้โดยเร็ว คาดประเด็นหึงหวงง้อคืนดีไม่สำเร็จ หลังฝ่ายหญิงเพิ่งโพสต์โชว์ใบหย่า-ดอกไม้วาเลนไทน์

เรื่องกฎหมาย 'สไตล์ปิยบุตร'


 

           ปิยบุตร......

                บ่อยครั้งนะ ที่เจ้าเลอะเลือน และเหลี่ยมเล่ห์

                ศุกร์ ๒๑ กุมภา

                ศาลฯ จะวินิจฉัยคดีพรรคกู้เงิน พวกเจ้าก็พล่านจนหัวก่าย ถ้ามีหางก็คงพันกัน

                เมื่อวาน ทำเป็นแถลง "ปิดคดีนอกศาล" หาหว่างขาสาวกซุก

                เจ้าไม่ใช่ไอ้ตี๋ไร้อันดับ หากแต่เคยเป็นอาจารย์สอนกฎหมาย

                แล้วมีมั้ย "จริยธรรมในวิชาชีพกฎหมาย" น่ะ?

                ช่างกล้านะ....

                กล้าพูดบิดเบือนกฎหมาย หวังสร้าง "สงสัย-คลอนคลาย" ให้เกิดแก่ประชาชน ต่อการทำหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญ

                เมื่อวาน (๑๘ ก.พ.๖๓) พูดไปได้อย่างไร ที่ว่า....

                "ศาลรัฐธรรมนูญไม่มีอำนาจยุบพรรคและไม่มีอำนาจตัดสิทธิกรรมการบริหารพรรค

                กล่าวคือ รัฐธรรมนูญ พ.ศ.๒๕๖๐ มาตรา ๒๑๐(๓) บัญญัติว่า หน้าที่และอํานาจอื่น ตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ

                ซึ่งเมื่อพิจารณารัฐธรรมนูญแล้ว ไม่มีมาตราใดที่กำหนดให้ศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจยุบพรรคและตัดสิทธิกรรมการบริหารพรรค

                โดยอำนาจยุบพรรคและเพิกถอนสิทธิกรรมการบริหารพรรคมีอยู่ในมาตรา ๙๒ ของกฎหมายพรรคการเมืองเท่านั้น

                ดังนั้น ประเด็นนี้ เป็นประเด็นข้อกฎหมาย ที่ศาลรัฐธรรมนูญ ต้องวินิจฉัยก่อนว่ามาตรา ๙๒ ของกฎหมายพรรคการเมืองขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญหรือไม่?"

                เนี่ย คนฟัง จะเชื่อ-ไม่เชื่อ เป็นอีกเรื่อง

                แต่ที่แน่ๆ จะลังเล-สงสัย เมื่อสงสัย "ความไม่แน่ใจ" ต่อคำวินิจฉัยของศาลในวันที่ ๒๑ กุมภาก็จะตามมา!

                เจ้ายกรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๐(๓) เป็นหลักฐานอ้างอิงซะด้วย!

                ถึงใครไม่เชื่อ แต่ด้วยเครดิตอาจารย์สอนกฎหมาย อย่างน้อยๆ ก็ทำให้มีแหม่มตงิดๆ ตามบ้างแหละ

                มันเจ้าเล่ห์จริงๆ!

                มาตรา ๒๑๐ บอกว่า "ศาลรัฐธรรมนูญมีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้

                (๓) หน้าที่และอำนาจอื่นตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ"

                แล้วปิยบุตร ก็ทิ้งห้วนไว้แค่นี้ ทุบเปรี้ยง ว่า

                "เมื่อพิจารณารัฐธรรมนูญแล้ว.....
                ไม่มีมาตราใดที่กำหนดให้ศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจยุบพรรคและตัดสิทธิกรรมการบริหารพรรค

                โดยอำนาจยุบพรรคและเพิกถอนสิทธิกรรมการบริหารพรรคมีอยู่ในมาตรา ๙๒ ของกฎหมายพรรคการเมืองเท่านั้น"

                โธ่ ไอ้ตี๋เอ้ย.......

                (๓) เขาแจกแจงไว้ละเอียด เจ้ายกมาห้วนๆ แค่นั้น แล้วบอก "ไม่มีมาตราใดกำหนดให้ศาลฯ มีอำนาจยุบพรรค"

                (๓) วรรคแรก บอกว่า.....

                "การยื่นคำร้องและเงื่อนไขการยื่นคำร้อง การพิจารณาวินิจฉัย การทำคำวินิจฉัย และการดำเนินงานของศาลรัฐธรรมนูญ นอกจากที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญแล้ว ให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ"

                เอ้า......

                อยากรู้ว่าศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจยุบพรรคและตัดสิทธิ กก.บห.พรรคมั้ย

                ก็ไปดู "พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ.๒๕๖๑"

                มาตรา ๗ บอกว่า "ให้ศาลมีหน้าที่และอํานาจพิจารณาวินิจฉัยคดี ดังต่อไปนี้

                (๑๓) คดีอื่นที่รัฐธรรมนูญ กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ หรือกฎหมายอื่น กําหนดให้อยู่ในเขตอํานาจของศาล"

                แล้ว "พ.ร.ป.พรรคการเมือง พ.ศ.๒๕๖๐" อยู่ในเขตอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญ ตามรัฐธรรมนูญบัญญัติ ใช่หรือไม่ใช่?

                ใช่...อยู่ในเขตอำนาจศาลรัฐธรรมนูญ

                อ้าว แบบนี้ แล้วที่ปิยบุตรพูด.......

                "อำนาจยุบพรรคและเพิกถอนสิทธิกรรมการบริหารพรรค มีอยู่ในมาตรา ๙๒ ของกฎหมายพรรคการเมืองเท่านั้น" มันยังไงกัน?

                มันไม่ไงหรอก มันก็ใช่อย่างนั้น นั่นแหละ

                แล้วตะแบงไปได้อย่างไร เจ้าตี๋?

                คงรู้ตัว ๒๑ ก.พ.นี้ สะเด็ดเก้งแน่ ผู้เชี่ยวชาญกฎหมายรัฐธรรมนูญ ศิษย์แซง-ฌุสต์ เลยสติแตก

                หยิบตรงโน้น-ตรงนี้ มาปลุกปั่น มั่วไปหมด

                ปั่นไป-ปั่นมา เหมือนเอาหางแหย่ตูดตัวเองซะงั้น!

                ในเมื่อ พ.ร.ป.พรรคการเมือง อยู่ในเขตอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญ

                นั่นก็หมายความว่า ศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจยุบพรรคและเพิกถอนสิทธิกรรมการบริหารพรรคได้ ตามมาตรา ๙๒ ของ พ.ร.ป.พรรคการเมือง ที่ระบุไว้.....

                มาตรา ๙๒ เมื่อคณะกรรมการมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าพรรคการเมืองใดกระทำการอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ ให้ยื่นศาลรัฐธรรมนูญเพื่อ "สั่งยุบพรรคการเมือง" นั้น

                (๓) กระทำการฝ่าฝืนมาตรา ๒๐ วรรคสอง มาตรา ๒๘ มาตรา ๓๐ มาตรา ๓๖ มาตรา ๔๔ มาตรา  ๔๕ มาตรา ๔๖ มาตรา ๗๒ หรือมาตรา ๗๔

                แล้วมันเป็นประเด็น "ข้อกฎหมาย" ที่ต้องวินิจฉัยก่อนว่ามาตรา ๙๒ พ.ร.ป.พรรคการเมือง ขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญตรงไหน...หือ?

                กฎหมายแม่เขาเขียนร้อยเรียง, ร้อยรัดกับกฎหมายลูกชัดเจนขนาดนี้ ยังจะตะแบงอีก

                เหมือนธนาธร-ปิยบุตร-พรรณิการ์ "กลมกลืน" กันขนาดนี้

                แล้วยังต้องให้วินิจฉัยในประเด็น.....

                "เพื่อนกิน-เพื่อนกัน เพื่อนรู้ไม่ทัน เพื่อนกันก็เอาไปกิน" อยู่อีกหรือ?

                ที่เป็นชนวนสู่การยุบพรรค ด้วยมาตรา ๙๒ ก็ตาม (๓) คือ มาตรา ๗๒ นั่นแหละ ที่ว่า

                "ห้ามมิให้พรรคการเมืองและผู้ดำรงตำแหน่งในพรรคการเมืองรับบริจาคเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด โดยรู้หรือควรจะรู้ว่าได้มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือมีเหตุอันควรสงสัยว่ามีแหล่งที่มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย"

                รู้เผื่อไว้อีกนิด...นี้ดดดเดียว คืออยากให้รู้อีกมาตรา

                มาตรา ๑๒๖ พ.ร.ป.พรรคการเมือง บอกว่า....

                "ผู้ดำรงตำแหน่งในพรรคการเมืองผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๗๒ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้นั้น"

                แถมท้ายอีกหน่อย....

                เห็นเที่ยวพูด กกต.ก็ดี ศาลฯ ก็ดี รวบรัด ไม่สนใจหลักฐานและการไต่สวนพยาน ประเด็นพรรค กู้ยืมเงิน

                เมื่อวาน "นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม" ประธานเจ้าหน้าที่บริหารพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก Warong Dechgitvigrom

                กู้จริงหรือทำเรื่องกู้ย้อนหลัง (ทำแบบแมนฯ ซิตี) ดังนี้

                การที่ กกต.ขอเอกสารการเงินที่เกี่ยวข้องไม่น้อยกว่า 3 ครั้ง (ร่วม 4 เดือน) แต่พรรคการเมืองไม่ได้ส่งมอบให้

                และปลายเดือนพฤศจิกายน 62 พรรคดังกล่าว จะขอขยายอีก 120 วัน แต่ กกต.ไม่อนุญาต

                ให้ขยายแค่ 2 ธันวาคม 62 ถ้าไม่มอบถือว่าไม่ติดใจ เอกสารดังกล่าวประกอบด้วย

                1.บัญชีพรรคการเมือง

                -บัญชีรายวันแสดงรายรับ รายจ่าย

                -บัญชีรายการบริจาค

                -บัญชีแยกประเภท

                -บัญชีทรัพย์สินหนี้สิน

                เอาเฉพาะระหว่างวันที่ 1 มกราคม 62 ถึง 31กรกฎาคม 62

                2.ขอสำเนาเงินกู้ฉบับ 2 มกราคม 62 ที่กำหนดจ่ายดอกเบี้ยทุกเดือน และฉบับแก้ไขเดือนพฤษภาคม 62 ที่ส่งดอกเบี้ยทุกปี

                3.ขอให้จัดส่งเอกสารหลักฐานชำระหนี้เงินกู้ 3 ครั้ง (ครั้งแรก 50 ล้านบาท ต่อมาเงินสด 14 ล้านบาท และเงินสด 8 ล้านบาท)

                รวมทั้งสำเนารายงานประชุมมติกรรมการบริหารพรรคที่เห็นชอบให้กู้เงินได้

                นี่คือเอกสารที่ กกต.พยายามขอหลายรอบ แต่ไม่มีการส่งมอบ จึงเกิดคำถามตามมาว่า

                ถ้ากู้กันจริงแบบตรงไปตรงมา การส่งมอบเอกสารไม่น่าจะยาก

                หรือเป็นการทำเรื่องกู้ย้อนหลัง (เหมือนการโอนหุ้นย้อนหลัง) จึงทำให้ไม่มีการส่งมอบเอกสาร กู้จริงหรือทำเรื่องกู้ย้อนหลัง

                นิติกรรมอำพรางรอบสอง

                ทำแบบแมนฯ ซิตี ก็ต้องโดนแบบเดียวกัน

                แหม จุ๊ๆๆๆๆ.....

                อยากเห็นปิยบุตร "แถลงนอกศาล" ในประเด็นนี้จัง! 

 

 

'แม้ว' เปิดหมดเปลือกผ่าน 'นคร มาฉิม' มี 2 วิธีเท่านั้นได้กลับไทย-นึกถึง เห็นใจ สงสารลูกน้องที่ติดคุกทุกคน


 

18 ก.พ.63 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 16 ก.พ. เพจเฟซบุ๊ก EasyYukhon เผยแพร่คลิปรายการ "ขยี้ข่าวทอล์ค" ซึ่งมี นายนคร มาฉิม รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ร่วมรายการ โดยมี นายยุคล วิเศษสังข์ เป็นพิธีกรดำเนินรายการ 

นายนคร เปิดเผยถึงการสนทนากับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า ท่านอยากจะกลับประเทศไทย ในสภาท่านหมดหวัง ในสภาทุกอย่างเป็นไปตามเกมที่ฝ่ายเผด็จการกำหนดไว้ทั้งหมด ในสภาคงไม่มีทางที่จะชนะได้ ท่านใช้คำนี้ 

เปิดแล้ว'สายตรงผบ.ทบ.'ลั่นเบอร์1สั่งการไม่มีปาหี่แน่


 

19 ก.พ.2563 - ที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รองผู้บัญชาการทหารบก (รอง ผบ.ทบ.)  แถลงรายละเอียดการเปิดสายด่วนให้กำลังพลร้องเรียนถึง ผบ.ทบ.ได้โดยตรงว่า จากนโยบายของ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ.ที่ต้องการช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของกำลังพลให้รวดเร็ว จึงได้จัดตั้งช่องทางการติดต่อสื่อสารระหว่างกำลังพลกับ ผบ.ทบ. คือสายตรงแก้ไขปัญหาสำหรับกำลังพลกองทัพบก หมายเลขโทรศัพท์ 02-018-7330 หรือสายตรง ผบ.ทบ. โดยเป็นการดำเนินการจากผู้เชี่ยวชาญจากภายนอก ในลักษณะคอลเซ็นเตอร์ตลอด 24 ชั่วโมง มีสโลแกนว่า “ทุกเรื่องคือความลับ ทุกเรื่องถึง ผบ.ทบ.” 

ทั้งนี้ที่ผ่านมาระบบของกองทัพบกได้เปิดให้กำลังพลที่มีเรื่องเดือดร้อนสามารถร้องทุกข์ได้ ซึ่งในอดีตการร้องทุกข์จะดำเนินการได้โดยผ่านตามสายการบังคับบัญชา หากผู้บังคับกองร้อยไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้จนเป็นที่พอใจ สามารถร้องเรียนมายังผู้บังคับกองพันได้ หากยังแก้ไขปัญหาไม่ได้ก็ร้องเรียนมายังผู้บังคับการกรมตามลำดับจนถึงผบ.ทบ. แต่ปัจจุบันและสถานการณ์ต่างที่เกิดขึ้นสังคมรู้สึกว่า กำลังพลไม่ได้รับความเป็นธรรม ผบ.ทบ.จึงเปิดสายตรงเพื่อให้แจ้งความเดือดร้อนมาได้โดยตรง ถือเป็นมาตรการที่มีคุณภาพและวางใจได้ว่าทุกอย่างจะถูกเก็บเป็นความลับ ซึ่งเจ้าหน้าที่จะรับเรื่องโดยผู้ร้องเรียนต้องระบุชื่อและสังกัดก่อนบันทึกเรื่องใส่ซองปิดผนึกส่งข้อมูลถึง ผบ.ทบ.โดยตรง ไม่มีใครทราบรายละเอียดดังกล่าว เป็นการรับประกันเพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าเรื่องที่ร้องเรียนมาเป็นความลับอย่างแท้จริง

พล.อ.ณัฐพล กล่าวต่อว่า ขณะนี้ผบ.ทบ.ได้สั่งการให้ตนเองเดินสายชี้แจงกับหน่วยทหารทั่วประเทศ โดยพบปะผู้บังคับหน่วยตามลำดับชั้นจนถึงผู้บังคับกองพันเพื่อทำความเข้าใจกับนโยบายของ ผบ.ทบ. อีกทั้งเน้นย้ำเรื่องกำลังพลว่าผู้บังคับหน่วยต้องเอาใจใส่ผู้ใต้บังคับบัญชา และต้องไม่ทำตัวเป็นเจ้าขุนมูลนาย ต้องใกล้ชิดกับผู้ใต้บังคับบัญชา ทั้งนี้ในอดีตที่ผ่านมาระบบทหารจำเป็นต้องใช้ความเด็ดขาด เพื่อบังคับบัญชาการรบ แต่ปัจจุบันเราได้เพิ่มเติมเรื่องการเอาใจใส่ทุกข์สุขของผู้ใต้บังคับบัญชา ดังนั้นผู้บังคับบัญชาต้องไม่ทำตัวเป็นเจ้าขุนมูลนาย แต้ต้องมีความเด็ดขาดในภารกิจทหารเช่นเดิม ซึ่งปัจจุบันผู้บังคับบัญชาระดับสูงก็ปฏิบัติตนเป็นตัวอย่างโดยการลดคณะผู้ติดตามให้เล็กลง มีความเป็นอยู่เรียบง่าย และอาศัยบ้านพักทหารอยู่กินกับกำลังพลแทนการไปพักที่โรงแรม ในขณะเดียวกันหากมีการปฏิบัติทางทหารก็ยังคงไว้ซึ่งความเด็ดขาด และต้องผสมผสานกัน เพราะเป็นยุคของคนรุ่นใหม่ จะนำระบบเดิมมาใช้ไม่ได้ แต่ทหารก็มีความจำเป็นที่ต้องใช้ระบบการบังคับบัญชา ไม่เช่นนั้นหากมีเหตุการณ์รบในอนาคตต้องมานั่งประชุมว่าจะรบดีหรือไม่ดี ทำเช่นนั้นคงไม่ได้ ต้องสั่งการให้ไปทันที อยากให้สังคมเข้าใจตรงนี้ กองทัพบกยืนยันว่ารับฟังเสียงสะท้อนจากสังคมที่มองว่าเป็นความเหลื่อมล้ำภายในกองทัพบก หรือระบบศักดินาหรือไม่ เราก็พยายามปรับตัวอยู่ สิ่งที่ทำได้ในเวลาราชการคือคงความเด็ดขาดในสายการบังคับบัญชา แต่นอกเหนือเวลานั้นจะผ่อนลงและเข้าไปสร้างความคุ้นเคยกับผู้ใต้บังคับบัญชา

“ยืนยันว่าการดำเนินการต่างๆ ไม่ใช่การปาหี่อย่างที่ถูกฝ่ายการเมืองกล่าวหา อะไรที่เริ่มต้นจากเบอร์ 1 เป็นเรื่องที่จริงจังทั้งหมด ไม่ใช่เรื่องปาหี่แน่นอน ผมเข้าใจว่าสังคมอยากทราบว่าระบบสายตรง ผบ.ทบ. เวิร์กหรือไม่ ยืนยันว่าคอลเซ็นเตอร์ดังกล่าวดำเนินการโดยเจ้าหน้าที่เอกชนที่มีประสบการณ์ในการรับเรื่องและประมวลเรื่อง หากมีคนร้องเรียนมาเรื่องเดียวกันจำนวน 1-2 คนก็จะรับเรื่องไว้ แต้ถ้าเรื่องใดมีคนร้องเรียนมาประมาณ 100 คน ก็ควรได้รับการให้ความสำคัญ ในส่วนของผู้บังคับหน่วยที่มีความกังวลว่าอาจถูกใส่ร้าย ผบ.ทบ.ได้ให้นโยบายว่าไม่ต้องกังวล คนที่โตมาถึงระดับ ผบ.ทบ. หรือรอง ผบ.ทบ. มีดุลยพินิจพอว่าเรื่องใดเป็นการใส่ความ เรื่องใดเป็นเรื่องจริง เพราะผ่านระบบกลั้นกรองมาแล้ว จึงขอให้มั่นใจ” พล.อ.ณัฐพล กล่าว

พล.อ.ณัฐพล กล่าวอีกว่า เมื่อ ผบ.ทบ.ประเมินแล้วว่าเรื่องใดเป็นเรื่องจริงก็จะติดต่อไปยังผู้บังคับหน่วยนั้น เพื่อสอบถาม หากมีมูลความจริงก็จะตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบ แต่ต้องยอมรับความจริงว่าเรื่องใดก็ตามที่ถูกนำมาพิจารณา ผู้ที่ถูกร้องเรียนก็จะสงสัยคู่กรณี ส่วนที่เป็นห่วงว่าผู้ถูกร้องเรียนจะถูกกลั้นแกล้งได้นั้นกองทัพบกมีระบบดูแลอยู่แล้ว โดยการย้ายฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งออกไปก่อนเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อการสอบสวน เช่นเดียวกับกรณีที่ ผบ.ทบ.สั่งย้ายผู้บังคับหน่วยในพื้นที่กองทัพภาคที่ 2 หลังเกิดเหตุการณ์รุนแรงขึ้น เพื่อเปิดทางการสอบสวนและผู้ใต้บังคับบัญชาสามารถให้การได้อย่างอิสระ

“อยากเรียนไปถึงประชาชนว่าทุกเรื่องขึ้นอยู่กับทัศนคติ แต่อยากให้มั่นใจระบบของกองทัพบกว่ามีเจตนาดีและตั้งใจทำให้ดีที่สุด แต่หากเรื่องใดเกินอำนาจกองทัพบกก็จะส่งให้หน่วยงานภาคนอก เช่น สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ดำเนินการ ทั้งนี้กองทัพบกให้ความสำคัญเรื่องการจัดการภายในของหน่วยนั้นๆ และหากระบบเดิมกลับมามีประสิทธิภาพ เปิดช่องทางให้ผู้ใต้บังคับบัญชาเข้ามาร้องเรียนได้อย่างอิสระเสรี เป็นไปได้ว่าสายตรงผบ.ทบ.อาจยกเลิกได้ในอนาคต” รองผบ.ทบ. กล่าว

"มีทางเดียวที่ท่านจะได้กลับบ้าน คือประชาชนเรียกร้องให้ท่านกลับมา และได้รับความเมตตาปราณีจากผู้มีบารมีของประเทศเท่านั้นแหละ"นายนคร กล่าว 

พิธีกร ถามย้อนถึงเหตุการณ์ปี 2553 นายนคร กล่าวว่า ท่านไม่ต้องการให้เกิดกลียุค ไม่ต้องการให้เกิดการสูญเสีย ไม่ต้องการให้มีการบาดเจ็บล้มตายแม้แต่ชีวิตเดียว เพราะถือว่าคนไทยทุกคน ต่อให้ยากจนข้นแค้นขนาดไหน เพราะท่านเคารพรักประชาชน

พิธีกร ถามว่าโอกาสที่นายทักษิณจะชนะได้ นายนคร บอกว่า  ถ้าทุกอย่างเป็นไปโดยปกติ โดยสุจริต โดยเที่ยงธรรม ท่านยังเชื่อว่าประชาชนยังให้โอกาสท่านมากกว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ และ คสช. แต่กฎเกณฑ์รัฐธรรมนูญ ยุทธศาสตร์ชาติ คำสั่ง คสช. กฎกติกาที่เอารัดเอาเปรียบ และการโกงมโหฬาร ใช้อำนาจอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ท่านแทบไม่มีความหวังในสภาที่จะเอาชนะฝ่ายเผด็จการในร่างประชาธิปไตยนี้ได้

เมื่อพิธีกร ซักว่าแสดงว่านายทักษิณจะเล่นนอกสภา นายนคร ตอบว่า ท่านไม่ได้บอกว่าจะเล่นนอกสภา บอกแต่เพียงว่าถ้าประชาชนเรียกร้อง และผู้มีบารมีของประเทศให้โอกาสท่านได้กลับประเทศ เพื่อได้มาร่วมกันฟื้นฟูพัฒนาประเทศ ท่านก็พร้อมเสียสละทุกอย่าง เพื่อให้บ้านเมืองของเราข้ามพ้นวิกฤติ ข้ามพ้นความขัดแย้งเสียที ข้ามพ้นจากยุคมืดและหลุมดำที่ประเทศไทยเป็นอยู่

ถามถึงกรณีที่คนอื่นบอกว่าให้กลับมาติดคุก แป๊บเดียวเดี๋ยวก็ออก นายนคร กล่าวว่า ตนไม่ได้ถามเรื่อง

จากนั้นพิธีกรถามย้ำว่า ทำไมเราไม่ถาม นักการเมืองติดคุกไปหมด มีแต่นายทักษิณไม่ติด นายนคร ตอบว่า ได้คุยประเด็นนี้ แต่ท่านใช้วลีตอบแทน เป็นวลีของปราชญ์ชาวฝรั่งเศส มองเตสกิเออ ว่าความเลวร้ายที่สุดก็คือการใช้กฎหมายทำลายล้างกัน ท่านเจ็บปวด

พิธีกร ถามอีกว่าคุณทักษิณ นึกถึงนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ (จำเลยคดีทุจริตจีทูจีข้าวที่ถูกจำคุก) บ้างไหม นายนคร กล่าวว่า ท่านเห็นใจทุกคน สงสารทุกคน แต่ว่าตอนนี้แม้แต่ท่านเองก็ลำบาก เพราะระบอบเผด็จการเขายึดถือธงอยู่ 3 แนว ใครที่มีเงิน ใครที่มีอำนาจรัฐ ใครที่มีมวลชน ถ้าใครคนใดมี 3 องค์ประกอบอยู่ในตัวคนเดียว บุคคลคนนั้นหรือตระกูลนั้น จะต้องถูกจำกัดออกไปจากเวทีการเมือง

เมื่อถามในสายตาของนายนครว่ารัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ อยู่นานไหม นายนคร กล่าวว่า อยู่นานอย่างน้อย 8-20 ปี แน่นอน ไม่อย่างนั้นจะร่างแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีมาทำไม ต่อให้ พล.อ.ประยุทธ์ ตายพรุ่งนี้ เขาก็หาคนอื่นมาแทน เพราะระบอบของเขายังคงอยู่ สมมุติพรุ่งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ตาย วันมะรืนเขาอาจแต่งตั้ง พล.อ.ประวิตร แทน ส่วนถามว่าเหนื่อยไหม ผมถือว่าเป็นภารกิจของทุกคนที่มีหัวใจฝ่ายประชาธิปไตยและมีหัวใจที่ไม่สยบยอมต่อเผด็จการ.

กมธ.ส้มหวานพาเหรดบี้ตร.'บิ๊กแป๊ะ'ลั่นกลางวงผมเป็นกลาง

 
 

19 ก.พ.2563 - ที่รัฐสภา ในการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ (อนค.) เป็นประธาน กมธ.มีการพิจารณา เรื่อง สืบหาข้อเท็จจริงการใช้อำนาจแทรกแซงการจัดงานวิ่งไล่ลุง ทั้งนี้ มีพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. และพล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร. เข้าชี้แจงต่อ กมธ.

น.ส.พรรณิการ์ วานิช ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค อนค. ในฐานะ กมธ.ถามถึงแนวทางการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ใช้ควบคุมการวิ่งไล่ลุงครั้งที่ผ่านมา เพราะในแต่ละพื้นที่เจ้าหน้าตำรวจมีเงื่อนไขที่แตกต่างกัน นอกจากนี้ยังได้สอบถาม ถึงแนวทางการปรับเปลี่ยนแผนการสืบสวนหาข่าวชุมนุมของตำรวจ เพราะเป็นวิธีที่กระทบกับเสรีภาพของประชาชนทั้งๆ ที่รัฐธรรมนูญให้สิทธิ์เสรีภาพในการชุมนุมกับประชาชน

ขณะที่นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค อนค. ในฐานะ กมธ.กล่าวว่า ขณะนี้มีการตั้งแง่ ผบ.ตร. ว่ามีการปฏิบัติต่อม็อบที่ไม่เหมือนกัน ระหว่างม็อบสวนยางกับอีกกลุ่มม็อบที่ดูเหมือนจะอยู่ตรงข้ามกับทหาร

ด้าน พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชี้แจงว่า แนวนโยบายหลักที่ให้ไปเมื่อมีการวิ่งไล่ลุง คือให้เจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยให้กับประชาชน และขอยืนยันว่าทหารไม่ได้มาแทรกแซงแต่อย่างใด ส่วนตัวไม่อยากให้เกิดการกระทบกระทั่งกัน เราถอดบทเรียนมาตลอด การชุมนุมก็เรียบร้อยขึ้นมาก ทุกครั้งที่ดูแลก็จะกำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลประชาชนเป็นอย่างดี เพราะตำรวจไม่ใช่คู่ขัดแย้ง เพียงแต่ต้องทำงานตามหน้าที่ตามกฎหมายปกติ

"ไม่ต้องสงสัยว่าตำรวจอยู่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง สิ่งที่ตำรวจไม่อยากเห็นเลยคือการลงถนน พวกผมเป็นคนกลาง ผมเอียงไม่ได้ ถ้าเอียง ผมก็โดนร้องอาญา 157 จากวิ่งพวกคุณก็มาอีกเวอร์ชั่น ผมก็เฝ้าดูอยู่ ผมขออย่างนี้แล้วกัน อย่าทำอะไรให้สุ่มเสี่ยงกฎหมาย เพราะมันอันตราย" ผบ.ตร. กล่าว

ขณะที่ พล.ต.อ.สุวัฒน์ กล่าวว่า แนวทางการดูแลการวิ่งไล่ลุงจากส่วนกลางไม่มีอะไรมาก เราเพียงแต่ขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกท่านดูแลเรื่องความปลอดภัย แต่ถ้าทำผิดก็ให้ดำเนินการตามกฎหมายอาญา อย่างในเรื่องการสืบสวนหาข่าว เข้าใจว่าน่าจะเป็นแนวทางกรกฎ ทุกวันนี้เราพยายามรีวิวว่า แผนดังกล่าวมีความเหมาะสมกับสถานการณ์ในปัจจุบันหรือไม่ แต่การสืบสวนหาข่าวเป็นอำนาจตามกฎหมาย ทั้งนี้ ตนเชื่อว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องรวบรวมหาข้อมูลของเขา เท่าที่รับทราบรายงานไม่มีปัญหาในการทำงาน สำนักงานตำรวจแห่งชาติก็ไม่ได้สั่งอะไร ทั้งนี้แผนต่างๆก็จะได้มีการทบทวนให้เหมาะสมกับสถานการณ์ แต่ถ้าหากมีการคุกคามก็ให้ว่ากันเป็นเรื่องเรื่องไป

พล.ต.อ.สุวัฒน์ กล่าวอีกว่า อำนาจของพนักงานสอบสวนส่วนกลางไม่สามารถเข้าร่วมได้ ตนเชื่อว่าเจ้าหน้าที่ไม่มีใครทำผิดกฎหมาย เพราะที่ผ่านมาทุกคนได้รับการอบรมกันมาหมดแล้ว แต่วิธีการคุยของเจ้าหน้าที่อาจแตกต่างกันไปบ้าง เพราะแต่ละพื้นที่เจ้าหน้าที่มีความวิตกกังวลไม่เหมือนกัน เช่น มีการแจ้งชุมนุมหรือไม่ หรือบางกลุ่มอาจจะคุยยากเมื่อลงถนนก็ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เป็นต้น ส่วนแนวทางการปรับปรุงแผนการเตรียมการรับมือการชุมนุมนั้นต้องใช้ระยะเวลา ว่ารูปแบบที่ใช้อยู่สอดคล้องกับเหตุการณ์ในปัจจุบันเพียงใด การใช้ระยะเวลาประเมินเพียงแค่ 2-3 เดือนถือว่าสั้นไม่สามารถทำได้ ดังนั้นการสืบสวนหาข่าวอย่างไรเสียก็ต้องทำ และทุกเรื่องต้องมีการพูดคุยเพื่อลดความหวาดระแวงซึ่งกันและกัน แล้วทุกอย่างจะดีขึ้น ทั้งนี้ตนรับปากไม่ได้ว่าจะแก้ได้มากน้อยเพียงใด เรื่องกระทบสิทธิเราก็เข้าใจอยู่ เพราะเราก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นตำรวจจนตาย แต่กรณีที่กรรมาธิการหลายท่านมีความกังวลก็ขอให้บอกข้อมูลกับเรา แล้วเราจะเรียกมาพูดคุยเป็นกรณีไป 

 

19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563

 
ป๊อกเพ้อเฮือกสุดท้าย อ้าง‘ศาลรธน.’ไร้อำนาจยุบ/จับหนุ่มสาวตัวประกัน

 

  “ประยุทธ์” ชี้คดีอนาคตใหม่ขึ้นอยู่กับหลักฐาน-ข้อกฎหมาย ลั่นเชื่อมั่นในระบบยุติธรรมไทย ตำรวจเผยเตรียม 1 กองร้อยดูแลศาลรัฐธรรมนูญ เริ่มเข้าประจำการตั้งแต่ห้าโมงเย็นวันพฤหัสฯ “ปิยบุตร” แถลงปิดคดีนอกศาลอีกแล้ว ลาก 20 พรรคการเมืองกู้เงิน ซัด กกต.หลุกหลิกเร่งคดี ส่วนศาล รธน.ไม่มีอำนาจยุบ เพราะไม่เข้ามาตรา 62-66-72 ชี้หากผิดต้องสู้ 3 ศาล จับคนรุ่นใหม่เป็นตัวประกัน บอกเป็นการทุบหัวใจตอกลิ่มความแตกร้าว “หมอวรงค์” ข้องใจกู้จริงหรือทำย้อนหลัง เตือนรับกรรมเหมือนแมนฯ ซิตี
เมื่อวันอังคารที่ 18 กุมภาพันธ์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงการพิจารณาคดีของพรรคการเมืองว่า เห็นพูดกันทุกวัน อันนี้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับตนเองและรัฐบาลเลย ผลจะถูกหรือผิดเป็นเรื่องหลักการข้อเท็จจริง ตามหลักการข้อกฎหมายพรรคการเมืองให้ว่าไปตามกระบวนการยุติธรรมด้วยข้อมูลและหลักฐานทุกประเด็น เพราะทุกคนอยู่ภายใต้กฎหมายฉบับเดียวกันทั้งสิ้น เป็นกฎเกณฑ์และข้อความเดียวกัน ส่วนผลการตัดสินไม่ทราบว่าจะออกมาอย่างไร และไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ฉะนั้นไปดูความผิดพลาดเกิดจากใคร และประชาชนควรสนับสนุนหรือไม่
    “ผมในฐานะรัฐบาล เป็นนายกรัฐมนตรี เชื่อมั่นในระบบยุติธรรมของไทยภายใต้ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีความโปร่งใส ยุติธรรม และต้องปฏิบัติต่อประชาชนคนไทยด้วยความเท่าเทียมกัน” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
    ขณะที่ พล.อ.สมศักดิ์ รุ่งสิตา เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวถึงความเคลื่อนไหวในการนัดอ่านคำวินิจฉัยยุบพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) วันที่ 21 ก.พ.นี้ว่า ไม่น่าจะมีความเคลื่อนไหว ซึ่งตำรวจดูแลความเรียบร้อยที่ศาลอยู่แล้ว ไม่น่าจะมีเหตุการณ์อะไร และไม่ได้มีการประเมินอะไร เพราะต้องรอคำวินิจฉัยของศาลก่อน ยังไม่รู้ว่าจะออกมาอย่างไรในรูปแบบไหน
    ส่วน พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. กล่าวในเรื่องนี้ว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. มอบหมายให้ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร. รับผิดชอบงานความมั่นคง วางมาตรการป้องกันความแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น ส่วนการวางกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลความปลอดภัย พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) จัดกำลังตำรวจหน่วยอารักขาและควบคุมฝูงชน (อคฝ.) ทั้งชายและหญิง อำนวยความสะดวกและความสงบเรียบร้อยให้กับประชาชนที่เดินทางมาติดต่อราชการ และมาให้กำลังใจพรรคอนาคตใหม่ ทั้งนี้ ฝากถึงกองเชียร์ขอให้ปฏิบัติตัวอยู่ในกรอบกฎหมาย เคารพกฎกติกา อย่าทำอะไรที่สุ่มเสี่ยง เพราะเมื่อกฎหมายเดินหน้าไปแล้วไม่สามารถหยุดได้ ส่วนการข่าวยังไม่มีสิ่งบ่งชี้ความไม่สงบ
เชื่อ อนค.เคารพกฎหมาย
       พล.ต.ต.สมประสงค์ เย็นท้วม รอง ผบช.น. กล่าวว่า เบื้องต้นกองบังคับการตำรวจนครบาล 2 วางกำลังตำรวจดูแลรักษาความปลอดภัยโดยรอบศาลรัฐธรรมนูญ 1 กองร้อย หรือ 150 นาย ส่วนบริเวณด้านในศาลจะมีเจ้าหน้าที่ศาลดูแล และกำหนดเขตอำนาจศาลเช่นเดียวกับครั้งก่อน โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเริ่มนำกำลังเข้ารักษาความปลอดภัย และตั้งศูนย์ปฏิบัติการส่วนหน้าตั้งแต่เวลา 17.00 น. ของวันที่ 20 ก.พ.เป็นต้นไป จนถึงหลังศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัย และจะตั้งด่านตรวจความเรียบร้อยตามแผนของกองบังคับการตำรวจนครบาล 2
       “พรรคอนาคตใหม่ถือเป็นพรรคที่เคารพกฎหมายพอสมควร และอยู่ในกรอบของกฎหมาย ดังนั้นจึงไม่กังวลเรื่องการชุมนุม เพราะจากการสืบสวนพบว่าผู้ชุมนุมและกลุ่มให้กำลังใจของพรรคอนาคตใหม่ จะไม่เดินทางไปที่ศาลรัฐธรรมนูญ แต่จะรวมตัวกันที่ที่ทำการของพรรคอนาคตใหม่เช่นเดียวกับครั้งที่แล้ว ดังนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะส่งกำลังเจ้าหน้าที่เข้าดูแลรักษาความปลอดภัยบริเวณโดยรอบที่ทำการพรรค ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของ สน.มักกะสันและกองบังคับการตำรวจนครบาล 1 โดยในวันที่ 20 ก.พ.นี้ได้เรียกประชุมร่วมตำรวจนครบาล 1 และ 2 เพื่อสรุปมาตรการรักษาความปลอดภัยในวันดังกล่าวอีกครั้ง ในเวลา 11.00 น.ที่ บช.น.” พล.ต.ต.สมประสงค์ระบุ
      วันเดียวกัน นายปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และเลขาธิการพรรค อนค. แถลงปิดคดีนอกศาลในเรื่องเงินกู้พรรคว่า พรรคได้รับการรับรองเมื่อวันที่ 3 ต.ค.2561 และเปิดรณรงค์การรับสมาชิกพรรคและระดมทุนและรับบริจาคทันที เพราะกฎหมายพรรคการเมืองและการเลือกตั้งเรียกร้องให้พรรคการเมืองทำหลายเรื่อง ขณะเดียวกัน ก็มีคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ห้ามดำเนินกิจกรรมทางการเมืองจำนวนมาก รวมถึงคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยังมีหนังสือแจ้งห้ามพรรคขายสินค้าออนไลน์ และให้รับบริจาคได้จากกรรมการบริหารพรรคเท่านั้น ห้ามรับจากบุคคลทั่วไป และที่สำคัญ คือห้ามจัดกิจกรรมระดมทุน โดยต้องรอจนถึงเดือน ธ.ค.2561 คสช.จึงจะปลดล็อกทางการเมือง 
    นายปิยบุตรกล่าวว่า เวลานั้นพรรคการเมืองที่มีอยู่และเกิดขึ้นใหม่ไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ ดังนั้นทุกพรรคต้องเตรียมตัวเต็มที่ สำหรับพรรคการเมืองเก่ามีงบประมาณที่ติดก้นถุงและเครือข่ายอยู่แล้ว แต่พรรคการเมืองใหม่เพิ่งเริ่มต้นเมื่อเดือน ต.ค.2561 จะให้เอาเงินมาจากไหน พรรคจึงตัดสินใจกู้เงิน ขณะที่พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) จัดโต๊ะจีนระดมทุน 19 ธ.ค.2561 ได้เงินมากกว่า 600 ล้านบาท และพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) ตัดโต๊ะจีนได้เงินมากกว่า 200 ล้านบาท ซึ่งแต่ละพรรคก็เลือกวิธีการที่แตกต่างกันไป 
    "การจัดโต๊ะจีน ถ้าเปิดรายชื่อมาดูจะพบว่าล้วนเป็นบริษัทใหญ่ แต่พรรคอนาคตใหม่ไม่ต้องการรับเงินจากบริษัททุนผูกขาด แม้พรรคจะได้รับการติดต่อเข้ามา พรรคเราเป็นพรรคเกิดใหม่ไม่ต้องการให้มีทุนเข้ามาครอบงำ แต่กฎหมายบังคับให้เราทำเรื่องต่างๆ จำนวนมาก จนท้ายที่สุดเส้นตายใกล้เข้ามา จึงเหลือทางเลือกเดียวคือการกู้เงิน เพราะพรรคอนาคตใหม่ไม่มีปัญญาจัดโต๊ะจีนแล้วจะได้เงิน 600 ล้านบาท หรือ 200 ล้านบาท" นายปิยบุตรระบุ  
    นายปิยบุตรกล่าวว่า เมื่อเรากู้เงินมาแล้วก็ไม่ได้ปกปิดเป็นความลับ เราประกาศชัดเจนในงบการเงิน เรื่องนี้สื่อมวลชนและนักร้องทั้งหลายรู้เรื่องนี้ เพราะนายธนาธรเป็นคนบอกเอง เพื่อต้องการให้เกิดความโปร่งใส และพรรคได้ทยอยใช้คืนตามสัญญาเงินกู้ และเมื่อพิจารณาตามกฎหมายพรรคการเมืองสามารถกู้เงินได้ เพราะหลักกฎหมายมหาชนจะเรียกร้องจากองค์กรรัฐว่าไม่มีกฎหมายไม่มีอำนาจ แต่กฎหมายเอกชนจะมีเสรีภาพดำเนินการใดๆ ก็ได้ตราบเท่าที่กฎหมายไม่ได้ห้าม พรรคการเมือง คือ นิติบุคคลเอกชน ซึ่งงานวิจัยและความคิดเห็นของอาจารย์ปริญญา เทวนฤมิตรกุล อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ก็ระบุว่าพรรคการเมืองเป็นนิติบุคคลเอกชน เมื่อเป็นเช่นนี้ก็เข้าหลักว่าทำได้ทุกอย่างเว้นแต่กฎหมายห้ามไม่ให้ทำ 
อ้างมี 20 พรรคกู้เงิน
“ที่ผ่านมา กกต.เคยแจกเอกสารให้กับพรรคการเมืองว่าทำอะไรได้หรือทำอะไรไม่ได้ โดยไม่มีสักบรรทัดเดียวที่ระบุว่าห้ามพรรคการเมืองกู้เงิน หากในนี้เขียนชัดว่าห้ามกู้เงิน พรรคจะไม่มีทางกู้เงินแน่นอน ยิ่งไปกว่านั้นหากจะมาลงโทษถึงขั้นยุบพรรคควรต้องตีความอย่างเคร่งครัด จะมาอาศัยการตีความแบบขยายความไม่ได้"  
    เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่กล่าวอีกว่า ตามกฎหมายพรรคการเมืองนั้น พรรคการเมืองถูกบังคับให้ส่งงบการเงิน ซึ่งพบว่ามี 16 พรรคระดมทุนในลักษณะเงินทดรอง และอีก 4 พรรคใช้การกู้เงิน แต่ไม่ว่าจะกรณีใดก็ล้วนเป็นนิติกรรมกู้ยืมเงินทั้งสิ้น บางพรรคการเมืองไม่มีการทำสัญญา ไม่มีกำหนดการชำระหนี้ เป็นต้น ซึ่งกฎหมายประเทศไทยไม่ได้ห้ามการกู้เงิน ขณะนี้มีพรรคการเมืองกู้เงินกันมากกว่า 20 พรรค หากวันนี้ไม่ต้องการให้พรรคการเมืองกู้เงิน ก็ควรไปแก้ไขกฎหมายให้ชัดในอนาคต หรือถ้าจะให้พรรคการเมืองกู้เงินได้ ก็แก้ไขกฎหมายเพื่อตั้งกองทุนให้พรรคการเมืองกู้เงินได้เพื่อความเสมอภาค เพราะแต่ละพรรคมีความสามารถระดมทุนไม่เท่ากัน
    "ที่สำคัญเงินกู้ไม่ใช่รายได้ และเงินกู้ไม่ใช่เงินบริจาค และเงินกู้ไม่ใช่ประโยชน์อื่นใด แต่เงินกู้คือหนี้สิน งบการเงินของแต่ละพรรคที่แสดงต่อ กกต.ในส่วนของเงินกู้ล้วนจัดไปอยู่ในหมวดหนี้สิน ดังนั้น การที่มาตรา 62 ไม่ได้กำหนดเรื่องรายได้ที่มาจากเงินกู้ย่อมถูกต้องตามระบบบัญชี ต่อให้ กกต.จะตีความหรือขยายความว่าเรามีความผิดก็จะมีโทษแค่การปรับเท่านั้น" 
    นายปิยบุตรกล่าวอีกว่า เงินกู้ชัดในตัวเองว่าไม่ใช่การบริจาคและไม่ใช่การให้ เพราะเงินกู้ต้องใช้คืนในฐานะเป็นหนี้สิน ซึ่งหัวหน้าพรรคยืนยันว่าจะทวงคืนเงินกู้ที่กู้ไปชัดเจน และพรรคได้รณรงค์เพื่อช่วยกันซื้อสินค้าของพรรคเพื่อไปใช้หนี้ แต่ถ้าถึงขนาดนี้ยังบอกว่าเป็นเงินบริจาคแล้วก็ไม่รู้จะอธิบายอย่างไร ต่างกับพรรคการเมืองอื่นที่กู้เงินโดยไม่มีสัญญาไม่มีกำหนดชำระหนี้ชัดเจน แบบนี้กรณีใดเข้าข่ายการบริจาคมากกว่ากัน กกต.ร้องไปและให้เหตุผลว่าพรรคอนาคตใหม่ไปกู้เงิน 191 ล้านบาท พร้อมกับสงสัยว่าพรรคจะชำระหนี้คืนได้หรือไม่ ซึ่งก็สงสัยเหมือนกันว่ากกต.เคยไปถามพรรคการเมืองอื่นๆ แบบนี้หรือไม่ ถ้าไปเปิดงบการเงินของพรรคจะพบว่าพรรคระดมทุนได้มากกว่า 70 ล้านบาทและทยอยคืนเงินให้หัวหน้าพรรค ด้วยกระแสตอนนี้พรรคจะคืนเงินให้นายธนาธรได้แน่นอน
    เลขาธิการพรรค อนค.กล่าวอีกว่า กระบวนการในชั้น กกต.มีความผิดปกติ ทั้งกรณีอนุกรรมการ 2 คณะยกคำร้องไปแล้ว ตามกฎหมายต้องยุติ แต่ กกต.กลับเดินเรื่องต่อไป และยังใช้เวลาแค่ 2 สัปดาห์ในการส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยุบพรรค โดยไม่เคยแจ้งข้อกล่าวหากับพรรค และไม่เคยมีการเรียกไปให้ข้อมูลใดๆ ทั้งสิ้น พรรครู้ถูกร้องยุบพร้อมประชาชนทั่วประเทศ หลักประกันการต่อสู้คดีอยู่ตรงไหน กกต.เป็นองค์กรอิสระ ไม่ใช่นักร้อง ที่จะหยิบบัตรสนเท่ห์และส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญเคยมีบรรทัดฐานว่าการพิจารณาคดีข้ามขั้นตอนของ กกต.เป็นสาระสำคัญที่ทำให้มีการวินิจฉัยยกคำร้องมาแล้วจากกรณีของพรรคประชาธิปัตย์ที่ถูกกล่าวหารับเงินจากเอกชน  
    “อีกแง่หนึ่งศาลรัฐธรรมนูญไม่มีอำนาจยุบพรรคและไม่มีอำนาจตัดสิทธิกรรมการบริหารพรรค เพราะอำนาจยุบพรรคและเพิกถอนสิทธิกรรมการบริหารพรรคมีอยู่ในมาตรา 92 ของกฎหมายพรรคการเมืองเท่านั้น ดังนั้น ประเด็นนี้เป็นประเด็นข้อกฎหมายที่ศาลต้องวินิจฉัยก่อนว่ามาตรา 92 ขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญหรือไม่ ส่วนบทลงโทษของมาตรา 66 มีแต่โทษเพิกถอนสิทธิของบุคคลที่บริจาคเงินเกินและโทษปรับบุคคลที่บริจาคเงินเกินจำนวนที่กฎหมายกำหนด ส่วนพรรคที่รับเงินดังกล่าวก็ต้องส่งเงินคืนและเพิกถอนสิทธิกรรมการบริหารพรรคเท่านั้น โดยไม่มีการยุบพรรค ที่สำคัญกระบวนการนี้ต้องเป็นไปตามกระบวนการปกติ คือ กกต.พิจารณาและส่งศาลอาญาและสู้กันถึงสามศาล โดยศาลรัฐธรรมนูญไม่เกี่ยว” นายปิยบุตรกล่าว
ลั่นไม่ผิดทั้ง 3 มาตรา
 นายปิยบุตรกล่าวอีกว่า ส่วนมาตรา 72 นั้นมีวัตถุประสงค์ป้องกันไม่ให้พรรคการเมืองเอาเงินสีเทามาใช้ในพรรค ถามว่าการกู้เงินผิดตรงไหน เพราะเงินที่มาก็มีแหล่งที่มาที่ถูกกฎหมาย ดังนั้น พรรคไม่ได้เกี่ยวอะไรกับมาตรา 72 จึงยืนยันได้ว่าพรรคไม่มีความผิดตามมาตรา 62 มาตรา 66 มาตรา 72 ศาลรัฐธรรมนูญต้องยกคำร้อง แต่หากวันที่ 21 ก.พ.ยุบพรรคจริง จะเป็นครั้งแรกที่ยุบพรรคฝ่ายค้านและยุบก่อนอภิปรายไม่ไว้วางใจ 3 วัน 
“พรรคอนาคตใหม่เราได้เริ่มต้นสร้างความหวังใหม่ให้กับคนรุ่นหนุ่มสาว ถ้าเกิดการยุบพรรคขึ้นจะไม่ใช่แค่ยุบพรรคเท่านั้น แต่เป็นการยุบความหวังของคนรุ่นใหม่ เพราะเป็นการทุบเข้าไปที่หัวใจของคนจำนวนมากที่หวังว่าประเทศไทยจะไปสู่จุดที่ดีกว่าเดิม และยังเป็นการปิดกั้นการแสดงความคิดเห็นที่ต้องการให้ประเทศไทยหลุดจากวงจรรัฐประหาร และการลดความเหลื่อมล้ำ พัฒนาการประชาธิปไตยกำลังเดินไปตามครรลอง อย่าเอานิติสงครามมาเป็นเครื่องมือ เพราะไม่เป็นคุณต่อการพัฒนาประเทศไทย ตรงกันข้ามจะตอกลิ่มให้ความแตกแยกร้าวลงไปเรื่อยๆ ผมฝากถามไปยัง กกต.และผู้บริหาร กกต.ในฐานะผู้ร้องยุบพรรคว่าตื่นเช้ามาในแต่ละวันส่องกระจกแล้วถามตัวเองดังๆ ว่าคุณต้องการยุบพรรค เพราะเป็นพรรคอนาคตใหม่ใช่หรือไม่ และไม่ต้องการให้ธนาธรและปิยบุตรมีบทบาทในทางการเมืองใช่หรือไม่" นายปิยบุตรกล่าว และว่า หนังยุบพรรคเรื่องนี้จะไม่เหมือนเดิม เพราะพรรคอนาคตใหม่จะไม่หายไป ธนาธรและปิยบุตรจะไม่หายไป แต่จะโลดแล่นมากกว่าเดิม และ ส.ส.ของพรรคจะไม่เติมให้กับรัฐบาล 
    ด้าน นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ “ถามพรรคอนาคตใหม่ว่า กู้จริงหรือทำเรื่องกู้ย้อนหลัง??? (ทำแบบแมนฯ ซิตี)” ว่าการที่ กกต.ขอเอกสารการเงินที่เกี่ยวข้องไม่น้อยกว่า 3 ครั้ง ร่วม 4 เดือน แต่พรรคไม่ส่งมอบให้ และปลายเดือน พ.ย.2562 ขอขยายอีก 120 วัน แต่ กกต.ไม่อนุญาต ให้ขยายแค่ 2 ธ.ค.2562 ถ้าไม่มอบถือว่าไม่ติดใจ เอกสารดังกล่าวประกอบด้วย 1.บัญชีพรรคการเมืองระหว่างวันที่ 1 ม.ค.-31 ก.ค.2562 2.สำเนาเงินกู้ฉบับ 2 ม.ค.2562 และฉบับแก้ไขเดือน พ.ค.2562 ที่ส่งดอกเบี้ยทุกปี 3.ขอให้จัดส่งเอกสารหลักฐานชำระหนี้เงินกู้ 3 ครั้ง รวมทั้งสำเนารายงานประชุมมติกรรมการบริหาพรรคที่เห็นชอบให้กู้เงินได้
    “นี่คือเอกสารที่ กกต.พยายามขอหลายรอบแต่ไม่มีการส่งมอบ จึงเกิดคำถามตามมาว่า ถ้ากู้กันจริงแบบตรงไปตรงมา การส่งมอบเอกสารไม่น่ายาก หรือเป็นการทำเรื่องกู้ย้อนหลัง เหมือนการโอนหุ้นย้อนหลัง จึงทำให้ไม่มีการส่งมอบเอกสาร กู้จริงหรือทำเรื่องกู้ย้อนหลัง นิติกรรมอำพรางรอบสอง ทำแบบแมนฯ ซิตีก็ต้องโดนแบบเดียวกัน” นพ.วรงค์กล่าว.

หน้าหนึ่ง ไทยโพสต์

ถวิลฝังกลบโหน่ง8ปีอยู่บ้านหลวง!

"บิ๊กตู่" แจงจำเป็นต้องพักบ้านหลวง เหตุตำแหน่งนายกฯ ต้องมีทีม รปภ. เผยเตรียมแผนย้ายบ้านอยู่แล้ว "2 ป." พร้อมปฏิบัติตามกติกา "ผบ.ทสส." ยันกองทัพยืดหยุ่นให้กำลังพลทุกคน ชี้มีทหารชั้นผู้น้อยเกษียณแล้วลำบากพักต่อได้เยอะอยู่ "บิ๊กแดง" เอาจริงเซ็นย้าย "ผู้พัน" ถูกร้องเรียน ลั่นใครทำอะไรไว้ต้องรับผิดชอบ "ถวิล" จับโป๊ะ "นายพลส้มหวาน" ลากยาวอยู่บ้านหลวง หลังพ้นราชการตั้งแต่ปี 2555 ไม่ใช่ปี '59 ตามเกษียณ "นายกฯ" ลงโคราชมอบเงินเยียวยาเหยื่อกราดยิง 19 ก.พ.นี้


สนามบินคัดกรองเข้มญี่ปุ่น-สิงคโปร์

สธ.แถลงผู้ป่วยโควิด-19 หายแล้ว 17 คน ยังรักษาตัวอยู่โรงพยาบาล 18 คน ยอดผู้ป่วยสะสมคงเดิม 35 คน ขณะที่ สุวรรณภูมิ-ดอนเมืองยกระดับคัดกรองผู้โดยสารญี่ปุ่น-สิงคโปร์เทียบเท่าจีน ขณะที่บุคลากรทางการแพทย์ของจีนสังเวยโควิด-19 เป็นรายที่ 7 แล้ว


เหลิมงัด‘ยุทธการรุง่ อรุณ’ซักฟอกเขย่ารัฐบาลบิ๊กตู่

"บิ๊กตู่" ไม่ตอบปมเอื้อประโยชน์เจ้าสัว ยันมีข้อมูลชี้แจงได้ทุกประเด็น รอแจงในสภาอย่าบิดเบือนก็แล้วกัน พปชร.ตั้งทีมสู้ศึกซักฟอก เตือนหากใส่ร้าย 6 รมต. 1 หมัดพร้อมสวนกลับ 3หมัด วิปฝ่ายค้านโวหลังซักฟอกมี 5 เรื่องส่ง ป.ป.ช. หวังพรรคร่วมรัฐบาลถอนตัวเหมือนพลังธรรมในยุคชวน พท.เย้ย พปชร.ตั้งวอร์รูมนอกสภาเพราะ "บิ๊กตู่" กังวลการตรวจสอบ เปิดยุทธการรุ่งอรุณ "เหลิม" แย้มเป็นข้อมูลใหม่ถล่มประยุทธ์สะเทือนแน่


ชักปืนกลางห้างยิงดับอดีตเมียคาดปมหึงหวง

สลด! อดีตสามีบุกยิงพนักงานคลินิกเสริมความงามดับคาห้างดังกลางกรุง โดนลูกหลงเจ็บอีก 1 "จักรทิพย์" สั่งล่าตัวคนร้ายให้ได้โดยเร็ว คาดประเด็นหึงหวงง้อคืนดีไม่สำเร็จ หลังฝ่ายหญิงเพิ่งโพสต์โชว์ใบหย่า-ดอกไม้วาเลนไทน์

.......................................................

19 กุมภาพันธ์ 2563

 

 


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน