*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 3972
  • จำนวนผู้ชม : 2510623
  • จำนวนผู้โหวต : 527
  • ส่ง msg :
  • โหวต 527 คน
<< กุมภาพันธ์ 2020 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอาทิตย์ ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2563
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 667 , 20:24:26 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน แม่หมี , wullopp โหวตเรื่องนี้

สวัสดีครับ

         ธนาธรมักจะโทษว่าตัวเองไม่ได้รับความเป็นธรรม จนกระทั่งพรรคอนาคตใหม่ที่ตนสร้างขึ้นมากับมือต้องถูกยุบไป ทั้งที่อันที่จริง

ตัวของธนาธรนั่นเองที่เป็นสาเหตุให้ถูกยุยโดยแท้ นั่นคือ ธนาธรไม่ให้ความสำคัญต่อกฎหมายให่ถี่ถ้วน จึงเมื่อกระทำการที่ขัดแย้งต่อ

กฎหมาย ก็ต้องมีอันเป็นไปตามกฎหมายกำหนด

 

 

แอมเนสตี้ฯเรียกร้องประชาคมโลกไม่ยอมรับการตัดสินยุบพรรคอนาคตใหม่


  
 

22 ก.พ.63 - แอมเนสตี้ฯ ออกแถลงการณ์ ถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งยุบพรรคอนาคตใหม่ ระบุว่า การวินิจฉัยยุบพรรคอนาคตใหม่สะท้อนถึงการจำกัดเสรีภาพในการแสดงออกและการสมาคมของทางการไทย

สืบเนื่องจากการรายงานข่าวว่าศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งตามคำร้องของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้ยุบพรรคอนาคตใหม่ นิโคลัส เบเคลัง ผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล เผยว่า คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญให้ยุบพรรคอนาคตใหม่สะท้อนถึงการใช้กระบวนการยุติธรรมเพื่อข่มขู่ คุกคาม และโจมตีพรรคการเมืองฝ่ายตรงข้ามกับรัฐบาล ทางการไทยต้องกลับคำวินิจฉัยนี้ และฟื้นฟูสิทธิที่จะมีเสรีภาพในการแสดงออกและการสมาคมในประเทศอย่างเต็มที่

 “การยุบพรรคอนาคตใหม่ เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามอย่างต่อเนื่องของทางการไทย ในการโจมตีหัวหน้าพรรคและสมาชิกพรรค ตั้งแต่ช่วงก่อนการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อเดือนมีนาคม 2562 ทั้งก่อนและนับแต่การเลือกตั้ง ทางการใช้มาตรการทางกฎหมายที่ให้อำนาจอย่างกว้างขวางและมีเนื้อหาคลุมเครือ เพื่อยุบพรรค และตัดสิทธิไม่ให้หัวหน้าพรรคการเมืองดำรงตำแหน่ง ส.ส.

“รัฐบาลไทย สมาชิกรัฐสภา และพรรคการเมืองทุกพรรคของไทย ต้องสัญญาที่จะปกป้องสิทธิที่จะมีเสรีภาพในการแสดงออกและการสมาคม ประชาคมระหว่างประเทศซึ่งดูเหมือนยังสงวนท่าทีต่อการละเมิดสิทธิมนุษยชนในไทย ต้องแสดงออกอย่างเปิดเผยว่าไม่อาจยอมรับการสั่งยุบพรรคฝ่ายค้านครั้งนี้”

'จตุพร'เตือน'ธนาธร'จัดแฟลชม็อบระวังคนคุมไม่อยู่แถมสุดท้ายหนีไม่พ้นคุก


 

23 ก.พ.63-ที่ร้านกาแฟ พีซคอฟฟี่แอนด์ ไลบรารี่ อิมพีเรียล ลาดพร้าว มีการจัด รายการลมหายใจ พีซทีวี เวทีทัศน์  ที่ออกอากาศผ่านทางสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมพีซทีวี โดยมีแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.)มาพบปะพูดคุย ร้องรำทำเพลงกันสนุกสนานกันเป็นประจำทุกสัปดาห์

นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. กล่าวถึงสถานการณ์การเมือง ในหัวข้อ เป็นกำลังใจให้อนาคตใหม่ โดยระบุว่า  ก่อนการยุบพรรคอนาคตใหม่ 1 วัน ทีวีช่อง8 ได้ชวนไปบันทึกรายการ กับนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ในขณะนั้น  โดยหัวข้อหลักก็คือ เรื่องที่ศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัย ตนพยายามภาวนาว่า สิ่งที่วิเคราะห์จะเป็นผลลัพธ์ตรงกันข้าม เพราะเรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้นหลายคนต่างมีความเชื่อแตกต่างกัน แต่โดยก้นบึ้ง รู้ว่าบนเส้นทางทางการเมืองอย่างนี้โอกาสที่จะรอดนั้นยาก

นายจตุพรกล่าวว่า ส่วนตัวผ่านการยุบพรรคมาแล้ว 2 พรรคและถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง 10 ปี ดังนั้นเส้นทางที่อนาคตใหม่และนายธนาธรเจอ ตนผ่านมาแล้ว ในฐานะที่ผ่านมาก่อนสิ่งที่นายธนาธรต้องคิดต่อไปคือคดีทางอาญา ซึ่งได้พูดต่อหน้านายธนาธรในรายการที่ไปบันทึกเทปว่า เหตุที่พรรคอนาคตใหม่เจอกับการร้องเรียนเรื่องเงินกู้นั้น พรรคการเมืองทั้งประเทศสามัคคีกันต้มว่า เรื่องนี้ใครก็แล้วแต่จะต้องตกแต่งและต้องไม่ประกาศซึ่งทุกพรรคการเมืองก็ทำเช่นนี้ หากจะกู้ก็ออกแบบกันไว้ว่าไม่เกิน 10 ล้านบาท แต่นายธนาธรกลับมาเปิดเผยเรื่องการกู้เงินอยู่พรรคการเมืองเดียว ก็โดนอยู่พรรคเดียว เพราะพรรคการเมืองที่เหลือสามัคคีกันต้ม นี่คือความจริงของประเทศไทย แต่ทันทีที่ถูกตัดสินเรื่องนี้ก็จะพ่วงด้วยคดีอาญา เพราะอานุภาพของคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญมีผลผูกพันทุกองค์กร ดังนั้นเมื่อศาลรัฐธรรมนูญชี้ว่าผิด ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งจะไปวินิจฉัยเป็นอย่างอื่นไม่ได้ ก็ต้องเอาผลคำผูกพันที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเป็นตัวตั้ง เหมือนอย่างกรณีที่พรรคอนาคตใหม่ยื่นฟ้อง กกต.ทั้ง 7 คน ศาลอาญาบอกว่ารอศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยก่อน แล้วจึงจะนัดอ่านคำวินิจฉัยว่าจะรับฟ้องในกรณีดังกล่าวหรือไม่ ดังนั้นเส้นทางต่อไปโดยเฉพาะการชุมนุมจะต้องคิดอ่านอย่างรอบคอบ 

"การชุมนุมแบบแฟลชม็อบ อาจจะทำได้เต็มที่ไม่เกิน 5 ครั้ง เพราะหลังจากนั้นผู้มาร่วมชุมนุมจะไม่ยอมกลับเพราะต้องการชัยชนะกลับบ้านกันทั้งนั้น เส้นทางของนายธนาธนจะจบแบบไหน นปช.จบลงด้วยการถูกปราบปรามคนล้มตายจำนวนมาก  บางฝ่ายก็จบลงด้วยการมีคนมายึดอำนาจให้ แต่ทุกฝ่ายไม่ว่าจะจบลงอย่างไร ก็ถูกดำเนินคดีด้วยกันทั้งสิ้น อย่างไรก็ตามสถานการณ์บ้านเมืองในเวลานี้ ไม่ใช่ว่าเสียงอนาคตใหม่จะหายไป แล้วรัฐบาลจะอยู่ดี เพราะไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนเสียงในสภา ที่ผ่านมามีปรากฏการณ์ คนฆ่าตัวตายรายวันเพราะพิษเศรษฐกิจ การท่องเที่ยวก็พัง ราคาพืชผลการเกษตรตกต่ำ แล้วรัฐบาลจะอยู่ได้อย่างไร พรรคอนาคตใหม่ถูกยุบไปในเดือนกุมภาพันธ์ รัฐบาลเองก็ขอให้นับเดือนรอ ตามหลังอนาคตใหม่ไปในไม่ช้า และขอให้กำลังชาวอนาคตใหม่ เพราะสิ่งที่อนาคตใหม่เจอ คนเสื้อแดงเจอมาทั้งหมดแล้ว และต้องลุกขึ้นมาให้อย่างรวดเร็ว"

นายจตุพรกล่าวอีกว่า ผลสำรวจนิด้าโพลที่บอกว่า หากมีการชุมนุมคนจะออกไปร่วมเพียง 3 เปอร์เซ็นต์นั้นตนมองว่า 3 เปอร์เซ็นต์ดังกล่าวหมายถึงในวันนี้เท่านั้น แต่หากมีประเด็นที่ใช่ แล้วรัฐบาลแก้ปัญหาไม่ได้วันนั้นก็ไม่มีใครรู้ ความขัดแย้ง วันนี้หากเกิดขึ้นมาใหม่ก็เป็นความน่ากังวลและที่ยิ่งน่ากังวลไปกว่านั้นคือรัฐบาลไม่มีอนาคตอะไรให้กับเขาเลย  ส่วนการอภิปรายไม่ไว้วางใจ หากฝ่ายค้านทำหน้าที่ได้ดีรัฐบาลตอบได้ แม้ว่าจะชนะในสภาก็ไม่ได้หมายความว่าจะอยู่ได้ การอภิปรายในครั้งนี้จะมีความหมายและสำคัญที่สุดต่อเมื่อ สะท้อนให้ประชาชนได้เห็นว่า ในเวลาที่ประชาชนกำลังทุกข์ยากนั้น รัฐบาลทำอะไรอยู่

'นิพิฏฐ์'เตือน'อภิปรายนอกสภาก็ดีอยู่หรอกแต่ไม่มีเอกสิทธิคุ้มกันนะ'


 

23 ก.พ.63-นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า "การอภิปรายนอกสภา มันก็ดีอยู่หรอก แต่ไม่มีเอกสิทธิคุ้มกันนะครับ สิ่งสำคัญที่สุดของส.ส.คือเอกสิทธิคุ้มกันในการพูดครับ"

 

 

 

 

.................................................................................

 

รองประธานศาลฎีกาพร้อมคณะผู้พิพากษาลงพื้นที่ดูศาลนำร่องให้ประกันคนยากไร้ด้วยคำร้องใบเดียว


 

23 ก.พ.63 - ช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ระหว่างวันที่ 12-21 ก.พ. คณะทำงานเพื่อขับเคลื่อนนโยบายยกระดับการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานของผู้ต้องหาและจำเลย ได้ลงพื้นที่ตรวจศาลนำร่องจังหวัดต่างๆ ในการวางเป้าหมายหลักเกี่ยวกับการปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหา/จำเลย , ลดการเรียกหลักประกัน , เพิ่มความปลอดภัยให้สังคม และลดการคุมขังที่ไม่จำเป็นในทุกขั้นตอน โดยนางเมทินี ชโลธร รองประธานศาลฎีกา ในฐานะประธานที่ปรึกษาคณะทํางานฯ พร้อมคณะทํางานฯ และนายเนติภูมิ มายสกุล ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดมหาสารคาม กับคณะผู้พิพากษาศาลจังหวัดมหาสารคาม ได้ร่วมประชุม กับกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน จํานวน 40 คน ที่จะได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้กํากับดูแลตาม พ.ร.บ.มาตรการกํากับและติดตามจับกุมผู้หลบหนีการปล่อยชั่วคราวโดยศาล พ.ศ.2560 ของศาลจังหวัดมหาสารคาม เพื่อทําความเข้าใจในบทบาทหน้าที่ของผู้กํากับดูแลและรับฟังความคิดเห็น รวมถึงรับฟังปัญหา อุปสรรคต่าง ๆ ของกํานันและผู้ใหญ่บ้านในฐานะผู้กํากับดูแลที่ได้ปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวมาแล้ว นอกจากนี้ นางเมทินี ประธานที่ปรึกษาคณะทํางานฯ ยังได้เดินทางไปดูระบบการปล่อยชั่วคราวของศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดมหาสารคาม เพื่อสอบถามผลการดําเนินงานและปัญหาข้อขัดข้องด้วย

ทั้งนี้เมื่อวันที่ 20 ก.พ.ทีผ่านมารองประธานศาลฎีกา  ในฐานะประธานที่ปรึกษาคณะทำงานฯ พร้อมด้วยคณะทำงานฯ ร่วมกับคณะผู้พิพากษาศาลจังหวัดมหาสารคาม ลงพื้นที่ จ.มหาสารคาม ซึ่งเป็นศาลต้นแบบแห่งหนึ่งในโครงการตามนโยบายยกระดับการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานของผู้ต้องหาและจำเลย เพื่อทำกิจกรรมสัมภาษณ์ผู้ต้องหา รับทราบถึงเหตุผลที่ไม่ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราว และผลกระทบในการถูกคุมขัง ตลอดจนความคาดหวังต่อการขอปล่อยชั่วคราวจากศาล ตามนโยบายการยกระดับสิทธิและเสรีภาพขั้นพื้นฐานของผู้ต้องหา/จำเลย ตามที่นายไสลเกษ ประธานศาลฎีกาแต่งตั้งคณะทำงานเพื่อขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าว ส่งเสริมให้มีการยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวโดยไม่ต้องเสนอหลักประกันมา พร้อมคำร้องขอประกัน (แบบฟอร์มคำร้องใบเดียว) โดยจัดให้มีศาลต้นแบบในการยกระดับการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานของผู้ต้องหา/จำเลย รวม 10 ศาลได้แก่ ศาลอาญาธนบุรี , ศาลจังหวัดธัญบุรี , ศาลจังหวัดนครนายก , ศาลจังหวัดนครราชสีมา , ศาลจังหวัดมหาสารคาม , ศาลจังหวัดลำพูน ,ศาลจังหวัดกำแพงเพชร , ศาลจังหวัดกาญจนบุรี , ศาลจังหวัดภูเก็ต , ศาลจังหวัดนาทวี 

ซึ่งหลังจากการทำกิจกรรมดังกล่าวในศาลจังหวัดมหาสารคาม ปรากฏว่ามีผู้ต้องหายื่นแบบฟอร์มคำร้องใบเดียว เพื่อขอปล่อยชั่วคราวทั้งหมด 66 คำร้อง ซึ่งศาลสั่งให้มีการประเมินความเสี่ยงก่อน 26 คำร้อง , มีคำสั่งให้สอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับประวัติการกระทำความผิดและความประพฤติของผู้ต้องหา 10 คำร้อง โดยท้ายที่สุด "ศาลจังหวัดมหาสารคาม" อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวโดยไม่ต้องมีประกัน 8 คำร้อง , แบบให้มีประกันแต่ไม่มีหลักทรัพย์ประกัน 12 คำร้อง , แบบมีประกันและมีหลักทรัพย์ประกัน 37 คำร้อง , กรณีที่ศาลอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว มีมาตรการควบคุมหลังการปล่อยชั่วคราว อาทิ รายงานตัวที่ศาล 4 คำร้อง , การให้ตั้งผู้กำกับดูแล 8 คำร้อง , แบบติดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ (กำไลข้อเท้า EM) 35 คำร้อง , กรณีสั่ง ห้ามยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษและของมึนเมาทุกประเภท 5 คำร้อง รวมศาลมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวทั้งหมด 66 คำร้อง โดยศาลไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว 9 คำร้องเนื่องจากของกลาง (ยาเสพติดประเภทเมทแอมเฟตามีน) มีจำนวนมาก ซึ่งคดีมีอัตราโทษสูงและผู้ต้องหาถูกจับตามหมายจับ ในการประเมิน ความเสี่ยงคดีจึงเห็นมีความเสี่ยงสูงที่จะหลบหนีหากได้รับการปล่อยชั่วคราว 

โดยในช่วงสัปดาห์เดียวกันวันที่ 19 ก.พ. นายเนติภูมิ มายสกุล ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดมหาสารคาม และคณะผู้พิพากษา ก็ได้ร่วมทำกิจกรรมเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจแก่ผู้ต้องหาในเรือนจำจังหวัดมหาสารคาม เพื่อให้ทราบถึงสิทธิในการขอปล่อยชั่วคราว และการยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวโดยไม่ต้องเสนอหลักประกันมาพร้อมแบบฟอร์มคำร้องใบเดียว และเมื่อวันที่ 12 ก.พ. นายวีรศักดิ์ ขจีจิตต์ รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ซึ่งได้รับมอบหมายจากที่ประชุมคณะทำงานฯ ให้นำคณะฯ ลงพื้นที่เรือนจำกลางกำแพงเพชร ร่วมกับคณะผู้พิพากษาศาลจังหวัดกำแพงเพชร ทำกิจกรรมสัมภาษณ์ผู้ต้องหาและจำเลย เพื่อรับทราบถึงเหตุผลที่ไม่ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราว , ผลกระทบในการถูกคุมขัง ตลอดจนความคาดหวังต่อการขอปล่อยชั่วคราวจากศาล ซึ่งศาลจังหวัดกำแพงเพชร ถือเป็นศาลนำร่องแห่งที่ 2 ตามดำเนินการขับเคลื่อนนโยบายหลักเกี่ยวกับการปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหา/จำเลย ,ลดการเรียกหลักประกัน เพิ่มความปลอดภัยให้สังคม และลดการคุมขังที่ไม่จำเป็นในทุกขั้นตอน

ทั้งนี้หลังการทำกิจกรรมดังกล่าวปรากฏว่า มีผู้ต้องหาและจำเลยยื่นแบบฟอร์มคำร้องใบเดียว เพื่อขอปล่อยชั่วคราวทั้งหมด 55 คำร้อง ในจำนวนนั้นศาลสั่งให้มีการประเมินความเสี่ยง 14 คำร้อง และให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับข้อมูลส่วนตัวของผู้ต้องหา 5 คำร้อง โดยท้ายที่สุดศาลก็อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวโดยต้องไม่มีหลักทรัพย์ประกัน 19 คำร้อง , 7 คำร้องอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวนั้นก็ให้ตั้งผู้กำกับดูแลให้ทำหน้าที่รับรายงานตัวแทนศาล หรือทำหน้าที่สอดส่องดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราวในการปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ศาลกำหนด , 2 คำร้องอนุญาตปล่อยชั่วคราวโดยให้ติดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ (กำไลข้อเท้า EM) พร้อมกำหนดเงื่อนไขเกี่ยวกับที่อยู่หรือการเดินทางของผู้ต้องหา , 27 คำร้องศาลมีคำสั่งไม่อนุญาตเนื่องจากการประเมินความเสี่ยงหรือการตรวจสอบข้อเท็จจริงพบประวัติการกระทำความผิดมาแล้วหลายคดี หรือมีน้ำหนักความเสี่ยงสูง ทั้งนี้จากผลการดำเนินงานของคณะทำงานฯ ในศาลจังหวัดกำแพงเพชร ศาลต้นแบบแห่งที่ 2 นี้ เป็นผลให้ผู้ต้องหา/จำเลยที่มีฐานะยากจนได้รับโอกาสในการปล่อยชั่วคราวเพิ่มมากขึ้น ซึ่งเป็นไปตามนโยบายนายไสลเกษ วัฒนพันธุ์ ประธานศาลฎีกาในการยกระดับคุ้มครองสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานของผู้ต้องหา/จำเลย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับนโยบายการยกระดับสิทธิและเสรีภาพขั้นพื้นฐานของผู้ต้องหา/จำเลย และการแต่งตั้งคณะทำงานเพื่อขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าว ส่งเสริมให้มีการยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวโดยไม่ต้องเสนอหลักประกันมา พร้อมคำร้องขอประกัน (แบบฟอร์มคำร้องใบเดียว) โดยจัดให้มีศาลต้นแบบในการยกระดับการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานของผู้ต้องหา/จำเลย รวม 10 ศาลได้แก่ ศาลอาญาธนบุรี , ศาลจังหวัดธัญบุรี , ศาลจังหวัดนครนายก , ศาลจังหวัดนครราชสีมา , ศาลจังหวัดมหาสารคาม , ศาลจังหวัดลำพูน ,ศาลจังหวัดกำแพงเพชร , ศาลจังหวัดกาญจนบุรี , ศาลจังหวัดภูเก็ต , ศาลจังหวัดนาทวี ที่ผ่านมาคณะทำงานฯ ได้ลงพื้นที่ศาลต้นแบบแล้ว 3 แห่ง ที่ศาลจังหวัดกาญจนบุรี , ศาลจังหวัดกำแพงเพชร , ศาลจังหวัดมหาสารคาม และจะขยายผลให้ครอบคลุมทุกศาล ภายในเดือน ก.ย.63 นี้ตามที่นายไสลเกษ ประธานศาลฎีกา มีนโยบายยกระดับการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานฯ .

เอ๊ะ!'หมอหนู'ชมคนไทยรับผิดชอบสังคมเข้าคัดกรองไวรัสแตกต่างจากบางประเทศ


 

23 ก.พ.63-นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว "อนุทิน ชาญวีรกูล" ระบุว่า รักษาหาย กลับบ้านได้อีก 1 คน ยอดผู้ป่วย covid19 ในโรงพยาบาล เหลือ 14 คน ยอดผู้ป่วยสะสม คงที่ 35 คน แต่ผู้ป่วยเข้าเกณฑ์เฝ้าระวัง เพิ่มเป็น 1,355 ราย

"น่าสังเกต คือยอดผู้ป่วยที่มาเข้ารับการคัดกรองด้วยตัวเอง ในโรงพยาบาล มีมากถึง 1,287 คน แสดงถึงความรับผิดชอบของคนไทย ที่มีต่อผู้อื่น และสังคมส่วนรวม ซึ่งแตกต่างจากในบางประเทศ ที่ผู้ป่วย ไม่ยอมพบแพทย์ และ ไม่ยอมรับการตรวจ จนเป็นเหตุให้เกิดการแพร่เชื้อ และเป็นการระบาดใหญ่ จนยากจะควบคุมโรคได้
ขอบคุณอีกครั้งสำหรับความร่วมมือของพี่น้องประชาชน ที่ช่วยกันป้องกันการระบาดในประเทศไทย"

 

 
 
 

 

 

 

  • 1
  • 2
  • 3
  • 4
  • 5
  • .............................................................................
 
 
 

23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563

หน้าหนึ่ง ไทยโพสต์

UNช่วย‘พ่อทอน’ที ลากลูกสาว9ขวบคลุกการเมือง/ส้มหวานแพแตก'ชัช'รอสอยนับสิบ

เรื่องนี้ต้องถึงสหประชาชาติ "ธนาธร" ลากลูกสาววัย 9 ขวบคลุกการเมือง อ่านจดหมายเขียนถึง UN ช่วยพ่อฉันหน่อยเถอะ พ่อฉันไม่ได้รับความเป็นธรรม ไม่ได้รับสิทธิมนุษยชนข้อที่ 6 ว่าด้วยเรื่องของการได้รับการปฏิบัติอย่างเสมอภาคและเท่าเทียม เป็นธรรม ขณะที่ส้มหวานแพแตก "ชัช เตาปูน" ยันติดต่อมาถึง 10 คน ขณะที่แกนนำพลังประชารัฐเผยไม่มีการทาบทาม แฟลชม็อบธรรมศาสตร์มาไปไปไว ยังจุดไม่ติด


‘โบ้-สิระ-เอ๋’ตั้งทีมสวนฝ่ายค้าน

พรรคร่วมรัฐบาลเปิดโรงแรมหรูพัทยาสัมมนารับมือศึกซักฟอก "บิ๊กป้อม" นั่งหัวโต๊ะคุมเอง สะพัดข่าวปีนเกลียว "ธรรมนัส" ขอเปลี่ยนตัวประธานวิปรัฐบาล เดือดแน่! "วิรัช"? มอบ? "แรมโบ้-สิระ-ปารีณา" แถลงข่าวประเด็นฝ่ายค้านกล่าวหาป้ายสีเป็นเท็จ ลั่นพร้อมดำเนินคดี ไม่จบแค่ขอขมาแน่ ส่วนพรรคเล็กออกอาการต่อรอง ขอดูเนื้อหาก่อนโหวต พุ่งเป้าที่ "ธรรมนัส" ขณะที่ "เต้" แบไต๋ คนในรัฐบาลส่วนใหญ่เป็นคนดี มีเสีย 2-3% ถ้าเขี่ยออกทำให้รัฐบาลทำงานได้ราบรื่น


‘เหยื่อโควิด19’กลับบ้านอีก1 อิตาลีปิดเมืองสกัดคน5หมื่น

ข่าวดีเหยื่อโควิด-19 ในไทยหายอีก 1 ราย ขณะที่ผู้ป่วยสะสมยัง 35 รายเท่าเดิม ไม่พบผู้ป่วยรายใหม่ ขณะที่ทางการหูเป่ย์เผยระยะฟักเชื้ออาจยาวนานถึง 27 วัน อิตาลีป่วนสั่งปิดโรงเรียน ร้านอาหาร และแหล่งชุมชน 10 เมือง มีคน 5 หมื่นคน เป็นเวลา 5 วัน หลังพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 รวดเดียว 16 คน


‘แอมเนสตี้’ถือหางอนค. คุกคามศาลรัฐธรรมนูญ

แอมเนสตี้เจ้าเก่านั่งเทียนโจมตีคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ สะท้อนการใช้กระบวนการยุติธรรมเพื่อข่มขู่ คุกคาม และโจมตีพรรคการเมืองฝ่ายตรงข้ามรัฐบาล สถานทูตสหรัฐเอาด้วย อ้างเป็นการลิดรอนสิทธิ์ของผู้ลงคะแนนเสียง 6 ล้านคน


เงียบกว่าที่คิดไว้ สายตรงบิ๊กแดง ทบ.แจงความลับ

สายตรง "บิ๊กแดง" เงียบกว่าที่คิด เพราะกำลังพลยังไม่มั่นใจ หวั่นเดือดร้อนภายหลัง ขณะโฆษก ทบ.ยันมีเรื่องร้องเรียน แต่จำนวนเท่าไหร่ค่อนข้างเป็นเรื่องลับ เนื่องจาก ผบ.ทบ.ได้ให้ทีมงานเฉพาะเป็นผู้ดำเนินการ

....................................................................

 

'เกาหลีใต้'ยกระดับเตือนภัย'โควิด-19'เป็นขั้นสูงสุด

'เกาหลีใต้'ยกระดับเตือนภัย'โควิด-19'เป็นขั้นสูงสุด

วันอาทิตย์ ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563, 17.11 น.
 

23 ก.พ.63 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ประธานาธิบดีมุน แจ-อิน ผู้นำเกาหลีใต้ แถลงว่าภายหลังประชุมฉุกเฉินร่วมกับคณะรัฐมนตรีและหารือร่วมกับผู้เชี่ยวชาญ ทุกฝ่ายเห็นพ้องให้ยกระดับการเตือนภัยด้านสาธารณสุขในประเทศ อันเนื่องมาจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ “โควิด-19” ขึ้นเป็น “สีแดง” ที่เป็นระดับสูงสุดจากทั้งหมด 4 ขั้น ซึ่งจะเป็นการยกระดับการดำเนินการโดยทั้งส่วนกลางและส่วนท้องถิ่น ในการยับยั้งการแพร่กระจายของโรคดังกล่าวให้เร็วที่สุด

สำหรับการยกระดับเตือนภัยด้านสาธารณสุขถึงระดับสีแดงของเกาหลีใต้ในครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกในรอบ 11 ปี  นับตั้งแต่การเตือนภัยการแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เอ เมื่อปี 2552 ซึ่งใช้ขั้นสูงสุดเช่นกัน

ขณะเดียวกัน ตอนนี้ยอดผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอีก 46 ราย ทำให้ยอดรวมเพิ่มขึ้นเป็น 602 รายแล้ว ส่วนผู้เสียชีวิตอยู่ที่ 4 ราย

 

'เกาหลีใต้'ยกระดับเตือนภัย'โควิด-19'เป็นขั้นสูงสุด

'เกาหลีใต้'ยกระดับเตือนภัย'โควิด-19'เป็นขั้นสูงสุด

วันอาทิตย์ ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563, 17.11 น.

23 ก.พ.63 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ประธานาธิบดีมุน แจ-อิน ผู้นำเกาหลีใต้ แถลงว่าภายหลังประชุมฉุกเฉินร่วมกับคณะรัฐมนตรีและหารือร่วมกับผู้เชี่ยวชาญ ทุกฝ่ายเห็นพ้องให้ยกระดับการเตือนภัยด้านสาธารณสุขในประเทศ อันเนื่องมาจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ “โควิด-19” ขึ้นเป็น “สีแดง” ที่เป็นระดับสูงสุดจากทั้งหมด 4 ขั้น ซึ่งจะเป็นการยกระดับการดำเนินการโดยทั้งส่วนกลางและส่วนท้องถิ่น ในการยับยั้งการแพร่กระจายของโรคดังกล่าวให้เร็วที่สุด

สำหรับการยกระดับเตือนภัยด้านสาธารณสุขถึงระดับสีแดงของเกาหลีใต้ในครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกในรอบ 11 ปี  นับตั้งแต่การเตือนภัยการแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เอ เมื่อปี 2552 ซึ่งใช้ขั้นสูงสุดเช่นกัน

ขณะเดียวกัน ตอนนี้ยอดผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอีก 46 ราย ทำให้ยอดรวมเพิ่มขึ้นเป็น 602 รายแล้ว ส่วนผู้เสียชีวิตอยู่ที่ 4 ราย

.......................................................................
 
ข้อคิดจาก‘เพื่อนทอน’ถึงอนาคตใหม่ อย่ายืนชี้หน้า ด่าเงาตัวเอง

ข้อคิดจาก‘เพื่อนทอน’ถึงอนาคตใหม่ อย่ายืนชี้หน้า ด่าเงาตัวเอง

วันอาทิตย์ ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563, 16.59 น.

23 กุมภาพันธ์ 2563 นายพิชิต ไชยมงคล อดีตโฆษกกลุ่มเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) แนวร่วมพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และอดีตเพื่อนนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ที่เคยร่วมเคลื่อนไหวในสหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนนท.) ด้วยกัน โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก Pichit Chaimongkol แสดงความคิดเห็นหลังจากศาลรัฐธรรมนูญ สั่งยุบพรรคอนาคตใหม่ และตัดสิทธิกรรมการบริหารพรรค เป็นเวลา 10 ปี มีเนื้อหาดังนี้

“อย่ายืนชี้หน้า ด่าเงาตัวเอง

สิ่งที่ อนาคตใหม่ โดนคดี แล้วถูกหลายคนพูดไกลถึงขนาด ยุบอนาคตใหม่เหมือนยุบประเทศไทย นั้น มันเหมือนจะใหญ่โตเกินไป หลายครั้งที่คนของอนาคตใหม่ พิพากษาคนเห็นต่างว่าเป็นพวกรับใช้ทหาร

ทางคดีก็เช่นกัน เขาเลือกใช้วาทกรรมแก้ตัวทางสังคมมากกว่าการแก้ต่างในคดี

อนาคตใหม่คงได้บทเรียนสำคัญจากเหตุการณ์ ความก้าวร้าว ความพูดแต่สิ่งที่อยากจะพูด เลือกพูดในสิ่งที่เป็นประโยชน์กับตน คงจะหายไป

ผมชอบอนาคตใหม่ในสภา เขาทำในสิ่งที่นักการเมืองคนอื่นทำไม่ได้ในหลายปีมานี้ แต่ความผิดพลาดของตนเองแล้ว อธิบายใหญ่ พูดใหญ่ไปไกลถึง เผด็จการรังแกประชาธิปไตยนั้น กลบสาระในสภาลง

พูดง่ายๆคือ พูดดีเข้าตัวโยนชั่วให้คนอื่น

จนนำมาสู่ ถอยไม่ได้ลงไม่เป็นต้องเปิดเกมส์นอกสภา อย่างที่เป็นอยู่

แพอนาคตใหม่อาจแตก ส.ส.หลายคนอาจหนี เพราะความถือดีของคณะนำถูกที่เคยมีอยู่ในอดีตถูกลงโทษ อนาคตใหม่ที่มีชนชั้น ทำให้หลายคนในพรรคอึดอัด ถูกทลายลงไปแล้ว

สิ่งที่หวาดกลัว คือ หากมีพรรคใหม่ กลุ่มอำนาจเก่าของพรรคจะคลอบงำพรรคผ่านการเคลื่อนไหวนอกสภาจนทำให้ คนในสภาไร้ความหมาย มันเหมือนนอกสภาด่าเงาตัวเองที่อยู่ในสภา

ผมเชียร์ พิธา เป็นดาวเด่นในสภา เพื่อสร้างความแตกต่างกับปิยะบุตร

เดินต่อได้ครับ อนาคตใหม่ สร้างเกมส์ในสภา ดีกว่าตะแบบปิยะบุตรครับ”

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

+ 'เพื่อนทอน'บอกให้เอาบุญ ทั้งหมดทั้งมวล 'อนค.'ต้องพิจารณาโทษ'ปิยบุตร'

‘ปวิน’อึ้ง!ลูกสาว‘ทอน’เก่งกว่าลุง70 รู้คอนเซ็ปต์สิทธิมนุษยชน รู้จักยูเอ็น

‘ปวิน’อึ้ง!ลูกสาว‘ทอน’เก่งกว่าลุง70 รู้คอนเซ็ปต์สิทธิมนุษยชน รู้จักยูเอ็น

วันอาทิตย์ ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563, 14.10 น.

‘ปวิน’อึ้ง!ลูกสาว‘ทอน’เก่งกว่าลุง70 รู้คอนเซ็ปต์สิทธิมนุษยชน รู้จักยูเอ็

23 กุมภาพันธ์ 2563 นายปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ นักวิชาการประจำสถาบันเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา มหาวิทยาลัยเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น ผู้ต้องหาหนีคดีมาตรา 112 โพสต์ข้อความแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับจดหมายลูกสาววัย 9 ขวบของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้ก่อตั้งคณะอนาคตใหม่ ที่ส่งอีเมลถึงองค์การสหประชาชาติ (UN) ช่วงก่อนวันศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยคดีอิลลูมินาติ (อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : 'ทอน'ร่ำไห้! เห็นลูกสาว 9 ขวบเขียนจม.ร้องยูเอ็น พรรคพ่อจะถูกยุบ) ว่า “สรรเสริญพ่อไปแล้ว ทีนี้ถึงตอนสรรเสริญลูกบ้าง เด็กอร้าย เก่งเกิน แค่ 9 ขวบ เขียนภาษาอังกฤษได้ดีกว่าลุงอายุ 70 แถมรู้จัก UN ด้วยนะ มีความคิดเป็นของตัวเอง รู้อะไรผิด อะไรถูก รู้จัก exercise her rights เข้าใจการเมืองไทย รู้คอนเซ็ปท์สิทธิมนุษยชน คงมีการหารือกันในครอบครัวแล้ว และน้องคงแสดงความเห็นทางการเมืองได้อย่างเสรี ซึ่งพ่อแม่ไม่อาจปิดกั้นความเห็นของลูกได้”

“เนี่ย รออีกหน่อยเถอะ พอพ่อพ้นแบนอีก 10 ปี น้องเค้าก็อายุ 19 ก็เลือกตั้งได้แล้ว ขอเวลาอีก 10 ปี พออายุ 29 คงได้เป็นนายกหญิงคนที่ 2 ของเมืองไทย นี่ดิชั้นก็เตรียมฉลองล่วงหน้า 20 ปีเลยค่ะ ปล: เป็นความเห็นที่ประมวลมาจากสาวกส้มหวานค่ะ”

  •  
     
    ‘ช่อ’ร่ายยาวโยงตัวละครวุ่น สงสัยรบ.‘บิ๊กตู่’ปกปิดคดีการเงินระดับโลก

    ‘ช่อ’ร่ายยาวโยงตัวละครวุ่น สงสัยรบ.‘บิ๊กตู่’ปกปิดคดีการเงินระดับโลก

    วันอาทิตย์ ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563, 16.03 น.

    ‘ช่อ’ร่ายยาวโยงตัวละครวุ่น สงสัยรบ.‘บิ๊กตู่’ปกปิดคดีการเงินระดับโลก

    เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2563 น.ส.พรรณิการ์ วานิช อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ซี่งภายหลังถูกยุบพรรคได้จัดตั้งเป็นคณะอนาคตใหม่ เปิดการอภิปรายนอกสภา หัวข้อ “รัฐบาลประยุทธ์กับการทุจริตที่อื้อฉาวไปทั้งโลก 1MDB” ที่ศูนย์ประสานงานคณะอนาคตใหม่ ฝั่งธนบุรี

    น.ส.พรรณิการ์ ระบุว่า ถือเป็นเรื่องที่ดีพรรคอนาคตใหม่ถูกยุบ ทำให้มีโอกาสได้อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลต่อหน้าประชาชนคนไทย ไม่จำเป็นต้องทำต่อหน้าของผู้แทนพวกเขา เป็นเวลา 6 ปีที่เรื่องสกปรกทั้งหมดถูกซุกไว้ใต้พรม รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทางการเงินที่เกิดขึ้นในมาเลเซีย ปกปิดข้อเท็จจริงจาการรับรู้ของประชาชนคนไทย นำคนบริสุทธิ์เข้าคุก ให้ที่พักพิงแก่ผู้ที่มีหมายจับหลายประเทศและบ่อนทำลายความสัมพันธ์กับชาติพันธมิตรของประเทศไทย

    น.ส.พรรณิการ์ กล่าวว่า กองทุนความมั่นคั่งแห่งชาติ หรือ 1MDB ก่อตั้งสมัยนายนาจิบ ราซัค เป็นนายกรัฐมนตรีขณะนั้น กองทุนนี้ก่อหนี้จำนวนมหาศาล โดยภายในระยะเวลา 6 ตั้งแต่ปี 2552 ขาดทุน 3.7 แสนล้านบาท ทำให้เกิดการตรวจสอบภายในมาเลเซีย จนกระทรวงยุติธรรมสหรัฐอเมริกาค้นพบว่าเงินประมาณ 1.4 แสนล้านบาทถูกสูบเข้าสู่ผู้อิทธิพล นอกจากนี้ ยังมีเงินประมาณ 2 หมื่นล้านบาทเข้าสู้เจ้าหน้าที่รัฐมาเลเซียหมายเลขหนึ่ง ทั้งนี้ เงินที่ถูกยักยอกและไซฟ่อนได้เข้าสู่บุคคลที่ใกล้ชิดนายนาจิบ หลายคนถูกออกหมายแดงโดยตำรวจสากล

    “รัฐบาลนายนายจิบและพรรคพรรคอัมโนพ่ายแพ้การเลือกตั้งครั้งแรก และนายนาจิบถูกสอบสวนกว่า 40 คดี ถามว่าประเทศไทยเกี่ยวอะไรคดีนี้ คำตอบที่น่าเศร้า คือ เราไม่จำเป็นต้องเกี่ยวข้องเลยถ้าไม่เกิดการรัฐประหาร 2557  มองกลับไปเวลานั้นประเทศไทยเกิดการรัฐประหาร รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ โหยหาการยอมรับจากในและต่างประเทศ โดยเฉพาะในต่างประเทศ เราจึงได้เห็นนโยบายต่างประเทศที่ต้องการได้รับการยอมรับจากโลก ในปี 2557 นายนาจิบกำลังถูกสั่นคลอนจากกรณี1MDB ทั้งสองคนต่างมองตาและพบว่าเจอมหามิตรแล้ว ซึ่งขอเรียกว่าพันธมิตรมืดระหว่างพล.อ.ประยุทธ์ และนายนาจิบ มีหลักฐานที่สำคัญ คือ ภาพการที่มาเลเซียโดยผู้บัญชาการทหารสูงสุดของมาเลเดินทางมายังประเทศไทยเพื่อยอมรับพล.อ.ประยุทธ์ หลังจากการเกิดการรัฐประหารเมื่อวันที่ 4 มิ.ย.2557” น.ส.พรรณิการ์ กล่าว 

    น.ส.พรรณิการ์ กล่าวอีกว่า ผ่านไปไม่นานพันธมิตรได้ใช้ประโยชน์แก่กัน โดยไทยได้มีการจับกุมนายชาเบียร์ ฆุสโต ผู้บริหารบริษทปิโตรซาอุดี ซึ่งเป็นหุ้นส่วนของ1MDB และนำเงินของ1MDBมาลงทุน โดยสหรัฐอเมริกาพบว่ามีการฟอกเงิน และมีการเปิดการทุจริตใน1MDBเป็นครั้งแรจนโด่งดังระดับโลก เวลานั้นสิ่งที่นายกฯมาเลเซียต้องการมากที่สุด คือ การนำข้อมูลการเงิน 1MDB ที่รั่วไหลออกไปกลับคืนมาเพื่อไม่ให้อื้อฉาว นายชาเบียร์ ฆุสโต เปิดเผยความไม่โปร่งใสของ 1MDB ผ่านนางแคร์บาราวน์ และถูกตำรวจไทยจับที่เกาะสมุย นายชาเบียร์ ฆุสโตถูกนำตัวออกแถลงข่าวในข้อหาพยายามกรรโชกทรัพย์

    น.ส.พรรณิการณ์ กล่าวว่า ในเรื่องนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ระบุว่าตำรวจอังกฤษได้เข้ามาร่วมสอบสวน พร้อมให้ความร่วมมือกับนานาชาติ และจะไม่ให้เข้าเยี่ยมนายชาเบียร์ ฆุสโตโดยไม่มีเจ้าหน้าที่ตำรวขอยู่ด้วย แต่ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น คือ มีบุคคลหนึ่งที่ชื่อนายพอลฟินิแกน ซึ่งเป็นคนที่ตำรวจไทยบอกว่าเป็นตำรวจอังกฤษสามารถเข้าออกเรือนจำไทยได้โดยไม่มีการระบุชื่อผู้เข้าเยี่ยม ซึ่งต่อมาพบว่านายพอลฟินิแกนนั้นไม่ได้เป็นตำรวจ ในทางกลับกันหน่วยงานเอฟบีไอของสหรัฐอเมริกาพยายามจะเข้ามาสอบสวนในเรือนจำไทยแต่ได้รับการปฏิเสธ จนสุดท้ายก็ได้ข้อมูลด้วยวิธีการให้ภรรยาของชาเบียร์ ฆุสโต เขียนจดหมายโต้ตอบกับสามี จึงเกิดความน่าสงสัยว่าสาเหตุที่ไม่ต้องการให้เอฟบีไอเข้ามานั้นเพราะต้องการปกปิดใช่หรือไม่

    นอกจากนี้ ยังปรากฎบทสนทนาผ่าน whatapp ระหว่างนางลอรา ฆุสโซ ภรรยาของนายชาเบียร์ และ นายพอล ฟินนิแกน มีการพยายามเกลี่ยกล่อมให้สารภาพโดยมีการเรียกบุคคลหนึ่งว่า “ปิงปอง” ความผิดปกติที่เกิดขึ้น คือ การที่นายพอล ฟินนิแกน สามารถเข้านอกออกในเรือนจำได้โดยไม่มีบันทึก และนายซาเบียร์ไม่ได้รับการประกันตัว จนสุดท้ายต้องยอมรับสารภาพว่าทำไปเพื่อใส่ร้ายนายนาจิบ เป็นคำสารภาพเกิดขึ้นในเรือนจำในไทยจากความผิดปกติของระบบในเรือนจำไทย เป็นการสมคมคิดกันระหว่างพันธมิตรหรือไม่ ตำรวจขึ้นตรงกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เรือนจำขึ้นตรงกับกระทรวงยุติธรรม บุคคลที่สั่งได้จะเป็นใครไปได้ถ้าไม่ใช่นายกฯ 

    นายชาเบียร์ได้รับโทษถึงที่สุดให้จำคุก สถานทูตสวิตเซอร์แลนด์ พยายามจะขอนำตัวนายชาเบียร์ตัวกลับประเทศมาตุภูมิในเดือน ม.ค. 2559 เพราะสองประเทศมีสัญญาส่งตัวนักโทษข้ามแดน แต่การเจรจาก็ล่มลงในช่วงเดียวกับที่นายนาจิบเดินทางเยือนประเทศไทยในเดือนเดือนก.ย.ปีเดียวกัน รมว.ต่างประเทศได้พบกับรมว.ต่างประเทศสวิตเซอร์แลนด์ที่สหรัฐอเมริกา รมว.ต่างประเทศสวิตเซอร์แลนด์บอกว่าประเทศไทยไม่ได้ปฏิบัติตามสัญญาที่มีต่อกัน แต่ไทยก็ยังปฏิเสธที่จะส่งตัว

    “ทำไมรัฐบาลไทยไม่โอนตัวไปตามสนธิสัญญา และการพยายามในการส่งตัวกลับล่มลงระหว่างนายกฯมาเลเยือนไทย สุดท้ายนายชาเบียร์พ้นโทษออกจากเรือนจำเดือนธ.ค.ในปีเดียวกัน และกลับสวิตเซอร์แลนด์ โดยถูกเนรเทศจากไทยและถูกห้ามเข้าประเทศไทย 100 ปี ในคดีปกติอย่างคดียาเสพติดย่อมถูกห้ามเข้าประเทศ 50 ปี แต่กรณีนี้กลับถูกห้ามเข้าประเทศ 100 ปี เป็นการไม่ต้องการให้กลับมาแพร่ความจริงในประเทศไทยหรือไม่ พอจะกล่าวได้หรือไม่ว่ารัฐบาลไทยเอาคนบริสุทธิ์เข้าคุกและบีบให้สารภาพข้อความอันเป็นเท็จในเรือนจำไทย บ่อนทำลายความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับสวิตเซอร์แลนด์ นี่คือความผิดปกติและเอาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไปแลกกับอะไรเบื้องหลังของพันธมิตร” น.ส.พรรณิการ์ กล่าว

    อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ขยายความเพิ่มเติมอีกว่า ไม่เพียงเท่านี้ รัฐบาลไทยยังอาจปล่อยให้อาชญากรที่เกี่ยวข้องกับ 1MDBเข้ามากบดานในไทย โดยหนึ่งในนั้น คือ นายโจโล นักธุรกิจชาวปีนัง ซึ่งถูกสอบสวนจากสหรัฐอเมริกา สิงคโปร์ และมาเลเซีย และถูกตั้งข้อกล่าวหาว่าฟอกเงินในกองทุน1MDB โดยมีการใช้เงินไปสร้างหนังและซื้อของขวัญให้กับดาราระดับโลก เวลานายโจโลเดินทางไปประเทศไหนก็จะเข้าหาพี่ใหญ่ของประเทศนั้นเพื่อได้รับการอำนวยความสะดวก

    ทั้งนี้ นักธุรกิจคนนี้มีหมายแดงจากตำรวจสากล 7 ต.ค.2559 เพื่อให้ติดตามตัวมาดำเนินคดีที่สิงคโปร์ หลังจากพบข้อมูลการเดินทางเข้าออกไทยของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองพบว่านายโจโลมีการเดินทางเข้าออกประเทศไทยถึง 5 ครั้ง โดยเครื่องบินส่วนตัว เมื่อผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองแน่นอนว่าย่อมจะต้องแสดงถึงการมีหมายแดง แต่เกิดอะไรขึ้นทำไมถึงเข้าออกประเทศไทยได้ เกิดอะไรกับกระบวนการยุติธรรมของไทย รัฐบาลสามารถปฏิเสธการเข้าเมืองของนายโจโลได้ แต่สิ่งที่เกิดขึ้น คือ ไม่มีหลักฐานใดเลยที่ไทยขัดขวางการเข้าเมืองของนายโจโล 

    “วันที่10 พ.ค. 2018 (พ.ศ.2561) เป็นวันประวัติศาสตร์ที่ฝ่ายค้านชนะเลือกตั้งเป็นครั้งแรก ภารกิจของรัฐบาลใหม่ คือ การติดตามเงินภาษีคืนจากกรณีของ 1MDB และนายโจโลเดินทางออกจากประเทศไทยและไม่เคยกลับเข้ามาอีกเลย ภายหลังนายนาจิบตกจากอำนาจแล้ว อย่างไรก็ตาม เครือข่ายของโจโลยังกบดานอยู่ในประเทศไทย โดยนายตังเคงฉีเป็นบุคคลที่ถูกหมายแดงจากตำรวจสากล โดยอยู่ประเทศไทยจนวีซ่าขาด แต่ก็ยังกลับได้รับการต่อวีซ่าและเดินทางออกจากประเทศไทย และมีบุคคลในเครืองแบบของไทยให้คามคุ้มครอง เช่นเดียวกับ นายลู ไอซวอน เป็นทนายความของนายโจโลก็เดินทางออกจากไทย ทั้งๆที่ถูกขึ้น wacth list ซึ่งถูกติดตามตัวโดยตำรวจ ตามกระบวนการหากด่านตรวจคนเข้าเมืองพบว่าบุคคลใดถูกขึ้นwacth list จะต้องแจ้งให้กับตำรวจ แต่ปราฎว่นายลู ยังออกเดินทางไทยได้ปกติ ใครกันที่สามารถละเมิดwacth list ของระดับรองผบ.ตร.ได้” น.ส.พรรณิการ์ กล่าว

    น.ส.พรรณิการ์ กล่าวว่า มีข้อมูลว่านายตังเคงฉี และ นายลู ได้รับความช่วนเหลือจากนายพ. ซึ่งเป็นคนไทยที่ถูกกระทรวงยุติสหรัฐอเมริกาตรวจสอบว่าอาจเป็นตัวแทนให้กับนายโจโล ตำรวจไทยมีข้อมูลว่านายพ.ใข้บัตรเครดิจจองที่พักให้กับนายโจโลในไทย คนขับรถและพนักงานบริษัทของนายพ.อำนวยความสะดวกให้กับนายตังเคงฉีและนายลู ซึ่งตำรวจไทยมีข้อมูลแต่กลับไม่ได้เข้ามาตรวจสอบเรื่อง  1MDB เหมือนกับต่างประเทศ ทั้งๆที่บริษัทของนายพ.เป็นคู่สัญญาบางโครงการตำรวจ เป็นอีกครั้งที่พิสูจน์ว่าเครือข่าย1MDBใช้ไทยเป็นฐานได้อย่างสะดวก

    “เรื่องนี้เกี่ยวทั้งสำนักนายกรัฐมนตรี สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กระทรวงมหาดไทย กระทรวงยุติธรรม กระทรวงต่างประเทศ บุคคลที่มีอำนาจสั่งข้ามหลายกระทรวงได้จะเป็นใครไปได้ ทั้งหมดนี้มีความกังวลว่าประเทศไทยกำลังถูกโกงและรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ ปกปิดข้อเท็จจริงอาชญากรรมทางการเงินที่ใหญ่ที่สุดในโลก และขัดขวางกระบวนการยุติธรรม ทำไมประเทศไทยต้องเอากระดูกมาแขวนคอ ทั้งหมดนี้เพือรักษาสายสัมพันธ์ส่วนตัวหรือไม่ มีการรับเงินรับทองหรือไม่ ของแบบนี้มักไม่มีใบเสร็จ ขณะนี้ กระทรวงยุติธรรมสหรัฐกำลังสอบสวนเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง กระบวนการยุติธรรมหลายประเทศกำลังทำงาน เมื่อผลการสอบสวนจากสหรับออกมาคงจะรู้ว่าเงินที่หายไปใน 1MDB จะเข้ากระเป๋าใครบ้าง” น.ส.พรรณิการ์ กล่าว 

    น.ส.พรรณิการ์ กล่าวว่า คดี 1MDB ทำให้ระบบอัมโนล้มลงและก่อให้เกิดพันธมิตรแห่งความหวัง เปลี่ยนรัฐบาลและนำไปสู่อนาคต หวังว่าจะเกิดชึ้นเช่นเดียวกันในประเทศไทย ดิฉันเชื่อว่าในวันนี้จะเริ่มต้นการเรียกร้องให้นายกฯไทยออกมาชี้แจงและรับผิดชอบในเรื่องนี้ ถ้าพรรคอนาคตใหม่เป็นรัฐบาลก็คงเปิดการสอบสวนได้ แต่เมื่อถูกยุบไปแล้ว ประชาชนจะต้องช่วยกันตรวจสอบ 

     ........................................................................

    23 กุมภาพันธ์ 2563

    •  

อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
นายยั้งคิด วันที่ : 24/02/2020 เวลา : 16.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

ขอบใจน้องสาว แม่หมีมากๆจ้ะ เป็นกำลังให้กันและกันตลอดมา

ความคิดเห็นที่ 1 นายยั้งคิด ถูกใจสิ่งนี้ (1)
แม่หมี from mobile วันที่ : 24/02/2020 เวลา : 14.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

ขอบคุณท่านพี่ อยู่บ้านว่างๆ อยากตามข่าวบ้านเมือง อยากฟังเพลงเพราะๆ งล็อกท่านพี่ช่วยได้ค่ะ^_^

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน