*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 3972
  • จำนวนผู้ชม : 2510720
  • จำนวนผู้โหวต : 527
  • ส่ง msg :
  • โหวต 527 คน
<< กุมภาพันธ์ 2020 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันจันทร์ ที่ 24 กุมภาพันธ์ 2563
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 414 , 16:23:37 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน สิงห์นอกระบบ , Chaoying โหวตเรื่องนี้

สวัสดีครับ

         'ช่อ'พรรณนิภา ลืมไปว่าตัวเองไม่มีสิทธิ์ที่จะกล่าวหาใครได้โดยง่าย เพราะคนทึ่ถูกเธอกล่าวหาก็อาจฟ้องร้องตามกฎหมายกลับ

คืนก็ได้ แต่ถ้าข้อกล่าวหานั้นเป็นความจริงก็จะน่าสรรเสริญมากทีเดียว

 

         นายมหาธีร์ กลับมาเป็นนายกฯมาเลเซียครั้งที่ 2 เมื่อปีที่แล้ว ด้วยวัย 94 ปี ด้วยความชื่นชมจากปชช.มาเลย์อย่างยิ่ง แต่มาถึง

วันนี้เขาก็ต้องลาออกเพราะมีเรื่องทุจริตมโหใาร แล้ว 'ช่อ' ก็ถือโอกาสนำชื่อเขามาเกี่ยวกับ 'บิ๊กตู่' ฐานทุจริตร่วมกัน


 หล่อจังครับ ท่าน ....

24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563


 

    สนใจกันทำไม.....?
    กับแถลงการณ์เนื้อหาบ่งบอก "คนถ่อย-คนเถื่อน" เขียน 
    ถ้าระดับ "ตัวแทนประเทศ" เขียน
    แถลงการณ์นั้น.......
    จะต้องบ่งบอกวุฒิภาวะ ลุ่มลึก รู้เนติแบบแผน เข้าถึงรัฐศาสตร์การทูต และอวลด้วยอารยมรรยาทชน
    จะไม่ถ่อย, ดิบ, เถื่อน, ส่อไร้สกุลรุนชาติเช่นนี้!
    เพจ U.S.Embassy Bangkok แถลงการณ์ "กรณีการยุบพรรคอนาคตใหม่ในประเทศไทย"
    ผมเปิดดู เมื่อวาน..........
    ทำเอาดวงตาฉ่ำชื้น ก็...เป็นปลื้มน่ะ
    ปลื้มคนไทยด้วยกัน ไม่ใช่ปลื้มสกั๊งฝรั่งตะวันตกชาติอเมริกัน
    คือ มันหยามตัวไม่ว่า แต่แถลงการณ์หยามชาติ, หยามประเทศ, หยามสถาบันศาล
    แบบนี้ คนไทย "รับไม่ได้"
    จึงเข้าไปเมนต์ถล่มแหลกกันเป็นพันๆ เมนต์ ทั้งเวอร์ชันไทย เวอร์ชันอังกฤษ เรียกว่า มึงเยิ่นมา กูก็เยิ่นไป
    กับสหรัฐฯ หรือชาติไหนก็ตาม คนไทย "ให้เกียรติ" เสมอ
    แต่ถ้า "หยาม" เรา
    อย่านึกนะว่า "คนไทย" จะกลัว!
    ตั้งแต่วันเสาร์ ทั้งอียู แอมเนสตี้ สหรัฐฯ แคนาดา ออกมาแถลงการณ์อุ้มไข่ "Future Forward  Party"
    พี่น้องไทยก็ออกมาตอบโต้สะพรึ่บทุกช่องทางโซเชียล 
    ผมอยากจะลอกๆ มาให้อ่าน ว่าใครแจกแจงเรื่องราวเป็นวิทยาทานให้พวกฝรั่งงั่งว่าอย่างไรกันบ้าง 
    แต่หลากหลายสำนวนเหลือจะลอก!
    เห็นอยู่ท่านหนึ่ง "นันทิวัฒน์ สามารถ" อดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ 
    ท่านโพสต์เฟซ ตอบโต้แถลงการณ์สถานทูตสหรัฐฯ ด้วยเนื้อหาครอบคลุมได้ทั้งหมด
    ก็ขออนุญาตลอกข้อความท่าน ถือเป็น "คำตอบโต้รวม" ก็แล้วกัน ดังนี้
    Nantiwat Samart 
    “แต่ละประเทศมีประวัติศาสตร์​ มีขนบธรรมเนียมและประเพณีที่ไม่เหมือนกัน และไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน​
    มิตรประเทศที่ดีแสดงความรัก​ ความเป็นห่วง​ และความปรารถนาดีที่มีต่อกันได้​ แต่ต้องเคารพความแตกต่าง​ 
    กฎหมายของแต่ละประเทศไม่เหมือนกัน​ ระบบกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมของสหรัฐ แตกต่างจากระบบของไทยอย่างสิ้นเชิง​ 
    อเมริกันต้องไม่ก้าวก่าย​ งดเว้นไม่วิจารณ์กฎหมายและกระบวนการยุติธรรมของไทย
    การเมืองเป็นเรื่องการแย่งชิงอำนาจในการบริหารประเทศ​ สหรัฐต้องไม่เข้าข้างพรรคการเมืองหรือฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดอย่างออกนอกหน้า​ 
    มิเช่นนั้น​ จะกระทบกระเทือนความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ​ ระหว่างประชาชนคนไทยและคนอเมริกัน​
    หวังว่า​ สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐจะเข้าใจในมารยาททางการทูต”
    ครับ....
    งามพร้อม เพียบพูนมรรยาท ทะนงชาติ และหยิ่งเกียรติ
    แต่ผมเป็นพวก "โลกสวย" ด้วยคิดบวก อยากมองไปอีกมุม เพื่อความสบายใจเล่นๆ ว่า
    ที่สถานทูตสหรัฐฯ ในไทย ออกแถลงการณ์ด้วยเนื้อหาดิบ-เถื่อน เช่นนั้น 
    ไม่ได้มีเจตนาล้ำลึกต่อไทยมากไปกว่า ทำอะไรซักอย่าง กรณีนี้ เพื่อแสดงให้ "ลูกตีน" ได้เห็นว่า
    ลูกพี่ "เบ่งกล้าม" ให้แล้วนะ!
    นั่นก็คือ แถลงการณ์นี้ ไม่ต่างไปกว่าการ "ตดให้หมาดม"
    หมาในที่นี้ ก็คือ แก๊ง Future Forward Party ที่เป็น "อีกตัว" ที่ขบวนการเปลี่ยนโลกขุนไว้ 
    เป็นใหญ่เมื่อไหร่ เขาก็จะเอาปลอกคอมาสวม สำหรับกระตุกใช้
    ต่อจากตัวที่ "ถูกเตะ" หางจุกตูด ลอดช่องธรรมชาติหนีไปแล้ว ๒ ตัว!
    อเมริกันถ่อย มันก็เล่นหมากการเมืองในบ้านเราถ่อยๆ แบบนี้แหละ
    ยอมทำผิดใจคนไทย
    เพื่อแลกกับอะไร?
    แลกกับการ "หลอก" ให้แก๊ง ๓ มะกอก ลำพองว่าเป็นหมามี "อเมริกา-แอมเนสตี้-อียู" เป็นปลอกคอ 
    ก็เอากันใหญ่ ไม่สน-ไม่เกรงกฎหมาย ด้วยกร่าง ยังไงๆ ลูกพี่ก็ต้องช่วย
    กร่างนี่แหละ ที่อเมริกันต้องการ!
    ต้องการอะไร?
    ก็ในเมื่อ หมามันเห่าเลยโซ่ กระตุกก็ไม่หัน ขืนเลี้ยงไปจะเสียงานใหญ่กว่าประโยชน์อันยังอยู่ในลักษณะ "เงาเนื้อในน้ำ" มิสู้ปล่อยให้มัน "ไปตายเอง"
    ตายยังไง?
    เล่นกับกฎหมาย แล้วจะรอดมั้ยล่ะ?
    การเมืองสหรัฐฯ กับการเมืองไทย มองข้างนอก "คนละโลก"
    คือของสหรัฐฯ ภาพเป็นว่า รัฐบาลโดยประธานาธิบดีมีอำนาจเหนือกองทัพ
    ส่วนของไทย ภาพเป็นว่า กองทัพมีอำนาจเหนือรัฐบาลและนายกฯ
    แต่ลึก "ทะลุเปลือก" เข้าไปแล้ว สหรัฐฯ และไทย เหมือนกันเปี๊ยบ
    "การเมือง" รัฐบาลโดยประธานาธิบดี-นายกฯ บริหารไป
    แต่ "ทางเป็น-ทางตาย" ประเทศ 
    "การทหาร" โดยกองทัพ คุมหางเสือ!
    ดังเห็น การเมืองในสังคมโลกเป็นจริง "ประชาธิปไตยเปลือก" ทรัมป์ก็ตดไป 
    ตดให้หมาดม เหม็นเดี๋ยวก็หาย ไม่มีผลเป็นลำหัก-ลำโค่นทางนโยบาย
    "ทางทหาร" ตะหาก........
    คือ "ลำหัก-ลำโค่น" ทางนโยบาย ทรัมป์แค่ได้ออกจอ จะสั่ง-จะทำอะไร ต้องให้กองทัพ "พยักหน้าข้างใน" ก่อน 
    ไม่อย่างนั้น ก็แค่ "ตดให้หมาดม" นั่นแหละ!
    และสหรัฐฯ กับไทย "แนบแน่นทางใน" ก็ระหว่างกองทัพกับกองทัพ ส่วนแถลงการณ์ทางเพจ ก็แค่การเมืองกากๆ เท่านั้น
    ฉะนั้น จะบอกทอน-ปิยบุตร-พรรณิการ์ ด้วยหวังดี
    อย่าลำพองว่ามีฝรั่งเป็นปลอกคอนะ....
    ศาลฯ สั่งแล้วยังทำท้าทายแบบไม่แคร์ต่างๆ นานา นั่นมันจะพาตัวเองถลำลึกจนสุดทางถอย จนเหลือเพียง ๒ ทางเลือก
    คือ คุก หรือไม่ก็
    ช่องทางธรรมชาติ!?
    ทางอาญา ที่รอจ่อ ก็หลายคดีแล้ว และนี่ ศาลฯ สั่งให้หยุดตามกฎหมาย ก็ยังท้าทาย 
    เที่ยวตั้งเวที เที่ยวปลุกระดม ใช้ถ้อยคำปลุกเร้า ด้วยเนื้อหา "เข้าเนื้อ" ทางกฎหมายทั้งนั้น
    อย่างเมื่อวาน (๒๓ ก.พ.๖๓) น.ส.พรรณิการ์ ก็ยังใช้ชื่อ "อนาคตใหม่" ไปแถลงอภิปรายไม่ไว้วางใจนอกสภา
    เนื้อหา "กล่าวหา" นั้น จะพันคอทีหลังหรือไม่ เดี๋ยวก็รู้ 
    แต่ที่อยากบอก......
    คือที่ทำนั้น เข้าข่าย "ข้อห้าม" ทางกฎหมาย ดังที่ศาลบอกไว้แล้วมิใช่หรือ?
    เธอไม่เชื่อ-ไม่ฟังก็ได้
    แต่ลองอ่านที่ท่าน "ชูชาติ ศรีแสง" อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกา โพสต์เฟซบุ๊กเมื่อวานซี
     Chuchart Srisaeng 
     ".....วันนี้นางสาวพรรณิการ์ วานิช ทวีตข้อความในทวิตเตอร์ส่วนตัว Pannika Wanich ระบุว่า... 
    3 เดือนกับการหาข้อมูลคดีระดับโลก ยิ่งขุดยิ่งเจอ ยิ่งโยง ยิ่งช็อก! 
    ใครที่คิดว่าลุงตู่ไม่มีความสามารถ บอกไว้เลยว่า คุณคิดผิด! รัฐบาลลุง ทำ...ได้มากกว่าที่คุณคิด  เจอกัน 23 ก.พ.นี้ ที่ศูนย์ประสานงานอนาคตใหม่ฝั่งธน #อภิปรายไม่ไว้วางใจนอกสภา
        .....พรป.พรรคการเมือง ๒๕๖๐
        .....มาตรา ๓๒ ห้ามมิให้ผู้ใดซึ่งมิใช่พรรคการเมืองใช้ชื่อ ชื่อย่อ ภาพเครื่องหมายของพรรคการเมือง  หรือถ้อยคําในประการที่น่าจะทําให้ประชาชนเข้าใจว่าเป็นพรรคการเมือง หรือใช้ชื่อที่มีอักษรไทยประกอบว่า 'พรรคการเมือง' 
        .....มาตรา ๑๑๐ ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๓๒ ต้องระวางโทษจําคุก ไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ
        .....การที่นางสาวพรรณิการ์ใช้ถ้อยคำว่า 'ที่ศูนย์ประสานงานอนาคตใหม่ฝั่งธน' 
    ย่อมเป็นถ้อยคำในประการที่น่าจะทําให้ประชาชนเข้าใจว่าเป็นพรรคการเมืองคือ 'ศูนย์ประสานงานพรรคอนาคตใหม่ฝั่งธน'
        .....แต่พรรคอนาคตใหม่ถูกศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้ยุบไปแล้วเมื่อวันที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ จึงต้องห้ามไม่ให้นำชื่อพรรคอนาคตใหม่มาใช้อีก
        ......ผู้ใดนำมาใช้ย่อมเป็นการฝ่าฝืนมาตรา ๓๒ และมีโทษตามมาตรา ๑๑๐ คือจำคุกไม่เกิน ๑ ปี หรือปรับไม่เกิน ๒๐,๐๐๐ บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
        .....ถ้าเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีแก่นางสาวพรรณิการ์ นางสาวพรรณิการ์ก็คงโวยวายว่า ถูกเผด็จการรังแก 
        .....ถ้าถูกดำเนินคดีจนถึงฟ้องคดีต่อศาลและถูกศาลลงโทษ ก็คงโวยวายว่า ศาลไม่ยุติธรรมอีกแน่นอน"
    เราเตือนเธอแล้วนะ!

'บิ๊กตู่'ขุดโกง-นิรโทษกรรมตอกกลับฝ่ายค้าน ยืนยันยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตย


 

24 ก.พ.63 - ที่รัฐสภา เวลา เวลา 14.25 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม  อภิปรายชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาจากผู้นำฝ่ายค้านว่า แม้ว่าจะมีการปล่อยข่าวจำนวนมากว่าจะต้องมาเผชิญศึกในและศึกนอก แต่ถือว่าเป็นกลไกของประชาธิปไตยไทย และได้เข้ามาอยู่ในกระบวนการนี้โดยรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เมื่อประเทศเราเข้าสู่กระบวนการประชาธิปไตยตามรัฐธรรมนูญแล้วตามที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญได้ร่างออกมาแล้วนั้น อาจจะไม่ถูกใจไปทั้งหมดแต่เป็นหน้าที่ที่จะต้องดำเนินการเลือกส.ส.และส.ว.เข้ามาให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ 

"ผมเข้าสู่กระบวนการด้วยการเลือกนายกฯ และจำได้ไหมว่าผมได้คะแนนเสียงเกิน 250 คะแนน มากกว่าฝ่ายค้านและไม่ได้ใช้คะแนนเสียงของส.ว.เลย สิ่งใดก็ตามที่เป็นหน้าที่ของพวกเราในสภาทั้งรัฐบาลและฝ่ายค้านก็ต้องทำงานเพื่อก่อประโยชน์ให้กับประชาชนและประเทศชาติ ข้อกล่าวหาที่อภิปรายไม่ไว้วางใจมานั้น ประชาชนฟังทั้งประเทศ บางอย่างไม่ใช่ข้อเท็จจริงโดยสมบูรณ์ บางครั้งต้องมีหลักฐานที่ชัดเจน"

 พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่าข้อกล่าวหาที่กล่าวหาว่าตนไม่ได้ยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยนั้น ยืนยันว่าไม่เคยมีความคิดอย่างนี้เลย ขอกล่าวไปก่อนวันที่ 22 พ.ค.2557 ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง ประชาชนเห็นภาพทางโทรทัศน์ทั้งในปี 2553 ,2557 จะด้วยวิธีทางใดก็ตาม ตนจำเป็นต้องแก้ปัญหาของประเทศชาติให้ลุล่วง เพื่อให้เกิดความสงบและความเรียบร้อยไปสู่การเลือกตั้งและการมีรัฐธรรมนูญ ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอน 

"สิ่งที่ผมเป็นกังวลในตอนนั้น ผมเปิดอกแล้วกันว่าสมัยก่อนผมก็กังวลเรื่องการโกง ย้อนกลับไปมันก็เยอะ เพราะคดีความต่างๆมีมากมาย ดังนั้น ในการกระทำก่อนหน้าวันที่ 22 พ.ค.2557 มีมาต่อเนื่อง มีเหตุการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้น เช่น ความไม่สงบเรียบร้อย การบริหารราชการไม่ได้ และกระบวนการทำลายอำนาจตุลาการ ไม่ยอมรับกระบวนการยุติธรรม ถ้าเป็นชาวบ้านทั่วไปเขายอมรับติดคุก แต่บางคนไม่ยอมติดคุก การออกกฎหมายนิรโทษกรรมในเวลากลางคืน ท่านว่าผมวันนี้ ท่านต้องย้อนกลับไปดูพฤติกรรมของคนก่อนหน้านี้ด้วยว่าทำอะไรบ้าง เราจะยอมให้ประเทศเป็นอย่างนั้นเหรอ นั่นคือเหตุผลที่ผมเข้ามาตั้งแต่ตอนนั้น" นายกรัฐมนตรี กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ ชี้แจงอีกว่า ก่อนหน้านี้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2550 ทั้งที่ไม่มีความจำเป็นเพื่อประโยชน์ของใครก็ต้องไปดู การทำกฎหมายกู้เงิน การจำนำข้าว ใครทำไม่รู้ แต่ตนอยากให้ประชาชนได้เปรียบเทียบดู และนำข้อเท็จจริงมาพูด การกล่าวหาว่าใช้อำนาจที่ได้มาโดยไม่ชอบธรรมและละเมิดนิติธรรมนั้น ขอเรียนว่าไม่เคยก้าวล่วงใคร  ไม่เคยจับใครติดคุก มีแต่ความเมตตาและขอคุยกัน ท่านสร้างความรู้สึกที่ไม่ดีให้กับตนมาตลอด จริงๆแล้วตนเป็นคนอารมณ์เย็น พูดจาดุไปบ้างแต่นักข่าวเข้าใจ รัฐบาลบริหารประเทศเพื่อทุกคนอาจจะยากและช้าไปบ้าง แต่สิ่งที่ทำวันนี้ไม่ได้ใช้เงินอย่างเดียว เพราะได้เข้ามาให้ความรู้และหาวิธีการต่างๆเข้ามาช่วยประชาชน

"เรื่องมาตรา 44 ไม่เคยไปใช้แกล้งข้าราชการ วันนี้มาตรา 44 ไม่ได้มีอีกแล้ว เพราะคสช.เลิกไปตั้งนานแล้ว  การใช้มาตรา 44 เป็นไปเพื่อแก้ไขปัญหาและอำนวยความสะดวกและบูรณาการให้กับส่วนราชการ เช่น การค้ามนุษย์ การแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับการบินของไอเคโอ้ ไปจนถึงการแก้ไขเรื่องการทำประมงผิดกฎหมายของไอยูยู ผมก็ทำสำเร็จ ทำไมก่อนหน้านั้นไม่ทำให้สำเร็จ แต่การแก้ไขปัญหาจำเป็นต้องใช้กฎหมายปกติด้วยไม่ได้ใช้แต่มาตรา 44 เท่านั้น หรือ เรื่องการสืบทอดอำนาจใครจะพูดอย่างไรก็แล้วแต่ก็เป็นเรื่องของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ เรื่องของการทุจริตนั้นผมทำทุกอย่างด้วยจเจตนาบริสุทธิ์ โดยทุกขั้นตอนก็เป็นไปตามขั้นตอน ไม่เคยไปนั่งหัวโต๊ะแล้วสั่งลงมา หรือการเอื้อประโยชน์ก็เป็นเพียงการวิจารณ์หรือการคาดการณ์ซึ่งอาจจะใช่หรือไม่ใช่ก็ไม่รู้ แต่ต้องยอมรับว่าสถานการณ์โลกเกิดอะไรขึ้น ประเทศไทยเจอกับปัญหาอะไรบ้างและต้องติดตามแก้ไขปัญหาต่อไป" นายกฯ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวด้วยว่า สำหรับการกล่าวหาเรื่องการใช้นโยบายสวัสดิการเพื่อช่วยเหลือประชาชนเป็นการทำประชานิยมนั้น ตนดำเนินการให้เฉพาะบุคคลที่มีรายได้ต่ำกว่าแสนหรือต่ำกว่าสามหมื่น ท่านจะไม่ดูแลพวกเขาหรือ รัฐบาลดูแลให้ถึง 14 ล้านคนเศษ เขาได้รับเงินตรง ซึ่งไม่ได้มากเลยถ้าคิดเป็นรายหัว แต่เขาสามารถไปซื้อข้าวซื้อน้ำปลา มาตรการชิมช้อปใช้นั้นร้านค้ารายใหญ่มีส่วนแค่ 8% เท่านั้น

"ผมพูดแค่นี้อารมณ์ดี ผมเป็นสุภาพบุรุษและทหาร ผมจะต้องรักษาสัตย์และจิตใจของผม ผมไม่อยากก้าวล่วงใครทั้งสิ้น ผมต้องการคำอภิปรายที่เป็นประโยชน์ อันไหนดีไม่ดีหรือใช่ไม่ใช่ก็กรุณาฟังคำตอบของพวกผมด้วย เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาที่ชัดเจน หลายอย่างวันนี้มีการบิดเบือนกันมากเกิดข่าวปลอม ผมขอหยุดการอภิปรายของผมไว้เพียงเท่านี้" นายกฯ กล่าวทิ้งท้าย

'บิ๊กตู่' ซัด 'ช่อ' จับแพะชนแกะรัฐบาลร่วมทุจริต 1MDB


 

23 ก.พ.63 - เมื่อเวลา 12.20 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงกรณีน.ส.พรรณิการ์ วานิช อดีตกรรมการบริหารพรรคอนาคตใหม่ ระบุถึงรัฐบาลมีส่วนเกี่ยวข้องการทุจริตกองทุน 1MDB ของมาเลเซียว่า เรื่องการกล่าวหารัฐบาลมีส่วนร่วมคดีทุจริต ตนคิดว่าต้องระมัดระวัง เพราะเป็นเรื่องระหว่างประเทศ การนำเรื่องโน้นเรื่องนี้ไปเชื่อมโยงไปมาในลักษณะเรียกง่าย จับเพะชนแกะ ซึ่งข้อเท็จจริงตนคิดว่าหน่วยงานต่างๆมีข้อมูลอยู่แล้ว แต่เขายังไม่โต้ตอบอะไรในตอนนี้ เพียงแต่กำลังเก็บทุกประเด็น นำไปสู่การดำเนินการทางกฎหมาย เพราะหลายเรื่องหลายคนกล่าวอ้างเองตรงนั้น และเรื่องเหล่านี้มีคำชี้แจงทั้งหมด และตนได้รับคำชี้แจงมาหมดแล้ว ตนคิดว่าเก็บไว้เป็นประโยชน์ในกระบวนการยุติธรรมจะดีกว่า

“ข้อสำคัญไม่ว่าใครจะพูดอะไรนอกสภา หรือที่ไหนก็ตาม มีกฎหมายหลายฉบับ การคุ้มครองเอกสิทธิ์ก็ไม่มี และกฎหมายอื่นในเรื่องการชุมนุมก็มีอยู่หลายอย่างด้วยกัน ขอให้ระมัดระวัง ผมเป็นห่วงพี่น้องประชาชนที่อาจจะรู้เท่าไม่ถึงการณ์ไปร่วมกับเขา รวมความถึงนิสิต นักศึกษาหลายท่าน บางทีไปก็อันตรายกับอนาคตของตัวเอง เพราะกฎหมายก็คือกฎหมาย กฎหมายที่ใช้ทั้งหมดเป็นกฎหมายของไทย ฉะนั้นการจะเอาใครก็แล้วแต่มาร่วมการพิจารณาอะไรต่างๆเหล่านี้ ต้องดูความเหมาะสมว่าควรหรือไม่ควรอย่างไร ไม่อยากให้ต่างชาติเขามาให้ร้ายเราโดยข้อมูลที่บิดเบือนออกไป บางทีไม่เกิดประโยชน์กับเรา เราประเทศไทยมีอิสรเสรีใช่หรือไม่ ฉะนั้นไม่ควรจะให้ใครเข้ามาเกี่ยวข้องในการแก้ปัญหาของเรา สำหรับกติกา พันธสัญญาต่างๆของโลก เราก็ทำทุกอย่างอยู่แล้ว ดูสิ การยอมรับจากต่างประเทศเป็นอย่างไร สถิติการกระดับต่างๆ ด้านความเชื่อมั่น เชื่อถือหลายๆอย่างก็ดีขึ้นมาตามลำดับ วันนี้ถ้าประเทศไทยจะมีปัญหา ผมคิดว่าเกิดจากเราเองเป็นส่วนใหญ่ ต้องขอร้องทุกคนก็แล้วกัน” นายกฯ กล่าว

"แม่นายมาแชร์" รีวิวสูตรเด็ด แค่ล้างหน้าฝ้าก็หายได้ง่ายๆ!

เมื่อถามว่า นักศึกษามหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งนัดชุมนุม‪เย็นวันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ไม่เห็นมีอะไรนิ ก็ขอให้ระมัดระวังกฎหมายอื่นๆ ด้วยแล้วกัน ถ้าชุมนุมกันภายนอก

 

24 ก.พ.63 - เมื่อเวลา 12.45​ น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีน.ส.พรรณิการ์ วานิช อดีตกรรมการบริหารพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ออกมากล่าวหารัฐบาลมีส่วนเกี่ยวข้องคดีทุจริตกองทุนเพื่อการพัฒนาของรัฐ 1 มาเลเซีย ดีเวลอปเมนต์ เบอร์ฮัด (วันเอ็มดีบี) โดยอาจมีพันธมิตรมืด ว่า ไม่มี เรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังที่อินเตอร์โพลจะประกาศไม่ได้รู้จักใคร

เมื่อถามว่าไม่ได้ให้ที่พักพิงอาชญากรข้ามชาติใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า จะให้พักพิงอย่างไรไม่มี อินเตอร์โพลออกภายหลัง แต่คนสนิทนายโจ โลว์ นักการเงินคนสนิทของนายนาจิบ ราซัก อดีตนายกฯมาเลเซีย ซึ่งเกี่ยวข้องกับคดีทุจริตกองทุนวันเอ็มดีบี เขาเข้ามาประเทศไทยก่อน และเมื่อออกไปจากประเทศไทยไปแล้วอินเตอร์โพลจึงค่อยประกาศออกมา

วิธีรับมือฝุ่น PM2.5 ก่อนฝุ่นทำลายสุขภาพจนสายเกินแก้

ถามว่ามีการพาดพิงนักธุรกิจ พ.พานนั้น พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่ทราบ และไม่รู้ ซึ่งทางรัฐบาลไม่ต้องดำเนินการอะไร ถ้าผิดตำรวจเขาก็แจ้งความ และยืนยันว่าไม่จำเป็นต้องชี้แจงอะไรเพิ่มเติม เพราะไม่มีอะไร.

'สี จิ้นผิง' กับการบริหาร วิกฤติไวรัสอู่ฮั่น


 
 

    ภาพนี้คือหัวใจของการสื่อสารกับประชาชนคนจีน ว่าผู้นำสูงสุดของเขาออกมาร่วมสู้กับประชาชนเพื่อจำกัดการแพร่กระจายของไวรัสอู่ฮั่นอย่างจริงจัง
    ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงไปเยี่ยมเยียนประชาชนคนจีนในหลายเขตของปักกิ่ง โดยใส่หน้ากากอนามัยแบบธรรมดา เพราะก่อนหน้านั้นวันเดียวรัฐบาลเพิ่งประกาศว่าประชาชนไม่ควรใช้แบบ N95 ซึ่งมีจำนวนจำกัด ควรเก็บไว้ให้บุคลากรทางการแพทย์
    เพราะจำนวนบุคลากรทางการแพทย์ที่ติดเชื้อเนื่องจากทำงานใกล้ชิดกับคนป่วยมีจำนวนกว่า 1,700 คนและเสียชีวิตไปแล้วไม่ต่ำกว่า 6 คน
    ก่อนหน้านี้นายกฯ หลี่ เค่อเฉียงลงพื้นที่อู่ฮั่น มีการเผยแพร่ภาพให้เห็นถึงการนำทัพนักรบทางการแพทย์เพื่อต่อสู้กับ Covid-19 อย่างคึกคัก
    ทั้งหมดนี้เป็นการออกข่าวเพื่อให้ประชาชนคนจีนทั้งประเทศและชาวโลกได้เห็นว่า ผู้นำจีนไม่ได้นั่งบริหารวิกฤติในห้องแอร์
    ภาพนี้สี จิ้นผิงยอมให้วัดอุณหภูมิของตัวเอง ทำตัวให้ธรรมดาสามัญที่ไม่ได้รับการยกเว้น
    เพราะเชื้อร้ายไวรัสสายพันธุ์ใหม่ตัวนี้เล่นงานไม่เลือกหน้า ไม่ว่าจะเป็นคนยากดีมีจน ตำแหน่งต่ำต้อยหรือสูงส่งก็มีสิทธิ์ติดเชื้อป่วยไข้เสียชีวิตได้ทั้งสิ้น
    การเปิดเผยคำกล่าวต่อ "วงใน" ของสี จิ้นผิง สะท้อนว่าทางการปักกิ่งต้องการตอกย้ำว่าผู้นำสูงสุดคนนี้ได้รับรู้ถึงการแพร่ระบาดของไวรัสใหม่ตัวนี้อย่างน้อย 2 สัปดาห์ ก่อนที่จะมีการแสดงความกังวลของผู้นำต่อสาธารณะ
    ปกติคำพูดของสี จิ้นผิงต่อคนวงในจะถูกตีตรา "ลับสุดยอด" ตลอด แต่ครั้งนี้น่าสังเกตว่าเป็นความพยายามที่จะสื่อให้คนจีนและชาวประชาทั่วโลกได้เห็นว่า
    ผู้นำสูงสุดของจีนรับรู้เรื่องนี้ตั้งแต่ต้น และได้สั่งการสู้รบกับ "ไวรัสอู่ฮั่น" ตั้งแต่ยังไม่เป็นข่าวแพร่สะพัดไปทั่วโลก
    เท่ากับเป็นการสกัดข้อกล่าวหาใดๆ ที่ว่าระดับนำของรัฐบาลจีนมีความ "เฉื่อยชา" ในการตั้งรับสถานการณ์ที่ปัจจุบันกลายเป็นเรื่องร้ายแรงไปทั่วโลก
    รายงานเกี่ยวกับคำพูดของสี จิ้นผิงต่อเจ้าหน้าที่ในสื่อทางการของจีนบอกว่า ผู้นำสูงสุดของรัฐบาลได้ออกคำสั่งให้ตั้งทีมบริหารวิกฤติตั้งแต่วันที่ 7 มกราคม ในการประชุมของคณะกรรมการบริหารของพรรคคอมมิวนิสต์
    ปกติมติใดๆ ของการประชุมระดับนำอย่างนี้จะไม่เปิดเผยให้สาธารณชนได้รับทราบ
    แต่ครั้งนี้เห็นได้ชัดว่ามีความจงใจที่จะสร้าง "ความโปร่งใส" ให้ประชาชนได้รู้ "เบื้องหลังการตัดสินใจ" ในระดับนำ
    ในคำกล่าวสำหรับวงในนั้น สี จิ้นผิงบอกด้วยว่าเขาเป็นคนสั่งให้มีการ "ปิดเมือง" อู่ฮั่นและเมืองรอบข้างอื่นๆ เมื่อวันที่ 23 มกราคมด้วยตนเอง
    สี จิ้นผิงบอกว่า
    "ผมเกาะติดสถานการณ์เรื่องการแพร่ระบาดของไวรัสอู่ฮั่นด้วยตนเองทุกขั้นตอน และได้ออกคำสั่งให้ผู้เกี่ยวข้องจัดการกับปัญหาเป็นระยะๆ" สีกล่าวในคำปราศรัยกับวงในเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ (รายละเอียดเพิ่งเปิดเผยวันที่ 15 กุมภาพันธ์ หลังจากเห็นภาพสี จิ้นผิงออกตรวจงานในหลายๆ เขตของปักกิ่ง)
    เห็นได้ชัดว่าวันเวลาที่พูดถึงนั้นสอดคล้องกับตอนที่คุณหมอหลี่ เหวินเลี่ยงได้เขียนข้อความเตือนเพื่อนๆ ที่เป็นหมอ ว่าเขาสงสัยจะเกิดโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ที่มีความละม้ายกับ SARS 
    หมอหลี่ถูกเจ้าหน้าที่อู่ฮั่นเรียกไปต่อว่าต่อขาน ให้ลงชื่อในเอกสารทางการสารภาพว่าได้ส่งข้อความอันก่อให้เกิดความไม่สงบ 
    แต่เมื่อต่อมาสิ่งที่หมอหลี่เตือนกลายเป็นความจริง สี จิ้นผิงคงเห็นว่าจะต้องสั่งการให้ทันกับสถานการณ์ที่ผู้คนกำลังตั้งคำถามผ่านสื่อโซเชียลมีเดียอย่างร้อนแรง
    แน่นอนว่าสี จิ้นผิงไม่ต้องการมีภาพว่าตอนที่เกิดสัญญาณเตือนภัยแรกๆ นั้น เขาไม่ตระหนักในความเร่งด่วนและความร้ายแรงของปัญหา
    ภาพที่ทางการจีนต้องการสื่อคือ ผู้นำของเขารู้เร็วรู้ทันและตัดสินใจแก้ปัญหาได้ทันท่วงที
    จากนี้บทพิสูจน์ของจริงคงอยู่ที่ว่า สี จิ้นผิงจะทำให้การแพร่ระบาดของไวรัสตัวนี้สงบนิ่งและเริ่มกลับสู่ภาวะปกติได้เมื่อไหร่เท่านั้นเอง.

 

'ชูชาติ'ชื่นชม'ผู้พิพากษาหญิง'จิตใจมั่นคงบอกตัวเองก็เคยโดนข่มขู่


 

23 ก.พ.63-นายชูชาติ ศรีแสง อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกา โพสต์เฟซบุ๊กว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจทำการจับกุมพันตำรวจโทบรรยิน​ ตั้งภากรณ์ ในข้อหาร่วมกันฆ่าพี่ชายผู้พิพากษาอาวุโสศาลอาญากรุงเทพใต้เพราะบีบบังคับผู้พิพากษาท่านนั้นซึ่งเป็นเจ้าของสำนวนคดีที่พันตำรวจโทบรรยินถูกฟ้องจำเลย ให้มีคำพิพากษายกฟ้องไม่ได้

"ขอชื่นชมอย่างจริงใจต่อผู้พิพากษาท่านนี้ซึ่งเป็นสุภาพสตรีที่มีจิตใจที่เข้มแข็งมั่นคงที่ไม่ยินยอมกระทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง แต่ก็ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งที่ท่านต้องเสียบุคคลในครอบครัวไป นี่คือสิ่งที่ผู้พิพากษาหลายท่านเคยประสบมาในการพิจารณาพิพากษาคดีทั้งคดีอาญาและคดีแพ่ง"

นายชูชาติ ระบุว่า ผมเองในขณะดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาหัวหน้าศาลก็เคยประสบกับเหตุการณ์ที่ถูกข่มขู่ แต่โชคดีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจรู้เรื่องมือปืนก่อน จึงได้ป้องกันไม่ให้เกิดเหตุร้ายแรงขึ้น

 

'ชาวนาเมืองชาละวัน' ถูกโกงรวมตัวบุกโรงพักแจ้งความท่าข้าวเบี้ยวจ่ายเงิน


 

24 ก.พ.63 - พ.ต.อ.กัมพล รัตนประทีป ผกก.สภ.เมืองพิจิตร ได้พบกับกลุ่มชาวนาจำนวนเกือบ 50 คนที่มาแจ้งความร้องทุกข์ โดยมี น.ส.วิรัตน์ ใจซื่อ กำนัน ต.เนินกลุ่ม อ.บางกระทุ่ม จ.พิษณุโลก เป็นผู้นำพาชาวนากลุ่มนี้มาแจ้งความ โดยชาวนาที่มาทั้งหมดนี้ให้ปากคำกับผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรเมืองพิจิตร ว่า ตนเองเป็นชาวนาอยู่ในเขต ต.เนินกุ่ม ซึ่งเป็นพื้นที่รอยต่อติดกับ ต.ป่ามะคาบ อ.เมืองพิจิตร โดยเมื่อช่วงฤดูกาลเก็บเกี่ยวข้าวนาปีในช่วงเดือน พฤศจิกายน-ธันวาคม 2562 เมื่อเกี่ยวข้าวได้แล้วจึงได้ใช้รถบรรทุกผลผลิตไปขายที่ท่าข้าวแห่งหนึ่ง ซึ่งตั้งอยู่ที่หมู่ 8 ต.ป่ามะคาบ อ.เมืองพิจิตร

น.ส.วิรัตน์ กล่าวว่า ท่าข้าวหรือจุดรับซื้อข้าวเปลือกแห่งนี้ พวกตนคุ้นเคยและนำข้าวเปลือกมาขายหลายครั้งแล้ว อดีตท่าข้าวแห่งนี้ก็ทำมาค้าขายกับชาวนามาได้ด้วยดี แต่พอฤดูกาลนี้กลับกลายเป็นว่ารับซื้อข้าวแล้วไม่มีเงินจ่าย อ้างว่าขาดทุนจากการที่ซื้อแพงแล้วต้องไปขายถูกทำให้ขาดทุนไม่มีเงินมาจ่ายให้กับชาวนา ส่วนชาวนาก็เดือดร้อนกันถ้วนหน้า เนื่องจากต้องหาเงินไปจ่ายค่าเช่านา ค่ายา ค่าปุ๋ย ค่ารถเกี่ยวข้าว เมื่อเดือดร้อนจึงต้องรวมตัวกันมาแจ้งความ

"ลูกบ้านของตนที่เป็นชาวนาและได้รับความเดือดร้อนมาแจ้งความในครั้งนี้ประมาณ 34 ราย รวมเป็นเงินแล้วประมาณ 1.7 ล้านบาท นอกจากนี้ยังทราบว่าท่าข้าวแห่งนี้ก็ไปเปิดจุดรับซื้อในเขต ต.สากเหล็ก ต.เนินมะปาง ซึ่งก็ประสบปัญหาการขาดสภาพคล่องไม่ได้จ่ายเงินให้กับชาวนาด้วยเช่นกัน แต่ส่วนชาวนา ต.เนินมะปราง และ ต.สากเหล็ก จะมาแจ้งความหรือไม่นั้น ตนเองไม่ทราบคงต้องติดตามความคืบหน้ากันต่อไป"

พ.ต.อ.กัมพล รัตนประทีป ผกก.สภ.เมืองพิจิตร กล่าวว่าจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย โดยในเบื้องต้นได้แยกชาวนาที่มาแจ้งความนี้ออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกคือ ผู้ที่ขายข้าวเปลือกแล้วไม่ได้เงินเลยแม้แต่บาทเดียว กลุ่มที่สองคือ กลุ่มที่ขายข้าวเปลือกแล้วได้เงินเพียงบางส่วน ทั้งนี้เพื่อให้แนวทางสืบสวนบังคับใช้กฎหมายให้ตรงกับพฤติการณ์ที่อาจต้องแบ่งแยกเป็นคดีอาญาและคดีแพ่งต่อไป

 

 


หน้าแรก / Politics “ช่อ” งานงอก รัฐบาลฟ้องกลับ ปมกล่าวหาเอื้อทุจริต 1 MDB

“ช่อ” งานงอก รัฐบาลฟ้องกลับ ปมกล่าวหาเอื้อทุจริต 1 MDB 

รัฐบาลเตรียมฟ้องกลับ "ช่อ-พรรณิการ์" หลังเล่นใหญ่อภิปรายนอกสภา กล่าวหาเอื้อทุจริตกองทุน 1 MDB ของมาเลเซีย

หน้าแรก / World World “มหาธีร์” หัก “อันวาร์” ปมหักหลัง สู่การไขก๊อก

“มหาธีร์” หัก “อันวาร์” ปมหักหลัง สู่การไขก๊อก

หลังจากสำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า นายกรัฐมนตรีมหาธีร์ โมฮัมหมัด แห่งมาเลเซีย วัย 94 ปี ได้ส่งหนังสือกราบบังคมทูลลาออกจากตำแหน่งกับสมเด็จพระราชาธิบดีแห่งตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อสมเด็จพระราชาธิบดีอับดุลเลาะห์ ชาห์ กษัตริย์แห่งมาเลเซียแล้ว เมื่อเวลา 13.00 น. ของวันที่ 24 ก.พ. ตามเวลาท้องถิ่น หลังจากเพิ่งกลับเข้ามารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีมาเลเซียอีกครั้งในปี 2561

ท่ามกลางกระแสข่าวว่าการหารือครั้งนี้ เป็นการหารือลับเกี่ยวกับการจัดตั้งพรรคร่วมรัฐบาลใหม่ โดยไม่มีนายอันวาร์ อิบราฮิม ซึ่งก่อนหน้าถูกวางตัวว่าจะมารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อจากนายมหาธีร์

 

 

ก่อนหน้านี้ นายอันวาร์ อิบราฮิม วัย 72 ปี อดีตผู้นำฝ่ายค้านคนสำคัญของมาเลเซีย ซึ่งเป็นทายาททางการเมืองของนายกรัฐมนตรีมหาธีร์ เผยในพิธีละหมาดที่บ้านพักว่า อดีตพันธมิตรในพรรคเบอร์ซาตูของนายมหาธีร์ และ “ผู้ทรยศ” กลุ่มเล็ก ๆ ในพรรคยุติธรรมประชาชน (PKRร์) ของเขากำลังหาทางสกัดไม่ให้เขาได้ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีต่อจากผู้นำวัย 94 ปี ตามที่ตกลงกันไว้

“ขณะนี้กำลังรอข้อมูลอยู่ แต่เขารู้ว่ามีความพยายามจะล้มรัฐบาลผสม "พันธมิตรแห่งความหวัง" (PH) ซึ่งชนะการเลือกตั้งเมื่อเกือบ 2 ปีก่อน แล้วตั้งรัฐบาลชุดใหม่ขึ้นมาแทน” นายอันวาร์ ระบุ

การเปิดโปงครั้งนี้ของนายอันวาร์มีขึ้นหลังจากสมาชิกอาวุโสของพรรคเบอร์ซาตูและกลุ่มในพรรคพีเคอาร์ที่เป็นสมาชิกรัฐบาลผสมนัดพบกับพรรคอัมโน พรรคปาส พรรคเอ็มซีเอของคนเชื้อสายจีน และพรรคเอ็มไอซีของคนเชื้อสายอินเดียที่โรงแรมเชอราตันในเมืองปาตาลิงจายาเมื่อวันอาทิตย์ และช่วงหลายสัปดาห์ก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวแพร่สะพัดมาว่า พรรคอัมโนและพรรคปาสเตรียมจับมือกับพรรคเบอร์ซาตูและกลุ่มในพรรคพีเคอาร์ตั้งรัฐบาลผสมชุดใหม่ โดยต้องการให้นายมหาธีร์ดำรงตำแหน่งต่อจนครบวาระ 5 ปี มากกว่าส่งมอบตำแหน่งให้นายอันวาร์

โดยเรื่องนี้หนังสือพิมพ์เซาท์ ไชนา มอร์นิง โพสต์ของฮ่องกง อ้างแหล่งข่าวในรัฐบาลผสมพีเอชเผย ว่า รัฐบาลชุดนี้เสี่ยงล่ม เนื่องจากผู้ที่เกี่ยวข้องกับแผนการนี้ต้องการให้รัฐบาลมีเสถียรภาพเพื่อให้สามารถแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ปฏิรูปสถาบัน และฟื้นความเชื่อมั่นนักลงทุนต่างชาติได้อย่างต่อเนื่อง โดยไม่ตกอยู่ใต้อิทธิพลของการสืบทอดอำนาจที่อาจสร้างความแตกแยก

ด้าน นายชาด ซาลีม ฟารูกี ศาสตราจารย์กิตติคุณ ซึ่งเชี่ยวชาญรัฐธรรมนูญมาเลเซีย ระบุว่า หากรัฐบาลผสมล่ม ไม่ว่าโดยสมัครใจหรือถูกบังคับทางการเมือง ผู้เป็นนายกรัฐมนตรีจะต้องลาออก ซึ่งจะทำให้คณะรัฐมนตรีถูกยุบโดยอัตโนมัติ และนายกฯที่ลาออกไปแล้วหรือคู่แข่งที่มีเสียงสนับสนุนในสภาอย่างน้อย 112 ที่นั่งจากทั้งหมด 222 ที่นั่งจะนำรายชื่อคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ไปขอให้กษัตริย์มาเลเซียทรงมีพระราชวินิจฉัยแต่งตั้งต่อไป

“อย่างไรก็ตาม หากไม่มีใครได้เสียงข้างมาก จะต้องมีนายกรัฐมนตรีรักษาการถวายคำแนะนำให้สมเด็จพระราชาธิบดีโปรดเกล้าฯให้มีการจัดการเลือกตั้งใหม่” ผู้เชี่ยวชาญรายนี้เผย


หน้าแรก / World World ฮือ "มหาธีร์" ลาออก นายกฯมาเลย์

ฮือ "มหาธีร์" ลาออก นายกฯมาเลย์

สำนักนายกฯ มาเลเซียแถลง มหาธีร์ กราบบังคมทูลลาออกกับสมเด็จพระราชาธิบดีแห่งมาเลเซีย ท่ามกลางการเจรจาตั้ง
รัฐบาลผสมชุดใหม่

ขณะนี้ยังไม่แน่ชัดว่า การลาออกของนายกฯ มหาธีร์ จะทำให้มาเลเซียต้องจัดการเลือกตั้งใหม่ขึ้นเร็วๆ นี้หรือไม่


ทำเนียบนายกรัฐมนตรีมาเลเซียแถลงด้วยข้อความสั้นๆว่า นายมหาเธร์ซึ่งกลับเข้ามาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีมาเลเซียอีกครั้งในเดือนพ.ค. 2561 หลังจากได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งอย่างเหนือความคาดหมายนั้น ได้ยื่นหนังสือลาออกต่อสมเด็จพระราชาธิบดีแห่งมาเลเซีย เมื่อเวลา 13.00 น.ตามเวลาท้องถิ่นในวันนี้  

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า การแถลงข่าวเรื่องการลาออกของนายมหาเธร์ มีขึ้นท่ามกลางกระแสข่าวที่ว่า นายมหาเธร์ วัย 94 ปี ได้แยกตัวจากพรรคปาคาตัน ฮาราปัน ซึ่งเป็นพรรคร่วมรัฐบาล เพื่อที่จะจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ร่วมกับพรรคอื่นๆ

.................................................................

24 กุมภาพันธ์ 2563

 


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน