*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 3963
  • จำนวนผู้ชม : 2506184
  • จำนวนผู้โหวต : 527
  • ส่ง msg :
  • โหวต 527 คน
<< กุมภาพันธ์ 2020 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันเสาร์ ที่ 29 กุมภาพันธ์ 2563
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 460 , 15:51:03 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน แม่หมี , wullopp โหวตเรื่องนี้

สวัสดีครับ

          นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หลบพวกโหนกระแสนักเรียนมัธยมที่ชุมนุมกันในโรงเรียน ด้วยการบอกว่าไม่ได้ห้าม

เพียงแต่เป็นห่วงว่าเด็กๆจะทำเกินเลยกลายเป็นการทำผิดกฎหมาย เพราะเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ต้องทำตามหน้าที่จนจะพาให้เกิดเรื่องใหญ่

ขึ้นมา แต่เด็กๆก็สร่างซาลง ทำความผิดหวังให้พวกที่คอยหนุนหลังเด็กๆกระทำการให้เป็นประโยชน์แก่พวกตัวเองไปตามกัน

 

 

'พญางูเห่าดูไบ' โผล่ใบ้หวย


 

              นักข่าวนี่....ก็นะ

                น่าจะเปลี่ยน "ซิมสมอง" ซะมั่ง ทำเป็นหุ่นยนต์ "โปรแกรมสำเร็จรูป" ไปได้

                อภิปรายไม่ไว้วางใจเสร็จปุ๊บ ต้องปรี่ถามนายกฯ ปั๊บ

                "ปรับ ครม.มั้ยคะ?"

                ช่างไม่ดูซะเลย ว่าชกเสร็จ ใครที่อ้วกแตก เถลือกไถล มุดเชือกหนีลงจากเวที

                ชนิดมี ซังข้าวโพด กระโถนน้ำหมาก และเกี๊ยะพวกเดียวกันปลิวว่อนไล่หลังนั่นน่ะ

                อภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ เปรียบเหมือนตอน "เจ้ากรุงอังวะ" เหิมเกริมว่าไทยหลังกรุงแตก ยังรวมตัวไม่แน่น

                จึงมีคำสั่งให้ "แมงกี่มารหญ่า" เจ้าเมืองทวาย

                ยกกองทัพมาหวังเหยียบกรุงธนบุรี ของ "พระบาทสมเด็จพระเจ้าตากสิน" ให้สิ้นซาก

                แต่ที่ไหนได้.........

                แค่ยกมาถึง "ค่ายบางกุ้ง" สมุทรสงครามเท่านั้นแหละ ทัพใหญ่ของพระเจ้ากรุงธนบุรียังไม่ทันมาถึงด้วยซ้ำ

                ทหารแมงกี่มารหญ่ากลายเป็นบะหมี่ต้มยำไปซะแล้ว ถูกทหารรักษาค่ายบางกุ้ง ไล่ฟันกระบาลแบะ

                มากัน ๓ พันโสร่ง วิ่งโสร่งหลุดหนีกลับทวายไปได้ ถึงร้อยก็นับว่ามากแล้ว

                นี่ไม่ได้โม้นะ เพราะโคตรเหง้าผมอยู่แถบนั้น 

                ที่ดินค่ายบางกุ้งเป็นเรือกสวน ก่อนขึ้นเรือน ต้องตักน้ำตีนกระไดบ้านล้างเท้า

                ล้างไป-ล้างมา น้ำชะดินละลายไปเรื่อยๆ

                เอ๊ะ..อะไรหว่า สะดุด..สะดุด.........

                อ้าว...หัวกะโหลกผีพม่านั่นเอง โผล่ขึ้นมา!

                ทุกวันนี้ ก็ยังเป็นอย่างนั้น คือพม่าเหิม เมื่อถูกทหารค่ายบางกุ้ง (ส่วนใหญ่เป็นคนจีน) สับกระบาลสั่งสอนและไล่เตะตูดหนีเตลิดแล้ว

                ก็ไม่มีการกลบฝังอะไร เป็นศพนอนดิน เกะกะ เรี่ยราด มาเป็นร้อยๆ ปี ก็เปื่อยเน่า แปรสภาพเป็นดินดีสมเป็นนาสวน

                แต่กะโหลกไม่แปรสภาพ........

                ทุกวันนี้ แถวๆ ค่ายและวัดบางกุ้ง หาไส้เดือนยังยากกว่าหาหัวกะโหลกทหารพม่า เพราะว่าเรี่ยราดอยู่ใต้ผืนดินตื้นๆ

                และควรทราบไว้นิด.........

                จากศึก "ค่ายบางกุ้ง" นี่แหละ เป็น "สงครามครั้งสุดท้าย" จริงๆ ของพม่า ที่ยกมารังควานไทย

                คือพม่าหายข้องใจว่า "ไทยกอบกู้ชาติ" กลับคืนได้จริงหรือไม่ จากวันนั้น ก็เข็ดขี้อ่อน-ขี้แก่ ไม่กล้ายกทัพเข้ามาวอแวอีก

                จากกรุงธนบุรี......

                ตราบถึงกรุงรัตนโกสินทร์ ณ วันนี้!

                แต่ไม่แน่นะ พม่าอาจเปลี่ยนกลยุทธ์-กลศึกก็ได้ ๓-๔ ร้อยปีก่อน ขี่ช้าง ขี่ม้า ยกทัพมาตีเมือง แต่ไม่สำเร็จ

                ยุคนี้ จึงเปลี่ยนรูปแบบ

                จาก "ทัพทหาร" มาในรูปแบบ "ทัพแรงงาน" กระจายยึดไทยทั่วทั้ง ๗๗ จังหวัด

                ทัพแรงงานพม่ามากกว่า ๓ ล้านคน ส่งสัญญาณ

                เอ้า....เฮ.....

                ยึดประเทศไทยพร้อมกันวันไหน โดย "ไม่ทำงาน"

                ประเทศไทย "ซี้แหง" วันนั้น!

                มาเข้าเรื่องต่อ คือจะบอกว่า ความจริง จากรูปการณ์อภิปรายไม่ไว้วางใจ ๓-๔ วัน ตามที่เห็น

                นักข่าวควรไปเอาคำตอบจากฝ่ายค้านมาให้ชาวบ้านหายข้องใจก่อนจะดีกว่า ว่า

                "ทำไมฝ่ายค้านห่วยแตกอย่างนี้ ยกทัพมาตีเมืองรัฐบาลแท้ๆ แต่ทั้งขุนศึกยันไพร่ราบพลเลว มีแต่บ๊องๆ บวมๆ มวยล้มต้มคนดูหรือเปล่าคะ"?

                เนี่ย....นักข่าวน่าจะไปถามซีกค้าน โดยเฉพาะเพื่อไทย มากกว่าจะรีบถามนายกฯ "ซีกรัฐบาล" ว่าปรับ ครม.เมื่อไหร่?

                รูปศึกสงครามแบบนี้ มันต้องถามว่า

                "ท่านนายกฯ คะ จะปูนบำเหน็จรางวัลทีมงานดับสุริยากันคนละกี่ขั้นคะ?"

                หรือไม่ก็ต้องถามพลเอกประวิตรว่า "ท่านคะ ท่านใช้มนต์เรียกเนื้อ-เรียกปลาบทไหนคะ ฝ่ายแค้นมาเข้าข้องตั้ง ๕ ตัว?"

                ไม่เห็นหรือ.......

                ที่ไหนๆ มีแต่นายกฯ จะได้คะแนนมากที่สุด แต่ที่นี่ รองนายกฯ ชื่อป้อม คะแนนสูงสุด นายกฯ ได้  ๒๗๒

                แต่บิ๊กป้อมได้ตั้ง ๒๗๗ มากกว่าตั้ง ๕             

                สโนไวต์ว่างามเลิศในปฐพี ยังสู้พี่ป้อมไม่ได้เล้ย ขนาด ส.ส.พรรควีรบุรุษนาแกยังโหวตให้!        

                ไม่ได้ถากถางอะไรท่าน

                แต่นี่คือการตอกหัวตะปูย้ำ อภิปรายไม่ไว้วางใจเสร็จ แทนที่รัฐบาลจะแตก กลายเป็นฝ่ายค้าน "แตกยับอัปรา"

                และเป็นการแตก ชนิดมีนัยสำคัญ เหมือนซ่อนมีดคนละเล่มในเกมจุมพิต

                เดิม...๗ พรรครวมเป็น "พรรคค้าน"

                ตอนอภิปราย เหลือ ๖ พรรค แต่พออภิปรายเสร็จ เหลือแค่ ๕ พรรคค้าน

                เพื่อไทย-พรรคพ่อ กับอนาคตใหม่-พรรคลูก

                พ่อกับลูก โดดเตะก้านคอกันเอง คนละฉาด-สองฉาด ลูกหาว่าพ่อ เอาน้ำลาย "เผาเวลา" ของลูกไปหมด จนอดอภิปรายไล่รัฐบาล และแฉทีเด็ด "ประจานบิ๊กป้อม"

                เตะก้านคอสางแค้นยังไม่หนำใจ ก็ลากไส้กันเองออกมาทำตือฮวน

                เพื่อไทย ก็ว่า อนาคตใหม่ แอบไปมีอะไรกับบิ๊กทหาร

                อนาคตใหม่ ก็ว่า เพื่อไทย แอบไปมีดีลลับกับรัฐบาล!

                สรุป.......

                รัฐบาลแรกเริ่ม เสียงปริ่มน้ำ ๒๕๔ เสียง ส่วนฝ่ายค้านประมาณ ๒๕๐-๕๑ เสียง คือหายใจรดต้นคอกันชนิด ลุกไปฉี่ไม่ได้ ตอนประชุม

                แต่ ณ วันนี้ ดูเอาละกัน คะแนนโหวตพลเอกประวิตรตั้ง ๒๗๗

                ใครปริ่มก็ไม่รู้สินะ?

                รู้แต่ว่า คะแนนนี้ ท่านได้ แต่ใดมา อ๋อ...ส.ส.ฝ่ายค้าน เขาให้!

                เมื่อรัฐบาล ยิ่งนาน-ยิ่งโต ในขณะที่ฝ่ายค้าน ยิ่งนาน-ยิ่งแตก แตกแค่แย่งบ้าน้ำลายก็พอว่า

                แต่แตกด้วยระแวงว่า "ต่างฝ่ายต่างแอบไปคบชู้" แบบนี้ ถึงอยู่กันไป ก็ร้องได้เพลงเดียว คือเพลง

                "แต่นี้ไปไม่เหมือนเดิม"!

                มันน่าสงสัยมั้ย คิดกันง่ายๆ อนาคตใหม่ถูกยุบ เขาก็รู้กันทั้งโลก "เพื่อไทย-อนาคตใหม่" ถึงคนละแม่

                แต่ "พ่อทักษิณ" คนเดียวกัน!

                แล้วไฉน เมื่อบ้านแตก แทนที่ ส.ส.อนาคตใหม่ จะย้ายไปอยู่บ้านเพื่อไทย แต่ไม่มีเลยซักคน

                ไปอยู่ "บ้านรัฐบาลหมด"!?

                ส่วนที่เหลือ เน็ตๆ เท่าไหร่ ยังไม่รู้

                รู้แต่ว่า พวกนี้ NED แน่

                ตอนนี้ หลานผดุง "นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์" จำต้องเล่นบทหัวหน้าพรรคคนใหม่ เป็นพ่อไก่-แม่ไก่ กางปีกปกลูกเจี๊ยบพิลึกๆ ที่เหลือ

                ถามว่า.......

                ลึกๆ ในใจพวกที่เหลือ "ยอมรับ" หลานผดุงเป็นหัวหน้านำพรรคด้วยศรัทธาจริงๆ

                หรือว่า จำต้อง "จำใจ" เพราะจำต้องอยู่กันไป ในเมื่อพันธุ์พิลึกแบบเขา ไปอยู่ร่วมกับใครที่ไหนคงยาก?

                มีด้ายบางๆ และผุกร่อนเส้นเดียวที่มัดให้จำต้องไปด้วยกันในสภาพจำยอม

                คือ "เสี่ยธนาธร" การันตี มีกิน-มีใช้

                และเซียนพ่ายสิบทิศ "ปิยบุตร" เป็นกุนซือสุมเมือง!

                ไม่ว่ามองทางไหน บอกได้คำเดียว "พรรคใหม่" เกิดเพื่อตาย ก่อนได้ตัดสายสะดือ

                เพราะอะไรน่ะหรือ?

                ก็ดูซี พรรคยุบไปแล้ว ในเมื่อนายพิธาเล่นบทหัวหน้าจำเป็น แต่ก็ไร้เดียงสาทางการเมือง

                รู้ทั้งรู้ ว่าคณะกรรมการบริหาร รวมทั้งธนาธร-ปิยบุตร-พรรณิการ์ ถูกตัดสิทธิ์ไปแล้ว

                แต่ถึงขณะนี้ ๓ มะกอก ก็ยังเข้ามาบงการ ควบคุม สั่งการการทำหน้าที่ ส.ส.สัมภเวสีเหมือนเดิม

                นายพิธา แค่เจว็ด คนเดินเกม-เดินหมากตัวจริง คือธนาธร-ปิยบุตร

                ไม่มีอาชญากรรมใด ที่อาชญากรไม่ทิ้งร่องรอยไว้ ฉันใด ปิยบุตร-ธนาธร ก็ฉันนั้น

                ในการอภิปรายที่นำสู่บาดหมาง แตกแยก แหกไส้กันกับเพื่อไทย

                ข้อความต่างๆ ที่ทั้งสองโพสต์เฟซ นั่นคือหลักฐานยืนยัน การครอบงำพรรค

                ตอนนี้อาจยังไม่เป็นไร เพราะยังไม่มีพรรค

                แต่นายพิธาบอกว่า อีกไม่กี่วัน พรรคใหม่ก็จะเรียบร้อย ส.ส.พันธุ์พิลึกจะได้มีสังกัดเป็นเรื่องเป็นราว

                ก็เกรงนายพิธาจะ "บกพร่องโดยสุจริต" จึงอยากให้อ่านนี่ ให้รู้ไว้ก่อน

                พ.ร.ป.พรรคการเมือง พ.ศ.๒๕๖๐

                มาตรา ๒๘ ห้ามมิให้พรรคการเมืองยินยอม หรือกระทำการใด อันทำให้บุคคลอื่น ซึ่งมิใช่สมาชิกกระทำการอันเป็นการควบคุม ครอบงำ หรือชี้นำ กิจกรรมของพรรคการเมือง ในลักษณะที่ทำให้พรรคการเมืองหรือสมาชิกขาดความอิสระ ทั้งนี้ ไม่ว่าโดยทางตรงหรือโดยทางอ้อม

                ขณะเดียวกัน ก็อยาก....

                ความจริง ไม่จำเป็นต้องอยาก เพราะปิยบุตรเขาเป็นดอกเตอร์ทางกฎหมาย แต่เอาเหอะ บอกไว้เผื่ออาจได้บุญ

                มาตรา ๒๙ ........

                ห้ามมิให้ผู้ใดซึ่งมิใช่สมาชิกกระทำการใดอันเป็นการควบคุม ครอบงำ หรือชี้นำกิจกรรมของพรรคการเมืองในลักษณะที่ทำให้พรรคการเมืองหรือสมาชิกขาดความอิสระ ทั้งนี้ ไม่ว่าโดยทางตรงหรือโดยทางอ้อม

                ถ้าใครทำเข้าลักษณะตามมาตรา ๒๙ โทษ คือ

                มาตรา ๑๐๘ 

                "ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๒๙ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงสิบปี

                และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสองแสนบาท

                หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้นั้น"

                นี่.....เห็นมั้ย

                ธนาธร-ปิยบุตร หรือใครที่เป็น กก.บห.อนาคตใหม่ ถูกตัดสิทธิ์ไปแล้ว จะมายุ่งเกี่ยวอีกไม่ได้

                ดังนั้น ขืนนายพิธา "หัวหน้าพรรค" ปล่อยให้ธนาธร-ปิยบุตร เป็นนายใหญ่ "ประทับทรง" แบบที่เป็นอยู่

                ก็จะถูกยุบซ้ำ-ยุบซาก

                และตัวคนครอบงำพรรค ก็จะคุก+คุก!

                ผมถึงว่า ตั้งใหม่ พิธาเท่ากับพระถือสายสิญจน์จูงนำหน้า มินาน มิช้า.......

                ลูกพรรคและเล็มน้ำค้างตามใบไม้ ใบหญ้า

                ในไม่ช้าก็ตาย!

                อยากให้อ่าน "อาจารย์แนวร่วม" นี่นิด รศ.ดร.พิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ์ อดีตอาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์  ธรรมศาสตร์ เขาโพสต์เฟซ ดังนี้

                ตั้งแต่ก่อนอภิปรายไม่ไว้วางใจ แกนนำเพื่อไทยพยายามล็อบบี้ไม่อภิปราย ปว.แต่ อนค.ไม่ยอม  เลยเอาชื่อไว้ท้ายๆ

                พออภิปรายจริง เพื่อไทยก็อภิปรายลากยาวลำไยล้มมวย เกินเวลาไปมาก จนวันสุดท้ายเวลา อนค.ไม่เหลือ แล้วฝ่าย รบ.ก็เสนอปิดประชุมโดยอ้างว่าหมดเวลา ปล่อยให้ ปว.ไม่โดนอภิปรายในสภาไปสบายๆ

                หัวข้ออภิปรายของเพื่อไทย ฝ่าย รบ.ตอบได้ทุกข้อเป็นฉากๆ มีสไลด์เตรียมมาพร้อมเลย (ข้อสอบรั่ว??)

                #พญางูเห่าดูไบ #ปาหี่เพื่อไทย #เพื่อไทยนึกว่า ปชช.โง่ดูไม่ออก #มวยล้มต้มคนดู #อภิปรายไม่ไว้วางใจ

                อิๆ....

                เสร็จ "พญางูเห่าดูไบ"! 

 

นปช.อีสานแห่คืนธงแดง-ป้ายหมู่บ้านคนเสื้อแดง ขึ้นป้าย 'รักประเทศไทย' แทน


 

29 ก.พ.63 - ที่ จ.ขอนแก่น นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี เดินทางร่วมกิจกรรม "พิธีมอบคืนธงแดงและป้ายหมู่บ้านคนเสื้อแดง" และมอบป้าย "เรารักประเทศไทย" ให้กับอดีตแกนนำคนเสื้อแดงทุกจังหวัดในภาคอีสาน พร้อมกล่าวว่า วันนี้ประเทศไทยเรา ต้องการความรักความสามัคคีปรองดองของคนในชาติทุกหมู่ทุกเหล่า เราทุกคนต้องการก้าวข้ามความขัดแย้ง ละลายสีเสื้อให้หมด ไม่มีสีไม่มีความขัดแย้งใดๆทั้งสิ้น ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ พวกเราทุกคน เราต้องมุ่งมั่นรักษาหวงแหนไว้สุดชีวิต เราเกิดบนผืนแผ่นดินไทยเดียวกัน เราเป็นคนไทยด้วยกัน เราต้องรวมพลังกลมเกลียวกันเป็นหนึ่งเดียวกันให้ได้

นายสุภรณ์ กล่าวว่า รัฐบาลภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ต้องการการส่งเสริมอาชีพ ส่งเสริมรายได้ แก้ไขปัญหาความยากจนให้พี่น้องประชาชนทุกหมู่เหล่าทุกสาขาอาชีพ ได้ผลักดันนโยบายสู่รากหญ้าตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงสู่พี่น้องเกษตรกรตลอดมาอย่างเนื่องตลอดมา ดังนั้นการที่ทุกคนมีแนวความคิดมาตั้งกลุ่ม "เรารักประเทศไทย" เพื่อเดินทางเข้าสู่ความร่วมมือร่วมแรงร่วมใจกับรัฐบาลในการขับเคลื่อนให้เกิดความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ให้เราถือว่าเป็นแนวคิดที่ดีงาม

"ผมขอสนับสนุน มีอะไรที่ผมจะประสานกับรัฐบาลหน่วยราชการ เพื่อผลักดันสนับสนุนฟื้นฟูอาชีพให้กับพี่น้องเกษตรกรได้ ผมยินดีอย่างยิ่ง เพราะต้องการให้พี่น้องประชาชนมีอยู่ มีกิน มีรายได้มีครอบครัวที่เข้มแข็งต่อไปในอนาคต"นายสุภรณ์ ระบุ

 

'หมอวรงค์' เห็นด้วย เชียร์เต็มที่ นักศึกษาแสดงออกทางการเมือง เตือนพรรค-นักการเมืองอย่าเข้าไปจุ้น

 
 

29 ก.พ.63 - นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารพรรครวมพลังประชาชาติไทย(รปช.)  กล่าวถึงการเคลื่อนไหวนอกสภาของอดีตพรรคอนาคตใหม่ และนักศึกษาว่าเข้าใจว่าเป็นแผนการที่พรรคอนาคตใหม่ต้องเดิน ซึ่งเคยพูดหลายครั้งถึงฮ่องกงโมเดล สิ่งที่อดีตพรรคอนาคตใหม่ทำการเคลื่อนไหวคล้ายฮ่องกงโมเดล 5 ขั้นตอน คือ 1.การปลุกระดมประชาชนโดยพุ่งเป้าไปที่นักศึกษา 

2.การมีเงื่อนไขคำตัดสินศาล 3.นำมาสู่การจัดแฟลชม็อบ ที่น่าเป็นห่วง 4.เมื่อมีการชุมนุมมีม็อบเกิดขึ้นห่วงความรุนแรง และ 5.เมื่อมีม็อบเกิดขึ้นแล้วก็ห่วงว่าจะเกิดความรุนแรง เพราะฮ่องกงโมเดลสุดท้ายนำไปสู่รุนแรง ซึ่งใครจะปฏิเสธได้ว่าถ้ามีม็อบอาจจะมีกลุ่มคนที่ทำหน้าที่คล้ายชายชุดดำหรือมือที่สาม แต่อาจเลียนแบบหรือแฝงตัวกับนักศึกษาเพื่อก่อเหตุรุนแรง ทำให้เกิดความเกลียดชัง แล้วโบ้ยความผิดไปที่รัฐบาล เหมือนกับฮ่องกงที่เมื่อเกิดความรุนแรงก็มีการชักชวนต่างชาติมาปลดปล่อย จึงห่วงจะเป็นการชักศึกเข้าบ้าน

 

นพ.วรงค์ กล่าวถึงนักศึกษาที่ออกมาเคลื่อนไหว ว่าสุดยอดและขอเชียร์เต็มที่ ถือเป็นโอกาสที่ดีได้แสดงออกความเห็นการเมือง ซึ่งการแสดงออกนี้จะทำให้สังคมตื่นตัวทางการเมืองขึ้น และเมื่อตื่นตัวก็เป็นการควบคุมนักการเมือง อีกทางหนึ่ง แต่ต้องระมัดระวังอย่าให้นักการเมืองครอบงำและแทรกแซงฉวยประโยชน์ โดยเชื่อว่าพลังบริสุทธิ์ที่ออกมา แม้จะเป็นพลังต่อต้านรัฐบาลก็จะได้รับฟังความเห็น แต่ถ้ามีนักการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องปลุกระดม จะอันตรายทันที ไม่ใช่พลังบริสุทธิ์แต่จะกลายเป็นเครื่องมือนักการเมือง 

ส่วนที่มีเฟคนิวส์ออกมาระบุว่าตนและนายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำพรรครวมพลังประชาชาติไทย ต่อต้านการเคลื่อนไหวของนักศึกษานั้น ยืนยันว่าไม่เป็นความจริงและได้มีการแจ้งความดำเนินคดีทางกฎหมายไปแล้ว

 
 

29 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563

หน้าหนึ่ง ไทยโพสต์

ฝ่ายค้านสาวไส้เละ! กัดฟันปัด‘คุณขอมา’/โหวต‘6รมต.’ฉลุย

สภาเสียงข้างมากลงมติโหวตไว้วางใจ 6 รมต. ฮือฮา "บิ๊กป้อม" คะแนนสูงสุด 277 "บิ๊กตู่-วิษณุ-ดอน-บิ๊กป๊อก" เท่ากัน 272 "ธรรมนัส" รั้งท้าย 269 พท.-อนค.แต่งชุดดำเข้าสภาก่อนที่ พท.จะวอล์กเอาต์ แต่ อนค.เข้าโหวตไม่ไว้วางใจ ด้านนายกฯ สบายใจหลังผ่านศึกซักฟอก ยันไม่ปรับ ครม.หรือดึง พท.บางส่วนเข้าร่วม "ป้อม" ปัดไม่มีฮั้ว


ลามอีก4ภูมิภาคผงะสุนัขติดเชื้อ

โควิด-19 แพร่เพิ่มอีก 4 ภูมิภาค ทั้งแอฟริกา, อเมริกากลาง, โอเชียเนียและยุโรปตะวันออก สถานการณ์ในเกาหลีใต้ยังหนักสุดติดเชื้อทะลุ 2,300 ราย ส่วนอิหร่านตายมากสุดรวม 34 ศพ "ฮอกไกโด" ประกาศภาวะฉุกเฉินขอให้ประชาชนงดออกนอกบ้าน ส่วนฮ่องกงพบไวรัสโคโรนาในสุนัขของผู้ติดเชื้อ เจ้าหน้าที่สั่งกักกันโรคสัตว์เลี้ยงของผู้ติดเชื้อทั้งหมด


กองทัพ‘งูเห่า’เต็มสภา! ‘ปชป.’โอดกลั้นใจยกมือ

งูเห่าโผล่อีก! 3 ส.ส.เสรีรวมไทย-2 เสียงเพื่อไทยโหวตไว้วางใจ "บิ๊กป้อม" 5 ส.ส.เศรษฐกิจใหม่งดออกเสียง "ธรรมนัส" 17เสียง ปชป.ไม่ไว้วางใจ รมช.เกษตรฯ แต่จำใจโหวตตามมติพรรค บี้นายกฯ นำไปทบทวน ปธ.วิปรัฐบาลดี๊ด๊าเตรียมแค่ 269 เพิ่มมาเอง "ศรีสุวรรณ" ร้อง กกต.ฟัน ส.ส.ขายตัว เอาผิดถึงขั้นยุบพรรค


อดีต55ส้มหวานสุมหัว หวังตกผลึก‘พรรคใหม่’

“ปริญญา” แย้งข้อกฎหมาย อนาคตใหม่ไม่ควรผิดถึงยุบพรรค บอกหากผิด ม.66 พ.ร.ป.พรรคการเมือง แล้วพ่วง ม.72 โดยอัตโนมัติ ทำไมไม่เขียนเป็นข้อเดียวกันไปเลย “เจษฎ์” ติง หลายกรณีคำวินิจฉัยศาล รธน.ยังไม่ชัดเจน ด้าน 55 ส.ส.อนค.เดินทางไปประชุมต่างจังหวัดถอดบทเรียนการทำงาน 1 ปีที่ผ่านมา "พิธา" รับมีการคุยถึงพรรคใหม่ แต่ขออุบชื่อไว้ก่อน "สนท." จี้ "ส.ว.-ศาล รธน.-องค์กรอิสระ" พร้อมใจลาออกมายืนข้าง ปชช.


ตื่น‘โควิด-19’ระบาดหนัก ‘บิ๊กตู่’คลอดแผนเพิ่มเติม

ไวรัสโควิด-19 พ่นพิษ ไทยตื่นระบาดใหญ่ในประเทศ "บิ๊กตู่" จ่อประกาศรับมือจันทร์นี้ "อนุทิน" เผยซื้อยาจากจีนมีเพียงพอรักษาหากไม่ติดเชื้อเพิ่ม ร้องเอาผิดปู่ย่าฮอกไกโดตัวอย่างปกปิดข้อมูล ขณะที่กรมการค้าภายในเตรียมกระจายหน้ากากอนามัยผ่านร้านสะดวกซื้อ ด้านสำนักงานเลขานุการสมเด็จพระสังฆราชประกาศงดการเฝ้าของบุคคล-ประชาชนทั่วไป


พปชร.ดับไฟ! เปิดเวทีรับฟัง ‘นักเรียน-นศ.’

พลังประชารัฐแก้เกมแฟลชม็อบ เปิดเวทีฟังความคิดเห็นนักเรียน นักศึกษา อาทิตย์หน้าดีเดย์ที่ ม.บูรพา ขอนแก่น เชียงใหม่ "จตุพร" ฟันธงสภายิ่งเสื่อม ขบวนการนอกสภายิ่งเติบโต แนะฝ่ายการเมืองอย่าเข้าไปยุ่ง ปล่อยให้พลังคนหนุ่มสาวเป็นขบวนการบริสุทธิ์

 
 ..................................................
 
 

ฝ่ายค้านสาวไส้เละ! กัดฟันปัด‘คุณขอมา’/โหวต‘6รมต.’ฉลุย


 

 

สภาเสียงข้างมากลงมติโหวตไว้วางใจ 6 รมต. ฮือฮา "บิ๊กป้อม" คะแนนสูงสุด 277 "บิ๊กตู่-วิษณุ-ดอน-บิ๊กป๊อก" เท่ากัน  272 "ธรรมนัส" รั้งท้าย 269 พท.-อนค.แต่งชุดดำเข้าสภาก่อนที่ พท.จะวอล์กเอาต์ แต่ อนค.เข้าโหวตไม่ไว้วางใจ ด้านนายกฯ สบายใจหลังผ่านศึกซักฟอก ยันไม่ปรับ ครม.หรือดึง พท.บางส่วนเข้าร่วม "ป้อม" ปัดไม่มีฮั้ว ขณะที่ ส.ส.เพื่อไทยเรียงหน้าแจงไม่มีรายการคุณขอมา ยอมรับเสียใจที่ประเมินเวลาพลาด พร้อมขอโทษ อนค. ขอนัดกินข้าวเคลียร์ใจ 4 มี.ค.นี้ แต่ "เสี่ยไก่" แฉกลับเพื่อนแอบไปคุยกับทหาร สะพัด! เรียก "พี่หนวด" อบรมเหตุทำพท.-อนค.เกิดปัญหา ด้านแกนนำ อนค.ลั่นพรรคใหญ่ต้องให้เกียรติกัน 

    ที่รัฐสภา ช่วงเช้าวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ก่อนเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อเตรียมลงมติในญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้เดินทางถึงอาคารรัฐสภาด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส ปฏิเสธที่จะตอบคำถามในทุกประเด็น 
    เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกระแสข่าวการฮั้วกันระหว่างพรรคเพื่อไทย(พท.) และรัฐบาลเพื่อไม่อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีบางคน พล.อ.ประยุทธ์ตอบเพียงว่า “ไม่รู้ ไม่ทราบ” เมื่อถามถึงกระแสข่าวการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ภายหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์ไม่ตอบ ก่อนแหวกวงล้อมสื่อมวลชนเข้าลิฟต์เพื่อไปขึ้นห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎรทันที 
    พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ตอบคำถามสั้นๆ ต่อสื่อมวลชนอย่างอารมณ์ดี เมื่อถามว่าพอใจหรือไม่ที่ไม่ถูกอภิปรายว่า “ก็อภิปรายอยู่ ไม่ถูกอภิปรายอะไร โธ่” เมื่อถามถึงกระแสข่าวการฮั้วกับพรรคเพื่อไทย พล.อ.ประวิตรได้แต่ยิ้ม ไม่ได้ตอบคำถามใดๆ 
    ส่วน พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ปฏิเสธตอบคำถามถึงความมั่นใจในเสียงโหวตของ ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล โดย พล.อ.อนุพงษ์มีสีหน้าเรียบเฉย ก่อนขึ้นไปยังห้องประชุมสภา 
    ด้านนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ กรณีที่ฝ่ายค้านวอล์กเอาต์ไม่อภิปรายสรุปญัตติว่า เคยตักเตือนเรื่องการบริหารเวลาไปแล้ว เพราะเกรงว่าจะมีปัญหาตอนปลาย แต่สุดท้ายก็ดำเนินการอภิปรายยุติลงได้ ส่วนกรณีที่ฝ่ายค้านจะไม่ร่วมลงมติวันนี้ก็เป็นสิทธิของ ส.ส. และการที่ฝ่ายค้านไม่ได้อภิปรายสรุปก็ไม่ส่งผลกระทบต่อการลงมติในวันนี้ ทั้งนี้ ส่วนตัวไม่ทราบกรณีที่อดีตพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ตั้งข้อสังเกตว่าพรรคเพื่อไทยฮั้วกับรัฐบาลจึงไม่ได้อภิปราย
    นพ.สุกิจ อัถโถปกรณ์ ที่ปรึกษาประธานสภาฯ กล่าวว่า ขอตำหนิการกระทำของกลุ่มการเมืองที่เรียกตัวเองว่าพรรคที่ถูกยุบ ไม่เคารพกฎเกณฑ์ของรัฐสภา แม้แต่กฎระเบียบเล็กๆ น้อยๆ ก็ยังแยกไม่ได้ว่าอะไรควร-ไม่ควร ที่ผ่านมาไม่เคยปิดกั้นการแถลงข่าว แต่ก็มีระเบียบรัฐสภาว่าด้วยการใช้ห้องแถลงข่าวรัฐสภาซึ่งวิญญูชนทั้งหลายอ่านแล้วเข้าใจว่าอะไรควรหรือไม่ควรปฏิบัติ เนื่องจากเมื่อคืนเวลาประมาณ 19.00 น. ส.ส.ในกลุ่มนี้มาแถลงข่าวกันหลายคน โดยคนที่ไม่มีโอกาสอภิปรายในสภา แต่กลับมาอภิปรายข้างนอก ซึ่งไม่สมควร ทั้งที่เมื่อวานเจ้าหน้าที่สภาเข้ามาขอร้องแล้ว แต่ก็ไม่ฟัง ใช้เวลา 19.20-21.15 น. ซึ่งไม่เกรงใจใครและพาดพิงถึงผู้อื่น ถือเป็นการผิดระเบียบการรักษามารยาท และการใช้ภาพและเสียงภาพยนตร์ คือการเฟซบุ๊กไลฟ์ตลอดเวลา 
    นายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวยืนยันว่า ไม่มีดีลการเมืองระหว่างพรรคเพื่อไทยกับ พล.อ.ประวิตร เป็นการคาดการณ์ไปเอง
        ต่อมา เวลา 09.30 น. นายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ ได้เปิดประชุมสภาฯ เพื่อเตรียมลงมติในญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ทั้งนี้ ก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมนายชวนได้เปิดโอกาสให้ ส.ส.ได้อภิปรายปรึกษาหารือเป็นการทั่วไป 
อนค-พท.แต่งชุดดำไว้ทุกข์ 
    นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ฝ่ายค้านจะขอใช้สิทธิไม่ร่วมสังฆกรรม และไม่ขอเข้าร่วมลงมติในครั้งนี้ เพราะเห็นว่าเป็นการดำเนินการโดยมิชอบภายหลังผู้เสนอญัตติของฝ่ายค้านไม่ได้อภิปรายสรุปญัตติตามข้อบังคับการประชุมสภา ซึ่งถือว่าการอภิปรายยังไม่เสร็จสิ้นกระบวนการ   
    ด้านนายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานวิปรัฐบาล กล่าวว่า ตามข้อบังคับการประชุมสภาฯ ให้สิทธิในการให้ผู้เสนอญัตติได้อภิปรายสรุปไว้เแล้ว ถ้าไม่ใช้สิทธิดังกล่าวก็เป็นสิทธิของฝ่ายค้าน ส่วนพรรคร่วมฝ่ายค้านจะเข้ามาร่วมหรือไม่ ก็แล้วแต่ดุลพินิจของแต่ละคน 
    นายคารม พลพรกลาง ส.ส.บัญชีรายชื่อ อดีตพรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า อยากฝากไปถึงนายกฯ สิ่งที่เปราะบางของประเทศ คือการไม่รักษากติกามารยาทบ้านเมือง มีความเป็นห่วงว่าแม้ว่าเราจะยังไม่มีพรรคอยู่ แต่เรารักษากติกาบ้านเมือง อยากให้รัฐบาลใส่ใจการแก้ไขปัญหาไวรัสโคโรนา และอยากฝากให้รัฐบาลระมัดระวังในการใช้อำนาจบริหารประเทศภายหลังเกิดเหตุการณ์ชุมนุมของนักศึกษา 
    "ใครทำอะไรไว้ต้องรับผิดชอบ พรรคผมไม่เคยเล่นการเมืองแบบปาหี่ครับ" นายคารมกล่าว
    ทั้งนี้ เป็นที่น่าสังเกตว่า ส.ส.อดีตพรรค อนค.หลายคนได้พร้อมใจกันแต่งกายในชุดดำเพื่อไว้ทุกข์ โดยนายจุลพันธ์ โนนศรีชัย ส.ส.บัญชีรายชื่อ อดีตพรรค อนค. กล่าวว่า ขอแต่งกายชุดดำเพื่อไว้ทุกข์ให้กับการประชุมสภาฯ ที่ไม่ได้ดำเนินการให้เป็นไปตามข้อบังคับการประชุมสภาฯ
    ขณะที่นายชวนกล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ความคิดเห็นอาจแตกต่างกันได้ แต่ต้องไม่กระทำฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องระมัดระวังมากที่สุด การลงมติครั้งนี้เป็นไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ 
    ต่อมา ที่ประชุมสภาฯ ได้มีมติไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลตามลำดับ ดังนี้ 1.พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ได้รับความไว้วางใจ 272 ต่อ 49 คะแนน โดยมี ส.ส.งดออกเสียง 2 คน 2.พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้รับความไว้วางใจ 277 ต่อ 50 คะแนน โดยมี ส.ส.งดออกเสียง 2 คน 3.นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ได้รับความไว้วางใจ 272 ต่อ 54 คะแนน โดยมี ส.ส.งดออกเสียง 2 คน 4.พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ได้รับความไว้วางใจ 272 ต่อ 54 คะแนน โดยมี ส.ส.งดออกเสียง 2 คน 5.นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.การต่างประเทศ ได้รับความไว้วางใจ 272 ต่อ 55 คะแนน โดยมี ส.ส.งดออกเสียง 2 คน และ 6.ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ได้รับความไว้วางใจ 269 ต่อ 55 คะแนน โดยมี ส.ส.งดออกเสียงจำนวน 7 คน 
นายกฯ สบายใจผ่านศึกได้
    ภายหลังที่ประชุมสภาโหวตลงมติ พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ ว่า ทุกอย่างเรียบร้อย ทั้งหมดเป็นเรื่องของสภา และการประชุมเพื่ออภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ได้ทำตามข้อบังคับ เป็นไปตามขั้นตอนกฎหมายและรัฐธรรมนูญทุกประการ ตนต้องขอขอบคุณทุกคนและประชาชนที่ให้กำลังใจกับรัฐบาล ตนจะทำทุกอย่างให้กับทุกคน วันนี้ก็ได้สบายใจไปอีกอย่างหนึ่ง เพราะได้ผ่านพ้นตรงนี้ จะได้ไปทำงานด้านอื่นๆ ซึ่งมีอีกหลายงานที่รออยู่ และนี่คือความจำเป็นของรัฐบาลที่ต้องทำงานและเตรียมการในด้านงบประมาณ ซึ่งได้มีการประกาศใช้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ยืนยันว่าทุกโครงการที่รัฐบาลทำไป จะลงไปสู่กลุ่มต่างๆ ให้ครบทุกกลุ่ม 
    พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ส่วนที่พูดกันในสภาที่ระบุว่าตนได้ไปรับปากกับประเทศต่างๆ นั้นไม่จริง เป็นเพียงการไปรับข้อมูลต่างๆ และต้องนำมาพิจารณาภายในประเทศ ซึ่งมีหลายขั้นตอนในทุกๆเรื่อง สิ่งสำคัญที่สุดคือการค้าการลงทุน เพราะโลกไร้พรมแดนแล้ว ยอมรับว่ามีปัญหาบ้างในเรื่องของสินค้าประเทศที่มีการจำกัด ของเราก็มีการห้ามบางอย่าง ยืนยันว่ารัฐบาลคิดในทุกแง่ทุกมุม พร้อมรับฟังความคิดเห็นจากทุกคน โดยเฉพาะในโซเชียลมีเดีย ไม่ได้ฟังเฉพาะกลุ่มที่เชียร์หรือรัก ยิ่งว่าก็ยิ่งต้องดูว่ามีปัญหาอะไรจะต้องแก้ปัญหาให้เขาด้วย เราต้องพิจารณาตัวเองว่าอะไรยังบกพร่องอยู่หรือยังมีปัญหา 
    นายกฯ กล่าวอีกว่า วันนี้ถ้าเราทำอะไรไม่ได้เลย แล้วจะเอาเงินที่ไหนมาดูแล สิ่งที่จำเป็นต้องร่วมมือและช่วยกันวันนี้คือ การทำตามแนวทางของในหลวงรัชกาลที่ 9 ในเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง การมีส่วนร่วมของภาคเอกชนที่เข้ามาและเจอหน้ากันนั้น เป็นการเชิญมาร่วมมือกับรัฐบาล ไม่ใช่ไปบอกก่อนว่าเราจะทำอะไร ดังนั้นอย่าคิดว่าอะไรก็เอื้อประโยชน์กันทั้งหมด ประเทศไทยอย่างไร คนไทยก็ต้องลงทุนร่วมกัน แต่ต้องทำให้ถูกต้องตามกฎหมาย สิ่งสำคัญที่สุดประชาชนต้องได้ประโยชน์สูงสุด รวมทั้งประเทศชาติต้องได้ประโยชน์ไปด้วย ดังนั้นขอร้องให้ความเป็นธรรมกับรัฐบาลชุดนี้บ้าง เราทำงานด้วยความตั้งใจ ซื่อสัตย์สุจริตทุกประการ 
    "ทุกคนต้องเคารพกระบวนการยุติธรรม ผมก็คงไปบังคับใครไม่ได้ ถ้าทุกคนต้องการให้บ้านเมืองเกิดความสงบสุข ต้องเริ่มจากที่ตัวเองก่อน รัฐบาลไม่ต้องการเป็นคู่ขัดแย้งกับใครทั้งสิ้น เราเผชิญกับความขัดแย้งมานานแล้วเป็นสิบๆ ปี เป็นสิ่งที่ทำให้ประเทศไทยเสียโอกาสจากศักยภาพที่มีอยู่ และขอขอบคุณอีกครั้ง ขอให้ช่วยกันกับผม ถ้าไม่อยากช่วยผมก็ขอให้ช่วยประเทศชาติ ช่วยประชาชนของเรา" นายกฯ กล่าว 
    ผู้สื่อข่าวถามถึงกระแสข่าวการปรับ ครม. ภายหลังการอภิปราย พล.อ.ประยุทธ์กล่าวยืนยันว่า "ไม่มีการปรับ" เมื่อถามย้ำว่าขณะนี้โผ ครม.เตรียมพร้อมไว้แล้วหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า "ยังไม่ถึงเวลา"
    เมื่อถามว่ามีกระแสข่าวว่าพรรคเพื่อไทยบางส่วนจะมาร่วมด้วย หากเป็นเช่นนั้นต้องเกลี่ยสัดส่วน ครม.ใหม่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ย้อนถามว่า "เอาข่าวมาจากไหน"
    ด้าน พล.อ.ประวิตร กล่าวถึงกรณีที่สภาลงมติไว้วางใจมากถึง 277 เสียง รู้สึกสบายใจหรือไม่ว่า เป็นเรื่องของสภาเขา
พปชร.เย้ยฝ่ายค้านสอบตก
    ผู้สื่อข่าวถามกรณี ส.ส.อดีตพรรค อนค.จะนำข้อมูลอภิปรายนอกสภา ถึงการดำเนินมูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัดในกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า เดี๋ยวจะลงรายละเอียดในเว็บไซต์ให้อ่าน ซึ่งไม่มีการเชื่อมโยงกับตน ก็เห็นอยู่แล้วว่าอยู่มาตั้ง 15 ปี ส่วนข้อมูลในการอภิปรายจะถูกนำไปใช้พูดนอกสภาก็ไม่เป็นไร
      นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในฐานะเลขาธิการวอร์รูมนอกสภาของ พปชร. ที่ได้ติดตามการอภิปรายมาโดยตลอด 4 วัน ขอสรุปยุทธการอรุณรุ่งของฝ่ายค้านว่า สอบตก กลายเป็นอรุณร่วง อรุณรุ่งริ่ง เป็นการแสดงออกแบบท้าทาย เสียดสี ดรามา ท้ายิง ไม่สมเกียรติ ไม่เป็นตัวอย่างแก่เยาวชน ประชาชนไม่ได้ประโยชน์อะไรจากการอภิปราย ทั้งยังบริหารเวลาผิดพลาด ทะเลาะกันเองในทั้งฝ่ายค้านทั้งสมาชิกอดีตอนาคตใหม่ ไม่พอใจพรรคเพื่อไทยจนกระทั่งอภิปรายไม่ได้ เป็นความผิดพลาดของฝ่ายค้านเอง ไม่เกี่ยวกับรัฐบาล ขอเรียกร้องนายศรัณย์วุฒิ  ศรัณย์เกตุ ส.ส.อุตรดิตถ์ พรรคเพื่อไทย ว่าให้ไปตรวจสอบว่าใครที่มีความใกล้ชิดกับรัฐมนตรีช่วยท่านหนึ่งแล้วพานักธุรกิจไปโกงเงินธนาคารอิสลาม 2 หมื่นล้าน
    ทางด้านฝ่ายค้าน นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวหลังประชุมร่วมกับหัวหน้าพรรคฝ่ายค้าน โดยมี 5 พรรคหารือ และมีตัวแทนกลุ่มอนาคตใหม่เข้าไปตอนท้ายว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ทำงานกันเต็มที่ และตั้งใจให้อภิปรายครบทุกคน การอภิปรายเป็นที่น่าพอใจ แม้วันแรกจะไม่พอใจเท่าไร และวางไว้ว่าวันสุดท้ายจะเป็นทีเด็ด แต่เสียดายว่าไปไม่ถึง ขอโทษตัวเองว่าประเมินรัฐบาลผิดพลาด และวันนี้เราเสียใจ ขอโทษประชาชนที่ทำหน้าที่ได้ไม่ครบ เพราะรัฐบาลไม่เอื้ออำนวยให้ทำงาน 
    นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส. น่าน พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า สาเหตุที่วอล์กเอาต์และประกาศไม่ร่วมลงมติไม่ไว้วางใจ เนื่องจากในอดีตไม่มีการใช้เสียงข้างมากมาละเมิดสิทธิ์เสียงข้างน้อยตามหลักประชาธิปไตย พล.อ.อนุพงษ์ยังไม่ถูกอภิปรายเลย ดังนั้นจึงถือว่ายังไม่สิ้นสุดการอภิปรายไม่ไว้วางใจตามรัฐธรรมนูญ หมายความว่าญัตติยังไม่สิ้นสุด และหลังปิดการอภิปรายก่อนลงมติต้องมีการอภิปรายสรุป แต่เพื่อไทยยืนยันว่าไม่ใช้สิทธิ์ แต่เป็นมาตรการตอบโต้ของเสียงข้างน้อยที่ดีที่สุด และก็เป็นมติที่ไม่สมบูรณ์ และอันนี้ต้องสู้กันต่อไป 
    นพ.ชลน่านกล่าวอีกว่า วันนี้ตนและเพื่อน ส.ส. จึงใส่ชุดดำมาเพื่อต่อต้านอำนาจที่ไม่เป็นธรรม ส่วนกลุ่มอนาคตใหม่ที่เข้าร่วมก็ถือเป็นสิทธิ์ตามเอกสิทธิ์ของ ส.ส.ในการลงคะแนน เราไม่มีกิจที่จะไปทำลายทำร้ายพวกเดียวกันเอง เรื่องลงคะแนนกับเรื่องความขัดแย้งถูกจับมาโยงให้เป็นเรื่องเดียวกัน ท้ายที่สุด นพ.ชลน่านกล่าวว่า "คำสั่งที่มีอำนาจสั่งสภาได้ ซึ่งเป็นของผู้ใหญ่ฝั่งรัฐบาล"
พท.-อนค.นัดเคลียร์ใจ 4 มี.ค.
      เมื่อถามว่า พรรคอนาคตใหม่ตั้งข้อสังเกตมีรายการ ‘คุณขอมา’ นายสุทินกล่าวว่า ถ้าตอบไปก็จะไม่เชื่อ ให้ดูการทำงานดีกว่า ยืนยันว่าไม่มี เพราะถ้ามีแล้วจะคุ้มอะไร จะได้อะไร เสียดายแต่นายรังสิมันต์ ที่ยังไม่ได้อภิปราย ถ้าได้อภิปรายคนสุดท้ายก็จะครบ ตอนนี้จะต้องระวังไอโอ เสี้ยมให้ฝ่ายค้านแตกกัน ในวันที่ 4 มี.ค.นี้ พรรคร่วมฝ่ายค้านจะนัดทานข้าวกัน ไม่ถือว่าประสานรอยร้าว แต่เป็นการปรับความเข้าใจในระยะสั้นๆ 
    นายชวลิต วิชยสุทธิ์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ยืนยันว่า พรรคเพื่อไทยไม่ทรยศต่อฝ่ายค้านและประชาธิปไตย และไม่หักหลัง เข้าใจถึงคนที่เตรียมตัวมา แต่ไม่ได้อภิปราย เพราะตนก็เป็นคนหนึ่งที่เตรียมมา แล้วไม่ได้อภิปรายเช่นกัน ยอมรับว่าต้องมีการเคลียร์ใจกับกลุ่มอดีตพรรคอนาคตใหม่ ตนทำงานกับนายปิยบุตร แสงกนกกุล อดีตเลขาธิการพรรค อนค. ในคณะกรรมาธิการกฎหมายฯ แต่ยังติดต่อนายปิยบุตรไม่ได้ ก็ได้ส่งไลน์ไปแล้วว่า ถ้าว่างให้ติดต่อกลับ ยืนยันว่าเป็นไปไม่ได้ที่พรรคเพื่อไทยจะมีกรณีคุณขอมา ไม่ให้อภิปรายไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประวิตร เพราะก็มีการใส่ชื่อนายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรี รวม 6 คน
    นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลนอกสภาเป็นสิ่งที่สามารถดำเนินการได้ ประชาชนที่ติดตามการอภิปราย ได้เห็นถึงความพยายามในการชิงรวบรัดตัดสิทธิ์ การอภิปรายของ ส.ส.พรรคฝ่ายค้าน ใช้พวกมากลากไป ทำตัวเป็นเผด็จการรัฐสภา ปิดกั้นกลไกและกระบวนการตรวจสอบของรัฐสภา จึงเป็นสิทธิ์โดยชอบของผู้ที่ยังไม่ได้อภิปราย 
    ส่วน น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า ต้องขอโทษทีมอนาคตใหม่อย่างจริงใจ เราเสียใจและเข้าใจความรู้สึกของน้องๆ ทุกท่าน ที่มีความตั้งใจและทุ่มเทอย่างหนักเพื่อการอภิปรายครั้งนี้ เรายอมรับความผิดพลาดเรื่องการไม่สามารถบริหารเวลาอภิปรายของสมาชิกบางท่าน เหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้น มันเป็นโจทย์ที่ฝ่ายรัฐบาลบีบเรา ด้วยการใช้เสียงข้างมาก เพื่อไม่ให้อภิปรายต่อ ยืนยันว่าไม่มีทางเป็นไปได้เลย ที่เราจะไปช่วย #เผด็จการ บุคลากรของเราร่วมกันต่อสู้กับอำนาจเผด็จการมาอย่างยาวนานโดยไม่เคยย่อท้อต่ออุปสรรคต่างๆ ที่ถาโถมเข้ามาตลอด คนเพื่อไทยขอยืนยันว่าศัตรูของเราคือ #ระบอบเผด็จการ และจะทำทุกอย่างเพื่อถนอมน้ำใจของกันและกันไว้ให้ดีที่สุด เพื่อรวมพลังกันต่อสู้ให้สำเร็จ
    ขณะที่ นายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า พรรคเพื่อไทยถูกกล่าวหาว่าจงใจอภิปรายยืดเยื้อเพื่อให้หมดเวลาอภิปราย พล.อ.ประวิตร ผมไม่โกรธที่เพื่อนกล่าวหาเราแบบนั้น เพียงอยากเตือนสติว่าพรรคเพื่อไทยยืนหยัดต่อสู้กับเผด็จการมาก่อนจะมีพรรค อนค. และเป็นพรรคที่ถูกรังแกจากเผด็จการมากที่สุด ยอมรับว่าคนของพรรคมีส่วนผิดที่คุมเวลาไม่ได้ แต่คนของเพื่อไทยก็เสียสิทธิอภิปรายหลายคนเช่นกัน การจัดลำดับอภิปราย พล.อ.ประวิตรเป็นคนสุดท้าย ก็เป็นมติของพรรคร่วม ดังนั้นข้อกล่าวหาว่ามีการวิ่งเต้นเพื่อไม่อภิปรายใครจึงเป็นการกล่าวหาลอยๆ ทำให้พรรคเพื่อไทยเสียหาย วิธีการแบบนี้ผมไม่คุ้น เพราะไม่เคยระแวงหรือกล่าวหาเพื่อนโดยไม่มีหลักฐาน แม้จะมีข่าวว่าเพื่อนแอบไปคุยกับทหารมาก็ตาม
    มีรายงานข่าวจากพรรคเพื่อไทยเปิดเผยว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจของพรรคร่วมฝ่ายค้านเกิดปัญหาอุปสรรคต่อเนื่องทุกวัน ทั้งการจัดสรรเวลา สลับสับเปลี่ยนคิวผู้ที่จะอภิปรายแต่ละช่วงเวลา ถูกแทรกแซงจากคนที่ไม่ได้เป็น ส.ส. แต่กลับมีอำนาจตัดสินใจ สั่งการ ในส่วนของการวางคนไม่ถูกกับงาน ไม่รักษาเวลาอภิปรายก็เป็นอีกหนึ่งปัญหา วันแรก แกนนำพรรค ส.ส.ในพรรคหลายคน ต่างผิดหวังกับนายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม ส.ส.เพื่อไทย หลายคนได้รับโทรศัพท์ต่อว่า จากชาวบ้าน ผู้สนับสนุนพรรค ตั้งข้อสังเกตถึงพฤติกรรม สิ่งที่ทำให้นายยุทธพงศ์อภิปรายผิดฟอร์มว่ามีเหตุผลปัจจัยอื่นใดเข้ามาเกี่ยวข้องหรือไม่ 
ซัด อนค.ไม่เข้าใจการเมือง
    ขณะที่นายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ ส.ส.อุตรดิตถ์ เดิมได้รับการจัดสรรเวลาอภิปราย 2 ชั่วโมง แต่ได้ใช้เวลาร่วม 3 ชั่วโมง ทำให้เวลารวมของพรรคร่วมฝ่ายค้านมีปัญหา เกิดความระหองระแหงใจกับพรรคอนาคตใหม่ เพราะผู้อภิปรายหลายคนที่เตรียมข้อมูลมาอดอภิปรายเพราะเวลาไม่พอ แม้ขณะอภิปราย แกนนำพรรคจะส่งโน้ตเตือนเป็นระยะๆ ว่าเวลาหมดแล้ว ให้รีบสรุปโดยเร็ว แต่ก็ถูกนายศรัณย์วุฒิขยำทิ้ง และยังกล่าวในที่ประชุมว่าได้รับเวลาอภิปรายอย่างไม่จำกัด ซึ่งจากเรื่องราวที่เกิดขึ้น หลังจากนี้ แกนนำพรรคจะเรียกนายศรัณย์วุฒิเข้าไปพูดคุย ตักเตือนชี้ให้เห็นผลถึงการกระทำที่สร้างผลกระทบส่งมาถึงพรรคและพรรคร่วมฝ่ายค้าน 
    ในส่วนของพรรคอนาคตใหม่ ที่ออกมาโจมตีพรรคเพื่อไทยหลังการอภิปรายนั้น แกนนำพรรคเพื่อไทยมองว่าเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม เมื่อเป็นพรรคร่วมฝ่ายค้านด้วยกันแล้วควรที่จะพูดคุยกันก่อนออกมาให้ความเห็นอะไร มองว่าพรรคอนาคตใหม่ไม่เข้าใจการเมือง ต้องการจะได้ทุกอย่างตามที่ตัวเองต้องการ ซึ่งไม่ถูกต้องนัก เพราะทางการเมืองนั้นไม่มีใครได้ทุกอย่างที่ตัวเองต้องการ เมื่อร่วมมือกันแล้วก็ต้องเอาพรรคพวกไว้ก่อน เพราะถึงอย่างไรก็ต้องเป็นฝ่ายค้านด้วยกันต่อไป ไม่ใช่จะยืนตามแนวทางที่ตัวเองคิดว่าถูกต้องเท่านั้น
    ทางด้านนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ อดีตพรรคอนค.ยืนยันว่า เนื้อหาการอภิปรายไม่ไว้วางใจ สื่อถึงความล้มเหลว ความไร้ประสิทธิภาพของรัฐบาล ถึงแม้กระบวนการไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีจะไม่ครบทุกคน แต่ต้องขอบคุณประชาชนที่ส่งข้อความให้กำลังใจ และขอให้กลับไปลงมติในสภา วันนี้ทุกคนจึงตั้งใจที่จะมาโหวต โดยคิดว่าที่ผ่านมาทำงานอย่างเต็มที่ ถึงแม้เป็นเสียงข้างน้อย 
    นายคารม พลพรกลาง ส.ส.บัญชีรายชื่อ อดีตพรรค อนค. กล่าวว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจมีข้อสังเกตหลายประเด็น เช่น ใน 5 ชั่วโมงสุดท้ายของวันที่ 27 ก.พ. ถ้ารัฐบาลแบ่งเวลาให้ฝ่ายค้านอภิปรายฯ โดยไม่ยึดกติกาที่จัดสรรไว้อย่างเดียว บรรยากาศจะดีกว่านี้ แต่เมื่อรัฐบาลเลือกแบบนี้ ทำให้เสียงข้างมากกุมสภา จนไม่สามารถสรุปการอภิปรายได้ ประเด็นต่อมา ส.ส.ที่ทำหน้าที่อภิปรายฯ ถูกข่มขู่ รวมทั้งกรณีของ น.ส.พรรณิการ์ วานิช อดีตโฆษกพรรค อนค. ที่ใช้สิทธิ์ของประชาชนอภิปรายนอกสภาเรื่อง 1MDB แต่กลับถูกรัฐข่มขู่ ส่วนการทำงานฝ่ายค้านต้องเดินร่วมกันต่อไป แต่ขอร้องพรรคการเมืองใหญ่ เช่น พรรคเพื่อไทยต้องให้เกียรติกัน 
     นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ กล่าวว่า การใช้พื้นที่แถลงข่าวไม่ได้เกิดความเสียหายวุ่นวาย แต่กลับเป็นสิ่งดีให้ประชาชนเข้าใจเนื้อหาของการอภิปราย เนื่องจากเวลาหมด เมื่อวันที่ 27 ก.พ. ตนไม่ได้เข้าร่วมประชุมกับวิปฝ่ายค้าน แต่เห็นว่าเมื่อมีคนไม่ถูกอภิปราย ก็ยิ่งต้องไปลงมติไม่ไว้วางใจ และประชาชนก็คาดหวังแม้จะอภิปรายรัฐมนตรีได้ไม่ครบทุกคน แต่ก็มีการอภิปรายนอกสภาเพื่อส่งไปยังประชาชนได้
    ด้านนายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ กล่าวว่า รู้สึกเสียใจที่ไม่ได้อภิปราย พล.อ.ประวิตร ที่ได้คะแนนจากการลงมติไว้วางใจสูงที่สุด เพราะตนอาจเปลี่ยนใจเพื่อนสมาชิกได้ ส่วนตัวไม่กลัวการถูกฟ้อง เพราะเคยถูกจำคุกมาแล้ว ยอมรับว่าในวันที่ 4 มี.ค.นี้ ได้มีการนัดแกนนำพรรคร่วมฝ่ายค้าน เพื่อขอบคุณ และคงใช้โอกาสนี้ในการพูดคุยทำความเข้าใจกัน.

รัฐบาลหลุดสภาวะ ‘ปริ่มน้ำ’ แต่เสี่ยงเข้ามุม ‘เผด็จการรัฐสภา’


 

         แม้รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะผ่านพ้นเวทีอภิปรายไม่ไว้วางใจไปได้อย่างไม่อยากเย็น หลัง  “ฝ่ายค้าน” ผิดฟอร์ม ไม่สามารถรุกไล่จนทำให้เกิดความเพลี่ยงพล้ำได้ และไม่ว่าสาเหตุของการออกอ่าวออกทะเลของฝ่ายค้าน จะเกิดขึ้นจากการทำการบ้านไม่ดี หรือ “ข้อสอบรั่ว” หรือมีการ “ขายการบ้าน” อย่างที่หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกต

                แต่มันเป็นเพียงศึกหนึ่งเท่านั้น และดูเหมือนว่าศึกนอกสภาผู้แทนราษฎรน่าจะเป็นอะไรที่น่าหนักใจที่สุดในตอนนี้ โดยเฉพาะการเคลื่อนไหวของแฟลชม็อบนักศึกษา ที่ลุกลามไปทั่วประเทศ ไม่ใช่เฉพาะในมหาวิทยาลัย แต่ต่อยอดไปถึงโรงเรียน

                การปะทุขึ้นของแฟลชม็อบ “ปัญญาชน” น่าจะเป็นสิ่งที่รัฐบาลภายใต้ผู้นำทหารอย่าง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม กังวลใจที่สุด

                “ปัญญาชน” คือ “ของแสลง” ของทหารมาแต่ไหนแต่ไร  ไม่ว่าจะเป็นในเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 และ 6 ตุลาคม 2519

                เป็นการขับเคลื่อนที่ไม่มีใครกล้าแตะต้อง ในฐานะ “พลังบริสุทธิ์” แม้ฝ่ายภาครัฐจะมีข้อมูลเชิงลึกว่า มีใครพยายามยืนอยู่ข้างหลัง

                จะเห็นว่า พล.อ.ประยุทธ์ และหน่วยงานความมั่นคงต่างๆ  พยายามจะเข้าไปกีดกั้น ปิดกั้น หรือดำเนินคดีกับปรากฏการณ์แฟลชม็อบที่เกิดขึ้น เพราะรู้ว่ามันจะยิ่งทำให้เหตุการณ์บานปลาย

                แม้แต่คำพูดในลักษณะว่า ใครอยู่เบื้องหลัง บุคคลในรัฐบาลยังมีไม่มีเอ่ยคำนี้ เนื่องจากไม่ต่างอะไรกับการท้าทายให้การชุมนุมขยายวงกว้าง
                รัฐบาลพยายามจะปล่อยให้นักศึกษาได้แสดงออก โดยหวังว่าเมื่อกระแสยุบพรรคอนาคตใหม่สร่างซาลงไป ทุกอย่างจะกลับเข้าที่เข้าทาง

                ถึงแม้จะมีความพยายามเปลี่ยนแฟลชม็อบ ให้เป็นม็อบบนถนนถาวร แต่โดยเงื่อนไข ณ ขณะนี้ยังไม่เพียงพอต่อการปักหลักพักแรมบนถนน เนื่องจากเรื่องของพรรคอนาคตใหม่ เป็นเรื่องผลประโยชน์พรรคการเมือง ยังไม่ถึงขั้นผลประโยชน์สาธารณะ

                เพียงแต่เส้นทางเดินของ พล.อ.ประยุทธ์ และองคาพยพจะยากลำบากมากขึ้น การยุบพรรคอนาคตใหม่ และการมี  ส.ส.ย้ายขั้วมาอยู่กับพรรคร่วมรัฐบาล จนทำให้เสียงที่เคย  “ปริ่มน้ำ” ได้ “พ้นน้ำ” เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ไม่ได้ทำให้ทำงานงานง่ายขึ้นแต่อย่างใด

                ตรงกันข้าม ทุกย่างก้าวจะเหมือนเดิมอยู่บนลวดหนามที่ภายภาคล่างเป็นเหล็กแหลม การผิดพลาด หรือกระทำการใดๆ  ที่ขัดต่อความรู้สึกประชาชน จะเหมือนทำน้ำมันหกราดใส่กองไฟที่คุกรุ่นอยู่แล้ว

                การยุบพรรคอนาคตใหม่ และการดึง ส.ส.จากฝ่ายค้านมาทำให้เสียงรัฐบาลมีเอกภาพ ทำให้ใกล้เคียงกับคำว่า “เผด็จการรัฐสภา” มากขึ้น

                อย่าลืมว่า ตลอดช่วงที่ผ่านมา หรือแม้แต่ช่วงการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ที่มีกลิ่นแปลกๆ โดยเฉพาะการผิดฟอร์มของฝ่ายค้าน ถูกโยงไปถึงข่าวลือเรื่องการเกี้ยเซียะกันระหว่างรัฐบาลกับฝ่ายค้านบางส่วน

                เมื่อฝ่ายตรงข้ามไม่จัดการกับฝ่ายรัฐบาล “ในสภา” ได้  มันจะเป็นการบีบให้การต่อสู้ถูกไล่ไปอยู่ “นอกสภา” อันเป็นการเคลื่อนไหวที่ยากจะจำกัดได้

                นอกจากนี้ รัฐบาลเองจะต้องระมัดระวังเพื่อให้ไม่เกิด “เงื่อนไข” ใดๆ โดยเด็ดขาด เพราะทุกเรื่องจะสามารถหยิบไปเพื่อต่อยอดและขยายปมให้บานปลายได้ เหมือนกับเมื่อครั้งที่  กปปส.ใช้ประเด็นร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมสุดซอย ขับไล่รัฐบาล  น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จนเกิดมวลมหาประชาชน

                เรื่องที่เคยถูกมองว่าเล็กน้อย ไม่ว่าจะเป็นประเด็นคุณสมบัติ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ หรือนาฬิกาของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หากมาเกิดขึ้นในช่วงหลังจากนี้จะเป็นประเด็นใหญ่โต สร้างความไม่พอใจได้ทั้งหมด

                มันจะไม่ใช่เรื่องความไม่พอใจที่พรรคอนาคตใหม่ถูกยุบ แต่เป็นเรื่องการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาล อันเป็นความชอบธรรมในการขับไล่

                หาก “จุดติด” แล้ว โดยเฉพาะเป็นการขับเคลื่อนโดยนักศึกษา มันเป็นเรื่องยากอย่างมากที่จะทำให้คนเหล่านี้กลับสู่มหาวิทยาลัย และกลับสู่โรงเรียน

                ไม่เพียงแค่เป็นการส่อทุจริตในรัฐบาล แต่ยังหมายถึงการบริหารราชการแผ่นดินที่ไม่มีประสิทธิภาพ ไม่รัดกุม ไม่รอบ หรือการพูดแบบไม่ยั้งคิดจนเกิดผลกระทบ

                ทุกมิติ ทุกเรื่อง ที่เคยเล็กจะใหญ่ทั้งหมด

                ช่วงหลัง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 ซึ่งจะมีเม็ดเงินไหลไปสู่โครงการต่างๆ ยังเป็นช่วงที่ถูกจับจ้องว่า จะมีการใช้ในทางที่ผิด หรือไม่สุจริตหรือไม่

                แน่นอนว่า หากเกิดขึ้น จนประชาชนเชื่อได้ว่า มีการทุจริตจริงๆ แม้ยังไม่ได้ไต่สวนจนสิ้นกระแสความ อาจแรงไปถึงขั้น “อยู่ไม่ได้” เพราะจะถูกผสมกับเรื่องเดิมๆ ที่เคยมีการครหากันก่อนหน้านี้

                ดังนั้น การที่เสียงรัฐบาลโผล่พ้นน้ำ อาจเป็นข้อดีในการยกมือร่างกฎหมายและญัตติต่างๆ ในสภา แต่มันอาจเป็นทุกขลาภตามมา เพราะทางสู้ของอีกฝั่งเหลือน้อยลง. 

 

 
 

 

 

 

 ..................................................................
 
29 ก.พ. 2563

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน