*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 4040
  • จำนวนผู้ชม : 2541736
  • จำนวนผู้โหวต : 527
  • ส่ง msg :
  • โหวต 527 คน
<< มีนาคม 2020 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพฤหัสบดี ที่ 5 มีนาคม 2563
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 375 , 14:44:30 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

สวัสดีครับ

         นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หมดสิทธิ์ที่จะดำเนินการทางการเมืองถึง 10 ปี แต่ก็ยังเกี่ยวข้องกับการเมืองอยู่นี่เอง เช่น จัดการชุมนุม

ใหญ่ในธรรมศาสตร์ที่เพิ่งจะผ่ามา แล้วล่าสุดเมื่อคืนนี้ ก็เป็นเจ้าภาพเลี้ยงดินเน่อร์ ปาร์ตี้ โดยมีสมาชิกฝ่ายค้านรวม 38 ราย ซึ่งมีคน

สำคัญๆทางฝ่ายค้านไปร่วมด้วย เป็นการให้ความสำคัญแก่งานนี้เต็มที่

         อย่างไรก็ตาม การเป็นเจ้าภาพจัดเลี้ยงของนายธนาธรจะถูกถือว่าครอบงำพรรคการเมืองหรือเปล่า

 

   

รูปคราวก่อน

 

หน้ากาก 'วิกฤติในโอกาส'


 

     "ขี้ไม่ออก-เยี่ยวไม่ออก" บอก "ทหาร"!

                ใช่.....

 

                มันเป็นอย่างนั้นจริงๆ

                "ผีน้อย" จากเกาหลีใต้ แดนโควิด-๑๙ ระบาด ยอดกว่า ๕,๐๐๐ คนกลับมา

                จะเอาสถานที่ที่ไหน "กักตัว" คนเป็นพันๆ ไว้เฝ้าดูอาการ ๑๔ วัน?

                คำตอบจากรัฐบาล คือ "ค่ายทหาร!

                ก็ว่ากันไป....

                ในสถานการณ์นี้ นอกจากทหารและค่ายทหารแล้ว "นัตถิ เม สรณัง อัญญัง" ที่พึ่งอื่นใดของข้าพเจ้าไม่มีจริงๆ

                เรื่องผีน้อยนี่ เมื่อวานบอกไปว่า

                คนไทยด้วยกัน อย่าไปตั้งแง่-ตั้งงอนอะไรกันนักเลย หลายท่านกระฟัดกระเฟียดน่าหยิก

                ก็เข้าใจ......

                แต่อยากถาม วันๆ ตั้งแต่ตื่นยันหลับ ระหว่างเป็นดังใจกับที่ไม่เป็นดังใจ อย่างไหนพบมากกว่ากัน?

                ผมไม่ได้บอกให้ฝืน

                แต่อยากบอกว่า โลกใบนี้ทั้งใบ มีสิ่งเดียวเท่านั้น ที่มีให้แก่มนุษย์ทุกคน คือ "ทุกข์"

                และมี ๒ ทางให้มนุษย์ "เลือกอยู่-เลือกเดิน"

                คือทาง "ทุกข์" กับทาง "ไม่ทุกข์"

                "สุขแท้" สำหรับมนุษย์ขี้เหม็นไม่มีหรอก เพราะที่ว่า "สุข-สมหวัง" นั้น สุดท้าย มันก็ต้องจบลงที่  "พลัดพราก-ผิดหวัง" คือ ทุกข์ สถานเดียว

                "จริงแท้" เป็นเช่นนี้..........

                ในเมื่อชีวิตต้องดำเนินไป แล้วเราจะเลือกอยู่อย่างทุกข์ หรือไม่ทุกข์ล่ะ?

                ผีน้อยบางคนเขาเก่งนะ ดูคลิปที่ว่อนโซเชียลเมื่อวาน เธอก็ช่างสรรพูด ชนิดไม่รู้สึก-รู้สาอะไรเลย

                ผมถึงบอก ชีวิตมีให้เลือก ๒ ทางเท่านั้น

                กับเธอคนนั้น กลับมาก็ไม่น่าห่วงเรื่องอาชีพ ด้วยปากและสำนึกอย่างนั้น สมัคร ส.ส.หรือสมัครเป็นอาจารย์จุฬาฯ-ธรรมศาสตร์ ยุคนี้

                เขาต้องการอยู่แล้ว!

                เรื่องเสรีภาพ-ภราดรภาพที่นิสิต-นักศึกษาอ้างชุมนุมกันนั้น ก็ปล่อยเขา เมื่อดอกไม้บ้าปุ๋ย อยากจะบาน ก็ให้เขาบาน

                คุยเรื่อง "หน้ากากอนามัย" ดีกว่า.........

                มันไม่ควรบาน แต่เพราะกลัวโควิด-๑๙ กัน บวกกับทำความเข้าใจการใช้ประชาชนไม่ชัดเจน      หน้ากากอนามัยเลยกลายเป็น "หน้ากากทองคำ"

                ขาดแคลน หาไม่มี เพราะกักตุน "โก่งราคา" กัน จนเกิดทำเทียม และเก็บจากกองขยะมาซักขาย

                กลายเป็นปัญหาระดับชาติ ที่นายกฯ ต้องลงมาตรวจตรา-ควบคุม การผลิต การขาย ทั้งประเทศ

                แล้วใครเดือดร้อนที่สุด กรณีหน้ากากอนามัยขาดแคลน?

                ไม่ใช่ประชาชน......

                หากแต่เป็น แพทย์-พยาบาล-บุคลากรทางการแพทย์ และบุคคลใน "กลุ่มบริการ" ที่วันๆ ต้องสัมผัสผู้คนมากๆ

                นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกกระทรวงสาธารณสุข แถลงเมื่อวาน (๔ มี.ค.๖๓)

                "๑๒ เขตสุขภาพ" สำรวจปริมาณหน้ากากอนามัยทางการแพทย์ สำหรับให้บุคลากรทางการแพทย์ใช้ในสถานพยาบาลพบว่า

                เขตที่มีหน้ากากอนามัย น้อยสุด ๑.๗ แสนชิ้น/เขต            

                ที่มีมากที่สุด ๑.๕ ล้านชิ้น/เขต

                รวมแล้ว ข้อมูล ณ วันที่ ๒๖ ก.พ. "ทั่วประเทศ" มีประมาณ ๘ ล้านชิ้น สำหรับให้บุคลากรในโรงพยาบาลใช้

                ระหว่าง ๑๐ ก.พ.-๓ มี.ค. "องค์การเภสัชกรรม" จัดหาเพิ่มได้ต่ำสุด ๕ หมื่นชิ้น/วัน และสูงสุด ๕  แสนชิ้น/วัน

                ช่วงนี้ เราจึงพบมีหมอออกมาบ่น บางท่านโพสต์เฟซ โรงพยาบาลต่างๆ หน้ากากอนามัยมีไม่พอกับความจำเป็นต้องใช้!

                ในขณะที่โรงพยาบาล "ขาด" ชาวบ้าน "หาซื้อไม่ได้"

                แต่มีประกาศขายออนไลน์กันว่อน เป็นแสนๆ กล่อง!

                สรุปก็คือ หน้ากากอนามัยจริงๆ แล้ว "ไม่ขาด"

                เพราะตื่น ทำให้ขาด นำไปสู่การกักตุน

                จริงๆ แล้ว เมืองไทยเรา "คนในประเทศ" ไม่มีใครเป็นตัวพาหะเชื้อโควิด-๑๙ คือที่จะแพร่ติดกันเอง...ไม่มี

                หากแต่ "คนไปติดเชื้อจากนอกประเทศ" แล้วกลับเข้ามาแต่ก็ไม่มีออกมาเพ่นพ่าน

                เพราะสาธารณสุขไทยเราเจ๋ง คัดกรองทุกด่านเข้า-ออกตั้งแต่แรก คือก่อนข่าวไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ระบาดด้วยซ้ำ

                ประกอบกับสภาพอากาศบ้านเรามีแต่ร้อนและร้อนมาก ไม่ตรงสเปกโควิด-๑๙ จะฝังตัว

                อีกอย่าง ต้องขอบคุณฝุ่น PM๒.๕ ทำให้คนในเมืองสวมหน้ากากอนามัยก่อนโควิด-๑๙ เกิด

                คุมกำเนิดโควิดไปกลายๆ....

                นอกจากคนที่ไปอยู่ในถิ่นระบาด เช่นเมืองอู่ฮั่น ต่อมาก็ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ สหรัฐฯ-ยุโรป-ตะวันออกกลาง

                ก็ดูซี อย่างอินเดีย คนเป็นพันล้านและอยู่กันบ้านๆ แบบนั้น มีข่าวโควิดมั้ยล่ะ?

                ยิ่งตั้งแต่มีนาเป็นต้นไป ร้อน ๓๐-๔๐ องศา โควิดชักแหง็กๆ!

                สรุป ด้วยลักษณะไทย คนที่ไม่ป่วย ไม่เป็นหวัด ไม่ไอค้อกแค้ก ไม่น้ำมูกไหล จะสวมหน้ากากให้รำคาญไปทำไม?

                เว้นอยู่ในที่คนแน่นๆ เช่นในรถเมล์ รถไฟฟ้า สนามบิน สนามมวย โรงหนัง หรือกิจกรรมคนมากๆ

                โรงเรียน มหา'ลัย ราชการในส่วนไม่ได้ติดต่อประชาชนจะสวมทำไม ในเมื่อ "ห้าม" เดินทางไปประเทศเสี่ยงอยู่แล้ว

                ละอองฝอยจากโควิด น้ำมูก-น้ำลาย ชีวิตมันสั้น ๕-๑๐ นาทีก็ตาย

                ฉะนั้น ที่ควรระวัง-ป้องกัน ผมว่า "มือ" ทั้งสองข้างเรานี่แหละ

                เพราะต้องจับโน่น ฉวยนี่ตลอดเวลา เช่น ราวรถเมล์ รถไฟฟ้า ราวสะพานลอย ปุ่มลิฟต์ ก๊อกน้ำ  ตามพื้น ตามโต๊ะ-เก้าอี้

                พวกนี้ โควิดมันมีชีวิตสิงอยู่ได้เป็นวัน!

                เพราะอย่างนั้น การล้างมือบ่อยๆ สำคัญกว่าสวมหน้ากาก "กินร้อน-ช้อนกลาง-ล้างมือ" นั่นละ แม่นแล้ว

                ก็สังเกตดูซี วันๆ มือเราแคะ-แกะ-เกา จับโน่น-นี่ ตามหน้า-ตา, ปาก-จมูก, วันละกี่สิบครั้ง เป็นร้อยครั้งมั้ง

                แต่เราไม่ได้ป้องกันทางง่ายนี้เลย กลับไปป้องกันทางยาก คือสวมหน้ากากกันละอองฝอย

                อีกอย่าง วัฒนธรรมไทยอารยะอยู่แล้ว ทักทายด้วยการยกมือไหว้

                ไม่มีการหอมแก้มซ้าย-ขวา ไม่มีการเอาจมูกมาถูแลกขี้มูกกัน จึงเท่ากับตัดหนทางโควิดติดต่อชะงัดนัก

                สรุปแล้ว สำหรับคนทั่วไป การสวมถุงมือ การล้างมือบ่อยๆ จำเป็นมากกว่าสวมหน้ากากอนามัย

                หน้ากากอนามัย "จำเป็นที่สุด"..........

                สำหรับใช้ ตามโรงพยาบาล สถานพยาบาล สถานบริการ สถานชุมชน

                โดยเฉพาะกับ......

                ๑.แพทย์ พยาบาล บุคลากรทางการแพทย์

                ๒.ผู้ป่วย-ญาติ ผู้ไปโรงพยาบาล

                ๓.คนป่วย คนเป็นหวัด, ไอ-จาม-น้ำมูกไหล

                ๔.คนอยู่ร่วมกลุ่มมากๆ รถเมล์, รถไฟฟ้า, สนามบิน

                ๕.คน "อนามัยจัด" และคนตื่นกลัวชนิดไร้ขีดจำกัด

                ฉะนั้น ไม่จำเป็นต้องขับรถเผาน้ำมัน ๕๐-๖๐ โล ไปแย่งที่จอด แล้วเบียดเสียดกัน แย่งซื้อหน้ากาก ๓  แผ่น ๑๐ บาท!

                สติน่ะ...สติ!

                สิ่งที่ภาครัฐควรทำ คือ บริษัท/ห้างร้านใหญ่ เขามีงบ CSR ก็ขอความร่วมมือเขาไปซีว่า

                ช่วงนี้ แต่ละบริษัททำหน้ากากอนามัยติดโลโกออกแจกเสริมสร้างภาพลักษณ์องค์กรและตัวสินค้าของตน จะดีมั้ย?

                แต่ละบริษัท จะผลิตซักกี่แสน-กี่ล้านแผ่น ก็ตามสบาย อนุญาตให้แจกได้ ตั้งแต่ที่ทำเนียบไปถึงก้นครัวชาวบ้านทุกบ้าน

                เนี่ย....แบบนี้ "หน้ากากอนามัย" เข้าภาวะปกติแน่

                กระจายให้ SME โรงเรียนอาชีวะ กลุ่มแม่บ้าน ผลิตด้วย ก็จะช่วยสร้างสภาพคล่องในยามแห้งโหยได้เยอะ

                คนไม่ป่วย-ไม่ไข้-ไม่หวัด อยากใส่ ตามกระแส เชิญตามสบาย

                ตามห้าง-ตามบริษัท เขาดีไซน์แบบ ทำแจกเท่ๆ เยอะแยะไป ไม่ต้องไปแย่งที่เขาผลิตป้อนโรงพยาบาลใช้ยามนี้

                ตอนนี้ ผมว่าปัญหาสำคัญกว่าเรื่องหน้ากากอนามัยสำหรับนายกฯ ที่ต้องลงไปรับมือ คือ

                ที่แล้ง-แห้งคนร้องให้ "เอาน้ำเข้ามา" ตอนนี้

                ตกปลายปี.......

                คนก็จะร้องให้นายกฯ มา "เอาน้ำออกไป" ตอนนั้น!

                เพราะ "ภัยธรรมชาติล้างโลก" มันมาถึงแล้วจริงๆ เวลานี้

                ผมอ่าน "เนชั่นแนล จีโอกราฟิก" เขาบอกว่า.....

                โซนคลื่นความร้อนโลก ทำให้ธารน้ำแข็งเทือกเขาหิมาลัย ที่ทอดผ่าน อัฟกานิสถาน ปากีสถาน จีน อินเดีย เนปาล ภูฏาน พม่า

                กำลังละลายในอัตราเร่ง!

                "ทะเลสาบ" กำลังเกิดบนหิมาลัย น้ำจะล้นข้ามตะกอนน้ำแข็ง และตะกอนก็จะละลายเป็นน้ำล้นไหลทะลักลงมาในอนาคตอันใกล้

                บวกกับทางเขตวงกลมอาร์กติก........

                น้ำแข็งและชั้นดินเยือกแข็งคงตัวในเขตขั้วโลกละลาย อุณหภูมิที่สูงขึ้น.....

                อาจปลดปล่อยเชื้อแบคทีเรียและไวรัสที่หลับใหลในชั้นดินมานานนับพันนับหมื่นปี ให้กลับฟื้นคืนชีพและแผลงฤทธิ์ก่อโรคระบาดในหมู่ประชากรมนุษย์อีกครั้งได้

                นั่นคือ.......

                โลกพลิกผันดับทะยานมนุษย์วันนี้ ควรปรับยุทธศาสตร์ที่รุกไปข้างหน้า

                ถอยลงมาตั้งกำแพงรับด้วยการฟื้นฟูธุรกิจอุตสาหกรรมพื้นฐานอันมีอยู่เดิม และชาวบ้านด้วย "เกษตรพอเพียง" ก่อน

                ไม่งั้น "ของเดิม" ก็พัง "ของใหม่" ก็รุกไม่ขึ้น

                ไทยเราต้อง "ไม่ยืนตาย" นะครับ!

 

 

 

8 ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ​ลงมติเลือก 'วรวิทย์​' เป็นประธานศาลรัฐธรรมนูญคนใหม่


 

 5 มี.ค.63 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อ เวลา 11.00 น. ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 8 คน ประกอบด้วย 1.นายทวีเกียรติ มีนะกนิษฐ 2.นายวรวิทย์ กังศศิเทียม 3.นายนครินทร์ เมฆไตรรัตน์ และ 4.นายปัญญา อุดชาชน ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญชุดเดิม และว่าที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ที่เพิ่งได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมวุฒิสภา ประกอบด้วย 1.นายอุดม สิทธิวิรัชธรรม อดีตประธานแผนกคดีคำสั่งคำร้อง และขออนุญาตในศาลฎีกา 2.นายวิรุฬห์ แสงเทียน อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกาและอดีตรองประธานศาลฎีกา 3.นายจิรนิติ หะวานนท์ อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา และอดีตกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) และ 4.นพดล เทพพิทักษ์ อดีตเอกอัครราชทูต โดยที่ประชุมทั้ง 8 คน ได้ประชุมลงมติเลือกกันเองให้คนหนึ่งเป็นประธานศาลรัฐธรรมนูญ 

โดยที่ประชุมตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมากเลือกนายวรวิทย์ กังศศิเทียม ให้ดำรงตำแหน่งประธานศาลรัฐธรรมนูญคนใหม่ ต่อจากนายนุรักษ์ มาปราณีต ที่จะพ้นวาระ โดยจากนี้จะแจ้งผลให้ประธานวุฒิสภาทราบ เพื่อนำรายชื่อประธานและว่าที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญขึ้นทูลเกล้าฯ ต่อไป

สำหรับว่าที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทั้ง 4 คน จะมีวาระการดำรงตำแหน่ง 7 ปีนับแต่วันที่พระมหากษัตริย์ทรงโปรดเกล้าฯแต่งตั้ง และดำรงตำแหน่งได้เพียงวาระเดียว ส่วนตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 4 คนในชุดปัจจุบันนั้น พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ​ (พ.ร.ป.)​ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 มาตรา 79 ได้บัญญัติคุ้มครองไว้ว่า ให้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญซึ่งดำรงตำแหน่งยังไม่ครบวาระตามรัฐธรรมนูญ 50 และดำรงตำแหน่งอยู่ในวันที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญฉบับนี้ใช้บังคับ  ยังคงอยู่ในตำแหน่งต่อไปจนกว่าจะครบวาระตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ 50 ซึ่งเท่ากับว่าตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 4 คนในชุดปัจจุบันจะดำรงอยู่ในตำแหน่งจนครบวาระ 9 ปีนับแต่ที่ได้รับการโปรดเกล้าแต่งตั้งช่วงปี 56-58

การเมือง

ธนาธร เลี้ยงฝ่ายค้านชื่นมื่น หยอดสมัยหน้าจับมือร่วมรัฐบาล

4 มีนาคม 2563 - 18:44 น.
ดินเนอร์,พรรคฝ่ายค้าน,ข่้าววันนี้


ฝ่ายค้านยังปึ้ก "ธนาธร" ขอบคุณพรรคร่วมฯ บอก เลือกตั้งครั้งหน้า เป็นรัฐบาลด้วยกันคงจะดี "สมพงษ์" เชื่อ "พิธา" มีดีพอเป็นผู้นำ พรรคใหม่


คลิปที่ 1

             6 มี.ค.2563- ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อเวลา 19.00 น. สำหรับบรรยากาศการรับประทานอาหารระหว่างพรรคร่วมฝ่ายค้าน นายธนาธร ได้กล่าวกับผู้มาร่วมรับประทานอาหาร ว่า วันนี้ตนต้องขอบขอบคุณพรรคร่วมฝ่ายค้านทุกท่านที่สละเวลาในค่ำคืนนี้ พรรคอนาคตใหม่มีอายุเพียง 508 วัน ก็ถูกยุบพรรคไป กรรมการบริหารพรรคและ ส.ส.บางส่วนก็ถูกตัดสิทธิทางการเมือง ในหลายเดือนที่ผ่านมา ตั้งแต่เปิดสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดนี้ เราได้รับความร่วมมือจากทุกท่ายเป็นอย่างดี ดังนั้นในโอกาสที่พรรคถูกยุบไปแล้ว ตนในฐานะหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่   ตนเชิญทุกท่านมาเพื่อกล่าวคำขอบคุณสำหรับความอนุเคราะห์ และการสนับสนุน ที่ผ่านมา ตนคิดว่าพี่น้องประชาชนได้เห็นแล้ว ว่าฝ่ายค้านทำงานอย่างเข้มข้นและจริงจัง เราร้อยรัดกันด้วยอุดมการณ์ ที่ต้องการหยุดยั้ง คสช. และต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้   และในวันนี้ ตนอยากจะขอความสนับสนุนจากทุกท่านให้กับ ส.ส.ที่ได้ไปต่อ 

             ขณะที่บริเวณภายในห้องอาหาร ได้ถูกจัดไว้ทั้งสิ้น 2 โต๊ะใหญ่ แบ่งเป็นโต๊ะของหัวหน้าพรรค และเลขาธิการพรรค 1 โต๊ะ นำโดย อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ , หัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ , หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย พล.ต.อ.เสรีพิสุทธิ์ เตมียเวส , หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ , หัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย นายนิคม บุญวิเศษ , หัวหน้าพรรคประชาชาติ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา , ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ , ที่ปรึกษาผู้นำฝ่ายค้าน นายภูมิธรรม เวชชยชัย , เลขาธิการพรรคเพื่อไทย นาวาอากาศเอกอนุดิษฐ์ นาครทรรพ , และอดีตเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ นายปิยบุตร แสงกนกกุล 

                อยากให้ทุกท่านให้การสนับสนุนกับพวกเขา เหมือนที่ สนับสนุนพวกเรา ถึงแม้ตนจะเข้าสภาเพียง 5 นาที ก็ตาม แต่ก็รู้สึกถึงความผูกพัน กับทุกท่าน เป็เกียรติของตนที่ได้ร่วมงานกับทุกคน ได้สัมผัสการเมืองที่เป็นจริง และหวังว่า หลังจากนี้จะไม่ใช่จุดสิ้นสุด แต่ความสัมพันธ์ระหว่างตนและทุกท่านจะวิวัฒนาการไปเป็นความสัมพันธ์รูปแบบอื่น ตนยืนยันว่าตน นายปิยบุตร และกรรมการบริหารพรรค จะไม่ท้อถอย และจะไม่เลิกเดินเส้นทางนี้ พวกเราจะยืนหยัดต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย เพื่อความยุติธรรม การเดินทางของพวกเรายังเดินต่อไป ดังนั้นในอนาคตยังต้องสัมพันธ์กับทุกท่านอีก จึงขอความกรุณาทำงานด้วยกันต่อ

                 ด้านนายสมพงษ์ กล่าวว่า ตนขอบคุณนายธนาธร ที่ให้โอกาสพบปะกันในวันนี้ ด้วยข้อเท็จจริงเวลามีปัญหาอะไรเกิดขึ้น กับพรรคอนาคตใหม่ พรรคร่วมฝ่ายค้านที่เหลืออีก 5 พรรค ก็รู้สึกตื่นเต้น และมีความรู้สึกเป็นห่วง ตนย้ำว่า เราคิดว่าพรรคเพื่อไทยไม่เคยคิดว่า การมี ส.ส. 135 เสียง หรือพรรคอื่นมี 10 เสียง แต่เราเป็นพรรคฝ่ายค้านที่รวมกัน 246 เสียง ซึ่งถือว่าเป็นหลักของเราเลย ต้องเรียนว่า ท่านที่เป็นกรรมการบริหารพรรคอนาคตใหม่ที่ต้องฉีกตัวออกไป จากกฎหมายรัฐธรรมนูญ ก็ไม่เป็นไร ท่านวางใจได้ เมือ่กี้ผมคุยกับคุณพิธา ว่าถ้าท่านต้องการสิ่งหนึ่งสิ่งใด ขอให้วางใจได้ เราจะยืนหยัดต้องต่อสู้กับเรื่องที่เกี่ยวกับความเป็นประชาธิปไตยต่อไป 

                “ผมต้องขออภัยท่าน ท่านในฐานะที่เป้นผู้หลักผู้ใหญ่เก่า การที่จะเข้ามาเกี่ยวข้องกับน้องๆอาจจะลำบากหน่อย เดี๋ยวเขาจะหาว่าเป็นการชี้นำ แต่ผมเรียนว่าผมอยู่ตรงนี้ หากมีสิ่งหนึ่งสิ่งใด พวกเราเป็นพรรคฝ่ายค้านร่วมทั้งหมด ยินดี และเชื่อว่าสิงต่างๆที่เกิดขึ้นมาในบางครั้งนั้น ก็อย่าไปคิดอะไรมาก เราต้องฟัง ต้องหนักแน่น และต้องคุย มีอะไรที่จะปรึกษาหารือกันได้ เรายินดีที่จะทำ แม้ฝ่ายค้านจะมีจำนวนน้อยลง ขณะนี้ แล้วก็น้อยลงน้อยลงทุกวัน แต่ถึงแม้จะน้อยลงก็ต้องรักษาคุณภาพให้ยึดมั่นต่อไปข้างหน้าให้ได้ มีอะไรที่สงสัยก็บอกกันได้ เราจะทำเต็มที่ทุกสิ่งทุกอย่าง จะคัดหางเสือและทำงานของเราในอนาคต ซึ่งเราเชื่อในความสามารถของน้องคนนี้ น้องพิธา ผมมีความมั่นใจอย่างนั้น ขอให้ท่านมีความตั้งใจในการดำเนินการสิ่งที่ถูกต้องต่อไป”

           ด้านนายพิธา กล่าวว่า ด้วยสถานการณ์การเมืองแบบนี้ เราต้องสามัคคีกันให้มาก ซึ่งพวกตนยืนยันว่า เราจะทำงานการเมืองอย่างสร้างสรรค์ต่อไป จะประกาศชื่อพรรคใหม่ แต่ยังไม่อยากบอกรายละเอียดอะไรมาก เพราะจะเสียของ แต่ชื่ออยู่ในข้อมูลตามที่สื่อมวลชน เปิดเผยคือ พรรคก้าวไกล ,พรรคไทยเท่าเทียม และ พรรคอนาคตไทย โดยพรรคได้เปิดให้ ส.ส. ทุกคนได้มีส่วนร่วม และได้คิดชื่อขอให้ฟังชื่อพรรคจริงๆ วันที่ 8 มีนาคมนี้

     ส่วนทิศทางการทำงานของพรรคใหม่ จะมีการประชุมเพื่อคัดเลือกกรรมการบริหารพรรค และ โครงสร้างในสัปดาห์ถัดไปให้ครบตามกฎหมายกำหนด

         ทั้งนี้นายพิธายังแสดงความมั่นใจ ว่า ส.ส.ที่เหลือ 55 คนจะเหนียวแน่นกับพรรคใหม่ เน้นการทำงานให้ประชาชนทั้งเรื่อง โควิท-19 และ ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 และงานที่จะทำต่อไปในอนาคตใหม่ ส่วนการเปิดรับสมัครสมาชิกพรรค ผู้สนในมาสมัครได้ในสัปดาห์ที่ 3 หลังเปิดตัวพรรค 

       ด้านนายวัน มูฮัมหมัด นอร์ มะทา กล่าวว่า เรายังมีกำลังใจของพรรคฝ่ายค้าน ที่จะทำงานร่วมกันต่อไป  แม้ว่านายธฯธณ และท่านทั้งหลายจะไม่ได้อยู่ ในพรรคการเมือง แต่ก็เป็นความหวังของประชาชน ถึงแม้ว่าจะถูกกระทำก็สามารถทำงาน กับคนไทยทั้งประเทศในทุกมิติ นายธนาธรก็เป็นส่วนสำคัญของพวกเรา  อย่าไปคิดว่ารัฐบาลนี้มันจะไปอยู่ยาว เพราะไม่สามารถอยู่ยาวเกินความต้องการของประชาชนได้ พวกเราอย่าไปเดินตามเส้นทางที่พวกเขาขีดเขียนไว้ เราจะต้องเดินเส้นที่ขีดไปหาประชาชน เพื่อเปลี่ยนแปลง อนาคตของประเทศ ที่มันกำลังจะจมลงให้ดีขึ้นให้ได้  เมื่อได้ฟังนายธนาธรกล่าวเช่นนี้กูรู้สึกมีกำลังใจ และก็อยากเห็นทุกท่านที่นั่งอยู่ตรงนี้ทำงานให้กับประชาชนต่อไป โดยเฉพาะการเป็นความหวังให้กับนิสินนักศึกษา

            ขณะที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธิ์ กล่าวว่า ตลอดระยะเวลาที่พวกเราทำงานร่วมกันในสภา ตนรู้สึกว่าพรรคอนาคตใหม่  เป็นความหวังของประชาชนอย่างแท้จริง ตนรู้สึกชื่นชมความรู้ความสามารถ และการใช้เทคโนโลยีใหม่ๆในการทำงาน รวมไปถึงคนของอนาคตใหม่ที่ทำงานอยู่ในกรรมาธิการ ปปช. ก็ช่วยตนทำงานเป็นอย่างดี ถึงแม้จะมีคนถูกส่งมาป่วน คนของอนาคตใหม่ก็ยังช่วยตน ทำให้งานเดินหน้าต่อไปได้  ถึงแม้จะมีปัญหาต่างๆถมทับ นายธนาธร และอนาคตใหม่ แต่ผมรู้ว่าประชาชนทั้งประเทศไม่มีใครเห็นด้วยก็มีแต่กลุ่มเขาที่มีอำนาจ ทำผิดให้เป็นถูก ทำถูกให้เป็นผิด แม้พรรคจะถูกยุบไปก็จริง ประชาชนก็ไม่ได้ย่อท้อหรือทิ้งพรรคอนาคตใหม่ ยังคงเชื่อมั่นการทำงานในพรรคใหม่ที่กำลังจัดตั้งขึ้นมา ตนแม้จะอายุมากแล้ว แต่ก็จะขอทำงานร่วมกับพรรคใหม่ของอนาคตใหม่ในฐานะที่เราผ่านประสบการณ์มาเยอะก็ยินดีที่จะให้คำแนะนำในบางประการ แต่ในสว่นของพรรคก็ขอให้ทำงานเต็มที่ และอยู่ด้วยกัน ไปด้วยกัน 

                จากนั้นนายธนาธรกล่าวว่า “เลือกตั้งครั้งหน้า เราเป็นรัฐบาลร่วมกันน่าจะดี”

คลิปที่ 2

คลิปที่ 3

 

 
พฤหัสบดี 5 มีนาคม 2563

'ธนาธร' เจ้ามือ เลี้ยงอาหารค่ำขอบคุณหัวหน้าพรรคร่วมฝ่ายค้าน

'ธนาธร' เจ้ามือ เลี้ยงอาหารค่ำขอบคุณหัวหน้าพรรคร่วมฝ่ายค้าน
 

"ธนาธร" เจ้ามือ เลี้ยงอาหารค่ำขอบคุณหัวหน้าพรรคร่วมฝ่ายค้าน หลังไม่มีโอกาสทำงานการเมืองต่อ ยืนยัน จะเดินหน้าต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยต่อไป พร้อมขอฝ่ายค้านสนับสนุน 55 ส.ส. ด้าน "สมพงษ์" ขอฝ่ายค้านจับมือทำงานหนักแน่น พร้อมประคับประคองพรรคใหม่

เย็นวันนี้ พรรคร่วมฝ่ายค้าน มีการนัดหมายเลี้ยงขอบคุณแกนนำทุกพรรคที่ร่วมกันทำงาน โดยมีอดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นเจ้าภาพจัดเลี้ยง ที่ร้านอาหารย่านทองหล่อซอย 13

 

158332572363


โดยบรรยากาศของงานในขณะนี้ ก็มีบรรดาแกนนำของแต่ละพรรคทยอยกันมาแล้ว  ซึ่งบริเวณด้านหน้าทางเข้า ก็มีอดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และอดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคอนาคตใหม่ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ยืนรอต้อนรับอยู่ ซึ่งนายธนาธรระบุว่า วันนี้ตนเป็นเจ้าภาพจัดเลี้ยง หลังจากพรรคถูกยุบ ถือว่าเป็นการขอบคุณที่ได้ทำงานร่วมกันมา และสรุปบทเรียนการทำงานที่ผ่านมาด้วย

นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ กล่าวขอบคุณหัวหน้าพรรค และแกนนำพรรคร่วมฝ่ายค้านทุกคน ที่สนับสนุนการทำงานของอดีตพรรคอนาคตใหม่ในช่วงเวลาที่ผ่านมา รวมถึงสนับสนุนการทำงานของตน แม้จะได้เข้าสภาเพียง 5 นาทีก็ตาม แต่ก็ถือเป็นเวลาที่เป็นเกียรติที่ได้ร่วมงานกับทุกคน


ซึ่งเชื่อว่าประชาชน เห็นการทำงานที่จริงจังของฝ่ายค้าน ที่รวมตัวกันด้วยอุดมการณ์ ที่มีความตั้งใจในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และความสัมพันธ์ของตนกับพรรคร่วม จากนี้อาจจะเปลี่ยนไปในรูปแบบอื่นที่ไม่ใช่การทำงานในสภา แต่ยืนยันว่า ตนและกรรมการบริหารพรรคที่ถูกตัดสิทธิ์ยังไม่ท้อถอย และยืนยันจะเดินหน้าทำงานเพื่อประชาธิปไตยแม้บทบาทจะเปลี่ยนไปแต่การเดินทางยังดำเนินต่อไป

 

158332574211

 

ด้านนายสมพงษ์ กล่าวว่าตลอดระยะเวลาที่ร่วมงานกับอดีตพรรคอนาคตใหม่ รู้สึกเป็นห่วงทุกครั้งที่พรรคมีปัญหา และไม่เคยแบ่งแยกว่าเป็นพรรคเล็กหรือพรรคใหญ่ แต่ทุกพรรคคือพรรคร่วมฝ่ายค้าน เมื่อพรรคอนาคตใหม่ถูกยุบ และกรรมการบริหารถูกตัดสิทธิ์ ก็ไม่ต้องห่วง ส.ส.ที่เหลือออยู่ ซึ่งเบื้องต้นตนเองได้พูดคุยกับนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์แล้ว ว่าหากมีปัญหาอะไรก็ขอให้บอก พรรคร่วมฝ่ายค้านทุกพรรคพร้อมประคับประคองเพื่อเดินหน้าต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย  เพราะหากแกนนำที่ถูกตัดสิทธิ์ไปอย่างนายธนาธร หรือนายปิยบุตรเข้ามาเกี่ยวข้องกับพรรคใหม่ก็จะถูกมองว่าเป็นการครอบงำพรรค ดังนั้นเมื่อตนและพรรคร่วมฝ่ายค้านอยู่ตรงนี้ ก็ยินดีช่วยเหลือเพราะเราคือพรรคร่วมฝ่ายค้าน ปัญหาที่เกิดขึ้นเราต้องหนักแน่น มีปัญหาอะไรต้องพูดคุยปรึกษากัน แม้จำนวนเสียง ส.ส.ฝ่ายค้านจะลดน้อยลง แต่เรายังคงต้องรักษาคุณภาพของพรรคฝ่ายค้านไว้ และตนเองเชื่อในความสามารถของนายพิธาว่าจะสามารถนำพาพรรคใหม่ไปได้ ขอให้อดีตกรรมการบริหารพรรควางใจได้

158332576617

 

ADVERTISEMENT

ขณะที่บริเวณภายในห้องอาหาร ได้ถูกจัดไว้ทั้งสิ้น 2 โต๊ะใหญ่ แบ่งเป็นโต๊ะของหัวหน้าพรรค และเลขาธิการพรรค 1 โต๊ะ นำโดย อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ  หัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์  หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย พล.ต.อ.เสรีพิสุทธิ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์  หัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย นายนิคม บุญวิเศษ  หัวหน้าพรรคประชาชาติ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา  ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์  ที่ปรึกษาผู้นำฝ่ายค้าน นายภูมิธรรม เวชชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย นาวาอากาศเอกอนุดิษฐ์ นาครทรรพ และอดีตเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ นายปิยบุตร แสงกนกกุล

ส่วนอีกโต๊ะนึง จะเป็นในส่วนของบรรดาแกนนำของแต่ละพรรค อาทิ ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย นายสุทิน คลังแสง เลขาธิการพรรคประชาชาติ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง  อดีตโฆษกพรรคอนาคตใหม่ นางสาวพรรณิการ์ วานิช  และอดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคอนาคตใหม่ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นต้น

158332579125

ด้านนายวันมูหะหมัดนอร์ กล่าวว่า แม้แกนนำพรรคจะถูกตัดสิทธิ์ไม่สามารถทำงานในสภาได้ แต่ยังสามารถทำงานอย่างอื่นเพื่อเป็นความหวังให้ประชาชนได้ เพื่อเปลี่ยนแปลงอนาคตของประเทศให้ดีขึ้น และอย่าคิดว่ารัฐบาลจะอยู่ยาว เห็นได้จากการออกมาเคลื่อนไหวของนักศึกษาที่ไม่พอใจรัฐบาล

ขณะที่พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ ได้ให้กำลังใจอดีตพรรคอนาคตใหม่แม้จะถูกยุบแต่ประชาชนยังติดตามความเคลื่อนไหวอยู่ตลอด และเชื่อว่าประชาชนดูออกว่าอะไรถูกอะไรผิด

158332715944

 

 

 


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน