*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 4030
  • จำนวนผู้ชม : 2538346
  • จำนวนผู้โหวต : 527
  • ส่ง msg :
  • โหวต 527 คน
<< มีนาคม 2020 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพฤหัสบดี ที่ 5 มีนาคม 2563
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 421 , 22:08:45 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน wullopp โหวตเรื่องนี้

link@: ธนาธร เลี้ยงฝ่ายค้านชื่นมื่น //

สวัสดีครับ

         คนที่ไม่ใช่ชาวใต้ด้วยกัน ก็จะไม่คุ้นหูกับจังหวัดสตูลนะครับ แต่ก็มีข่าวที่ทำให้ชื่อเสียงของจังหวัดสตูลดังขึ้นมา คือ ;

วันที่ 5 มีนาคม 2563  ที่กลุ่มตัดเย็บบ้านบ่อหิน หมู่ที่ 3 ต.เขาขาว อ.ละงู จ.สตูล สมาชิกกลุ่มเร่งมือช่วยกันตัดเย็บผ้าหน้ากากอนามัยหลังมีออเดอร์เข้ามามากถึง 100 % ทำให้ทางกลุ่มต้องเร่งมือทั้งจ้างล่วงเวลาเพื่อให้ทันต่อความต้องการของลูกค้า

นางจ๊ะ แคยิหวา ประธานกลุ่มตัดเย็บบ้านบ่อหิน ยอมรับว่า หลังหน้ากากอนามัยขาดตลาดทางกลุ่มตัดเย็บบ้านบ่อหินก็มีออเดอร์เข้ามามาก  โดยทางกลุ่มมีสมาชิกเพียง 8 คนสามารถผลิตได้เพียงวันละ 80 โหล ทำให้ต้องมีการกระจายงานไปยังกลุ่มอื่น ๆ ให้ผลิตสินค้าทันและเพียงพอต่อความต้องการ โดยทางกลุ่มจะเน้นในการตัดเย็บให้คนในพื้นที่ จ.สตูลก่อนให้เพียงพอและทันใช้ในช่วงนี้เพื่อป้องกันตัวเอง  จากนั้นก็รับออเดอร์จากข้างนอก

         นับเป็นการช่วยตัวเองได้ดีทีเดียว อะไรขาดแคลนก็ทำขึ้นเอง แล้วหากทำขายก็ขายดีอักด้วย

 

 

ราชกิจจาฯ ประกาศล่าสุดให้ 4 ประเทศ 'เป็นเขตติดโรคติดต่ออันตราย'

ราชกิจจาฯ ประกาศล่าสุดให้ 4 ประเทศ 'เป็นเขตติดโรคติดต่ออันตราย'

วันพฤหัสบดี ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2563, 19.12 น.

เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2563 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ท้องที่นอกราชอาณาจักรที่เป็นเขตติดโรคติดต่ออันตราย กรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด 19 (Coronavirus Disease 2019 (COVID-19) พ.ศ.2563 ความว่า

ด้วยสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โรคโควิด 19 ได้แพร่อย่างรวดเร็วและกว้างขวางไปหลายประเทศทั่วโลก ซึ่งมีผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก ประกอบกับเมื่อวันที่ 30 มกราคม 2563 องค์การอนามัยโลก ได้ประกาศให้การระบาดของโรคดังกล่าวเป็นภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุขระหว่างประเทศ (Public health emergency of international concern (PHEIC)) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขโดยคำแนะนำของคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติจึงได้ประกาศให้โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด 19 เป็นโรคติดต่ออันตราย ตามพ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ. 2558

อย่างไรก็ดี ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีความเสี่ยงที่จะเกิดการติดต่อของโรคดังกล่าวที่มากับผู้เดินทางจากนอกราชอาณาจักร ดังนั้นเพื่อประโยชน์ในการป้องกันและควบคุมโรค ที่อาจจะเข้ามาภายในราชอาณาจักร และเพื่อให้การเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคดังกล่าวเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขโดยคำแนะนำของคณะกรรมการด้านวิชาการ จึงเห็นสมควรประกาศกำหนดให้ท้องที่นอกราชอาณาจักรที่เกิดการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด 19 เป็นเขตติดโรคติดต่ออันตราย

ตามพ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ.2558 ซึ่งหากสภาวการณ์ของโรคดังกล่าวสงบลงหรือมีเหตุอันสมควรจะได้มีการประกาศยกเลิกเขตติดโรคติดต่ออันตรายต่อไป อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 5 วรรคหนึ่ง ประกอบกับมาตรา 8 แห่งพ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ.2558 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขโดยคำแนะนำของคณะกรรมการด้านวิชาการ จึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

ข้อ 1 ประกาศนี้เรียกว่า “ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ท้องที่นอกราชอาณาจักรที่เป็นเขตติดโรคติดต่ออันตราย กรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด 19 พ.ศ.2563

ข้อ 3 ให้ท้องที่นอกราชอาณาจักรดังต่อไปนี้ เป็นเขตติดโรคติดต่ออันตราย กรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด 19 ประกอบด้วย สาธารณรัฐเกาหลี สาธารณรัฐประชาชนจีน รวมถึงเขตบริหารพิเศษมาเก๊า และเขตบริหารพิเศษฮ่องกง สาธารณรัฐอิตาลี และสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน

ประกาศ ณ วันที่ 2 มีนาคม พ.ศ.2563 อนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข

 

ปิดฉากคดีหวยอลเวง! 'หมวดจรูญ' ได้ใช้เงิน 30 ล้านแบบสบายใจ 'ครูปรีชา'อ่วม

ปิดฉากคดีหวยอลเวง! 'หมวดจรูญ' ได้ใช้เงิน 30 ล้านแบบสบายใจ 'ครูปรีชา'อ่วม

วันพฤหัสบดี ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2563, 13.06 น.

"หมวดจรูญ" ได้ใช้เงินหวย 30 ล้านบาทแบบสบายใจ หลังศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยกอุทธรณ์ของ "ครูปรีชา" ในประเด็นศาลสั่งถอนอายัดเงินว่าไม่ชอบ ส่วนคดีหลักศาลอุทธรณ์ภาค 7 นัดฟังคำพิพากษา 25 มิ.ย.นี้ ขณะที่ "ทนายตั้ม" เผยคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ถือเป็นที่สุดแล้วไม่สามารถฎีกาได้ เท่ากับปิดฉากคดีหวย 30 ล้านบาททันที เตรียมการดำเนินคดีพยานครูปรีชาเบิกความเท็จ

ความคืบหน้ากรณีสลากกินแบ่งรัฐบาลรางวัลที่ 1 งวดประจำวันที่ 1 พ.ย.60 หมายเลข 533726 ซึ่งทาง ร.ต.ท.จรูญ วิมูล หรือ หมวดจรูญ อดีตข้าราชการตำรวจ สภ.บ่อพลอย อ.บ่อพลอย จ.กาญจนบุรี เป็นผู้นำสลากฯจำนวน 1 ชุด 5 ใบเป็นเงินจำนวน 30 ล้านบาทไปขึ้นเงินรางวัลที่กองสลากกินแบ่งรัฐบาล โดยนำเงินเข้าบัญชีธนาคารกรุงไทยสาขาจังหวัดกาญจนบุรี แต่เมื่อหักภาษีแล้ว เหลือเงินเข้าบัญชี จำนวน 29,850,000 ล้านบาท โดยหมวดจรูญได้เบิกเงินออกมาจากธนาคารเพื่อเป็นค่าใช้จ่าย จำนวน 5,500,000 บาท ยังคงเหลือเงินอยู่ในบัญชีธนาคารอีก จำนวน 24,350,000 บาท แต่ในที่สุดหมวดจรูญ ก็มาถูกนายปรีชา ใคร่ครวญ หรือ ครูปรีชา ครูชำนาญการพิเศษ โรงเรียนเทพมงคลรังษี ยื่นฟ้องแพ่ง ซึ่งศาลประทับรับฟ้องในคดีหมายเลขดำที่ พ.1230/60 จากนั้นส่งคำร้องต่อศาลเพื่อขอให้มีคำสั่งอายัดเงินในบัญชีของหมวดจรูญที่เหลืออยู่เอาไว้ทั้งหมด

พร้อมกันนี้นายปรีชา ยังยื่นฟ้องคดีอาญาต่อหมวดจรูญ อีก 1 คดี ศาลได้ประทับรับฟ้องในคดีอาญาหมายเลขดำ ที่ อ.1863/61 ข้อหายักยอกทรัพย์ รับของโจร ดังนั้นคดีอาญาจึงถือว่าเป็นคดีหลัก ศาลจึงจำหน่ายคดีแพ่งออกไปเพื่อรอฟังคำพิพากษาในคดีอาญา ซึ่งศาลได้นัดไต่สวนมูลฟ้อง ทั้งฝ่ายโจทก์และฝ่ายจำเลยจนแล้วเสร็จ ในที่สุดวันที่ 4 มิ.ย.2562 ศาลได้มีคำพิพากษายกฟ้อง หมวดจรูญ ในคดีอาญา โดยพิพากษาว่า “ไม่ใช่ทรัพย์สินของโจทก์ โจทก์จึงไม่ใช่ผู้เสียหาย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2 (4) โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลย พิพากษายกฟ้อง

เมื่อศาลพิพากษายกฟ้อง ทำให้นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ ทนายความส่วนตัวของหมวดจรูญ ยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอให้มีคำสั่งถอนอายัดเงินในบัญชีธนาคารของหมวดจรูญ และศาลได้ไต่สวนคำร้องไปแล้ว จนกระทั่งวันที่ 22 ส.ค.2562 ศาลได้มีคำสั่งให้ยกเลิกคำสั่งอายัดเงิน หมวดจรูญ แต่ต่อมาครูปรีชา ได้ยื่นอุทธรณ์ในประเด็นศาลสั่งถอนอายัดว่าไม่ชอบ โดยวันนี้ศาลได้นัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ว่าศาลชั้นต้นมีคำสั่งโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่

ทั้งนี้ ทนายษิทรา เปิดเผยว่า วันนี้ศาลอุทธรณ์ภาค 7 ได้มีคำพิพากษาในประเด็นที่ทางครูปรีชา ซึ่งเป็นโจทก์ได้อุทธรณ์ใน 2 เรื่อง เรื่องแรกคือคำสั่งที่ศาลชั้นต้นได้มีคำสั่งยกเลิกคำสั่งอายัดเงิน ลุงจรูญ ซึ่งศาลได้ตัดสินในประเด็นนี้ว่า เรื่องนี้เป็นอำนาจของศาลชั้นต้น ฉะนั้น คำสั่งของศาลชั้นต้นเป็นที่สุดแล้ว ศาลอุทธรณ์จึงไม่รับวินิจฉัยในประเด็นนี้

ส่วนอีกประเด็นคือกระบวนพิจารณาเป็นกระบวนที่ผิดระเบียบ โดยให้เหตุผลว่า คดีนี้ได้จำหน่ายคดีไปแล้ว ซึ่งศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า คดีนี้ถึงแม้ว่าจะมีการจำหน่ายคดี แต่เป็นเพียงการจำหน่ายคดีชั่วคราว และอำนาจการวินิจฉัยก็เป็นอำนาจของศาลชั้นต้นอีกเช่นกัน ศาลอุทธรณ์จึงมีคำสั่งยกอุทธรณ์ของโจทก์ทั้งสองเรื่อง เท่ากับว่า ลุงจรูญ มีสิทธิ์เต็มตัวในการใช้เงินและคำสั่งที่มีการเพิกถอนคำสั่งอายัดเงินถูกต้องและชอบด้วยกฎหมายทุกอย่าง ซึ่งคดีนี้ไม่สามารถฎีกาได้เนื่องจากการที่จะมีคำสั่งยกเลิกคำสั่งอายัดเงินหรือไม่นั้น เป็นอำนาจของศาลชั้นต้น ซึ่งศาลอุทธรณ์ไม่มีอำนาจในการพิจารณาในเรื่องนี้

สำหรับคดีหลักที่ครูปรีชา ยื่นฟ้องลุงจรูญ ในคดีอาญา หมายเลขดำที่ อ.1863/61 ข้อหายักยอกทรัพย์ รับของโจร ศาลได้นัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 7 ในวันที่ 25 มิถุนายน 2563 เวลา 09.00 น. ซึ่งถือว่าใช้เวลาไม่นานก็จะทราบผลในคดีนี้แล้ว ซึ่งคดีอาญาหากศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ยืนยกฟ้อง คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ถือเป็นที่สุดแล้ว ไม่สามารถฎีกาได้ ซึ่งเท่ากับปิดฉากคดีหวย 30 ล้านบาททันที

ด้านหมวดจรูญ กล่าวว่า ตอนนี้รู้สึกสบายใจขึ้นมาก ซึ่งในความคิดตน ตนน่าจะอ่านใจของศาลถูก เพราะเรารู้อยู่แก่ใจอยู่แล้วว่าเราผิดหรือถูก แต่คงไม่ขอออกความเห็นถึงอีกฝ่าย เพราะไม่อยากก้าวก่าย ทั้งนี้ หลังฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ก็คงจะต้องปรึกษาทนายอีกครั้งว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป

ขณะที่ทนายษิทรา ได้ตอบคำถามต่อเนื่องจากหมวดจรูญว่า เราได้มีการฟ้องครูปรีชา และนายวรยุทธ บุญวงศ์ใส ทนายความส่วนตัวของครูปรีชา ไปแล้ว ในข้อหาร่วมกันฟ้องเท็จ โดยศาลได้นัดไต่สวนมูลฟ้องในวันที่ 30 มี.ค.ที่จะถึงนี้และหากศาลอุทธรณ์ได้มีคำพิพากษาในคดีหลักออกมาชัดเจนแล้วว่า ตกลงกรรมสิทธิ์ของลอตเตอรี่ดังกล่าวนั้นเป็นของผู้ใด เราก็จะมีการดำเนินคดีกับทางพยานที่มาเบิกความเท็จด้วย
 

เช็คพิกัด'กองทัพ'จัดพื้นที่พิเศษ เตรียมกักโรค'ผีน้อย' 5 พันคนจาก'แทกู-คยองซัง'

เช็คพิกัด'กองทัพ'จัดพื้นที่พิเศษ เตรียมกักโรค'ผีน้อย' 5 พันคนจาก'แทกู-คยองซัง'

วันพฤหัสบดี ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2563, 18.33 น.

3 เหล่าทัพเตรียมพร้อมแล้ว เล็งอาคารโรงเรียนการบิน-สวนสนฯ กักโรค”ผีน้อย” 5 พันคน จากแทกู-คยองซัง พร้อมประสาน จว. เรียกตัวผู้กลับก่อนหน้านี้ เข้ากระบวนการ เฝ้าสังเกตการณ์ 14 วัน

เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2563 พล.อ.อ.มานัต วงษ์วาทย์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) เปิดเผยถึงการจัดเตรียมสถานที่กักกันโรคสำหรับแรงงานผิดกฎหมายที่เดินทางกลับมาจากประเทศเกาหลีใต้ ว่า กองทัพอากาศได้เตรียมพื้นที่โรงเรียนการบินกองทัพอากาศ กำแพงแสน ขณะนี้ยังไม่สามารถสรุปได้ว่า จะสามารถรองรับแรงงานที่จะเดินทางมาได้ประมาณเท่าใด ซึ่งทั้งหมดจะชัดเจนในวันที่ 6 มี.ค.นี้ หลังกองทัพประชุมร่วมกระทรวงสาธารณสุข แต่เบื้องต้นรัฐบาลได้ประสานทุกเหล่าทัพให้เตรียมพื้นที่สนับสนุนรองรับแรงงาน

ขณะที่ พล.ต.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงขั้นตอนการดำเนินการของกองทัพในการจัดพื้นที่ว่า ได้มีการกำหนดขั้นตอนการปฏิบัติระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนที่จะส่งมายังพื้นที่ควบคุมโรคของกองทัพที่จัดเตรียมไว้ 4-5 แห่ง ซึ่งแพทย์ทหารและกระทรวงสาธารณสุขอยู่ระหว่างเข้าสำรวจพื้นที่และจัดแบ่งจำนวนแรงงานจากเกาหลีใต้ประมาณ  5 พันคน เฉพาะจากเมืองแทกู และ คยองซัง เพื่อเฝ้าสังเกตอาการ 14 วัน แต่หากไม่ผ่านการคัดกรอง อุณหภูมิร่างกายเกินกว่าที่กำหนดแสดงการติดเชื้อเบื้องต้นก็จะส่งเข้าไปยังสถานพยาบาลของกระทรวงสาธารณสุขที่กำหนดไว้

ในขั้นต้นทางกระทรวงการต่างประเทศ จะดำเนินการตั้งแต่ต้นทางในการตรวจรายชื่อบุคคลที่จะเดินเข้ามา และเข้าสู่กระบวนการคัดกรองจนถึงประเทศไทย ผ่านสนามบินฯ จะมีการจัดรถไปรับที่ท่าอากาศยาน และไปส่งที่พักรับรองของกองทัพที่มีการจัดเตรียมไว้ให้ เหมือนลักษณะเดียวกับที่ดำเนินการจากการรับคนไทยกลับจากเมืองอู่ฮั่น และนำมาอยู่ในบ้านพักรับรองอ่าวดงตาล กองทัพเรือ และหากมีใครแสดงการติดเชื้อก็จะส่งไปที่โรงพยาบาลทหารที่กำหนด ซึ่งอาคารรับรองเหล่านี้คงอยู่ในพื้นที่ภาคกลาง

พล.ท.คงชีพ กล่าวอีกว่า ในส่วนที่เดินทางกลับมาก่อนหน้านี้และกลับภูมิลำเนา โดยไม่ได้มีการกักตัวเองในพื้นที่ควบคุม 14 วันนั้น  ทางจังหวัดฯ คงจะมีการเรียกแรงงงานเหล่านั้นกลับมากักตัว ตามพ.ร.บ.ควบคุมโรค  โดยอาจใช้พื้นที่ โรงยิมฯ ในสนามกีฬา หรือพื้นที่ที่จังหวัดจัดเตรียมไว้ ส่วนที่มีการกังวลว่าบุคคลเหล่านั้นไปใช้ชีวิตตามปกติและอาจไปแพร่เชื่อให้บุคคลอื่นก่อนแสดงอาการนั้น ต้องรอผลการกักโรคเพื่อดูอาการฯ ว่ามีการติดเชื้อหรือไม่ ซึ่งหลังจากนั้นก็ต้องตรวจสอบผู้ที่คาดว่าจะได้รับการแพร่เชื้อว่ามีมากน้อยแค่ไหน ก็จะต้องกักตัวเพื่อสังเกตอาการณ์ บุคคลที่อยู่ในข่ายต่อไป

รายงานข่าวแจ้งว่า เหล่าทัพได้จัดพื้นที่ไว้รองรับ ได้แก่ พื้นที่กองทัพไทย ใช้หาดเจ้าสำราญ หรือ บ้านพักรับรอง ,ศูนย์ศึกษายุทธศาสตร์ กองทัพไทย ที่แหลมแท่น จ.ชลบุรี  ส่วนกองทัพบก ใช้พื้นที่สวนสน 1 จ.ประจวบคีรีขันธ์,กองทัพอากาศ ใช้โรงเรียนการบิน และกองทัพเรือ ใช้อาคาร 3-8 อ่าวดงตาลสัตหีบ

 

'บิ๊กตู่'จับเข่าคุยวันแรกชื่นมื่น รับข้อเรียกร้องตัวแทนปชช.เร่งหาทางช่วยเหลือ

'บิ๊กตู่'จับเข่าคุยวันแรกชื่นมื่น รับข้อเรียกร้องตัวแทนปชช.เร่งหาทางช่วยเหลือ

วันพฤหัสบดี ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2563, 21.17 น.

“เกษตรกร”ร้องแก้ปัญหาหนี้สิน-ราคาพืชผลตกต่ำ ด้านกลุ่มผู้สร้างภาพยนตร์ร้องหลังถูกหลายประเทศแคนเซิลถ่ายหนังในไทย ขอรัฐบาลเร่งมือแก้โควิด

วันที่ 5 มีนาคม 2563 ที่ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งเป็นวันแรกที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ให้การต้อนรับภาคประชาชน 3 กลุ่ม ได้แก่ ตัวแทนเกษตรกร ตัวแทนประชาชน และตัวแทนผู้ประกอบการอิสระ เพื่อนำเสียงสะท้อนที่ได้รับไปประมวลออกมาเป็นมาตรการช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนตรงกับความต้องการที่แท้จริงแต่ละกลุ่ม ตามแคมเปญซีรีส์ "มีปัญหา ปรึกษานายกฯ"

เมื่อตัวแทนกลุ่มต่างๆ เดินทางมาถึง นายกรัฐมนตรี ได้ลงมาทักทาย พร้อมถ่ายภาพเป็นที่ระลึก ก่อนที่จะเข้าพบและพูดคุยทีละกลุ่ม ใช้เวลากลุ่มละประมาณ 40 นาที โดยนายกฯ เปิดโอกาสให้ทุกคนได้สะท้อนปัญหาและสิ่งที่อยากให้รัฐบาลเร่งดำเนินการแก้ไขแบบเปิดอกคุยกัน

โดยกลุ่มเกษตรกรที่ทำนา พืชสวนพืชไร่ อย่างตัวแทนผู้ปลูกมันสำปะหลัง ข้าวโพด จากจ.นครราชสีมา ชาวสวนปลูกผลไม้ จ.จันทบุรี และตัวแทนเกษตรกร จ.สิงห์บุรี ได้รับแจ้งจากผู้นำชุมชนว่านายกฯ ต้องการเจอกับกลุ่มเกษตรกรที่ทำไร่ ทำนาจริง และอยากทราบถึงปัญหาและข้อเสนอแนะต่างๆ ปัญหาส่วนใหญ่ที่เสนอต่อนายกฯ เป็นปัญหาคล้ายกัน ได้แก่ ปัญหาแหล่งน้ำ ภัยแล้ง ราคาสินค้าเกษตรและพืชผล ปุ๋ย ตลอดจนปัญหาหนี้สินเกษตรกรที่มีดอกเบี้ยสูง ทำให้เกษตรกรไม่มีเงินทุนไปพัฒนาคุณภาพพืชผล ซึ่งนายกฯ รับปากว่าจะมอบหมายให้แต่ละกระทรวงที่รับผิดชอบไปดำเนินการ ทั้งนี้ ยืนยันว่านายกฯ ไม่ได้ห้ามให้จัดม็อบเกษตรกรหรือการชุมนุมและไม่ได้พูดถึงเรื่องนี้

นายชูศักดิ์ เพ็ชร์พูน อายุ 65 ปี ประธานกลุ่มแปลงใหญ่ จ.สิงหบุรี เปิดเผยความรู้สึกภายหลังได้พูดคุยกับนายกฯ ว่า รู้สึกดีใจที่ได้สะท้อนปัญหาและความต้องการให้นายกฯ รับทราบโดยตรงและเห็นความจริงใจในการทำงานของนายกฯ โดยทางกลุ่มเกษตรกรก็ได้ให้กำลังใจนายกฯ ในการทำงานต่อ รวมถึงเข้าใจถึงปัญหาการทำงานในขณะที่ประเทศเรากำลังประสบปัญหาการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ทำให้ทุกอย่างสะดุด

ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี  และ รมว.กลาโหม กล่าวตอนหนึ่งว่า  โครงการนี้เกิดจากความตั้งใจของตนเองที่ต้องการรับฟังเสียงของประชาชนโดยตรงแบบเปิดใจและเข้าอกเข้าใจถึงสภาวะความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนจากสถานการณ์เศรษฐกิจที่ตกต่ำทั่วโลกอันเนื่องมาจากสงครามการค้าผนวกกับภัยจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ส่งผลให้สภาพเศรษฐกิจชะงักลงไปอีก  สิ่งเหล่านี้นำมาสู่ปัญหาปากท้องของประชาชน เกษตรกร และการขาดสภาพคล่องของผู้ประกอบการ SME รวมทั้งผู้ประกอบการอิสระ ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจ ออกมาตรการช่วยเหลือเยียวยาพี่น้องประชาชนทุกกลุ่มอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันเพื่อให้การแก้ไขปัญหาตรงจุดสอดคล้องกับสิ่งที่พี่น้องประชาชนประสบอยู่ยิ่งขึ้น จึงจะเปิดรับฟังข้อคิดเห็นและเสียงสะท้อนจากผู้ที่ได้รับผลกระทบว่าเขาเหล่านั้นต้องการให้รัฐบาลช่วยเหลืออะไรเพิ่มเติมให้ครอบคลุมตรงเป้าหมายยิ่งขึ้นเพื่อที่รัฐบาลจะได้นำข้อมูลที่ได้ ไปประมวลและออกมาเป็นมาตรการแก้ไขปัญหาและช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบให้ได้อย่างตรงจุด

“รัฐบาลมีความจริงใจและจริงจังในการทำเพื่อพี่น้องประชาชน การได้มาเจอกับตัวแทนเกษตรกรและผู้ประกอบการอิสระในครั้งนี้ ทำให้ผมมองเห็นสายตาของความมุ่งมั่นของแต่ละท่านที่อยากจะแก้ไขปัญหาทั้งของตนเองและส่วนรวม ข้อมูลที่ได้จากการพูดคุยกันครั้งนี้ช่วยให้รัฐบาลได้เข้าใจปัญหาของแต่ละกลุ่มลงลึกถึงรายละเอียด เพราะได้มารับฟังข้อคิดเห็นและเสียงสะท้อนจากต้นทางของปัญหา ที่ผ่านมาหลายภาคส่วนได้มีมาตรการในการช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร ประชาชนและผู้ประกอบการอิสระออกไปบ้างแล้ว และรัฐบาลก็กำลังเตรียมมาตรการในการเยียวยาที่จะออกมาเพิ่มเติม เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชน ซึ่งคาดว่ามาตรการที่รัฐบาลจะออกมาเพิ่มเติมในครั้งนี้ จะเพียงพอในการช่วยเหลือบรรเทาผู้เดือดร้อนได้ตรงตามปัญหาและความต้องการเป็นอย่างดี  รัฐบาลจะไม่ยอมให้สถานการณ์เศรษฐกิจที่ตกต่ำ มาหยุดยั้งการเจริญเติบโตประเทศไทยของเราได้ รัฐบาลพร้อมดูแลคนของเราประเทศไทยของเรา เพื่อให้คนไทยทุกคนได้ไปต่ออย่างยั่งยืนต่อไป” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พร้อมเปิดอกคุยกับทุกลุ่ม เข้าใจผู้ประกอบการท่องเที่ยวเป็นอย่างดี ได้สั่งนโยบายว่า หากมีการประชุม สัมมนาก็ขอให้จัดในประเทศ รวมทั้งพยายามหามาตรการการเงิน เงินกู้ดอกเบี้ยตำ่ รวมทั้งกำลังพิจารณาช่วยลดค่าครองชีพต่างๆ  ซึ่งสั่งรวบรวมปัญหาประชาชนทุกกลุ่มวันนี้ ไปหารือในการประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจทันที

ภายหลังการพูดคุย นายกฯ ยังได้มอบสมุดโน๊ต เป็นที่ระลึกให้กับทุกคนที่มาเข้าพบ

ด้านนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการพูดคุยว่า สำหรับบรรยากาศโดยรวมถือว่าดีมาก มีการพูดคุยกันเกือบทุกด้าน โดยนายกฯ ได้มีข้อเสนอแนะซึ่งภาคประชาชนก็ได้รับฟัง ขณะที่การพูดคุยครั้งต่อไปยังไม่กำหนดวันและรายละเอียด แต่ครั้งนี้ต้องการรับฟังผลกระทบจากโควิด-19 เป็นหลัก

ขณะที่นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า ถือเป็นโอกาสดีที่นายกฯ ได้รับฟังประชาชนในหลายภาค ส่วนและจะรับฟังต่อไป โดยได้เห็นปัญหาที่แท้จริง หลายปัญหามีความซับซ้อน ซึ่งรัฐบาลก็จะนำมาผสมผสานเพื่อช่วยเหลือโดยเฉพาะช่วงภาวะเศรษฐกิจรุมเร้า โดยนายกฯ ได้รับฟังเพื่อหาแนวทางแก้ไข ขณะเดียวกันเชื่อว่านายกฯ จะนำประเด็นต่างๆ ที่รับฟังวันนี้นำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจในวันพรุ่งนี้ (6 มี.ค.) ทั้งนี้ปัญหาส่วนใหญ่ที่ภาคธุรกิจสะท้อนมาคือภาวะด้านเศรษฐกิจที่กระทบธุรกิจทันทีและรวดเร็ว โดยเฉพาะธุรกิจท่องเที่ยวที่คาดว่าตั้งแต่มี.ค. เป็นต้นไปอาจถึงศูนย์ ซึ่งถือเป็นผลกระทบที่รุนแรง และจะกระทบมาถึงภาคเกษตร ที่ผลิตวัถุดิบให้กับโรงแรม อีกทั้งเป็นผลกระทบในภาพรวมรวมถึงพนักงานที่ต้องหยุดไป กระทบทุกคน ดังนั้นนายกฯ ให้ความใส่ใจและกังวลและจะให้คณะทำงานไปกรองข้อเสนอแนะในหลายเรื่อง เพื่อหาทางแก้ไขต่อไป

นายณัฏฐพล กล่าวอีกว่า ขณะที่ภาคเกษตรมีความเป็นห่วงเรื่องน้ำและการใช้น้ำการเกษตร ซึ่งนายกฯ ได้ให้ไปขันน็อตโดยมอบหน่วยงานที่รับผิดชอบไปดำเนินการ ขณะเดียวกันภาคเอกชนก็มีความเข้าใจว่าไม่สามารถทำให้ร้านกลับมาค้าขายได้เหมือนเดิม แต่มาตรการในการผ่อนหลายเรื่อง มาตรการภาษีต่างๆ ที่ต้องนำไปคิดให้รอบคอบถึงผลกระทบในวงกว้าง นอกจากนี้สำนักงบประมาณก็มีข้อเสนอแนะในการนำประเด็นต่างๆ เข้าที่ประชุมครม.เศรษฐกิจพรุ่งนี้ ซึ่งคาดว่าน่าจะมีอะไรออกมาเพื่อแบ่งเบาภาระประชาชน ทั้งนี้เชื่อว่าระยะเวลาหนึ่งเดือนหลังจากนี้ผลกระทบทบจากประชาชนทุกภาคส่วนจะได้รับการพิจาณาานายกฯ ส่วนการจัดให้มีการพูดคุยเช่นนี้ในครั้งต่อไปนั้น ยังไม่มีการกำหนดว่าจะมีประชาชนกลุ่มใดมาพบกับนายกฯ อีก แต่จะมีการจัดต่อเนื่องหลายซีรีย์ที้เปิดโอกาสให้ได้รับฟังความเดือดร้อน ของประชาชน เพื่อปรับแนวทางให้อยู่รอดกันได้ในช่วงวิกฤต

นายณัฏฐพล กล่าวด้วยว่า ส่วนในเรื่องนักศึกษานั้น จะมอบหมายให้นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.อุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ไปพูดคุยกับอธิการมหาวิทยาลัยในการรับฟังปัญหาจากนักศึกษาโดยตรง ซึ่งมองว่าตอนนี้เป็นเวลาคนไทยทุกคนต้องรวมพลังฟันฝ่าวิกฤตนี้ที่ดูเหมือนเริ่มต้นยังไม่เห็นว่าจะจบอย่างไร ดังนั้นเราต้องฟันฝ่าไปด้วยกัน

ขณะที่นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว. ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เปิดเผยว่า ตัวแทนแต่ละกลุ่มได้สะท้อนปัญหาโดยตรงถึงนายกฯจากนี้ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี จะแยกแยะปัญหาออกเป็นหัวข้อต่างๆเพื่อนำไปสู่การแก้ไข ซึ่งนายกฯรับปากจะหาทางแก้ให้กับกลุ่มต่างๆโดยเร็ว

กลุ่มแม่บ้านสตูลรายได้พุ่ง ออเดอร์สั่งเย็บหน้ากากผ้าทะลักกว่า 100 เท่า

กลุ่มแม่บ้านสตูลรายได้พุ่ง ออเดอร์สั่งเย็บหน้ากากผ้าทะลักกว่า 100 เท่า

วันพฤหัสบดี ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2563, 15.29 น.

วันที่ 5 มีนาคม 2563  ที่กลุ่มตัดเย็บบ้านบ่อหิน หมู่ที่ 3 ต.เขาขาว อ.ละงู จ.สตูล สมาชิกกลุ่มเร่งมือช่วยกันตัดเย็บผ้าหน้ากากอนามัยหลังมีออเดอร์เข้ามามากถึง 100 % ทำให้ทางกลุ่มต้องเร่งมือทั้งจ้างล่วงเวลาเพื่อให้ทันต่อความต้องการของลูกค้า

นางจ๊ะ แคยิหวา ประธานกลุ่มตัดเย็บบ้านบ่อหิน ยอมรับว่า หลังหน้ากากอนามัยขาดตลาดทางกลุ่มตัดเย็บบ้านบ่อหินก็มีออเดอร์เข้ามามาก  โดยทางกลุ่มมีสมาชิกเพียง 8 คนสามารถผลิตได้เพียงวันละ 80 โหล ทำให้ต้องมีการกระจายงานไปยังกลุ่มอื่น ๆ ให้ผลิตสินค้าทันและเพียงพอต่อความต้องการ โดยทางกลุ่มจะเน้นในการตัดเย็บให้คนในพื้นที่ จ.สตูลก่อนให้เพียงพอและทันใช้ในช่วงนี้เพื่อป้องกันตัวเอง  จากนั้นก็รับออเดอร์จากข้างนอก

 นอกจากนี้ทางประธานกลุ่มตัดเย็บบ้านบ่อหิน ยังตระเวนเดินสายเป็นวิทยากรในการสอนการตัดเย็บให้กับแม่บ้านในพื้นที่เพื่อออกมาช่วยกันผลิตผ้าหน้ากากอนามัยในการป้องกันตัวเอง โดยแต่ความต้องการของแต่ละหน่วยงานที่สั่งจะแตกต่างกันไป  ซึ่งทางกลุ่มคิดราคาโหลละ 100 บาทในผ้าชั้นเดียว ส่วนผ้าสองชั้นคิดราคาโหลละ 120 บาทขึ้นอยู่กับความต้องการของลูกค้า  โดยผ้าที่ใช้เป็นผ้ามองตากู เป็นผ้าที่ซักง่ายไม่หนาเกินไปสามารถกรองฝุ่นละอองป้องกันได้ในระดับหนึ่ง

 

 
 
 
 
 
 
 
 
ยกนิ้วให้! ชาวบ้านฉางรวมตัวผลิตหน้ากากอนามัยจากผ้ามัดย้อม 'เปลือกมังคุด'

ยกนิ้วให้! ชาวบ้านฉางรวมตัวผลิตหน้ากากอนามัยจากผ้ามัดย้อม 'เปลือกมังคุด'

วันพฤหัสบดี ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2563, 18.06 น.

ชาวบ้านฉาง เมืองระยอง รวมตัวผลิตหน้ากากอนามัยจาก "ผ้ามัดย้อมเปลือกมังคุด" วัตถุดิบธรรมชาติที่มีคุณสมบัติออกฤทธิ์ต้านแบคทีเรียได้เพื่อช่วยเหลือสังคม

วันที่ 5 มีนาคม 2563 ที่วิสาหกิจชุมชนแตนบาติก ริมถนนสายบ้านฉาง-พยูน เลขที่ 155 หมู่ 5 ต.บ้านฉาง อ.บ้านฉาง จ.ระยอง กลุ่มวิสาหกิจชุนชนแตนบาติกร่วมกับคณะกรรมการกองทุนพัฒนาไฟฟ้าเขตนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด เมืองบ้านฉาง จังหวัดระยอง ได้ช่วยกันนำวัตถุดิบจากธรรมชาติ ได้แก่ผ้ามัดย้อมที่ทำมาจากเปลือกมังคุด ซึ่งเป็นสินค้าโดดเด่นของกลุ่มและได้นำไปตัดเย็บเป็นเสื้อผ้าข้าวของเครื่องใช้จนเป็นที่นิยมและรู้จักสร้างชื่อเสียงมาแล้ว แต่ครั้งนี้ทางกลุ่มได้นำผ้ามัดย้อมจากเปลือกมังคุดมาช่วยกันตัดเย็บเป็นหน้ากากอนามัยหลากหลายรูปแบบเพื่อเตรียมมอบให้กับผู้ที่มีความจำเป็นต้องใช้หน้ากากอนามัย รวมถึงผู้ด้อยโอกาสที่ต้องการใช้แต่ไม่สามารถหาซื้อได้เนื่องจากขาดตลาดและมีราคาสูงเกินความเป็นจริง

นางไพลิน โด่งดัง ประธานกลุ่มฯ กล่าวว่า สำหรับแนวคิดนำผ้ามัดย้อมเปลือกมังคุดตัดเย็บเป็นหน้ากากอนามัยนั้นตอนแรกตั้งใจจะนำไปมอบให้กับผู้ป่วยในโรงพยาบาลบ้านฉางเท่านั้น เพราะทางโรงพยาบาลหลายแห่งมีข่าวว่าขาดแคลนหน้ากากอนามัย แต่เมื่อวิกฤติของการแพร่ระบาดโรคยังมีอยู่จึงได้ทำเพิ่มเพื่อ แจกจ่ายแก่ผู้ด้อยโอกาสรวมทั้งผู้ป่วยที่อยู่ในชุมชนที่จำเป็นต้องใช้ เพราะขณะนี้ตามท้องตลาดหาซื้อได้ยากมาก และยังโก่งราคาสูงเกินจริง ทั้งๆ ที่ราคาต้นทุนก็ไม่ได้สูงมาก ทางกลุ่มฯจึงคิดว่าอะไรที่ช่วยสังคมได้ก็จะช่วยเหลือกัน

"การทำหน้ากากอนามัย โดยใช้วัตถุดิบจากการทำผ้ามัดย้อมเปลือกมังคุดซึ่งนับว่าเป็นผ้าที่ได้มาจากธรรมชาติมีคุณสมบัติออกฤทธิ์ของยาต้านแบคทีเรียได้ ไม่เจือปนสารเคมี ซึ่งทางกลุ่มได้ระดมความร่วมมือจากหลายฝ่ายที่ตั้งใจมาทำร่วมกันเพื่อแจกจ่ายหน้ากากอนามัยแก่ผู้ด้อยโอกาสที่ต้องการหน้ากากอนามัยแบบผ้ามัดย้อม เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในช่วงที่หน้ากากอนามัยขาดตลาดโดยจะผลิตแจกไปจนกว่าจะผ่านพ้นวิกฤติการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19" นางไพริน กล่าว

 

 
 
.........................................................................
5 มี.ค. 2563

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน