*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 4030
  • จำนวนผู้ชม : 2538346
  • จำนวนผู้โหวต : 527
  • ส่ง msg :
  • โหวต 527 คน
<< มีนาคม 2020 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันเสาร์ ที่ 7 มีนาคม 2563
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 365 , 14:46:30 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน wullopp โหวตเรื่องนี้

สวัสดีครับ

         สื่อเผยในพรรค 'เพื่อไทย'  กำลังเล่นงิ้วในฉากบู๊เรื่องสามก๊ก ยังดีนะที่มี 'คนดูไบ' คอยส่งเสียงมากำกับตลอดเวลา แต่ภายนอก

พรรคก็เจอบทเคืองของพรรคอนาคตใหม่ เพราะเล่นบท 'ปากอย่างใจอย่าง' กับเขาตลอดมา คนไม่จริงใจต่อกันก็คบกันยากครับ

 

 

 

 

 

 

ยุทธการดับเฟกนิวส์


 

               นี่แหละ...

                เขาเรียกว่า ตาต่อตา ฟันต่อฟัน

                ถึงลูกถึงคน

                วิธีจัดการเฟกนิวส์ของ คุณหมอ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ได้ผลชนิดว่า มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก น่าจะเรียกไปเป็นที่ปรึกษาเลยทีเดียว

                ก็คงจะเป็นวิธีที่ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ ในสถานการณ์เฟกนิวส์ การดูหมิ่น เบ่งบานด้วยข้ออ้างสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดความเห็น ของสังคมประชาธิปไตยปากว่าตาขยิบแล้วล่ะครับ

                คำว่าเสรีภาพ ไม่ใช่ทำอะไรก็ได้ตามใจชอบ

                แต่มีพวกอ้างเสรีภาพ แต่ความรับผิดชอบต่ำ ก่อปัญหาไม่เว้นวัน

                บนการไร้ความผิดชอบบนสื่อสังคมออนไลน์ ได้สร้างความขัดแย้ง ความเสียหาย และความวิบัติมาแล้วนับไม่ถ้วน จากการใช้เสรีภาพเกินขอบเขต               

                จนไม่อาจเรียกได้ว่าเป็นเสรีภาพ

                แต่เป็นการก่ออาชญากรรม

                คุณหมอ นพ.วรงค์ แกเอาจริง ใครโพสต์เฟกนิวส์เจอกันที่โรงพัก

                วานนี้ (๖ มีนาคม) โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ก Warong Dechgitvigrom ข้อความดังนี้

                "....ผมได้ไปแจ้งความดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ นายบรรจบ สุทธิรักษ์ Petchsri Wuttinimit  และนายมวลชน กัลป์ตินันท์ ที่สถานีตำรวจภูธรเมืองพิษณุโลก

                โดยเฉพาะนายมวลชน กัลป์ตินันท์ มีตำแหน่งเป็นผู้ช่วยผู้ดำเนินการ ส.ส.พรรคเพื่อไทย จังหวัดอุบลราชธานี นายวรสิทธิ์ กัลป์ตินันท์ ได้ติดต่อมาขอสารภาพ ขอโทษ และยอมรับผิด

                อาจเป็นมิติใหม่สำหรับ การแสดงความคิดเห็นในสื่อสารออนไลน์..."

                กรณีนี้ถือเป็นมวยใหญ่

                เป็นบทเรียนให้พวกเกรียนคีย์บอร์ดทั้งหลาย ที่โพสต์สร้างความเสียหายให้ผู้อื่นโดยไม่สนใจกฎหมายบ้านเมือง 

                มันต้องเจอแบบนี้!

                ที่จริงมีการขยับทำในสิ่งที่ถูกต้องมา ๒-๓ วันแล้ว 

                นอกจากคุณหมอ นพ.วรงค์ ยังมีท่านชูชาติ ศรีแสง อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกา พูดถึงเรื่องนี้เช่นกัน

                บนหน้าเฟซบุ๊กของท่าน อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกา ได้โพสต์ข้อความเกี่ยวกับการจัดการผู้ปล่อยเฟกนิวส์ ติดๆ กันหลายวันแล้ว

                ตามนี้ครับ.............

---------------------------------------------

                Chuchart Srisaeng

                ๔ มีนาคม

                .....ขอขอบคุณ คุณ Boon Bangrakam ที่แจ้งให้ทราบถึงการกระทำโดยใช้คำพูดอันเป็นการหมิ่นประมาทผมของผู้ใช้ชื่อว่า วิบูลย์ บุญภัทรรักษา อู๊ด และบุคคลอื่นๆ อีกหลายคน ที่คอมเมนต์ข้อความที่นายวิบูลย์กล่าว

                .....ขอขอบคุณ คุณ Panat Thach Pavapirom ที่แจ้งให้ทราบถึงการกระทำโดยใช้คำพูดอันเป็นการหมิ่นประมาทผมเช่นเดียวกันของผู้ใช้ชื่อว่า Dinsor Pingkul

                .....ตามความเป็นจริงเรื่องที่ผมให้ความเห็นในเฟซบุ๊กของผมไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับบุคคลเหล่านี้และผมไม่เคยรู้จักหรือมีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกันมาก่อนเลย

                .....จึงไม่เข้าใจว่ามีเหตุผลอะไรที่ต้องกล่าวหาด่าว่าอันเป็นการหมิ่นประมาทผมโดยการโฆษณา ซึ่งเข้าข่ายมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๒๘ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน ๒ ปี และปรับไม่เกิน ๒๐๐,๐๐๐ บาท

                .....เพื่อเป็นการตอบแทนบุคคลเหล่านี้ผมจะฟ้องคดีต่อศาล จะได้รู้ว่าการสู้คดีในศาลสนุกสนานเหมือนการด่าว่ากล่าวหาคนอื่นหรือไม่

                .....สำหรับผมเองคงไม่เดือดร้อนอะไรในการฟ้องคดี เพราะผมเขียนคำฟ้องเองและมอบอำนาจให้ผู้หนึ่งไปยื่นคำฟ้องต่อศาลได้ ในชั้นพิจารณาคดีก็ซักถามพยานเองได้ จึงไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายอะไร ส่วนคนที่ถูกฟ้องคงต้องปรึกษาทนายความ

--------------------

                ๕ มีนาคม

                .....รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกฉบับเขียนไว้เหมือนกันว่า บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การพูด การเขียน การพิมพ์ การโฆษณา และการสื่อความหมายโดยวิธีอื่น แต่จะละเมิดสิทธิเสรีภาพของบุคคลอื่นไม่ได้

                .....นั่นคือทุกคนมีสิทธิเสรีภาพที่จะแสดงความคิดเห็นอย่างไรก็ได้ แต่ต้องไม่ละเมิดสิทธิในการแสดงความคิดเห็นของผู้อื่นหรือการยอมรับความคิดเห็นต่างนั่นเอง

                .....ผมได้รับการบรรจุเข้ารับราชการในตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษาตั้งแต่อายุ ๒๖ ปีเศษ การทำคำพิพากษาทั้งคดีแพ่งและคดีอาญาในศาลชั้นต้นต้องมีองค์คณะ ๒ คนในศาลอุทธรณ์กับศาลฎีกา มีศาลละ ๓ คน และต้องยึดถือเสียงข้างมากเป็นหลัก จึงเคยชินกับความเห็นต่างตลอดมา

                .....ผมเล่นเฟซบุ๊กมาร่วม ๑๐ ปี ส่วนมากข้อความที่เขียนเป็นเรื่องการให้ความรู้ทางกฎหมาย ความเห็นทางการเมืองก็มีบ้าง สำหรับบุคคลส่วนใหญ่จะเป็นนักการเมืองหรือบุคคลที่มีการกระทำหรือความคิดซึ่งจะมีผลเสียหายต่อความเป็นอยู่ของประชาชนที่ผมตำหนิติเตียน แต่ไม่เคยใช้คำหยาบเลย

                .....ส่วนบุคคลอื่นๆ ที่ไม่ได้มีการกระทำที่มีผลให้เกิดความเสียหายต่อส่วนรวมหรือบุคคลอื่น ขอยืนยันได้ว่าไม่เคยไปยุ่งเกี่ยวใดๆ ไม่ว่าบุคคลเหล่านั้นจะมีความคิดเห็นอย่างไร โดยเฉพาะผู้ที่ไม่ได้เป็นเพื่อนไม่เคยสนใจอ่านข้อความที่เขาโพสต์เลย

                .....จึงไม่เข้าใจจริงๆ ว่า การที่บุคคลซึ่งไม่เคยรู้จักหรือมีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กันมาก่อนบางคนนำข้อความที่ผมเขียนไปแชร์แล้วด่ากันด้วยคำหยาบคายเป็นเพราะเหตุผลอะไร

                .....ถ้าเป็นเพราะเพียงไม่เห็นด้วยกับความเห็นของผมแล้วนำไปด่ากันอย่างหยาบคายก็แสดงว่าไม่ยอมให้ผมมีความคิดต่างกับเขาหรือเห็นต่างกับเขาไม่ได้

                .....เช่นนี้ บุคคลเหล่านี้ก็คือเผด็จการที่แท้จริง การเรียกร้องโหยหาประชาชาธิปไตยอย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบันเป็นเพียงการกระทำของผู้ที่อ้างเป็นนักประชาธิปไตยจอมปลอมเท่านั้น

--------------------------

                ผมอ่านแล้วบอกตรงๆ สนุก!

                อยากเห็นพวกไม่รับผิดชอบสังคมแต่อ้างสิทธิเสรีภาพ ไปใช้ชีวิตในคุกเป็นตัวอย่างสักคนสองคน

                ไม่ได้สะใจอะไรครับ

                แต่คนประเภทนี้ต้องได้รับบทเรียน 

                ต้องได้รับการดัดนิสัย

                ให้รู้จักคำว่า สิทธิ เสรีภาพ ที่แท้จริง คืออะไร

                การสื่อสารของผู้คนก่อนนี้ พูดจากันสุภาพเรียบร้อย ด่าทอกันบ้างก็เพราะมีเรื่องทะเลาะวิวาท 

                แต่แทบจะไม่มีเลยที่ว่าคนไม่เคยรู้จักกัน ไม่เคยเห็นหน้ากันมาก่อน จะใช้ถ้อยคำที่รุนแรงต่อกัน มีพฤติกรรมที่หยาบคายต่อกัน

                แล้วดูปัจจุบันนี้ซิครับ มนุษย์สื่อสารกันง่ายขึ้น ไม่ว่าอยู่ที่ไหนในโลกก็สามารถติดต่อกันได้

                แต่ความรับผิดชอบกลับต่ำลง

                การแสดงความเห็น การกระทำในที่สาธารณะก็เช่นกัน ไร้ความรับผิดชอบมากขึ้น

                เราจึงได้เห็นป้ายประท้วงรัฐบาลมีข้อความหยาบคายเกลื่อนไปหมด

                จนไม่น่าเชื่อว่า นี่คือการแสดงออกของปัญญาชน

                หรือกรณี "ชักธงดำ" ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

                มีความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนว่า เมื่อโรยธงไตรรงค์ลงแล้ว จะเอาธงอื่นชักขึ้นได้ไม่เห็นแปลก

                บรรดาครูบาอาจารย์ ก็ผสมโรง ยืนยันว่าลูกศิษย์ต้องการแสดงออก

                แต่...สิ่งที่ครูบาอาจารย์ และลูกศิษย์กลุ่มนี้ลืมไปนั่นคือ กาลเทศะ

                เสาธงคือที่ของธงชาติ

                ทุกประเทศทั่วโลกมีธงชาติเป็นของตนเอง และธงชาติคือสัญลักษณ์บอกเล่าความเป็นชาตินั้นๆ

                เช่น ธงชาติสหรัฐฯ ภายในมีรูปดาวห้าแฉกสีขาวจำนวน ๕๐ ดวง หมายถึงรัฐต่างๆ ของสหรัฐฯ ทั้ง  ๕๐ รัฐ โดยจำนวนดาวจะเปลี่ยนแปลงทุกครั้งเมื่อมีการเพิ่มจำนวนรัฐในความปกครอง

                ริ้วสีแดงสลับขาวทั้ง ๑๓ ริ้ว หมายถึงอาณานิคม ๑๓ แห่งของสหราชอาณาจักรในอเมริกา ซึ่งได้ร่วมกันประกาศเอกราชจากสหราชอาณาจักร และสถาปนาประเทศสหรัฐอเมริกาขึ้น เมื่อ ค.ศ.๑๗๗๖

                ธงสหราชอาณาจักร หรือ ยูเนียนแจ็ก ย้อนไปถึงปี ค.ศ.๑๖๐๓ เมื่อพระเจ้าเจมส์ที่ ๖ แห่งสกอตแลนด์ เสวยราชย์เป็นพระเจ้าเจมส์ที่ ๑ แห่งอังกฤษและไอร์แลนด์ เป็นอันรวมแผ่นดินอังกฤษ  สกอตแลนด์ และไอร์แลนด์เป็นสหภาพหนึ่งเดียว

                รูปแบบปัจจุบันของธงสหภาพ มีขึ้นในสหภาพบริเตนใหญ่และไอร์แลนด์เมื่อปี ๑๘๐๑ โดยรูปแบบนี้รวมเอาลักษณะของธงชาติประจำรัฐทั้งสามนั้นเข้าไว้

                คือ ธงรูปกางเขนสีชาดของนักบุญจอร์จ (อังกฤษ) ธงรูปกางเขนไขว้สีชาดของนักบุญแพทริก  (ไอร์แลนด์) และธงรูปกางเขนไขว้สีขาวของนักบุญแอนดรูว (สกอตแลนด์)

                ธงไตรรงค์ คนไทยรู้ดีหมายถึง ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

                ฉะนั้นธงชาติจึงมีศักดิ์ศรี และมีความศักดิ์สิทธิ์อยู่ในตัว

                เสาธงจึงไม่อาจชักธงอื่นขึ้นแทนได้นอกจากธงชาติ

                เฉกเช่นไม่อาจให้โจรชั่วมาทำหน้าที่สอนนักศึกษาได้

                ประโยคที่คุ้นหูก่อนเสียงเพลงชาติจะดังขึ้น      

                "ธงชาติและเพลงชาติไทย เป็นสัญลักษณ์ของความเป็นไทย เราจงร่วมใจกันยืนตรงเคารพธงชาติ ด้วยความภาคภูมิใจในเอกราช และความเสียสละของบรรพบุรุษไทย"

                อาจไม่เคยเข้าหู ก๊วนธงดำเลย

                หรือเข้าหูแต่ไม่ไยดี ไม่เคยใส่ใจบรรพบุรุษของชาติ

                คงเพราะอาจารย์เสี้ยมสอนว่าไม่เป็นประชาธิปไตยกระมัง.

 ผักกาดหอม 

เอาจริงๆนะ 'ธนาธร' เปิดใจไม่อยากติดคุก ห่วงบุตรชายวัย 15 เดือน สุดเจ็บปวดถูกหักหลังทางการเมือง


 

7 มี.ค.63 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อเวลา 19.30 น. ของวันที่ 6 มี.ค.ที่ผ่านมา ที่สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ กล่าวขณะ บรรยายพิเศษในหัวข้อ “เมื่อพรรคอนาคตใหม่เป็นอดีต:อะไรจะเกิดขึ้นกับฝ่ายค้านต่อไป” 

โดยช่วงหนึ่ง นายธนาธร ตอบคำถามที่ว่าหากต้องเข้าเรือนจำ ว่า "เอาจริงๆก็ไม่อยากเข้าคุก เพราะลูกชายคนเล็กสุดอายุแค่ 15 เดือนและยังอยากดูลูกเติบโตต่อไป แต่หากต้องเข้าจริงๆ ก็ยืนยันว่าจะไม่หนี"

นายธนาธน กล่าวว่ารัฐพยามใช้กระบวนการทางกฎหมาย เพื่อปิดปากฝ่ายตรงข้าม อย่างกรณีของนางสาวพรรณิการ์ ที่ออกมาพูดเรื่อง 1MDB ส.ส.ร่วมพรรค และบรรดานักเคลื่อนไหวเพื่อปกป้องสิทธิมนุษยชน เนื่องจากรัฐมองว่าเป็นอุปสรรคในการครองอำนาจของรัฐ

เมื่อถามถึงความรู้สึกและบทเรียนที่ได้เรียนรู้จากการที่มี ส.ส.แปรพักตร์ไปอยู่กับรัฐบาล อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ เผยว่ามีทั้งหมด 14 คนสิ่งที่ตนเรียนรู้อย่างเจ็บปวดคือ การหักหลังเป็นเรื่องธรรมดาในเกมการเมือง เนื่องจากมีเวลาหาตัวผู้สมัครส.ส.เพียงแค่ 3 เดือนทำให้ไม่สามารถรู้จักปูมหลังของ ผู้สมัครแต่ละคนได้มากกว่าข้อมูลที่ปรากฎบนใบสมัคร 

"ผมรู้สึกถูกหักหลังและผิดหวังเป็นอย่างมากกับ ส.ส. ที่แปรพักตร์ เพราะพรรครณรงค์อย่างเข้มข้นก่อนการเลือกตั้งว่า ไม่เอาเผด็จการอย่างเด็ดขาด"อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ กล่าว

 

'อนุทิน' ย้ำนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศต้องถูกกักตัว​ 14​ วันก่อนเที่ยว​


 

7 มี.ค.63 -  เวลา​ 12.30 น.​ ที่กระทรวงสาธารณสุข​ นายอนุทิน​ ชาญวีรกูล​ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข​ กล่าวถึงการเฝ้าระวังการระบาดของโรคโควิด-19​ ว่า ยอมรับว่าทุกคนมีความกังวล แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานที่ให้เราสามารถทำงานได้ การควบคุมโรคของเจ้าหน้าที่สาธารณสุขทุกด่านตรวจ ถือว่าทำได้ไม่เลว  ​ประเทศไทยเคยมีผู้ติดเชื้ออันดับ​ 2 ของโลก​ ปัจจุบัน​บันเราอยู่ในลำดับที่​ 25​ มีผู้ป่วยรวม​ 50​ ราย​ รักษาหายกลับได้กว่า​ 70​ เปอร์เซ็นต์​ 

ส่วนใหญ่เรารักษาให้หายแทบทุกราย​ กรณีเสียชีวิต​ 1 ราย​ แม้เป็นเรื่องที่ไม่มีใครอยากให้เกิด​ แต่ก็เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้​ถ้าพูดให้เกิดความมั่นใจ​คือผลจากการทำงานหนักของสาธารณสุขสะท้อนให้เห็นว่า เราสามารถควบคุมโรคได้​ ประเทศอื่นมีคนป่วยเป็นหมื่น​เป็นพันราย​ แต่ไทยรักษาและควบคุมได้​ ดังนั้นความกังวลต่างๆจึงต้องอยู่บนพื้นฐานข้อเท็จจริง

นายอนุทิน กล่าวว่าส่วนมาตรการควบคุมโรคของคนไทยที่กลับมาจากประเทศเกาหลีใต้​นั้น​ รัฐบาลได้สั่งการให้กักกันตัวกลุ่มแรงงานนอกระบบจากประเทศเกาหลีใต้​ โดยผู้ที่มาจากเมืองแทกู​ และคย็องซัง​ ต้องอยู่ในสถานที่กักกันโรคที่รัฐจัดให้​ ขณะที่มาจากเมืองอื่นๆ​ของเกาหลีใต้​ จะส่งไปควบคุมในพื้นที่ตามภูมิลำเนาของบุคคลนั้นๆ​ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัด​ จะเป็นผู้จัดเตรียมสถานที่​ และมาตรการดูแลเป็นเวลา​ 14​ วันตามมาตรฐานกรมควบคุมโรค​ ส่วนผู้ที่เดินมาจากประเทศสุ่มเสี่ยงอื่นๆจะดำเนินดารตามดุลยพินิจของแพทย์​ ตนจะไปพูดแทนหมอ หรือจะสั่งหมอให้รักษาอย่างไรนั้นไม่ได้​ ดังนั้นจึงไม่สามารถก้าวกายเทคนิคทางการแพทย์ไม่ได้​ ตนเป็นผู้สนับสนุนแพทย์​ ไม่ว่าจะเป็นวิธีการใดๆตนสนับสนุนทั้งสิ้น​

"ผมไม่สามารถเอา คอตตอนบัต ไปเช็กตรวจสารคัดหลั่งได้​ สิ่งที่ผมทำได้คือขอสนับสนุนงบประมาณจากนายกรัฐมนตรี​ หรือกรณีขาดยาก็ขอให้นายกฯไปหาคอนเน็กชั่นพูดคุยกับประเทศต่างๆ​ ขอให้เขาส่งยามาให้ไทย​ ส่วนผู้ที่เดินทางมาจากประเทศเกาหลีใต้​ พวกเขาอยู่ในข่ายการเฝ้าระวังไม่ใช่อาชญากร​ไม่ได้ทำผิดกฎหมาย แต่คือประชาชนที่อยู่ภายใต้สถานการที่ต้องเฝ้าระวัง​ เขาเดินทางมาจากสถานที่ที่มีการระบาดอย่างรุนแรง​ เราจึงต้องปฏิบัติตามหลักมนุษยธรรม​ เคารพสิทธิในฐานะที่เขาเป็นคนที่คนหนึ่ง​ ในส่วนของนักท่องเที่ยว​ที่เดินทางมาจากกลุ่มประเทศเสี่ยง​ ต้องแสดงใบรับรองแพทย์และใบจองโรคแรมกรณีจะมาเที่ยว​ 7​ วันก็ต้องเสียค่าโรงแรม​ 21 ​วัน​ เพราะต้องกักกันโรคภายในโรคแรมเป็นเวลา​ 14​ วัน​ ห้ามออกจากสถานที่เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากกรมควบคุมโรค​ ไม่ใช่เรื่องที่อยากจะเดินไปไหนก็ได้​ เช่นเดียวกับนักธุรกิจหรือคนไทยที่ไปดูงานในต่างประเทศที่ต้องถูกกักตัวเป็นเวลา​ 14 ​วัน ตามมาตรฐาน​ กรณีที่ไม่ใช่เป็นการขอความร่วมมือ​ แต่เป็นกฎหมาย​ บอกให้ชัดถ้าอยากจะไปเที่ยวก็มา" นายอนุทิน​ ระบุ

 

ทัพไทยถอยไม่ใช้ 'หาดเจ้าสำราญ' กักตัวผีน้อย


 

7 มี.ค.63 - พล.ท.อภิสิทธิ์ นุชบุษบา เจ้ากรมกิจการพลเรือนทหาร กองบัญชาการกองทัพไทยกล่าวถึง กรณี 11 องค์ จ.เพรชบุรี ออกมาแถลงการณ์คัดค้านไม่ให้ใช้ บ้านพักรับรอง 17 หาดเจ้าสำราญ ของศูนย์รักษาความปลอดภัย(ศรภ.) กองบัญชาการกองทัพไทย เป็นพื้นที่เฝ้าติดตามกลุ่มแรงงานไทยสุ่มเสี่ยงติดโควิด19 หลังกลับจากเกาหลีใต้ ว่า เรื่องดังกล่าว กองทัพไทยไม่ได้ตกลงใจที่จะให้ใช้หรือไม่ให้ใช้เนื่องจากทางรัฐบาลได้สอบถามมายังกองทัพไทยว่ามีสถานที่ไหน ที่เป็นสถานที่พัก

หรือ สถานที่ฝึกอบรมทหารในกองทัพ ที่สามารถดัดแปลงใช้เป็นสถานที่เฝ้าติดตามกลุ่มเสี่ยงติดเชื้อโควิด-19 เราจึงเสนอ บ้านพักรับรอง 17 หาดเจ้าสำราญ และ ได้นำเจ้าหน้าที่ของกระทรวงสาธารณสุขไปตรวจสอบสถานที่เมื่อวันที่ 6 มี.ค.ที่ผ่านมา เนื่องจากต้องคำนึงถึงปัจจัยหลายอย่างทั้งสิ่งอำนวยความสะดวก แหล่งชุมชน ซึ่งตรงนี้เจ้าหน้าที่ กระทรวงสาธารณสุขจะเป็นผู้ตัดสินใจแต่สิ่งสำคัญก็คือคนในพื้นที่ ว่ามีความพร้อมหรือไม่ ซึ่งหากคนในพื้นที่ไม่ยอมรับ กองทัพไทยก็ไม่สามารถที่จะสนับสนุนให้ใช้พื้นที่ดังกล่าวได้

"จากการนำเจ้าหน้าที่ กระทรวงสาธารณสุข ไปตรวจความพร้อมบ้านพักรับรอง 17 หาดเจ้าสำราญ ซึ่งเข้าองค์ประกอบที่จะใช้เฝ้าระวังติดตามกลุ่มเสี่ยงไวรัสโควิด19 แต่เจ้าหน้าที่กลับมารายงานมาว่า ประชาชนในพื้นที่คัดค้าน ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องพิจารณาเป็นลำดับแรก ก็ต้องยกเลิกไป " พล.ท. อภิสิทธิ์ กล่าว

โคราชแล้งหนัก! 'บึงกระโตน' น้ำแห้งขอด กระทบท่องเที่ยว-ร้านอาหารปิดตัว


 

4 มี.ค.63 - สถานการณ์ภัยแล้งในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมาวิกฤตหนัก ที่อ่างเก็บน้ำบึงกระโตน ต.ประทาย อ.ประทาย จ.นครราชสีมา ซึ่งเป็นอ่างเก็บน้ำขนาด 3,700 ไร่ พบว่า มีปริมาณน้ำเหลือ 0 % จากความจุทั้งหมด 12 ล้านลูกบาศก์เมตร ส่งผลกระทบกับการท่องเที่ยวแพและร้านอาหารที่ตั้งอยู่บริเวณริมอ่างเก็บน้ำ ต้องปิดตัวลงแบบถาวร ชาวบ้านกว่า 4 หมู่บ้าน เสี่ยงขาดน้ำใช้ถาวร จำเป็นต้องขุดบ่อบาดาลสูบน้ำใต้ดินขึ้นมาใช้เอง และกระทบกับการเล่นน้ำสงกรานต์ ที่จะมีการจัดถนนคนเดินให้ประชาชนเล่นน้ำบริเวณถนนสันอ่างเก็บน้ำเป็นประจำทุกปีในช่วงเดือนเมษายนด้วย

ทั้งนี้ โดยบึงกระโตนแห่งนี้เป็นแหล่งน้ำที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เดินทางมาตรวจราชการและสั่งการให้แก้ปัญหาภัยแล้ง เมื่อครั้งจัด ครม.สัญจร ที่จังหวัดนครราชสีมา ในวันที่ 21 สิงหาคม 2560 ซึ่งได้มีการขุดลอกเพิ่มเติม แต่ก็ไม่สามารถเก็บกักน้ำได้ และปีนี้ปริมาณน้ำแห้งขอดเร็วกว่าทุกปี เนื่องจากในพื้นที่มีฝนตกลงมาน้อยมาก ทำให้ไม่มีปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำ ส่งผลกระทบกับประชาชนที่อาศัยอยู่ริมอ่างเก็บน้ำขาดแคลนน้ำใช้ในการอุปโภค-บริโภคและทำการเกษตร ส่วนสัตว์เลี้ยงก็ได้รับความเดือดร้อนเช่นเดียวกัน โค-กระบือขาดแคลนน้ำและพืชอาหารสัตว์ ต้องเดินลงไปกินหญ้าแห้งภายในอ่างเก็บน้ำ

นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าฯนครราชสีมา กล่าวถึงสถานการณ์ภัยแล้งในพื้นที่ จ.นครราชสีมา ว่าในช่วงนี้หลายพื้นที่กำลังประสบปัญหาภัยแล้ง ซึ่งทางจังหวัดพยายามที่จะประคับประคองให้พี่น้องประชาชนได้มีน้ำใช้อุปโภคบริโภคให้ถึงสิ้นเดือนมิถุนายนนี้ เนื่องจากช่วงที่ผ่านมาได้แก้ปัญหาด้วยการสูบน้ำไปเก็บไว้ในแหล่งน้ำชุมชนมาโดยตลอดในหลายพื้นที่ แต่เมื่อน้ำหมด ปัญหาเหล่านี้ก็เริ่มปะทุขึ้นมาอีก เช่นที่ อ.โนนสูง ที่มีการแก้ปัญหาภัยแล้งได้หลายตำบลแล้ว แต่ตอนนี้น้ำที่กักเก็บไว้เริ่มหมด ก็ทำให้บางพื้นที่เริ่มมีปัญหาขึ้นมาอีกครั้ง

ดังนั้น จึงต้องระดมหลายภาคส่วน นำรถบรรทุกน้ำไปแจกจ่ายให้กับชาวบ้านเพื่อช่วยแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าก่อน ในขณะเดียวกันจิตอาสาพระราชทานเข้ามาร่วมดำเนินการแก้ปัญหาภัยแล้งอย่างยั่งยืน ขณะนี้ได้ดำเนินการในอำเภอต่างๆ รวม 8 อำเภอ ซึ่งจะมีทั้งการหาแหล่งน้ำมาใช้เฉพาะหน้า และการเตรียมแหล่งน้ำสำหรับไว้เก็บน้ำในอนาคต และภายในวันที่ 10 มีนาคม 2563 น่าจะสามารถดำเนินการจิตอาสาแก้ไขปัญหาภัยแล้งในทุกพื้นที่ทั้ง 32 อำเภอของจังหวัดนครราชสีมา

"คาดว่าในปีหน้าจะมีแหล่งน้ำอย่างเพียงพอทุกพื้นที่ แต่อย่างไรก็ตาม ขณะนี้กำลังทำการแจกจ่ายน้ำให้กับชาวบ้านที่กำลังได้รับความเดือดร้อนจำนวน 53 หมู่บ้าน ซึ่งทางจังหวัดจะสำรวจแต่ละพื้นที่มีเครื่องมือในการแจกจ่ายน้ำได้เพียงพอหรือไม่ หากมีหมู่บ้านที่ขาดแคลนน้ำเพิ่มก็จะต้องตามไปช่วยเหลือแก้ปัญหาอย่างเร่งด่วน เพื่อจะประคองให้พี่น้องชาวโคราชได้มีน้ำใช้อุปโภคบริโภคไปจนถึงสิ้นเดือนมิถุนายนนี้ให้ได้"ผู้ว่าฯนครราชสีมา กล่าว

 

 

 

 

 

......................................................................

เพื่อไทยฟัดกันนัว จี้คนทางไกลเคลียร์สถานการณ์


 เพิ่มเพื่อน    
 
  

 

           ศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลประยุทธ์ 6 รัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ จบลง ด้วยคะแนนเสียงท่วมท้น ทั้ง พล.อ.ประยุทธ์และรัฐมนตรี ยังได้รับความไว้วางใจ เอาตัวรอดจากศึกในสภาไปได้

                ส่วนศึกนอกสภากำลังเผชิญกับภาวะแฟลซม็อบ กลุ่มนักศึกษาหลายมหาวิทยาลัยกำลังลุกฮือ ยังต้องลุ้นกันเหนื่อย เฉกเช่นเดียวกับสถานการณ์ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ โควิด-19 ที่คงยากต่อการควบคุม ไม่เหมือนการคุมเสียงในสภา แต่ในส่วนของพรรคร่วมฝ่ายค้าน โดยเฉพาะ พรรคเพื่อไทย ยังอีนุงตุงนัง เปิดศึกกันเองทั้งในสภา นอกสภา ตกอยู่ในอาการน่าเป็นห่วง โคมา เจอปัญหาสารพัดรุมเร้า

                1.ก่อนศึกซักฟอก

                จาก 7 พรรคร่วมฝ่ายค้าน ก่อนอภิปราย พรรคเศรษฐกิจใหม่ถอนตัวจากพรรคร่วมฝ่ายค้าน เหลือเพียง มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจใหม่ เพียงคนเดียวที่ยังปักหลักกอดคอไปกับเพื่อไทย

                ในพรรคเพื่อไทย สองขั้วอำนาจประสานการทำงานไม่ลงตัว คณะกรรมการกิจการพิเศษพรรคเพื่อไทย มี ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง สหายใหญ่-ภูมิธรรม เวชยชัย เป็นแกนนำ แท็กทีมกับคณะทำงาน กำหนดหัวข้อ ประเด็นรัฐมนตรีที่สมควรถูกอภิปราย อีกฝั่ง คณะกรรมการยุทธศาสตร์ หญิงหน่อย-คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ นั่งหัวโต๊ะ มีความเห็นไปอีกแบบ 

                กระแสข่าวดีลลับที่มาจากบิ๊กๆ ในรัฐบาลเจรจากับ บิ๊กเพื่อไทย ขอถอนชื่อถูกซักฟอกแลกเปลี่ยนกับโครงการ ปัจจัยกระสุนดินดำมหาศาล ขณะเดียวกันมีข่าวลือคนในฝั่งเจ้าสัวใหญ่ส่งตัวแทนมาเจรจา เป่าข้อมูลให้หายไป-เบาลง

                2.ระหว่างศึกซักฟอก

                เพียงแค่เปิดอภิปรายวันแรก แนวร่วมในสภา นอกสภา ส่ายหน้าผิดหวัง โจ้-ยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย อภิปรายไม่สมราคา ‘มีหลักฐานเด็ด-ใบเสร็จมัด’ เอาเข้าจริง ไม่ลงลึกขยายความในรายละเอียด กลายเป็นเรื่องควรพูดไม่พูด เรื่องไม่ควรพูดกลับนำมาพูด ส.ส.เพื่อไทยโดนหางเลข รับโทรศัพท์ผู้สนับสนุนตั้งปมข้อสังเกต มูลเหตุปัจจัยยุทธพงศ์อภิปรายผิดฟอร์มไปมาก

                ว่ากันว่า หลังวันแรกจบไม่สวย คนทางไกลต่อสายตรงเจ้าแม่เมืองหลวงให้เข้ามาช่วยแก้ไข ด้วยเวลาจำกัด เงื่อนไขทางหน้างานบีบรัด ทำได้เพียงแค่ปะผุ พอถูๆ ไถๆ  แก้ผ้าเอาหน้ารอด ไม้หนึ่ง-ยุทธพงศ์ไม่ได้ดั่งใจ เลยต้องส่งต่อให้ไม้สอง เฮียหนวด-ศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ ส.ส.อุตรดิตถ์ พุ่งเป้าโจมตีบริษัทยักษ์ใหญ่ บุหรี่นอก การต่ออายุสัญญาสัมปทานศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ พี่น้อง 3 ป. การจัดซื้อรถถังยูเครน

                ยังมีเสียงวิพาษ์วิจารณ์ ยามแตะไปถึงบิ๊กป๊อก-พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ลุกขึ้นตอบอย่าง ฉะฉาน โต้กลับทุกประเด็น ตารางชาร์ตลงในรายละเอียดได้แม้แต่ในหน่วยของจุดทศนิยม คนกันเองไล่เช็กข้อมูล เทน้ำหนัก ‘ข้อสอบรั่ว’ สืบไปสืบมาเห็นจิ๊กซอว์โยงใยให้เห็นถึงที่มาที่ไป ว่ากันว่ารู้แม้กระทั่งตัวย่อคนสนิทเจ้าสัวคนดัง ทำอะไร ที่ไหน จากไหนไปถึงไหน ทว่าได้แต่กลืนเลือด กัดฟันก้มหน้า เพราะหากเปิดออกไป ‘พังกันทั้งพรรค’ 

                ฝั่งเฮียพงษ์-สมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย พี่ใหญ่มากคอนเน็กชั่น พรรคพวกซีกรัฐบาล ฝ่ายค้าน รู้จักกันหมด งานนี้อยู่ในภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก พยายามประคับประคองสถานการณ์ให้ผ่านพ้นแต่ละวัน ยากลำบาก ในฐานะคนกลางคอยรับข้อมูล เสียงท้วงติงทั้งจากอนาคตใหม่ คนในเพื่อไทย ตกอยู่ในภาวะตึงเครียดไม่น้อยกว่าคนอื่นๆ

                3.หลังจบศึกอภิปราย

                ยังไม่ทันได้ลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล จิรวัฒน์ อรัณยกานนท์ ส.ส.กทม. อดีตพรรคอนาคตใหม่ โยนระเบิดใส่เพื่อไทยทันที ‘ไม่รักษากติกาและรักษาวินัยในการใช้เวลา ทำให้สมาชิกพรรคอนาคตใหม่ที่เหลือไม่มีโอกาสอภิปราย ปกติการอภิปรายไม่ไว้วางใจคนแรกก็คือนายกฯ ลำดับถัดมาก็ควรเป็น พล.อ.ประวิตรและนายวิษณุ แต่กลับนำเอารัฐมนตรีคนอื่นขึ้นมาก่อน และปิดท้ายด้วย พล.อ.ประวิตร ไม่อยากจะคิดว่ามันมีเงื่อนงำในการเจรจาระหว่างฝ่ายรัฐบาลและพรรคฝ่ายค้านบางพรรคหรือไม่’

                สมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย ระบุชัดเจนถึงเหตุที่ไม่ได้อยู่ร่วมโหวตรัฐมนตรีว่า ‘คืนวันที่ 27 ก.พ. มีมติที่จะไม่เข้าร่วมเป็นองค์ประชุมและร่วมลงมติ พอเช้าวันที่ 28 ก.พ. กลับไลน์มาแจ้งใหม่ว่า ส.ส.ท่านใดที่ประสงค์อยากจะร่วมประชุมสภา ก็กลับมาร่วมได้ตามสะดวก ซึ่งตนเองก็เป็นคนซื่อ แจ้งให้กลับก็กลับ พอถึงเวลามาพูดกลับไปกลับมาแบบนี้ ไม่ใช่คนหนึ่งพูดอย่างนี้ คนนี้พูดอย่างนั้น ไม่รู้ว่าต้องฟังใคร’

                ในวันประชุม ส.ส.เพื่อไทย เมื่อ 3 มี.ค. ควันหลงซักฟอกกันเองตามมาอีกระลอก ส.ส.หลายคนคว้าไมค์วิพากษ์วิจารณ์ทีมงานอภิปรายไม่ไว้วางใจรายบุคคล

                ‘…อยากให้ไปย้อนดูการอภิปรายในสมัยพรรคไทยรักไทย เขาทำกันอย่างไร ของเราเนื้อหาก็ดี แต่ presentation (นำเสนอ) ห่วยแตก อนาคตใหม่เนื้อหาไม่เท่าไหร่ แต่เขาพรีเซนต์ดี ทำเป็นเรื่องๆ เป็นข้อมูล มีการหาข้อมูล แต่ของเราเอามาจากอินเทอร์เน็ตบ้าง อิศราบ้าง วิกิพีเดียบ้าง ใครก็รู้ ข้อมูลเป็น 10 ปีแล้ว’

                ‘ก่อนอภิปรายครั้งนี้เละไปหมด มีทั้งทีมยุทธศาสตร์ ทีมกิจการพิเศษ ทีมหัวหน้าสมพงษ์ คนนึงพูดอย่าง คนนึงจะเอาอีกอย่าง ไม่รู้จะฟังใคร การเลือกคน จัดคิวเวลาอภิปราย ก็มีเพียงแค่ไม่กี่คน ขนาดใกล้วันอภิปรายแล้ว  ส.ส.บางคนยังไม่รู้เรื่องเลยว่าจะอภิปรายใคร เพื่อน ส.ส.บางคนที่มีข้อมูล ก็เลยไม่รู้จะเอาข้อมูลไปให้ใคร’

                ส.ส.เพื่อไทยเบรกแตกใส่ไม่ยั้ง มองในแง่ร้าย เพื่อไทยง่อนแง่น ขาดเอกภาพอย่างหนัก ส.ส.หาหัวไม่เจอ ไม่รู้ต้องฟังใคร แต่ถ้ามองในแง่ดี ถือเป็นการเปิดช่องให้คนกันเองได้ระบาย ทีมงานที่เกี่ยวข้องจะได้นำไปเป็นบทเรียน ปรับปรุง แก้ไขไม่ให้เกิดอีก

                ท่ามกลางเสียงเรียกร้องคนในพรรคอยากให้คนทางไกลเข้ามาเคลียร์สถานการณ์ ศึกใหญ่ เรื่องใด ชี้ให้ชัด คนถือธงนำ (ต้อง) มีเพียงหนึ่งเดียว. 

.........................................................

.....................................................

7 มี.ค. 2563

 


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน