*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 4030
  • จำนวนผู้ชม : 2538318
  • จำนวนผู้โหวต : 527
  • ส่ง msg :
  • โหวต 527 คน
<< มีนาคม 2020 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันเสาร์ ที่ 7 มีนาคม 2563
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 488 , 21:34:53 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน wullopp , สุรศักดิ์ โหวตเรื่องนี้

สวัสดีครับ

         'ผีน้อย' หลายพันคนกำลังเดินทางกลับจากเกาหลี 2 จังหวัด ซึ่งทั้งสองจังหวัดเป็นศูนย์แพร่เชื้อไวรัสขขณะนี้เลยทีเดียว เป็น

สาเหตุให้ 'ผีน้อย'ไม่ลังเลที่จะกลับประเทศไทยนั่นเอง  แต่ทางการไทยกลับไม่ดำเนินการควบคุมเป็นเวลา 14 วันตามที่ที่จัดไว้ให้ จึง

ทำ 'ผีน้อย'ส่วนหนึ่งที่มิใว่น้อยถือโอกาสหลีกเลี่ยงไม่ไปยังสถานที่ที่จัดไว้ให้ แต่ไปยังที่ที่ตัวเองต้องการตั้งแต่ออกจากสนามบิน

สุวรรณภูมิเลยทีเดียว แล้วหาก 'ผีน้อย'ติดเชื้ออยูแล้ว จะมิกลายเป็นตัวแพร่เชื้อเป็นการใหญ่หรอกหรือ ออกจะหละหลวมมากทีเดียว

เชียวนะนี่

 

 

กองทัพเรือเปิดอาคารรับรองสัตหีบ พักเฝ้าดูอาการ'ผีน้อย'จากเกาหลี

กองทัพเรือเปิดอาคารรับรองสัตหีบ พักเฝ้าดูอาการ'ผีน้อย'จากเกาหลี

วันเสาร์ ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2563, 18.48 น.

วันที่ 7 มีนาคม 2563 จากกรณี ดร. สาธิต ปิตุเตชะรมช.สาธารณสุข เปิดเผยว่า คนไทยที่กลับจากเกาหลี ที่เดินทางกลับในวันที่ 7 มีนาคม 2563 จะนำไปที่อาคารรับรอง สัตหีบ จ.ชลบุรี เพื่อเข้าสู่กระบวนการคัดแยกที่นั่นทุกคน หากมีไข้จะส่งรักษาตัวทันที แต่หากไม่มีไข้จะแยกแต่ละกลุ่มส่งกลับบ้าน และจะมีเจ้าหน้าที่จากกระทรวงสาธารณสุข คอยติดตามตรวจสอบอาการ หากเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติ จะต้องตรวจด้วย และหากไม่มีไข้ ก็จะพาไปส่งยังสถานที่พัก และต้องปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัดสำหรับประชาชนที่เดินทางมาจากเกาหลีทั้งหมด จะเดินทางโดยรถโดยสารที่กระทรวงคมนาคม เตรียมไว้ให้ แล้วไปคัดแยกที่อาคารรับรอง อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ทั้งหมด

ล่าสุดเมื่อเวลา 17.00น.  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ กิจการอาคารรับรองสัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เจ้าหน้าที่กองทัพเรือ ได้มีการจัดเตรียมความพร้อมสถานที่ทั้ง 6 อาคารรับรองสัตหีบ เพื่อเป็นพื้นที่ควบคุมคนไทยที่กลับจากประเทศเกาหลีใต้ โดยขณะนี้จัดเตรียมสถานที่และการช่วยเหลือในสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆให้สามารถรองรับการเข้าพักเฝ้าสังเกตอาการได้ จนกว่าจะครบระยะเวลาหมดภาวะแพร่กระจาย ของเชื้อ ประมาณ 14 วัน 

ซึ่งวันนี้ พลเรือเอกสิทธิพร มากเกษม เสนาธิการทหารเรือ พร้อมด้วย พลเรือโท วิชัย มนัสศิริวิทยา เจ้ากรมแพทย์ทหารเรือ นายแพทย์อภิรัต กตัญญุตานนท์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดชลบุรี พร้อมทีมเจ้าหน้าที่กรมแพทย์ทหารเรือ และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัดชลบุรี  กรมวิทยาศาสตร์ทหารเรือ มาตรวจดูความพร้อมของสถานที่ดังกล่าว

ทั้งนี้มีรายงานว่า เครื่องบินไฟล์บินเที่ยวดังกล่าวจะลงที่สนามบินสุวรรณภูมิ เวลา 01.20 น.ของวันที่ 8 มีนาคม 2563 โดยจะมีเจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการตรวจคัดกรองตามขั้นตอนต่าง ๆ เพื่อคัดแยกผู้โดยสาร ก่อนจะมีการส่งตัวมาเฝ้าระวัง ที่กิจการอาคารรับรองสัตหีบ อ.สัตหีบ โดยกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้จัดเตรียมรถโดยสาร เพื่ออำนวยความสะดวกนำแรงงานไทยที่ผิดกฎหมาย มายังจุดหมาย คาดว่าจะมาถึงกิจการอาคารรับรองสัตหีบ ในช่วงเช้ามืดของวันที่ 8 มีนาคม นี้ เพื่อเข้าอาคาเฝ้าระวังโรคต่อไป

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : 'ผีน้อย'200 คนจากเกาหลีไฟล์ทแรกลงเครื่องบ่ายนี้ ส่งกักตัวสัตหีบทันที

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

'โควิด'พ่นพิษไม่หยุด! รถทัวร์จอดสนิท 7 พันคัน หลังนักท่องเที่ยวหายเกลี้ยง

'โควิด'พ่นพิษไม่หยุด! รถทัวร์จอดสนิท 7 พันคัน หลังนักท่องเที่ยวหายเกลี้ยง

วันเสาร์ ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2563, 20.42 น.
 
โควิด-19 พ่นพิษไม่หยึด ล่าสุดรถทัวร์ 7 พันคันหยุดวิ่งเหตุไม่มีนักท่องเที่ยว  ขนส่งจับเข่าคุยผู้ประกอบการลดผลกระทบ เบื้องต้นเห็นร่วมพักชำระหนี้ชั่วคราว  6 เดือน ขอผ่อนชำระเบี้ยประกันได้

วันที่ 7 มีนาคม 2563 นายจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า เมื่อวานนี้ (6 มี.ค..) ได้ประชุมร่วมกับ สมาคมผู้ประกอบการรถขนส่งทั่วไทย, ผู้ประกอบการขนส่ง, บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.), สมาคมธุรกิจเช่าซื้อไทย, สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) และสมาคมประกันวินาศภัยไทยเพื่อหามาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการขนส่งที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 เนื่องจากปัจจุบันผู้ประกอบการขนส่งรถโดยสารไม่ประจำทางได้รับผลกระทบอย่างหนัก นักท่องเที่ยวโดยเฉพาะชาวจีนหยุดเดินทางทั้งหมด มีรถจอดพักโดยไม่ได้ออกวิ่งประมาณ 7,000 คัน

สำหรับรถโดยสารประจำทาง และรถรับจ้างอื่น ๆ มีผู้โดยสารลดลงประมาณ ร้อยละ 20 ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการโดยเฉพาะผู้ที่มีภาระในการผ่อนชำระเช่าซื้อรถกับสถาบันการเงินต่างๆ

ทั้งนี้ ที่ประชุมเห็นร่วมกันในการลดผลกระทบที่เกิดขึ้น ได้แก่ 1. เจ้าหนี้ที่เป็นสถาบันการเงินภายใต้การกำกับดูแลของธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ได้มีมาตรการพักชำระหนี้ได้ระยะเวลา 6 เดือน และสามารถขอขยายเวลาชำระหนี้ออกไปอีกได้ไม่เกิน 96 เดือน โดยรายละเอียดเงื่อนไขต่างๆ เป็นไปตามที่ ธปท. กำหนด

2. เจ้าหนี้ที่เป็นสถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคาร (NON-BANK) ทางสมาคมธุรกิจเช่าซื้อไทยจะนำผลการหารือ เพื่อนำเข้าที่ประชุมของสมาคมฯ ขอความร่วมมือสถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคาร (NON-BANK) หรือบริษัท Leasing ที่ปล่อยกู้กับผู้เช่าซื้อรถยนต์เพื่อกำหนดแนวทางในการให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการในที่ประชุมสมาคมฯ ตามข้อเสนอของกรมการขนส่งทางบกและผู้ประกอบการภายในสัปดาห์หน้า โดยจะแจ้งให้ทราบผลการประชุมภายในวันที่ 16 มีนาคม 2563 ซึ่งคาดว่าจะสามารถกำหนดมาตรการพักชำระหนี้ 3-6 เดือน และขยายเวลาผ่อนชำระไม่เกิน 96 เดือน เช่นเดียวกับมาตรการของสถาบันการเงินภายใต้การกำกับดูแลของ ธปท. แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับศักยภาพของสถาบันการเงินแต่ละรายด้วย โดยมาตรการดังกล่าวกรมการขนส่งทางบกขอให้พิจารณาให้ครอบคลุมรถโดยสารและรถบรรทุกทั้งประเภทไม่ประจำทางและประจำทาง รวมถึงรถแท็กซี่ และรถรับจ้างประเภทอื่นๆ ด้วย

3. คปภ. รับไปพิจารณามาตรการให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการฯให้สามารถผ่อนชำระเบี้ยประกันได้ รวมถึงการปรับลดเบี้ยประกันหรือขยายอายุประกันภัย โดยจะนำเสนอคณะกรรมการ คปภ. และแจ้งผลการพิจารณาให้ทราบภายในสิ้นเดือนมีนาคม

4. สมาคมประกันวินาศภัยไทยรับที่จะไปแจ้งสมาชิกซึ่งเป็นบริษัทประกันภัยต่าง ๆ ให้ผู้ประกอบการขนส่งสามารถทำหนังสือถึงบริษัทประกันภัยเพื่อแจ้งหยุดใช้รถได้โดยตรงกับบริษัทประกันภัย ซึ่งการแจ้งหยุดใช้รถต้องไม่น้อยกว่า 30 วัน โดยบริษัทประกันภัยสามารถคืนเบี้ยประกันภัยหรือขยายเวลาคุ้มครองให้ยาวขึ้นเท่ากับระยะเวลาที่หยุดวิ่ง สำหรับหลักฐานประกอบการขอแจ้งหยุดใช้รถ นั้น สมาคมฯ จะไปพิจารณาแนวทางปฏิบัติภายในสัปดาห์หน้าและประชาสัมพันธ์ให้ทราบต่อไป

5. บริษัท ขนส่ง จำกัด จะรับไปพิจารณาเรื่องการขอลดค่าธรรมเนียมเที่ยววิ่งโดยจ่าย ตามจำนวนเที่ยววิ่งที่วิ่งจริงในแต่ละเส้นทาง โดยจะนำเสนอคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลางพิจารณาต่อไป

อย่างไรก็ตาม เพื่อสร้างเชื่อมั่นให้แก่ผู้โดยสารที่ยังต้องการใช้บริการ ขอให้ผู้ประกอบการปฏิบัติตามข้อแนะนำเพื่อป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดอย่างเคร่งครัด อาทิ เพิ่มความถี่ในการทำความสะอาดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อโรคทั้งในตัวรถและภายในสถานีขนส่ง ติดต่อจุดบริการแอลกอฮอล์เจลล้างมือ กำชับเจ้าหน้าที่สวมใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลาขณะปฏิบัติงาน ให้มีการตรวจวัดอุณหภูมิก่อนปฏิบัติงานทุกวัน

 
'ผีน้อย'200 คนจากเกาหลีไฟล์ทแรกลงเครื่องบ่ายนี้ ส่งกักตัวสัตหีบทันที

'ผีน้อย'200 คนจากเกาหลีไฟล์ทแรกลงเครื่องบ่ายนี้ ส่งกักตัวสัตหีบทันที

วันเสาร์ ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2563, 15.48 น.

"หมอตี๋"เตรียมโมเดลอู่ฮั่น 2 รองรับผีน้อย  200 คนไฟล์ทบินแรกจากเกาหลีใต้ลงเครื่องบ่ายวันนี้ ส่งกักตัวฐานทัพเรือสัตหีบทันที

วันที่​ 7​ มีนาคม 2563​ ที่กระทรวงสาธารณสุข​ (สธ.) นาย​สาธิต​ ปิตุเตชะ​ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข​ เปิดเผยภายหลังการประชุมบูรณาการร่วมกับ การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย​ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง​ กระทรวงคมนาคม​ เพื่อรองรับการเดินทางกลับของคนไทยที่มาจากประเทศเกาหลีใต้ ​ว่า​ บ่ายวันนี้ไฟล์ทบินแรกที่จะถึงประเทศไทย จำนวนผู้โดยสาร 200 คน จะถูกส่งตัวไปยังสัตหีบ​จ.ชลบุรี​ โดยผู้โดยสารทุกคนจะต้องตอบคำถามและให้ข้อมูล​กับเจ้าหน้าที่​ตามความจริง

"ในเบื้องต้นสัตหีบจะเป็นศูนย์กลางในการคัดแยกว่า ใครบ้างที่เข้าข่ายต้องอยู่พื้นที่กักกันโรค​ ตามที่รัฐบาลจัดหาให้และใครบ้างจะสามารถแยกตัวไปกับกันโรคยังบ้านพักตามภูมิลำเนา ทั้งนี้ สาธารณสุขจังหวัด(สสจ.) และเจ้าพนักงานตามพ.ร.บ. ควบคุมโรคจะเป็นผู้ใช้ดุลยพินิจ​ สำหรับผู้ที่เดินทางมาจาก 4 ประเทศตามพ.ร.บ. เขตโรคติดต่ออันตราย​ พ.ศ.2558 จะต้องรายงานสุขภาพกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขเป็นประจำทุกวัน​ ส่วนผู้ที่เดินทางกลับจากเกาหลีใต้หลังจากนี้ขึ้นอยู่กับกระทรวงกลาโหมจะเป็นผู้จัดสถานที่ใดในการกักโรคให้กับกระทรวงสาธารณสุข"นายสาธิต กล่าว

นายสาธิต​ กล่าวถึงกรณีที่บุคลากรทางการแพทย์โรงพยาบาลเอกชนได้ออกมาโพสต์ยังขาดแคลนหน้ากากอนามัย​ ว่าหน้ากากอนามัยสำหรับบุคลากรทางการแพทย์ไม่ขาดแคลน​ ล่าสุดกระทรวงสาธารณสุขได้โควต้าจากกระทรวงพาณิชย์ 4 แสนชิ้น​ และจะขอโควต้าเพิ่มอีก​ 5 หมื่นชิ้น​ สำหรับใช้ในสถานที่กักกันโรคในสัตหีบ​หลังจากนี้หากพบว่ายังมีบุคลากรทางการแพทย์ของโรงพยาบาลใดระบุว่าขาดแคลนหน้ากากอนามัยทางกระทรวงสาธารณสุขจะเรียกผู้บริหารโรงพยาบาลมาพูดคุยสอบถาม เพราะได้โควต้าไปแล้วแต่ยังปล่อยให้หน้ากากอนามัยขาดแคลน  ขณะที่วานนี้ ​(6 มี.ค.)​ได้ให้โควต้าเพิ่มเติม​ในส่วนโรงพยาบาลของรัฐขนาดใหญ่ เช่น รพ.ศิริราช รพ.รามาธิบดี รพ.จุฬาฯ รวม​ 4 แสนชิ้นต่อวัน​ ถ้ายังไม่พออีกก็จะนำโควต้าอีก​ 1.2ล้านชิ้นจากกระทรวงพาณิชย์มาจัดสรรเพิ่มให้ต่อไป

รายงานข่าวจากผู้บริหารระดับสูงกระทรวงสาธารณสุขแจ้งว่า ทางกระทรวงกลาโหมให้ข้อมูลว่าอาคารที่พักสัตหีบรองรับได้ 400 คน ส่วนที่กำแพงแสน สามารถรองรับได้เพียง 100 คน

 
ผุดไอเดีย'พระ'ทำหน้ากากอนามัยผ้าใช้เอง  ป้องกันภัยจากโควิด 19

ผุดไอเดีย'พระ'ทำหน้ากากอนามัยผ้าใช้เอง ป้องกันภัยจากโควิด 19

วันเสาร์ ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2563, 20.40 น.

กลัวพระภิกษุติดด้วย!!! ที่จ.อุดรธานี รองผู้ว่าฯ นำคณะเหล่ากาชาด จิตอาสา และอาจารย์วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุดรธานี ฝึกทำหน้ากากอนามัยป้องกันภัยจากเชื้อโรคโควิด-19 ให้แก่พระภิกษุสงฆ์ แถมยังนำจีวรมาทำเป็นหน้าหากอนามัยได้ด้วย ถือเป็นหน้ากากแบบใหม่ใช้แล้วนำไปซักใช้ใหม่ได้ด้วย

วันที่ 7 มีนาคม 2563 ที่ศาลา วัดมัชฌิมาวาส (พระอารามหหลวง) พระธรรมวิมลมุนี เจ้าคณะจังหวัดอุดรธานี (มหานิกาย) ได้นิมนต์พระสงฆ์ในการปกครอง ตำบลละ 2 รูป ประมาณ 50 รูป มาทำการฝึกทำหน้ากากอนามัยจากผ้า ที่ใช้จีวรเก่ามาทำ หลังจากที่หน้ากากอนามัยขาดตลาดและมีราคาแพง เพื่อให้พระภิกษุสงฆ์ ได้มีหน้ากากอนามัยไว้ใส่ ป้องกันเชื้อโรค โดยเฉพาะเชื้อโรคโควิด-19    

โดยมี นายวันชัย จันทร์พร รอง ผวจ.อุดรธานี นำคณะเหล่ากาชาดจังหวัดอุดรธานี , สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด , วัฒนธรรมจังหวัด , วิทยาลัยอาชีวศึกษา , จิตอาสา และเจ้าหน้าที่จาก โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบลเชียงพิณ อ.เมือง ให้ความรู้แก่พระภิกษุสงฆ์ ในการป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 การวิธีการสวมหน้ากากอนามัอย่างถูกต้อง และการล้างมือด้วยสบู่ หรือ เจลล้างมืออย่างถูกวิธี ส่วนวิธีการตัดเย็บหน้ากากอนามัยอย่างถูกต้อง ที่จะสามารถป้องกันเชื้อโรคได้ และสามารถนำไปซักนำมาใช้ใหม่ได้อีก โดยมีอาจารย์จากวิทยาลัยอาชีวศึกษาอุดรธานี เป็นผู้สอนการตัดเย็บ     

พระธรรมวิมลมุนี เจ้าคณะจังหวัดอุดรธานี (มหานิกาย) กล่าวว่า ทางสมเด็จพระสังฆราช มีความเป็นห่วงพระภิกษุสงฆ์ทั่วประเทศ เพราะวัดเป็นสถานที่หนึ่งที่มีประชาชนเข้าไปทำบุญจำนวนมาก ที่อาจจะติดเชื้อโรคได้ และทางจังหวัดอุดรธานี มีความเป็นห่วงพระภิกษุสงฆ์ ที่ไม่มีหน้ากากอนามัยใส่ จึงจัดคณะเจ้าหน้าที่มาให้ความรู้ และสอนการตัดเย็บหน้ากากอนามัย ที่ใช้จีวรเก่าทำกับพระภิกษุสงฆ์ ซึ่งพระที่มาเรียนรู้การทำหน้ากากอนามัย ต้องนำความรู้ที่ได้ ไปสอนต่อกับผู้นำท้องที่ หรือหากพระมีฝีมือตัดเย็บ ก็ให้หาจักรเย็บผ้ามาทำหน้ากากอนามัย แจกจ่ายพระภิกษุสงฆ์ด้วยกัน เป็นการป้องกันไม่ให้พระภิกษะที่จะต้องพบกับประชาชน เสี่ยงที่จะติดเชื้อโรคได้

นายวันชัย จันทร์พร รอง ผวจ.อุดรธานี  กล่าวว่า สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือเรื่องคนไทยที่กลับมาจากเกาหลี จึงเป็นห่วงในการป้องกันติดเชื้อโรค ให้ทุกหลังคาเรือนมีหน้ากากอนามัยไว้ใช้เอง และขณะนี้หน้ากากอนามัยขาดตลาด จึงให้ผู้ที่เกี่ยวข้องสอนถวายความรู้การตัดเย็บ เพื่อที่จะได้มีหน้ากากอนามัยเป็นของตัวเอง โดยเฉพาะพระภิกษุสงฆ์  ที่จะสามารถนำจีวรเก่ามาตัดเย็บให้ถูกวิธี สามารถป้องกันเชื้อโรคได้ และสามารถนำไปซักล้างนำมาใช้ใหม่ได้ ไม่เหมือนหน้ากากอนามัยที่มีใช้กันอยุ่ ที่ใช้ได้เพียงครั้งเดียวทิ้ง และเป็นปัญหาในการเก็บทำลาย ดังนั้นพระสงฆ์สามารถนำจีวรที่ไม่ได้ใช้มาทำเป็นหน้ากากอนามัยป้องกันภัยจากเชื้อไวรัสโควิด 19 ได้

 

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
สปน.เคลียร์ปมเงินบริจาค ใช้สนับสนุน'จนท.-บุคลากรทางการแพทย์'สู้โควิด

สปน.เคลียร์ปมเงินบริจาค ใช้สนับสนุน'จนท.-บุคลากรทางการแพทย์'สู้โควิด

วันเสาร์ ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2563, 20.28 น.

สปน. แจงเงินบริจาคแก้ปัญหาโควิด-19 จะเตรียมไว้สนับสนุน จนท.-บุคลากร ทางการแพทย์และอุปกรณ์เวชภัณฑ์ในส่วนที่เบิกจ่ายจากทางราชการไม่ได้ ไม่ได้นำไปแจกให้ประชาชนทั่วไป

เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2563 นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีได้ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาจากการระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด-19 และการแก้ไขปัญหาบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้นทางเศรษฐกิจอย่างเป็นระบบในภาพรวม  โดยเฉพาะเกี่ยวกับการป้องกันการระบาดของโรคไวรัสโควิด-19 รัฐบาลมีนโยบายและแนวทางการแก้ไขปัญหา ดังนี้

1. นายกรัฐมนตรี ได้มอบนโยบายให้ทุกส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดเตรียมมาตรการและแนวทางต่างๆในการแก้ไขปัญหาการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาไว้ล่วงหน้าอย่างเป็นระบบตั้งแต่ก่อนการระบาดช่วงแรก ทำให้สถานการณ์การระบาดของโรคไวรัสโควิด-19 ในประเทศไทยไม่สูงมากเหมือนหลายประเทศในปัจจุบัน

2. การจัดเตรียมแผนงานและงบประมาณด้านการสาธารณสุข คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2563 ที่ผ่านมา เห็นชอบจัดสรรงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น สำหรับกระทรวงสาธารณสุข เป็นเงิน 1,233.27 ล้านบาทเพื่อนำไปใช้เตรียมความพร้อมป้องกันและแก้ไขปัญหาโรคติดต่ออุบัติใหม่กรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด-19 ระยะระบาดในวงจำกัด (ระยะที่ 2) และจัดสรรให้กระทรวงมหาดไทย จำนวน 225 ล้านบาท เป็นค่าวัสดุอุปกรณ์ในการจัดทำหน้ากากอนามัยไว้ใช้ป้องกันตัวเองในโครงการพลังคนไทยร่วมใจป้องกันไวรัสโคโรนา 2019 สำหรับอุดหนุนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจำนวน 7,774 แห่ง ทั้งเทศบาลและองค์การบริหารส่วนตำบลทั่วประเทศ ซึ่งจะทำให้ประชาชนสามารถผลิตหน้ากากอนามัยไว้ใช้ป้องกันโรคด้วยตัวเองและเป็นการสร้างอาชีพเสริมในอนาคตได้

3. การรับบริจาคเงินที่คณะรัฐมนตรีมีความประสงค์จะสนับสนุนการแก้ไขปัญหาโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019  สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ได้เตรียมการเปิดบัญชีเพื่อรับเงินบริจาคสนับสนุนการแก้ไขปัญหาโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) จากคณะรัฐมนตรี โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อช่วยเหลือสนับสนุน อุปกรณ์ เวชภัณฑ์ทางการแพทย์ที่จำเป็น รวมไปถึงการสนับสนุนการปฏิบัติงานพิเศษของเจ้าหน้าที่บุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ทำงานอย่างหนักในการป้องกันการแพร่ระบาด และรักษาผู้ป่วยโรคดังกล่าว ซึ่งเงินส่วนนี้จะสนับสนุนในส่วนที่เบิกจ่ายจากทางราชการไม่ได้หรือถ้าใช้ระบบปกติอาจไม่ทันสถานการณ์ รวมไปถึงค่าใช้จ่ายสำหรับดูแลคนที่อาจป่วยเป็นโรคดังกล่าว โดยที่ไม่มีส่วนเกี่ยวกับการเดินทางไปหรือกลับจากต่างประเทศ และที่ไม่ได้อยู่ในหลักเกณฑ์ที่ทางราชการจะจ่ายให้ได้ ซึ่งไม่ใช่นำเงินบริจาคไปใช้ดูแลแรงงานไทยที่เข้าเมืองโดยผิดกฎหมายและที่เพิ่งเดินทางกลับ แต่อย่างใด และจะไม่ได้นำไปแจกให้ประชาชนทั่วไปตามที่เป็นข่าวด้วย ซึ่งหากมีผู้ประสงค์จะสนับสนุนเพิ่มเติมในระยะต่อไปก็สามารถใช้ช่องทางนี้ได้ด้วย ขณะนี้อยู่ในระหว่างเตรียมการ ยังไม่เปิดรับการบริจาคทั่วไป

สำหรับเรื่องแนวทางการบรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจที่มีข่าวออกมานั้น เป็นเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องการรับบริจาค ซึ่งเรื่องที่เกี่ยวข้องกับมาตรการทางเศรษฐกิจนั้น ต้องนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีก่อน ช่วงนี้มีข่าวหลายประเด็นออกมาในช่วงเวลาเดียวกัน ดังนั้น จึงขอความร่วมมือสื่อมวลชนทุกท่านทุกสาขาติดตามตรวจสอบประเด็นต่างๆในภาพรวม เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องให้กับพี่น้องประชาชนต่อไป

 
แห่ชื่นชม'สาวน้อยเซกา'! กลับจากเกาหลี กักตัวเองอยู่บ้าน 15 วันสุดชิว

แห่ชื่นชม'สาวน้อยเซกา'! กลับจากเกาหลี กักตัวเองอยู่บ้าน 15 วันสุดชิว

วันศุกร์ ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2563, 19.32 น.
 

เรียกรอยยิ้มบนโลกโซเซียลได้อย่างน่าชื่นชม ปรมมือให้แบบรัวๆ เมื่อสาวน้อยชาว อ.เซกา จ.บึงกาฬ ผู้ใช้ชื่อเฟชบุ๊กว่า Anutchakorn Ngokkham ได้โพสต์ภาพการกักตัวเอง 15 วัน หลังเธอกลับมาจากเกาหลีใต้ พร้อมเขียนข้อความแปะไว้หน้าประตูรั้วบ้านน่ารัก ๆ ขำๆ 

"Edit1 กูไม่ใช่ผีน้อยค่า และ เข้าออกเกาหลีมา 15รอบแล้วข่าาาาา อย่าเข้าใจผิด อย่าเรียกเราว่าผีเด้อ !!!! เคียดให้เด๊ !

แม้เราไม่มีไข้ แต่เราก็รับผิดชอบตัวเองนะคะ

และทั้งครอบครัวก็เฝ้าระวังเป็นเพื่อนด้วย

ทุกคนย้ายไปอยู่บ้านอีกหลังค่ะ ส่วนกิ๊กอยู่บ้านเก่ายายคนเดียว

ห้ามใครเข้าบ้านโดยพลการนะคะ

ถือว่าแจ้งแล้ว และครอบครัวเราเป็นคนสำนึกดีมาก รับผิดชอบต่อสังคม

ถ้าครบ 15 วันแล้วกิ๊กไม่มีไข้ ไม่ได้ติดเชื้อใด ๆ

กิ๊กจะแจ้งสาสุขเจาะเลือดส่งตรวจเพื่อความมั่นใจอีก 100% นะคะ (ส่วนตัวเอง)

- กิ๊กแจ้งน้าตั้งแต่ก่อนกลับ ตั้งแต่วันระบาดที่เกาหลีแล้ว และ

- น้าแหม่มแจ้ง ผอ.โรงเรียน ผอ.ให้น้าแหม่มเฝ้าระวังที่บ้านเลยค่ะ 2 อาทิตย์

- หลานคนกลาง ร.ร.เอกชน คุณครูบอกอ่านหนังสือที่บ้านสองอาทิตย์แล้วค่อยมาสอบปลายภาค

- หลานคนเล็ก ไอ้นี่มันไม่ชอบไป ร.ร.อยู่แล้ว สบายเค้าล่ะ

- หลานคนโต ไม่อยากให้หลานโดนเพื่อนเหยียดที่ ร.ร.เพราะสังคมคนบ้านนอก ความไวของขี้ปากมันไวกว่า 4 G สงสารหลานค่ะ เลยหาทางออก โดยการให้หลานไปนอนบ้านป้า แล้วไป ร.ร.พร้อมป้าเลย (ป้าก็เป็นครู)

- น้าแหม่มเข้าแจ้งสาธาก่อนกิ๊กกลับบ้าน 1 วันว่าหลานจะกักตัวที่บ้าน สาธาขอบคุณสำหรับข้อมูลมาก เดี๋ยววันนี้เย็นเค้าจะโทรมาหาเราเองเพื่อแจ้งข้อมูลต่าง ๆ ค่ะ

นี่คือสิ่งที่เรากังวลและห่วงใยคนอื่นเสมอ เราออกมาจากประเทศเฟส 3 แต่ไม่ได้อยู่ใกล้ที่ระบาดเลย เรายังกลัวและรับผิดชอบต่อตนเองและสังคม

พวกผีที่หนีทำงาน แล้วกลับมาไม่ยอมแจ้งทางการ ไม่ยอมกักตัว คนที่ตายก่อนก็คือคนในครอบครัวคุณค่ะหากติดเชื้อขึ้นมา อย่าเห็นแก่ตัว อย่าทำให้คนอื่นต้องเดือดร้อน

ดูครอบครัวเราเป็นตัวอย่างนะคะ

7-21 มี.ค.ห้ามเยี่ยมและเข้าบ้านโดยพลการค่ะ

จะมาจริง โทรแจ้งน้าแหม่มก่อนนะคะ

รักและห่วงใยทุกคน ขอให้พ้นวิกฤตินี้ไปได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้มีผู้เข้าไปคอมเม้นต์แสดงความชื่นชมน้องกุ๊กกิ๊กอย่างมาก ซึ่งนอกจากจะสวยงามน่ารักแล้ว ยังมีความรับผิดชอบทั้งต่อตัวเองและสังคมรอบข้างด้วย

...........................................................

'ทั่นโรม'เตรียมร่อนหนังสือเชิญ'แฟลชม็อบ-องค์กรนักศึกษา'ฟังความเห็นแก้ไขรธน.

'ทั่นโรม'เตรียมร่อนหนังสือเชิญ'แฟลชม็อบ-องค์กรนักศึกษา'ฟังความเห็นแก้ไขรธน.

วันเสาร์ ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2563, 19.35 น.

"ทั่นโรม"เตรียมร่อนหนังสือถึงกลุ่มจัดแฟลชม็อบ-องค์กรนิสิตนักศึกษารับฟังความเห็นแก้ไขรธน.ฉบับ 60 

เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2563 นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ อดีตพรรคอนาคตใหม่ ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหา หลักเกณฑ์ และแนวทางการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงแนวทางการรับฟังความเห็นนิสิตนักศึกษาต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญในวันที่ 13 มีนาคมนี้ ว่า เบื้องต้นกมธ.จะทำหนังสือไปถึงสภา หรือองค์การนิสิตนักศึกษาของมหาวิทยาลัยต่าง ๆ โดยจะพยายามเชิญให้ได้มากที่สุด รวมไปถึงเชิญกลุ่มนิสิตนักศึกษาที่ออกมาจัดแฟลชม็อบชุมนุมในมหาวิทยาลัยทั่วประเทศด้วย 

ทั้งนี้ รูปแบบเบื้องต้น กมธ.จะเป็นการเปิดเวที โดยในช่วงเช้าจะเปิดให้คณะรณรงค์เพื่อรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน หรือ ครช. ที่จะเดินเท้ามาเข้ายื่นข้อเรียกร้อง โดยกมธ.จะเปิดพื้นที่ให้ทางครช.ได้แสดงความเห็นด้วย ก่อนที่ในช่วงบ่าย จะเปิดเวทีให้นิสิตนักศึกษาได้แสดงความเห็นต่อแนวทางในการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ต่อไป

“ในส่วนของนิสิตนักศึกษาจัดแฟลชม็อบ ถ้าพูดกันตรงไปตรงมา เรายังไม่รู้ว่า ใครจะเป็นตัวแทนในส่วนนี้ได้ ไม่เหมือนสภาหรือองค์กรนิสิตนักศึกษา ซึ่งมีตัวแทนชัดเจน ดังนั้นกมธ.จึงเป็นปัญหาที่อยู่ระหว่างการหารือกันอยู่ว่าจะดำเนินการเชิญนิสิตนักศึกษาในส่วนนี้อย่างไร”นายโรม กล่าว

อย่างไรก็ตาม การเปิดเวทีรับฟังนิสิตนักศึกษาเพื่อเสนอแนะแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้ดี ถือเป็นจุดประสงค์เดิมของกมธ. แม้จะไม่มีนิสิตนักศึกษาจัดแฟลชม็อบ กมธ.ก็ต้องไปรับฟังอยู่แล้ว แต่ด้วยข้อกังวลเรื่องไวรัสโควิด-19 จึงทำให้การจัดเวทีต้องเลื่อนออกไป การเชิญนิสิตนักศึกษาเข้ามาที่รัฐสภา จึงเป็นการแก้อุปสรรคดังกล่าว จึงเป็นคนละเรื่องกับการรับฟังความเห็นเพื่อผ่อนคลายสถานการณ์ทางการเมืองภายนอกเพื่อให้รัฐบาลทำงานได้มีประสิทธิภาพ เพราะเรื่องนี้ไม่ใช้หน้าที่กมธ. อีกทั้งโดยส่วนตัวคิดว่า สถานการณ์ภายนอกมันซีเรียสมาก และตามเหตุผลและข้อเรียกร้องของการชุมนุมยังมีเรื่องอื่น ๆ หลายเรื่องเกี่ยวพันกัน ซึ่งเป็นสิ่งที่ไปไกลกว่าเรื่องการรับฟังความคิดเห็นเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญแล้ว

 
7 มี.ค. 2563
 
 

อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
นายยั้งคิด วันที่ : 08/03/2020 เวลา : 14.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

ผีน้อยที่ไม่ยอมอยู่ในระเบียบ จะทำเรื่องร้ายแรงขึ้นได้นะครับ
เจ้าหน้าที่คงไม่เข้าใจว่าต้องทำอะไรบ้าง

ความคิดเห็นที่ 1 นายยั้งคิด ถูกใจสิ่งนี้ (1)
สุรศักดิ์ วันที่ : 07/03/2020 เวลา : 22.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/surasakc
เชิญอ่านบทความใหม่ "สุดยอดแห่งภาพดาราศาสตร์ ปี 2019 !!" กรุณาคลิกลิงก์บรรทัดบนได้เลย   

ขอชื่นชม'สาวน้อยเซกา'และครอบครัวด้วยคนครับ
ที่แสดงความรับผิดชอบต่อสังคมเป็นอย่างดี

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน