*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 4030
  • จำนวนผู้ชม : 2538323
  • จำนวนผู้โหวต : 527
  • ส่ง msg :
  • โหวต 527 คน
<< มีนาคม 2020 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 13 มีนาคม 2563
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 309 , 13:24:33 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

สวัสดีครับ

         หน.พรรค 'กล้า' นายกรณ์ จาติกวณิชย์ ต้องทำใจเย็นๆรอไปก่อน รัฐบาลก็ยังไม่มีท่าทีทาบทามเข้าร่วมรัฐบาลแต่อย่างไร อันที่

จริงายกรณ์ก็เคยได้ชื่อจากนานาชาติ ว่าเป็นรัฐมนตรีคลังโลกมาแล้ว แต่ขณะนี้ในครม.มีนักการคลัง การเศรษฐกิจ เยอะแล้วเหมือนกัน

 

ตลาดคลองเตย

 

 

ประเทศในสถานการณ์จริง"


 

           ดูนักการเมือง-ข้าราชการและประชาชนบางกลุ่ม-บางพวกขณะนี้แล้ว

                น่าหนักใจ

                เพราะความ "ตระหนักรู้" ใน "สถานการณ์รวม" ในเรื่องภัยจาก "โควิด-๑๙" ยังมีน้อยกว่าการ "ยึดประโยชน์ตัวเอง" เป็นที่ตั้ง

                เข้าทำนอง "ไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตา" ประมาณนั้น!

                อาจเป็นเพราะเห็นชาวเมือง-ชาวโลก ป่วยกันโครมๆ ตายกันโครมๆ

                แต่ของไทยไม่เห็นเป็นไร..........

                ปีใหม่-สงกรานต์ วันเดียวตายเป็นร้อย สิวๆ

                นี่โควิด ตั้งเดือน-สองเดือน ตายคนเดียว ติดเชื้อแค่ ๕๐-๖๐ คน

                ทำเป็นตื่นเต้นกันไปได้!?

                ก็เลยประมาท ใช้ชีวิตกันแบบลั้ลลา มองเห็นความดำทะมึนแห่ง "หายนะโลกที่กำลังแผ่คลุมมนุษยชาติเป็นเรื่องเล็กน้อย

                ซ้ำไม่ใช่เรื่อง-ไม่ใช่หน้าที่ ที่คนใด-คนหนึ่งต้องใส่ใจ

                เป็นเรื่อง-เป็นหน้าที่ของรัฐบาลและมดหมอเขาจะว่ากันไป

                ทำดี กูก็เฉยๆ

                แต่ถ้าไม่ดี กูจะโพสต์จิก โพสต์ด่า เพราะว่า "ประชาชนเป็นใหญ่" (โว้ย)!

                ส่วนเรา เหล่าเทวาประชาไทย

                ที่กลัว ก็กลัวกันไป ที่ลั้ลลา ก็ลั้ลลากันไป ที่จ้องจิก ก็จิกกันไป

                และจิกกันได้ทุกเรื่อง!

                ส่วนหมู่เทวฤทธิ์การเมือง

                พวกตรงข้ามรัฐบาล รัฐบาลไปซ้าย ก็ด่ารัฐบาลเฮงซวย รัฐบาลไปขวา ก็ด่านายกฯ ไม่มีฝีมือ รัฐบาลไปตรงกลาง ก็ด่ารัฐบาลทำงานไม่เป็น

                ต้องออกไป!

                ส่วนพวกแพลงก์ตอนชายตลิ่งพรรครัฐบาล สถานการณ์บ้านเมืองและรัฐบาลจะเป็นยังไง กูไม่สน

                สนแต่กัดกันเองในพรรคบ้าง กัดนอกพรรคบ้าง จ้องเบ่งบารมี จ้องขอเก้าอี้-แย่งเก้าอี้บ้าง

                บางพรรคร่วม ไม่ต่างลิงลพบุรี อยู่ศาลเดียวกัน ไม่รู้จะกัดกะใคร ก็แบ่งข้างออกมากัดกันเองกลางถนนโชว์

                ข้างหนึ่ง ให้ออก อีกข้าง ให้อยู่ ถามว่า แล้วตกลงจะเอายังไง?

                ไม่เอายังไง เพราะพรรคกูเป็นพรรคเทวดา จะออก-จะเข้า ต้องเป็นมติ "กล้วย" พระอินทร์

                !?!?!?

                ส่วนข้าราชการ หันใบตามลมบ้าง ทวนลมบ้าง บ้างก็หุบใบรอลมใหม่บ้าง

                บ้างก็สร้างมิติใหม่ ข้าราชการต่อข้าราชการ "ตัวเลขใคร-ตัวเลขมัน" เอ้า...เฮ

                เรื่องต้องถึงโรงพัก!

                หน่วยรัฐวิสาหกิจเหมือนกัน อย่างการท่าอากาศยาน อย่างบริษัทการบิน

                ยามบ้านเมืองไม่มีปัญหา ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว ในสนามบิน-ในการบิน มีเงินไหลนอง มีทองไหลมา

                ยิ่งใหญ่ และใหญ่โตกันเหลือเกิน

                เงินรัฐ-เงินหลวง-เงินภาษีประชาชนลงทุนแท้ๆ แต่พอมีกำไร

                เอาไปแบ่งโบนัสกันคน ๗ เดือน ๘ เดือน

                แต่พอโควิดมา คนไม่มา "เงินหาย" เหลือแต่ปัญหาที่ผู้บริหารต้องแก้

                แทนที่จะอยู่แก้ปัญหา

                กูไม่.....

                ยื่นใบลา ถลกตูดหนี เอาตัวรอด!

                อย่างนี้ เขาไม่เรียกนักบริหารมืออาชีพ เขาเรียก "ไอ้ห่วยแตก" หรือนักฉกฉวยมืออาชีพ

                จะบอก "คนรุ่นใหม่" ที่ดัดจริต คิดแปลงชาติ-แปลงประเทศกันนัก ดูเป็นตัวอย่างไว้

                เพราะพวกคุณเหล่าเทวดาน้อยในรั้วการศึกษาวันนี้ ในอีก ๑๐-๒๐ ปีข้างหน้า

                ทั้งหมดนี่แหละ คือมรดกของพวกคุณทุกคน!     

                ดังนั้น ตอนนี้ มีหน้าที่ศึกษา เรื่อง "นอกรั้ว" เอาพอหอมปาก-หอมคอ พอสนองตุ่มนมแตกพานก็พอ

                ยังไม่ต้องกระซ่านตามโซ่ "เปลี่ยนชาติ-เปลี่ยนประเทศ" กันหรอก

                เพราะ "ประเทศไทย" ผืนนี้ ยังไงๆ ก็อยู่ที่นี่แหละ ในอีก ๑๐-๒๐ ปี เมื่อจบการศึกษากันออกไปแล้ว

                ถึงตอนนั้น มันเป็นเวลา เป็นภาระ เป็นหน้าที่ของพวกคุณ แทนรุ่นผม ที่อยู่ ที่เย้วๆ กันขณะนี้

                ก็เอาเลย โลกอยู่ในมือพวกคุณแล้ว.....

                มันเป็นหมากตาพวกคุณต้องใช้สติปัญญาเดินแล้ว โลกจะเปลี่ยนคุณ หรือคุณจะเปลี่ยนโลก

                ได้รู้-ได้เห็นแน่!

                นี่จะเรียกว่า มรดกชาติส่งต่อ หรือเวรกรรมเวียนต่อ ที่แต่ละคน ในแต่ละรุ่น ต้องรับ ก็สุดจะเรียก

                แต่รับกันไปแล้ว ก็ทำกันได้-เป็นกันได้แค่นี้ อย่างวันนี้แหละ

                เว้นแต่ว่า.....

                แต่ละคน-แต่ละรุ่น จะถอดประสบการณ์แห่ง สำเร็จ-ล้มเหลว, ปรีดา-เจ็บปวด, ผิดพลาด-แก้ไข มาหลอมเป็น "บทศึกษา" หรือไม่เท่านั้น?

                เพื่อ "สู่ทางใหม่" ที่จะไม่ซ้ำซากใน "หล่มเดิม"!

                จากภาพรวมทั่วๆ ไปตอนนี้ สะท้อนถึง คนในบ้านเมืองเรา ต่างคนต่างอยู่ ด้วยไม่มีปัญหาอะไรให้ต้องเผชิญ ที่ต้องแบกรับร่วมกันมานาน

                ความเห็นแก่ตัว สัญชาตญาณเอาตัวรอด จึงเป็น "สำนึกตน" เป็นพื้นฐาน

                หยิ่ง อหังการ ตัวข้าเป็นที่ตั้ง

                พอมีอะไรที่ต้องแบกรับ ต้องเผชิญ ต้องร่วมแรง-ร่วมใจกันแก้ ต้องต่อสู้ ต้องฝ่าฟันร่วมกัน จึงหา "สำนึกร่วม" จากแต่ละคนได้ค่อนข้างน้อย

                ก็จะเอาตัวรอด หรือไม่ก็จะกัดกัน-ฟัดกัน และตายทุเรศ-ทุรังในหายนภัย ชนิดโง่เง่า เป็นปีศาจงมงายไปด้วยกันในที่สุด

                มองภาพรวม "ภายใน"

                แล้วหันไปมอง "สถานการณ์รวม" ภายนอก

                ถ้าเรายังเป็นกันอย่างนี้ต่อไป บอกได้ว่า "น่าห่วง" มากๆ

                โควิด-๑๙ แค่ "หนังตัวอย่าง"!

                แต่แค่หนังตัวอย่าง ยัง "ดับอหังการ" ทั้งโลก ไม่ว่า สหรัฐ, รัสเซีย, จีน, อินเดีย, ยุโรป

                จากราชสีห์ พยัคฆ์ หมี อินทรี นาทีนี้ ไม่ต่างอีแร้งและลูกแมวเชื่องๆ!

                เงินกำลังกลายเป็นกระดาษ น้ำมันกำลังกลายเป็นน้ำล้างเท้า ปริญญากำลังกลายเป็นใบรับรองไอ้งั่ง

                สัญญาณที่ธรรมชาติสั่นเตือนบอกมนุษยชาติขณะนี้ ว่ามี ๓ อย่างเท่านั้น.........

                ที่จะทำให้มนุษย์เหลือรอดในภาวะ "หายนะเปลี่ยนโลก" สู่ศตวรรษที่ ๒๑

                -สติ

                -อาหาร

                -การไม่เห็นแก่ตัว!

                ทองคำ ใครแบกได้ กินได้ ก็เชิญแบกไป ตัวอย่างหลัดๆ ก็เคยเห็นแล้วตอนญี่ปุ่นบุกไทย

                กล้วยน้ำว้า ๑ หวี มีค่ามากกว่าทองคำ ๑ แท่ง!

                ไทยเรายังมีเวลาเป็นโอกาสขณะนี้.......

                หยุดร้องเศรษฐกิจไม่ดี เงินไม่มี นักท่องเที่ยวไม่มา การค้าฝืด และโทษคนโน้น-ด่าคนนี้ (ยกเว้นตัวเอง) เสียที

                ยอมรับความเป็นจริงของประเทศและของโลกขณะนี้กันเสียทีเถอะ

                เราทุกคน ถอยกลับไป "ตั้งมั่น" กันก่อน

                เศรษฐกิจพอเพียง, เกษตรพอเพียง, อุตสาหกรรมที่มีอยู่เดิมรักษาไว้ให้รอด

                ยังไม่ต้องบุกไป ๔.๐ ตอนนี้ เพราะไม่มีประเทศไหนเข้ามาลงทุนช่วงนี้หรอก

                เพราะเขาก็ตาย ต้องถอยไปตั้งต้นใหม่เหมือนกันทั้งนั้น

                ขอบอกว่า......

                ทั้งโควิด ทั้งคลื่นกระแทกจากโควิด และทั้งมนุษย์ที่มีทุนพอพาตัวเองหนีตายจากยุโรป-สหรัฐ กระทั่งจากเอเชียบางประเทศ

                ถนนทุกสาย จะมุ่งหน้ามาที่ไทย

                รัฐบาลไม่ต้องไปสนใจเสียงหมาเห่า รีบปรับแผน-ปรับแนวรับ-แนวต้านของประเทศ

                และส่งสัญญาณให้ประชาชนตื่นรู้ในปัญหาชาติร่วมกันแต่เดี๋ยวนี้

                ทำอะไรก็ต้องทำ อย่าทำแบบหาเช้า-กินค่ำ

                ถึงขั้นประกาศ "สถานการณ์ฉุกเฉิน" ก็ต้องทำ

                ใครด่า ให้มันด่าไป เพราะการเป็นนายกฯ วันนี้ ไม่ได้อยู่เพื่อเสียงด่าหรือเสียงชม

                แต่อยู่เพื่อ "นำ" ประเทศให้รอด

                "ทำ" ประชาชนให้ปลอดภัย และมีอยู่-มีกิน

                "พ่อหลวงบนฟ้า" รับสั่งไว้ ต้องทำให้สำเร็จ!.  

 

ไทยพบผู้ติดเชื้อ 'โควิด-19' เพิ่มอีก 5 คน รวมยอดติดเชื้อ 75 ราย


 

13 มี.ค.63 - ที่ศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นำแถลงสถานการณ์ระบาดไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือโรคโควิด-19 ในประเทศไทย ว่า ไทยพบผู้ติดเชื้อเพิ่ม 5 ราย โดยรายที่ 71 กับ 72 เพิ่มจากกลุ่มติดเชื้อเดิม 11 คน เมื่อวาน (กลุ่มนี้มีทั้งหมด 15 คน ติดเชื้อจากชาวต่างชาติจากฮ่องกง ไปพบปะสังสรรค์ ดื่มและสูบบุหรี่มวนเดียวกัน) 

ส่วนเคส 73-75 เกี่ยวข้องกับผู้ป่วยรายที่ 57 ซึ่งเป็นสตรีไปทำศัลยกรรมที่ประเทศเกาหลีใต้ กลับมาไปกินเลี้ยงกับเพื่อน 11 คนในผับยอดนิยมแห่งหนึ่ง คนที่ 1 น้องชายคนที่ 57 ป่วย มีไข้ เมื่อ 7 มี.ค. รักษาที่ รพ.เอกชน คนที่ 2 เป็นเพื่อน มีอาการไข้ ไอ ไปเที่ยวผับด้วยกัน ดื่มเหล้าแก้วเดียวกัน อยู่ใกล้ชิดกันในผับเป็นเวลานาน คนที่ 3 ชายไทย ติดตามเพื่อนไปเที่ยวในกลุ่มเดียวกัน ขณะนี้ยังติดตามอีก 8 คนในกลุ่มว่ามีอาการหรือไม่ สรุปไทยมีผู้ติดเชื้อสะสมอยู่ที่ 75 ราย รักษาหาย 35 อยู่รพ. 39 เสียชีวิต 1 ผู้ป่วยหนัก 1 ราย อาการทรงตัว

ครช.บุกรัฐสภายื่นหนังสือแก้รธน. เรียกร้องตั้งส.ส.ร.-นายกฯมาจากการเลือกตั้ง-เลิกส.ว.แต่งตั้ง


 

13 มี.ค.63 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะรณรงค์เพื่อรัฐธรรมนูญ ฉบับประชาชน(ครช.) และเครือข่าย People Go Network เดินเท้าตั้งแต่สถานีรถไฟฟ้าใต้ดินกำแพงเพชร จากนั้นข้ามถนนไปฝั่งตลาด อตก. เดินตรงไปบนทางเท้าริมถนนกำแพงเพชร มุ่งหน้าสู่ถนนพระรามที่ 6 และเดินตรงไปจนถึงแยกประดิพัทธ์ กรุงเทพฯ 

ต่อมาเลี้ยวขวา เดินตรงไปตามทางเท้าข้ามสะพานแดง เพื่อเข้าสู่ถนนทหาร กระทั่งเวลา 11.00 น. ขบวนได้เดินทางถึงรัฐสภา ทั้งนี้ มีนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.)วิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหา หลักเกณฑ์ และแนวทางการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ออกมารับหนังสือข้อเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ จากนายอนุสรณ์ อุณโณ คณบดีคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

นอกจากนี้ยังกมธ.อื่นๆด้วย อาทิ นายวัฒนา เมืองสุข รองประธานกมธ. และประธานคณะอนุกมธ.รับฟังความคิดเห็นและประชาชน นายโภคิน พลกุล  นายอนุดิษฐ์ นาครทรรพ ส.ส.กรุงเทพ พรรคเพื่อไทย นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ นายวิเชียร ชวลิต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ นายศุภชัย ใจสมทุร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย เป็นต้น 

จากนั้นเวลา 11.30 น. ตัวแทนครช.ได้อ่านแถลงการณ์ว่า ครช.เสนอหลักเกณฑ์และแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ดังนี้ 1.ให้ตราพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)การรับฟังความเห็นของประชาชนว่าสมควรจะให้มีการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ ความเห็นของประชาชนมีผลผูกพันในทางกฎหมายและทางการเมืองต่อองค์กรที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยขอให้ส.ส.เสนอร่างพ.ร.บ.นี้ทันทีที่มีการเปิดประชุมสภาสมัยหน้า  

2. ในการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ให้จัดทำร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้ 2.1 ให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญมาจากการเลือกตั้ง โดยใช้จังหวัดเป็นเขตเลือกตั้งและใช้จำนวนราษฎรเป็นเกณฑ์กำหนดจำนวนสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญในแต่ละจังหวัด และให้มีกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนโดยการรับฟังความเห็นตลอดกระบวนการ ​

2.2 ให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256 เรื่อง หลักเกณฑ์การแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยอาศัยเพียงเสียงเห็นชอบจากสมาชิกรัฐสภาจำนวนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง 2.3 ให้เขียนในบทเฉพาะกาลของร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญว่า ให้นำรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2540 มาใช้และจัดการเลือกตั้ง และให้รัฐบาลใหม่ดำเนินการเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญเพื่อยกร่างรัฐธรรมนูญ และ3.หลังจากสภาร่างรัฐธรรมนูญยกร่างรัฐธรรมนูญแล้วเสร็จ ให้มีการจัดทำประชามติว่าประชาชนเห็นชอบหรือไม่ หากประชาชนเห็นชอบก็ให้ประกาศใช้ต่อไป

ตัวแทนครช. กล่าวว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นหน้าที่ของส.ส.ร. และครช.เห็นควรต้องให้ความสำคัญ ดังนี้ ประเด็นที่หนึ่ง สร้างสิทธิเสรีภาพของประชาชนให้เข้มแข็ง ได้แก่ 1.ต้องพัฒนาหลักการทั่วไป ต้องให้สิทธิประชาชนเป็นใหญ่กว่ารัฐ ไม่มีเงื่อนไขการจำกัดสิทธิเสรีภาพด้วยเหตุ “ความมั่นคงของรัฐ”​ไม่ถูกจำกัดด้วยกฎหมายที่ออกภายหลัง​ 

2.ต้องประเด็นรัฐสวัสดิการ ต้องสร้างหลักประกันรายได้ หลักประกันด้านสุขภาพ หลักประกันด้านการศึกษา คำนึงถึงการคุ้มครองศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ความเสมอภาค และการเข้าถึงการเข้าถึงสวัสดิการของรัฐต้องเสมอกัน โดยไม่แบ่งแยกตามฐานะ 

3.ต้องพัฒนาประเด็นสิทธิในกระบวนการยุติธรรม ต้องคุ้มครองผู้ถูกจับกุมไม่ให้ถูกควบคุมตัวเกิน 48 ชั่วโมง ต้องได้สิทธิประกันตัว สิทธิเข้าถึงทนายความ หลักประกันความเป็นอิสระของศาล โดยไม่แบ่งแยกตามฐานะ 

4.ต้องพัฒนาประเด็นสิทธิชุมชน ต้องคุ้มครองสิทธิการเข้าถึงทรัพยากรธรรมชาติ สิทธิชุมชนและการมีที่อยูอาศัย สิทธิในที่ดินทำกิน สิทธิในการเข้าถึงแหล่งอาหารที่ปลอดภัย สิทธิในการผลิตและการตลาดที่เท่าเทียม 

5.ต้องพัฒนาสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง ได้แก่ สิทธิของประชาชนที่จะเข้าชื่อถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สิทธิสมัครรับเลือกตั้งโดยไม่จำกัดอายุ รวมทั้งการปฏิรูปกองทัพให้อยู่ใต้อำนาจพลเรือนด้วย

ตัวแทนครช. กล่าวต่อว่า ประเด็นที่สอง สร้างกลไกเข้าสู่อำนาจที่ยึดโยงกับประชาชน ได้แก่ 1.นายกรัฐมนตรีต้องเป็น ส.ส.  ต้องไม่มีช่องทางสำหรับนายกรัฐมนตรีที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง​2.ต้องไม่มีระบบวุฒิสภาที่มาจากการแต่งตั้ง หรือการคัดเลือกโดยบุคคลบางกลุ่ม แต่ต้องมาจากการเลือกตั้งทั้งหมด ​3.ต้องไม่มีกระบวนการวางแผนปฏิรูปประเทศ หรือยุทธศาสตร์ของประเทศ ที่ทำขึ้นโดยคนกลุ่มเดียว หรือมีที่มาจากคนกลุ่มเดียว 

4. ต้องไม่มีผู้บริหารท้องถิ่นที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง ต้องเปิดโอกาสให้ประชาชนมีสิทธิกำหนดอนาคตตัวเอง สนับสนุนการกระจายอำนาจ โดยไม่ต้องรอความพร้อมของท้องถิ่น และ ​5. ต้องไม่มีการนิรโทษกรรมให้คณะรัฐประหาร และไม่รับรองอำนาจคณะรัฐประหารให้มีผลชอบด้วยกฎหมายภายใต้รัฐธรรมนูญ

ด้านนายพีระพันธุ์ กล่าวว่า ขอขอบคุณครช.และเครือข่ายที่กรุณามาพบคณะกมธ.ซึ่งเราตั้งใจจะรับฟังเสียงของประชาชนอยู่แล้ว  และขอให้มั่นใจว่ารัฐธรรมนูญเป็นของประชาชน ดังนั้นประชาชนต้องมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น ซึ่งได้มอบหมายให้นายวัฒนา เมืองสุข รับผิดชอบในการทำหน้าที่ตรงนี้ การที่ทุกคนเดินทางมาไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาดและขอบคุณที่ทำให้ทางกมธ.ประหยัดเวลาในการออกไปรับฟังความคิดตามจุดต่างๆอีกด้วย ทั้งนี้ ขอให้ทุกคนมั่นใจว่าจะนำไปเป็นข้อมูลประกอบการการพิจารณาต่อไป.

'กรณ์'ลุยตลาดคลองเตยชูหลักประคองเงินหมุนพร้อม4หลักคิดชุบชีวิตธุรกิจขนาดเล็กรอดตายจากโควิด


 

 

13มี.ค.63- ที่ตลาดคลองเตย นายกรณ์ จาติกวณิช ว่าที่หัวหน้าพรรคกล้าและทีมงาน พบพ่อค้าแม่ค้ารับฟังปัญหาความเดือดร้อนจากวิกฤติเศรษฐกิจ โดยยานกรณ์  กล่าวว่า ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ตนและทีมกล้าได้เข้าพบตัวแทนจากกลุ่ม SMEs และวันนี้ก็ได้มาที่ตลาดคลองเตยพบกลุ่มพ่อค้าแม่ขาย และประชาชนที่เป็นแรงงานรับจ้างหาเช้ากินค่ำ เพื่อรับฟังข้อมูล รับเสียงสะท้อนถึงความเดือดร้อน รวมถึงผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการระบาดของโควิด19 ที่มาซ้ำเติมปัญหาเศรษฐกิจที่หนักหนาสาหัสมาตั้งแต่ปีที่แล้ว ปีนี้โดนกระหน่ำด้วยโควิด19 รัฐต้องพุ่งเเป้าดูแลคนที่เดือดร้อนให้ครบทุกกลุ่ม และต้องเริ่มจากคนที่เจ็บ หนัก สุด ทันที โดยเฉพาะ SME รายเล็ก พ่อค้าแม่ขายรายย่อย ธุรกิจท่องเที่ยว กิจการทัวร์ ไกด์นำเที่ยว ร้านอาหาร รถเข็น หาบเร่ ตามสถานที่ท่องเที่ยว ลูกจ้างแรงงานภาคบริการ คนรับจ้างหาเช้ากินค่ำ ช่วงนี้มีความลำบาก เงินสดไม่พอใช้ หนี้ไม่มีจะจ่าย

“มาตรการทางเศรษฐกิจที่รัฐบาลใช้อยู่ในขณะนี้ แม้จะเป็นมาตรการที่ดี แต่เป็นการเน้นตอบโจทย์ได้เพียงกลุ่มคนตัวโต ยังไม่เข้าเป้าคนตัวเล็ก ตอบโจทย์แก้ปัญหาให้กับผู้ประกอบการได้ดีในระดับหนึ่ง แต่ยังไม่มีผลเท่าที่ควรกับพ่อค้าแม่ขายรายเล็กรายน้อย หลายรายไม่สามารถที่จะรอความช่วยเหลือตามรอบภาษีได้ เราต้องการมาตรการที่ยิงตรงถึงมือทันที จากประสบการณ์ย้อนไปปี 2553 ไทยเราฟื้นจากวิกฤติเเศรษฐกิจแฮมเบอร์เกอร์ได้ทันท่วงทีก็เพราะระบบการบริหารจัดการที่เข้าเป้า คือการประคองเงินหมุน ต่อทุนคนทำงาน ระงับพิษโควิด พลิกวิกฤตเป็นโอกาส” นายกรณ์ กล่าวย้ำถึงหลักคิดในการแก้ปัญหาเร่งด่วน” นายกรณ์  กล่าว

ว่าที่หัวหน้าพรรคกล้า กล่าวว่า ช่วงนี้คือช่วงที่ทุกคนทุกพรรคการเมืองต้องช่วยกันคิดช่วยกันทำงานเพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน และจากประสบการณ์ที่ผมและคณะ อยู่ในแวดวงเศรษฐกิจเพื่อคนตัวเล็กตัวน้อย จึงขอเป็นตัวแทนที่จะคิดและนำเสนอมาตรการที่เราเชื่อว่า จะสามารถต่อชีวิตให้พวกเขาได้โดยตรงและทันเวลา โดยรัฐบาลต้องพุ่งเป้าตรงไปที่  4 เรื่องนี้เป็นหลักก่อนเท่านั้น
หลักคิดที่หนึ่ง “ประคองเงินหมุน” เป็นการเติม Cashflow หรือเงินสดในระบบ ห้ามให้ภาคธุรกิจขนาดเล็กหยุดชะงัก เพราะตายแล้วฟื้นยาก ต้องฉีดยาให้ถูกเส้นเพื่อพยุงลมหายใจทางเศรษฐกิจไว้ให้ได้ โดยผู้ที่จะได้รับประโยชน์โดยตรงจากมาตรการคือ ผู้ประกอบการ SMEs เน้นที่รายเล็ก รายกลาง ร้านค้ารายย่อย หาบเร่ แผงลอย กลุ่มท่องเที่ยวและธุรกิจที่เกี่ยวข้อง-โลจิสติกส์และการบิน-ร้านอาหาร-โรงงานที่ขาด Supply Chain-ตลาดชุมชน
มาตรการ “ประคองเงินหมุน”
1) ให้แบงก์รัฐและเอกชนช่วยดอก ปลอดต้น ในวงเงินดอกเบี้ย 30,000 บาทในระยะเวลาเศรษฐกิจชะงักจากโควิด 3 เดือน
2) ให้ออมสินปล่อยกู้โดยตรง แก่กิจการขนาดเล็ก พ่อค้าแม่ขายที่ร่อแร่ วงเงิน 5หมื่นบาท ดอกเบี้ย 1% ต่อเดือนใช้พยุงชีวิตและที่ทางในการทำกินต่อไป
หลักคิดที่สอง “ต่อทุนคนทำงาน” เป็นการช่วยปั๊มหัวใจคนทำงานจากภาวะรายได้ขาดมือ ให้กลับมาหายใจหายคอให้คล่องขึ้น โดยผู้ที่จะได้รับประโยชน์โดยตรงจากมาตรการคือ มนุษย์เงินเดือนในกิจการ 5 ประเภทที่กระทบหนักได้แก่ ท่องเที่ยว-ขนส่ง-ร้านอาหาร-โรงงาน-SMEs รวมไปถึงพ่อค้าแม่ขายรายย่อย หาบเร่แผงลอย รับจ้างอิสระ แรงงานขั้นต่ำ แท็กซี่ วินมอเตอร์ไซค์ ที่ขาดรายได้จากการที่นักท่องเที่ยวไม่มา
มาตรการ “ต่อทุนคนทำงาน”
 1) รัฐจ่ายประกันสังคมแทนทั้งขานายจ้าง และลูกจ้างเป็นเวลา 6 เดือน เงินส่วนนี้จะกลับไปหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ ซึ่งตรงนี้ต่างจากของรัฐที่ทำไปแล้วแต่ให้แค่ลดอัตราเพียง 1% เท่านั้น ซึ่งไม่เพียงพอ และพนักงานเสียสิทธิในการสมทบที่ลดลง
2) สำหรับพนักงานบริษัท มนุษย์เงินเดือนให้มีการ ลดภาษีเงินได้ส่วนบุคคลในส่วนของรอบปี 2562 ทันที 20% สรรพากรคำนวณคืนย้อนหลังได้จากระบบ เพิ่มเม็ดเงินให้ระบบมากขึ้นโดยไม่ต้องแจก รัฐบาลหลายพรรคสัญญาเอาไว้นานแล้ว
3) นำค่าใช้จ่ายในการซื้ออุปกรณ์ที่ใช้ในการดูแลตัวเองจากโควิดมาหักลดหย่อนได้ บุคคลธรรมดา 15,000 บาท นิติบุคคล 50,000 บาท
4) ปล่อยซอฟท์โลน รายละ 50,000 บาท สำหรับกลุ่มแรงงานนอกระบบ พ่อค้าแม่ค้าที่สู้ภาวะเศรษฐกิจอันยากลำบาก ตรงนี้จำเป็นมากเพราะจะเป็นกันตัดวงจรหนี้นอกระบบที่เสี่ยงมากที่จะเกิดขึ้น หากวิกฤตยืดเยื้อ

หลักคิดที่สาม มาตรการ “ระงับพิษโควิด” ขอให้รัฐบาลเร่งรัดการบูรณาการการจัดการปัญหาด้วย โมเดลถ้ำหลวงช่วยหมูป่า พร้อมทำทุกวิถีทางลดอัตราผู้ติดเชื้อเพิ่ม เตรียมพร้อมทุกการรับมือที่ภาคสาธารณสุขต้องการ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือมีขั้นตอนดูแลคนแข็งแรงให้ไม่ป่วยเพิ่มแบบเป็นระบบ

หลักคิดที่สี่ ซึ่งสำคัญที่สุดคือ การ “พลิกวิกฤตเป็นโอกาส” โดยยกตัวอย่าง เถาเป่าหรือตลาดออนไลน์ของจีนที่โตก้าวกระโดขึ้นมาได้จากวิกฤตโรคซาร์ส

 “ถึงเวลาภาครัฐชู E-Commerce พร้อมพลิกโฉมการบริการภาครัฐเป็น GovTech” เพราะว่าตอนนี้ประเทศไทยเกิดภาวการณ์ที่เรียกว่า รถโล่ง คนหาย ห้างวาย ร้านเงียบ แต่การซื้อขายยังคงอยู่!! ดังนั้น สิ่งที่ทำทันทีได้คือ รัฐเอื้อระบบนิเวศน์ E-Commerce  โดยมีการเสนอมาตรการหั่นค่าส่งไปรษณีย์ 50% ทันที พร้อมเจรจาเอกชนโลจิสติกส์รายอื่นๆ และต้องเปิด Platform ค้าออนไลน์ที่ใช้ง่าย ส่งง่าย สำหรับสินค้าจำเป็นเช่น หน้ากาก เจล 4 หลักคิดและมาตรการด่วนทั้งหมดที่กล่าวข้างต้น ผมขอเรียกร้องให้รัฐบาลทำเรื่องหลักที่สำคัญจำเป็นเร่งด่วนแก่คนตัวเล็กที่เดือดร้อนที่สุดก่อน โดยเรียกร้องให้เร่งทำทันทีก่อนที่พวกเราจะตายกันหมด" นายกรณ์ กล่าวย้ำ

 

หน้าแรก / การเมือง
ศุกร์ 13 มีนาคม 2563

รับน้อง 'พิธา' เลือดไหลไม่หยุด

รับน้อง 'พิธา' เลือดไหลไม่หยุด
13 มีนาคม 2563 | โดย ขุนน้ำหมึก
 7,144

​แม้จะแปลงร่างเป็น “พรรคก้าวไกล” มี ส.ส.หนุ่มอนาคตไกล “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” แต่สถานการณ์ภายในรังส้มหวานเก่า กลับมาปั่นป่วนอีกครั้ง

 คำว่า “ไปไหนไปกัน 55 คน” ชักเสียงไม่ดัง ไม่หนักแน่นเหมือนเก่า

​เมื่อวันที่ 8 มี.ค.2563 ที่ศูนย์ประสานงานอดีตพรรคอนาคตใหม่ ฝั่งธนบุรี “ทิม พิธา” นำทีม ส.ส.รุ่นใหม่แถลงเปิดตัวพรรคก้าวไกล และหนึ่งในนั้น มีทนายคนดัง คารม พลพรกลาง” ร่วมนั่งโต๊ะแถลงข่าวอยู่ด้วย

​ล่าสุด อดีตทนายเสื้อแดง ได้ออกจากไลน์กลุ่มอดีต ส.ส.อนาคตใหม่ และให้สัมภาษณ์สื่อบางสำนักว่า “การทำงานทางการเมือง เป็นคนละเรื่องกันกับหน้าตา เหมือนสามีภรรยา สามีไม่ใช่ว่าจะต้องอยู่กับภรรยาที่เป็นคนสวย แต่จะอยู่กับคนที่เข้าใจเขา และมีความเห็นอกเห็นใจกันเพื่อสร้างครอบครัวให้แข็งแรงมั่นคง”

​       สรุปว่า คารม” ยอมรับ พิธาเป็นคนดี รูปหล่อ มีความรู้ แต่บทบาทการเป็น หัวหน้าพรรค” พิธายังไม่มีบารมีมากพอ

​กลางเดือนกรกฎาคม 2561 คารม พลพรกลาง ทิ้งพรรคเพื่อไทย และตัดสินใจมาร่วมงานกับพรรคอนาคตใหม่ เนื่องจากสนามร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทยไม่มีพื้นที่ให้ตัวเขาลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ได้

​ถ้าฟังคำให้สัมภาษณ์ของทนายคารม ช่วงที่มี ส.ส.อดีตอนาคตใหม่ 9 คน ย้ายไปสังกัดพรรคภูมิใจไทย โดยเขาบอกว่า ไม่อยากให้การย้ายพรรคของ 9 ส.ส.ในครั้งนี้ ถูกมองว่าเป็น “งูเห่า” เนื่องจากเป็นเพียงการเปลี่ยน จุดยืนทางการเมือง” เท่านั้น

​      จริงๆ แล้ว ทนายคารมมีพรรคใหม่สังกัดเป็นที่เรียบร้อย เหลือแต่พิธีกรรมแสดงตน อีกอย่างยังมีเวลาเหลือเวลาอีก เดือนกว่า และทนายคารมยืนยันว่า สามารถตอบคำถาม และมีคำอธิบายให้ประชาชนได้หมด

      ​นอกจากทนายคารม ก็มี สมัคร ป้องวงศ์ ส.ส.สมุทรสาคร เขต 3 ที่ไม่ไปต่อกับพรรคเก่าแล้ว แต่ยังไม่เปิดตัวว่าจะไปสังกัดพรรคไหน รวม ส.ส.ไหลออกล็อตนี้ 11 คน

 

       ​คาดว่า จะมี ส.ส.ส้มเก่าอีก 10 กว่าคน ที่ตัดสินใจจะไม่ไปแสดงตัวในวันที่ 14 มีนาคมนี้ หรือหากว่าไป ก็ยังจะไม่สมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรคก้าวไกล

      ​ส.ส.กลุ่มนี้ได้ยื่นข้อเสนอต่อ “พิธา” ให้แก้ปัญหาการดูแล ส.ส. ไม่ใช่ปล่อยให้ “กัดก้อนเกลือกิน” โดยอ้างเรื่องอุดมการณ์ และต้องให้ ส.ส.มีส่วนร่วมในการบริหารพรรคมากขึ้นกว่าเดิม

​      พรรคการเมืองไม่ใช่บริษัท ส.ส.มีแค่สถานะ ลูกจ้าง” ไม่น่าจะใช่พรรคการเมืองตามอุดมการณ์ประชาธิปไตย

หน้าแรก / การเมือง
ศุกร์ 13 มีนาคม 2563

รัฐบาลไม่มีปัญหา 'นศ.' เดินขบวนร้องแก้ 'รธน.'

รัฐบาลไม่มีปัญหา 'นศ.' เดินขบวนร้องแก้ 'รธน.'
 

"วิษณุ" เผย "นศ." เดินขบวน ร้องแก้ "รธน." ทำได้ แต่ตอนนี้ "สภา" ปิดอยู่ เขาจะให้เข้าหรือไม่ "สนธิรัตน์" เผย "รบ." ไม่มีปัญหา

"ไม่มีปัญหาหากนักศึกษาเดินกันไปอย่างสงบเรียบร้อย ยืนยันว่ารัฐบาลไม่ได้มีการสั่งห้ามแต่อย่างใด แต่ต้องถามว่าเขาจะไปยื่นอะไร สภาฯ ก็ปิดอยู่ เขาจะให้เข้าหรือไม่ ก็ยังไม่รู้เลย"

ขณะที่ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน ในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า การแสดงออกของนักศึกษาถือเป็นเป็นพื้นฐานที่สามารถทำได้ แต่ขอให้อยู่ในกรอบของกฎหมาย รัฐบาลคงไม่มีปัญหาอะไร อย่างไรก็ตาม หากมีความคิดเห็นที่แตกต่างกันแล้วใช้กลไกรัฐสภาให้เป็นประโยชน์ ก็จะเป็นเรื่องที่ดี ที่จะใช้ระบอบหรือกฏเกณฑ์ต่างๆ เข้ามาแก้ปัญหา

 

 
หน้าแรก / ต่างประเทศ
ศุกร์ 13 มีนาคม 2563

จับพิรุธโสมแดง ปลอดไวรัสโคโรน่า 

จับพิรุธโสมแดง ปลอดไวรัสโคโรน่า 
13 มีนาคม 2563
 12,427

จับพิรุธไขความลับ ทำไมเกาหลีเหนือที่ถูกประกบด้วยประเทศที่มีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่เป็นจำนวนมาก ทั้งเกาหลีใต้และจีน ถึงอ้างว่า ตนเป็นประเทศปลอดไวรัสโคโรน่า

องค์การอนามัยโลกประกาศว่าโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่เข้าสู่ภาวะการระบาดทั่วโลกแล้ว กระนั้นเกาหลีเหนือยังคงอ้างว่า ตนเป็นประเทศปลอดไวรัสโคโรน่า “เนื่องจากชิงใช้มาตรการกักกันแต่เนิ่นๆ” แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีใครสงสัยในคำอ้างนี้

เว็บไซต์โคเรียไทม์สรายงานวานนี้ (12 มี.ค.) ว่า ถึงวันนี้หลักฐานที่ขัดแย้งกัน ก่อให้เกิดความเคลือบแคลงมากขึ้นทุกทีว่า เกาหลีเหนือที่ถูกประกบด้วยประเทศที่มีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) เป็นจำนวนมาก ทั้งเกาหลีใต้และจีน อาจปิดกั้นการแพร่ระบาดของไวรัสมรณะนี้ไม่ได้

ย้อนไปตั้งแต่เกิดการระบาดขึ้นครั้งแรกเมื่อปลายเดือน ธ.ค.ในเมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย์ ประเทศจีน รัฐบาลคิม จองอึน ก็ใช้มาตรการเข้มงวดต่างๆ นานา เช่น ปิดพรมแดน หยุดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ กักตัวชาวต่างชาติทุกคนรวมทั้งชาวโสมแดงเองที่อาจสัมผัสกับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ส่งผลให้เกาหลีเหนือไม่มีรายงานผู้ติดเชื้ออย่างเป็นทางการเลยสักคนเดียว

เมื่อวันจันทร์ (9 มี.ค.) หนังสือพิมพ์โรดอง ซินมุน ของทางการโสมแดง รายงานว่าเกาหลีเหนือกักตัวประชาชนเกือบ 10,000 คนที่อาจติดไวรัส ในจำนวนนี้ 3,800 คนไม่แสดงอาการจึงได้รับการปล่อยตัวแล้ว

รายงานข่าวระบุว่า ผู้ที่ถูกกักตัวมีเฉพาะคนที่มาจากต่างประเทศ และคนที่ติดต่อสัมพันธ์ด้วย รวมถึงนักการทูตและตัวแทนองค์การระหว่างประเทศในกรุงเปียงยาง 380 คน

แต่ล่าสุดมีรายงานข่าวจากเว็บไซต์เดลีเอ็นเค ซึ่งมีฐานปฏิบัติการในเกาหลีใต้สนับสนุนข้อสงสัยที่ว่า ไวรัสร้ายเข้าสู่ดินแดนเกาหลีเหนือเรียบร้อยแล้ว

รายงานอ้างแหล่งข่าววงในกองทัพโสมแดงรายหนึ่ง ประจำการอยู่บริเวณชายแดนจีน ระบุว่า ทหาร 180 นายเสียชีวิตจากไวรัสโคโรน่า และตอนนี้มีทหารถูกกักตัวอยู่ราว 3,700 นาย

แต่เนื่องจากเกาหลีเหนือเป็นประเทศปิด การยืนยันรายงานข่าวจึงแทบเป็นไปไม่ได้ กระทรวงรวมชาติเกาหลีใต้ก็ปฏิเสธไม่ให้ความเห็นต่อรายงานข่าวนี้ รัฐบาลเปียงยางยังเดินหน้ายืนยันว่า ในประเทศไม่มีผู้ติดเชื้อ

 

 

ผู้เชี่ยวชาญต่างกังวลว่า ถ้าไวรัสมาจริงผลเสียหายตามมาต้องมหาศาล เพราะประเทศนี้ขาดแคลนเวชภัณฑ์ โครงสร้างพื้นฐานด้านสาธารณสุขย่ำแย่ สอดคล้องกับที่ผู้นำเกาหลีเหนือเคยเตือนไว้ว่า ถ้าไวรัสมาถึงประเทศเมื่อใด “ย่อมเกิดความเสียหายรุนแรง”

สำนักข่าวกลางเกาหลีเหนือ (เคซีเอ็นเอ) รายงานอ้างคำพูดคิม ที่กล่าวระหว่างการประชุมคณะกรมการเมือง พรรคแรงงาน เมื่อวันที่ 29 ก.พ. ระบุ

“ในกรณีที่การติดไวรัสกระจายไปในประเทศเกินกว่าหาวิธีการควบคุมได้ จะส่งผลร้ายแรงตามมา”

ด้าน “ยูริมินซอกคีรี” เว็บไซต์โฆษณาชวนเชื่อของเกาหลีเหนือ รายงานเมื่อวันอังคาร (10 มี.ค) ว่า เกาหลีเหนือใช้มาตรการเด็ดขาดจัดการไวรัสที่ต้องแลกกับความเสียหายทางเศรษฐกิจอย่างมหาศาล

“ไม่มีใครตัดสินใจใช้มาตรการกักตัวอย่างรุนแรงที่สุด เพื่อสกัดการแพร่ระบาดของโควิด-19 และส่งผลเสียหายใหญ่หลวง พร้อมๆ กับรับความเสียหายทางเศรษฐกิจอย่างมหาศาลไปได้ในเวลาเดียวกัน” เว็บไซต์ดังกล่าวระบุ ซึ่งโคเรียไทม์สกล่าวว่านี่เป็นครั้งแรกที่แดนโสมแดงอ้างถึงความเสียหายทางเศรษฐกิจผลจากไวรัสระบาด

ส่วนที่เกาหลีใต้วานนี้ (12 มี.ค.) มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 114 คนรวมทั้งประเทศ 7,869 คน เสียชีวิตเพิ่มอีก 6 คน รวมยอดผู้เสียชีวิต 66 คน ผู้ติดเชื้อราว 100 คน เกี่ยวข้องกับคอลล์เซ็นเตอร์แห่งหนึ่งในกรุงโซลที่เพิ่งตรวจพบการติดเชื้อเมื่อไม่กี่วันก่อน

นายกรัฐมนตรีชุง ซิกยุน กล่าวว่า ผู้ติดเชื้อจากคอลเซ็นเตอร์แห่งนี้อาจเป็นซูเปอร์สเปรดในเขตมหานครโซล ที่ประชาชนครึ่งประเทศกระจุกกันอยู่ที่นี่

ขณะนี้หลายประเทศห้ามหรือจำกัดนักเดินทางจากเกาหลีใต้เข้าประเทศ ทำให้ไม่มีความต้องการเดินทางโดยเครื่องบิน วานนี้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2546 ที่สายการบินหลายแห่งยกเลิกเส้นทางบินจากกิมโป สนามบินแห่งที่ 2 ของกรุงโซล


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน