*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 4041
  • จำนวนผู้ชม : 2542410
  • จำนวนผู้โหวต : 527
  • ส่ง msg :
  • โหวต 527 คน
<< มีนาคม 2020 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอาทิตย์ ที่ 15 มีนาคม 2563
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 435 , 15:19:53 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

สวัสดีครับ

         คงเป็นธรรมชาติของนักการเมืองนะครับ ที่พวกเขาต้องทำงานด้วยปาก เป็นคุณสมบัติประจำตัวอย่างหนึ่ง ร่วมกับอีกหลายๆอย่าง

ที่มักจะไม่ค่อยดีมากกว่ดี แต่อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยของเราอยู่กันอย่างสุขสบายมาแสนนาน แล้วใครจะขึ้นช้างลงม้าก็ไม่ว่ากัน

         แต่แม้กระนั้นก็ตาม ในช่วงปัจจุบันที่มีไวรัสระบาดเป็นภัยร้ายแรงอยู่นี้ เป็นช่วงที่ต้องการความร่วมมือร่วมใจอย่างมากที่สุด นับ

ตั้งแต่นายกรัฐมนตรี ครม. กระทรวงทบวงกรมทั้งหลายทั้งปวง ตลอดจนภาคธุรกิจเอกชนอีกด้วย สำหรับพวกที่ฉวยโอกาสตีกินทางการ

เมือง ด่าคนอื่น ยกก้นตัวเอง ก็เป็นพวกที่เห็แก่ตัวเห็นแก่ได้โดยแท้

         ความวิกฤตของประเทศนั้น ลืมกันไปแล้วหรือเปล่ามีอีกตั้งหลายเรื่องที่รอให้รัฐบาลต้องแก้ เช่น ภัยแล้ง ภัยจากพิษฝุ่นละออก PM

2.5 เป็นต้น ซึ่งผลจากพิษไวรัสที่ต้องรอการปรับแก้สถานะการณ์อย่างสุดฝีมือ และต้องทุ่มเทสติปัญญาความสามารถทั้งหมดที่มี ส่วน

ฝ่ายค้านที่ว่างจากการบริหาร ก็ควรเน้นที่การแนะนำสิ่งดีๆให้รัฐบาลนำไปทำ แทนที่จะเอาแต่ด่านายกฯ ด่าลมด่าแล้งเหมือนทุกวันนี้

 สยามานุสสติ ร.6 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว


 

 

เพลง เนื้อเพลง :: เพลง >> สยามานุสติ

เนื้อเพลง สยามานุสติ - พระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ 6

เพลง : สยามานุสติ

ศิลปิน : พระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ 6

[ เพิ่มเพลงนี้เมื่อ 1 ม.ค. 2559, 09:59 น. ]
หากสยามยังอยู่
ยั้งยืนยง
เราก็เหมือนอยู่คง
ชีพ ด้วย
หากสยามพินาศลง
ไทยอยู่ ได้ฤา
เราก็เหมือน
มอดม้วย หมด
สิ้นสกุลไทย
.ใครรานใครรุก
ด้าวแดนไทย
ไทยรบจนสุดใจขาดดิ้น
เสียเนื้อเลือดหลั่งไหล
ยอมสละ สิ้นแล
เสียชีพไป่ เสียสิ้น ชื่อ
ก้องเกียรติงาม

มิวสิควีดีโอเพลง สยามานุสติ

เพลงอื่นๆของ พระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ 6
สยามานุสติ

* ลิขสิทธิ์เพลง สยามานุสติ และทุกเพลงในเว็บนี้ เป็นของเจ้าของลิขสิทธิ์นั้นๆ จุดประสงค์ของเว็บคือเพื่อโปรโมตเพลงของศิลปินเท่านั้น ไม่มีวัตถุประสงค์เพื่อการค้า และไม่สนับสนุนการ แจกเพลง ดาวน์โหลด โหลดเพลง ริงโทน และ mp3 เถื่อนใดๆทั้งสิ้น หากชื่นชอบในเพลง กรุณาซื้อแต่ของถูกลิขสิทธิ์เท่านั้น เพื่อให้ศิลปินยังคงสร้างสรรค์ผลงานดีๆให้ทุกท่านได้ฟังต่อไปได้

 

 

เอาแต่จนจ่อ "ประเทศจะเฉา"


 

           อ่านพบในกระทู้ "พันทิป"

                คน (ดี) ไม่รับอะไรจากใครเปล่าๆ

                ภาษิตจีน : ได้รับพระคุณ (น้ำ) หนึ่งหยด พึงกรุยลำธารชดใช้

                ทำได้อย่างนี้ ท่องเที่ยวได้ทั่วยุทธภพ

                ผู้คนยินดีต้อนรับเสมอ

                และเมื่อวาน (๖ ก.พ.๖๓) เพจเฟซบุ๊ก Chinese Embassy Bangkok ได้โพสต์ข้อความแถลงการณ์

                ความบางตอน ว่า......

                ในระหว่างการต่อสู้กับสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ในช่วงฤดูหนาวนี้

                ประชาชนจีนได้รับการสนับสนุนและความช่วยเหลือที่ล้ำค่าจากวงการต่างๆ ของประเทศไทย รู้สึกอบอุ่นใจอย่างยิ่ง

                พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว

                ทรงมีพระราชสาส์นแสดงความห่วงใยไปยัง ฯพณฯ สี จิ้นผิง ประธานาธิบดีของจีน

                พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี

                พระราชทานเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ อาทิเช่น หน้ากากอนามัย ถุงมือยาง เสื้อกาวน์กันน้ำและยารักษาโรคให้กับฝ่ายจีน

                ฝ่ายจีนเราซาบซึ้งใจอย่างยิ่งและขอขอบพระคุณยิ่ง

                พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ส่งสารให้กำลังใจถึง ฯพณฯ หลี่ เค่อเฉียง นายกรัฐมนตรีจีน

                ฯพณฯ ชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎรส่งสารแสดงความห่วงใยถึง ฯพณฯ ลี่ จ้านซู ประธานสภาประชาชนแห่งชาติจีน

                คณะรัฐมนตรี ผู้บริหารระดับสูงของรัฐบาลและ ส.ส.หลายท่าน ให้กำลังใจสนับสนุนให้ประชาชนจีนผ่านพ้นวิกฤตินี้

                ผ่านช่องทางการส่งสาร โทรศัพท์ วิดีโอและการแสดงออกในลักษณะต่างๆ เป็นต้น

                ทั้งยังแสดงความเชื่อมั่นอย่างแรงกล้า

                และส่งความปรารถนาดีให้ประชาชนจีน เพื่อประสบชัยชนะในการต่อสู้กับการแพร่ระบาดของไวรัสนี้

                พี่น้องชาวไทยจากทุกแวดวงอาชีพต่างก็แสดงออกถึงน้ำใจในการช่วยเหลือชาวจีนด้วยการบริจาคเงินและสิ่งของต่างๆ

                นายกฯ ประยุทธ์ จันทร์โอชา และประชาชนชาวไทย โพสต์คลิปวิดีโอ ทำป้ายสโลแกน เพื่อให้กำลังใจแก่ประเทศจีน พร้อมทั้งให้กำลังใจชาวอู่ฮั่น

                ซึ่งสิ่งเหล่านี้ สร้างแรงบันดาลใจและความรู้สึกที่ลึกซึ้งให้ชาวจีน ประชาชนชาวจีนจะไม่ลืมพี่น้องชาวไทยที่ให้ความช่วยเหลือในยามคับขันอย่างทันท่วงที

                 ความรู้สึกรักใคร่และมิตรภาพที่ลึกซึ้งของฝ่ายไทยในยามทุกข์ยากนั้น ได้อธิบายอย่างชัดเจนถึง

                "การลงเรือลำเดียวกัน" ระหว่างจีนกับไทย สองประเทศ จะร่วมมือกันฟันฝ่าวิกฤตการณ์

                จะร่วมเฝ้าสังเกตการณ์และช่วยเหลือซึ่งกันและกัน สมดังคำกล่าวที่ว่า

                "จีนไทยใช่อื่นไกล พี่น้องกัน"

                .......................

                ในปัจจุบัน การแพร่ระบาดไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ครั้งนี้สามารถป้องกัน ควบคุมและรักษาได้

                รัฐบาลจีนและประชาชนชาวจีนกำลังทำงานกันอย่างเต็มที่ เพื่อต่อสู้กับการแพร่ระบาดของไวรัสฯ และได้รับผลเป็นเชิงบวก

                แม้ว่าผู้ติดเชื้อมีจำนวนค่อนข้างสูง แต่มีอัตราการตายจากการติดเชื้อที่ค่อนข้างต่ำ มีเพียงแค่ 2% เท่านั้น

                ซึ่งต่ำกว่าอัตราการตายจากไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ H1N1 และโรคระบาดอื่นๆ อย่างมาก

                ปัจจุบันจำนวนผู้ป่วยที่รักษาหายแล้วในจีนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและเกินจำนวนผู้เสียชีวิต

                ภายใต้การนำที่แข็งแกร่งของรัฐบาลจีน การทำงานร่วมกันของชาวจีน และการสนับสนุนจากประชาคมโลก รวมถึงประเทศไทยด้วย

                ประเทศจีนมีความมั่นใจ ความสามารถและเชื่อมั่นในศักยภาพที่จะประสบชัยชนะจากการต่อสู้กับโรคระบาดในครั้งนี้ได้

                ฝ่ายจีนจะยึดมั่นในหลักการการเปิดกว้างและความโปร่งใส ร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับประเทศไทยต่อไป

                ฝ่ายจีนหวังว่าจะประสานงานอย่างใกล้ชิดกับฝ่ายไทย เพื่อเอาชนะอุปสรรคและความยากลำบากต่างๆ ร่วมกัน ต้อนรับวันพรุ่งนี้ที่สดใส

                ครับ.....

                อ่านละเอียดไปทีละคำ รสหอมหวานจะอวลในปาก-ในคอ และกำซาบซ่านดื่มด่ำถึงใจ

                ทุกอย่าง มี ๒ ด้านเสมอ

                มีคุณ ก็มีโทษ, มีดี ก็มีร้าย ฉะนั้น ยามประสบดี ก็อย่าติดในดี, ยามประสบร้าย ก็อย่าติดในร้าย 

                วิกฤติ "ทุกวิกฤติ" ก็เช่นกัน........

                 มันมีโอกาสเป็น "ไส้ใน" สำหรับใครทุกคน ที่ฟันฝ่าเข้าไปถึง อย่างที่จีนบอก

                ".......เอาชนะอุปสรรคและความยากลำบากต่างๆ ร่วมกัน ต้อนรับวันพรุ่งนี้ที่สดใส" นั่นแหละ

                "พรุ่งนี้ที่สดใส" คือไส้ใน

                ไทยเรา ต้องพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาส เพื่อไปถึงไส้ในนั้นให้ได้!

                จากนี้ไป คนติดเชื้อจะเริ่มลดจำนวนลง เพราะจีนรวมทั้งไทยเรา ควบคุม-ป้องกัน "การระบาด" ด้วยรับผิดชอบสูง

                โดยเฉพาะบ้านเรา

                หน้าหนาวยังเจอ ๒๕-๓๐ องศา เจ้าไวรัสมา ร้อง โอ้ยยยย...กูตายดีกว่า!

                เราอย่าเอาแต่จับเจ่า รอฟ้าดินบันดาลอย่างเดียว

                ท่องเที่ยวหายไปเป็นแสนล้าน

                ทุเรียนล้านลูกเคยส่งไปจีน กำลังจะกลายเป็นน้ำตาล้านหยดของชาวสวน

                ก่อนถึงเมษา.ซึ่งตอนนั้น เจ้าไวรัสมีฤทธิ์ไม่ต่างไข้หวัด

                ดังนั้น อย่ามัวจนจ่อแบบยอมจำนน ปล่อยให้กระแสไวรัสลากไปวันๆ แบบนี้

                ต้องสร้างบรรยากาศ "เชื่อมั่น" ขึ้นมาเตะเจ้าความท้อแท้ เอาแต่ "โทษโรค-โทษรัฐ" ให้กระเด็นไป

                ภาครัฐ-ภาคเอกชน ต้องระดมสรรพกำลังประเทศทุกภาคส่วน มาเทสมองและความคิดเห็น กองรวมกัน

                นายกฯ ประยุทธ์ หรือรองฯ สมคิดนั่นแหละ เอาซะคน เป็นหัวเรือใหญ่      

                เสร็จแล้ว สังเคราะห์ออกมาเป็นมาตรการ "ประเทศไทย ด้วยมาตรฐาน Global Health Security Index อันดับ ๖ ของโลก"

                ยิ่งเชิญประเทศ CLMV ถ้าได้ทั้ง ๑๐ อาเซียนยิ่งดี มาร่วมสร้างเชื่อมั่น ผ่านมาตรการ "คัดกรอง-ป้องกัน" ร่วมกัน

                ผมว่า....

                ด้วยมาตรฐานการแพทย์ การสาธารณสุขไทย ขนาด WHO ยังซูฮก-ยกนิ้วให้ และไม่ใช่แค่ ๑ ในเอเชีย

                ระดับ ๖ ใน ๑๙๕ ประเทศของโลก ที่มีความเข้มแข็งในความมั่นคงด้านสุขภาพเชียวนะ

                และทั้งมีความพร้อมในการรับมือต่อการระบาดของโรคมากที่สุด!

                นี่...ต้องใช้ "จุดแข็ง" ตรงนี้ เรียกความเชื่อมั่นตลาดโลกคืนมา

                จีน คนของเขาเป็นพันล้าน

                ป่วยระดับหมื่น-แสน ตายแค่ร้อย

                โธ่......

                "ปีใหม่-สงกรานต์" ในเมืองไทย "รถตำกัน" วันเดียว ยังตายเป็นร้อย!

                พูดกันตรงๆ ถ้าไม่ตื่นข่าวและตื่นตูม และไม่ใช่สังคมยุคสื่อสารไอที

                ป่วย-ตาย แค่นี้ ในจีน นอกจากถือว่า "เอาอยู่หมัด" แล้ว ยังถือว่า สิวๆ สำหรับประชากรพันล้าน!

                อย่างที่แถลงการณ์จีนบอก......

                "ปัจจุบัน จำนวนผู้ป่วยที่รักษาหายแล้วในจีนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและเกินจำนวนผู้เสียชีวิต"

                นั่นคือ ถ้าเราและโลก สร้างบรรยากาศละลายโรควิตกจริต ด้วยกลัวเกินเหตุ

                ทำให้คนกลับมามีความเชื่อมั่นในมาตรการควบคุม-คัดกรอง-ป้องกัน-รักษา

                ภายใน ๓ เดือน ทุกอย่างจะกลับปกติ "เหมือนเดิม"!

                กระทรวงท่องเที่ยว, ต่างประเทศ, คลัง, สภา-หอการค้า, สมาคมโรงแรม-ภัตตาคาร-ห้างสรรพสินค้า, สมาคมทัวร์-ไกด์ กระทั่งสมาคมแท็กซี่ รถเมล์

                เหล่านี้ ต้องเชิญมารวมหัวคุยกัน

                ที่ผมเห็นอยู่อัน แต่พอถูกพวกตีนราน้ำด่าหน่อย ก็ถอยเงียบ คือไอเดียที่ "ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ" เลขาฯ ส่งเสริมธุรกิจประกันภัย (คปภ.)

                เสนอว่า ช่วงชาวโลก "จิตตก" ด้วยผวาไวรัส........

                มาตรการหนึ่ง ที่จะช่วย ทั้งกระตุ้นให้คนเข้ามาท่องเที่ยวในไทย

                ทั้งช่วยสร้างความเชื่อมั่น โดยการันตีศักยภาพแพทย์-สาธารณสุขไทยให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติทุกคนไปในตัว

                คือ ออกกรมธรรม์ประกันภัยคุ้มครองให้ ถ้าเกิดเจ็บป่วยหรือเสียชีวิตจากไวรัสอู่ฮั่นขณะท่องเที่ยวในไทย คุ้มครองและจ่ายให้หมด

                ผมว่า "หลักการ" เข้าท่า ทันการณ์ ทันสมัย มองในด้านจิตวิทยา การประกันภัยไวรัสนักท่องเที่ยว

                เท่ากับการันตีประเทศไทย ทำให้คนเชื่อมั่น "มาตรฐานสาธารณสุขไทย" มาตรฐานโลก ผมว่าเข้าท่า น่าจะทำ

                อย่าไปคิดหยุมหยิม ถ้ามีเจ็บป่วย จะเอาเงินที่ไหนไปจ่าย ไปคิดทำไม ก็ประเทศไทยของเรา ไม่มีเชื้อไวรัสไงล่ะ แล้วมันจะเจ็บป่วยได้ไง

                ถึงเจ็บป่วย ก็บังเอิญคน-สองคน แค่ภาครัฐ-ภาคเอกชน แค่การท่าอากาศยานฯ ก็พอ

                ลงขันเป็น "กองทุนกอบกู้เชื่อมั่นไทย"

                แบบนี้ สมมุติเสียไปสิบ ได้ความเชื่อมั่นเป็นล้าน ด้านส่งออก ท่องเที่ยว คุ้มมั้ยล่ะ?

                สรุป....
                ภาครัฐ อย่าจับเจ่าไปวันๆ

                ต้องระดมเอกชน ช่วยกัน "ตีรุก" ปลุกศักยภาพประเทศและการแพทย์ "สร้างโอกาส" ให้ประเทศ

                "น้ำนิ่ง" คือ "น้ำเน่า" ครับ! 

โดนแล้ว!บิ๊กตู่เด้งอธิบดีกรมการค้าภายในเซ่นหน้ากากอนามัย


 

15 มี.ค.63-  พล.อ.ประยุทธ์​ จันทร์โอชา​ นายกรัฐมนตรี​ และรมว.กลาโหม​ ได้ลงนามในคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี​ ที่80/2563​เรื่อง ให้ข้าราชการมาปฏิบัติราชการสำนักนายกรัฐมนตรี​ ใจความว่า เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนในการบริหารจัดการของรัฐบาลภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19)ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย​ กรณีมีประเด็นทางสังคมกี่ยวกับการกักตุนและจำหายหน้ากากอนามัยซึ่งสมควรมีการตรวจสอบเพื่อให้เกิดความชัดเจน ถูกต้องโปร่งใส และเป็นธรรมตลอดจนเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่การบริหารราชการของกรมการคภายใน อาศัยอำนาจตามความในมาตร 11 (3) และ (4)แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2534 นายกรัฐมนตรีจึงมีคำสั่งให้ นายวิชัย โภชนกิจ ตำแหน่ง อธิบดีกรมการค้าภายใน (นักบริหารระดับสูง)ข้าราชการพลเรือนสามัญกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์มาปฏิบัติราชการสำนักนายกรัฐมนตรีโดยไม่ขาดจากอัตราเงินเดือนทางสังกัดเดิม จนกว่าจะมีการตรวจสอบแล้วหรือมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงโดยระหว่างการปฏิบัติราชการสำนักนายกรัฐมนตรีให้ช้ราชการดังกล่าวปฏิบัติราชการเกี่ยวกับการตรวจราชการโดยในการปฏิบัติหน้ที่ให้อยู่ในความควบคุม กำกับดูแลของปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี​ 

อนึ่ง เพื่อให้การบริหารราชการของกรมการค้าภายในเป็นไปอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพให้กระทรวงพาณิชย์พิจารณดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องเพื่อแต่งตั้งผู้รักษาราชการแทนต่อไปทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

'ก้าวไกล' เคาะแล้ว กรรมการบริหารพรรค


 

14 มี.ค.63 - พรรคก้าวไกล​ ฝั่งธนบุรี​ นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร โฆษกพรรคก้าวไกล แถลงว่า ที่ประชุมใหญ่วิสามัญพรรคก้าวไกลมีมติเป็นเอกฉันท์เลือกนายพิธา  ลิ้มเจริญรัตน์  เป็นหัวหน้าพรรค  นายชัยธวัช ตุลาธน เป็นเลขาธิการ  นายณกรณ์พงศ์ ศุภนิมิตตระกูล  เป็นนายทะเบียน  นางสาวณธีภัสร์ กุลเศรษฐสิทธิ์  เป็นเหรัญญิก  นายปดิพัทธ์ สันติภาดา  กรรมการบริหารสัดส่วนภาคเหนือ  นายสมชาย ฝั่งชลจิตร  เป็นกรรมการบริหารสัดส่วนภาคใต้น.ส.เบญจา แสงจันทร์  เป็นกรรมการบริหารสัดส่วนภาคตะวันออก  นายอภิชาติ ศิริสุนทร  เป็นกรรมการบริหารสัดส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นางอมรัตน์ โชคปมิตกุล เป็นกรรมการบริหารพรรคภาคกลาง นายสุเทพ  อู่อ้น  เป็นกรรมการบริหารสัดส่วนปีกแรงงาน  และนายวิโรจน์  ลักขณาอดิศร  เป็นโฆษกพรรค 

พร้อมคณะโฆษกพรรคอีก 3  คน ได้แก่ นายณัฐชา บุญไชยอินทร์สวัสดิ์ น.ส.สุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา และนายธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ 

ขณะที่รองหัวหน้าพรรค ที่ไม่ใช่คณะกรรมการบริหาร 4 คน ประกอบด้วย น.ส. ศิริกัญญา ตันสกุล   รองหัวหน้าพรรคฝ่ายนโยบาย  นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์  เป็นรองหัวหน้าพรรคฝ่ายกิจการสภา  นายณัฐวุฒิ บัวประทุม  เป็นรองหัวหน้าพรรคฝ่ายกฎหมาย  และพล.ต.ต. สุพิศาล ภักดีนฤนาถ รองหัวหน้พรรคฝ่ายการเมืองและกิจการพิเศษ

สำหรับ ส.ส.อดีตพรรคอนาคตใหม่ ที่เดินทางมาสมัครสมาชิกพรรคก้าวไกลในวันนี้ มีทั้งหมด 50 คน โดยนายจุลพันธ์ โนนศรีชัย  ส.ส.บัญชีรายชื่อ ย้ายไปสมัครสมาชิกพรรคชาติไทยพัฒนาแล้ว

ส่วนอีก 4 คน คือนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.กทม.  กักตัวเอง 14 วัน เพื่อดูอาการและป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 เนื่องจากเดินทางไปต่างประเทศมา  นายกัญจน์พงศ์ จงสุทธนามณี ส.ส.บัญชีรายชื่อ ป่วยไม่สามารถมาร่วมประชุมวันนี้ได้ นายองค์การ ชัยบุตร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ที่อยู่ระหว่างการใส่เฝือกขาและทำกายภาพบำบัด  และนายวินท์ สุธีรชัย ส.ส.บัญชีรายชื่อ ที่ไม่ได้เดินทางมาร่วมประชุมในวันนี้และยังไม่ได้แสดงเหตุผล  อย่างไรก็ตามนายวิโรจน์ ได้ประกาศบนเวทีว่าพรรคก้าวไกล มีส.ส.ทั้งหมด 54 คน

โดยมีรายงานว่า ผู้ที่ไม่ได้มาร่วมประชุมได้ฝากใบสมัคร และชำระค่าสมาชิกพรรคตลอดชีพมาแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พรรคก้าวไกลยังได้เปิดตัว โลโก้พรรคก้าวไกล มีลักษณะเป็นหัวลูกศรสีส้ม หมายถึงหัวลูกศรที่พร้อมพุ่งไปยังเป้าหมาย ที่อยู่ข้างหน้า และใช้สีส้มเป็นสีประจำพรรค หมายถึง "แสงสว่างแห่งรุ่งอรุณ"

หัวหน้าเพื่อไทย คอนเฟิร์มสส.ส้มหวานไม่ไป 'ก้าวไกล' 25 เสียง เตรียมขอเสียงสส.ฝ่ายรัฐบาลเปิดประชุมสภาฯถกโควิด-19


 

แฟ้มภาพ

14 มี.ค.63 - รายงานข่าวจากแกนนำพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า สำหรับกรณีที่พรรคเพื่อไทยมีมติว่า จะเสนอญัตติเปิดสมัยประชุมวิสามัญ ของสภาผู้แทนราษฎร ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 123 เพื่อพิจารณาการแก้ไขปัญหาการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 การแก้ไขปัญหาภัยแล้ง การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง และการแก้ไขปัญหาการชุมนุมของนักศึกษาในประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อขอความคิดเห็นจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนั้น 

ล่าสุด นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และผู้นำฝ่ายค้านในสภาฯ ได้แจ้งว่า จะเป็นผู้ไปเจรจากับพรรคร่วมฝ่ายค้านรวมถึงฝ่ายรัฐบาลเพื่อขอความร่วมมือด้วยตัวเอง เนื่องจากการจะขอเปิดสมัยประชุมวิสามัญของสภาฯ นั้น จะต้องใช้เสียง 1 ใน 3 ของสมาชิกรัฐสภา หรือประมาณ 250 เสียง ซึ่งขณะนี้พรรคร่วมฝ่ายค้านอาจจะมีส.ส.เหลืออยู่ประมาณ 220 กว่าคน 

"เนื่องจากส.ส.อดีตพรรคอนาคตใหม่คาดว่าจะหายไป 25 คน ที่คาดกันว่าจะไม่ย้ายไปสังกัดพรรคก้าวไกล ดังนั้น ถ้าหากฝ่ายรัฐบาลเห็นถึงปัญหาร่วมกัน เห็นถึงประโยชน์ในการที่ทุกฝ่ายจะมาระดมสมองร่วมกัน ก็จะทำให้ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลมาร่วมลงชื่อด้วย ขณะที่ส.ว.นั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยหากฝ่ายรัฐบาลไม่เอาด้วย" นายสมพงษ์ ระบุ

 

'พุทธิพงษ์'จ่อหารือเครือข่ายมือถือหนุนหน่วยงานรัฐ-เอกชนทำงานที่บ้าน


 

15 มี.ค.63 - ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวถึงการใช้แอพพลิเคชั่น SydeKick สำหรับใช้ในการติดตามผู้ที่จำเป็นต้องกักกันตัวในบ้าน ว่า แอพพลิเคชั่นดังกล่าวทำมาแล้วตั้งแต่วันที่ 12 มี.ค.ที่ผ่านมา โดยใช้ระบบเอโอทีทั้งหมด ซึ่งได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีทั้งจากบริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท.  สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) และกระทรวงคมนาคม  ซึ่งกรณีของกลุ่มคนที่ใช้แอพพลิเคชั่นมี  2 กลุ่ม คือ นักท่องเที่ยวที่มาจากประเทศกลุ่มเสี่ยง ได้มีการประสานให้โหลดแอพพลิเคชั่นและกรอกข้อมูล ซึ่งในแอพพลิเคชั่นจะมีการถ่ายรูปพาสปอร์ต บอร์ดดิ้งพาส โดยข้อมูลทั้งหมดจะถูกเก็บไว้ที่กรมควบคุมโรคในช่วงที่จำเป็น 

นายพุทธิพงษ์ กล่าวอีกว่า ส่วนอีกกลุ่ม เป็นกลุ่มอื่นๆที่เดินทางเข้ามา โดยเราได้ทยอยขอความร่วมมือไป ขณะนี้กำลังประสานกับกระทรวงคมนาคมในการขอความร่วมมือตั้งแต่ต้นทาง เมื่อกลุ่มคนดังกล่าวเดินทางเข้ามาประเทศอาจจะให้มีวิดีโอสั้นๆบนเครื่องบิน เพื่อขอความร่วมมือเมื่อลงจากเครื่องบินให้กรอกข้อมูล เพื่อจะได้ไม่เสียเวลา นอกจากนี้ กำลังประสานกับนักท่องเที่ยวที่อาจจะเริ่มมีปัญหาไม่ได้เตรียมโทรศัพท์มือถือหรือเบอร์ เราจะพยายามประสานสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)​ อาจจะขอซิมการ์ดฟรี 14 วันให้คนกลุ่มดังกล่าว เพื่อให้คนที่เข้าประเทศไทยสามารถสื่อสารกันได้ตลอดเวลา รวมถึงกลุ่มที่ 2 เป็นกลุ่มที่เข้ามาแล้วจะถูกส่งตัวไปยังภูมิลำเนา หรือ ไปกักตัวที่บ้าน ซึ่งใช้แอพพลิเคชั่นเอโอทีเหมือนกัน แต่อาจจะมีรายละเอียดมากขึ้นในการติดตามตัว อย่างไรก็ตาม แอพพลิเคชั่นดังกล่าวจะทำงานประสานกันระหว่างกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงมหาดไทย มีเจ้าหน้าที่ทำงานร่วมกันตลอด แอพพลิเคชั่นดังกล่าวช่วยเจ้าหน้าที่ติดตามตัวผู้ป่วยมากขึ้นให้เห็นเป็นเรียลไทม์

 

เมื่อถามถึงกรณีข่าวเฟคนิวส์ต่างๆในเรื่องโควิด-19 มีการดำเนินการจับกุมอย่างไรบ้าง นายพุทธิพงษ์ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 13 มี.ค.ที่ผ่านมามีการส่งเจ้าหน้าที่ไป 15 ชุด ในการจับกุมคนที่ปล่อยเฟคนิวส์ออกมา โดยจับกุมได้ 5 รายและรับตัวมาดำเนินคดีที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.)แล้ว ซึ่งจะมีการดำเนินคดีทุกรายไม่มีเว้น และจะทำต่อไปเรื่อยๆ ทั้งนี้ อยากขอความร่วมมือว่าในสถานการณ์แบบนี้ไม่อยากให้คนที่มีข้อมูลไม่ครบถ้วนจะด้วยตั้งใจ หรือไม่ตั้งใจก็ตามอยากให้ศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนมีการแชร์ เพราะจะกระทบกับสังคมโดยรวม ก่อให้เกิดความตื่นตระหนก

“สิ่งที่ดีที่สุดในการหยุดเฟคนิวส์ คือ เมื่อได้รับข่าวสารนั้นมาแล้ว ได้อ่านแล้ว แต่ไม่มั่นใจ ไม่ชัวร์ว่าข้อมูลนั้นมาจากไหนก็ขอให้หยุดที่ตัวเอง ไม่ต้องแชร์ส่งต่อไป จะทำให้ข่าวเฟคนิวส์นี้หยุดได้ที่ตัวท่านเอง จึงอยากขอความร่วมมือคนไทยทุกคน สำหรับเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานอย่างเต็มที่ทุกวัน เพราะไม่อยากให้สังคมถูกชี้นำด้วยข่าวปลอมหรือเฟคนิวส์” นายพุทธิพงษ์ กล่าว

เมื่อถามว่ามีความเป็นไปได้หรือไม่ที่จะให้หน่วยงานราชการบางหน่วยงานหรือเจ้าหน้าที่บางคนทำงานที่บ้าน นายพุทธิพงษ์ กล่าวว่า ในวันที่ 16 มี.ค.จะมีการร่วมมือกันระหว่างระหว่างโอเปอร์เรเตอร์และผู้ให้บริการทุกเครือข่ายในประเทศ รวมไปถึงไมโครซอฟ บริษัทไลน์ และกูเกิล จะมีการแถลงข่าวร่วมกันในการที่จะสนับสนุนการทำงานที่บ้าน ซึ่งจะเป็นระบบที่ทุกคนสามารถใช้ได้โหลดฟรีและไม่ไปกระทบแพ็คเกจโทรศัพท์ปัจจุบันที่ใช้อยู่  ใช้เพื่อประชุมสัมมนา ถือเป็นการสนับสนุนให้ภาครัฐ เอกชน และรัฐวิสาหกิจใช้ช่องทางดังกล่าวในการทำงานที่บ้าน เพื่อลดการเดินทางและป้องกันกลุ่มเสี่ยงด้วย.

นายกฯยันรัฐบาลทุ่มสรรพกำลังสู้โควิด-19 พร้อมเปิดรพ.ศูนย์เฉพาะหากเข้าระดับ3 วอนไม่ต้องกักตุนอะไรมาก


 
 

15 มี.ค.63 -พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุม ว่า การมาประชุมในวันนี้เพราะนายกฯมีความกังวล ว่าจะสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนได้อย่างไร จึงมานั่งไล่ตรวจสอบกันในทุกหน่วยงานตามมาตรการที่ได้ประกาศออกไปแล้วว่าทำไปได้แค่ไหนอย่างไร และปัญหาอยู่ตรงไหน รวมทั้งได้ทบทวนถึงสิ่งต่างๆที่ทำลงไปรวมถึงหน้ากากอนามัย​ วันนี้ตนเองสั่งให้ไปรวบรวมเกี่ยวกับเรื่องของหน้ากากอนามัยว่าในส่วนที่นำเข้ามาจากต่างประเทศนั้นมีประเทศใดบ้าง​ กำลังตรวจสอบยอดที่เข้ามาว่ามีจำนวนเท่าไหร่ เพื่อดูว่ายอดที่นำเข้ามากับยอดที่ผลิตในประเทศรวมแล้วมีจำนวนเท่าไหร่ มีพอเพียงหรือไม่ ขณะเดียวกัน ได้สั่งให้มีการไปเพิ่มมาตรการเกี่ยวกับการผลิตตามสายผลิตของโรงงานต่างๆให้เพิ่มมากขึ้น โดยมีมาตรการที่รัฐสนับสนุนและส่งเสริม​ ซึ่งอาจต้องใช้เวลาบ้าง  อีกทั้งได้มีการหารือกับประเทศผู้ผลิตวัตถุดิบโดยเฉพาะการประสานกับทางจีน เนื่องจากวัตถุดิบส่วนใหญ่นำเข้าจากประเทศจีน นอกจากนี้ เรากำลังเร่งพัฒนาหน้ากากอนามัยทางเลือก ซึ่งสามารถใช้กับบุคคลทั่วไป โดยเฉพาะบุคคลที่ไม่ได้ไปใกล้ชิดกับกลุ่มเสี่ยงหรือพื้นที่เสี่ยง เรื่องเหล่านี้ประชาชนจะต้องเกิดความเข้าใจ

พล.อ.ประยุทธ์​ กล่าวว่าในที่ประชุมได้มีการพูดคุย ถึงการเตรียมมาตรการรองรับหากสถานการณ์เข้าสู่ระยะที่ 3 ว่ากระทรวงการต่างประเทศจะต้องทำอะไร เตรียมการในส่วนใดบ้าง  ฝ่ายความมั่นคงต้องไปพิจารณาว่าจะต้องใช้กฎหมายใดเพื่อเพิ่มเติมเป็นพิเศษ การประกาศนั้นง่ายอยู่แล้ว​ แต่สิ่งสำคัญเราต้องมาดูผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจะต้องทำอย่างไร ทั้งเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เศรษฐกิจ และเรื่องสุขภาพล้วนแต่เป็นสิ่งสำคัญทั้งสิ้น ยอมรับว่าวันนี้ประชาชนเดือดร้อนเยอะ จึงอยากขอร้องว่าวันนี้ยังไม่ถึงขั้นตอนที่จะต้องไปกักตุนอะไรนักหนา ผมคิดว่าอย่าไปกลัวถึงขนาดนั้นเลย วันนี้เรามีมาตรการเพิ่มเติมขึ้นมา ทั้งในเรื่องการติดตามตัว การใช้แอพพลิเคชั่นต่างๆกำลังพิจารณาดูว่าจะบังคับใช้กับทุกคนได้หรือไม่ เพราะบางครั้งก็ติดในเรื่องของสิทธิส่วนบุคคล จะต้องได้รับการยินยอมจากเจ้าตัว

พล.อ.ประยุทธ์ ระบุด้วยว่า วันนี้เราต้องแยกการปฏิบัติในส่วนของคนไทย และในส่วนของชาวต่างประเทศ ซึ่งทั้งหมดเป็นมาตรการที่เสนอมาโดยคณะแพทย์ อย่าลืมว่านายกรัฐมนตรีไม่ใช่หมอ นายกรัฐมนตรีเป็นผู้บริหาร เราก็ต้องฟังหมอเป็นหลัก ซึ่งวันนี้หมอที่มาร่วมประชุมไม่ใช่หมอเฉพาะกระทรวงสาธารณสุข แต่มีหมอจากภายนอกเข้ามา​ ซึ่งมีหมออาวุโส ผู้เชี่ยวชาญ เพราะประเทศไทยมีโรคระบาดเกิดขึ้นหลายโรคแล้ว วันนี้ทุกฝ่ายได้เข้ามาช่วยกันทั้งหมด เว้นแต่บางคนที่ยังเข้ามาไม่ได้​ เพราะบางครั้งยังพูดไม่ตรงกัน ซึ่งไม่ใช่ว่าจะต้องพูดตรงกับรัฐบาลแล้วถึงจะให้เข้ามาร่วมทำงาน เพียงแต่เราต้องฟังเหตุและผลด้วยกัน ช่วงนี้จึงต้องขอความร่วมมือจากทุกคน ตนเองให้ความสำคัญกับทุกคน วันนี้คนไทยที่กลับจากต่างประเทศเราก็มีมาตรการดูแลทั้งนักศึกษาทุนเอเอฟเอส และแรงงาน เพราะทุกคนก็ต้องการกลับบ้าน เราต้องมาดูถึงมาตรการการคัดกรอง ทั้งเรื่องของสถานที่ อย่างที่ศูนย์สัตหีบเราก็ยังมีการใช้อยู่ ไม่ได้สั่งปิดหรือเปิด เมื่อมีคนเข้ามาและจำเป็นต้องเข้าไปใช้ก็ต้องใช้

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า   สำหรับเรื่องโรงพยาบาลในอนาคตตนเองได้ให้แนวทางไปว่าควรจะมีการจัดตั้งโรงพยาบาลที่เปิดเป็นศูนย์เฉพาะกิจในการรักษาพยาบาลโรคไวรัสโคโรนา ถ้าสถานการณ์เข้าสู่ระยะที่ 3 ซึ่งขณะนี้มีสถานที่แล้วเป็นโรงพยาบาลที่สร้างใหม่​ แต่ยังไม่ได้เปิดใช้งาน มีจำนวนเตียงประมาณ 100 เตียง จะใช้เป็นโรงพยาบาลศูนย์เฉพาะกิจสำหรับโรคโควิด-19โดยเฉพาะ ถือเป็นมาตรการรองรับในอนาคตในส่วนของอุปกรณ์และเครื่องมือต่างๆก็ให้มีการเสนอขึ้นมาซึ่งรัฐบาลพร้อมทุ่มสรรพกำลังกำลังในตรงนี้ถือเป็นหน้าที่ของรัฐบาลสนับสนุนทุกเรื่องที่เป็นความต้องการของหน่วยงานภาครัฐจากมติของคณะกรรมการโรคระบาดแห่งชาติ.

 

'บิ๊กตู่'ชี้เปรี้ยงปิดผับ-สถานบันเทิง-สนามมวย หากจำเป็นต้องปิดหมด


 

15 มี.ค.63 - เมื่อเวลา11.30 น.ที่ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (โควิด-19) หรือ ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมถึงข้อเสนอให้มีการปิดผับและสถานบันเทิงในพื้นที่เสี่ยง ว่า ในเรื่องของสถานบันเทิงได้มีการหารือแล้ว ขณะนี้กำลังดูว่าถ้าขอความร่วมมือได้ก็จะขอความร่วมมือ ในส่วนที่มีปัญหาอยู่ต้องดูว่าเขาพร้อมที่จะปิดตัวเองหรือยัง และเมื่อถึงเวลาจำเป็นก็อาจต้องปิดทั้งหมด แต่สิ่งนี้คืออีกขั้นตอนหนึ่ง เรื่องนี้ไม่ใช่ว่าเราทำช้าแต่ต้องคำนึงถึงหลายๆ ส่วน ไม่ว่าจะเป็นสนามกีฬา สนามมวย ผับต่างๆ ขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังไปหารือกันว่าควรมีมาตรการอย่างไร​ เรื่องนี้เราต้องฟังจากหมอว่าจะควบคุมอย่างไร ไม่ใช่อะไรก็จะให้นายกฯสั่งตาม ใครอยากได้อะไรตนเองจะต้องสั่ง ทำงานอย่างนี้ไม่ใช่ นับจากนี้ไปตนเองจะพูดให้น้อยลงก็แล้วกัน พูดเยอะเดี๋ยวกลายเป็นหมอตู่ไปอีก

เมื่อถามถึงข้อเสนอให้ประชาชนสามารถตรวจเชื้อหาเชื้อไวรัสโควิดฟรี เพื่อเป็นอีกวิธีในการป้องกันการแพร่ระบาด พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เรื่องนี้มีการเสนอแล้วโดยจะมีการใช้กฎหมายกรณีเจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤต มีสิทธิทุกที่”หรือยูเซ็ป (Universal Coverage for Emergency Patients : UCEP)ที่ เริ่มประกาศใช้ตั้งแต่เมื่อวันที่ 1 เม.ย.60 โดยให้ผู้ป่วยในทุกสิทธิ์การรักษาที่เจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤต สามารถเข้ารับการรักษายังโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้ที่สุด ณ จุดเกิดเหตุได้ รวมถึงโรงพยาบาลเอกชน ในช่วงเวลา 72 ชั่วโมงแรก ขณะนี้กำลังดำเนินการอยู่ ซึ่งต้องให้หมอเป็นผู้อธิบาย ตนเองไม่ใช่หม

เมื่อถามถึงการบูรณาการเรื่องของการท่าอากาศยานตามสนามบินต่างๆ นายกฯ​ กล่าวว่า วันนี้นายกฯบูรณาการภาพรวมทั้งหมดตั้งแต่ต่างประเทศ สนามบิน พื้นที่ควบคุม ส่วนภาคปฏิบัติมีการบูรณาการกันอยู่แล้ว ถ้าเรามัวฟังแต่ในสื่อทุกอย่างก็มีปัญหา เราต้องยอมรับว่าสถานการณ์ไม่เคยเกิดขึ้นมานานแล้ว ดังนั้นเมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้นมาย่อมมีความยุ่งยาก สับสนพอสมควร เนื่องจากต้องดูแลคนจำนวนมาก ทั้งในและต่างประเทศมีการเข้าและออก วันนี้เจ้าหน้าที่ทำจนสามารถเข้ามาในระบบ 

"ยืนยันว่าการบริหารจัดการรัฐบาลและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องไม่ได้ล่าช้า เพียงแต่หลายอย่างต้องอาศัยความเข้าใจเนื่องจากมีคนจำนวนมากในการทำงานร่วมกัน อย่างวันนี้มีคนเข้าประเทศลดลงเยอะมากซึ่งสถิติก็มีอยู่แล้ว เที่ยวบินก็ลดลงจำนวนคนที่เคย เข้ามาวันละ60,000- 70,000 คน วันนี้เหลือเพียง 6,000 คน เป็นปัญหาที่ตามมา​ ซึ่งต้องมาคิดดูว่าจะทำอย่างไรกันต่อไป แต่วันนี้สุขภาพถือเป็นเรื่องสำคัญที่สุด".

ผบ.ทสส.'สั่งยกระดับมาตรการเข้มเฝ้าระวังโควิด-19


 

15 มี.ค.63-พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด(ผบ.ทสส.) สั่งให้หน่วยขึ้นตรงของกองบัญชาการกองทัพไทยทุกหน่วย ยกระดับมาตรการในการควบคุมสถานการณ์ของโรค COVID-19 โดยกำหนดให้กำลังพลทุกระดับ เฝ้าระวังโรคฯ ดังกล่าวอย่างเข้มข้น เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อ Covid-19 ในกองบัญชาการกองทัพไทย โดยให้กำลังพลทุกนายปฏิบัติตนใน 2 ประเด็นหลักอย่างเคร่งครัด ได้แก่ 1. ความปลอดภัยของตนเองและครอบครัว โดยการงดเดินทางไปยังต่างประเทศ หรือการเดินทางไปในพื้นที่เสี่ยงหรือพื้นที่แออัด งดการสังสรรค์ สมาคมร่วมกับคนหมู่มาก หากเกิดอาการป่วยหรือสัมผัสใกล้ชิดกับกลุ่มเสี่ยง จะต้องปฏิบัติตนตามข้อกำหนดอย่างเคร่งครัด เพื่อไม่เป็นการแพร่กระจายเชื้อโรคไปสู่ผู้อื่น ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญสูงสุด 2. หากมีการเดินทางไปยังพื้นที่เสี่ยงขอให้ปฏิบัติตามขั้นตอนของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด และรายงานให้หน่วยต้นสังกัดทราบทันที เพื่อแสดงออกถึงความรับผิดชอบต่อสังคมส่วนรวม

ทั้งนี้ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้นของกองบัญชาการกองทัพไทย เน้นย้ำมาโดยตลอดว่ากองบัญชาการกองทัพไทยจะต้องเป็นหน่วยปลอดโรค COVID-19 พร้อมทั้งเพิ่มมาตรการกวดขัน และชี้แจง สร้างความตระหนักรู้ให้แก่กำลังพลในสังกัดและครอบครัว รวมทั้งให้ปฏิบัติตนตามมาตรการที่ทางราชการกำหนดอย่างเคร่งครัด เพื่อร่วมกันป้องกันและลดการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 อันจะเป็นการสร้างบรรทัดฐานและสร้างความรับผิดชอบต่อตนเองและประเทศชาติต่อไป

 

มข.พอกันที! แฟลชม็อบนักศึกษา หรอมแหรม


 

14 มี.ค.63 -  เมื่อเวลา 18.30 น.ที่ลานเอนกประสงค์ ข้างคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) ได้กำหนดจัดกิจกรรม "ขอนแก่นพอกันที ครั้งที่ 2" ซึ่งกำหนดจัดกิจกรรมขึ้นโดยนักศึกษา จากคณะต่างๆของ มข. ต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 2 โดยมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมค่อนข้างบางตากว่าครั้งแรก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าการจัดกิจกรรมดังกล่าว คณะนักศึกษาได้จัดให้มีกิจกรรมการแสดงออกของผู้ที่เข้าร่วมชุมนุม ด้วยการนำผ้าขาวมาวางไว้บริเวณทางเข้าเพื่อให้ผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรม ได้เขียนถึงรัฐบาลและระบายความในใจผ่านข้อความที่เขียนลงในป้ายผ้าดังกล่าว 

ขณะเดียวกันบนเวทีกลุ่มแกนนำนักศึกษา ต่างพากันหมุนเวียนสับเปลี่ยนกันขึ้นปราศรัยโจมตีการทำงานของรัฐบาลในด้านต่างๆ โดยเฉพาะกับสถานการณ์และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นของการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิท-19 ว่ารัฐบาลล้มเหลวในการบริหารเหตุการณ์และการแก้ปัญหาอย่างชัดเจน

กลุ่มนักศึกษาที่มาร่วมกิจกรรมในครั้งนี้บอกว่าไวรัสก็ต้องกลัว หนังสือก็ต้องอ่าน รัฐบาลก็ต้องไล่ โดยมีการตั้งโต๊ะคัดกรองผู้เข้าร่วมชุมนุม รวมทั้งการแจกจ่ายเจลล้างมือและหน้ากากอนามัยให้กับผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรมตามมาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิท-19 ในการจัดกิจกรรมครั้งนี้อย่างเข้มงวดด้วย.

 

'สธ.'แจงปชช.สงสัยป่วยโควิด-19ตรวจ-รักษาฟรีทุกรพ.


 

15 มี.ค.63-นพ.รุ่งเรือง กิจผาติ ที่ปรึกษาระดับกระทรวงและโฆษกกระทรวงสาธารณสุข  กล่าวถึงกรณีหลายภาคส่วนมีเสียงสะท้อนค่าตรวจโรคโควิด-19 มีราคาแพงว่า ตามปกติหากใครก็ตามมีอาการไม่สบาย เช่น มีไข้ เป็นหวัดหรือน้ำมูกและประวัติเสี่ยง สามารถไปที่โรงพยาบาลที่แต่ละคนมีสิทธิ ซึ่งจะไปเองหรือให้เจ้าหน้าที่ไปรับก็ได้ โดยจะได้รับการตรวจและรักษาฟรีในทุกโรงพยาบาล เพราะทุกคนมีทั้งสิทธิของข้าราชการ สิทธิตามหลักประกันสุขภาพ หรือแม้แต่สิทธิประกันสังคม แต่มีหลักเกณฑ์จะต้องมีอาการป่วยและประวัติเสี่ยงสัมผัส รวมถึงนโยบายเจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤต มีสิทธิทุกที่(UCEP) หากเจ็บป่วยภายใน 72 ชั่วโมงแรก สามารถเข้ารับการรักษาหรือช่วยชีวิตโดยไม่มีค่าใช้จ่ายใน 72 ชั่วโมงแรก ไม่ว่าจะในโรงพยาบาลไหนก็ตาม 

"ถ้าไม่มีอาการแล้วไปโรงพยาบาลจะไม่สามารถใช้สิทธิ UCEP ได้ ดังนั้นต้องมีอาการหอบอย่างหนัก ต้องสงสัยว่าเป็นโควิด-19 สามารถเข้าโรงพยาบาลไหนก็ได้ โดยใช้สิทธิ UCEP  ทั้งนี้โรงพยาบาลจะมีการคัดกรองและซักประวัติ แต่หากไม่มีอาการป่วย ขอความกรุณา ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องไปตรวจ เพราะตรวจไปก็ไม่มีประโยชน์ และเสียเงินด้วย ส่วนใหญ่ตรวจไปก็ไม่พบเชื้อ แต่ถ้ารู้ว่าตัวเองมีประวัติเป็นกลุ่มเสี่ยง เช่นสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันแล้วขอให้ติดต่อมายังกรมควบคุมโรค สายด่วน 1422 ได้ทันที​ จะมีเจ้าหน้าที่เข้าไปดูแล วันนี้ผู้ป่วยที่ได้รับยืนยันในแต่ละราย เราทำงานเต็มที่ เราติดตามคนที่ใกล้ชิด 40-170 ราย แต่ไม่ใช่ว่าคนเหล่านี้มีอาการแต่เป็นกลุ่มเสี่ยง"

ถามว่า การส่งตัวผู้ป่วยจากโรงพยาบาลเอกชนมายังโรงพยาบาลรัฐ นพ.รุ่งเรือง กล่าวว่า ขณะนี้โรงพยาบาลเอกชนเข้ามาร่วมมือ หากมีกรณีผู้ป่วยไปโรงพยาบาลเอกชน เขามีสิทธิพื้นฐานอยู่แล้ว ซึ่งผลตรวจจากห้องแล็ปก็ส่งมาได้เลยกระทรวงสาธารณสุขดูแลอยู่แล้ว ยกเว้นกรณีที่บางคนไปขอตรวจเอง หมอจะแนะนำว่าอย่าตรวจเลย แต่ถ้ายืนยันว่าจะตรวจให้ได้ก็จะเสียเงิน

ถามว่า หากผลตรวจจากห้องแล็ปออกจากโรงพยาบาลไหน ผู้ป่วยสามารถรักษาตัวที่โรงพยาบาลนั้นได้หรือไม่ โดยไม่ต้องส่งตัวมาที่โรงพยาบาลรัฐ นพ.รุ่งเรือง กล่าวว่า ผู้ป่วย 1 แสนกว่าคนทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย 90 เปอร์เซ็นต์ อาการไม่หนักมาก ศักยภาพของโรงพยาบาลเราดูแลได้ เราเตรียมความพร้อมของทีมแพทย์ให้คำปรึกษาทั้งประเทศและมีระบบรองรับ กรณีที่มีผู้ป่วยหนักบางราย ซึ่งมีจำนวนน้อยมากจะส่งมาที่โรงพยาบาลขนาดใหญ่ของเรา เช่น สถานบันบำราศนราดูรหรือโรงพยาบาลราชวิถี

 "ไม่อยากให้มากังวลเรื่องระยะใดก็ตาม เพราะสิ่งสำคัญคือ เปลี่ยนความกลัวเป็นความรู้ที่ถูกต้อง ป้องกันได้ เราต้องป้องกันตัวเอง และป้องกันไม่ให้ไปแพร่เชื้อสู่คนอื่น ร่วมรับผิดชอบต่อสังคม โรคนี้มียารักษาและกำลังจะมีวัคซีน ซึ่งโดยปกติเวลาเกิดการแพร่ระบาดของโรคสำคัญ เช่นเมื่อ 10 ปีก่อน ที่โรคไข้หวัดใหญ่ระบาด เมื่อเกิดโรค เราจะเก็บเชื้อไปพัฒนาเป็นวัคซีน มันมีวิธีการทำโดยใช้เวลา 6 เดือนถึง 1 ปีก็จะได้วัคซีนออกมา แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดไม่ได้อยู่ที่วัคซีน แต่อยู่ที่ว่าโรคนี้แพร่ระบาดจากการไอหรือจามที่เป็นละอองฝอย ดังนั้นผู้ป่วยต้องสวมหน้ากากอนามัยและหมั่นล้างมือ ซึ่งสิ่งสำคัญประชาชนต้องดูข้อมูลที่ถูกต้อง อย่าเพิ่งแชร์หรือทำอะไรก็ตาม ขอให้เช็คข้อมูลให้ถูกต้องก่อน ดูข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ได้ แต่ส่วนใหญ่เราไม่อ่านแต่ส่งต่อเลย ก็ต้องขอกราบวิงวอน ปัญหาวันนี้โรคโควิด-19 ไม่ใช่ปัญหาใหญ่​ แต่เป็นเรื่องสุขภาพทางจิตใจ"

เมื่อถามว่า พูดได้หรือไม่ว่า มาตรการปิดเมืองหรือปิดประเทศไม่มีทางเกิดขึ้นกับประเทศไทย นพ.รุ่งเรืองกล่าวว่า ตรงนี้เป็นส่วนที่เราจะต้องตัดสินต่อไปในอนาคตมันขึ้นอยู่กับสถานการณ์และมาตรการ ณ วันนี้สิ่งที่เราทำ เราไม่ได้ทำแบบไม่ได้วางแผน เรามีผู้ทรงคุณวุฒิ ระดับนานาชาติ ระดับองค์การอนามัยโลก มาร่วมกันคิดวิเคราะห์ ตัดสินใจและกำหนดมาตรการที่เหมาะสม และไม่ต้องห่วงสิ่งที่ประเทศไทยทำวันนี้ เราทำเกินกว่าสถานการณ์มีอยู่เสมอ อย่างแรกคือการเฝ้าระวัง การติดตาม เวลาเจอผู้ติดเชื้อ และที่สำคัญคือระบบรักษาพยาบาล โรงพยาบาลมีพร้อม หมอพร้อม ยาพร้อม ทุกอย่างพร้อมที่รองรับ ไม่ว่าสถานการณ์จะเกิดขึ้นรุนแรงที่สุดขนาดไหนก็ตาม จะไม่เป็นแบบอิตาลีเรายืนยัน นายกฯ กำชับเป็นอย่างดีต้องทำให้ดีที่สุด 

................................................................

15 มี.ค. 2563

 

 

 


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน