*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 4041
  • จำนวนผู้ชม : 2542410
  • จำนวนผู้โหวต : 527
  • ส่ง msg :
  • โหวต 527 คน
<< มีนาคม 2020 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 20 มีนาคม 2563
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 402 , 19:41:24 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน wullopp โหวตเรื่องนี้

สวัสดีครับ

         ผมพยายามจะเนความสนใจจากช่าวไวรัส โควัด19 19 2563 แต่ก็ไม่สำเร็0 เพราะความน่าห่วงและเพราะใกล้ตัว

มากเหลือเกิน ไม่มีทางเลือกเป็นอย่างอื่นอีกแล้ว

 

 

"รัตนสูตร" ที่อยู่เหนือศาสนา


 

 

               เก่งกันเหลือเกิ๊น.....

                รัฐบาลทำอย่างนั้นก็ไม่ดี อย่างนี้ก็ไม่ใช่ ต้องเปิดสภาให้พวกข้าเข้าไปสุมหัว

   รับรอง "สารคัดหลั่งเลว" ใช้ปราบโควิดได้แน่!

                เออ..เอากะมันซี

                ก็อยากจะบอกว่า ชั่วโมงนี้ มันไม่ใช่เวลาบ้าน้ำลาย              ฉะนั้น พวกกระจั๊วการเมืองทั้งหลาย

                แทะพรมเช็ดเท้าไปก่อนได้มั้ย?

                อย่าเพิ่งออกมาพล่านให้เกะกะตีน หมอ-พยาบาล-บุคลากรทางการแพทย์และนายกฯ เขาเลย

                เขาจะทำงานกัน!

                ศัตรูโจมตีพลโลกและพลไทยขณะนี้ คือเชื้อโรค "ล้างโลก"

                ต้องให้ "กองทัพแพทย์" เขาทำหน้าที่ได้เต็มที่

                ให้ขุนพลแพทย์ อดีต/ปัจจุบัน เป็น "เสนาธิการ" ออกแผนได้ถนัดถนี่ โดยไม่มีกลิ่นสกังค์ทำให้ผะอืดผะอม

                "รัฐบาล" วางตำแหน่งตัวเองอย่างที่นายกฯ ประยุทธ์วางตอนนี้ "ถูกแล้ว"

                มีหน้าที่ "คอยกดปุ่ม" และส่งกำลังบำรุง!

                ส่วนการเมืองทั้งในและนอกสภา แค่ไม่เอาตีนราน้ำ จบรายการโควิดนี้แล้ว

                ประชาชนจะเข้าชื่อ ขอเหรียญ "เชิดชูเกียรติ" ให้เอง

                เข้าใจกันตามนี้นะ!

                ส่วนชนชาวเราทั้งหลาย สถานการณ์อย่างนี้ อดทน-เสียสละ ด้วยเข้าใจกันบ้าง

                มันเจ็บ มันสูญเสียกันทุกคน มาก-น้อย เฉลี่ยกันไปตามต้นทุนชีวิตของแต่ละคน

                สถานการณ์นี้ มันสงคราม Set Zero เป้าหมายของมัน "เล็ก-ใหญ่" ฉิบหายหมดทั้งโลก

                เพื่อสู่จุด "ตั้งต้นนับ ๑" กันใหม่!

                ทั้งเศรษฐกิจ การค้า การเมือง การศึกษา การสังคม การสาธารณสุข นั่นคือ วิถีชีวิตใหม่ของพลโลก

                สถานการณ์ที่เกิดขณะนี้ ไทยเรา ก็เหมือนทุกประเทศที่ร่วมเป็นสังคมโลก

                ต่างเป็นผู้ "ถูกกระทำ"

                แต่ต้องรับผลในกรรมที่ทุกคนไม่ได้ก่อนั้น ถ้วนหน้ากันหมด หรือพูดอีกที มันเป็นผลของ "กรรมร่วม" ที่มนุษย์โลกก่อ

                ดังนั้น มีคำเดียวที่ผมขอบอก

                อย่าโวยวาย......

                อย่าเอาปัญหาตัวเองเป็นใหญ่ แล้วโยนเป็นปัญหาสังคมชาติ!

                พวกเสี่ย "กุมเศรษฐกิจชาติ" ทั้งหลายก็เช่นกัน

                เสี่ยช้าง, เสี่ยซีพี, เสี่ยเซ็นทรัล, เสี่ยคิง เพาเวอร์, เสี่ยคีรี, เสี่ยสารัชถ์ และอีกหลายเสี่ย ที่ผูกขาดรวย ขณะนี้

                อย่าใช้โอกาสที่เหนือกว่า.......

                ในขณะที่ประชาชนล้มคว่ำคะมำหงาย ตักตวง "ทรัพย์ในดิน-สินในน้ำ" โดยไม่สำรอกอะไรออกมาเจือจาน ให้เห็นน้ำใจต่อกันบ้าง ในยามคนร่วมชาติ พบวิบัติ-วิบาก

                รัฐบาลก็เช่นกัน......

                อย่าเป็น "รัฐบาลพ่อค้าเลี้ยง-พ่อค้าสั่งได้"

                นาทีนี้ ลมหายใจเข้าของนายกฯ ต้องพี่น้องประชาชนเท่านั้น ลมหายใจออก ก็ต้องพี่น้องประชาชนเท่านั้น

                สาธารณูปโภคทั้งหลาย ประปา ไฟฟ้า โทรศัพท์ ค่ารถเมล์ เรือเมล์ รถไฟ รถไฟฟ้า ทุกอย่าง

                ด้วยราคาน้ำมันวันนี้ บาร์เรลละ ๒๐ เหรียญฯ แนวโน้มจะลดลงอีก

                ถอยร่นไปอยู่ ณ ปี พ.ศ.๒๕๐๘ ตอนนั้น เบนซินตามปั๊ม ลิตรละ ๓ บาท

                ตอนนี้ ก็ไม่ต้องถึงขนาดนั้นหรอก แต่รัฐบาลต้องใช้ "หัวอกชาวบ้าน" ยามนี้เป็นตัวตั้ง กองทุนน้ำมัน และภาษีตอด ไม่ใช่ตัวตั้ง

                ปรับลงมา......

                ปรับอยู่แล้วก็จริง แต่ต้องทำให้ประชาชนเห็นความจริงใจ ให้จนเห็นอกจนด้วยกัน แล้วจะได้ใจ

                น้ำมันลด ก็ต้องไปจี้ให้ลดภาระในสินค้าให้ประชาชนด้วย เพราะ "ต้นทุน" ลดแล้ว

                จงอยู่และบริหารเพื่อเป็นรัฐบาลมีประชาชนอยู่ในหัวใจ

                กลุ่มธุรกิจคุมชาติน่ะ....

                ไม่ได้อิจฉา ไม่ได้รังเกียจ และไม่ได้ตั้งแง่เขา ความจริง เขาก็มีส่วนร่วมให้ประเทศแกร่งเยอะ

                แต่นั่นแหละ ถึงเขาจะฉิบหายไปกับกลไกเซต-ซีโรโลกบ้าง รัฐบาลก็ไม่ต้องไปอินังเขาให้มากนักหรอก เพราะเขาปรับตัวได้เร็ว

                อินังรากและยอดหญ้าเถอะ.....

                ขาดพืชคลุมดินที่เรียก "หญ้า" แล้วโลกจะรู้สึก

                ฉะนั้น ถนอมรักษาให้เหลืองอมเขียวด้วยสูตร "เกษตรพอเพียง" ให้หยัดยืนคลุมทั่วผืนดินประเทศไว้เถอะ

                ตราบที่หญ้าไม่แห้งตาย........

                "เศรษฐกิจ-สังคม-ประเทศ" จะฟื้นและเติบโต เลี้ยงรากต้นไม้คือ "กลุ่มทุน" ให้รวยในสภาพ "ป่าใหญ่" คลุมทั้งประเทศ

                ฉะนั้น เศรษฐี-พ่อค้าทั้งหลาย เกลี่ยๆ รวยลงมาบ้าง

                ไม่ต้องรีบฉกรวย

                ในขณะที่ชนชาวรากหญ้า กำลังจะม้วย ต่อหน้า-ต่อตา

                เข้าใจตรงกันนะ!

                พุธที่ ๒๕ มีนาคม ๒๕๖๓ นี้ รัฐบาลอาราธนา "มหาเถรสมาคม" ขอพระคุณเจ้าได้โปรดเมตตา

                เจริญพระพุทธมนต์บท "รัตนสูตร" เป็นพุทธรัตนะ, ธรรมรัตนะ, สังฆรัตนะ สงเคราะห์ชาวโลกและชาวไทยด้วยเถิด

                ดั่งพุทธกาล ก่อน ๒๕๖๓ ปี.......

                ครั้งเมื่อพระเจ้าพิมพิสาร กราบอาราธนาพระพุทธองค์ ให้เสด็จไปเมืองเวสาลี

                ซึ่งขณะนั้น ประสบภัยธรรมชาติรุนแรง ทั้งโรคระบาด ทั้งแห้งแล้ง

                และเหล่าอมนุษย์ทั้งหลาย ไม่รู้จักแยกดี-แยกชั่ว ทำหยาบช้าต่อสังคม น่าเศร้า น่าเวทนานัก

                สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงรับอาราธนา เสด็จไปประทับใกล้เมืองเวสาลีก่อน

                จากนั้น ฝนก็ตกลงมาชำระล้างสิ่งสกปรกในเมือง

                พระพุทธองค์ทรงให้พระอานนท์เรียนพระสูตรบท "รัตนสูตร" บริกรรมทำน้ำพระพุทธมนต์ไปประพรมทั่วเมือง

                ความแห้งแล้ง โรคระบาด ก็หลีกหนี ความสวัสดี ความเป็นมงคลก็บังเกิด

                ชาวเมืองเวสาลี ดีใจกันยกใหญ่ ไปหาพระอานนท์ พระอานนท์ก็บอกไม่ใช่เพราะท่านหรอก

                หากแต่ด้วยองค์พระศาสดาเจ้าตะหาก ชาวเมืองจึงรบเร้าให้พระอานนท์พาไปหาพระพุทธเจ้า

                แล้วองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็ทรงแสดงธรรม "รัตนสูตร" อีกครั้ง ยังปีติ ปราโมทย์ ทั้งเทวดาและมนุษย์ทั่วกัน

                นี่.....

                ผมอ่านและจำที่หลายท่านนำในพระไตรปิฎกมาโพสต์เป็นธรรมทาน มาเล่าปะติด-ปะต่อ

                ก็ ๒๕ มีนา.นี่แหละ คณะสงฆ์ "ทั่วประเทศ" และทั้งในต่างประเทศ จะเจริญพุทธมนต์บทรัตนสูตรสงเคราะห์ชาวโลกพร้อมกัน

                จะเริ่มที่วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม "สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ" สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงเป็นประธานในพิธี

                วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร, วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร และวัดในต่างจังหวัดถ้วนทั่ว

                ๑๖.๐๐ น. คือตอน ๔ โมงเย็น วันที่ ๒๕ มีนา. พระสงฆ์ ๙ รูป จะเจริญพระพุทธมนต์

                ไม่ต้องไปรวมกันสดับที่วัดหรอก........

                มีถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ไปทั่วประเทศ ก็รับฟัง-รับชมอยู่กับบ้านนั่นแหละ ตั้งใจสดับให้ดี

                ความสวัสดี ความเป็นมงคล-พ้นภัย จะบังเกิดทั้งกับตัวเองและครอบครัว

                ตรงนี้ขอเสริมนิด....

                บางท่านอาจสงสัย เอ๊ะ...ฟังพระสวดหน้าจอโทรทัศน์ แล้วกระแสอานิสงส์กระแสธรรมจะมาได้-มาถึงหรือ

                ครับ...ถูกต้อง

                "ธรรมะ" คือ "สิ่งเป็นจริง-มีอยู่ตามธรรมชาติ"

                "ธรรมะ" จึงไม่ใช่คำสอนที่พระพุทธเจ้าบัญญัติขึ้นเอง อย่างที่หลายคนเข้าใจ

                เพียงแต่พระพุทธองค์ ทรงมีปัญญาญาณรู้แจ้ง แทงทะลุ สรรพสิ่ง เกิดขึ้น-ตั้งอยู่-ดับไป ไม่มีอะไรที่ไม่เปลี่ยนแปลง

                และที่สุดของที่สุด สรรพสิ่งที่มี ก็คือไม่มีสรรพสิ่งที่มี มีแต่เหตุและปัจจัย

                เมื่อสิ้นปัจจัยก็สิ้นเหตุ และเมื่อสิ้นเหตุก็สิ้นปัจจัย

                มีในไม่มี ไม่มีในมี

                ยึด-ทุกข์, ไม่ยึด-ทุกข์ไม่มี

                ธรรมะ "จบเท่านี้" ไม่มีคำว่า "พุทธศาสนา" เข้าไปผูกขาด เพราะ "ธรรม=ธรรมชาติ"

                พระพุทธเจ้า เพียงพระผู้รู้ ไม่ใช่ผู้บัญญัติในสิ่งที่ตรัสรู้

                เพราะเหตุนี้ พระพุทธมนต์ จะรัตนสูตร หรือสูตรไหนก็ตาม เป็นการสาธยายถึงจริงในความเป็นไปจริงตามธรรม

                ดังนั้น ก้าวข้ามความเป็น........

                พุทธ คริสต์ อิสลาม พราหมณ์ ซิกข์ ทุกลัทธิ-นิกาย สรุปรวมที่ มนุษยชาติใด "ใจนิ่ง-ใจสงบ" ในการสดับ

                ความสวัสดี ความเป็นมงคล ความสำเร็จ ดังประสงค์ ก็บังเกิดกับมนุษยชาตินั้น

                ผมไม่ได้กล่าวเอง พระพุทธองค์ตรัสบอกไว้ว่า

                ใจเป็นผู้นำสรรพสิ่ง

                ใจเป็นใหญ่กว่า (สรรพสิ่ง)

                สรรพสิ่งสำเร็จได้ด้วยใจ

                ถ้าพูดหรือทำสิ่งใดด้วยใจชั่ว

                ความทุกข์ย่อมติดตามตัวเขา

                เหมือนล้อหมุนตามเต้ารอยเท้าโค.

'หมอยง'เปรียบรบกับไวรัสโควิด-19เหมือนวิ่งมาราธอนไม่ใช่วิ่ง100เมตรจะหมดแรงเสียก่อน


 

 

20มี.ค.63-ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊ก Yong Poovorawan มีเนื้อหาดังนี้
การควบคุมโรคระบาด โควิด 19
แต่ละประเทศจะต้องมีมาตรการในการป้องกันควบคุม ตามบริบทของตัวเอง ที่เหมาะสม
เราต้องยอมรับว่า โควิด 19 ไม่สามารถที่จะกวาดล้างให้ได้หมดไป เพราะได้มีการระบาดใหญ่ทั่วโลกแล้ว
โควิด 19 นี้จะอยู่กับเราไปอีกนาน จนกว่าเราจะมีวัคซีนในการป้องกัน
ในแต่ละประเทศ จะต้องมีวิธีการควบคุม และลดการสูญเสีย ต่อมนุษย์ ทั้งร่างกายและจิตใจ รวมทั้งทางด้านเศรษฐกิจสังคม
การชะลอการ ระบาดของโรค โควิด 19 เป็นวิธีหนึ่งที่ถูกนำมาใช้ เพื่อให้ระบบสาธารณสุข ของเรารองรับการดูแลผู้ป่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
จนกว่าเราจะพร้อมเรื่องยารักษาโรค หรือมีวัคซีนในการป้องกัน
ขณะนี้เรื่องยารักษาโรค เราก็มองเห็นหนทางบ้างแล้ว แต่วัคซีนยังคงอีกนานพอสมควร
ประเทศจีนพร้อมที่จะช่วยเรา ในหลายมาตรการรวมทั้งยารักษาโรค favipiravir
บริบทในการควบคุมป้องกัน ลดจำนวนการระบาด ในแต่ละประเทศไม่เหมือนกัน
ประเทศจีนกับประเทศทางตะวันตก ที่มีเสรีประชาธิปไตย จึงมีความแตกต่างกัน
ไม่มั่นใจว่าการปิดเมือง จะทำได้จริงอย่างประเทศจีนหรือไม่ ในประเทศประชาธิปไตย และเป็นไปไม่ได้ที่เราจะปิด เมืองหรือประเทศเป็นระยะเวลายาวนาน
การวางแผนของประเทศจึงต้องหาจุดสมดุลที่ดีที่สุด ในการต่อสู้ระยะยาว ด้วยกำลังทรัพยากรที่มีอยู่
ปัจจุบันเรารู้แล้วว่า 80 % ของโรคนี้ไม่รุนแรง และมีจำนวนหนึ่งไม่มีอาการด้วยซ้ำ จะเป็นผู้แพร่กระจายโรค
ผู้ที่เสียชีวิตส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ หรือผู้ที่มีโรคประจำตัว
ผู้สูงอายุควรอยู่บ้าน และผู้ที่ออกนอกบ้าน ลูกหลานจะต้องเข้าใจว่าเราอาจจะนำเชื้อมาสู่ ท่านได้
การควบคุมป้องกันโรค ในขณะนี้ จึงจำเป็นที่จะต้องป้องกัน ให้มีผู้ป่วยเกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป เพื่อให้ระบบสาธารณสุข ของเรารองรับได้
ผู้ที่เป็นแล้วก็จะมีภูมิต้านทานขึ้น ไม่เป็นซ้ำอีก จนกว่าจะมีระดับภูมิคุ้มกันกลุ่มของประชาชนสูงถึงระดับหนึ่ง (เป็นแล้วไปจำนวนหนึ่ง) โรคจึงหยุดระบาด
เราต้องการวัคซีนมาเสริมภูมิต้านทานอีกจำนวนหนึ่ง เพื่อให้ได้ภูมิคุ้มกันกลุ่มเพิ่มขึ้นได้อีก
การต่อสู้กับโรคระบาดจึงต้องใช้ระยะเวลายาวนาน การต่อสู้จึงต้องมีขั้นตอน แบบค่อยเป็นค่อยไป ตามความเหมาะสม และบริบทของประเทศไทย
การรบครั้งนี้จึงเปรียบเทียบเหมือนการวิ่งมาราธอน ไม่ใช่วิ่ง 100 เมตร จะหมดแรงเสียก่อน

 

WHO ชมไทยรับมือสถานการณ์โควิด-19 ได้อย่างดีเยี่ยม


 

20 มี.ค.63 - ที่กระทรวงสาธารณสุข  นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขกล่าวภายหลังหารือกับนพ.แดเนียล เคอร์เทสซ์ (Dr. Daniel Kertesz) ผู้แทนอนามัยโลกประจำประเทศไทย ว่า ผู้แทนองค์การอนามัยโลกประจำประเทศไทย ชื่นชมประเทศไทยว่าสามารถรับมือกับสถานการณ์โรคโควิด-19 ได้อย่างดีเยี่ยม ไทยเป็นประเทศที่มีการวินิจฉัยผู้ติดเชื้อนอกประเทศจีนได้เป็นประเทศแรก และยังมีความเข้มแข็งในการติดตามผู้ติดเชื้อมารักษา ไม่ให้เกิดการแพร่เชื้อต่อได้อย่างทันท่วงที การที่กระทรวงสาธารณสุขได้ออกมาให้คำแนะนำประชาชนเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) เป็นสิ่งที่ดีมาก เป็นประโยชน์ต่อการควบคุม ป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด -19 ได้ดีกว่าการใช้วัคซีน

นายอนุทิน กล่าวอีกว่า สำหรับในช่วง 5 วันที่ผ่านมา จำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มมากขึ้น ทำให้เกิดข้อกังวลว่าเชื้อโควิด-19 จะแพร่สู่ชุมชน ทำให้การติดตามค้นหาผู้สัมผัสเป็นไปได้ยาก องค์การอนามัยโลกจึงเน้นให้ประชาชนป้องกันกันตนเองด้วย  มาตรการหลัก 4 ข้อ คือ 1.ล้างมือด้วยน้ำและสบู่ หรือเจลแอลกอฮอล์บ่อยๆ 2.หลีกเลี่ยงการสัมผัสใบหน้า ป้องกันเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายผ่านทาง ตา จมูก ปาก 3.หากไอ จาม ให้ใช้ข้อพับแขน หรือใช้กระดาษชำระปิด ปาก จมูก และทิ้งใส่ถุงขยะ และล้างมือทันที 4.สำคัญที่สุดคือการเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) มากกว่า 1 เมตร ซึ่งประเทศไทยได้ใช้มาตรการนี้อยู่แล้ว.

'วิษณุ' ไม่ทราบกระแสข่าวล็อกดาวน์ประเทศ รัฐบาลเตรียมการมา 2 สัปดาห์แล้ว


 

20 มี.ค.63 - ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีที่มีกระแสข่าวรัฐบาลจะประกาศล็อคดาวน์ประเทศไทยเพื่อสกัดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิดว่า ไม่ทราบ

เมื่อถามว่า​ คิดว่าสถานการณ์ตอนนี้ สมควรที่จะประกาศได้หรือยัง นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่รู้ ต้องแล้วแต่การพิจารณาของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง  แต่อย่างไรก็ตามทุกวันนี้แม้ว่าจะไม่ได้ประกาศ แต่เขาก็เตรียมการมา 2 สัปดาห์แล้ว  เพราะเขาก็ต้องเตรียมพร้อมไว้อยู่แล้ว.

...............................................................

 

 
 

18:48 น. เบิร์ธเดย์ 'บิ๊กตู่' ปีนี้ ตักบาตร-ทานข้าวกับครอบครัว งดรับกระเช้าของขวัญ

18:45 น. WHO ชมไทยรับมือสถานการณ์โควิด-19 ได้อย่างดีเยี่ยม

18:12 น. พิษโควิดไทยไลอ้อนแอร์ขอหยุดบินชั่วคราว

18:08 น. 'อัจฉริยะ'ยันไม่ติดโควิด-19โวยโดนนำภาพเก่าเข้าสนามมวยมาโจมตี

18:08 น. ‘แพรวา’เจ้าของเพลง‘รักติดไซเรน’เผยผลตรวจติดเชื้อ‘โควิด-19’

 

เบิร์ธเดย์ 'บิ๊กตู่' ปีนี้ ตักบาตร-ทานข้าวกับครอบครัว งดรับกระเช้าของขวัญ


 

20 มี.ค.63 - หลังจากที่ ครม.ได้ออกมาตรการการป้องกันการแพร่ระบาดไวรัสโควิด -19 ล่าสุด รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาลเปิดเผยว่า นายดิสทัติ โหตระกิตย์ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ได้มีคำสั่งไปยังสำนักเลขาธิการนายกฯ ให้มีการปรับวิธีการทำงานของสำนักเลขาธิการนายกฯ ทั้งเรื่องการเหลื่อมเวลาทำงานและการทำงานที่บ้าน โดยให้เสนอแผนมาในสัปดาห์หน้าและพร้อมดำเนินการอย่างช้าไม่เกินต้นเดือนเมษายน โดยเบื้องต้นแผนการทำงานที่บ้านของข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของสำนักเลขาธิการนายกฯ มีถึง 50 % ขณะเดียวกันหน่วยงานต่างๆในทำเนียบรัฐบาลก็กำลังดำเนินการเพื่อปรับแผนดังกล่าวด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า สำหรับวันคล้ายวันเกิดพล.อ.ประยุทธ์ ในวันที่ 21มีนาคม ซึ่งเป็นปีที่ 66 ในปีนี้นายกฯจะใช้เวลาอยู่กับครอบครัว โดยช่วงเช้าจะมีการทำบุญตักบาตรที่บ้านพัก ในกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ (ร.1 รอ.) และรับประทานอาหารภายในครอบครัว โดยงดรับกระเช้าและของขวัญอวยพรเหมือนเช่นทุกปี.

 

 
 

 

 .................................................................

19 มี.ค. 2020

 


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน