*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 4039
  • จำนวนผู้ชม : 2541483
  • จำนวนผู้โหวต : 527
  • ส่ง msg :
  • โหวต 527 คน
<< มีนาคม 2020 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอาทิตย์ ที่ 22 มีนาคม 2563
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 293 , 23:04:53 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน feng_shui โหวตเรื่องนี้

สวัสดีครับ

         คนไทยมีกำลังใจขึ้นมาก ต่อท่าทีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี โดยรวบรวมสรรพกำลังชั้นเยี่ยมที่ไทยเรามี

เพื่อต่อสู้กับ "วายร้าย - ไวรัส" อย่างได้ผลดีที่สุด

         นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ไม่ยอมลดลาวาศอกให้กลุ่ม ธนาธรกับพวก ที่ออกมาเรียกร้องแก้รธน. ยุบสภา นายกฯลาออก แหม ...

ทอนก็ช่างพูดเอาง่ายๆจังนิ

 


 
 
 

           เยี่ยมจริงๆ.....

                ที่ได้เกิดบนแผ่นดินที่เรียกประเทศไทย!

 

                เพราะ "คนไทย-แพทย์ไทย"

                เจ๋งสุดๆ!

                นาทีเป็น-นาทีตาย......

                โลกมะงุมมะงาหรา อยู่กับการค้นหาวัคซีนใช้ต้าน "ไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ใหม่"

                ๒ แพทย์ไทย "โรงพยาบาลราชวิถี"

                "นพ.เกรียงศักดิ์ อติพรวณิช" แพทย์ชำนาญการพิเศษ

                "รศ.นพ.สืบสาย คงแสงดาว" แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

                เมื่อวาน (๒ ก.พ.๖๓) ประกาศให้โลกรู้......

                สามารถค้นพบกระบวนการยาใช้รักษา "ไวรัสอู่ฮั่น" ได้ผลชะงัด ภายใน ๔๘ ชั่วโมง

                แม้อาการรุนแรง ขั้น "เป็น-ตาย"

                ใช้ตัวยาที่ ๒ แพทย์นี้ คิดค้นรูปแบบใช้รักษา อาการดีขึ้นทันที ใน ๑๒ ชั่วโมง

                ลุกนั่งได้ ไม่มีอาการอ่อนเพลีย ภายใน ๔๘ ชั่วโมง

                ผลแล็บจาก "บวก" เป็น "ลบ" สุดมหัศจรรย์!

                อย่างนี้ ต้องปรบมือให้วงการแพทย์ แห่งสาธารณสุขไทยของเรา พร้อมกันทั้งประเทศแล้วล่ะ

                โดยเฉพาะกับ ๒ หมอ "นพ.เกรียงศักดิ์" กับ "รศ.นพ.สืบสาย" แห่งโรงพยาบาลราชวิถี

                ผมเอง "ฝากผี-ฝากไข้" อยู่ที่โรงพยาบาลนี้ด้วย ขอบอกไว้เลย แต่ละวัน ที่ราชวิถี คนมากปานมด-ปลวก      

                แต่แพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ "ทุกคน-ทุกแผนก" ไม่รู้ไปฝึกจิตบริการมาจากไหน ผมเห็นคนมาโรงพยาบาลซึ่งต่างจิต-ต่างใจ ยังปวดหัว

                แต่เจ้าหน้าที่ทุกคน จิตพ่อพระ-แม่พระจริงๆ

                สนองตอบผู้มารับบริการแต่ละคน-แต่ละจริต โดยไม่ใช้อารมณ์ ไม่ชักสีหน้า ดูแลทุกคนด้วยจิตราบเรียบเสมอเหมือนกัน

                ใครไม่ป่วย ไปที่ราชวิถี เห็นความยิ้มแย้ม เอาใจใส่ โอบเอื้ออารี ของเจ้าหน้าที่ที่นี่แล้ว อยากป่วย เพราะอยู่กับคนจิตงาม แล้ว

                ใจมันชื่นน่ะ!

                ตามที่กระทรวงสาธารณสุขแถลง การค้นพบวิธีรักษาไวรัสอู่ฮั่น ของ ๒ นายแพทย์ราชวิถี ก็สืบเนื่องจาก.......

                มีหญิงจีนจากเมืองอู่ฮั่น อายุ ๗๑ มาเที่ยวไทย ไวรัสออกอาการ ก็เข้ารักษาที่โรงพยาบาลหัวหิน และถูกส่งตัวมาราชวิถี

                ๒๙ ม.ค.อาการรุนแรงขึ้น.......

                ๒ นายแพทย์ จึงตัดสินใจใช้ยา Oseltamivir เป็นยาต้านไวรัสหวัด ที่เคยใช้รักษาโรคเมอร์ส 

                ใช้ร่วมกับยา Lopinavir และ Ritonavia ซึ่งเป็นยาต้านไวรัสเอดส์

                ปรากฏว่า "ยาถูกโรค" ทันที....

                หญิงจีนผู้นั้น อาการดีขึ้นทันตา ผลตรวจเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ เป็นลบ ภายใน ๔๘ ชั่วโมง

                สรุปแล้ว ยาที่ใช้นี้...........

                หลักๆ เป็นยาต้านไวรัสโรคเอดส์กับยาต้านไวรัสไข้หวัดใหญ่ "องค์การเภสัชกรรม" ของไทยเรานี่แหละผลิต

                ส่วนขั้นตอน-กรรมวิธี ที่เรียก "เคล็ดลับ" นำสู่การใช้ให้ได้ผล ตามสูตรของ ๒ แพทย์ราชวิถี  กระทรวงสาธารณสุข ไม่ได้แจกแจงรายละเอียด

                แต่ขณะนี้........

                การคิดค้นได้เป็นผลสำเร็จครั้งนี้ รายงานไปยังนิตยสารทางการแพทย์ของโลก

                เพื่อบันทึกเป็น "ความสำเร็จ" ของแพทย์ไทยแล้ว

                และเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ต่อมวลมนุษยชาติผู้ป่วยไวรัสนี้ต่อไป

                ครับ.....

                ก็นำมาสรุปให้ชื่นใจกัน และก็น่าชื่นใจยิ่งๆ ขึ้น ถึง ณ ตอนนี้ ในประเทศไทย ไม่มีผู้ป่วยเพิ่ม

                ที่ป่วยอยู่แล้ว ก็รักษาหาย กลับบ้าน-กลับเมืองได้อีก ๑ ราย

                ที่ยังรักษาอยู่ ก็ดีวัน-ดีคืน ก็สบายใจกันได้ แพทย์ไทย สาธารณสุขไทย "มาตรฐานโลก"

                มีแต่หายช้า-หายเร็ว ไม่มีทรุด ไม่มีทรง!

                ดูตามสภาพการณ์แล้ว ผมประเมินว่า ถึงขณะนี้ ไวรัสอู่ฮั่นเลยจุด "เฮี้ยนสุดขีด" ไปแล้ว นับวันจะค่อยๆ ลดจำนวนคนป่วยลง

                เพราะเท่าที่ดู ผีตัวนี้ ปรากฏวันตรุษจีน ๑๐ มกรา ออกฤทธิ์เห็นผลสุดๆ ภายใน ๑๔ วัน ก็ตกราวๆ  ๒๕ มกรา

                คือ ๒๕ มกรา ใคร "ติด-ไม่ติดเชื้อ" รู้ผลกันแล้ว

                เอาให้แน่ใจ เผื่อติดเชื้อวันหลัง ต่อเวลาให้อีก ๑๔ วัน ระยะฟักตัว ก็ตกประมาณ ๑๐ กุมภา

                ฉะนั้น จากสัปดาห์หน้า คือ ๘ กุมภาเป็นต้นไป ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ จะกลายเป็น

                "สายพันธุ์หมอบ"!

                คือ จะสิ้นฤทธิ์ ผมหมายถึงในบ้านเรา เพราะในบ้านเรา ชัดแล้วว่า ไวรัสคือผีตัวนี้ ไม่สิงในบ้านเราแน่

                ที่ปรากฏ มันสิงพี่น้องจีนที่เข้ามา เมื่อรัฐบาลจีนปิดประเทศ ไม่ให้คนจีนเดินทางท่องเที่ยว

                ก็เท่ากับว่า "สัปดาห์หน้า" เป็นสัปดาห์แห่งการสิ้นสุด!

                ฉะนั้น ไม่ต้องตีโพย-ตีพาย

                บรรดากูรูทั้งหลาย ก็เก็บวิชาไว้ ไม่ต้องขยายพุงเที่ยวพยากรณ์เศรษฐกิจ พยากรณ์ประเทศ ให้วุ่นวายมากไป

                ว่าจะวิบัติ ล่มจมทางเศรษฐกิจ อย่างนั้น-อย่างนี้ ด้วยพิษไวรัส

                ลำพังพวกชังชาติและการเมืองพังชาติสาดใส่รัฐบาล ทุกวัน คนจิตอ่อน ก็นอนไม่หลับอยู่แล้ว

                ขืนตอกย้ำ-ซ้ำเติม เอะอะเศรษฐกิจประเทศจะพัง ก็จะพากันจิตตก ที่ไม่พัง ก็จะพากันพัง เพราะต่างคน-ต่างเอาตัวรอดนี่แหละ

                ที่ว่ากันว่า นักท่องเที่ยวจะไม่มาเที่ยวไทย เพราะกลัวไวรัสสายพันธุ์ใหม่

                ก็ไม่มาเฉพาะช่วงนี้แหละ

                คอยดูเถอะ.......

                "สงกรานต์" จะแห่กันมา ประเทศแทบแตก!

                เพราะอะไร เพราะวิกฤติในโอกาส จากไวรัสอู่ฮั่นระบาดนี่แหละ

                ๑.ทำให้ทั่วโลกเห็นมาตรฐานสาธารณสุขไทย "เยี่ยม"

                ๒.ไทยนักท่องเที่ยวจีนมากที่สุด แต่คัดกรอง "เยี่ยม" มีคนป่วยน้อยสุด ป่วยก็รักษาหาย ไม่มีตายเลย

                ๓.เป็นที่ประจักษ์ เชื้อไวรัสไม่มีแพร่ในไทย และ

                ๔.ฝีมือแพทย์ไทย การพบยารักษาไวรัสของไทย ทำให้ความเชื่อมั่น "ไทย-มาตรฐานโลก"

                เหล่านี้ จะดึงดูดให้นักท่องเที่ยวทั่วโลกแห่กันมา

                รวมทั้ง "นักท่องเที่ยวจีน"!

                พอบอกนักเที่ยวจีน บางคนผวา และว่า อยากจะปิดประเทศชั่วคราว สำหรับนักท่องเที่ยวจีนด้วยซ้ำ

                ผมอยากให้คิดใหม่!

                ปิดประเทศก็ดี ยกเลิกวีซ่าหน้าด่านก็ดี เป็นเรื่องปลายเหตุ

                ใช้เหตุผลกันนิด อย่าใช้ความคิดสั้นๆ สะบั้นมิตรภาพไมตรี ซึ่งสุดท้ายแล้ว "ผลลบ" มีกับเรามากกว่า "กับเขา" ล้านเท่า

                ประเทศอื่น "ปิดประเทศ" ห้ามจีนเข้า นั่นเป็นเหตุผลเขา แต่สำหรับไทยเรา ไม่มีเหตุผลต้องทำอย่างนั้นเลย

                ยิ่งเขาปิด....

                เราต้องเปิดให้กว้าง กับทุกสายการบิน ที่บินจากจีนมาไทย!

                ต้องเข้าใจนะ จีนเขาปิดประเทศ ไม่ให้คนออก เพื่อสกัดการนำเชื้อออกไประบาดที่อื่น

                การระบาดในจีน ก็เป็นบางเมือง และในจำนวนคนพันกว่าล้านคน มีติดเชื้อในเฉพาะพื้นที่ รวมแล้วระดับหมื่น

                และในจีน ใช่ว่ามีเฉพาะคนจีน........

                การเดินทางด้วยธุรกิจและความจำเป็นของคนทั้งต่างชาติและจีน มันยังต้องมี

                จะเดินทางออกจากจีนมาได้ ก็ต้องผ่านมาตรการคัดกรองเข้มข้น

                เมื่อต้นทางเข้มข้น บวกกับมนุษย์แต่ละคนล้วนมีค่าในตัวที่จะป้องกัน

                ดังนั้น การที่ไทยเปิดประตูต้อนรับทุกสายการบินและทุกคนที่บินจากจีนเข้ามา

                มีอะไรต้องกลัว ต้องเสี่ยง หือ? 

                แถมจะผ่านด่านเข้ามาได้ ก็ต้องรีเช็กจากไทยอีก ๓-๔ ด่านคัดกรอง

                ฉะนั้น คนไทย "อย่าแคบ"

                โดยเฉพาะกับ "พี่น้องจีน" ในยามทั่วโลกรังเกียจ!

                อีกอย่าง...........

                เรามียาปราบ "ไวรัสอู่ฮั่น" เจ้าแรกในโลกอยู่แล้วตอนนี้ ไม่ทำให้ประจักษ์ด้วย "ป่วยจริง-รักษาจริง-หายจริง" ตอนนี้ แล้วจะหาจังหวะตอนไหน?

                ทุกโรค มันมีอยู่ในตัวมนุษย์ทุกคนอยู่แล้ว ขึ้นอยู่แต่ว่า เราเปิดช่องให้มันโจมตีตอนไหนเท่านั้น

                ฉะนั้น อย่า "สติแตก" จนทำลายมิตร ทำลายตัวเอง ด้วยเบาคิด-เบาปัญญา

                ยามพี่น้อง มิตรสหาย ว้าเหว่ มีภัย "ใจจะได้ใจ" ต่อกันหรือไม่นั้น

                เอา "ใจเราต่อใจเขา" ก็จะเข้าใจ.

 

บิ๊กตู่'ชูกำปั้นสู้ๆบอกกำลังลุยมาตรการรับมือโควิด-19


  
 

22 มี.ค.63-ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวพล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว. กลาโหม ในฐานะประธานศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019(โควิด-19) หรือศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 ในวันอาทิตย์ที่ 22 มี.ค. ได้เดินทางเข้า ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 10.00 น.โดยขึ้นห้องทำงานตึกไทยคู่ฟ้า 

ต่อมาเวลา 10.30 น. ได้เรียกนพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ขึ้นหารือที่ห้องทำงาน ตึกไทยคู่ฟ้า ก่อนที่เวลา 11.15 น. พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย และนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม. ได้ขึ้นตึกไทยคู่ฟ้าเพื่อเข้าร่วมหารือด้วย 

จากนั้น เวลา 14.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ ได้ลงจากตึกไทยคู่ฟ้า โดยไม่ได้ให้สัมภาษณ์ใดๆ เพียงแต่ทักทายผู้สื่อข่าวที่สังเกตการณ์ห่างออกไปประมาณ 50 เมตร ด้วยการโบกมือ ก่อนที่จะชูกำปั้นมือขวา เป็นการส่งสัญลักษณ์สู้ๆ ก่อนที่นายกฯ จะขึ้นรถเดินทางกลับออกไปทันที และยังได้ลดกระจกลงทักทายกับผู้สื่อข่าวอีก เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า จะมีการเพิ่มมาตรการอะไรในการรับมือโควิด-19 ในวันนี้หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ ก็ยังได้ชูกำปั้น พร้อมกับระบุเพียงสั้นๆ ว่า "กำลังทำ" ก่อนที่ขบวนรถจะเคลื่อนออกจากทำเนียบฯ 

พรุ่งนี้!บิ๊กตู่เรียกประชุมศูนย์บริหารโควิด-19ชุดใหญ่ขันน็อตงาน6ด้าน


 

22 มี.ค.63- รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาลแจ้งว่า  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม จะเป็นประธานการประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล ในวันที่ 23 มี.ค.นี้ เวลา 14.00 น. โดยได้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเข้าร่วมประชุม ซึ่งจะมีวาระรับทราบรายงานผลการดำเนินงาน 6 ด้านที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ได้แก่ 1.ด้านสาธาณสุข 2.ด้านการต่างประเทศ  3.ด้านเวชภัณฑ์ป้องกัน 4.ด้านมาตรการป้องกัน 5.ด้านมาตรการให้ความช่วยเหลือเยียวยา 6.ด้านข้อมูลการชี้แจงและการรับเรื่องร้องเรียน ว่าผลเป็นอย่างไร มีปัญหาอุปสรรค หรือจะต้องทำอะไรเพิ่มอีกในแต่ละด้านอีกหรือไม่  ส่วนจะมีการออกมาตรการเพิ่มในภาพรวมหรือไม่ ต้องรอดูการหารือในที่ประชุมอีกครั้ง. 

ทอน-ปิยบุตร-ช่อหยุดได้แล้ว! 'หมอวรงค์'ซัดแรงอย่าเหยียบศพปชช.เพื่อให้ได้อำนาจ


 

22 มี.ค. 63 – นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ “ไม่รู้กาลเทศะ” โดยระบุว่า สภาพปัจจุบันนี้ ไม่เพียงแต่ประเทศไทยเราที่ต้องเผชิญกับปัญหาเชื้อโควิด-19 แต่กำลังเป็นปัญหาของมวลมนุษยชาติที่ต้องเผชิญกันทั้งโลก ผมเชื่อว่าทุกฝ่ายต้องการความเป็นเอกภาพ และกำลังใจที่มอบให้ทีมแพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่ ตลอดจนประชาชน ที่ต้องช่วยกันฟันฝ่าให้ผ่านวิกฤติครั้งนี้ไปให้ได้ โดยสูญเสียน้อยที่สุด

ไม่น่าเชื่อว่า ยังมีคนกลุ่มหนึ่งออกมาเรียกร้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ ให้นายกฯ ลาออก ขณะที่นานาชาติ และคนไทยในต่างประเทศ ต่างชื่นชมประเทศไทยและรัฐบาลไทยในการรับมือสิ่งนี้ ถึงขนาดคนไทยมาแออัดที่สถานทูตเพราะอยากกลับเมืองไทย
คงต้องใช้คำว่า"ไม่รู้กาละเทศะ"สำหรับคนพวกนี้ หรือว่าพวกคุณต้องการให้เกิดความสูญเสีย มีคนติดเชื้อมากๆ มีผู้เสียชีวิตมากๆ พวกคุณจะได้เหยียบศพประชาชนเพื่อเรียกร้องให้ได้มาซึ่งอำนาจตามที่ต้องการ

ผมอยากบอกว่า หยุดได้แล้วธนาธร ปิยบุตร และช่อ แค่นี้ประชาชนเขาเอือมกันมากแล้ว.......มาช่วยกัน ร่วมมือกันให้ประเทศไทยผ่านเรื่องร้ายๆนี้ไปก่อนไม่ได้เชียวหรือ”

'นิพิฏฐ์'ชงรัฐบาลจ้างให้หยุดอยู่บ้าน


 

22 มี.ค.2563 - นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊ก ระบุว่า การให้ประชาชนหยุดงาน ถือหลักว่า คือจ้างให้หยุดอยู่บ้าน ใครได้เงินแล้วออกต่างจังหวัดก็ไม่ต้องให้

 

สื่อจีนเผยภาพ'แพทย์จี๋หลินโบกมือลาอู่ฮั่นหลังจบภารกิจโควิด-19'


 

22 มี.ค.63-เพจ China Xinhua News โพสต์ภาพและข้อความเรื่อง "กลับบ้าน! จนท.แพทย์จี๋หลินโบกมือลาอู่ฮั่น หลังจบภารกิจโควิด-19" ระบุว่า เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ จำนวน 145 คน เดินทางสู่ท่าอากาศยานนานาชาติอู่ฮั่น เทียนเหอ ในนครอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ยทางตอนกลางของจีน เพื่อเดินทางกลับมณฑลจี๋หลินทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ หลังเสร็จสิ้นภารกิจรักษาผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) (บันทึกภาพวันที่ 22 มี.ค. 2020)

'สธ.'เผยผู้ป่วยโควิด-19ที่มีอาการหนักยังเท่าเดิม 7 ราย


 

22 มี.ค.63-นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงผู้ป่วยไวรัสโควิด-19 ที่มีอาการหนักว่า ผู้ป่วยหนักยังเท่าเดิมคือ 7 ราย กระจายอยู่สถาบันบำราศนราดูร รพ.เพชรบูรณ์ รพ.จุฬาลงกรณ์ รพ.ศิริราช และ รพ.เอกชน ทุกรายใส่เครื่องช่วยหายใจ ต้องเฝ้าระวังอาการใกล้ชิด นอกจากนี้ ยังมีผู้ป่วยรักษาหายกลับบ้านเพิ่ม 1 ราย เป็นชายชาวสิงคโปร์ อายุ 36 ปี จากสถาบันบำราศนราดูร 

โฆษก สธ. กล่าวว่า การตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด-19 ขอความร่วมมือประชาชน หากไม่ใช่กลุ่มเสี่ยงและไม่มีอาการ ขอให้กักตัวเองที่บ้าน เพื่อสังเกตอาการ ไม่จำเป็นต้องมาตรวจ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจหาเชื้อในคนที่จำเป็น คือ มีไข้ ทางเดินหายใจเท่านั้น ซึ่งปริมาณตอนนี้ที่ตรวจในแล็บเป็นหลักหมื่นราย แต่เจอผู้ป่วย 4%

“ผู้ป่วยรายใหม่ส่วนใหญ่พบใน กทม. วัยหนุ่มสาว วัยทำงาน มีอาการเล็กน้อยเท่านั้น ทำให้ยังไปมีกิจกรรมทางสังคมร่วมกับผู้อื่นได้ และเมื่อป่วยก็เกิดผู้สัมผัสเสี่ยงสูงจำนวนมาก เช่น กรณีสถานบันเทิง สนามมวย แม้ผู้ว่าราชการ กทม. และผู้ว่าราชการจังหวัดในปริมณฑล จะสั่งปิดแล้วก็ตาม ก็ขอให้ทุกท่านอยู่ที่บ้าน อย่าเดินทางกลับไปภูมิลำเนาเด็ดขาด มีความสำคัญอย่างยิ่ง รัฐบาลมีมาตรการนี้ขึ้นมาเพื่อหยุดการเคลื่อนย้าย ตอนนี้หยุดงานแล้วพักที่บ้านก่อน อย่ากลับภูมิลำเนา เพราะคนต่างจังหวัดมีเด็ก ผู้สูงอายุ กลุ่มเสี่ยงรับเชื้อติดจาก กทม.จำนวนมาก

 

ผิดเป้าหมาย! ปิด กทม.คนแห่กลับบ้าน

ผิดเป้าหมาย! ปิด กทม.คนแห่กลับบ้าน
22 มีนาคม 2563
 2,779

บขส. เผยในช่วง 2 วันที่ผ่านมา จำนวนผู้โดยสารรถทัวร์เพิ่มขึ้นประมาณ 1 หมื่นคน เป็น 7-8 หมื่นคนต่อวัน

สาเหตุเกิดจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 (COVID-19) ส่งผลให้มีคำสั่งปิดสถานที่ต่างๆ เช่น สถานบันเทิง จึงมีชาวต่างชาติและวัยทำงานซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ในต่างจังหวัดจำนวนหนึ่ง ตัดสินใจเดินทางออกจากกรุงเทพฯ อย่างไรก็ตาม ปริมาณการเดินทางที่เพิ่มขึ้นมีสัดส่วนไม่ถึง 10% และไม่ได้มีความหนาแน่นเหมือนช่วงเทศกาล ทาง บขส. จึงไม่ต้องเตรียมรถเสริมไว้รองรับ

หน้าแรก / การเงิน-การลงทุน
อาทิตย์ 22 มีนาคม 2563

แบงก์ชาติอัด 1 ล้านล้าน สกัดคนแห่ไถ่ถอนกองทุน

แบงก์ชาติอัด 1 ล้านล้าน สกัดคนแห่ไถ่ถอนกองทุน
22 มีนาคม 2563
 27,167

"แบงก์ชาติ" ประกาศ 3 มาตรการ ดูแลความเรียบร้อยในตลาดการเงิน ป้องกันการขาดสภาพคล่อง สกัดประชาชนแห่ไถ่ถอนหน่วยลงทุน

“ด้วยสถานการณ์เช่นนี้ เราคิดว่า ต้องมีมาตรการเพื่อลดความกังวลของผู้ถือหน่วยลงทุน หากปล่อยไปเรื่อยๆ จะกระทบต่อกลไกการทำงานของตลาดตราสารหนี้ ซึ่งอาจทำให้เกิดความเสียหายต่อเศรษฐกิจโดบรวม”

นายวิรไท กล่าวว่า ด้วยเหตุนี้ ธปท. จึงได้ออกมาตรการเร่งด่วนใน 3 ด้าน เพื่อดูแลความเรียบร้อยของตลาด

โดยมาตรการแรก เป็นเรื่องเกี่ยวกับกองทุนรวมตราสารหนี้ ที่ผู้ถือหน่วยลงทุนอาจมีความกังวลและพากันมาไถ่ถอน ดังนั้น ธปท. จึงได้จัดตั้งกลไกพิเศษเพื่อช่วยเพิ่มสภาพคล่องให้กับกองทุนรวมผ่านธนาคารพาณิชย์ โดยที่ ธปท. อนุญาตให้ ธนาคารพาณิชย์สามารถเข้าซื้อหน่วยลงทุนจากกองทุนรวมตลาดเงิน และกองทุนรวมตราสารหนี้ที่เป็นกองทุนเปิด ที่ถือสินทรัพย์คุณภาพดี โดยที่ธนาคารพาณิชย์สามารถนำหน่วยลงทุนเหล่านี้มาเป็นหลักประกันเพื่อขอสภาพคล่องกับ ธปท. ได้ โดย ธปท.พร้อมดำเนินการต่อเนื่องจนกว่าตลาดเงินเข้าสู่ภาวะปกติ ขณะที่กองทุนดังกล่าว จะมีมูลค่ารวมกันมากกว่า 1ล้านล้านบาท ซึ่งเชื่อว่ามีขนาดที่ใหญ่เพียงพอ

มาตรการที่ 2 ถ้ามองไปข้างหน้า พบว่า มีหุ้นกู้เอกชน ตราสารหนี้เอกชนที่จะมีการครบกำหนดไถ่ถอนในแต่ละปีจำนวนหนึ่ง ซึ่งในภาวะปกติ หุ้นกู้เหล่านี้สามารถต่ออายุ(โรโอเวอร์) ได้ไม่ยาก แต่ในภาวะที่ตลาดบางผิดปกติ หลายหน่วยงานตั้งแต่สมาคมธนาคารพาณิชย์ สมาคมธุรกิจประกันภัย ธนาคารออมสิน และ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ(กบข.) จะร่วมกันจัดตั้งกองทุนขึ้นมาใหม่ เรียกว่าเป็น “กองทุนเสริมสภาพคล่อง” เพื่อลดความเสี่ยงการระดมทุนในตลาดตราสารหนี้ วงเงินเริ่มต้น 70,000-100,000 ล้านบาท โดยตอนนี้มีผู้แจ้งความจำนงค์เข้าร่วมแล้ว 80,000 ล้านบาท ซึ่งกองทุนดังกล่าว จะทำหน้าที่ คือ เมื่อมีตราสารหนี้คุณภาพดีครบกำหนดแล้วต้องการโรโอเวอร์ หากระดมทุนได้ไม่ครบ กองทุนนี้จะเข้ามาเสริมในส่วนที่ขาด เพื่อให้ ผู้ออกหุ้นกู้เอกชน สามารถโรโอเวอร์ได้ โดยเงินที่ท็อปอัพเป็นเงินระยะสั้นอายุไม่เกิน 270 วัน 

“ผู้โดยสารเยอะเมื่อวานกับเมื่อวันก่อน ส่วนเช้านี้ก็มีผู้โดยสารหนาแน่นขึ้น แต่ไม่ได้เยอะมากเหมือนช่วงเทศกาล ซึ่งคนที่เดินทางกลับก็คือต่างชาติและคนต่างจังหวัดที่เข้ามาทำงานในกรุงเทพฯ ซึ่งไม่ใช่งานประจำ หรือมีที่พักถาวร” นายจิรศักดิ์กล่าว

 

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้รัฐบาลยังไม่ได้มีคำสั่งห้ามเดินทาง บขส. จึงให้บริการตามปกติ แต่ก็จะมีมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 และรักษาความสะอาดของพนักงาน ตัวรถ รวมถึงเตรียมแผนรองรับกรณีที่รัฐบาลประกาศยกระดับมาตรการป้องกันไวรัสโควิด-19 ด้วย

ด้าน นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางของประชาชนในประเทศ ให้ปฎิบัติตามขั้นตอนดังต่อไปนี้ เริ่มตั้งแต่ วันที่ 22 มีนาคม 2563 เป็นต้นไป
1.ให้ ทำ entry scan ประชาชน ก่อน เข้า ไป ใน บริเวณ อาคารที่พัก ผู้โดยสาร
2.ให้ ทำ entry scan ครั้งที่ สอง สำหรับ ผู้โดยสาร ก่อน เข้าไปใน ยานพาหนะ
3.ให้ ทำ exit scan ผู้โดยสาร ผู้ปฏิบัติงาน และ ประชาชนเมื่อ จะ ออก จาก อาคารที่พักผู้โดยสาร
4.ในกรณีที่พบว่ามีประชาชนหรือผู้โดยสาร หรือผู้ปฎิบัติงาน มีอุณหภูมิสูงเกินกว่า 37.5 องศาเซลเซียส ให้ส่งตัวบุคคลดังกล่าวให้เจ้าหน้าที่ของกระทรวงสาธารณสุข ดำเนินการตามระเบียบกฎหมายต่อไป
5.การจำหน่ายตั๋วเดินทาง และการจัดที่นั่งบนยานพาหนะให้เว้นระยะห่างตามประกาศกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข
6.แนะนำให้ผู้โดยสารสวม mask และ แว่นตา ตลอดการเดินทาง
7.สรุปรายงานผลการดำเนินงาน ให้กระทรวงคมนาคมทุกวัน ให้ทุกหน่วยงานถือปฎิบัติโดยเคร่งครัด

ส่องการสื่อสารโรค 'โควิด19' ของพ่อแม่อเมริกัน

ส่องการสื่อสารโรค 'โควิด19' ของพ่อแม่อเมริกัน
20 มีนาคม 2563
 1,476

การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่ยังเป็นปัญหาของหลายประเทศในขณะนี้ รวมถึงในสหรัฐ ที่พบผู้ป่วยและมีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น

สิ่งนี้กำลังเป็นปัญหาใหญ่สำหรับรัฐบาลสหรัฐ ล่าสุด ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ได้ลงนามรับรองงบประมาณฉุกเฉิน 8.3 พันล้านดอลลาร์ เพื่อรับมือกับโรคนี้

และด้วยเหตุนี้ด้วยเช่นกัน รัฐบาลวอชิงตันจึงให้ความสำคัญกับการสื่อสารของคนในครอบครัวอย่างถูกต้องเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ รวมทั้งวิธีการสร้างสุขอนามัยที่ดีเพื่อหลีกเลี่ยงการติดเชื้อไวรัสชนิดนี้

ล่าสุด ยูกอฟ ได้เผยแพร่ผลสำรวจที่จัดทำเมื่อวันที่ 3 มี.ค.ที่ผ่านมาพบว่าพ่อแม่ชาวอเมริกันเห็นว่าควรเล่าความจริงเกี่ยวกับโควิด-19ให้ลูกๆรู้อย่างละเอียดไม่ควรปิดบังหรือสร้างโลกสวย ซึ่งในส่วนนี้มีสัดส่วนสูงถึง 72% ส่วนที่เห็นว่า ไม่ควรบอกเล่าความจริงเกี่ยวกับโรคระบาดนี้มีสัดส่วน 14% ซึ่งมีสัดส่วนเท่ากับผู้ตอบแบบสอบถามที่บอกว่า ไม่มีความเห็น หรือไม่รู้

 

..........................................................

22 มี.ค. 2563

 

 

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน