*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 4039
  • จำนวนผู้ชม : 2541509
  • จำนวนผู้โหวต : 527
  • ส่ง msg :
  • โหวต 527 คน
<< มีนาคม 2020 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันจันทร์ ที่ 23 มีนาคม 2563
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 411 , 18:00:47 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน ashita โหวตเรื่องนี้

สวัสดีครับ

         จีนพอตั้งตัวได้จากภัยไวรัส ก็รีบตอบแทนมิตรประเทศที่มีไทยร่วมอยู่ด้วย ด้วยการส่งมอบเวชภัณฑ์แจกจ่ายทั่วกัน ท่ามกลาง

ภาพหฤโหด ก็มีภาพน้ำใจอันงดงามที่มอบให้แก่กัน

 


 
 

    มันเป็นของมันเช่นนี้เอง
    พวกเราทุกคน......
    อย่าตกใจจน "สติแตก" ตื่นเตลิดหนีโควิดไปคนละทิศ-ละทางแบบเรือ "หางเสือหลุด" เช่นนี้เลย
    นอกจากไม่เกิดประโยชน์กับตัวเองแล้ว ยังจะเป็นผลร้ายต่อสถานการณ์รวมยิ่งขึ้นไปอีก
    ยามมีภัย ไม่ว่าภัยอะไร-แบบไหน อาวุธใช้รับมือดีที่สุด และควรต้องมี คือ "สติ"
    ใจจดจ่อ นิ่ง...อยู่กับที่ก่อน
    "ตา-หู มองและฟังรอบๆ" แล้วประมวลทุกสิ่งที่ตาเห็น-หูได้ยิน ด้วย "วิจารณญาณ"
    คือวินิจฉัย, ใคร่ครวญ, ชั่งตรองสถานการณ์ตรงหน้าและรอบๆ ตัว แยกผิด, แยกถูก ด้วยเหตุและผล
    ไม่ต้องตื่นตามใคร.......
    ตามที่เราตื่นรู้ด้วยสติ และวิจารณญาณอันตัวเราใคร่ครวญรอบด้านดีแล้วนั่นแหละ เป็น "เข็มชี้ทิศ"
    รัฐบาลเขามีมาตรการอะไร ก็ฟังและทำตามเขา
    รัฐบาลเขาขอความร่วมมืออะไร ก็ให้ความร่วมมือเขา
    แบบนี้ จะรอดจากโควิด โลกและเศรษฐกิจ ไม่สามารถกระโชกชีวิตให้คว่ำได้แน่นอน!
    "โควิด" ไม่ทำให้พวกเราทุกคนตายได้หรอก 
    แต่การท้าทาย ทุกมาตรการที่รัฐห้าม นั่นแหละ จะพากันตายหมด
    เขาให้อยู่กับบ้าน กูก็จะออกไปสุมกัน
    เขาไม่ให้ไปนั่งกินตามร้าน กูก็จะไปจับกลุ่มนั่งตามถนน ตามหาด ปาร์ตี้กันตามบ้าน
    เขาให้งดการเคลื่อนย้ายไปต่างจังหวัด กูก็จะแห่กันไปขึ้นรถเมล์, รถไฟ สุมอยู่ตามสถานี หัวก่ายเหมือนปลาวิดหนอง
    เขาให้กักตัวอยู่กับที่ ๑๔ วัน กูไม่กัก เพราะเส้นกูใหญ่ กูจะไปลั้ลลา ใครจะทำไม
    คงไม่เฉพาะกับคนไทยหรอก เท่าที่ฟังและดู มนุษย์ทั้งโลกเหมือนกันหมด ดัดอื่นหมื่นแสนพอดัดได้ ดัดนิสัยนี้ใครจะดัด?
    ทั้งไทย ทั้งฝรั่ง ทั้งจีน ในสถานการณ์โควิด จึงเห็นคนดื้อเอาแต่ใจตัวเอง
    รัฐบาลออกมาตรการอะไรก็ไม่ร่วมมือ ระบาดจึงลามลุกและตายแบบไม่สมควรตายมากมาย เช่นที่อิตาลี
    ก็ไม่รู้จะคุย-จะเขียนอะไร.......
    ในเมื่อบ้านเรา เสาร์ ๒๑ มีนา ป่วยโควิด ๘๙ คน
    รุ่งขึ้น อาทิตย์ ๒๒ มีนา เพิ่มกว่าร้อยเปอร์เซ็นต์ ป่วย ๑๘๘ คน
    ยอดรวม ณ ๒๒ มีนา ไทยเราป่วยโควิด ๕๓๓ คน!
    ถามว่าน่าตกใจมั้ย?
    เห็นตัวเลข ก็น่าตกใจ แต่ถ้าสติตรองตามเหตุ-ตามผล ไม่น่าตกใจ เป็นเรื่องคาดคำนวณได้อยู่แล้ว  นับจากเริ่มพบระบาดและเรารับรู้กันแบบหลวมๆ
    เมื่อมันผ่านไปแล้ว อย่าย้อนไปเอาสิ่งที่ผ่านมาโทษใครเลย ไม่เพียงเรา คนทั้งโลกแหละ เหมือนตอนเด็กที่ "ไม่รู้จักไฟ"
    เมื่อไม่รู้จัก ทุกคนก็อยาก "เล่นกับไฟ"
    โควิด-๑๙ ก็เช่นนั้น เป็นของใหม่ บอกเท่าไหร่ เตือนยังไง ก็เฉยๆ อยากจับไฟเล่นกัน
    ถึงตอนนี้ก็เหอะ ที่รู้ว่าไฟมันร้อนก็มี ที่ยังอยาก "เล่นกับไฟ" เพราะไร้เดียงสาก็มาก
    ฉะนั้น ก็เห็นใจนายกฯ ประยุทธ์ และอยากบอกว่า อย่าเครียดเกินเหตุ และอย่าโทษตัวเอง
    ท่านทำมาดีแล้ว.......
    สถานการณ์นี้ ประเทศชาติ ประชาชน "แพทย์-พยาบาล-บุคลากรทางการแพทย์" ทุกคน     
    ต้องการผู้นำเข้มแข็ง ผู้นำจิตเหนือสถานการณ์รุมเร้า
    ธงนำต้องชูเด่นตลอด
    "ทุกทิศ" ทั้งคนหลงทางและไม่หลง เมื่อเหลียวมอง
    ต้องได้เห็น "ธงนำ" บอกทิศรอด!
    เวลานี้ ไม่ใช่เวลาเช็กโซเชียล เช็กทวิตเตอร์ ใครโพสต์ชม-โพสต์ด่า ว่าอย่างไร?
    ช่างแม่ง.....ใครจะด่า จะถาง จะถาก จะเห่า จะหอน ก็ช่างมัน เรื่องสำคัญ คือเรื่อง "คุมทิศ-คุมกระแส" การตื่นของคนให้สงบ
    โควิด มันชอบการตื่นของคนแล้วไหลไปรวมกัน!
    ดังนั้น จะปราบโควิดให้สิ้นฤทธิ์
    ต้องสยบการตื่นให้ได้ 
    สยบที่ดีที่สุด คือการสยบพวกชอบ "แหกมาตรการ" ให้เห็นชนิด "เฉียบขาด" ซักราย สองรายก่อน
    ไม่เช่นนั้น จุดพีกโควิด ที่เพาะตัวแต่ปลายกุมภา ถึงสิ้นเดือนมีนาที่ประเมินว่า จะบานทะโรค ๔,๐๐๐-๕,๐๐๐ คน นั้น
    ก็น่าจะกว่า!
    ยิ่งมาตรการเข้มใน กทม. ๒๒ วัน จาก ๒๒ มี.ค.-๑๒ เม.ย.หวังให้คนอยู่กับที่ กลายเป็นผลักคนให้ทะลัก-ทลาย ออกไปต่างจังหวัด
    เผลอๆ ปลาย เม.ย.-ต้น พ.ค.เรตติงระดับหมื่น มีหวัง!
    แต่ไม่เป็นไรหรอก แค่คางเหลือง ไม่ถึงตาย คิดในมุมบวกซะว่า นี่เป็นวิธีสร้างภูมิคุ้มกันให้กลุ่มพลังงานสร้างชาติกลายๆ
    กระจุก "อุดอู้" อยู่ในกรุง มันเสี่ยง 
    ต่างจังหวัด อากาศร้อน โควิดตายหมด พื้นสภาพโล่ง-โปร่งสบาย ทำให้ผู้คนแข็งแรง สุขภาพจิตดี
    ไปแล้ว ลงไร่ ลงหนอง คลุก ดิน-น้ำ-ลม-ไฟ เท่ากับ "สร้างสมดุล" ให้ร่างกายเกิดภูมิต้านโรคตามธรรมชาติ
    เมื่อแข็งแรง มีภูมิ โควิดเห็นก็จะไม่กินปอด "นับญาติ" กันไปเลย!
    อันที่จริงนะ มาตรการ "งับประตู" กรุงเทพฯ ของ กทม.ถ้าไม่ใช้คำว่า ปิดห้าง ปิดตลาด-ร้านค้า ในประกาศ คนจะไม่แตกตื่นไปตุนของ หรือเตลิดออกต่างจังหวัดแบบทะลักไปกระจุกตัวกัน
    อย่าง "ปิดห้างสรรพสินค้า" ที่ให้เปิดเฉพาะบางแผนก ก็ไม่ใช้คำว่า "ปิด" แต่จะใช้คำว่า.....
    "เปิดห้างสรรพสินค้า" เฉพาะแผนกอาหารและซูเปอร์มาร์เก็ต
    นี่...คนจะไม่ตื่น!
    เมื่อใช้คำว่า "ปิดห้าง" นำประโยค คนเลยตื่นก่อนตามสัญชาตญาณตอบสนองสิ่งเร้า 
    ถ้าใช้คำว่า "เปิด" นำ ฟังแล้วศึกษารายละเอียด อย่างดีก็ คว้ามือถือมาจิ้มๆๆๆๆ ด่าแม่งรัฐบาลตามเทรนด์ "คนรุ่นใหม่ต้องถ่อย" ซะหน่อย!
    เหตุการณ์โควิดในทัศนคติผมนะ......
    อยากย้อนถามทุกคนก่อนว่า ในปัญหาขัดแย้งโลกเชิงอำนาจคุมโลก และปัญหาเศรษฐกิจทุนที่ถึงทางตัน อย่างที่เห็น
    จะแก้กันยังไง และจะเอาอะไรมาแก้?
    สหรัฐฯ "เจ้าโลก" พิมพ์ดอลลาร์เองตามใจชอบชนิดหามรุ่ง-หามค่ำ ไม่มีวันหยุดออกมาถมโลก เป็นเวลากว่า ๑๐ ปีมาแล้ว
    เศรษฐกิจการค้า-การเงิน-การคลัง มีของใคร ประเทศไหน ดีขึ้นบ้าง?
    น้ำมัน จากบาร์เรลละ ๑๒๐-๑๓๐ เหรียญ วันนี้เหลือบาร์เรลละ ๒๐ เหรียญ
    ต้นทุนถูก แล้วทำให้ใครฟื้น เศรษฐกิจดีขึ้นบ้าง นอกจากแข่งกันฉิบหาย อยู่ที่ว่าใครดำน้ำอึดกว่ากัน
    จลาจล วุ่นวาย ปฏิวัติ บุกยึด ยุให้ยึด เข่นฆ่ากันทั้งโลก ถามว่า ทั้งสหรัฐฯ ยุโรป จีน รัสเซีย แล้วมีใครสยบยอมใคร ได้ชื่อเป็นผู้ชนะมั้ย?
    ลงท้าย ก็พูดและเพ่งเล็งไปทางเดียวกันว่า "สงครามโลกครั้งที่ ๓" เท่านั้น จะทำให้ความสูง-ความต่ำ, ความจน-ความรวย, ของคนทั้งโลก
    ถูกเซตลงมาตั้งต้นใหม่ที่ไมล์ 0!
    สงครามอาวุธเท่านั้น จะเป็นตัวแก้ปัญหาเศรษฐกิจ สังคม การเมือง การเงิน ที่สะสมเกินสาง "สงครามล้างทั้งหมด"
    ให้มีกล้วย ๑ ใบ เท่ากับชีวิต
    ไม่ใช่ทองคำ ๑ แท่ง พันธบัตร ๑ เข่ง ดอลลาร์ ๑ กระสอบ เท่ากับชีวิต
    แต่แล้ว ในที่สุด ที่ดับอหังการมนุษย์ทั้งหมด-ทั้งมวล ไม่ใช่สงคราม หากคือ "กำหนดฟ้า-ชะตาดิน" ที่เรียกธรรมชาติ
    ธรรมชาติ ถ้ามนุษย์แบ่งกิน-แบ่งใช้-แบ่งอยู่ โดยไม่โลภ มีพอเพียงกับมนุษย์ทุกคน จะไม่เกิดปัญหา
    ธรรมชาติ มอบดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ให้ มอบข้าว มอบน้ำให้ มอบผืนดิน มอบป่า มอบภูเขา มอบทะเลให้ 
    กระทั่งความรัก ความโอบเอื้อในมวลหมู่มนุษย์ด้วยกัน ธรรมชาติก็ให้
    แต่เมื่อมีมนุษย์พยายามครอบครองสิ่งที่ธรรมชาติมอบให้ทุกคนไปเพื่อตนโดยเฉพาะ
    สงครามอาวุธ "ไม่ใช่ธรรมชาติ"
    "โควิด-๑๙" นี่ตะหาก คือ เครื่องมือที่ธรรมชาติส่งมาให้เอาธรรมชาติที่มนุษย์โลภกอบโกยไปคืนมา
    เห็นมั้ย ไม่ว่าเล็ก-ใหญ่ สหรัฐฯ-ยุโรป-จีน โควิดมา มีใครหือขึ้นบ้างล่ะ? 
    โลกนี้ เป็น "วัฏฏะ" 
    วัฏฏะ คือ วงกลมของ "กิเลส-กรรม-วิบาก" ซึ่งทั้ง ๓ นี้ ต่างเป็น "เหตุและผล" หมุนเป็นวงกลมแห่งปัจจัยเกื้อให้เกิดต่อๆ
    "เกิดดี-เกิดเลว" กันมาจนเลยเถิด ไร้จุดจบ
    ถึงคราวธรรมชาติส่งโควิดมากวาดล้างแล้ว ไม่เพียงไทย หากแต่ โควิดจะ "กวาดเลว-ละโมบ" ทั้งโลก
    มาตั้งต้นที่ 0 กันใหม่!
    ไม่มีใครชนะธรรมชาติ...........
    "นรชาติวางวาย มลายสิ้นทั้งอินทรีย์ สถิตทั่วแต่ชั่วดี ประดับไว้ในโลกา" (กฤษณาสอนน้องคำฉันท์)
    ก็นี่แหละ ที่จะรอดและคงอยู่ ไม่ถูกเครื่องมือธรรมชาติกวาดล้างครั้งนี้
    สำหรับไทยเรา ซักหมื่นก็หยุดอยู่ คงไม่ถึงล้าน ในวิกฤติโควิดมาล้างส่วนเกินสังคมโลก
    ฉะนั้น ใครกาย-จิต "โสโครก" จงระวัง!

 

มาแล้ว!เวชภัณฑ์ที่รัฐบาลจีนบริจาคให้ไทยสู้โควิด-19ถึงสนามบินสุวรรณภูมิ

เวชภัณฑ์ที่รัฐบาลจีนบริจาคให้ไทยในการต่อสู้กับโรคระบาดมาถึงกรุงเทพแล้ว

วันที่ 23 มีนาคม 2563 เวชภัณฑ์ที่รัฐบาลจีนบริจาคให้ประเทศไทยในการต่อสู้กับโรคโควิด-19 ได้ส่งมาถึงท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ เวชภัณฑ์ดังกล่าวได้แก่ ชุดตรวจหาเชื้อโควิด-19 หน้ากากอนามัยทางการแพทย์ หน้ากาก N95 และชุดอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล เป็นต้น

'ศูนย์โควิด-19พท.'ชง3มาตรการเยียวยา แจกเบี้ยยังชีพเดือนละ5พัน


 

23 มี.ค. 63 - ที่ห้องประชุม 8A ที่ทำการพรรคเพื่อไทย เวลา14.30 น. มีการประชุมคณะทำงานศูนย์รับเรื่องร้องเรียนและติดตามการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 และคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย
 
จากนั้นคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย กล่าวภายหลังการประชุมว่า หลังจากมาตรการของรัฐบาลให้ปิดสถานประกอบการ เรื่องเร่งด่วนที่รัฐบาลต้องเร่งดำเนินการควบคู่กับมาตรการควบคุมการแพร่ระบาด โดยเฉพาะต้องเร่งช่วยคนตัวเล็ก พนักงาน ลูกจ้าง ผู้ใช้แรงงาน จากมาตรการปิดสถานที่ต่างๆ ธุรกิจที่ได้รับผลกระทบอย่าง SMEs โดยเฉพาะภาคท่องเที่ยว ร้านอาหาร ร้านค้าปลีกรายเล็ก และอื่นๆ ขอเสนอมาตรการเร่งด่วนเพื่อเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบดังต่อไปนี้ 

1.มาตรการสำหรับประชาชนที่ได้รับผลกระทบต้องถูกเลิกจ้าง คนตกงาน ถูกพักงาน 1.1 สำหรับคนที่ต้องออกจากงาน ตกงาน หรือพักงาน เพราะผลกระทบจาก Covid-19 เดือนละ 5,000 บาท เป็นระยะเวลา 3 เดือน หากมีงานทำก่อน ก็ยกเลิกการอุดหนุนเบี้ยยังชีพนี้ 1.2 พักชำระหนี้ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยทุกประเภท ให้ประชาชน ทั้งหนี้ผ่อนบ้าน ผ่อนมอเตอร์ไซค์ ผ่อนรถยนต์ ผ่อนเครื่องมือทำการเกษตร หรือผ่อนเครื่องมือทำมาหากิน เช่น คอมพิวเตอร์ ที่เป็นหนี้มาก่อน ไม่ใช่หนี้ใหม่ เป็นเวลา 6 เดือน นับตั้งแต่เดือนมีนาคม 1.3 ลดดอกเบี้ยเงินกู้ให้ประชาชนทุกประเภท 1.4 สำหรับผู้ที่อยู่ในกลุ่มเฝ้าระวังต้องถูกกัดตัว 14 วัน ต้องจ่ายชดเชยรายได้ให้คนละ 5000 บาท 1.5 ช่วยลดค่าน้ำค่าไฟ ให้ผู้มีรายได้น้อย ใช้ไม่เกิน 1000 บาท เป็นเวลา 3 เดือน  1.6 สำหรับเด็กนักเรียนที่ต้องเรียนออนไลน์ และพนักงานที่ต้องทำงานจากบ้านให้ใช้อินเตอร์เน็ตฟรี โดยรัฐเป็นผู้สนับสนุนงบประมาณ รวมทั้งให้เอกชนช่วยสนับสนุนบางส่วน 1.7 ขอความร่วมมือภาคเอกชนงดเก็บค่าเช่าให้แก่ผู้ประกอบการรายเล็กอย่างน้อย 3 เดือน โดยลดภาษีให้ผู้ประกอบการ

 

2.มาตรการสำหรับภาคธุรกิจ ต้องเร่งช่วยผู้ประกอบการรายเล็ก รายกลาง SMEs กลุ่มท่องเที่ยว กลุ่มผู้ผลิต ขนาดเล็กขนาดกลาง ร้านค้าปลีก ร้านอาหาร รับจัดอีเว้นท์ สปาฯลฯ ที่ได้รับผลกระทบทั้งหมด โดย2.1 พักชำระหนี้ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย เป็นเวลา 6 เดือนก่อนในเบื้องต้น นับตั้งแต่เดือนมีนาคม เป็นต้นไป 2.2 ลดดอกเบี้ยเงินกู้ให้ธุรกิจเล็ก กลางที่ได้รับผลกระทบ ให้เหลือ 3% พร้อมทั้งปรับโครงสร้างหนี้ เพื่อให้เอกชนพอที่จะยืนอยู่ได้ ในสภาวะเช่นนี้ 2.3 ให้soft Loan สินเชื่อเพื่อต่อชีวิตธุรกิจ ในอัตราดอกเบี้ย1% เพื่อเสริมสภาพคล่องให้ธุรกิจSMEs โดยให้ธนาคารแห่งประเทศไทยผ่อนปรนหลักเกณฑ์ในการให้สินเชื่อ และค้ำประกันเงินกู้ให้ธนาคารพาณิชย์ 2.4 ให้เงินอุดหนุนนายจ้าง”ไม่ให้เลิกจ้างพนักงาน” โดยช่วยสนับสนุนค่าจ้างพนักงานบางส่วน 2.5 ลดราคาน้ำมันตามราคาตลาดโลก โดยเฉพาะให้ยกเลิกการเก็บภาษีน้ำมันดีเซล เพื่อลดต้นทุนการผลิต 2.6 เลื่อนการจ่ายภาษีนิติบุคคลออกไปอีกหกเดือน สำหรับธุรกิจSMEs และธุรกิจที่ได้รับผลกระทบ

3.มาตรการสำหรับเกษตรกรผู้ได้รับผลกระทบจากปัญหาภัยแล้งและกำลังมีปัญหาผลกระทบจาก Covid โดย3.1 พักชําระหนี้เกษตรกรทุกชนิด 6 เดือน หากสถานการณ์ทางเศรษฐกิจไม่ดีขึ้น อาจขยายเวลาเพิ่มขึ้น 3.2 เร่งจ่ายชดเชยค่าภัยแล้ง ไร่ละ 2,500 บาท ไม่เกิน 20 ไร่ ส่วนเกษตรกรที่มีพื้นที่น้อยให้ขั้นต่ำรายละ 25000 บาท  3.3 จัดสรรเงิน SML 500,000-800,000-1,000,000 บาท ให้หมู่บ้านนำไปพัฒนาแหล่งน้ำ ถนน ในหมู่บ้าน โดยให้ใช้แรงงานในพื้นที่เท่านั้น
    
ด้าน นพ.สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ส.ส.ชัยภูมิ ในฐานะคณะทำงานศูนย์รับเรื่องร้องเรียนฯ กล่าวว่า ขอเสนอให้รัฐบาลจัดตั้งคณะกรรมการด้านวัสดุ คุรุภัณฑ์เครื่องมือทางการแพทย์ให้ชัดเจน รวมทั้งขอให้ลงโทษอย่างเด็ดขาดต่อผู้ที่นำเมทิลแอลกอฮอล์มาขาย ซึ่งไม่สามารถนำมาเป็นส่วนประกอบในการทำความสะอาดได้ นอกจากนี้ที่เกี่ยวกับอุปกรณ์ Test Kid โดยทางการจีน อยากส่งมาให้ประเทศไทย ซึ่งชุดตรวจดังกล่าวราคาประมาณ 300-400บาท ใช้เวลาตรวจหาเชื้อโควิดเบื้องต้นในเวลา 15-30นาที ซึ่งดีมาก ในการรณรงค์ตรวจค้นคนเจ็บ คนป่วยในชุมชน แต่ตนทราบมาว่า ไทยขอเวลาตรวจสอบอุปกรณ์ดังกล่าว 6เดือนถึง1ปี กว่าจะถึงเวลานั้น คนคงตายหมดก่อน ซึ่งกฎเกณฑ์ต่างๆที่เป็นข้อจำกัด ขอให้ทางรัฐบาลพิจารณาเป็นกรณีเร่งด่วนพิเศษ เราไม่อยากให้ไทยเป็นเหมือนอิตาลี ที่แพทย์ต้องเลือกว่าคนไหนควรที่จะได้รับการรักษา  
     
นายโภคิน พลกุล รองประธานยุทธศาสตร์ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขณะนี้รัฐบาลต้องตั้ง Single Commandโดยเป็นศูนย์แถลงข่าวเกี่ยวกับเรื่องของโควิด - 19 เพียงศูนย์เดียว และจะต้องมีผู้ตอบคำถามที่ประชาชนสงสัย ทั้งแนวทางการปฏิบัติตัวเพื่อป้องกันโรคเป็นอย่างไร ถ้าติดเชื้อแล้วรัฐจะช่วยเหลืออย่างไร ในสถานการณ์โลกที่แปรผันทำให้ขณะนี้มียารักษาโรคดังกล่าวแล้วหรือไม่ เหล่านี้หลายคนสงสัยแต่ยังไม่ได้คำตอบที่ชัดเจน จึงอยากให้รัฐบาลรวมศูนย์ผู้เชี่ยวชาญคอยคำถามประชาชน ทั้งนี้ หากรัฐบาลตั้งศูนย์แบบซิงเกิ้ล คอมมานด์ สามารถพิจารณานำพระราชกำหนดบริหารสถานการณ์ฉุกเฉินฯ ควบคู่กับ พ.ร.บ.ควบคุมโรคติดต่อฯ ที่ใช้อยู่ในขณะนี้ได้ สิ่งสำคัญในการบริหารงานในสถานการณ์ฉุกเฉินเช่นนี้ เราต้องการผู้นำที่มีความเป็น leadership มากกว่านี้ 
    
นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล คณะกรรมการฯ ในฐานะกรรมาธิการงบประมาณฯ กล่าวว่า รัฐบาลต้องปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์การใช้งบประมาณของทุกกระทรวงใหม่ ลดการซื้ออาวุธ การเช่ารถ การจัดสัมมนา การเดินทางไปต่างประเทศ แล้วนำไปเป็นการซื้อเครื่องมือแพทย์แทน ในส่วนของท้องถิ่นซึ่งมีเงินสะสมจำนวนมาก รัฐบาลต้องปรับเกณฑ์ให้ท้องถิ่นสามารถใช้งบได้อย่างคล่องตัว และในส่วนของภูมิภาค รัฐบาลต้องสั่งให้สำนักงบประมาณผ่อนคลายกฎเกณฑ์การใช้งบประมาณอย่างเร่งด่วน ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ ขณะนี้เม็ดเงินเพียงพอเพียงแต่รัฐบาลต้องบริหารจัดการให้ถูกต้อง
      
นพ.ทศพร เสรีรักษ์ ประธานศูนย์ฯ กล่าวว่า หลักการสำคัญของการควบคุมโรค คือการดูแลการเคลื่อนย้าย รัฐบาลต้องเข้มงวดการคัดกรองในระดับจังหวัดและระดับชุมชน ขณะนี้ทางพรรคเพื่อไทยได้สั่งการให้ ส.ส.ของพรรคให้ความร่วมมือกับหน่วยงานรัฐในพื้นที่ โดยการร่วมตรวจสอบและคัดกรองประชาชนที่เข้า - ออกต่างจังหวัด นอกจากนี้ในส่วนของอุปกรณ์ทางการแพทย์ต่างๆ เช่น ห้องไอซียู เตียง เครื่องช่วยหายใจ เป็นต้น จนถึงตอนนี้ไม่รู้ว่ารัฐบาลพร้อมแล้วหรือไม่.

 
 

 

 

 

.....................................................................

 

 

 

23 มีนาคม พ.ศ. 2563

หน้าหนึ่ง ไทยโพสต์

ปิดด่านทั่วประเทศ! มท.ชงข้อเสนอ'ประยุทธ์' หญิงไทยใน'วอชิงตัน'ดับ

สธ.แถลงยอดผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 เพิ่ม 188 ราย  ยอดสะสม 599 ราย "อธิบดีกรมควบคุมโรค" ส่งหนังสือถึงผู้ว่าฯ ทั่วประเทศรับมือคนจากกรุงเทพฯ กลับบ้าน ตจว. เตือนต้องกักตัว 14 วัน เลี่ยงใกล้ชิดผู้สูงอายุ "บิ๊กตู่" เข้าทำเนียบฯ หารือผู้เกี่ยวข้อง ชูกำปั้นโชว์สื่อสู้ไวรัสเต็มที่ พร้อมนัดศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 ประชุม 23 มี.ค.นี้  "มท." ปิดด่านชายแดนทั่ว ปท.จันทร์นี้  "สถานทูตกรุงวอชิงตัน" แจ้งหญิงไทยวัย 66 ปี เสียชีวิตจากโควิดรายแรกในสหรัฐ


'เชียงใหม่-โคราช'ลุยล็อกดาวน์

โคราช-เชียงใหม่ล็อกดาวน์ตามรอยกรุงเทพฯ โมเดล  ภูเก็ตเตรียมรับศึกหนักจ่อเปิดโรงพยาบาลสนามรองรับ ขณะที่อุบลฯ ระทึกแน่ กลุ่มเซียนมวยสนามมวยลุมพินี-ราชดำเนินแพร่เชื้อไม่หยุด กักตัว-เสี่ยงพุ่งกว่า 700 คน 


อิตาลีวิกฤติทั้งโลกตายเกิน1.3หมื่น

ทั่วโลกสังเวยโควิด-19 เกิน 13,000 คนแล้ว ติดเชื้อทะลุ 3 แสนราย เกินครึ่งอยู่ในยุโรป ล็อกดาวน์แล้ว 35 ประเทศกักประชาชนมากกว่า 1,000 ล้านคน อิตาลียังวิกฤติรัฐบาลสั่งปิดโรงงาน อินเดียทดสอบปิดประเทศระหว่างเคอร์ฟิว 14 ชั่วโมง


ดันแพ็กเกจอุ้มตลาดทุน ผุดตั้งกองทุน1ล้านล้าน

ธปท.คลอด 3 มาตรการดูแลตลาดเงิน-ตลาดทุน ตั้งกองทุนเสริมสภาพคล่อง 1 ล้านล้านบาท คลังชง ครม. 24 มี.ค.เคาะแพ็กเกจเยียวยาผลกระทบโควิดเฟส 2 "อุตตม" ยันให้ครอบคลุมประชาชนทุกกลุ่ม


โพลชี้'ปชช.'แสนเครียด จวกนักเลือกตั้งดีแต่ปาก

คนไทยสุดเครียด ผลโพลเทเสียง เอาเลยปิดประเทศ  ปิดเมือง ซูปเปอร์โพลตบหน้านักการเมืองพ่นน้ำลาย พล่ามโควิด- 19 ไม่สร้างสรรค์ ประชาชนเอือมระอา ตอกเจ็บไม่เห็นลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนเหมือนช่วงหาเสียง 


'ชูชาติ'แนะใช้อัยการศึก จตุพรวอนพักการเมือง!

พปชร.ยึดนโยบายรัฐสู้ไวรัสโควิด-19 งดแถลงรายสัปดาห์ หันใช้สื่อโซเชียลแทน วอนฝ่ายการเมืองช่วยกัน "แรมโบ้" เย้ย "ธนาธร" ไม่ต้องเสนอตัวเป็นผู้นำ แค่บริหารพรรคยังไปไม่รอด "เพื่อไทย" ซัดรัฐบาลตามหลัง ปชช.-ทิ้งคนภาคเหนือ "จตุพร" วอนทุกฝ่ายหยุดเล่นการเมืองไว้ก่อน "อดุลย์" ค้านเปลี่ยนม้ากลางศึกเสนอดึงแพทย์ผู้เชี่ยวชาญร่วมศูนย์โควิดฯ อดีตผู้พิพากษายุ ผบ.ทบ.ประกาศกฎอัยการศึก ระงับพฤติกรรมที่จะก่อให้เกิดการแพร่เชื้อ

 

................................................................

23 มี.ค. 2563 

 

 

 


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน