*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 4039
  • จำนวนผู้ชม : 2541494
  • จำนวนผู้โหวต : 527
  • ส่ง msg :
  • โหวต 527 คน
<< มีนาคม 2020 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอาทิตย์ ที่ 29 มีนาคม 2563
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 290 , 10:46:16 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน wullopp โหวตเรื่องนี้

สวัสดีครับ

         แนวทางการแบ่งงบฯจากกระทรวงต่างๆ มาเป็นงบฯกลางสู้ไวรัสของคุณกรณ์ จาติกวนิชย์ ก็คมคายเป็นอย่างยิ่ง แต่รัฐบาล

จะฟังหรือเปล่า คุณกรณ์ก็เลยพูดเรื่องนี้บ่อยๆ

  

 

 

 เปิด 3 ปัจจัย ทำไม ‘อิตาลี’ เสียชีวิตจากโควิดมากสุดในโลก
เปิด 3 ปัจจัย ทำไม ‘อิตาลี’ เสียชีวิตจากโควิดมากสุดในโลก
27 มีนาคม 2563 | โดย กรุงเทพธุรกิจออนไลน์
 40,124

“อิตาลี” ประเทศที่มีผู้เสียชีวิตจากโรคโควิด-19 มากที่สุดในโลกขณะนี้ ด้วยจำนวนกว่า 8,000 คน แล้วอะไรคือปัจจัยที่ทำให้ไวรัสมรณะคร่าชีวิตผู้ป่วยในแดนมักกะโรนีสูงขนาดนี้

บรรดาผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขเผยกับเว็บไซต์ซีเอ็นบีซีว่า มี 3 ปัจจัยหลักที่ทำให้อิตาลีมีผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 สูงที่สุดในโลก ได้แก่ ประชากร, พฤติกรรมทางสังคม และความสามารถในการตรวจหาผู้ติดเชื้อของอิตาลี

ขณะเดียวกันยังเป็นปัจจัยทำนองเดียวกับสเปนที่มีผู้เสียชีวิตจากโรคนี้กว่า 4,300 คน มากที่สุดในโลกรองจากอิตาลี และแซงหน้าจีนไปกว่าพันคน ตัวเลขเหล่านี้ยิ่งทำให้เกิดคำถามว่าอะไรคือสาเหตุที่ทำให้อัตราเสียชีวิตในประเทศยุโรปสูงขนาดนี้

  • 1. ตอบสนองช้า

“มีการแพร่ระบาดเป็นวงกว้างแล้วกว่าที่คนจะตื่นตัวเรื่องไวรัส” อเล็กซานเดอร์ เอ็ดเวิร์ดส ผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิคุ้มกันวิทยาจากมหาวิทยาลัยรีดดิงของอังกฤษ เผยกับซีเอ็นบีซีเกี่ยวกับสถานการณ์ในอิตาลี

เอ็ดเวิร์ดส อธิบายว่า ในประเทศยุโรปส่วนใหญ่ ผู้คนต่างคิดว่าการระบาดครั้งนี้เป็นปัญหาของประเทศอื่น และด้วยทัศนคตินี้เอง ทำให้เชื้อไวรัสแพร่ระบาดอย่างรวดเร็วในหลายพื้นที่ เช่น อิตาลีและสเปน

ขณะที่ในเมืองอู่ฮั่นของจีน ซึ่งเป็นจุดกำเนิดของไวรัส รัฐบาลสั่งปิดเมืองตัดขาดจากโลกภายนอกมาตั้งแต่กลางเดือน ม.ค. และตอนนี้ อู่ฮั่นยังคงถูกล็อคดาวน์บางส่วนไปจนถึงต้นเดือน เม.ย. เนื่องจากไม่พบผู้ป่วยรายใหม่ในพื้นที่เลยช่วงหลายวันที่ผ่านมา

ด้วยความตระหนักถึงปัญหา มาตรการล็อคดาวน์อย่างสุดขั้วของจีนได้ผลลัพธ์เชิงบวก แต่ในขณะนั้น การตัดสินใจบอกประชาชน 11 ล้านคนในอู่ฮั่นให้กักตัวเองอยู่ในบ้านอาจรุนแรงเกินไปสำหรับหลายคน และยังไม่มีหลักประกันว่ามาตรการนี้จะประสบความสำเร็จหรือไม่

ส่วนรัฐบาลอิตาลีกว่าจะออกมาตรการล็อคดาวน์ครั้งแรกก็ล่วงเข้าไปปลายเดือน ก.พ. แล้ว โดยบังคับใช้กับ 11 เมืองในภาคเหนือ และประกาศล็อคดาวน์ทั้งประเทศเมื่อวันที่ 9 มี.ค. ที่ผ่านมา

“อิตาลีขยับตัวช้าไปหน่อย” เอ็ดเวิร์ดสระบุ

  • 2. ความสามารถตรวจหาผู้ป่วย

ไมเคิล ทิลเดสลีย์ นักระบาดวิทยาจากมหาวิทยาลัยวอร์วิกของอังกฤษ บอกกับซีเอ็นบีซีว่า อัตราการเสียชีวิตยังเกี่ยวข้องกับจำนวนผู้ได้รับการตรวจหาเชื้อไวรัสด้วย ที่สำคัญคือ ยิ่งมีคนได้รับการตรวจมากเท่าไหร่ ทางการยิ่งสามารถตอบสนองได้ดีขึ้นเท่านั้น

ADVERTISEMEN

ในหลายประเทศที่คนจำนวนมากได้รับการตรวจเชื้ออย่างทันท่วงที เช่น จีน มีจำนวนผู้เสียชีวิตไม่สูงเท่ากับในอิตาลีและสเปน ซึ่งมีเพียงพลเมืองที่แสดงอาการป่วยโควิด-19 เท่านั้นที่ได้รับการตรวจหาไวรัส

อ่านเพิ่มเติม: ยอดผู้เสียชีวิต COVID-19 ‘อิตาลี’ พุ่งแตะ 8,215 ราย สูงสุดในโลก

เอ็ดเวิร์ดส บอกว่า ในจีน คนที่ติดเชื้อไวรัสถูกตรวจพบอย่างรวดเร็วและถูกแยกออกมาให้อยู่ในการดูแลของเจ้าหน้าที่สาธารณสุขแทนการรักษาตัวที่บ้าน ซึ่งเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในอิตาลี

  • 3. ประชากรสูงอายุ

กรณีอิตาลี เอ็ดเวิร์ดส บอกว่า มีเรื่อง "ปัจจัยเสี่ยงทวีคูณ" คนกลุ่มแรกที่ได้รับผลกระทบจากไวรัสในประเทศคือกลุ่มสูงอายุ และตัวเสริมความเสี่ยงคือวัฒนธรรมการรวมญาติ

ข้อมูลจากองค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ หรือโออีซีดี ระบุว่า อิตาลีมีประชากรสูงอายุมากที่สุดอันดับ 2 ของโลก รองจากญี่ปุ่น กลุ่มที่อายุมากกว่า 60 ปีขึ้นไปมีความเสี่ยงสูงกว่าที่จะมีอาการป่วยรุนแรงจากโควิด-19

“ทุก ๆ วันอาทิตย์ ชาวอิตาลีหนุ่มสาวจะไปหาปู่ย่าตายายของตน พวกเขาหอมแก้ม ไปโบสถ์ หรือทานอาหารร่วมกัน” เอ็ดเวิร์ดสเผย และว่า การปฏิสัมพันธ์ลักษณะนี้กับผู้สูงอายุทำให้ไวรัสแพร่กระจายไปทั่วประเทศ

ส่วนสเปน แม้ว่าไม่ได้มีประชากรสูงอายุมากที่สุดอันดับต้น ๆ ของโลก แต่ไวรัสมรณะก็ส่งผลกระทบหนักต่อกลุ่มผู้สูงอายุเช่นกัน ข้อมูลจากรัฐบาลสเปนพบว่า กลุ่มอายุที่มีจำนวนผู้ป่วยโควิดมากที่สุดคือ 50-59 ปี, 70-79 ปี และมากกว่า 80 ปีขึ้นไป

นอกจากนี้ สเปนยังมีวัฒนธรรมครอบครัวคล้ายกับอิตาลี ซึ่งบรรดาผู้เชี่ยวชาญชี้ว่าการพบปะกันระหว่างกลุ่มคนหนุ่มสาวกับกลุ่มคนชรา ยิ่งทำให้จำนวนผู้เสียชีวิตสูงขึ้นด้วย

“ส่วนหนึ่งของปัจจัยเสี่ยงนี้คือเรื่องวัฒนธรรม” ทิลเดสลีย์ระบุ และว่า จีนมีสถิติการใช้มาตรการล็อคดาวน์ในระดับเข้มงวดกว่าเมื่อเทียบกับยุโรป

ขณะเดียวกัน ผู้เชี่ยวชาญบางส่วนบอกว่าความแตกต่างของชนิดยาที่ใช้ในยุโรปเทียบกับจีน อาจมีผลกระทบต่ออัตราการเสียชีวิตจากโควิดด้วย อย่างไรก็ตาม เอ็ดเวิร์ดส มองว่า เป็นเรื่องยากที่จะบอกว่าสรรพคุณยาแผนตะวันออกเทียบกับยาแผนตะวันตก ทำให้เกิดความแตกต่างในกรณีนี้หรือไม่

ติดตามข่าวสารผ่าน facebook กรุงเทพธุรกิจ เพียง กดถูกใจ

 


 

 

         คนกรุงโปรดทราบ........

                กทม.ยกเลิกคำสั่ง "ครึ่งปิด-ครึ่งเปิด" กรุงเทพฯ ๒๒ วัน จาก ๒๑ มี.ค.-๑๒ เม.ย.แล้วนะ

                แต่ อ๊ะ..อ๊ะ ฟังก่อน อย่าเพิ่งซ่า!

                ที่ว่ายกเลิกนั้น "ยกเลิกประกาศเดิม" แล้วมีประกาศใหม่ให้กลมกลืนตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

                ประกาศใหม่ ก็...เหมือนเดิม

                แถมมีเพิ่มเติมสถานที่ทั้งปิด-ทั้งเปิด แล้วขยายยาวไปถึง ๓๐ เม.ย.เท่าอายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉินนั่นเลย!

                สรุป.......

                ทุกคนต้องเคร่งครัด มีวินัยกับตัวเอง สวมหน้ากากอนามัย ไม่ออกจากบ้าน (ถ้าไม่จำเป็น) ไม่มั่วสุม ไม่จัดงาน นั่งรถ-นั่งเรือ ต้องห่างกัน ๑ เมตร ช้อนใคร-ช้อนมัน แล้วล้างมือบ่อยๆ

                ครับ...ให้เกียรติคุณโควิดเขาหน่อย

                เพราะตอนนี้เขาแข็งแกร่งที่สุดในปฐพี ไม่ว่า ไทย จีน แขก ฝรั่ง ที่ว่าแน่ๆ

                เจอพ่อโควิด ต้องยืนเอามือกุมเป้าสถานเดียว ห้ามแอะ

                ใครแอะ....ตาย!

                นี่ก็ "สัปดาห์สุดท้าย" ของเดือน "มีนามหาสยอง" แล้ว อย่ากระนั้นเลย มาสำรวจดูซิว่า ในจำนวน  ๒๐๐ กว่าประเทศในโลก

                มีประเทศไหนติดอันดับ TOP 10 บ้าง?

                ล่าสุด ณ วันที่ ๒๗ มีนาคม ๒๕๖๓ สหรัฐฯ แซงจีน, อิตาลี ขึ้นครองอันดับ ๑ ที่มีประชาชนติดเชื้อโควิด-๑๙ มากสุดในโลกไปแล้ว!

                ก็มาไล่เลียงกันเลย ๑๐ อันดับ World Covid-19

                อันดับ ๑ สหรัฐฯ ป่วย ๘๕,๖๕๓ คน หาย ๗๑๓ คน ตาย ๑,๒๙๐ คน

                อันดับ ๒ จีน ป่วย ๘๑,๓๔๐ คน ตาย ๓,๒๘๑ คน พบป่วยใหม่เพียง ๕๕ ราย

                อันดับ ๓ อิตาลี ป่วย ๘๐,๕๘๙ คน ตาย ๘,๒๑๕ คน

                อันดับ ๔ สเปน ป่วย ๕๗,๗๘๖ คน ตาย ๘,๒๗๑ คน (อันดับ ๑ ของการเสียชีวิต ขณะนี้)

                อันดับ ๕ เยอรมนี ป่วย ๔๓,๖๔๖ คน ตาย ๒๓๙ คน

                อันดับ ๖ อิหร่าน ป่วย ๒๙,๔๐๖ คน ตาย ๒,๒๓๔ คน

                อันดับ ๗ ฝรั่งเศส ป่วย ๒๙,๑๕๕ คน ตาย ๑,๖๙๖ คน

                อันดับ ๘ สวิส ป่วย ๑๑,๗๑๒ คน ตาย ๑๙๑ คน

                อันดับ ๙ อังกฤษ ป่วย ๑๑,๖๕๘ คน ตาย ๕๗๘ คน

                อันดับ ๑๐ เกาหลีใต้ ป่วย ๙,๒๔๑ คน ตาย ๑๓๑ คน

                ตัวเลขสรุปทั้งโลก....

                ณ ๒๗ มี.ค.๖๓ "ป่วยสะสม ๕๒๐,๔๐๖ คน ตาย ๒๓,๕๙๓ คน!"

                ต้องบอกว่า "ใจหาย" และอาลัยเศร้าแก่มนุษย์ร่วมสังคมโลก ทั้งผู้ติดเชื้อและผู้ต้องเสียชีวิต

                มนุษย์เรา ก็เท่านี้จริงๆ แต่ละคน ล้วนเป็นคนแปลกหน้าซึ่งกันและกัน มาจากไหน ไม่มีใครรู้

                เพียงช่วงเวลาหนึ่ง........

                ได้เกิดมาเป็นมนุษย์ร่วมโลก, ร่วมชาติ, ร่วมพี่, ร่วมน้อง, ร่วมพ่อ, ร่วมแม่, ร่วมเพื่อน และร่วมชีวิต เป็นสามี-ภรรยา กัน

                และทั้งหมดนั้น บ้างรักกัน บ้างเกลียดกัน บ้างแก่งแย่งชิงดีกัน

                แต่สุดท้าย.......

                ทุกคน ต่างต้องกลับไปสู่ ณ ที่ซึ่งไม่มีใครตามพบ และไม่มีใครรู้ว่า แต่ละคนแยกย้ายไปหนไหน

                แม้เวียนภพ-เวียนชาติ กลับมาเกิดอีกครั้งหนึ่ง ที่เคยเป็นพ่อ เป็นแม่ เป็นสามี เป็นภรรยา เป็นลูก

                ก็กลายเป็น "คนแปลกหน้า" ซึ่งกันและกันอีก!

                เฮ้อ....

                คิดอย่างนี้แล้ว "ตาย-เป็น" นั้น แก่นสารอยู่ตรงไหน?

                ดังนั้น อดีต-อนาคต "ไม่มีความหมาย" เท่าปัจจุบัน

                เมื่อแต่ละคนมีวาสนาได้เกิดเป็นคนร่วมชาติ-ร่วมสังคมกันเช่นนี้แล้ว ชีวิตนั้น "สั้นนัก"

                ฉะนั้น "ปัจจุบัน" มีความหมายที่สุด

                ถ้าปัจจุบันดี "อดีต-อนาคต" อันเป็นผลสืบเนื่องจากปัจจุบัน ก็ต้องดีแน่นอน

                เมื่อตรองเห็นเช่นนี้แล้ว พี่น้องไทยเอ๋ย มีวาสนาได้เกิดมาอยู่ร่วมชาติ-ร่วมแผ่นดิน

                จะโกรธ จะเกลียด จะแก่งแย่ง จะแบ่งเขา-แบ่งเรา สร้างไฟสุมแผ่นดินไปเพื่ออะไรกัน?

                ไม่มีใครร้อนจากไฟที่เราสุมหรอก นอกจากพี่น้องไทยเราเองที่ต้องร้อน และร่านทุรน

                "รัก-สามัคคี-มีเมตตา-เผื่อแผ่-เจือจาน-เกื้อกูล" กันไว้เถิด ข้างหน้าคือหุบเหว กลับหลังคือฟากฝั่ง

                ทั้งหมดนี้ ผมเพียงถ่ายทอด

                ที่บอก คือ คุณพ่อโควิด!

                ฉะนั้น ค่อยๆ คิด ค่อยๆ ตรองกัน หายนะ "สงครามโรค" มาถึงหัวขนาดนี้แล้ว

                สาธุชนคนดีทั้งหลาย ทั้งจากดีกรีการเมือง, การศึกษา, ครูบาอาจารย์มหา'ลัย

                ไม่เห็นแก่บ้านเมือง ไม่เห็นแก่พี่น้องร่วมชาติที่ว้าวุ่นใจ ก็ขอให้เห็นแก่ความเป็นคนของตัวเอง

                อย่าโพสต์-อย่าพูด ลักษณะกวนตีน ในขณะที่รัฐบาล แพทย์-พยาบาล-บุคลากรทางการแพทย์ และประชาชนร่วมชาติ "ทุกหมู่เหล่า" กำลังร่วมแรง-ร่วมใจฝ่าวิกฤติโควิดขณะนี้เลย

                เห็น ๑๐ อันดับ World Covid-19 กันไปแล้ว.....

                บางท่านอาจอยากทราบ แล้วไทยเราล่ะ อยู่อันดับโลกที่เท่าไหร่?

                ขอยืดอกตอบว่า........

                ของเรารั้งท้ายตาราง "ป่วยน้อย-ตายน้อย" เรียกว่า "ไม่ติดอันดับ" ฮิต-ฮอต ห้อยๆ อยู่เกือบอันดับ  ๕๐ โน่น!

                ก็ดูซี.....

                จากป่วยวันละเป็นร้อยติดๆ กันมา ๔-๕ วัน วานซืน "๒๖ มีนา" ตัวเลขป่วยสามหลัก คือ ๑๑๑

                แต่ล่าสุด เมื่อวาน (๒๗ มีนา) หล่นแวบลงมาอยู่ที่เลขสองหลัก คือ "๙๑"!

                ตัวเลขมาตรฐาน "ศูนย์โควิด" ณ ๒๗/๓/๖๓ เป็นดังนี้

                -พบติดเชื้อเพิ่ม ๙๑ คน

                -รวมยอดผู้ติดเชื้อสะสมทั้งหมด ๑,๑๓๖ คน

                แยกประเภทเป็นดังนี้

                -ผู้ป่วยหนัก ๑๑ คน

                ผู้ป่วยอยู่โรงพยาบาล ๑,๐๓๔ คน

                -เสียชีวิต ๕ คน

                -รักษาหายเพิ่ม ๙ คน

                -รวมรักษาหายเเล้ว ๙๗ คน

                ถือว่าสาธารณสุขของเรา "ตรึงที่มั่น" ยันการบุกของโควิดไว้ได้น่าพอใจ เมื่อเทียบกับเพื่อนๆ ประเทศทั้งหลาย ในวิกฤติเดียวกัน

                ต้องชื่นชม ปรบมือ ให้ ทีมแพทย์-พยาบาล-บุคลากรทางการแพทย์ของเรา ที่รบชนิดเอาชีวิตเข้าแลกในศึกนี้

                พวกเรา "ชาวแนวหลัง" ทั้งหลาย.......

                ตั้งแต่อายุร้อย ถึงอายุสิบขวบ นอกจากช่วยกันคนละไม้-ละมือ ในด้านส่งกำลังบำรุง ใครทำอะไรได้ตรงไหนก็ทำแล้ว

                การเชื่อฟังมาตรการของรัฐ และการปฏิบัติตัวตามคำแนะนำของหมอ

                เหล่านี้ ถือเป็น "ส่วนเสริม" ที่สำคัญ

                ๒ เดือนป่วยระดับพัน ไม่เป็น ๔-๕ พัน ก็เอาเหอะ..ถือว่าพวกเราประชาชนเกาะหลังนักรบเสื้อกาวน์เป็นฮีโร่ไปด้วยก็แล้วกัน

                แต่อย่าเพิ่งดีใจไปนัก ที่ตัวเลขป่วยหักหัวลงต่ำ ต้องดูต่อเนื่องอีกซัก ๔-๕ วัน

                ถ้าหัวที่หักไม่เงยพยักหน้าขึ้นเพดาน นั่นค่อยระบายลมที่อั้นในท้องได้สะดวกหน่อย

                แต่ถ้ายังคงสถิติ พบป่วยวันละ ๙๐-๑๐๐ ขึ้น ก็หมายความว่า ๑๐ วัน ๑ พัน

                แบบนั้น สิ้นเมษาอันดับไทยมีโอกาส "ขยับขึ้น" สู่ระดับป่วยสะสมทะยานหลักหมื่น!

                ผมคิดว่า ไม่มีใครอยากเห็นตัวเลขนี้

                ถ้าไปถึงตัวเลขนี้ แพทย์-พยาบาล-บุคลากรทางการแพทย์ แข็งแกร่งในปฐพีขนาดไหน ก็คงยากรับไหว!

                ดังนั้น ต้องเคร่งครัดในมาตรการและคำแนะนำหมอ มีวินัยกับตัวเอง

                บุคลากรทางการแพทย์อีกแขนงหนึ่งที่ "ปิดทองหลังพระ" ตอนนี้ คือ "อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน" ที่เรียกกันว่า "อสม."

                ประมาณ ๗ แสนคน กระจายกันอยู่ตามเมือง ตามชนบท "ทุกจังหวัด" ของประเทศ

                ลำพัง "แพทย์-พยาบาล" ไม่พอรับมือโควิดหรอก ก็ได้ อสม.นี่แหละ เป็น "กำลังรบ" ในทัพแพทย์-พยาบาล คอยติดตาม สอดส่อง ดูแล ใครป่วย-ไม่ป่วย อยู่ที่ไหนบ้าง

                เห็นคลิปที่เผยแพร่กันแล้วใช่มั้ย?   

                พวกไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตา ไม่ยอมกักตัวเฝ้าดูอาการ ๑๔ วัน กลับชนบท ก็สุมหัวกินเหล้า กร่างไปทั่ว

                อสม.ท่านก็เด็ดขาด-เข้มแข็ง

                ผู้หญิงแท้ๆ กล้าตามลากให้ไปกักตัว เคร่งครัดในหน้าที่ ที่ต้องบอกว่า "นับถือ..นับถือ"

                เป็นผมก็ไม่กล้า.....

                เจ็บตัวหรือตายได้ง่ายๆ ไปเล่นกับสุภาพบุรุษแรงงานที่กลับไปเริงสำราญแบบเถื่อนๆ อย่างนั้น!

                ก็ส่งท้าย "ไตรมาส ๑" ไว้แค่นี้........

                ไตรมาส ๒ สงกรานต์ ขอ "คุณพระรักษา" ยอดป่วย "หักหัวลงมา" เรี่ยดินเทิ้ดดด พ่อเจ้าประคุณ

 

'กรณ์'ย้ำโยกงบกระทรวงละ10%ดูแลคนเดือดร้อนโควิดทุกกลุ่มสามารถทำได้ ไม่ต้องรีบกู้


 

 

29 มี.ค.2563 นายกรณ์ จาติกวณิช ว่าที่หัวหน้าพรรคกล้า โพสต์เฟซบุคส่วนตัวถึงกรณีประชาชนจำนวนมาก ลงทะเบียนเพื่อรับขอความช่วยเหลือจากรัฐบาล โดยระบุว่า เพียงคืนแรกมีประชาชนลงทะเบียนขอความช่วยเหลือ 5,000 บาท กว่า 10 ล้านคน ในขณะที่รัฐบาลเตรียมงบประมาณไว้เพื่อ 3 ล้านคน

ขอยํ้าอีกครั้งครับว่า รัฐบาลต้องเพิ่มวงเงินเพื่อดูแลผู้เดือดร้อนให้ทั่วถึง ผู้เดือดร้อนมีมากกว่า 3 ล้านคนแน่นอน และรัฐบาลจะถูกกล่าวหาว่าคัดเลือกผู้ได้สิทธิอย่างไม่เป็นธรรม

และนี่ยังไม่นับถึงผู้ประกันตนตามมาตรา 33 อีกจำนวนมากที่ถูกลดเงินเดือน หรือถูกพักงาน และไม่เข้าข่ายที่จะได้รับการช่วยเหลือตามมาตรการของสำนักงานประกันสังคม โดยเฉพาะพนักงานกลุ่มภาคการท่องเที่ยว และบริการทั้งหมด 
รัฐบาลให้สัญญาณว่าจะออก พรก.กู้เงินฉุกเฉิน 200,000 ล้านบาท 

แต่ก่อนจะกู้เพิ่ม ผมขอเสนออีกครั้งว่า "รัฐควรปรับแผนการใช้เงินงบประมาณ และโอนงบที่ไม่เร่งด่วนหรือมีแนวโน้มว่าจะใช้ไม่ทันในปีงบประมาณมาเป็นเงินทุนเพื่อดูแลประชาชนให้ทั่วถึง ทุกกระทรวง กระทรวงละ 10% ได้เพิ่มอีกประมาณ 3 แสนกว่าล้าน" 

วินัยทางการคลังยังสำคัญ ทุกคนเชียร์ให้รัฐบาลช่วยเหลือประชาชน แต่ต้องใช้เงินภาษีให้เหมาะสมที่สุดในยามนี้


 
 
 

 

 

 

เปิด‘งบกลาง’ 1.8หมื่นล้านบ. สู้ไวรัสโคโรนา

...........................................................................

29 มี.ค. 2563

 

 
หน้าแรก / ต่างประเทศ
อาทิตย์ 29 มีนาคม 2563

ยอดเสียชีวิตโควิดอิตาลีทะลุ 1 หมื่น-สหรัฐกว่า 2 พัน

ยอดเสียชีวิตโควิดอิตาลีทะลุ 1 หมื่น-สหรัฐกว่า 2 พัน
29 มีนาคม 2563
 4,442

ยอดผู้เสียชีวิตจากโรคโควิด-19 ในอิตาลี พุ่งเป็นกว่า 10,000 คนในวันเสาร์ (28 มี.ค.) แม้ประเทศยังล็อคดาวน์ ขณะที่ตัวเลขเหยื่อในสหรัฐทะลุ 2,000 คน หนึ่งในนั้นคือทารก ซึ่งเป็นเคสหายาก

ขณะที่จำนวนผู้ป่วยรายใหม่ในอิตาลีเพิ่มขึ้นเกือบ 6,000 คน มาอยู่ที่กว่า 92,400 คน และยังมีผู้ป่วยที่ยังรักษาตัวอยู่อีกราว 70,000 คน

สถานการณ์โควิดในอิตาลียังไม่มีแนวโน้มดีขึ้น แม้อยู่ระหว่างการล็อคดาวน์ทั่วประเทศเป็นเวลา 16 วัน ธุรกิจห้างร้านถูกสั่งปิดและห้ามประชาชนรวมตัวในที่สาธารณะไปจนถึงวันที่ 3 เม.ย.นี้

ส่วนในสหรัฐ ตัวเลขจากมหาวิทยาลัยฮอปกินส์ ระบุว่า ยอดผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 ทั่วประเทศรวมเป็นอย่างน้อย 2,010 คนนับถึงวันเสาร์ เพิ่มขึ้นกว่า 500 คน หรือ 2 เท่าในช่วง 3 วั

ขณะที่จำนวนผู้ป่วยในสหรัฐเพิ่มขึ้นกว่า 10,000 คนเป็นกว่า 121,000 คน รัฐนิวยอร์กรายงานพบผู้ป่วยกว่า 52,000 คน และผู้เสียชีวิต 517 คนจากทั้งหมดกว่า 2,000 คนอยู่ในนครนิวยอร์ก

เจ้าหน้าที่สาธารณสุขรัฐอิลลินอยส์ รายงานว่า ผู้เสียชีวิตในช่วง 24 ชั่วโมงล่าสุด รวมถึงกรณีหายากอย่างทารกอายุไม่ถึง 1 ขวบคนหนึ่งในเมืองชิคาโกซึ่งเคยมีผลตรวจเชื้อเป็นบวก

แม้ตัวเลขผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตในรัฐนิวยอร์กเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ตัดสินใจล่าสุดว่า การสั่งกักกันโรครัฐนิวยอร์กยังไม่มีความจำเป็น และศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (ซีดีซี) จะแถลงรายละเอียดเพิ่มเติมในคืนวันเสาร์ (ตามเวลาสหรัฐ)

ขณะที่สถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ทั่วโลก เว็บไซต์เวิลด์โดมิเตอร์รายงานว่า ขณะนี้มียอดผู้ป่วยรวมกว่า 6.6 แสนคน และเสียชีวิตกว่า 30,000 คนแล้ว

 
ถั่งเช่าต้นตำรับ ลดน้ำตาล ลดความดัน ลดไขมัน บำรุงไต กว่าหมื่นคนพอใจ

ติดตามข่าวสารผ่าน facebook กรุงเทพธุรกิจ เพียง กดถูกใจ

 
แชร์ข่าว : 
 
หน้าแรก / เศรษฐกิจ
อาทิตย์ 29 มีนาคม 2563
 ................................................................
 
29 มี.ค. 2563
 
 

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน