*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 4038
  • จำนวนผู้ชม : 2541424
  • จำนวนผู้โหวต : 527
  • ส่ง msg :
  • โหวต 527 คน
<< มีนาคม 2020 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอังคาร ที่ 31 มีนาคม 2563
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 275 , 12:59:32 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน wullopp โหวตเรื่องนี้

link@: เยอรมนีเล็งตรวจแอนติบอดีครั้งใหญ่ // กทม.เยียวยา 1 แสนครัวเรือน

สวัสดีครับ

            รัฐนาวาไทยภายใต้แผนการเดินเรือของนายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชาขณะนี้ นั้น ใครหน้าไหนจะกล้า

ปฏิเสธได้ เพราะผลที่ออกมาช่วยคลี่คลายปัญหาได้เป็นอย่างดี แม้ว่าปัญหาที่เกิดตามๆกันมาจะแตกประเด็นไปคนทาง

สองทางก็ตาม

         ก่อนหน้านี้ พล.อ.ประยุทธ์ได้แบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบให้ค.ร.ม.ร่วมรัฐบาลรับเอาไป แต่เมื่อวิกฤตพุ่งขึ้นสู่ระดับ

สูงสุดดังปรากฏ ท่านก็พร้อมที่จะก้าวออกมายืนข้างหน้าแถว แล้วประกาศรับผิดชอบด้วยตนเองทันที จนกระทั่งกูรู

การเมืองบางคนชี้เปรี้ยงทีเดียวว่านี่คือการปฏิวัติอีกครั้งนั่นเอง

 
 

พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ครั้งที่ 18 ไพ่ใบสุดท้าย ‘บิ๊กตู่’ ดับวิกฤตไวรัส

วันที่ 30 มีนาคม 2563 - 09:28 น.
Facebook
Twitter
LINE
 

“พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม งัด พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ขึ้นมาเป็นเครื่องมือต่อสู้กับ “ไวรัสมรณะ” โควิด-19 เป็นการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินครั้งแรกในรอบ 6 ปี นับตั้งแต่ “พล.อ.ประยุทธ์” รัฐประหาร 22 พ.ค. 2557 และเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ที่ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินด้านสาธารณภัยต่อสู้กับ “เชื้อโรค” ไม่ใช่ภัยความมั่นคง ต่อสู้กับ “อริราชศัตรู” หรือควบคุมความสงบในประเทศ ถ้านับการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินสู้โควิดครั้งนี้จะเป็นครั้งที่ 18

แกะรอยสถานการณ์ฉุกเฉินในประเทศไทย ครั้งที่ 1 เกิดขึ้นเมื่อ 23 ก.พ. 2492 จอมพล ป. พิบูลสงคราม ได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน จากเหตกบฏวังหลวง ที่เกิดจาก “ปรีดี พนมยงค์” กับกลุ่มอดีตเสรีไทย พร้อมกับคณะนายทหารเรือส่วนหนึ่งพยายามก่อการรัฐประหาร เพื่อที่จะกลับมามีอำนาจอีกครั้ง หลังต้องลี้ภัยจากเหตุการณ์รัฐประหาร 29 พ.ย. 2490

ครั้งที่ 2 หลังรัฐสภาผ่านกฎหมาย พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ปี 2495 ถัดจากนั้น 1 ปีเศษ จอมพล ป. ประกาศใช้สถานการณ์ฉุกเฉิน ในเขตท้องที่อำเภอสะเดา อำเภอหาดใหญ่ กิ่งอำเภอนาทวี จังหวัดสงขลา และอำเภอเบตง อำเภอบันนังสตา จังหวัดยะลา โดยให้เหตุผลในการประกาศว่า มีกองโจรจีนบางส่วน มั่วสุมก่อการร้ายเขตรัฐมลายู ได้หลบหนีซุ่มซ่อนไปมาข้ามเขตระหว่างไทยและรัฐมลายู ทำให้เป็นภัยความมั่นคง

 

ครั้งที่ 3 ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน เมื่อ 25 ธ.ค. 2496 ในเขตท้องที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย น่าน เลย หนองคาย อุดรธานี นครพนม และอุบลราชธานี จากเหตุภัยคอมมิวนิสต์

ครั้งที่ 4 28 ธ.ค. 2496 รัฐบาลจอมพล ป. ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์ สกลนคร และศรีสะเกษ  ซึ่งเป็นประกาศพื้นที่เพิ่มเติมจากการประกาศเมื่อ 25 ธ.ค.

ครั้งที่ 5 รัฐบาลจอมพล ป. ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน เมื่อ 2 มี.ค. 2500 หลังจากการเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2500 ที่พรรคเสรีมนังคศิลา ที่มีจอมพล ป.เป็นหัวหน้าพรรคชนะเลือกตั้ง แต่ถูกมองว่าเป็นการเลือกตั้งสกปรก นิสิต นักศึกษา ประชาชนเดินขบวนประท้วงไปถึงทำเนียบรัฐบาล

ครั้งที่ 6 รัฐบาลจอมพลถนอม กิตติขจร ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในพื้นที่จังหวัดตราด จันทบุรี ปราจีนบุรี บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอำเภอเดชอุดม อุบลราชธานี เมื่อ 4 ส.ค. 2501 เพราะมีโจรผู้ร้ายตามจังหวัดชายแดน ปล้นสะดมทรัพย์สิน ทำร้ายประชาชน และมีการแทรกซึมของขบวนการคอมมิวนิสต์

ครั้งที่ 7 นายสัญญา ธรรมศักดิ์ นายกฯ ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินใน กรุงเทพฯ เมื่อ 4 ก.ค. 2517 เนื่องจากมีบุคคลบางจำพวก ประกอบด้วยบุคคลอันธพาลเป็นส่วนใหญ่ ก่อความไม่สงบใน กทม. ทำลายทรัพย์สินราชการและประชาชน ทำร้ายเจ้าหน้าที่ ก่อวินาศกรรม

ครั้งที่ 8 มีความพยายามจะรัฐประหารรัฐบาล พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ขึ้น แต่สุดท้ายเกิดเหตุ “นัดแล้วไม่มา” ทำให้กลายเป็นกบฏ รัฐบาล พล.อ.เปรมจึงประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน เมื่อ 9 ก.ย. 2528

ครั้งที่ 9 ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต เมื่อ 23 มิ.ย. พ.ศ. 2529 จากเหตุการณ์เผาโรงงานแทนทาลัมที่ จ.ภูเก็ต

ครั้งที่ 10 ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2535 เนื่องจากสถานการณ์การชุมนุมทางการเมือง หรือเหตุการณ์ “พฤษภาทมิฬ”

ครั้งที่ 11 เป็นการประกาศตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน 2548 ครั้งแรก โดย “ทักษิณ ชินวัตร” นายกรัฐมนตรีขณะนั้น ได้มีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตท้องที่ จ.นราธิวาส จ.ปัตตานี และ จ.ยะลา ในวันที่ 20 ก.ค. 2548 โดยต่ออายุการบังคับใช้จนถึงปัจจุบัน 14 ปีเศษ

ครั้งที่ 12 รัฐบาลสมัคร สุนทรเวช ได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตท้องที กทม.เมื่อ 2 ก.ย. 2551 จากการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย

ครั้งที่ 13 รัฐบาลสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตท้องที่เขตดอนเมืองและเขตลาดกระบัง กทม. และ อ.บางพลี อ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ เมื่อ 27 พ.ย. 2551 กรณีกลุ่มพันธมิตรฯ ยึดสนามบินดอนเมืองและสนามบินสุวรรณภูมิ

ครั้งที่ 14 รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน จ.ชลบุรี เมื่อ 11 เม.ย. 2552 จากเหตุการณ์ที่ นปช.ล้มการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน

ครั้งที่ 15 รัฐบาลอภิสิทธิ์ ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในเขตท้องที่ กทม. จ.นนทบุรี อ.เมืองสมุทรปราการ อ.บางพลี อ.พระประแดง อ.บางบ่อ อ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ อ.ธัญบุรี อ.ลาดหลุมแก้ว อ.สามโคก อ.ลำลูกกา อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม อ.วังน้อย อ.บางปะอิน อ.บางไทร อ.ลาดบัวหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อ 12 เม.ย. 2552 จากการชุมนุมของกลุ่ม นปช.

ครั้งที่ 16 รัฐบาลอภิสิทธิ์ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในเขตท้องที่ กทม. จ.นนทบุรี อ.เมืองสมุทรปราการ อ.บางพลี อ.พระประแดง อ.พระสมุทรเจดีย์ อ.บางบ่อ อ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ อ.ธัญบุรี อ.ลาดหลุมแก้ว อ.สามโคก อ.ลำลูกกา อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม และ อ.วังน้อย อ.บางปะอิน อ.บางไทร อ.ลาดบัวหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อวันที่ 7 เม.ย. 2553 จากการชุมนุมของกลุ่ม นปช.

ครั้งที่ 17 รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร มีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตท้องที่กรุงเทพมหานคร จ.นนทบุรี อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ เมื่อ 21 ม.ค. 2557 จากการชุมนุมของ กปปส.

“สุรชาติ บำรุงสุข” นักวิชาการด้านความมั่นคง จุฬาฯ เปรียบเทียบว่า การประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ปัจจุบันนี้คล้ายกับการ “รัฐประหารเงียบ” ในสมัยนายกฯชื่อ พระยามโนปกรณ์นิติธาดา ที่ออกพระราชกฤษฎีกาปิดสภาและงดใช้รัฐธรรมนูญชั่วคราว เมื่อ 1 เม.ย. 2476

เพราะ…กลไกการเมืองปกติหยุดหมดแล้ว ซึ่งเราเห็นในสภาวะ 2476 ปิดสภากลาย ๆ บทบาทพรรคการเมืองยุติไปโดยสภาพ มีการควบคุม ตรวจสอบสื่อในสื่อภาคประชาชน รัฐต้องชี้แจงไม่ใช่ไล่จับ เป็นการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งภายในโครงสร้างอำนาจของรัฐ ปิดบทบาทของฝ่ายค้าน ยกอำนาจการดำเนินการไปไว้ข้าราชการประจำไม่ใช่รัฐมนตรีเจ้ากระทรวง มีอำนาจพิเศษจัดการกับผู้เห็นต่าง และอำนาจรวมอยู่ที่ พล.อ.ประยุทธ์คนเดียว

“พ.ร.ก.ฉุกเฉินประกาศใช้ได้ แต่ทำแล้วใช้กลไกการเมืองปกติก็ได้ แล้วใช้อำนาจ พ.ร.ก.ฉุกเฉินเข้ามา เสริมเข้ามาในบางจุดที่คิดว่ากลไกการเมืองอ่อนแอ แต่ถ้าเป็นปัจจุบันส่อนัยคล้ายปี 2476 เหมือนเอารัฐมนตรีเจ้ากระทรวงไปแขวนไว้ข้าง ๆ แล้วปล่อยให้ปลัดกระทรวงดำเนินการ ไม่ต่างกับโครงสร้างหลังรัฐประหาร”

“บริบทนี้รัฐบาลไทยน่าเสียดายว่าไม่ทำเรื่องนี้ด้วยภาวะปกติ ไม่เคยใช้อำนาจ พ.ร.บ.โรคติดต่อจริง ๆ เลย”

“พ.ร.ก.ออกมาแก้ปัญหาการเมืองในรัฐบาล สงครามครั้งสุดท้าย เหมือนไพ่ใบสุดท้าย เทหมดหน้าตัก”

 

 

 


 

             "ศ.ธีรยุทธ บุญมี"

                เผยแพร่บทความเรื่อง "เมษาชี้ชะตาประเทศ" เมื่อวาน (๓๐ มี.ค.๖๓)

                อ่านแล้ว.....

                ต้องบอกว่า "อาจารย์ธีรยุทธ" ก้าวข้ามคำว่า "นักวิชาการ" สู่สถานะ "วิญญูชน" แท้จริง!

                ใครก็ตาม แค่ "เรียนรู้ตาม" วิชาสาขาใด-สาขาหนึ่ง ก็เป็นนักวิชาการได้

                แต่การเป็นวิญญูชนนั้น นอกจาก "รอบรู้" ศิลปวิทยาการและสังคมแล้ว ยังต้องถึงพร้อม "สัปปุริสธรรม" ๗ ประการ

                และคิดในสิ่งรอบรู้นั้นๆ ด้วยปัญญาวิเคราะห์ มุ่งทางแก้ไข สรรสร้าง อันเปลื้องแล้ว ซึ่งประโยชน์แห่งตน

                แต่ จากบทความ "เมษาชี้ชะตาประเทศ" ชิ้นนี้ของธีรยุทธ จะพูดว่าอย่างไรดีล่ะ......

                ระหว่างคำว่า "สร้างเซอร์ไพรส์" กับคำว่า "สร้างผิดหวังให้ขาประจำ"?

                คือ ผมเชื่อ........

                แวบแรก เห็นชื่อ "อาจารย์ธีรยุทธ" เหนือบทความ ต่อมรับรู้ของผู้คนจะหลั่งเอนไซม์ออกมารอบดย่อยคำประดิษฐ์เป็นศัพท์แสงแทงเสียดชายโครงรัฐบาลก่อนแล้ว

                แต่ครั้งนี้ "ขาแซ่บ" น่าจะผิดหวัง ที่ "ธีรยุทธ-เจ้าเก่า" หายไป และเกิดเซอร์ไพรส์แทน

                คือ เมื่อบ้านเมืองตกอยู่ในสถานการณ์วิกฤติ ด้วยโควิด-๑๙

                "อาจารย์ธีรยุทธ" ที่หายไป พลันปรากฏ "เนื้อหาหลัก" ขึ้น........

                ท่ามกลาง "นักวิชาการมหา'ลัย" หลายต่อหลายสถาบัน แอบลิงโลดใจ "อะไรทางร้าย" กับประเทศ กับคนไทย...ฉันไม่สนใจ

                สนเพียง "หาช่อง" ในร้าย นั้น.......

                ขยายและเพิ่ม "ทางทำลาย" เข้าไป หวังเพียง ให้ "รัฐบาลประยุทธ์" อยู่ไม่ได้

                หรืออย่างน้อย ทำให้ผู้คนเกลียดชัง แช่ง-ด่า นายกฯ ประยุทธ์ และเข้าใจผิดในการแก้ปัญหาโควิดของรัฐบาล

                ด้วยการปลุกปั่น....

                ยุแยง บิดเบือนข่าวสาร สร้างข่าวเท็จ จ้องจับผิด และบางครั้ง แสร้งแสดงความปรารถนาดีของจิ้งจอก ต่างๆ นานา

                นี่.....

                นักวิชาการมหา'ลัยทั้งเล็กและใหญ่ ใช้ความเป็นอาจารย์และสถาบัน สร้างแบรนด์ "คนรุ่นใหม่" ขายกินกับกลุ่มการเมืองล่มชาติกันอยู่ตอนนี้

                เมื่ออาจารย์ธีรยุทธ ปรากฏในบท "ผู้หลัก-ผู้ใหญ่" แยกแยะสถานการณ์ ว่าอะไรควร-ไม่ควรแค่ไหน, ตอนไหน-เล่นได้, ตอนไหน-ต้องจริงจัง เช่นนี้

                ก็น่าจะ "ไม่คุ้นลิ้น" ขาประจำ ที่คุ้นเคยอยู่กับยุค "จัญไรอันลิมิเต็ด คือประชาธิปไตย"!

                ก็ไปหาอ่าน "เมษาชี้ชะตาประเทศ" กันเอาเองที่ "เว็บไทยโพสต์"

                เมื่ออ่าน ผมก็พลันนึกในประเด็นที่อาจารย์ธีรยุทธตั้งเป็นหัวข้อ "สงกรานต์ชี้ชะตาประเทศ"

                สัปดาห์หน้านี้แล้ว เข้าสู่ช่วง "เทศกาลสงกรานต์"!

                รัฐบาลจะออกมาตรการอะไร ในทางสกัดกั้น-ควบคุม

                และมีวิธีการอย่างไร.....

                ในทางรับมือ "สังคมเคลื่อนย้าย" กลับสู่ภูมิลำเนา ครั้งใหญ่ รอบ ๒ ในเทศกาลสงกรานต์ที่จะถึง?

                หลังเคลื่อนย้ายรอบแรก เมื่อ ๒๒ มีนาจากมาตรการ กทม. "ปิดกรุงเทพฯ" ซึ่งทั้งไม่มีแผนรองรับ  ทั้งไม่ทันคิด และคิดไม่ทัน ตอนนั้น

                ส่งผลเชื้อโควิดขยายสู่ต่างจังหวัด จนป่วยมากกว่าคนกรุงเทพฯ ตอนนี้!

                จากเสาร์ที่ ๔ เมษาเป็นต้นไป ถึงแม้ ๑๓-๑๔-๑๕ เมษาให้เป็นวันทำงานตามปกติก็เถอะ

                แต่ขอบอกว่า ต่อให้เอาโซ่มาล่าม ที่จะไม่ให้คนกลับไปสงกรานต์ จ้างก็ล่ามไม่อยู่

                ฉะนั้น จะใช้มาตรการเข้มอย่างไร เพื่อให้การเคลื่อนย้ายคนช่วงสงกรานต์อยู่ในการควบคุม ก็ต้องรีบคิด-รีบทำ

                ไม่งั้น super spread อะไรนั่น จะดับเบิล ถึงขั้น "เมษาชี้ชะตาประเทศ" จริงๆ

                แต่เบาใจนิด เคลื่อนย้ายไปก้อนแรกก้อนหนึ่งแล้ว รอบ ๒ น่าจะไม่มากนัก!

                แต่ฟังที่ศูนย์โควิดแถลง จาก ๒๑-๒๒ มีนา รถตามท้องถนน รถประจำทาง รถส่วนบุคคล ลดลงไปแค่กว่า ๔๐% เท่านั้น

                แสดงว่า ผู้คนยังเคลื่อนย้ายจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่ง จากจำนวนรถร่วม ๒ ล้าน/วันตามท้องถนน  การตัดวงจรแพร่เชื้อยังไม่เป็นที่วางใจได้

                ช่วงเมษานี้......

                ทำอย่างไร ให้การเดินทาง ทั้งในอากาศ บนถนน ในน้ำ บนราง หายไปถึงระดับ ๙๐%? ก็ต้องทำ

                และมีมาตรการ "สั่งตรง" ไปทุกจังหวัด ทุกอำเภอ-ตำบล-หมู่บ้าน หรือยัง ว่าให้ทำบัญชี ควบคุม-ตรวจสอบ คนที่เดินทางเข้าไปในพื้นที่?

                จากตัวเลขป่วยประจำวันและยอดสะสม ที่เมื่อวาน (๓๐ มี.ค.) ป่วยใหม่ ๑๔๓ ยอดสะสม ๑,๓๘๘  ราย

                พุ่งขึ้นทุกวัน ดูเผินๆ น่าวิตกก็จริง

                แต่มองภาพรวมแล้ว ถือว่า "เอาอยู่" ลักษณะพอยัน "ทรงตัว" ซึ่งก็ไม่เลว แต่ก็ไม่ดี

                "เสี่ยงสงกรานต์" นี่แหละ คุมเข้มก็รอด พฤษภาปลายๆ ก็จบ แต่ถ้าคุมหลวม ตกปลายเมษาต่อพฤษภา

                เป็นหมื่นแน่....

                โรงพยาบาลสนามที่เตรียมไว้ แค่นี้ ไม่พอหรอก!

                เห็นยุกันว่า ให้ประกาศเคอร์ฟิว

                ในความเห็นผม มองปัญหาตอนนี้แล้ว อยากพูดด้วยความเกรงใจว่า ประกาศ-ไม่ประกาศ ค่าเท่ากัน

                ประชาชนน่ะ ตื่นแล้ว พร้อมให้ความร่วมมือมาตรการรัฐบาลอยู่แล้ว

                แต่ดูเหมือนมี "ฟองอากาศ" ปริ่มๆ ปรากฏในเส้นเลือดบางหน่วยงานที่รวมอยู่ใน "ศูนย์บัญชาการโควิด"

                ว่าด้วยการทำงานขัดๆ กัน ในภาพที่คล้ายว่ากลมกลืน ระหว่างคนระดับกระทรวงกับ "แพทย์-พยาบาล" ระดับปฏิบัติการตามโรงพยาบาลต่างๆ

                และที่สำคัญ การเมืองฝ่ายบริหาร จะตามไม่ทัน หรือสุดศักยภาพก็ได้แค่นั้น ก็ยังฉงนอยู่

                คำถามพื้นๆ ที่ทั้งแพทย์-พยาบาล ทั้งชาวบ้าน สงสัยไถ่ถามซ้ำซากจนแซ่ด

                หน้ากากอนามัยหายไปไหน ไหนว่ามีพอ แล้วมันอยู่ไหน นี่อย่างละ

                ล่าสุด ก็ทั้งจีน ทั้งแจ็ก หม่า ทั้งผู้มีจิตศรัทธา เขาส่งอุปกรณ์การแพทย์ หน้าก่ง-หน้ากาก มาให้เป็นหมื่น-เป็นแสน

                แล้วมันไปไหน ทำไมไม่รีบกระจายแจกออกไป จะต้องกระบิด-กระบวนทำไม?

                และเห็นโรงพยาบาลหลายแห่ง ดิ้นรน-ค้นคิด เครื่องตรวจโควิดขั้นต้นบ้าง ผลิตหน้ากากอนามัย เจลมาใช้บ้าง

                รุ่งขึ้น ระดับกระทรวงก็แถลง ไม่ได้มาตรฐานบ้าง ใช้ตรวจไม่ได้บ้าง ยังไม่ผ่าน อย.บ้างต่างๆ นานา

                ชาวบ้านงง.......

                สรุปแล้ว ประเทศนี้ นอกจากสโนไวต์ที่งามเลิศแล้ว ในปฐพีสาธารณสุขไทย กระทรวง-โรงพยาบาล-หมอ

                จะให้ชาวบ้านฟังใคร (วะ)......

                ช่วยบอกข้าทีเถิด สโนไวต์จะได้ตายตาหลับ!?

                ตอนนี้ นั่นก็โรงพยาบาล

                นี่ก็หมอ

                โน่นก็กระทรวง

                นั่นก็ อย.

                แล้วโน้นก็ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์

                "หมอหนู-หมอตี๋" นั่นน่ะ ถามจริงๆ ทันเรื่อง-ทันเกมสายสนกลในการเมืองเรื่องหมอเขาบ้างไหม?

                พูดแต่ละเรื่อง ดิ อินโนเซนส์ อย่างที่บอกว่า หน้ากากแจ็ก หม่ายังไม่กระจายออก เพราะต้องรอให้กรมฯ ตรวจก่อน

                โธ่..โธ่...

                จะเป็น-จะตาย แพทย์-พยาบาล แทบต้องใช้ผ้าเตี่ยวแทนหน้ากากกันอยู่แล้ว ยังต้องกางระเบียบ-ระบบราชการ ไฟไหม้ถึงหลังคาบ้านแล้ว (โว้ย)!

                ใครวะ...จะเอาของปลอม-ของอันตรายมาให้แพทย์-พยาบาลใช้ตอนนี้?

                ฉีกห่อ หยิบมาดูชิ้นเดียวเดี๋ยวนั้น ด้วยประสบการณ์ จะไม่รู้ขั้นต้นเชียวหรือว่า ใช้ได้-ใช้ไม่ได้

                ขนาดสุนัข ฝึกไม่เท่าไหร่ ยังใช้ดมกลิ่นได้สารพัด แล้วนี่...ถึงระดับไหนกันแล้ว ยังต้องใช้เวลาเป็นอาทิตย์ เพื่อดมกลิ่นหน้ากาก?

                นี่ เป็น "ฟองอากาศ" เล็กๆ จากสายตาชาวบ้าน ที่มองผ่านแม่ทัพ-นายกองบางคน เข้าไปในกองบัญชาการใหญ่

                ทุกอย่าง ที่ผมสังเกต "อาจผิด" ก็ได้นะ

                ท่านนายกฯ ที่อยู่กับคน, ข้อมูล, ปัญหาโดยตรง ท่านย่อมรู้ดีกว่า ถ้าผิด ก็..ขอโทษ

                แต่ถ้าที่ผมสังเกต มีเค้ามูล รีบแก้ไขเถอะ เพราะฟองอากาศนี่ ถ้าเข้าเส้นเลือด "ถึงตาย" เชียวนะ!

                วันนี้ ทุกอย่างยัง "อ้างระเบียบ" ก็ไม่ต้องใช้ "สถานการณ์ฉุกเฉิน"

                ในเมื่อใช้ ก็ช่วยถามทีเถอะ.....

                "ระเบียบ" เพื่อใคร?  

 

 

31 มีนาคม 2563 - สถานการณ์การระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่หรือโควิด-19 ทั่วโลก ณ เวลา 04.50 น.พบว่าได้ลุกลามไปยัง 200 ประเทศและดินแดนแล้ว โดยตัวเลขผู้ติดเชื้อล่าสุดอยู่ที่ 779,596 ราย โดยเสียชีวิตแล้ว 37,538 ราย รักษาหาย 164,631 ราย

ทั้งนี้พบว่าตัวเลขผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตไวรัสโควิด-19 ได้ก้าวกระโดดอย่างมาก โดยผู้ติดเชื้อ 779,596 รายนั้นเพิ่มขึ้น 56,206 ราย ส่วนผู้เสียชีวิต 37,538 ก็เพิ่มขึ้น 3,473 ราย โดยเฉพาะใน 10 ประเทศที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุดนั้นพบว่ามีการเพิ่มขึ้นทุกประเทศทั้งตัวเลขผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิต โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกานั้นปัจจุบันตัวเลขผู้ติดเชื้ออยู่ที่ 159,710 ราย เพิ่มขึ้นถึง 16,219 ราย และเสียชีวิต 2,951 ราย เพิ่มขึ้น 368 ราย โดยตัวเลขดังกล่าวกำลังจะเป็นจำนวน 2 เท่าของประเทศจีนที่เป็นต้นกำเนิดไวรัสแล้ว

ในขณะที่อิตาลีจำนวนผู้ติดเชื้อก็ทะลุแสนแล้ว โดยอยู่ที่ 101,739 ราย เพิ่มขึ้น 4,050 ราย และมีผู้เสียชีวิตมากที่สุดถึง 11,591 ราย เพิ่มขึ้น 812 ราย ส่วนอันดับ 3 นั้นเดิมเป็นประเทศจีนก็ถูกประเทศสเปนแซงขึ้นโดยมีผู้ติดเชื้อทั้งสิ้น 87,956 เพิ่มขึ้น 7,846 ราย ผู้เสียชีวิต 7,716 ราย เพิ่มขึ้น 913 ราย ส่วนจีนนั้นอยู่ที่ 4 มีผู้ติดเชื้อ 81,470 ราย เพิ่มขึ้นเพียง 31 ราย ในขณะที่ผู้เสียชีวิต 3,304 ราย เพิ่มขึ้นเพียง 4 รายเท่านั้น

ด้วยความห่วงใย!อัยการเตือน April Fool's Dayปีนี้ไม่ขำ แชร์ข้อมูลโควิด-19เท็จ เจอคุก 2 ปี


 

31 มี.ค.63-นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวเตือนประชาชนก่อนถึงวันที่ 1 เม.ย. ซึ่งทางสากลถือเป็นวันโกหก ว่า April Fool's Day หรือ "วันโกหก" เมื่อถึง 'วันโกหก' ที่ไม่ขำ เสี่ยงมีโทษหนัก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ห้ามแชร์ข้อมูลเท็จเกี่ยวกับสถานการณ์โควิด-19 จำคุกไม่เกิน 2 ปีปรับไม่เกิน 40,000 บาท’ 

ในหลายประเทศในวันที่ 1 เมษายนของทุกปี โดยผู้คนจะเล่นมุกตลกและเรื่องหลอกลวงต่อกัน มุกตลกและคนที่ถูกหลอกจะเรียกว่าเป็น "คนโง่เดือนเมษา" ตามสำนักพิมพ์หรือสื่อต่าง ๆ อาจรายงานเรื่องหลอกลวงในวันที่ 1 เม.ย. และออกมาเฉลยในวันต่อมา เป็นเรื่องที่ต่างประเทศเค้าทำกัน ประเทศไทยทำไม่ได้นะครับ อย่าเผยแพร่ อย่าแชร์ข่าวลวง ข่าวเท็จ ผิดกฎหมายโทษหนัก เตือนกันด้วยความ ”ห่วงใย”.

 

31 มีนาคม พ.ศ. 2563

หน้าหนึ่ง ไทยโพสต์

ชงลดการเดินทาง เสาร์-อาทิตย์ยังสัญจรพลุกพล่าน-N95ใช้ได้2สัปดาห์

ผู้ติดเชื้อรายใหม่ยังพุ่งต่อเพิ่ม 136 ราย ทำยอดสะสมอยู่ที่ 1,524 ราย เสียชีวิตเพิ่มอีก 2 ราย ทำยอดตายสะสมใกล้เลขสองหลัก “หมออนุพงศ์” วิตกโควิด-19 หวนกลับเข้ากรุงหลังตัวเลข 2 วันยอดใน กทม.พุ่ง ชี้การเดินทางสุ่มเสี่ยงมากช่วงนี้ “ประยุทธ์” ย้ำเน้นเรื่องเว้นระยะห่าง ผบ.ทสส.ชงลดการเดินทาง 90% หลังพบเสาร์-อาทิตย์การจราจรยังพลุกพล่าน “หมอปิยะสกล” เร่งรัฐบาลหาหน้ากาก N95 ให้บุคลากรทางการแพทย์ด่วน หลังพบสำรองใช้ได้แค่ 2 สัปดาห์


ภูเก็ตล็อกดาวน์บุรีรัมย์ผุดศูนย์กักกัน

ผู้ว่าฯ ภูเก็ตคุมตั้งด่านประเดิมล็อกดาวน์ จ่อปิดสนามบิน 10 เม.ย. ท่าอากาศยานขอยกเว้นเครื่องบินรับผู้โดยสารตกค้าง ยอดติดเชื้อยังเพิ่ม 9 ราย ปัตตานีคัดกรองเข้ม 57 นศ.กลับจากปากีสถาน กักตัว 14 วันที่ มอ. บุรีรัมย์ผุดศูนย์กักกันกลุ่มเสี่ยงที่เมินมาตรการรัฐ หมื่นคนทะลักเข้าตราด ชาวบ้านผวาบี้ผวจ.ปิดเมือง


โลกสังเวยโควิด3.5หมื่นศพ หวั่นสหรัฐอาจตายถึง2แสน

ทั่วโลกติดไวรัสโคโรนาเกิน 730,000 รายแล้ว สังเวยเกิน 35,000 ศพ สเปนยอดติดเชื้อแซงจีนขึ้นอันดับ 3 ของโลก กรุงมอสโกของรัสเซียเป็นมหานครล่าสุดที่สั่งล็อกดาวน์กักประชาชน 12 ล้านคน ผู้นำสหรัฐขยายมาตรการคุมการระบาดถึงสิ้นเดือนเมษายนหลังที่ปรึกษาเตือนอเมริกาอาจตายถึง 2 แสนคน


ขอ5พันเฉียด20ล้านราย คลังเข็นมาตรการชุดใหญ่

คนแห่ลงทะเบียนรับเงินเยียวยา 5 พันบาทเฉียด 20 ล้านราย “คลัง” ยันใช้เวลาตรวจสอบข้อมูลเพิ่มจาก 7 วัน ระบุลงทะเบียนสำเร็จไม่ได้แปลว่าจะได้รับเงินทุกคน เล็งของบเพิ่มหลังประเมิน 4.5 หมื่นล้านบาทอาจไม่พอ คลังเตรียมออกมาตรการเข็นเศรษฐกิจฝ่าโควิดระยะ 3 ฟุ้งเป็นมาตรการชุดใหญ่สุด ดูแลทั้งรายย่อยภาคธุรกิจและระบบการเงินการลงทุน ยันฐานะรัฐบาลยังปึ้กไม่มีถังแตก ไม่ต้องกู้ไอเอ็มเอฟ


ห้ามส่งออกไข่30วัน ความต้องการ3เท่า อีกไม่นานล้นตลาด

ขยายเวลากฎเหล็กห้ามส่งออกไข่ไก่ไปต่างประเทศต่ออีก 30 วัน หลังครบกำหนด 31 มี.ค. เผยข้อมูลเข้าตลาดวันละ 40 ล้านฟองเท่าเดิม แต่ความต้องการเพิ่มขึ้น 3 เท่าตัว "วิษณุ" บอกอีกไม่นานเข้าช่วงภาวะไข่ไก่เฟ้อ ล้นตลาด


ธีรยุทธหนุนยาแรง เมษา.ชี้ชะตาปท. สู้อีกระยะชนะแน่

"ธีรยุทธ" ระบุเมษาชี้ชะตาประเทศ ต้องเข้มข้นขึ้น หนุนเจ้าหน้าที่บังคับใช้มาตรการจริงจัง 100% หากคนในสังคมไม่ตระหนักถึงความรุนแรงของปัญหา จำเป็นต้องใช้มาตรการบังคับทางสังคม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน พ.ร.บ.สงครามบางด้าน ยันสู้อีกระยะ เราชนะได้แน่ "ชวน" แนะเร่งใช้งบกลาง ไม่ควรต้องปล่อยให้แพทย์และโรงพยาบาลต้องไปคอยขอบริจาค

 .........................................................

31 มี.ค. 2563

 

 


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน