*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 4031
  • จำนวนผู้ชม : 2538925
  • จำนวนผู้โหวต : 527
  • ส่ง msg :
  • โหวต 527 คน
<< เมษายน 2020 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันจันทร์ ที่ 27 เมษายน 2563
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 405 , 23:31:35 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

สวัสดีครับ

         คุณๆผู้อ่านตามการเมืองทันหรือเปล่าครับ ทำใจให้สนุกกับข่าวที่หลั่งไหลตามสื่อต่างๆก็แล้วกันนะครับ

 

 

 

"อภินิหาร ๗ อาจารย์เพี้ยน"

 
 

           เห็นงานคณะวิจัย "๗ อาจารย์เพี้ยน" แห่งสำนักควายสองสีกันแล้วกระมัง?

            หัวข้อตามที่เขาแถลง เมื่อ ๒๔ เม.ย. มีความนำ ว่า

                "ผลการรวบรวมข้อมูลผู้เสียชีวิตและคนที่ “ฆ่าตัวตาย” จากไวรสโควิด-19

            และข้อเสนอแนะ โดยคณะนักวิจัย

            โครงการวิจัยคนจนเมืองที่เปลี่ยนไปในสังคมเมืองที่กําลังเปลี่ยนแปลง"

            ๑.ศ.ดร.อรรถจักร์ สัตยานุรักษ์ คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

            ๒.รศ.สมชาย ปรีชาศิลปกุล คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

            ๓.รศ.ดร.ประภาส ปิ่นตบแต่ง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

            ๔.ผศ.ดร.บุญเลิศ วิเศษปรีชา คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

            ๕.รศ.ดร.ณฐพงศ์ จิตรนิรัตน์ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัย มหาวิทยาลัยทักษิณ

            ๖.ผศ.ดร.ธนิต โตอดิเทพย์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา

            ๗.ผศ.ดร.ธนพฤกษ์ ชามะรัตน์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

                ก่อนอื่น........

                ขอถาม "ศ.นพ.สุทธิพันธ์ จิตพิมลมาศ" ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) เป็นลำดับแรกเลย ว่า

                นี่น่ะหรือ "งานวิจัย"?

                และแบบนี้น่ะหรือ "มาตรฐาน สกสว." ในการให้ทุน, ให้งบสนับสนุนการวิจัย?

                ถามตรงๆ คำเดียว ให้ทุนแบบแอบจิต "คนกันเอง" หรือเปล่า?

                เพราะลักษณะแบบนี้ ตามที่เคยเห็น มันวิถีและวิธีเดิมๆ แบบสมคบคิดในการดำรงชีพของแก๊งเอ็นจีโอ แก๊งวิชาการมารเมืองเขา ไม่ใช่อาจารย์มหา’ลัยสัมมาอาชีวะ

                คือตั้งโครงการ......

                แล้วเขียนขอทุน-ของบ ทำโน่น-นี่ อ้างเพื่อสังคมบ้าง เพื่อการวิจัยบ้าง บ่อยครั้ง เลอะเลือนทางปลุกระดมสังคมตามใบสั่ง และเพื่อรักษาหม้อข้าวตัวเอง

                ที่น่าทุเรศ เงินเหล่านั้น ก็เงินหลวง

                อาศัยคราบ "เพื่อสังคม" หากินกับเงินหลวงแล้ว แทนจะมีสำนึก แต่พอมีแรง ปัญญาชนก็ปัญญาทราม แว้งกัด-แว้งด่าหลวง คือรัฐบาล (ที่ไม่มีงบเอออวยพวกนี้)

                ด่าในเรื่องที่ถูกต้อง วิเคราะห์, วิจารณ์, วิจัย ให้ตรงไป-ตรงมา ตามหลักวิชาการและข้อมูล-ข้อเท็จจริง

                ก็โอเคและสนับสนุน

                แต่การใช้เล่ห์วิชาการบิดเบือน ตัดต่อ เสริมแต่ง เรื่องราวให้ผิดเพี้ยนจากความเป็นจริง และปลุกระดม กัดกร่อนรัฐบาลด้วยหวังโค่นล้ม

                จะด้วยอคติ ด้วยรับจ้าง ด้วยฝักใฝ่ข้างใด-ข้างหนึ่ง อย่างที่เขาทำกัน

                และหลายครั้ง ทรามถึงขั้นบั่นทอน-คลอนคลายความเป็นชาติ-เป็นประเทศ ตามประจักษ์อยู่

                แบบนั้น....

                นับวัน มันจะ "เลวกว่าเดรัจฉาน" ไปทุกที.....

                นี่พูดกันตามลักษณะสังคมทั่วไปในปัจจุบัน ว่าด้วยหลักสัตวศาสตร์และมนุษยศาสตร์

                ส่วน ๗ นักวิชาการ ที่ได้ทุนจาก สกสว.วิจัยโครงการนี้ อยู่ในหรือนอกเหนือเกณฑ์ที่กล่าวมานี้หรือไม่ อย่างไรนั้น

                ทุกท่าน รวมทั้งท่าน ผอ.สกสว........

                เมื่อได้อ่านผลงาน ๗ อาจารย์ตามแถลงแล้ว สามารถตอบด้วยเหตุ-ด้วยผล อันเป็นตรรกะได้ด้วยตัวเอง

                ว่านี่คือ "งานวิจัย" ตามหลักวิชาที่ถูกต้อง

                หรือ "งานชอนไช" ด้วยรากเหง้าแห่งความชั่ว ที่เรียกอกุศลมูล ๓ ประการ คือ

                โลภะ = ความอิจฉา ความอยากอย่างชั่วช้าลามก

                โทสะ = ความโกรธ ความอยากทำลายผู้อื่นล้นอก

                โมหะ = ความมัวเมา มานะถือตัว ความหลงไม่รู้จริง

                ความจริง อาจารย์เหล่านี้ ในกลุ่มโคแดง-โคส้ม อาจยังมีเครดิต แต่กับทางสังคมทั่วไป ไม่มีค่า-ไม่มีราคาทางความเชื่อถือเท่าไรนัก

                จึงเห็น พวกนี้ออกมาแต่ละครั้ง จะอิงแอบคราบสถาบันศึกษา คราบเครดิตปริญญา เป็นหนังคลุมร่าง

                ลำพังตัวเองโดดๆ ขอโทษ....

                สุนัขบอก นอนเกาขี้เรื้อนมันกว่าเสียเวลาผงกหัวเห่า!

                คงอ่านกันแล้ว "ผลงานคณะ ๗ นักวิจัย"

                เพราะทั้งสื่อหนังสือพิมพ์ สื่อโทรทัศน์ช่องเวิร์คพอยท์ ช่องอมรินทร์ทีวี ประโคมข่าวตึงตัง

                ประเด็น "คนฆ่าตัวตาย" ที่ ๗ อาจารย์ ใช้คำว่า "คณะนักวิจัย" เป็นเครดิต ปะติด-ปะต่อ แล้วประดิษฐ์เป็นประเด็นยกขึ้น "เข่นรัฐบาล" ในแบรนด์ "งานวิจัย" นั้น

                ก็อยากให้อ่านอีกซักครั้ง แล้วพิจารณากันซิว่า นี่คืองานวิจัย หรืองานโจรกรรมข่าวหน้าจอกันแน่

                ในวงวิชาการ เขาเรียกแบบนี้ว่า Plagiarism ถือเป็นความชั่วร้ายอุกฉกรรจ์?

                ลองอ่านกันดูนะ แล้วพิจารณาเอา

                ผมจะยกบางช่วง-บางตอนของงานโจรกรรมจากข่าวแล้วใช้ความคิดเห็นตัวเองลากไปสู่เป้าเพื่อใช้ทิ่มตำรัฐบาล โดยทำคลุมเครือให้เป็นงานวิจัย อ่านกันดูนะ

                "....ก็ปรากฏข่าวการฆ่าตัวตายของประชาชนเกิดขึ้นอย่างแพร่หลายด้วยเช่นกัน

            และมีข้อมูลที่แสดงอย่างชัดเจนว่าเป็นผลกระทบสืบเนื่องมาจากมาตรการต่างๆ ของรัฐ ที่ได้ประกาศบังคับใช้ตั้งแต่ ๒๒ มีนาคม ๒๕๖๓ เป็นต้นมา

            เนื่องจากมาตรการของรัฐ มุ่งเน้นการจัดการด้านสาธารณสุข

            แต่ละเลยการจัดเตรียมมาตรการบรรเทาผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจอย่างทันท่วงที

            โครงการวิจัยมีสมมุติฐานว่า ผลกระทบต่อประชาชนจะเกิดติดตามมาอย่างชัดเจนและรุนแรงขึ้นภายใน ๑ สัปดาห์

            จึงได้ทําการเก็บข้อมูลเกี่ยวกับการฆ่าตัวตายที่เกิดขึ้นระหว่างวันที่ ๑ มาจนถึงวันที่ ๒๑ เมษายน ๒๕๖๓ เป็นต้นมา เพื่อแสดงให้เห็นถึงผลกระทบจากมาตรการของรัฐในการรับมือกับไวรัสโควิด-19

            ด้วยการรวบรวมข้อมูลของสื่อมวลชนที่มีการรายงานข่าวการฆ่าตัวตายและมีข้อมูลรายละเอียดที่ยืนยันหรือแสดงให้เห็นว่า

            การฆ่าตัวตายนั้น มีความเกี่ยวข้องหรือเชื่อมโยงกับนโยบาย หรือมาตรการของรัฐ

            เช่น เว็บไซต์มติชน, ไทยรัฐ, ผู้จัดการ, อมรินทร์, one ช่อง 31 เป็นต้น

            ..............................

            "อย่างไรก็ตาม รัฐบาลกลับให้ความสําคัญเฉพาะการเสียชีวิตจากไวรัสโควิด-19 โดยตรง

            ดังที่มีการแถลงข่าวรายวัน การประกาศใช้มาตรการอย่างเข้มงวด การทุ่มเททรัพยากรอย่างมหาศาล

            แต่แทบไม่ให้ความสําคัญ ต่อผู้ที่ฆ่าตัวตายอันเนื่องมาจากนโยบายหรือมาตรการของรัฐ

            การฆ่าตัวตายเป็นโศกนาฏกรรมที่สามารถป้องกันได้ หากรัฐบาลมีมาตรการและกลไกที่มีประสิทธิภาพ

            การฆ่าตัวตายที่เกิดขึ้นจึงเป็นข้อบ่งชี้ถึงความล้มเหลวของการจัดการของรัฐอย่างรุนแรง

            จนกระทั่งมีคนกลุ่มหนึ่ง ต้องตัดสินใจฆ่าตนเอง เพื่อให้หลุดพ้นจากความเดือดร้อนที่เผชิญอยู่

            หลายกรณี ปรากฏอย่างชัดเจนว่า ความล่าช้าและความไร้ประสิทธิภาพในกรณี เงินเยียวยา ๕,๐๐๐ บาท คือสาเหตุแห่งการฆ่าตัวตาย"

            ครับ.....

                อ่านแล้วต้องชมว่า เก่งนะ ที่จับแพะผสมพันธุ์กับแกะ ออกลูกมาเป็นควายสองสี!

                เอามาตรการป้องกันโรคระบาด ยกอ้างเป็นเหตุคนฆ่าตัวตาย คิดได้ไง ถ้าไม่ถึงระดับ "ควายพระอินทร์" คิดแบบนี้ไม่ได้แน่!?

                ผมก็ไม่รู้หรอก ว่าหลักของงานวิจัย ต้องถึงพร้อมด้วยองค์ประกอบด้านสถิติ, ข้อมูล, การค้นคว้า-ทดลอง อ้างอิงทางศาสตร์ ทางวิชาการอย่างไรบ้าง

                แต่เชื่อแน่ แค่รวบรวมจากข่าวคนฆ่าตัวตายตามหน้าหนังสือพิมพ์ ตามหน้าจอโทรทัศน์

                แล้วสรุปว่า "การฆ่าตัวตายนั้น มีความเกี่ยวข้องหรือเชื่อมโยงกับนโยบาย หรือมาตรการของรัฐ"

                มันสะท้อนทั้งความบ้องตื้นและตื้นเขิน ไร้มาตรฐานไปถึงสถาบันศึกษาที่แต่ละจานเพี้ยนสังกัด คำว่า ดร., ผศ., รศ., มันโง้งนำหน้ามาก่อนเลย

                ทำไม........

                นายกฯ ประยุทธ์ "เลวสุดขั้ว-ชั่วสุดชาติ" ไม่มีอะไรดีเลย ทุกอย่างที่ทำ "เลวหมด" ถึงขนาดนั้นเชียวหรือ?

                แล้วนายกฯ คนไหนล่ะ ที่ ๗ จานเพี้ยน คิดว่าดี

                หรือเห็นคนไหนล่ะ.......

                ที่เข้ามาแล้ว จะทำได้ดีกว่า จะมีมาตรการรับมือโควิดได้ล้ำเลิศกว่าที่ "ทีมแพทย์+ทีมรัฐบาล" ปัจจุบันทำ จนหลายๆ ประเทศชม และยกเป็นตัวอย่างอยู่ขณะนี้?

                ผมไม่เชื่อหรอก "มาตรการรัฐ" ทำให้คนฆ่าตัวตาย

                ถ้า ๗ จานเพี้ยน "อกแตกตาย" ด้วยริษยา

                ผมเชื่อ ๑๐๐%!. 

 

ผมคนเดียวตัดสินใจ!'บิ๊กตู่'ฮึ่มสยบข่าวปรับครม. เบรกพี่ป้อมเขี่ยทีมสมคิด

27 เม.ย. 63 - ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า ในการประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค.ชุดใหญ่ เมื่อช่วงเช้า ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เป็นประธาน ซึ่งมีรองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม 

โดยในที่ประชุม พล.อ.ประยุทธ์ นั่งอยู่ตรงหัวโต๊ะ มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี นั่งอยู่ฝั่งซ้าย และนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี นั่งอยู่ฝั่งขวา มีอยู่ช่วงหนึ่งอยู่ๆ พล.อ.ประยุทธ์ ได้พูดถึงกระแสข่าวปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่ออกมาว่า ไม่มีการปรับ ครม. ใดๆ ทั้งสิ้น ตนเองคนเดียวเท่านั้นที่จะเป็นผู้ตัดสินใจได้ "ไม่ต้องต่อรอง ไม่ต้องเจรจา ผมเป็นนายกฯ ผมทำคนเดียว" โดยระหว่างที่พูด นายกฯ ได้หันไปมองที่นายสมคิด ขณะที่ พล.อ.ประวิตร และนายสมคิดมีท่าทีนิ่งเฉยและไม่ได้พูดอะไร ทั้งนี้ คำพูดดังกล่าวเกิดขึ้นจากกรณีที่มีข่าวออกมาว่า พล.อ.ประวิตร ขอให้นายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง ซึ่งเป็นสายนายสมคิดลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เพื่อตัวเองจะมาเป็นหัวหน้าพรรคแทน รวมถึงกระแสข่าวเรื่องการปรับ ครม.

ขณะที่ในช่วงเช้าวันเดียวกัน ก่อนจะมีการประชุม ศบค. พล.อ.ประยุทธ์​​ ได้มีการสอบถามรัฐมนตรีที่เป็นแกนนำพรรค​ พปชร. ถึงกระแสข่าวการจะเปลี่ยนกรรมการบริหารพรรค​โดยเฉพาะหัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรค พปชร.​ ด้วยความแปลกใจว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร​ เนื่องจากมองว่าสถานการณ์ขณะนี้ปัญหาที่สำคัญที่สุดคือ​ การแก้ปัญหาการแพร่ระบาดของโควิด-19 ​เรื่องนี้จึงไม่เหมาะสมที่จะมาพูดในตอนนี้​ 

นอกจากนี้​ ยังมีรายงานความเคลื่อนไหวในพรรค พปชร.อีกว่า​ นายวิรัช รัตนเศรษฐ ได้โทรศัพท์หา​ ส.ส.ที่เป็นกรรมการบริหารพรรค​ ซึ่งไม่ได้อยู่ในกลุ่มตัวเองเพื่อล็อบบี้ขอให้ลาออกจากกรรมการบริหารพรรค​ เพื่อเปิดทางให้มีเสียงเพียงพอในการโหวตเปลี่ยนหัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรค​ แต่หลายคนในพรรคมีความเป็นห่วงว่า​ ความพยายามเอากลุ่มนายสมคิดออกจากโครงสร้างพรรคในครั้งนี้ อาจนำมาสู่ความขัดแย้งภายในพรรค​รอบใหม่ได้​ เพราะเป็นการเปลี่ยนจากกลุ่มอำนาจหนึ่งไปสู่อีกกลุ่มอำนาจหนึ่งเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม การเดินเกมเพื่อกดดัน นายอุตตม นายสนธิรัตน์ และกรรมการบริหารพรรคบางส่วนในชุดปัจจุบันนั้น หากประสบความสำเร็จ คนที่เป็นเป้าหมายลาออก ทางพรรคจะมีการประชุมใหญ่เพื่อแต่งตั้งกรรมการบริหารพรรคทดแทนต่อไปภายใน 60 วัน ระหว่างนั้น คนที่ลาออกแล้ว ยังมีสถานะรักษาการได้ ซึ่งขณะนี้ผู้ใหญ่ในพรรคให้เวลาตัดสินใจอีก1สัปดาห์ แต่หากการกดดันไม่เป็นผล นายอุตตม กับพวกยังเลือกอยู่ในตำแหน่งต่อไป จะมีแกนนำบางกลุ่มเตรียมใช้ข้อบังคับพรรคบีบต่อไป ด้วยการยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อขอจัดประชุมใหญ่พรรคในการลงมติเลือกกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ต่อไป ซึ่งผู้ที่มีสิทธิโหวตได้แก่ ตัวแทนส.ส. ตัวแทนสาขาพรรค และตัวแทนสมาชิก รวมกันไม่ต่ำกว่า 250 คน คาดว่าจะจัดประชุมใหญ่พรรคได้ประมาณกลางเดือนมิถุนายนเป็นต้นไป

ทั้งนี้ รายชื่อกรรมการพรรคพลังประชารัฐ จำนวน 34 คน ประกอบด้วย 1. นายอุตตม 2. นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ 3. นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ 4. นายอนุชา นาคาศัย 5. นายไพบูลย์ นิติตะวัน 6. นายสนธิรัตน์ 7. นายพรชัย ตระกูลวรานนท์ 8. นายวิเชียร ชวลิต 9. นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ 10. นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ 11. นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ 12. นายพงษ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ 13. นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ 14. นายอิทธิพล คุณปลื้ม 15. นายชาญวิทย์ วิภูศิริ 16. นายชวน ชูจันทร์ 17. นายสันติ กีระนันทน์ 18.นาย กอบศักดิ์ ภูตระกูล 19.นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ 20. นายสมศักดิ์ เทพสุทิน 21.นายสันติ พร้อมพัฒน์ 22. นายสุพล ฟองงาม 23. ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า 24. นายวิรัช รัตนเศรษฐ 25.นายสุชาติ ชมกลิ่น 26.นายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ 27. นางประภาพร อัศวเหม 28. นายนิโรธ สุนทรเลขา 29. นายสัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ 30. นายสกลธี ภัททิยกุล 31. นายไผ่ ลิกค์ 32. นายสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ 33. นายสุรชาติ ศรีบุศกร และ 34.นายนิพันธ์ ศิริธร.

เปิดเบื้องลึก!ทำไม'บิ๊กป้อม'ถึงตะเพิด'อุตตม'พ้นเก้าอี้หัวหน้าพปชร.

 

27 เม.ย. 63 - กรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ เปิดเผยว่า สาเหตุที่ พล.อ.ประวิตร  วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ต้องการเปลี่ยนตัว นายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง ออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคพปชร. ซึ่งอยู่ในสายของนายสมคิด  จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ เนื่องจากไม่พอใจเพราะที่ผ่านมาไม่ดูแลพรรค ไม่มีความสัมพันธ์กับ ส.ส. และที่สำคัญไม่เข้าใจการเมือง จึงเป็นเหตุให้ พล.อ.ประวิตรต้องการปรับกรรมการบริหารเพิ่มให้ทำงานได้มีคุณภาพมากขึ้น หลังจากที่ผ่านมา พล.อ.ประวิตร แบกรับภารกิจต่างๆ และค่าใช้จ่าย ส.ส.พปชร. แต่เพียงผู้เดียว จึงควรเข้ามามีบทบาทเต็มที่และยังช่วยลดความขัดแย้งใน พปชร.อีกด้วย.

'สมคิด'ลั่นนาทีนี้ต้องช่วยกันทำงานไม่ใช่เวลามาพูดถึงอำนาจ

 

27 เม.ย​. 63 - นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกระแสข่าวเปลี่ยนตัวหัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ว่า เรื่องนี้ตนก็ได้ยินมาจากข่าวที่นักข่าวเขียน บ้านเมืองกำลังเผชิญกับปัญหารุนแรงระดับโลกมีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ดังนั้น นาทีนี้ต้องช่วยกันทำงานให้ประเทศรอดพ้นไปให้ได้ ไม่ใช่เวลามาพูดถึงอำนาจ จะเอาอำนาจไปทำอะไร ไม่เข้าใจ แต่ตนว่าข่าวนี้ไม่น่าจะเป็นความจริง นาทีนี้ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกันทำงาน หรือว่าว่างกันมากเกินไปรึเปล่า คนที่ทำงานก็ทำงานกันหนัก มาช่วยๆกันทำงานดีกว่า แต่ตนไม่รู้เรื่องนะ เพราะไม่ได้อยู่ในพรรค

นายสมคิด กล่าวว่าส่วนการทำงานของนายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน ในฐานะเลขาธิการพรรค นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.อุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง และอีกหลายคนล้วนทำงานดีทั้งนั้น ก็อยากให้คนดีๆได้ทำงาน และคนพวกนี้ทำงานไม่ใช่เอาอำนาจ งานต้องเป็นงาน  ในทุกวิกฤติการณ์ก็เห็นกันอยู่ว่าคนทำงานมีกี่กระทรวง ทั้งต้องทำงานและแบกรับ แต่กลับมามีข่าวแบบนี้ จริงไม่จริงไม่รู้ละ แต่ไม่ควรมีข่าวแบบนี้ คนทำงานจะได้มีกำลังใจทำงาน.

 

 

 

 

 

 ........................................................................
  

27 เมษายน พ.ศ. 2563

หน้าหนึ่ง ไทยโพสต์

ต้องปรับตัวถึงปีหน้า ศบค.เผยรอโลกไร้เชื้อมีวัคซีน/สธ.ผวา!วัยรุ่นเริ่มชะล่าใจ

"บิ๊กตู่" ดอดเยี่ยมสถานที่กักตัวคนกลับจาก ตปท.-รอรับ 207 คนไทยจากออสเตรเลีย สั่ง จนท.ดูแลช่วยเหลืออย่างเต็มที่ ข่าวดี ศบค.พบติดเชื้อเพิ่ม 15 ราย ไม่มีเสียชีวิต รักษาตัวเหลือเพียง 277 ราย ข่าวร้ายต้องติดเชื้อเป็นศูนย์ทั้งโลกจึงมั่นใจได้ วอนปรับตัวเข้าวิถีชีวิตใหม่ถึงต้นปีหน้าจนกว่าจะได้วัคซีน


‘หน่อย’จี้ฟังหมออย่าสนมั่นคง

ลุ้นอังคารนี้ "บิ๊กตู่" คลายล็อกดาวน์ เปิดเมืองรีสตาร์ทธุรกิจร้านค้า หลังครบบังคับใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน-เคอร์ฟิว 30 เม.ย. "เจ๊หน่อย" ทำสุขุม แนะต้องฟังข้อเสนอแพทย์ไม่ใช่หน่วยงานความมั่นคง "ปชป." เตือนทำแล้วต้องเอาอยู่ เชื้อโควิดไม่ระบาดรอบสอง ฝ่ายค้านไล่บี้นายกฯ ยื่น ป.ป.ช.เอาผิดฐานทำ จ.ม.ถึง 20 เจ้าสัว อ้างเข้าข่ายการขัดกันแห่งผลประโยชน์ส่วนบุคคลกับส่วนรวม


‘ชลบุรี’นำร่องเปิดหาด ขอนแก่นผุด‘ฟู้ดแบงก์’

ภูเก็ตติดเชื้อเพิ่ม 4 รายแต่ไม่มีอาการ พบจากมาตรการค้นหาเชิงรุก ชลบุรีลั่นคุมโควิดอยู่เตรียมผ่อนปรนบางธุรกิจ เปิดหาดพัทยา-บางแสนแต่ห้ามสังสรรค์ ขอนแก่นผุดธนาคารอาหาร ใช้ที่ดินสาธารณะในชุมชนปลูกผักเลี้ยงสัตว์ทำอาหารแจก ปชช. "ป้าขาเลาะ" น้ำตาคลอขอบคุณหมออำลากลับบ้าน


‘บิ๊กตู่’ครองใจแก้‘โควิด’ โพลซูฮกบุคลากรแพทย์

โพลสะท้อนคนไทยห่วงเศรษฐกิจมากที่สุดช่วงวิกฤติโควิด-19 ขณะที่บิ๊กตู่ขึ้นแท่นครองใจ ปชช. ด้านเจ้าสัวซีพี-ธนาธรพ่วงแม่สมพรติดอันดับมหาเศรษฐีช่วยคนไทย ซูฮกหมอ พยาบาล อสม.ฮีโร่เสียสละ


สังเวยCOVIDทะลุ2แสน เบลเยียมแชมป์อัตราดับ

ยอดสังเวยไวรัสโคโรนาทั่วโลกเกิน 200,000 ศพแล้ว ส่วนผู้ติดเชื้อสะสมจ่อทะลุ 3 ล้าน "อู่ฮั่น" ไม่มีคนป่วยโควิด-19 นอนโรงพยาบาลอีก สเปนตายเพิ่มน้อยสุดใน 1 เดือน รัฐบาลให้เด็กเล็กออกนอกบ้านได้ครั้งแรกในรอบ 6 สัปดาห์ ซาอุฯ ผ่อนคลายล็อกดาวน์ เว้นนครเมกกะยังเคอร์ฟิว 24 ชั่วโมง


‘ดีเอสไอ’ตามบี้ คดีพานทองแท้ เห็นแย้งอัยการ

ดีเอสไอกัดไม่ปล่อย เห็นแย้งอัยการพิเศษยกฟ้องคดี "โอ๊ค พานทองแท้" ฟอกเงินกรุงไทย 10 ล้าน ชี้มีประเด็นสำคัญต้องนำสู่การพิจารณาของศาลสูงเพื่อวินิจฉัย "หมอระวี" ตีเกราะอย่าให้สังคมมองรัฐบาลซูเอี๋ยชินวัตร

 

 

 

 

 

.............................................................. 

 

 

 


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน