*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 4030
  • จำนวนผู้ชม : 2538522
  • จำนวนผู้โหวต : 527
  • ส่ง msg :
  • โหวต 527 คน
<< พฤษภาคม 2020 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพฤหัสบดี ที่ 14 พฤษภาคม 2563
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 415 , 14:22:16 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

สวัสดีครับ

         คุณเปลว สีเงิน ชี้ให้เห็นสิ่งร้ายๆที่ซ่อนอยู่ในบทเรียนของประเทศ เมื่อเห็นแล้วจะแก้กันหรือเปล่า แก้อย่างไร ส่วนทักษิณ

ชมว่าธนาธรยังหนุ่ม อนาคตยังไปได้อีกไกล แล้วพูดถึงตัวเองว่า หากจะกลับไทยก็ยังติดเงื่อนไขอยู่ ไม่ยักบอกว่าเงื่อนไขที่ว่า คือ 

ต้องเข้าคุกเสียก่อน ซึ่งก็ไม่รู้ว่าชาตินี้จะใช้หนี้กรรมที่ทำไว้หมดหรือเปล่า

         นอกจากนั้น ถ้าได้ดูบริบทของพรรคเพื่อไทยตลอดมา ก็จะเห็นการดันหลังธนาธณตั้งแต่ยังมีพรรค'อนาคตใหม่'ชองตนให้รับหน้า

แทนพวกตัวตลอดมา

 

"บทเรียน-บทร้าย" ของไทย

 

         เห็นเลข 0 ในบัญชีแล้ว ใจโบ๋

            "เจ๊งแล้วสิเรา"........

            แต่พอ "หมอทวีศิลป์" บอก วันนี้ (๑๓ พ.ค.๖๓) ผู้ติดเชื้อรายใหม่ของไทยเป็น 0 จากโบ๋ กลับเป็นบาน!

                ขอบใจนะ...โควิด

                ถึงแม้เจ้าจะร้าย แต่เจ้าช่วยลอกเปลือก "เจ้าเงาะ" ประเทศไทย ให้เห็นเนื้อแท้ที่ซ่อนข้างในว่า "สังข์ทอง" นพคุณ

                ประเทศเรารอดพ้นจากโควิด .......

                ใช่...เพราะแพทย์-พยาบาล-บุคลากรทางแพทย์ และรัฐบาลของเรา "ขั้นเทพ"

                แต่ความจริงอีกด้าน ที่ใครก็ไม่กล้าปฏิเสธ

                "เทพเหนือเทพ" ก็คือ "คนไทย" ทุกคน!

                0 สัญลักษณ์แห่งความสำเร็จวันนี้ เป็น 0 ที่ประชาชนทุกคน ทั้งเหนือ-ใต้-ออก-ตก-อีสาน-ตะวันออก-กลาง และคนไทยที่คืนสู่เหย้า เชื่อฟังคำแนะนำหมอ

                ร่วมแรง-ร่วมใจ ละอีโก้ เอื้อเฟื้อมาตรการต่างๆ ของรัฐ ซึ่งล้วนแล้วแต่ "ขัดประโยชน์-ขัดใจ-ขัดนิสัยเคยชิน"

                แต่การ "เสียส่วนตัว" ชั่วขณะ แลกกับการ "ได้ส่วนรวม" เป็นอนาคตยาวนาน-ยั่งยืน

                คนไทยแยกแยะได้เสมอ!

                มันเป็นเกียรติภูมิยิ่งใหญ่สมนาม "ชาติไทย" บ่งบอกผลึกพลังมวลมหาประชาชนไทย อันบ่มเพาะซุกงำอยู่ข้างใน ยามปกติ จะไม่แย้มพรายให้เห็น

                แต่ยามใดชาติบ้านเมือง-พี่น้องร่วมชาติ มีทุกข์-มีภัย-มีศัตรูภายนอกกล้ำกราย

                "ผลึกพลังคุณภาพไทย" จะพรั่งพรูผนึกให้เห็น ไม่เพียงมนุษย์ด้วยกันตะลึง

                แม้โลกก็ยังต้องตะลึง!

                กับการที่คนไทย "รวมตัว-รวมพลัง" รับมือและสู้มัน อย่างกรณีเหตุการณ์ ๑๓ หมูป่าติดถ้ำนางนอน ที่เชียงราย เป็นต้น

                การผนึกรวมใจของคนไทยและเจ้าหน้าที่ครั้งนั้น ทั้งโลกใช้คำว่า incredible

                ในการ "สู้" ที่เปอร์เซ็นต์รอด เป็น 0!

                แล้วคนไทยก็พิสูจน์ให้โลกต้องเชื่อ ว่า incredible มีได้เสมอสำหรับไทย

                เมื่อชาติต้องการ.......

                โลกจะได้เห็น incredible จากคนไทย!

                ตั้งแต่โควิดระบาดเมื่อปลายมกรา. เรื่อยมาถึงวันนี้ (๑๔ พ.ค.๖๓) ไม่เฉพาะคนไทย กับทุกคน-ทุกชาติที่อยู่ในเมืองไทย แค่ขยันเดินหรือมีจักรยานซักคัน

                ไม่อดตาย!

                หิวตอนไหน ก็เดินไป-ปั่นไป พี่น้องคนไทยเอาข้าวปลาอาหารหลากหลายเมนู ตั้งโต๊ะแจก ตระเวนแจก กระทั่งตามร้านอาหาร มากมายที่แจกให้กินฟรี

                อย่างตอนนี้ "ตู้ปันสุข" เป็นเหมือน "ต้นกัลปพฤกษ์" สำหรับเทวดาบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์สอย

                เซเว่น "หิวเมื่อไหร่ก็แวะมา" เวฟกินได้เลย

                แต่ก็ยังสู้ "ตู้ปันสุข" ไม่ได้ ไม่ต้องรอให้หิว ปรารถนาสิ่งใด อยากหยิบ อยากโกยกันตอนไหน ก็ไปได้เลย ไม่ต้องเวฟ ไม่ต้องจ่าย

                นี่...แบบนี้ ไม่มีที่ไหน นอกจากไทยที่เดียว

                และหัวพลิกแพลงเป็นนวัตกรรมใหม่ ใครก็สู้คนไทยไม่ได้ ใช้ตู้มันธรรมดาไป โลกไม่ลือ

                ก็มีนวัตกรรมใหม่ ใช้ "โลงศพ" แทนตู้ กั้นเป็นชั้นๆ เอาของใส่ เป็นดีไซน์นวัตกรรมแม้สามมะกอกก็คิดไม่ได้

                เก๋ไก๋ กึ๊กกึ๋ย บรื๊อวววว...อีเกีย โฮมโปร ชิดซ้ายให้กับดีไซน์ "โลงศพปันใจ" ไปเลย

                อันนี้ดี กัน "มนุษย์ผี" มาโกยรอบดึก...พอได้!

                เรื่องโกยนี่ ย้ำอีกครั้งว่า "ช่างเขาเถอะ"

                คนเราแต่ละคน "ต้นทุนกรรม" ที่สั่งสมมาเกิด มันต่างกัน ฉะนั้น ใจเขา-ใจเรา มันคนละใจ

                ทั้ง "ฐานชีวิต" ก็ต่างกัน

                ดังนั้น เรื่องเดียวกัน จะให้เข้าใจเหมือนกันไปทุกคนไม่ได้หรอก

                สมมุติ เราตั้งตู้บรรจุของไว้เต็ม วันก็แล้ว สองวันก็แล้ว เดือนก็แล้ว ปีก็แล้ว ไม่มีใครมาหยิบไปเลยซักชิ้น

                ถามว่า เราปลื้มที่ของไม่มีใครมาแตะ หรือหม่นที่ไม่มีคนมาเอาของที่เราบริจาคเลย?

                ฉะนั้น ดีแล้ว ของที่เราตั้งใจให้ มีคนมาแย่งกันโกยเอาไป ก็สมดังเจตนา เราก็ได้ประโยชน์ คือทานสำเร็จแล้ว เราสุขใจ เขาก็ได้ประโยชน์ โกยสำเร็จแล้ว เขาก็สุขใจ

                "สุข+สุข" ประกายจะเปล่งยิ่งกว่าทอง "แม่ทองสุก" อีก!

                จำไว้อย่าง......

                เราให้ทาน ต่อให้บ่อย-ให้มากแค่ไหน เราก็ไม่จน คนที่รับรับไป ต่อให้รับไปบ่อย-ไปมากแค่ไหน เขาก็ไม่รวย

                "การให้-การรับ" มันเป็น "พลังงานเกื้อ" ต่อกันที่สำคัญ

                ผู้ให้...ยิ่งให้ ยิ่งได้มาเพิ่ม-มาเติมยิ่งขึ้น

                ดูน้ำตกซิ ไหลซู่ๆ ตลอดปี-ตลอดชาติ เคยแห้งซะที่ไหน ยิ่งตกมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งให้พลังงานเป็นแสงสว่างมากขึ้นเท่านั้น

                ผู้รับ...ยิ่งรับไป ยิ่งเป็นตัวดีมานด์ นำของที่ได้ไปหมุนเวียนเกิดพลังงานกระตุ้นซัพพลายในกระบวนการผลิต

                นั่นคือ การโกยคือตัวเร่งบริโภคเชิงกลไกสังคมไปขับเคลื่อนกลไกเศรษฐกิจในภาคเรียลเซ็กเตอร์

                สรุป...

                ให้แล้ว ให้เลย จบแค่นั้น อย่าตามไปคิดสั้น-คิดยาว ขอบใจคนที่มาโกยด้วยซ้ำ ที่ทำให้เจตนาเราไม่เป็นหมัน และแสดงว่า ของของเราที่ให้นั้นดี เขาจึงโกย

                ผมนี่ซี รับเขามาแล้วเก็บไว้ ยังไม่ได้จ่ายแจกออกไปเลย!

                คุณวรรณชัย "เสี่ยขาว" เจ้าของผลิตภัณฑ์ "มาดามเฮง" เขาส่งสบู่มาดามเฮง รุ่น "Dr.Jeng" มาให้หลายลัง

                บอกว่า Dr.Jeng เป็นรุ่นที่ ๓ ของมาดามเฮง จบแพทยศาสตร์มา ก็มาคิดค้นผลิตภัณฑ์เกษตรแปรรูปและวิจัยนวัตกรรมทางวิทยาการสารสกัดธรรมชาติ

                เรียกว่ารุ่นใหม่บูรณาการต่อยอดเข้ากับตำรับมาดามเฮงรุ่นต้นตระกูล เป็นผลิตภัณฑ์สบู่ Dr.Jeng ออกมาอีกตัว

                เสี่ยขาว "เพื่อนผม" เห็นคนโน้นไป-คนนี้มาที่ไทยโพสต์บ่อยๆ พอดี ช่วงนี้โควิดระบาด

                หมอบอกต้องหมั่นล้างมือบ่อยๆ เขาก็เลยส่งมาให้ผมใช้ล้างมือและแจกจ่ายตามอัธยาศัย

                ก้อนจุ๋มจิ๋ม น่ารัก ดีไซน์สำหรับ HAND & BODY โดยเฉพาะ คุณภาพแบรนด์ "มาดามเฮง" ไม่ต้องพูดถึง แต่วันนี้ขอชมแพ็กเกจจิ้ง Dr.Jeng ว่าคลาสสิกมาก

                เนี่ย......

                ผมก็เก็บไว้เป็นเดือน ยังไม่ได้แกะกล่องดูเลย เพราะช่วงนี้ หมอเขาให้ distancing ก็เลยเป็นกบจำศีล ไม่มีใครไป-ใครมา

                ตกช่วงนี้ เพื่อนฝูงแหงะหน้ามาดูกันว่าไม่เป็นตายยังอยู่ดีกันใช่มั้ย ก็เลยแกะแจกกันไป

                พอได้เห็น-ได้ใช้ อืมมม...ประทับใจ Dr.Jeng สบู่ตระกูล Madame Heng เขาเจ๋งจริง

                มีขายหรือเปล่าไม่ทราบนะครับ รู้แต่ว่าที่ผมมีแจกอยู่ ๔-๕ ลัง แพ็กเป็นของขวัญ ๓ กล่องต่อ ๑ แพ็ก

                ที่ไทยโพสต์ไม่มี "ตู้ปันสุข" ฉะนั้น เสียใจ "สายโกย" ด้วย เอาเป็นว่า เฉพาะเป็นของชำร่วย ช่วยล้างมือ ในภาวะ New Normal ไปมา-หาสู่ ก็รับกันไป ก็เท่านั้นนะครับ

                เอ้า....มาเข้าเรื่องกันบ้าง

                นอกจากโควิดเป็น 0 ในเมืองไทย ก็ไม่มีอะไรใหม่ที่น่าสนใจ

                นอกจากเก่าทรราชร้อยปี ที่พวกบ้ากำเริบขุดขึ้นมาโม้เป็นใหม่ "ก้าวหน้า" ตกท่อน้ำครำ! 

                ไอ้เรื่องการยิงเลเซอร์ "ตามหาความจริง" ของแก๊งก้าวหน้า-ก้าวไถลนี่ เข้าตำรา อยู่ดี-ไม่ว่าดี ดันรนหาที่ตายเอง!

                แล้วเป็นไง กับการ "ขุดผี" ขึ้นมา หวังทำลายคนอื่นเขา กลายเป็นว่า ความจริงที่ตามหา มันย้อนกลับมายิงเข้าแสกหน้าตัวเอง

                และกลางกระบาล ทั้งทักษิณ ทั้งธนาธร ทั้ง นปช.เสื้อแดง ทั้งใคร-ต่อใครในขบวนการเปลี่ยนประเทศเป็น "แดงทั้งแผ่นดิน" ทักษิณสถาปนา

                เจตนาหวังป้ายสีทำลายทหาร.....

                ลงท้าย กลายเป็น "ขุดศพ" ตัวเองและพวกขึ้นประจาน ให้ชาวบ้านเยี่ยวรด ไม่ต้องได้ผุด-ได้เกิดอีกต่อไป

                เมื่อวาน ผมงี้ ตาหูแฉะ.....

                กับภาพ/ข่าวครั้งแดง นปช.และทักษิณในปฏิบัติการ ฆ่าทหาร-เผาบ้านเผาเมือง ปี ๕๓

                ไม่รู้ใคร-ต่อใคร เปิดกรุ นำมาโพสต์-แชร์กันเต็มแน่นโซเชียล

                ความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย อย่างนั้นจริงๆ ที่มะลำ-มะเลืองว่าธนาธรและพวกในคราบก้าวไกลหลายๆ คนตอนนี้ ร่วมขบวนการด้วยหรือไม่?

                เลยถูกขุด "ภาพเหตุการณ์" มาให้เห็นหน้า-เห็นตากันชัดๆ รวมความแล้ว "อนาคตใหม่" มันก็แค่ "แดงเผาบ้าน-เผาเมือง" เจ้าเก่า ตบตาชาวบ้านมาในคราบ "รุ่นใหม่-อนาคตใหม่"

                มีความจริงทางสังคมอย่างหนึ่งที่อยากบอก

                หลายอย่าง-หลายเรื่อง "คนไทยพยายามลืม" เพื่อคืนสู่ความเป็นพี่น้องไทยกลมกลืนเนื้อเดียวเหมือนเดิม

                เช่น เรื่อง "เผาบ้าน-เผาเมือง" และความเป็นแดงแยกแผ่นดิน

                แต่กลับมีกลุ่มยุแยงตะแคงชาติ พยายามทุกวิถีทางนำเรื่องที่พยายามลืมให้มากลับจำ

                เพื่อไม่ให้คนไทยกลมเกลียวกลับเป็นหนึ่ง ตามใบสั่งจักรวรรดินิยมอำนาจตะวันตก ที่ต้องมีอำนาจเหนือชาติ

                ดังเช่นที่ "แก๊งก้าวหน้า" ทำ

                ขุดคุ้ยด้วยบิดเบือน เรื่องในอดีต หวังกระแทกแผลเก่าในจิตใจพี่น้องร่วมชาติ มิให้สมานเป็นเนื้อเดียวกันได้ดังเดิม

                ปั้นเท็จ "ตามหาความจริง"

                กลายเป็น "ความจริง" ปอกเปลือก "ความเท็จ" พวกก้าวหน้า ให้เห็นความจริงว่าใครระยำตำบอนชาติ

            ความจริงไม่เคยทำร้ายใคร.......

            เพราะ "ความฉิบหาย" จะทำร้ายพวกจัญไรเอง.

(ย้อนหลังอีกครั้ง)

"ก้าวหลัง"ของ"คณะก้าวหน้า"

          เจ้า "แก๊งสามมะกอก" นี่มัน "กวนบาท" ได้เก่งนะ

            ผมชักชอบ

   โดยเฉพาะบท "ดาวยั่ว" ของพรรณิการ์ เธอใจถึง-ถึงใจจริงๆ ผมเชื่อล้านเปอร์เซ็นต์ ใครเห็นแล้วไม่ "จิกเล็บ" ให้ตบ!

            อย่างในเรื่อง "ตามหาความจริง" ซีรีส์ X ล่าสุดของคณะสามมะกอก ที่วิจารณ์กันตลาดแตกตอนนี้

            "ถามหา-ล่าตัว" กันให้ควั่ก....

            ใครวะ....

            ที่ขับรถตระเวนยิงแสงเลเซอร์ไปตามจุดสำคัญหลายๆ แห่งในกรุงเทพฯ เช่นที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย, วัดปทุมวนาราม, แยกราชประสงค์

            "กระทรวงกลาโหม"

            อันเป็นสถานที่ราชการทางด้านการทหารและความมั่นคงประเทศ ดูเขาจะเจาะจงเป็นพิเศษ

            เจาะจงยิงภาพและข้อความเกี่ยวกับเหตุการณ์เสื้อแดงเผาบ้าน-เผาเมืองใส่ตัวอาคาร

            ถ้าเปลี่ยนแสงเลเซอร์เป็นกระสุนนะ มันคงไม่ต่างจากที่อิหร่านยิงจรวดใส่ค่ายทหารอเมริกันซักเท่าไหร่

            ยับเยิน-ยับย่อยก็พอทน.....

            แต่การที่ศูนย์บัญชาการทางทหารถูกโจมตีด้วยอาวุธแสงไอทีอย่างนั้น

            มัน "ลูบคม" กันชัดๆ!

            แถมยิงตัวโตๆ ย้ำหัวตะปู "ตามหาความจริง" หวังให้คนที่ไม่รู้เรื่อง-รู้ราว เกิดคำถามในใจ ทหารปกปิดอะไรที่คนกลุ่มนี้ตามหา?

            ความจริง ทหารไม่มีอะไรต้องปกปิด

            ตรงกันข้าม การเผาบ้าน-เผาเมือง เมื่อพฤษภา.๕๓ พวกแดง นปช.นั่นตะหาก ที่เผากันเอง และยังฆ่าทหาร

            แล้วพยายามใช้ความหนังหนาหน้ากะล่อน ทั้งปก-ทั้งปิด-ทั้งบิดประเด็น โพนทะนาเจตนาให้คนเข้าใจว่า ทหารฆ่าประชาชน

            ภาพข่าวราวเรื่องเหตุการณ์จะจะครั้งนั้น สำนักข่าวทั้งไทย-ทั้งเทศ ถ่ายทอดประจักษ์ตาคนทั้งโลกไปแล้วตอนนั้น

            แล้ววันนี้ ใกล้จนตาตาย .......

            จะร้องเพลงขายควายเลี้ยงพรรคก็ไม่มีคนฟัง เลยสุดทางของความด้าน

            ทำเหมือนแก้ผ้า แล้วทาสีแดง ยืนตะโกน "ตามหาความจริง"

            โถ...โถ...

            แค่ (มึง) ก้มหน้ามองผ่านง่ามขาลงไป ก็จะเห็น "ความจริง" โตงเตงอยู่กับตัวแล้ว ยังจะเสือกตามหาจากใคร-ที่ไหนอีกล่ะ?

            ไม่เชื่อถามทอนเขาดู

            ตอนนั้นก็ร่วมขบวนการกะเขาด้วยมิใช่หรือ เห็นมีภาพแอ้งแม้ง ร้อง โอ๊ยยย...เจ็บนะ ตอนทหารใช้กระสุนยางยิงน่ะ

            ถ้าทหารฆ่าพวกจลาจลเผาเมืองจริงๆ

            คงไม่อยู่ถึงวันนี้หรอก ตายเป็นหมาถูกรถทับคาถนนไปตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว

            ใครฆ่าทหาร, ใครตะโกน...เอาน้ำมันมาคนละขวด, ใครตะโกน...เผาไปเลยพี่น้อง ผมรับผิดชอบเอง, ใครตะโกน... พวกเราตกใจเข้าห้าง เข้าร้านแบรนด์เนม...ฯลฯ

            นี่มันยุคไอที หลักฐานมียันครบหมดแหละ ไม่ต้องแถไปตามหาความจริงที่ไหนหรอก

             แค่จิ้มไปถามอาจารย์กู ว่าหมาพวกไหนเผาบ้าน-เผาเมือง อาจารย์จาระไนเป็นฉากๆ ให้เลย!

            นี่แหละ ตั้งแต่คืนอาทิตย์ ๑๐ พฤษภา. ถามหาตัวขบวนการยิงเลเซอร์กวนบาทกันควั่ก

            แต่ตำรวจ-ทหารไม่ต้องเปลือง "หน่วยพิสูจน์สิทธิ์" ลงพื้นที่ค้นหา เพราะนางเอก "ช่อ พรรณิการ์" ออกมาเองเลย

            โพสต์เฟซ........

            "คณะก้าวหน้า" ริเริ่มแคมเปญพฤษภา ๓๕/๕๓ และ #ตามหาความจริง ต้องการสะท้อน ๒ เหตุการณ์สำคัญในเดือนพฤษภาคม ให้คนรุ่นหลังรับรู้ มาจับได้ หากมีกฎหมายเอาผิด

            ก็เป็นที่สิ้นสงสัย ไม่ต้องถามต่อว่า ใคร...ตัวการยิงเลเซอร์?

            "คณะก้าวหน้า"

            ยี่ห้อใหม่ของสามมะกอกที่เลียนกันไปกับ "พรรคก้าวไกล" ซึ่งทั้งหลายทั้งปวงรวมตะกูล "โคแดง-โคส้ม" นั่นเอง

            งั้นซีเล่า ถึงได้ออกมา "เล่นบท" รับลูกกันเป็นฉากๆ หวังฉวยโอกาสเดือนพฤษภา.ที่เผาบ้าน-เผาเมืองกันเมื่อ ๑๐ ปีที่แล้ว เป็นเชื้อปลุกระดมออกกันมากวนบ้าน-กวนเมืองอีก

            เฮ้อ.....

            น่าเห็นใจเนอะ มันหมดท่า หมดน้ำยา ที่จะพลิกฟื้นให้โคตรโกงกลับบ้านได้อย่างเท่ๆ แล้ว

            ก็ต้องเล่นลูก "หน้าด้าน-หน้าทน" แบบนี้ เข้าทำนอง ดิ้นก็ตาย ไม่ดิ้นก็ตาย

            ฉะนั้น ดิ้นวัดใจมันไปเรื่อยๆ เผื่อฟลุก ตำรวจ-ทหาร หรือใครรำคาญ ออกมาแตะเนื้อ-ต้องตัวสามมะกอก หรือพวกแก๊งที่แต่งหน้าทาปากรออยู่หลังฉาก

            จะได้ร้องให้คุณพ่อสหรัฐฯ ออกกฎหมายปกป้องและยึดประเทศไทย เหมือนที่สหรัฐฯ ทำกับฮ่องกงตอนนี้ ที่พวกม็อบฮ่องกงกลายเป็นอเมริกันกลายๆ อยู่เหนือกฎหมายฮ่องกงไปแล้ว!

            สรุป คือ........

            เป็นที่สิ้นสงสัย ว่าใครบังอาจเที่ยวยิงแสงเลเซอร์หมิ่นเหม่ความมั่นคงราชอาณาจักรไปทั่วจุดสำคัญในกรุงเทพฯ

            การที่พรรณิการ์ ออกมารับว่าเป็นผู้ทำเองในนามคณะก้าวหน้า และท้าให้ไปจับ ถ้ามีกฎหมายเอาผิด

            คนดูสยิว ในบทยั่วของเธอ

            แต่ตัวเธอคงไม่รู้สึกอะไร เพราะดูจะมั่นใจในมือกฎหมายอย่างปิยบุตรมาก ถึงกล้าท้า

            ก็รอดู เห็นฝ่ายกลาโหมไปแจ้งความแล้ว และทาง ผบ.ตร.จักรทิพย์, รอง ผบ.ตร.สุวัฒน์ กำลังพลิกคัมภีร์กฎหมายอยู่

            เรื่องนี้ ในความเห็นผม การแสดงใดๆ ของคณะก้าวหน้า ไม่มีราคาที่ต้องไปให้แต่อย่างใด

            แค่ "ยั่วอำนาจ" ถ้ารัฐบาลตอบโต้ จะได้ "มีราคา" ขึ้นมาบ้างเท่านั้น!

            ตั้งชื่อคณะตัวเองว่า "ก้าวหน้า"

            ไปตักน้ำใส่กะโหลกแล้วชะโงกดูเงาตัวเองบ้างซิ ว่าทุกอย่างที่ทำ มันมีอะไรที่ "ก้าวไปข้างหน้า" สมกับชื่อบ้าง?

            ขึ้นต้นก็พาประเทศถอยหลังไป ๘๘ ปี

            จะสานต่องานล้มสถาบันพระมหากษัตริย์ของคณะก่อการ พ.ศ.๒๔๗๕

            นี่น่ะเรอะ "ก้าวหน้า" ของแก๊งสามมะกอก?

            เห็นที่ช่อโพสต์ "ตามหาความจริง" แล้วติดแฮชแท็กหัวข้อที่ตามหา มีทั้ง....

            "ถีบลงเขา-เผาลงถังแดง"

            ๑๔ ต.ค.๑๖

            ๖ ต.ค.๑๙

            พฤษภา.๓๕

            พฤษภา.๕๓

            กูละหน่าย "คนรุ่นใหม่-ตะไคร่ขึ้น" เสียจริงๆ เพจติ๊กต๊อกเขายังขำ แต่ของเธอนี่มันเพจติ๊งต๊อง ถึงขั้นบ๊องหมอไม่รับรักษาแล้วนะเนี่ย

            นี่...แม่คางช้วย เธอเกิดปีไหนจ๊ะ มกรา.๒๕๓๑ ใช้มั้ย แล้วรู้มั้ย "ถีบลงเขา-เผาลงถังแดง" มันเมื่อไหร่ คืออะไร เป็นเหตุการณ์ตอนไหน?    

            การหยิบเฉพาะหัวข้อมาพูดลอยๆ แบบนี้ ส่อเจตนาก็พอเข้าใจ แต่ระวัง จะมีคนเขาว่า "ส่อสันดาน" พานหาเหตุโดยไม่รู้เรื่อง-รู้ความ

            "ถีบลงเขา-เผาลงถังแดง" เป็นเหตุการณ์ช่วงคอมมิวนิสต์กับทหารต่อสู้กัน ระหว่างปี พ.ศ.๒๕๑๐ ที่ภาคใต้ แถวๆ เขตพัทลุง

            ดูตามปูมประวัติ พรรณิการ์ เกิด ๒๕๓๑, ธนาธร เกิด ๒๕๒๑ และปิยบุตร เกิด ๒๕๒๒

            หมายความว่า คดี "ถีบลงเขา-เผาลงถังแดง"

            -ก่อนพรรณิการ์เกิด ๒๑ ปี

            -ก่อนธนาธรเกิด ๑๑ ปี

            -ก่อนปิยบุตรเกิด ๑๒ ปี

            ถามว่า ตัวเองเคยรู้เรื่องตอนนั้นมั้ย แล้วที่ยกมาเฉพาะเหตุ-เฉพาะตอน หวังผลเฉพาะประเด็น "ทหารฆ่าคน" แล้วใส่ถังน้ำมันเผา

            เจตนาหวังสร้างภาพร้ายให้ทหาร และสร้างความชอบธรรมให้พวกเธอได้ออกชุมนุมด้วยข้อกล่าวร้ายให้คนเกลียดชังทหาร

            แค่นี้จริงๆ มองเป็นประเด็นอื่นไม่ได้

            เพราะคดีถีบลงเขา-เผาลงถังแดง ที่ดังขึ้นบ้าง ก็เพราะเป็นวาทกรรมสืบทอดเป็นรุ่นๆ ของขบวนการขวา-ซ้าย

            มุ่งเฉพาะลีลา ไม่ลงเนื้อหาในบริบทเป็นจริง!

            แล้ว "คณะก้าวหน้า" ก็หลับหู-หลับตา "ถอยหลัง" ไปหยิบวาทกรรมชังชาติ แต่อดีตกาลก่อนเกิด มาย่ำในแอ่งตีนเดิมหากินอีก

            เฮ้อ....

            "ก้าวหน้า" หาคุกละมั้งช่อ แบบนี้น่ะ!. 

'ผบ.ตร.' สั่งเพิ่มความถี่ตรวจตราและบังคับใช้กฎหมาย ป้องกันโรคโควิดระบาดรอบใหม่

 

14 พ.ค.63 - พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงการตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมาย ตลอดระยะในห้วงที่ผ่านมา ยังคงพบว่า มีผู้ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามประกาศข้อกำหนดอันมีความผิดตาม พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินฯ และ พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ.2558 และอาจส่งผลทำให้สถานการณ์การแพร่ระบาดกลับมารุนแรงขึ้นอีกนั้น

ในกรณีที่มีผู้ฝ่าฝืน ออกจากเคหสถานระหว่าง 22.00 - 04.00 น. ของวันรุ่งขึ้น โดยไม่ได้รับการยกเว้นหรือมีเหตุจำเป็น เช่น เหตุการณ์เมื่อคืนของวันที่ 13 พ.ค.63 กรณีตำรวจ สภ.เมืองพัทยา จว.ชลบุรี จับกุมชาวต่างชาติ หรือ กรณีฝ่าฝืนรวมกลุ่มชุมนุม มั่วสุม ในเคหสถานในลักษณะเสี่ยงต่อการแพร่เชื้อโรค เช่น กรณีตำรวจ สภ.บ่อผุด เข้าจับกุมนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติและคนไทย 24 คน มั่วสุมดื่มสุรา ในร้านอาหาร เมื่อวันที่ 10 พ.ค. 63 ที่ผ่านมา หรือ กรณีสายตรวจร่วมในพื้นที่ อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี จับกุมวัยรุ่น 5 คน มั่วสุมเสพยาเสพติดและตั้งวงดื่มสุรา เมื่อคืนวันที่ 13 พ.ค. 63 ซึ่งการกระทำในลักษณะดังกล่าวมีพฤติกรรมที่เสี่ยงต้องต่อการแพร่ระบาดและเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายอย่างชัดเจน

โดย ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุข และหน่วยร่วมปฏิบัติทุกภาคส่วน ได้ขับเคลื่อนกลไกการตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายดังกล่าว ให้เป็นไปตามนโยบายที่รัฐบาลกำหนด ตลอดจนการให้ความร่วมมือในภาคประชาชน ส่งผลให้มียอดผู้ติดเชื้อรายใหม่มีจำนวนลดน้อยลง จนเป็นที่น่าพอใจตามลำดับ

รองโฆษก ตร. กล่าวต่ออีกว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้กำชับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ร่วมกับหน่วยร่วมปฏิบัติ สายตรวจ ชุดเคลื่อนที่เร็ว ทั่วประเทศ เพิ่มความถี่ในการออกตรวจตรา กดดันและบังคับใช้กฎหมายอย่างต่อเนื่องและจริงจัง รวมทั้งการรณรงค์ ประชาสัมพันธ์ สร้างความเข้าใจให้กับประชาชน เพื่อไม่ให้สถานการณ์การแพร่ระบาดกลับมารุนแรงขึ้นอีก

'ทักษิณ'ชม'ธนาธร'ยังหนุ่ม มีอนาคตทางการเมือง ส่วนเรื่องกลับไทยมันมีเงื่อนไขอยู่

 

13 พ.ค.63- บีบีซีไทยสัมภาษณ์นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่บ้านพักใจกลางกรุงลอนดอน เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา  เมื่อถามว่าคนไทยได้ "ก้าวข้าม" ทักษิณ ชินวัตร ไปแล้วหรือไม่ คำตอบที่สวนกลับมาทันควันคือ "สาธุ ขอให้เป็นจริงเถิด"

มหาเศรษฐีหกหมื่นล้านปฏิเสธว่าการที่ชื่อของเขาปรากฏเป็นเจ้าภาพงานศพตามที่เขาบอกว่าเป็นการจัดแจงของ ส.ส.ในพื้นที่ หรือการมีทั้งชื่อและภาพอยู่บนขวดแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อโรคนั้นไม่ได้เป็นเพราะเขาต้องการกลับมาอยู่ในจุดสนใจอีกครั้ง ตรงกันข้ามเขาเชื่อว่าก้าวย่างใด ๆ ต้องเป็นไปอย่างระมัดระวัง ไม่ให้ถูกมองได้ว่าเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการเมือง

แต่เมื่อเปรียบเทียบให้เห็นว่าความช่วยเหลือที่เขาให้กับคนรากหญ้าที่เคยเป็นฐานเสียง ดูจะห่างไกลกับมหาเศรษฐีหมื่นล้านที่อายุการทำงานในสภาสั้นกุดอย่างนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ที่ผลิตและมอบอุปกรณ์ทางการแพทย์มูลค่าหลายแสนบาทต่อเครื่องให้โรงพยาบาลหลายแห่ง นายทักษิณกลับมองว่าเป็นการกระทำที่จะส่งผลดีต่ออนาคตทางการเมืองของผู้นำคณะก้าวหน้า

"ธนาธรก็ยังหนุ่ม มีอนาคตทางการเมืองก็มีมาก แม้จะถูกลงโทษไปบ้าง ก็คิดว่าได้ทำก็เป็นสิ่งที่ดีเพราะตอนนี้คนไทยต้องช่วยกันทุกฝ่าย"

ถามว่าเมื่อกลาง ก.พ.ที่ผ่านมา นายนคร มาฉิม รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เปิดเผยผ่านการสัมภาษณ์ทางโซเชียลมีเดียช่องหนึ่งว่า นายทักษิณอยากกลับประเทศไทย ผ่านการเรียกร้องของประชาชน และความเมตตาของผู้มีบารมีในประเทศ

"เราก็รู้ ๆ อยู่มันมีเงื่อนไขอยู่" เขาบอก ทั้งสำทับว่า "คนรักประชาธิปไตย"อยู่ที่ไหนก็อยู่ได้ แต่ถึงอย่างนั้นนายทักษิณยังพูดในเชิงเหน็บแนมอีกว่า "วันนี้ยังเป็นคนไทยที่เขาไม่ให้เป็นคนไทยอยู่แล้ว พาสปอร์ตไทยก็ไม่มี อยู่เมืองนอก ก็ทำในฐานะคนเคยเป็นนายกฯ มีคนเคยสนับสนุนเรามากมาย เราก็เป็นห่วงเขา (ชาวบ้าน) เท่านั้นเอง"

อดีตนายกรัฐมนตรีที่ยังมีคดีความรอเขากลับมาพิสูจน์ความบริสุทธิ์อีกอย่างน้อย 6 คดี ต้องอยู่ในต่างประเทศในฐานะพลเมืองของชาติที่ตัวเองไม่ได้ถือกำเนิด แม้จะยืนกรานว่าไม่ต้องการยุ่งเกี่ยวกับการเมือง แต่เขาก็ไม่ปฏิเสธเรื่องที่บรรดา ส.ส.อีสานของพรรคเพื่อไทยยังคงทำหน้าที่สื่อกลางนำความช่วยเหลือจากเขาลงไป"แจกจ่าย"ในพื้นที่

"ก็ทำแบบเงียบ ๆ อะไรทำได้ก็ทำไป ผมเดือน ๆ หนึ่งก็ค่าใช้จ่ายสูง เลยต้องมาทำมาหากินที่ลอนดอน เดี๋ยวไม่พอกิน".

อ่านฉบับเต็ม

 

 

 

 

 

................................................................

 

3 ดาราสาวโร่แจ้งความถูกโรคจิตคุกคามเสนอให้เป็นภรรยาลับ ซื้อกางเกงใน-ขนเพชร


 

14 พ.ค.63 - ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) เกรซ-พัชร์สิตา อธิอนันตศักดิ์ นักแสดงจากช่อง 7 ตูน-พิมพ์ปวีณ์ โคกระบินทร์ นักแสดงจากช่อง 3 และ มิงค์-ณัฐรินีย์ หรือ ฐรินดา กรรณสูต นักแสดงจาก ช่อง 7 เดินทางพบ พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รอง ผบก.ปอท. ในฐานะโฆษก บก.ปอท. เพื่อแจ้งความกรณีถูกคุกคามทางเพศ ผ่านสื่อโซเชียลอินสตาแกรมและเฟซบุ๊ก โดยมีนายจงสวัสดิ์ เธียรประภาโสภณ ชายที่ถูกนำรูปและชื่อไปสร้างเฟซบุ๊กปลอมแอบอ้างไปก่อกวนคุกคามทางเพศดาราสาวทั้ง 3 คน ซึ่งน่าเชื่อว่าคนร้ายเป็นคนเดียวกันที่ก่อเหตุรบกวน โบว์ แวนด้า และ มิงค์ ฐรินดา ที่โดนติดต่อขอซื้อกางเกงในเดินทางมาด้วย

มิงค์ ณัฐรินีย์ ระบุว่า คนร้ายได้ทักแชทเฟสบุ๊คมาหาตน โดยเสนอเงินประมาณ 1 ล้านให้เป็นภรรยาลับ และจะต้องมีการไปตรวจร่างกายที่รพ. พร้อมจะต้องมาเจอกันเดือนละ 3 ครั้ง แต่ตนเองปฏิเสธ และได้บล็อกคนร้ายไป แต่คนร้ายก็ยังข่มขู่ อ้างว่ามีแอคเคาท์หลายบัญชี และจะตามก่อกวนไปเรื่อยๆ

 ส่วนนักแสดงอีก 2 คนระบุว่า โดนในลักษณะเดียวกัน ผ่านการทักแชทในไอจี แต่มีการปรับเปลี่ยนจำนวนเงินที่จะว่าจ้าง, รพ. ที่จะให้ไปตรวจร่างกาย รวมถึงวิธีการ โดยมีการเพิ่มเติมในด้านของการเสนอซื้อชุดชั้นใน, ขนอวัยวะเพศในราคาต่างๆด้วย ในเบื้องต้นจึงได้มีการลองเสิร์ชชื่อคนร้าย และทักไปพูดคุยกับลูกสาว จึงพบว่า คนร้ายได้นำภาพและข้อมูลส่วนตัวของนายจงสวัสดิ์ เธียรประภาโสภณ มาใช้แอบอ้าง และนำไปก่อกวนดารานักแสดงคนอื่นๆ ทำให้ผู้ใช้เฟซบุ๊คตัวจริงรู้สึกเครียด ขณะที่ดาราคนอื่นๆที่ถูกคุกคามก็รู้สึกหวาดระแวง และมีอาการเครียดด้วยเช่นกัน เพราะคนร้ายขู่ว่าจะติดตามไปทุกที่ วันนี้จึงเดินทางมาแจ้งความ เพื่อป้องกันไม่ให้คนร้ายไปก่อเหตุลักษณะนี้กับคนอื่นอีก

ด้าน พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ โฆษก บก.ปอท.กล่าวว่า กรณีนี้คนร้ายได้ทักแชทเข้ามาในลักษณะคุกคามทางเพศ เบื้องต้นจะเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 397 เป็นการคุกคามทางเพศฯ มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน ปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท, ข่มขู่คุกคามทางเสรีภาพ โทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 6 หมื่นบาท ส่วนกรณีแอบอ้างปลอมเฟซบุ๊กผู้อื่น จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หลังจากนี้จะมีการสอบปากคำผู้ที่ถูกแอบอ้างปลอมเฟซบุ๊กว่าได้มีปัญหากับใครหรือไม่ เพราะโดยปกติแล้วการปลอมแปลง มักจะใช้รูปที่ไม่มีตัวตนจริงๆ ซึ่งส่วนนี้จะต้องมีการสอบปากคำเพิ่มเติมต่อไป

 ..........................................

14 พฤษภาคม 2563

 


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน