*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 4030
  • จำนวนผู้ชม : 2538537
  • จำนวนผู้โหวต : 527
  • ส่ง msg :
  • โหวต 527 คน
<< พฤษภาคม 2020 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันเสาร์ ที่ 16 พฤษภาคม 2563
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 292 , 16:36:17 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

สวัสดีครับ

         ประเทศไทยต้องมีการบินไทย เป็นภาวะจำยอมที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ แต่สำหรับการที่การบินไทยจะเป็นรัฐวิสาหกิจหลีกเลี่ยงได้

อย่างแน่นอน เพราะเรื่องอะไรจะยอมขาดทุนในสภาพนั้นไปชั่วโคตรกันเล่า เงินทองก็เป็นของคนไทยทั้งประเทศนี่นา ไม่ใช่จะปล่อยให้

คนรัฐวิสาหกิจรุมทึ้งถ่ายเดียว

 

 

ยังไงๆ "การบินไทย" ก็แลนดิ้ง

 

 

              การจะ "รู้-เรียน-เล่น" สิ่งแรกที่ต้องทำความเข้าใจก่อน คือ "กฎกติกา" ในเกมนั้นๆ

                เรื่อง "การบินไทย" ก็เหมือนกัน

                เมื่อวาน (๑๕ พ.ค.๖๓) ปูพื้นให้เข้าใจกันไปแล้วระหว่างคำว่า "ฟื้นฟู" กับคำว่า "ล้มละลาย" ในตาหมาก "การบินไทย"

                ก็เข้าใจกันให้ชัด

                ที่เห็นตามหัวข่าวว่า "การบินไทยขอล้มละลายหรือเข้าสู่ขั้นตอนล้มละลาย" นั้น

                ผิด ทั้งข้อเท็จจริงในความเป็นจริงปัจจุบัน ผิดทั้งขั้นตอนในทางปฏิบัติตามกฎหมาย!

                อาจารย์ "วิชา มหาคุณ" แยกแยะให้ทราบตามกฎหมายล้มละลายไปแล้วเมื่อวาน
                คุณบรรยง พงษ์พานิช ผู้อยู่ในยุทธจักร
 Investment banking ได้สรุปแก่นๆ ให้ทราบไปแล้ว

                เพื่อความเข้าใจชัดๆ ที่ตรงกัน คือ....

                ขณะนี้ การบินไทยสู่เส้นทาง "ยื่นขอฟื้นฟูกิจการ" ต่อศาลล้มละลายกลาง

                ไม่ใช่ยื่นขอล้มละลายกิจการ อย่างที่พูด ที่บางคนเข้าใจ

                "ฟื้นฟู" แปลว่า.......

                "การบินไทยสะบัดต่อไม่รอแล้วนะ"

                ไม่มีคำว่าคำว่า ล้ม, เจ๊ง ในพจนานุกรมการบินไทยอีกต่อไป สมาชิกสหกรณ์ฯ ที่ไปลงทุนไว้ ไม่ต้องนอนสะดุ้งจนเรือนไหว แห่กันไปถอนหรอก

                แต่การไปถึงจุดนั้นได้ ในแผนฟื้นฟูที่การบินไทยเสนอรัฐบาลเพื่ออนุมัติ จะต้องตอบโจทย์ ๔-๕ ข้อให้ได้ก่อน

                อย่างเช่น หนี้สินจะบริหารยังไง ได้เงินกู้ฉุกเฉิน ๕ หมื่นล้านไปแล้ว เอาไปทำอะไรให้มันเกิดประโยชน์ในทางงอกเงย

                ไม่ใช่ได้เงินไป ก็เอาไปจายหนี้, จ่ายเงินเดือนไป ๒-๓ เดือน แล้วก็หมด

                ซึ่งถ้าแบบนั้น การบินไทยต้องตั้งโรงพิมพ์ พิมพ์ธนบัตรใช้เองแล้ว ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้ ทั้งนายกฯ ประยุทธ์ไม่ยอมเด็ดขาด

                เอาละ....

                มีแผนการใช้เงินแล้ว ก็ต้องมีแผนหารายได้ที่มีตัวชี้วัดเจนด้วย ไม่ใช่สักแต่ว่าเขียนเสนอไปมั่วๆ อย่างที่ผ่านมาเป็นอาจิณ

                แล้วเจ้าหนี้-เจ้าสิน ทั้งในและนอกประเทศ ร่วม ๕๐% ของยอดหนี้นั้น มีแผนเจรจาต่อรองยืดหนี้-ยืดสิน ลดต้น-ลดดอกอย่างไร?

                แล้วไอ้โรค "ไขมันส่วนเกินพอกตับ" จะตัด-จะลดกันยังไง ทั้งบุคลากร ทั้งเรื่องตุกติกขายตั๋ว ซื้อน้ำมัน ซื้อเครื่อง ทั้งรายจ่ายจริง-รายจ่ายแฝง ทั้งพวกเสือนอนกิน

                และทั้งประสิทธิภาพในการบริหารต้นทุนต่างๆ โดยเฉพาะปัญหาการเมืองและอำนาจนอกระบบที่เข้าไปแผ่อิทธิพลควบคุมการบินไทยตลอด

                เนี่ย.....

                การบินไทยต้องสารภาพบาปและสังคายนาตัวเองให้ตกผลึก รวมทั้งสหภาพฯ ทั้งบอร์ดด้วย

                คือถึงจุดนี้ ต้องยอมตัดอวัยวะตัวเองบางส่วนทิ้ง เพื่อรักษาชีวิตให้รอด

                อย่างเช่น อำนาจบารมี, ผลประโยชน์, สิ่งอันไม่ควรได้ แต่ได้กันจนเคยตัว

                ไอ้ที่...ให้รัฐบาลค้ำประกันเงินกู้ ๕ หมื่นล้าน ๘ หมื่นล้าน แล้วบอกว่า "การบินไทยของข้า...ใครอย่าแตะ" ทุกอย่างต้องคงเดิมนั้น

                นี่ยุค New Normal แล้วนะ ให้ถือว่า สหภาพการบินไทยหรือใคร ไม่เคยพูดละกัน!     

                เมื่อวาน ผมอ่านที่ "คุณกรณ์ จาติกวณิช" หัวหน้าพรรคกล้าโพสต์ เนื้อหาช่วยขยายความการขอฟื้นฟูได้ดี

                Korn Chatikavanij 

                จากที่ทีมกล้า และผู้รู้หลายท่านได้นำเสนอแนววิธีการแก้ปัญหาวิกฤติ #การบินไทย โดยเฉพาะช่องทางการฟื้นฟูโดยกระบวนการที่ระบุไว้ในกฎหมายล้มละลาย

                วันนี้ผมเห็นว่าสังคมมีความเข้าใจในแนวคิดนี้มากขึ้น รวมไปถึงหลายคนในรัฐบาล

                อาจารย์วิชา มหาคุณ ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญทางกฎหมายมากที่สุดท่านหนึ่งในประเทศ ได้แสดงความเห็นไว้ในเรื่องนี้ ซึ่งส่วนหนึ่งของบทความล่าสุดของท่านได้กล่าวว่า:

                “กระบวนการฟื้นฟูกิจการ ภายใต้กฎหมายล้มละลายจึงเหมาะอย่างยิ่งกับ บริษัทมหาชนจำกัด อย่างการบินไทย เพราะถือว่าเป็นองค์กรธุรกิจที่ยังสามารถดำเนินกิจการได้ แต่ขาดสภาพคล่อง ไม่สามารถชำระหนี้ได้”

                ผมจึงขอยํ้าอีกครั้งนะครับว่า ในส่วนเรื่องของข้อเสนอค้ำประกันเงินกู้ 50,000 ล้านบาทของรัฐบาลนั้น

                การบินไทยควรเข้ากระบวนการฟื้นฟูตามกฎหมายล้มละลายก่อน แล้วรัฐบาลค่อยค้ำประกันหนี้ให้นะครับ

                “เงินใหม่จะมีสิทธิมากกว่า เงินเดิม”

                เพราะกฎหมายระบุว่า หนี้สินที่มีการกู้ยืม ‘หลัง’ คำสั่งฟื้นฟูของศาล

                จะมีสิทธิเหนือกว่าหนี้สินที่การบินไทยมีอยู่เดิม (มาตรา 90/62 ทวิ พ.ร.บ.ล้มละลาย)

                แต่หากปล่อยกู้หรือค้ำประกันเงินกู้ก่อนเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟู หนี้ส่วนนี้จะมีสิทธิเพียงเทียบเท่าหนี้เก่า ทั้งๆ ที่เวลานี้ เราควรเจรจาลดภาระหนี้เก่าลงก่อน

                หนี้ก้อนใหญ่ของการบินไทย เป็นหนี้เช่าซื้อเครื่องบิน เวลานี้เป็นเวลาที่ดีที่สุดที่จะเจรจาต่อรองลดหนี้ส่วนนี้

                เพราะอุตสาหกรรมการบินยํ่าแย่ทั่วโลก

                หากเจ้าของเครื่องบินคิดจะยึดไปก็ไม่สามารถจะขายต่อให้ใครได้ สู้ยอมเจรจากับการบินไทยดีกว่า

                กระบวนการฟื้นฟู มีไว้เพื่อช่วยให้กิจการสามารถกลับมาเข้มแข็งได้ด้วยเงื่อนไขที่เป็นธรรมต่อทุกฝ่าย

                เวลานี้ ไม่ใช่เวลาที่จะกลัวเสียหน้าครับ

                นี่คือ 'โอกาสทองที่จะเริ่มใหม่ ด้วยโครงสร้างและยุทธศาสตร์ที่เป็นไปได้จริง'

                ถือเป็นการล้างบาปความผิดพลาดในการบริหารจัดการการบินไทยมาหลายยุคหลายสมัย

                #การบินไทย

                #กล้า #เรามาเพื่อลงมือทำ

                ประเด็นที่เป็นหัวใจตามที่คุณกรณ์ "เกจิวาณิชธนกิจ" อีกผู้หนึ่งบอกก็คือ

                ๕ หมื่น-๘ หมื่นล้านน่ะ จิ๊บจ๊อย เผลอๆ ไม่ต้องมากถึงขนาดนั้นด้วยซ้ำ

                เพียงแต่ให้เข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูก่อนเท่านั้น รัฐบาลพร้อมค้ำประกันกู้ให้อยู่แล้ว

                เข้าใจมั้ย.......

                คือ ถ้าให้ไปตอนนี้ เงินก้อนนี้สิทธิเท่ากับเจ้าหนี้สามัญ สมมุติมีอะไรขึ้นมา การบินไทยสะบัดต่อไม่ได้ ต้องชำแหละขายแบ่งกัน

                "เจ้าหนี้สามัญ" คือเจ้าหนี้เดิม (ก่อนเข้าแผนฟื้นฟู) โอกาสได้เงินคืนเต็มเม็ด-เต็มหน่วยน้อยมาก

                แต่ถ้าเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูแล้ว เจ้าหนี้ปุริมสิทธิได้เงินคืนทันที ได้คืนชนิด "ครบทุกบาททุกสตางค์" ด้วย

                บุริมสิทธิ คือ............

                "สิทธิของเจ้าหนี้ในการที่จะได้รับชำระหนี้อันค้างชำระแก่ตน จากทรัพย์สินของลูกหนี้ก่อนเจ้าหนี้สามัญ"

                เข้าใจกันแล้วนะทีนี้ 

                เงิน ๕ หมื่นล้านที่รัฐบาลจะค้ำให้การบินไทยก็ชัวร์ มีแต่เสมอต้น ซวยก็ได้คืน แต่ถ้าเฮง จะได้ทั้งต้น-ทั้งดอก กำไรอื้อ

                จังหวะเหมาะแปลงหนี้เป็นหุ้น จะยิ่งกำไรเละเทะ!

                แต่ทั้งหลาย-ทั้งปวง การจะได้มาอย่างว่า การบินไทยต้องเข้าสู่ระบบ "โฮลดิ้ง"

                จากยานแม่ แตกเป็นยานลูกแต่ละสาขาธุรกิจ เป็น ๔-๕ บริษัท คลังหุ้นใหญ่ ต้องลดให้เหลือน้อยกว่า ๕๐% ทางนิตินัย

                หมายความว่า ต้องพ้นจากความเป็นรัฐวิสาหกิจ และนั่น "สหภาพฯ" ก็ต้องเลิกไปโดยปริยาย

                มันเป็น strategic ไม่เพียง "แตกเพื่อโต" ยังแตกเพื่อไม่ตายอีกด้วย!

                ความจริง มันพิลึกอยู่ การบินไทย เป็นทั้งรัฐวิสาหกิจ ทั้งบริษัทมหาชนและทั้งจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ จะว่าผิดก็ผิด ถูกก็ถูก

                ไหนๆ ก็ยุค New Normal แล้ว ศัลยกรรมซะให้เข้ายุค-เข้าสมัย ให้การบินไทยไปโลดด้วยระบบยุทธศาสตร์โฮลดิ้ง จะแคล่วคล่องกว่า

                ที่สำคัญ จะทำให้ "การเมืองและอำนาจนอกระบบ" เข้าไปสิงยาก!

                สรุป.........

                บันได ๒ ขั้น ที่การบินไทยต้องก้าวตามสเต็ป คือ

                ๑ การจัดทำแผนฟื้นฟูกิจการ

                ขั้นแรก ต้องร้องขอฟื้นฟูกิจการต่อศาลฯ

                ศาลฯ มีคำสั่งรับคำร้องไว้พิจารณาปุ๊บ หนี้สินทั้งหมดอยู่ในสถานะ "พักชำระหนี้" ปั๊บทันที

                เจ้าหนี้จะฟ้องหรือบังคับคดีไม่ได้!

                ถ้าศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟู และเห็นชอบกับ "ผู้ทำแผน" ที่การบินไทยเสนอ

                ก็จะมีคำสั่งตั้ง "ผู้ทำแผน" มีหน้าที่บริหารกิจการแทนบอร์ด และจัดทำ "แผนฟื้นฟูกิจการ"

                "สามเดือน" ต้องเสร็จ

                ถ้าไม่เสร็จ ให้ต่อได้ ๒ ครั้ง ครั้งละไม่เกิน ๑ เดือน!

                หัวใจสำคัญของแผนฟื้นฟูก็อยู่ตรง "ข้อเสนอ" การปรับโครงสร้างหนี้ ทั้งต้น, ดอก,ทั้ง ลด-แลก-แจก-แถม ทั้งเทอมเวลา ผู้ทำแผนต้องแจกแจงให้เห็นว่าเป็นไปได้

                "การปรับโครงสร้างหนี้".......

                นี่แหละ ที่จะไปสู่บันไดขั้นสุดท้าย "เป็น-ตาย" ก็อยู่ตอนนี้ ตอนนำเสนอเจ้าหนี้และศาลล้มละลายกลางพิจารณา ว่าจะเห็นชอบตามนั้นหรือไม่?

                ถ้าเห็นชอบ ก็ไปโลด "ผู้บริหารแผน" จะเป็นกัปตันขับขี่การบินไทยไป ไม่เกิน ๕ ปี

                นี่แนวทางนะครับ ส่วนแผนจริงของการ "แฮปปี้ แลนดิ้ง" การบินไทย สุดท้าย ครม.จะเอายังไง ต้องรอฟัง

                ข้อสำคัญ ใครล่ะ ที่การบินไทย พูดตรงๆ คือรัฐบาลจะเลือกมาเป็น "ผู้บริหารแผน"

                ต้องเจ๋งจริง เป็นที่ยอมรับและพอใจทั้งสองฝ่าย และต้อง "ลิ้นทอง" ถึงขนาดนั้น

                เจ้าหนี้สหรัฐฯ คงไม่ยาก

                วันนี้ ในยุค อวสานระบบทุนนิยม dollar is trash อยู่แล้ว คุยถูกใจ เจ้าหนี้พร้อมแปลงค่าเช่าเครื่องบินที่ค้างเป็นทุน ไม่ยาก..ไม่ยาก!

                ยากอยู่แต่เรา "พวกเขา-พวกกู" อยู่นี่แหละ.

สว.คำนูณ โพสต์ 10 ข้อเปลี่ยนประเทศได้ใน 3 ปีสร้าง New normal ใหม่ในการบริหารราชการแผ่นดิน

 

16 พ.ค.63 - นายคำนูณ สิทธิสมาน สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ก โดยมีเนื้อหาดังนี้

10 ข้อเปลี่ยนประเทศได้ใน 3 ปีหากสามารถทำ 10 ข้อนี้ได้ ชี้แจงภาพรวมต่อประชาชน และต่อรัฐสภา คณะรัฐมนตรีก็จะสร้าง New normal ใหม่ในการบริหารราชการแผ่นดินได้ และนอกจากจะเป็นคณะรัฐมนตรีตามปกติแล้ว นับแต่นี้ไปยังจะเพิ่มบทบาทเป็นคณะรัฐมนตรีเฉพาะกิจเพื่อการปฏิรูปประเทศอีกต่างหาก

เวลาที่เหลืออยู่ 3 ปีจะทรงคุณค่ายิ่ง

สามารถเปลี่ยนประเทศได้ในระดับสำคัญเมื่อถึงวันที่ 6 เมษายน 2566 อันเป็นวันครบรอบ 5 ปีแผนปฏิรูปประเทศตามรัฐธรรมนูญ

1. นายกรัฐมนตรีแต่งตั้งคณะกรรมการยกร่างพระราชบัญญัติกลไกและกระบวนการในการแก้ปัญหาความยากจนและลดความเหลื่อมล้ำ ประกอบด้วยคณะกรรมการกฤษฎีกาครึ่งหนึ่ง และผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกที่มีประสบการณ์อีกครึ่งหนึ่ง โดยใช้ร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการบูรณาการเพื่อลดความเหลื่อมล้ำและแก้ปัญหาความยากจนที่ สศช. (สภาพัฒน์) ยกร่างเสนอคณะรัฐมนตรีเมื่อเดือนธันวาคม 2561 เป็นฐานตั้งต้น ให้ดำเนินการยกร่างให้แล้วเสร็จเพื่อเสนอคณะรัฐมนตรีภายใน 3 เดือน

2. นายกรัฐมนตรีเสนอร่างพระราชบัญญัติตามข้อ 1 ต่อรัฐสภา ในฐานะร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวกับการปฏิรูปประเทศตามรัฐธรรมนูญมาตรา 270

3. นายกรัฐมนตรีเสนอร่างพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติฉบับใหม่ และร่างพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีอาญา ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 258 ง. (4) ที่ผ่านการพิจารณาและตรวจแก้มาแล้วจากคณะกรรมการยกร่างที่ประกอบด้วยคณะกรรมการกฤษฎีกาครึ่งหนึ่งและผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกอีกครึ่งหนึ่งมาแล้ว 2 ชุด 2 รอบใช้เวลารวม 2 ปี เข้าสู่รัฐสภา ในฐานะร่างพระราชบัญญัติที่เกี่ยวกับการปฏิรูปประเทศตามรัฐธรรมนูญมาตรา 270

4. นายกรัฐมนตรีแต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินการปฏิรูปกฎหมายในระยะเร่งด่วนชุดใหม่

5. นายกรัฐมนตรีมอบนโยบายหรือกำหนดไว้ในคำสั่งแต่งตั้งตามข้อ 2 ให้ถือว่าการจัดกลไกและกระบวนการในการยกเลิกกฎหมายที่ล้าสมัยเป็นอุปสรรคในการดำรงชีวิตหรือการประกอบสัมมาอาชีวะของประชาชน หรือ Regulatory Guillotine คือหนึ่งในภารกิจเร่งด่วนของคณะกรรมการชุดนี้ที่ต้องดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายใน 1 ปี

6. นายกรัฐมนตรีสั่งการให้ทุกหน่วยราชการให้ร่วมมือกับคณะกรรมการตามข้อ 4 ปฏิบัติตามกระบวนการ Regulatory Guillotine อย่างเคร่งครัด

7. หนึ่งในข้อปฏิบัติตามข้อ 6 คือการจัดตั้งคณะกรรมการทบทวนกฎหมายในระดับกระทรวงขึ้นทุกกระทรวง และคณะกรรมการทบทวนกฎหมายระดับชาติ โดยต้องมีองค์ประกอบจากภาคประชาชนและภาคผู้ประกอบการเข้าร่วมด้วยอย่างมีนัยยะสำคัญตามที่คณะกรรมการตามข้อ 4 กำหนด

8. นายกรัฐมนตรีชี้แจงต่อประชาชนให้รับรู้ถึงการมีส่วนร่วมในกระบวนการ Regulatory Guillotine โดยขอให้ประชาชนภาคส่วนต่าง ๆ ตอบแบบสอบถามถึงกฎหมายรวมทั้งกฎเกณฑ์หรือระเบียบต่าง ๆ ที่เห็นว่าเป็นอุปสรรคต่อการดำรงชีวิตและการประกอบอาชีพ รวมถึงความเห็นในการยกเลิกหรือปรับปรุง

9. นายกรัฐมนตรีมอบนโยบายให้คณะกรรมการตามข้อ 4 ทำหน้าที่เสริมคณะกรรมการกฤษฎีกาในการยกร่างกฎหมายที่เกี่ยวกับแผนการปฏิรูปประเทศในประเด็นเร่งด่วนที่จะมีนัยยะต่อการเปลี่ยนแปลง หรือที่สภาพัฒน์เรียกว่า Big rock ที่กำลังปรับปรุงใหม่อยู่ในขณะนี้

10. นายกรัฐมนตรีในฐานะประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป.) ชุดใหม่ ตามคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 19/2561 ข้อ 13 เรียกประชุมคณะกรรมการครั้งแรกโดยเร็วที่สุดภายในเดือนมิถุนายน 2563 และมีคำสั่งให้สำนักงานขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง (สำนักงาน ป.ย.ป.) ตามคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 19/2561 ข้อ 7 ทำหน้าที่เป็นแกนกลางในการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศเสริม สศช. (สภาพัฒน์) ซึ่งมีงานล้นมือ กับทั้งให้เป็นฝ่ายเลขานุการของคณะกรรมการตามข้อ 4

เชื่อว่าหลายข้อใน 10 ข้อนี้อยู่ในใจของนายกรัฐมนตรีและรองนายกรัฐมนตรีที่รับผิดชอบอยู่แล้ว ทราบมาว่าบางข้อ โดยเฉพาะข้อ 10 มีกำหนดจะทำในเร็ว ๆ นี้ ผมเพียงแต่รวบรวม เสนอแนะเพิ่มเติม และขอให้เล่าภาพรวมให้ประชาชน รัฐสภา และข้าราชการทุกกระทรวงทบวงกรม อย่างเป็นระบบและเป็นแพจเกจ เท่านั้น

#ประเทศไทยต้องชนะ 'บิ๊กตู่' โพสต์ขอบคุณมหาเศรษฐีไทย

 

16 พ.ค. 63 - พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กระบุว่า "ตามที่ผมได้มีจดหมายเปิดผนึกถึงมหาเศรษฐีของประเทศ ขอให้ทุกท่านทำโครงการหรือกิจกรรมเพิ่มเติมตามที่เห็นสมควร เพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนคนไทยที่กำลังเดือดร้อนโดยตรงและเป็นรูปธรรม ซึ่งผมได้รับการตอบรับจากทุกท่านแล้ว ผมขอขอบคุณจากใจจริง ไม่ใช่แค่เรื่องจำนวนหรือมูลค่าโครงการที่ท่านทำ แต่ที่สำคัญมากกว่า คือการตอบรับจากทุกท่านที่พร้อมจะช่วยกันคนละไม้คนละมือออกไปบรรเทาความทุกข์ร้อนของพี่น้องคนไทย สิ่งนี้ตอกย้ำว่าคนไทยนั้นมีความพิเศษ มีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันโดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่ยากลำบาก ความสามัคคี ความโอบอ้อมอารี และน้ำใจของคนไทยที่มีต่อพี่น้องร่วมชาติและผู้อื่นเป็นสิ่งพิเศษที่หาไม่ได้จากที่ไหนในโลกครับ

นอกจากนี้ ยังมีอีกหลายท่าน ซึ่งแม้จะไม่ได้รับจดหมายจากผม ก็ได้แสดงความพร้อมและเสนอตัวที่จะร่วมกันช่วยเหลือพี่น้องคนไทยและประเทศไทยของเรา รวมไปถึงพี่น้องประชาชนเองที่ได้พร้อมใจกันออกมาทำกิจกรรมต่างๆ เพื่อแบ่งปันความสุขช่วยเหลือสังคม ตามที่ได้เห็นบนสื่อต่างๆ ในช่วงนี้

 
ผมมั่นใจว่าแรงสนับสนุนจากผู้อาวุโสของสังคมและผู้มีศักยภาพ จะเป็นอีกหนึ่งแรงกำลังสำคัญที่ผนึกเข้ากับแรงกำลังจากทุกภาคส่วนของสังคม ช่วยกันนำพาประเทศไทยอันเป็นที่รักยิ่งของเราให้ผ่านพ้นสถานการณ์ที่ยากลำบากนี้ไปได้

ผมขอชื่นชม และขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่านเดินหน้าทำโครงการหรือกิจกรรมช่วยเหลือพี่น้องประชาชนอย่างต่อเนื่องต่อไป ให้สำเร็จลุล่วงตามเจตนารมย์อันดีงามของท่าน ขอบคุณครับ #ประเทศไทยต้องชนะ"

 


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน