*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 4020
  • จำนวนผู้ชม : 2535342
  • จำนวนผู้โหวต : 527
  • ส่ง msg :
  • โหวต 527 คน
<< พฤษภาคม 2020 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพุธ ที่ 20 พฤษภาคม 2563
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 285 , 12:13:10 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน สิงห์นอกระบบ โหวตเรื่องนี้

สวัสดีครับ/ ค่ะ 

         คุณเปลวเข้าใจเปรียบนะครับ ตายได้ฟื้นได้ ฟื้นแล้วก็ผงาดให้เต็มที่ไปเลย

 

การบินไทย"ตายแล้วฟื้น"


 

 

             บทจะเร็ว.....

            ก็เร็วปานมีดสั้นของ "ลี้คิมฮวง"

 

            บทจะช้า....

            ก็ช้าเหมือนหนังอินเดีย ข้ามภูเขา ๗ ลูก เพลงเดียวยังร้องไม่จบ

            ปัญหา "การบินไทย" ที่มองไม่เห็นว่าจะจบลงได้ชาติไหน ก็ปานนั้น!         

            เมื่อวาน (๑๙ พ.ค.๖๓) โดยนายกฯ ประยุทธ์ เปรี้ยงเดียว

            ไม่อุ้ม ไม่โอ๋ ไม่แต่ช้าแต่....

            ให้ "การบินไทย" ในฐานะลูกหนี้ ยื่นขอ "ฟื้นฟูกิจการ" ต่อศาลล้มละลายกลาง

            ฟื้นฟูในกรอบทิศทางที่ต้องเป็นดังต่อไปนี้

            -ให้กระทรวงการคลังขายหุ้นการบินไทย ๓% ให้กองทุนวายุภักษ์ จากเดิมมีอยู่ ๕๑% เหลือ ๔๗%

            "การบินไทย" พ้นสภาพ "รัฐวิสาหกิจ" ทันที

            และนั่น "สหภาพฯ การบินไทย" ก็จะไม่มีในการบินไทยอีกต่อไป ต้องพ้นสภาพไปด้วย!

            -บอร์ดการบินไทยต้องลาออก ตามกระบวนการปรับโครงสร้างบริหาร จาก ๘-๙ คน เหลือไว้ ๓ คน ส่วนจะเอาคนใดไว้ เป็นขั้นตอนต่อไป

            จากนั้นจะตั้งมืออาชีพที่คัดสรรไว้เข้าไป ๓ คน ร่วมเป็นบอร์ดบริหารชั่วคราว

            "๓ เซียนมือผ่าตัด" ที่คาดหมายกัน ก็มี......

            นายเทวินทร์ วงศ์วานิช อดีตซีอีโอ ปตท.

            นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผอ.ธนาคารออมสิน และ

            นายจรัมพร โชติกเสถียร กก.บริหารแบงก์กรุงเทพ อดีตดีดีการบินไทย

            นี่....

            เป็นเพียงตามข่าว รัฐบาลยังไม่ได้ยืนยันว่าใช่บุคคลทั้ง ๓ นี้หรือไม่ ก็รับทราบเป็นพิมพ์เขียวไว้ก่อนละกัน

            ขั้นตอนต่อไป.......

            บอร์ดในชุด "๓ มือผ่าตัด" นี้ ก็จะทำคำร้องขอฟื้นฟูกิจการต่อศาลล้มละลายกลาง

            ศาลฯ มีคำสั่ง "รับฟื้นฟูกิจการ" วัน-เวลาไหน

            วัน-เวลา จากนั้น...

            หนี้สินการบินไทยเข้าสู่สถานะ "พักการชำระหนี้" ทันที!

            ห้ามเจ้าหนี้ฟ้องแพ่ง ห้ามเสนอข้อพิพาทให้อนุญาโตตุลาการชี้ขาด ห้ามฟ้องเป็นคดีล้มละลาย

            ที่มีฟ้องหรือถึงขั้นอนุญาโตฯ ก่อนแล้ว ให้งดการพิจารณาไว้

            ห้ามเจ้าหนี้มีประกันบังคับชำระหนี้เอาทรัพย์สินที่เป็นหลักประกัน (เว้นที่เข้าข้อยกเว้นตามกฎหมาย)

            นี่คร่าวๆ แต่ที่ควรทราบ ทั้งหมดนี้....

            มีผลเฉพาะทรัพย์สินของบริษัทลูกหนี้คือ "การบินไทย" ในประเทศไทยเท่านั้น

            "ดร.กนก จุลมนต์" ผู้พิพากษาศาลชั้นต้นประจำกองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา และรองเลขาธิการสำนักอบรมศึกษากฎหมายเนติบัณฑิตยสภา ให้ความรู้ไว้ว่า......

            "เจ้าหนี้จะเป็นเจ้าหนี้ไทยหรือเจ้าหนี้ต่างประเทศยังสามารถดำเนินการฟ้องร้อง และหรือบังคับคดีเกี่ยวกับทรัพย์สินของบริษัทลูกหนี้ไทยที่ตั้งอยู่ในต่างประเทศได้

                เพราะผลตามกฎหมายไทยไม่ได้มีผลคุ้มครองไปถึงทรัพย์สินที่ตั้งอยู่ในต่างประเทศ"

                ครับ.....

            นี่แค่ขั้นตอนศาลฯ มีคำสั่งรับคำขอฟื้นฟู ยังมีอานิสงส์ ตัดวงจรทั้งใน/นอกการบินไทย ได้ฉับพลันขนาดนี้

            "การบริหารการบินไทยทั้งหมด" จากเดิม

            เปลี่ยนถ่ายสู่บอร์ดที่มี ๓ เซียนมือผ่าตัดเป็นผู้ควบคุม/สั่งการ นอกจากขอฟื้นฟูจากศาลล้มละลายไทยแล้ว

            ยังต้องไปยื่นขอฟื้นฟู ตามหมวด ๑๑ กฎหมายล้มละลายของสหรัฐฯ ด้วย

            ที่เรียกกันว่า Chapter 11 นั่นแหละ!

            เพราะเจ้าหนี้ในต่างประเทศ มีทั้งเจ้าหนี้สหรัฐฯ, อังกฤษ, เยอรมนี ค่าเช่าเครื่องบิน ค่าเงินกู้สกุลยูโร ทับถมไว้ร่วมๆ หรือกว่า ๒ แสนล้าน!

            ก็ต้องไปขอฟื้นฟูด้วย ไม่งั้น เขาฟ้องในต่างประเทศได้ หรือเผลอๆ บินไปจอดสนามบินโน้น-นี้ เขามาอายัดเครื่องบิน มันทั้งซวย ทั้งขายขี้หน้า

            ก็ไม่จำเป็นต้องไปร้องเฉพาะที่ศาลสหรัฐฯ หรอก หลายสิบประเทศที่มีกฎหมายล้มละลายข้ามชาติ ภายใต้การรับรองของสหประชาชาติ

            เช่น ที่อังกฤษ ออสเตรเลีย หรือที่ สิงคโปร์ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ จะไปร้องที่ประเทศเหล่านั้นก็ได้

            แต่เจ้าหนี้ขาใหญ่ที่การบินไทยค้างค่าเช่าเครื่องเป็นแสนล้าน คือที่สหรัฐฯ

            ฉะนั้น ไปขอเข้า Chapter 11 ที่สหรัฐฯ หล่อสุด!

            ทั้งหมดนี้ คือ กรอบและขั้นตอนคร่าวๆ ที่รัฐบาลจะสรรตัว ๓ เซียนมือผ่าตัด เข้าไปปฏิบัติการตามนโยบาย

            ขั้นแรก ลดทุนทำให้การบินไทยพ้นสภาพรัฐวิสาหกิจ เพื่อไม่ต้องอยู่ภายใต้กรอบกฎหมายรัฐวิสาหกิจก่อนเลย

            ซึ่งภายใต้กฎหมายรัฐวิสาหกิจ มันมากขั้นตอนปฏิบัติ และไม่เอื้อต่อการทำธุรกิจที่ต้องแข่งขันหลากหลายในความเป็นบริษัทมหาชน

            เมื่อพ้นความเป็นรัฐวิสาหกิจ การผ่าตัดและการเข้าไปสะสางปัญหาด้วยทีมบริหารมืออาชีพก็จะคล่องตัว

            ทีมมืออาชีพจะได้รีบทำแผนเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟู เพื่อให้ทุกอย่างตามขั้นตอนลื่นไหล โดยไม่ชักช้า ยืดยาด

            เพื่อให้ศาลฯ ได้พิจารณามีคำสั่งว่าจะรับ-ไม่รับแผน เมื่อรับ ทุกอย่างจะเดินหน้าตามแผนทันที

            ผมประเมินว่า รัฐบาลคงไม่ช้า ตัวผู้จัดทำแผนและตัวผู้จะเสนอให้เจ้าหนี้และศาลฯ อนุมัติเป็นผู้บริหารแผน น่าจะอยู่ในมือหมดแล้ว

            อย่างช้า สัปดาห์หน้าคงเห็นเป็นรูปธรรม และการบินไทยจะเข้าสู่ "ห้องผ่าตัดใหญ่" โดยทีม ๓ เซียนนักบริหารมืออาชีพ

            เท่าที่เห็นแล้ว คลังลดหุ้นจาก ๕๑% เหลือ ๔๗% พ้นสภาพรัฐวิสาหกิจ สหภาพฯ ที่ว่าจะคัดค้านจนถึงที่สุด มันก็สุด "สูญสลาย" ไปโดยปริยายแล้ว

            เงินกู้สหกรณ์กว่า ๘๐ แห่ง ยอดรวมเฉียดแสนล้านนั้น ก็ไม่ต้องห่วง จัดการภายในเป็นที่เข้าใจกันแล้ว

            ไม่มีสูญ เพิ่มพูนด้วยดอกเหมือนเดิม เพียงแต่ยืดหนี้ออกไป ปี๋โป๊ดอกเบี้ยเพิ่มให้ ได้หมดก็สดชื่นกันไป

            จากนั้น.....

            ก็อยู่ที่ว่าทีมบริหารใหม่ของการบินไทยจะยื่นขอฟื้นฟูต่อศาลฯ ช้าหรือเร็วเท่านั้น

            ยิ่งมีแผนฟื้นฟูแนบไปพร้อมคำขอฟื้นฟู ก็ยิ่งจะเป็นประโยชน์กับการบินไทย ศาลฯ จะได้ดำเนินขั้นตอน หารือเจ้าหนี้-ลูกหนี้ ต่อหน้าศาลฯ เร็วขึ้น

            ว่าพอใจ-ตกลง-เห็นพ้องต้องกัน ตามแผน ศาลฯ จะได้อนุมัติทั้งแผนและทั้งตัวบุคคลที่จะมาเป็นผู้บริหารแผน ในเทอม ๕ ปี ในขั้นต้น

            ของไทย กิจการต้องอยู่ภายใต้กระบวนการฟื้นฟู ๕ ปี แต่ Chapter 11 มีเงื่อนไขเป็นคุณกับลูกหนี้เร็วกว่า

            อย่างเรา "การบินไทย" ไปยื่นขอฟื้นฟูตาม Chapter 11 ปั๊บ

            แค่ศาลฯ มีคำสั่งเห็นชอบตามแผนเท่านั้น ถือว่า "คดีฟื้นฟูกิจการ" สิ้นสุดไปจากศาลฯ ปุ๊บเลย

            "ลูกหนี้หลุดพ้นจากหนี้ทั้งปวงที่เกิดขึ้นก่อนวันที่ศาลฯ มีคำสั่งเห็นชอบ" ทันที!         

            นี่คร่าวๆ นะ นั่นหมายความว่า การจะถึงขั้นนั้น ต้องเข้าตามเงื่อนไขกฎหมายกำหนด ๓-๔ มาตราก่อน

            หลักๆ คือ.......

            ก่อนจะถึงศาลฯ ลูกหนี้กับเจ้าหนี้ต้องคุยตกลงเงื่อนไขการชำระหนี้กันตามเทอมเวลาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

            คือได้จูบปากกันก่อนแล้ว หวานเจี๊ยบให้เห็นในศาลฯ นั่นแหละ ศาลฯ ถึงจะมีคำสั่งเห็นชอบ

            สรุป คือ "เคสยื่นที่สหรัฐฯ" ได้ออกจากกระบวนการฟื้นฟูได้เร็ว ข้อที่สำคัญต้องดีลกับเจ้าหนี้นอกศาลฯ ให้เรียบร้อยและต้องเข้าใจคำว่า "สัญญาคือสัญญา"

            จะเอาแบบไทย รับปากไว้ก่อน แล้วไปเบี้ยวทีหลัง แบบนั้น chapter 11 กับเจ้าหนี้สหรัฐฯ มันเอาตายเลย!

            ครับ.......

            ที่คิดกันว่า การผ่าตัดแปลงเพศการบินไทยจะต้องพบอุปสรรคขวากหนามมากมาย

            เอาเข้าจริง ตู่ศัลยกรรม ตัดฉับๆๆๆ สวยเช้งทันตาเห็น

            ก็ดูซี....

            มีเพียง ๒ เสียง คือ ไม่ชม ก็เฉย ที่ต่อต้าน ด่าทอตามปกติไทยนิยม เงียบฉี่

            วันจันทร์ หุ้นการบินไทยแย่งกันขาย จนหัวปักรันเวย์เหลือ ๓ บาทกว่า

            วันอังคาร พอนายกฯ ประกาศ "ผ่าตัด" แปลงเพศจากรัฐวิสาหกิจเป็นบริษัทมหาชนเต็มตัว

            แถมคลังบอกขาย ๓% ให้กองทุนวายุภักษ์ไปหุ้นละ ๔ บาทกว่า ที่หัวปัก ทะลึ่งพรวดขึ้น ๔ บาทกว่า แสดงว่าตลาดทุนขานรับแผนนี้

            ก็เล่าสู่กันฟังเป็นพื้นฐานไว้ การบินไทยจะเป็นอย่างไรต่อไป รอเฟส ๒ เปิดฟังต่อละกัน.  

..............................................................

จาก‘โฆษกโควิด-จิตแพทย์’ ถึง‘เหยื่อการเมือง’คนล่าสุด

 

      ถูกลากเข้าสู่ “สงครามการเมือง” จนได้ ทั้งที่เป็นเพียงข้าราชการประจำ สำหรับ นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. หลังมีแฟนคลับขั้วตรงข้ามรัฐบาล ทั้งที่มาในเวอร์ชั่น “ปกติ” และ “อวตาร” ไล่ถล่มถึงเฟซบุ๊กส่วนตัว จนต้องปรับจากโหมดสาธารณะสู่โหมดส่วนตัว

                ปฐมเหตุกระแสโจมตีมีจุดเริ่มต้นจากนักการเมือง พิธีกร ผู้จัดรายการ ที่ออกโรงวิพากษ์วิจารณ์ประเด็นเงิน 5,000 บาท  เพียงพอต่อการดำรงชีพในต่างจังหวัด และเรื่องผักสวนครัวรั้วกินได้ ที่ “หมอทวีศิลป์” เจตนาสื่อสารให้เห็นการมองโลกในแง่บวก และปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ แต่ถูกแปรความผิด ทั้งที่จงใจและไม่จงใจ

                ตลอดจนการนำเรื่องผลงานของ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม มาแถลงประจำวันว่า ไม่เหมาะสม แรกๆ “หมอทวีศิลป์” สามารถตั้งรับได้ดี  พร้อมรับข้อเสนอแนะโดยไม่ตอบโต้ใดๆ

                แม้แต่ทุกวันนี้เอง “หมอทวีศิลป์” ก็ยังไม่เคยเอ่ยต่อปากต่อคำกับคนใด ไม่ว่าจะถูกวิพากษ์วิจารณ์แบบสุภาพชน หรือหยาบกร้าน เพียงแต่ต้องปรับโหมดเฟซบุ๊กส่วนตัว หลังมีบรรดาฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลพาเหรดกันถล่ม โดยไม่ได้อยู่บนพื้นฐานข้อมูล เหตุผล และสุภาพชน

                แต่ขณะเดียวกัน ก็มีประชาชนอีกจำนวนไม่น้อยที่เป็นแฟนคลับส่วนตัว และที่ชื่นชมความสามารถ ออกมาให้กำลังใจแก่ “หมอทวีศิลป์” มากมาย ทั้งในรูปแบบการจัดทำภาพ และวาดรูปการ์ตูนให้กำลังใจ “หมอทวีศิลป์ เพื่อให้มีกำลังใจทำหน้าที่โฆษก ศบค.ต่อไป แม้จะมีบางส่วนวิพากษ์วิจารณ์

                กรณี “หมอทวีศิลป์” ถือเป็นตัวอย่างที่เห็นได้ชัดที่สุด ในนิยามคำว่า “เหยื่อการเมือง”

                หากมองย้อนกลับไปในช่วงแรกๆ ที่ยังไม่มี ศบค. นพ.ทวีศิลป์ เป็น 1 ในทีมกระทรวงสาธารณสุข ที่ทำหน้าที่แถลงตัวเลขสถานการณ์ผู้ป่วยไวรัสโควิด-19 ในประเทศไทย

                ขณะนั้นมีการแถลงข่าวเรื่องไวรัสโควิด-19 อยู่ 2 จุด คือ ที่กระทรวงสาธารณสุข โดยบุคลากรทางการแพทย์ กับที่ศูนย์โควิด-19 ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งมีนายเทวัญ ลิปตพัลลภ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นผู้กำกับดูแล ปรากฏว่า ประชาชนให้ความเชื่อมั่นไปที่การแถลงของกระทรวงสาธารณสุขมากกว่า

                จิตแพทย์รายนี้ ซึ่งมีอีกบทบาทคือ โฆษกกระทรวงสาธารณสุข ได้รับคำชื่นชมอย่างมาก โดยการแถลงที่ชัดเจน ไม่ยืดเยื้อ มีองค์ความรู้ น่าเชื่อถือ จนเริ่มมีแฟนคลับ

                ต่อมา พล.อ.ประยุทธ์ ได้ประกาศพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 หรือ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน พร้อมกับตั้ง “ศบค.” ขึ้นมา

                ในขณะนั้นประชาชนในประเทศต่างให้ความเชื่อมั่นและให้กำลังใจบุคลากรทางการแพทย์มากกว่าฝ่ายการเมือง พล.อ.ประยุทธ์ จึงตัดสินใจดึง นพ.ทวีศิลป์ ซึ่งเป็นแพทย์ และยังเป็นจิตแพทย์ ที่มีทักษะการพูดเหมาะกับสถานการณ์มาเป็น โฆษก ศบค.

                การแถลงประจำวันของ ศบค. ทำให้ นพ.ทวีศิลป์ ยิ่งโดดเด่น และมีแฟนคลับส่วนตัวติดตามหน้าจอในแต่ละวัน และได้รับความร่วมมือจากประชาชนอย่างมาก ถึงขนาดมีเสียงเชียร์ให้มานั่งเป็นโฆษกรัฐบาลต่อหลังหมดไวรัสโควิด-19 แต่ไม่ได้เพราะติดเงื่อนไขกฎหมายในความเป็นข้าราชการประจำ

                ความโดดเด่นเริ่มเป็นภัย ยิ่งกองเชียร์ฝ่ายรัฐบาลชื่นชม นพ.ทวีศิลป์มากขึ้นเท่าไหร่ การแสดงออกจากฝ่ายตรงข้ามก็เป็นผลพวงที่เกิดขึ้น

                แม้จะมีการชี้แจงแล้วว่า ในฐานะโฆษก ศบค. จำเป็นต้องพูดถึงผลการดำเนินการของศูนย์ด้านต่างๆ ภายในศูนย์ รวมถึง พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะ ผอ.ศบค. แต่มีบางส่วนไม่เข้าใจ และแนะนำให้แถลงแค่เรื่องสาธารณสุขเท่านั้น ทั้งที่เรื่องสาธารณสุขมีการแถลงโดยกระทรวงอยู่แล้ว หลังการแถลงของ ศบค.ในทุกวัน

                วันนี้ นพ.ทวีศิลป์ ถูกแต่งตั้งให้เป็นโฆษก ศบค.ซึ่งต้องพูดภาพรวมทั้งหมด ต่างจากวันที่เป็นโฆษกกระทรวงสาธารณสุขที่ไม่ต้องแตะงานด้านอื่นได้ หากแต่มีบางส่วนดื้อดึงไม่รับฟัง

                มีความพยายามจะนำ “หมอทวีศิลป์” ไปเปรียบเทียบกับ “เสธ.ไก่อู” พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด สมัยเป็นโฆษก ศอฉ.  ทั้งที่มีความแตกต่างกันในรายละเอียดหลายอย่าง

                บริบทแตกต่างกันสุดขั้ว สมัย ศอฉ.เป็นเรื่องสถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมือง อีกทั้ง “เสธ.ไก่อู” เป็นโฆษกของกองทัพบก ซึ่งถูกมองว่าเป็นคู่ขัดแย้งกับมวลชน ในขณะที่ ณ วันนี้ ไม่ใช่เรื่องการเมือง แต่เป็นโรคระบาด

                บุคคลที่สมควรแก่การพูดมากที่สุด นั่นคือบุคลากรทางการแพทย์ และการต่อสู้นี้ไม่ใช่กับบุคคล แต่เป็นศัตรูที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าอย่าง “ไวรัสโควิด-19”

                แต่ละวัน โฆษก ศบค.แถลง แต่ผลการดำเนินงาน ไม่เคยตอบโต้ ใส่ร้ายป้ายสี หรือเฉียดเข้าไปทางการเมืองแม้แต่นิดเดียว มีแต่ให้ “พลังบวก”

                มันจึงใจร้ายเกินไปที่จะลากบุคลากรทางการแพทย์เข้าสู่ “สงครามการเมือง” ในภาวะแบบนี้. 

 

'วิชัย'ปลื้มนายกฯคืนเก้าอี้ให้ทำให้ข้าราชการพร้อมรับใช้ชาติ!

 

20 พ.ค.2563 - ที่ชั้น 11 กระทรวงพาณิชย์ นายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน เข้าคารวะนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในวาระเข้ารับหน้าที่กลับคืนตำแหน่งเดิมตามคำสั่งนายกรัฐมนตรี โดยบรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่นโดยมีข้าราชการกรมการค้าภายในติดตามให้กำลังใจพร้อมมอบดอกไม้ต้อนรับกลับกระทรวงล้นหลาม  

นายจุรินทร์กล่าวต่อนายวิชัยว่า กระทรวงพาณิชย์ภูมิใจที่มีข้าราชการที่มุ่งมั่น ทุ่มเท เสียสละและอดทนต่อการพิสูจน์ความจริง  หวังว่าท่านอธิบดีวิชัย จะเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับข้าราชการทุกคนต่อไป และในฐานะผู้บังคับบัญชาก็ขอแสดงความยินดีด้วยใจจริงและขอเป็นกำลังใจให้ตลอด 4 เดือนที่เหลืออยู่และตลอดไป

หลังจากนั้น นายวิชัยกล่าวว่า นายกฯ ได้กรุณาออกคำสั่งให้กลับมาปฏิบัติหน้าที่ในฐานะอธิบดีกรมการค้าภายในอีกรอบหนึ่งหลังจากที่ให้ไปช่วยงานที่สำนักนายกฯ อยู่ระยะหนึ่งนั้น วันนี้ก็รู้สึกถึงความเมตตาที่ให้ความเป็นธรรม และการที่ท่านให้กลับมาที่เดิมได้ก็เพราะผ่านการตรวจสอบหาข้อเท็จจริงมาครบถ้วนแล้วและเห็นแล้วว่าที่ผ่านมาไม่มีมูลในเรื่องของข้อสงสัยต่างๆ ทำให้ข้าราชการมีความรู้สึกว่ามีความมั่นใจในการบริหารการบัญชาการของท่านนายกฯ มากยิ่งขึ้น 

"ขวัญและกำลังใจเป็นสิ่งที่จะได้รับที่ผมได้รับมาครั้งนี้เป็นความภาคภูมิใจและเป็นกำลังใจอย่างยิ่งสำหรับคนที่จะทำงานต่อไป เชื่อว่าสิ่งที่ท่านนายกฯ ได้กรุณาออกคำสั่งครั้งนี้จะส่งผลทำให้สถานการณ์ทั่วไปในกรมการค้าภายในกระทรวงพาณิชย์หรือข้าราชการพลเรือนทั่วไปที่ได้ติดตามเรื่องนี้มามีความมั่นใจมีความเชื่อมั่นในการบริหารราชการได้มากขึ้นเพราะมีความเป็นธรรมกับทุกคน" นายวิชัยกล่าวและว่า  วันที่ 19 พ.ค.ถือเป็นวันที่มีความสุขที่สุดและภาคภูมิใจที่สุดว่าสิ่งที่เราทุ่มเทไว้ที่เราทำงานเพื่อรับใช้ประเทศชาติได้รับการพิสูจน์แล้วว่าเราทำในสิ่งที่ถูกต้องและทำในสิ่งที่ดีมาตลอดเวลา

เปิดขั้นตอนกฎหมายล้มละลาย การยื่นฟื้นฟูกิจการลูกหนี้ในศาลไทย-อเมริกา

  
 


19 พ.ค.63- ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประเด็นเรื่องการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ในกรณีของบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) นั้น ในเฟซบุ๊กเพจ ”สื่อศาล” ซึ่งเป็นเพจที่ให้ข้อมูลข่าวสารของศาลยุติธรรมไปยังบุคลากรในองค์กรและสังคม ได้เผยบทความข้อกฎหมายเกี่ยวกับกระบวนการพิจารณา การฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ไทยและสหรัฐอเมริกา

โดย ดร.กนก จุลมนต์ ผู้พิพากษาศาลชั้นต้นประจำกองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา และรองเลขาธิการสำนักอบรมศึกษากฎหมายเนติบัณฑิตยสภา ระบุว่าประเด็นที่น่าสนใจ: กระบวนพิจารณาเกี่ยวกับการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ของไทยและสหรัฐอเมริกา

1. คำถาม: ทำไมการยื่นคำร้องขอให้ฟื้นฟูกิจการของบริษัทลูกหนี้ในประเทศไทยจึงอาจไม่เพียงพอต่อการระงับการบังคับชำระหนี้จากเจ้าหนี้?

คำตอบ: เนื่องจากภายหลังจากที่ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งรับคำร้องขอให้ฟื้นฟูกิจการไว้พิจารณาตามมาตรา 90/9 จะเกิดสภาวะพักการชำระหนี้หรือสภาวะหยุดนิ่ง (automatic stay หรือ moratorium) ซึ่งมีขอบเขตและรายละเอียดตามมาตรา 90/12 ซึ่งมีเนื้อหาหลักๆ คือ ห้ามเจ้าหนี้ฟ้องลูกหนี้เป็นคดีแพ่ง ห้ามมิให้เจ้าหนี้เสนอข้อพิพาทให้อนุญาโตตุลาการชี้ขาด ห้ามเจ้าหนี้ฟ้องลูกหนี้เป็นคดีล้มละลาย ในกรณีที่มีการฟ้องคดีหรือเสนอข้อพิพาทให้อนุญาโตตุลาการชี้ขาดไว้ก่อนแล้ว ให้งดการพิจารณาไว้ ห้ามมิให้เจ้าหนี้มีประกันบังคับชำระหนี้เอาแก่ทรัพย์สินที่เป็นหลักประกันเว้นแต่เข้าข้อยกเว้นตามกฎหมาย เป็นต้น สภาวะพักการชำระหนี้ดังกล่าว มีผลเฉพาะทรัพย์สินของบริษัทลูกหนี้ในประเทศไทยเท่านั้น ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 177 วรรคหนึ่ง ซึ่งเป็นไปตามหลักดินแดน (territorialism) ดังนั้น เจ้าหนี้จะเป็นเจ้าหนี้ไทยหรือเจ้าหนี้ต่างประเทศยังสามารถดำเนินการฟ้องร้องและหรือบังคับคดีเกี่ยวกับทรัพย์สินของบริษัทลูกหนี้ไทยที่ตั้งอยู่ในต่างประเทศได้ เพราะผลตามกฎหมายไทยไม่ได้มีผลคุ้มครองไปถึงทรัพย์สินที่ตั้งอยู่ในต่างประเทศ

2. คำถาม: บริษัทที่จดทะเบียนในประเทศไทยไปยื่นคำร้องขอให้ฟื้นฟูกิจการในประเทศสหรัฐอเมริกาได้หรือไม่?

คำตอบ: เงื่อนไขในการยื่นคำร้องขอให้ฟื้นฟูกิจการในสหรัฐอเมริกา ไม่ได้คำนึงถึงสัญชาติของลูกหนี้ คงพิจารณาจากจุดเกาะเกี่ยวหรือจุดเกี่ยวพันกับประเทศสหรัฐอเมริกาว่า ลูกหนี้พักอาศัยหรือมีภูมิลำเนาหรือมีสถานประกอบธุรกิจหรือมีทรัพย์สินอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกาหรือไม่ ตามกฎหมายล้มละลายของสหรัฐอเมริกา (US Bankruptcy Code) มาตรา 109 ซึ่งประเด็นจุดเกาะเกี่ยวเรื่องทรัพย์สิน ในคดีที่ผ่านๆ มา ศาลสหรัฐอเมริกาแปลความอย่างกว้างว่า แค่มีเงินในบัญชีเงินฝากที่สหรัฐอเมริกาก็ถือว่า มีทรัพย์สินในสหรัฐอเมริกาแล้ว เพราะฉะนั้น หากบริษัทลูกหนี้มีทรัพย์สินในสหรัฐอเมริกาแล้ว ก็ยื่นคำร้องขอให้ฟื้นฟูกิจการได้ แต่หากไม่มี ก็สามารถเปิดบัญชีเงินฝากและฝากเงิน ก็ถือว่ามีจุดเกาะเกี่ยวเรื่องทรัพย์สินในสหรัฐอเมริกา และสามารถยื่นคำร้องขอให้ฟื้นฟูกิจการในสหรัฐอเมริกาได้

3. คำถาม: การยื่นคำร้องขอให้ฟื้นฟูกิจการในประเทศสหรัฐอเมริกาสำคัญอย่างไร?

คำตอบ: การยื่นคำร้องขอให้ฟื้นฟูกิจการในสหรัฐอเมริกาก็จะเกิดสภาวะพักการชำระหนี้แก่ทรัพย์สินของลูกหนี้ในสหรัฐอเมริกาเป็นหลัก การที่จะก่อให้เกิดสภาวะพักการชำระหนี้แก่ทรัพย์สินของลูกหนี้ในประเทศอื่นๆ นอกสหรัฐอเมริกา ต้องใช้กระบวนพิจารณาในส่วนที่เรียกว่า การล้มละลายหรือการฟื้นฟูกิจการข้ามชาติ ในหมวด 15 (Chapter 15) ซึ่งกระบวนการเริ่มจากผู้จัดการทรัพย์สินหรือตัวแทนของคดีฟื้นฟูกิจการที่สหรัฐอเมริกาไปยื่นคำร้องขอให้ประเทศต่างๆ ที่บริษัทลูกหนี้มีทรัพย์สินตั้งอยู่รับรองว่ามีกระบวนการฟื้นฟูกิจการเกิดขึ้นที่สหรัฐอเมริกาแล้ว ขอให้เกิดสภาวะพักการชำระหนี้ในประเทศนั้นๆ ด้วย เหตุที่ผู้จัดการทรัพย์สินของสหรัฐอเมริกาสามารถกระทำดังกล่าวได้เนื่องจากประเทศสหรัฐอเมริกามีการอนุวัติกฎหมายแม่แบบว่าด้วยการล้มละลายข้ามชาติของคณะกรรมาธิการกฎหมายการค้าระหว่างประเทศแห่งสหประชาชาติ (UNCITRAL) เป็นกฎหมายภายในประเทศ อย่างไรก็ตาม ศาลของประเทศผู้ถูกร้องขอจะรับรองกระบวนการฟื้นฟูกิจการในสหรัฐอเมริกาและก่อให้เกิดสภาวะพักการชำระหนี้ตามที่ผู้แทนจากสหรัฐอเมริการ้องขอหรือไม่ย่อมขึ้นอยู่กับกฎหมายล้มละลายภายในประเทศนั้นๆ ด้วย

แท้จริงแล้ว หากหวังผลเฉพาะในส่วนบทบัญญัติเรื่องการล้มละลายหรือการฟื้นฟูกิจการข้ามชาติ ไม่จำเป็นเสมอไปว่าต้องไปยื่นที่สหรัฐอเมริกาเนื่องจากมีประเทศหรือรัฐกว่า 40 ประเทศ ที่มีการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายล้มละลายของตนเองให้มีในส่วนของการล้มละลายหรือฟื้นฟูกิจการข้ามชาติด้วย เช่น สหราชอาณาจักร แคนาดา ออสเตรเลีย สิงคโปร์ ญี่ปุ่น สาธารณรัฐเกาหลี เป็นต้น

อนึ่ง ในส่วนของประเทศไทยยังไม่มีการอนุวัติกฎหมายล้มละลายข้ามชาติเข้าเป็นกฎหมายภายใน แม้คณะรัฐมนตรีจะรับหลักการในเรื่องนี้ตั้งแต่ปลายเดือนธันวาคม 2559 แล้วก็ตาม

4. สรุปกระบวนพิจารณาเกี่ยวกับการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ตามหมวด 11 แห่งกฎหมายล้มละลายของสหรัฐอเมริกา (Chapter 11 Reorganization of the US Bankruptcy Code)

4.1 การเริ่มกระบวนพิจารณา: โดยการยื่นคำร้องขอโดยลูกหนี้หรือเจ้าหนี้เป็นผู้ยื่นคำร้องขอก็ได้ คดีส่วนใหญ่ลูกหนี้เป็นผู้ยื่นคำร้องขอ

4.2 หากลูกหนี้เป็นผู้ยื่นคำร้องขอจะเป็นไปตามเงื่อนไขในมาตรา 301 ซึ่งไม่มีหลักเกณฑ์ว่าลูกหนี้ต้องมีหนี้สินล้นพ้นตัวหรือไม่สามารถที่จะชำระหนี้ตามกำหนดได้ ขอเพียงแค่ลูกหนี้มีหนี้ และไม่มีหลักเกณฑ์เรื่องจำนวนหนี้ขั้นต่ำ หมายความว่ามีหนี้เป็นจำนวนเท่าใดก็ได้

อย่างไรก็ตาม ในทางปฏิบัติ ลูกหนี้ที่ยื่นคำร้องขอให้ฟื้นฟูกิจการมักมีปัญหาเรื่องกระแสเงินสดไม่พอชำระหนี้หรือมีทรัพย์สินไม่พอกับหนี้สิน เพราะเงื่อนไขข้อหนึ่งในการที่ศาลจะมีคำสั่งเห็นชอบด้วยแผนหรือไม่คือ การที่ผู้ร้องขอต้องยื่นคำร้องขอโดยสุจริตตามมาตรา 1129 (a)(3)

4.3 คดีเริ่มต้นเมื่อศาลมีคำสั่งรับคำร้องขอ ผลประการหนึ่งคือ จะเกิด an order for relief (ถ้าแปลตรงตัวจะแปลว่า คำสั่งที่ช่วยบรรเทาลูกหนี้จากภาระหนี้ที่มีทั้งหมด หากแปลเทียบเคียงกับกฎหมายไทยคือ คำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการ) ผลอีกประการหนึ่งคือ เกิดสภาวะพักการชำระหนี้ตามมาตรา 362 ซึ่งมีเนื้อหาเทียบเคียงได้กับมาตรา 90/12 ตามพระราชบัญญัติล้มละลายฯ)

4.4. การยื่นคำร้องขอให้ฟื้นฟูกิจการ ผู้ร้องขอจะยื่นแผนฟื้นฟูกิจการมาพร้อมคำร้องขอก็ได้ ตามมาตรา 1121(a) ซึ่งกรณีนี้จะช่วยให้กระบวนการเร็วขึ้น หรือผู้ร้องขอจะค่อยมาจัดทำแผนฟื้นฟูกิจการภายหลังคดีเริ่มต้นแล้วก็ได้ โดยกฎหมายให้โอกาสลูกหนี้เป็นผู้จัดทำแผนฟื้นฟูก่อนในช่วง 120 วันแรกนับจากวันเริ่มต้นคดี ตามมาตรา 1121 (b) ภายหลังจากนั้น หากลูกหนี้ยังไม่ยื่นแผนฟื้นฟูกิจการ ผู้มีส่วนได้เสียคนอื่นๆ โดยส่วนใหญ่คือ เจ้าหนี้ มีสิทธิที่จะยื่นแผนฟื้นฟูกิจการให้ที่ประชุมเจ้าหนี้พิจารณาได้

4.5 หลักเกณฑ์ที่ศาลใช้พิจารณาว่าจะมีคำสั่งเห็นชอบด้วยแผนหรือไม่ เป็นไปตามมาตรา 1129 เงื่อนไขสำคัญ ได้แก่ เจ้าหนี้แต่ละกลุ่มยอมรับแผนตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนดตามมาตรา 1126 เจ้าหนี้แต่ละรายได้รับชำระหนี้ไม่น้อยกว่าสัดส่วนที่จะได้รับชำระหนี้หากลูกหนี้เข้าสู่กระบวนการล้มละลาย การยื่นคำร้องขอเป็นไปโดยสุจริต ภายหลังศาลมีคำสั่งเห็นชอบด้วยแผนแล้วลูกหนี้มีแนวโน้มที่จะไม่ล้มละลายหรือไม่ต้องเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการอีกเว้นแต่เป็นกรณีที่ระบุไว้ในแผน เป็นต้น

ข้อสังเกตเกี่ยวกับระยะเวลาดำเนินการตามแผนตามมาตรา 1123 คือ กฎหมายไม่ได้กำหนดไว้ว่าเป็นระยะเวลาเท่าใด แล้วแต่ลูกหนี้และเจ้าหนี้ตกลงกัน แต่ตามกฎหมายไทยตามมาตรา 90/42 (9) กำหนดระยะเวลาดำเนินการตามแผนไว้ไม่เกิน 5 ปี ระยะเวลาดำเนินการตามแผนขยายได้อีกไม่เกิน 2 ครั้ง ครั้งละไม่เกิน 1 ปี ตามมาตรา 90/63 วรรคสอง อนึ่ง ระยะเวลาชำระหนี้จริงอาจยาวกว่าระยะเวลาดำเนินการตามแผนได้ ระยะเวลาดำเนินการตามแผนคือ ระยะเวลาที่บริษัทลูกหนี้ต้องบริหารกิจการภายใต้การกำกับของศาลล้มละลายกลางและเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ สังกัดสำนักฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ กรมบังคับคดี กระทรวงยุติธรรม

4.6 เมื่อศาลมีคำสั่งเห็นชอบด้วยแผนตามมาตรา 1129 ถือเป็นวันที่คดีฟื้นฟูกิจการสิ้นสุดไปจากศาลเลย เพราะลูกหนี้จะหลุดพ้นจากหนี้ทั้งปวงที่เกิดขึ้นก่อนวันที่ศาลมีคำสั่งเห็นชอบด้วยแผนตามมาตรา 1141 (d)(1)(A) โดยบริษัทลูกหนี้และเจ้าหนี้ต้องผูกมัดตามแผนและลูกหนี้มีหน้าที่ต้องชำระหนี้แก่เจ้าหนี้ตามเงื่อนไขและระยะเวลาที่ระบุไว้ในแผนนอกศาล 

ตรงนี้เป็นจุดที่เป็นประโยชน์อีกจุดหนึ่งของการยื่นคำร้องขอให้ฟื้นฟูกิจการที่ประเทศสหรัฐอเมริกาเนื่องจากระยะเวลาภายใต้กระบวนการฟื้นฟูกิจการจะสั้นกว่าของไทยเป็นอย่างมาก เนื่องจากตามกฎหมายไทย   เมื่อศาลมีคำสั่งเห็นชอบด้วยแผนแล้ว บริษัทลูกหนี้ยังต้องดำเนินการตามแผนภายในระยะเวลาดำเนินการตามแผนซึ่งไม่เกิน 5 ปี เว้นแต่มีการขยาย ให้แล้วเสร็จหรือไม่แล้วเสร็จ เมื่อศาลมีคำสั่งยกเลิกการฟื้นฟูกิจการตามมาตรา 90/75 จึงทำให้คดีฟื้นฟูกิจการสิ้นสุดลง.

20 พฤษภาคม พ.ศ. 2563

หน้าหนึ่ง X-CITE

สอบ‘ส.ต.ท.’เจตนาฆ่า‘พี่เตี้ย’

ศธ.ประกาศปรับลดเวลาและวันทำงานของข้าราชการเป็น 50%

 

20พ.ค.63-ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเร็วๆ นี้ นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) ได้ลงนามในประกาศกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เรื่อง การปรับลดเวลาและวันทำงานของ ศธ. ฉบับ 2 ตามประกาศ ศธ. เรื่อง การปรับลดเวลาและวันทำงานของ ศธ.ลงวันที่ 27 มีนาคม พ.ศ.2563 ให้ผู้บริหารแต่ละหน่วยงานมอบหมายงานให้บุคลากรในสังกัดปฏิบัติงานที่บ้านตามความเหมาะสม และให้ทุกหน่วยงานจัดบุคลากรหมุนเวียนมาปฏิบัติงานณ สถานที่ทำงาน จำนวน 25 % ของบุคลากรทั้งหมดนั้น

เนื่องด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ในประเทศไทยดีขึ้นตามลำดับ และคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้ทุกส่วนราชการยังคงไว้ซึ่งการดำเนินงานตามประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยให้ทุกหน่วยานดำเนินการตามมาตรการมอบหมายงานให้บุคลากรในสังกัดปฏิบัติงานที่บ้าน ทั้งนี้ ต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของจำนวนบุคลากรทั้งหมด ศธ.จึงขอยกเลิกประกาศ ศธ. เรื่อง การปรับลดเวลาและวันทำงานของ ศธ.ลงวันที่ 27 มีนาคม พ.ศ.2563 และขอกำหนดการปรับลดเวลา และวันทำงานของบุคลากรทั้งหมดขององค์กรหลักและในกำกับของ ศธ. ดังนี้

ข้อ 1 ผู้บริหารระดับสูง ผู้บริหารระดับต้น ผู้อำนวยการระดับสูง และผู้อำนวยการระดับต้นหรือเทียบเท่า และผู้อำนวยการกลุ่ม/กอง/ฝ่าย ให้มาปฏิบัติงาน ณ สถานที่ทำงานตามปกติ

ข้อ 2 ให้ผู้บริหารแต่ละหน่วยงาน มอบหมายงานให้บุคลากรในสังกัดปฏิบัติงานที่บ้านตามความเหมาะสม และส่งเสริมให้ใช้ระบบอินเทอร์เน็ต เช่น ประชุมทางไกล เป็นต้น โดยเปิดเครื่องมือสื่อสารเพื่อให้สามารถติดต่อได้ตลอดเวลา และให้ทุกหน่วยงานจัดบุคลากรสำหรับวันมาปฏิบัติงาน ณ สถานที่ทำงาน จำนวน 50% ของบุคลากรทั้งหมด เมื่อรวมกับบุคลากรตามข้อ 1 แล้ว

ข้อ 3 ให้ผู้บริหารแต่ละหน่วยงานกำหนดวิธีการที่ชัดเจน และเหมาะสมในการมอบหมายงานให้บุคลากรในสังกัดปฏิบัติงานที่บ้าน รวมถึงการรายงานผลที่ปฏิบัติไปในช่วงที่ไม่ได้มาปฏิบัติงาน ณ สถานที่ทำงาน โดยคำนึงถึงเป้าหมายการดำเนินงานของงานที่ได้รับมอบหมายเป็นสำคัญ และกำหนดตารางการทำงานของบุคลากรในสังกัด หมุนเวียนกันมาปฏิบัติงานตามข้อ 2 ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 20 พฤษภาคม 2563 เป็นต้นไป

................................................

 

 

ข่าวไทยโพสต์ ล่าสุด 

บันเทิง “ลีเดีย” ยกฟ้องไทยโพสต์

มี.ค. 51 –ThaiPR.net

เศรษฐกิจ สรุปข่าวเศรษฐกิจประจำวัน วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2551

ก.พ. 51 –ธนาคารแห่งประเทศไทย


ข่าวไทยโพสต์ ก่อน 10 มกราคม พ.ศ. 2549 13:41 น.
 
 

Posttoday

  •  
 

ศบค.เผยไทยพบป่วยโควิดใหม่ 1 ราย เป็นเชฟกลับจากบาห์เรน

วันที่ 20 พ.ค. 2563 เวลา 11:39 น.
ศบค.เผยไทยพบป่วยโควิดใหม่ 1 ราย เป็นเชฟกลับจากบาห์เรน
โฆษก ศบค. แถลง พบผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19รายใหม่ 1 ราย เป็น ชายวัย 45 ปี เชฟร้านอาหารไทยกลับจากบาห์เรน ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม ปลื้มคนไทยเป็นแชมป์ใส่หน้ากากและล้างมือในอาเซียน

เมื่อวันที่ 20 พ.ค. 63 นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) แถลงแถลงสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในประเทศประจำวัน โดยมีเนื้อหาสรุปดังนี้

-พบผู้ป่วยติดเชื้อใหม่1 ราย เป็นเพศชาย อายุ 45 ปี มีอาชีพเป็นเชฟอาหารไทย กลับมาจากประเทศบาห์เรนเมื่อวันที่ 15 พ.ค. 2563 และเข้าสู่ State Quarantine ตรวจหาเชื้อวันที่ 18 พ.ค. แต่ไม่ได้มีอาการ ทำยอดสะสม 3,034 ราย

 ........................................................
 
20 พ.ค. 2563

 

 

-รักษาหายเพิ่ม 31 ราย / ยอดสะสม 2888ราย รักษาตัวอยู่ในรพ. 90 ราย

-ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม / ยอดสะสมคงที่ 56 ราย

-โฆษก ศบค. แถลงอีกว่า สำหรับการตรวจทางห้องปฏิบัติการเพื่อหาเชื้อโควิดพบว่า ตรวจแล้ว 328,073 ตัวอย่าง โดยมี 167 แห่งทั่วประเทศที่สามารถตรวจได้ เมื่อคำนวณอัตราในการตรวจ ไทยตรวจอยู่ที่ 4,926 รายต่อ 1 ล้านประชากร ถือว่าสูงกว่าเวียดนาม ฟิลิปปินส์ ญี่ปุ่น อินเดีย แต่ประเทศที่มีการอัตราการตรวจมากคือ อิตาลี สิงคโปร์ สหราชอาณาจักร

 

 

-จากการสำรวจของบริษัท YouGov ประเทศอังกฤษ ที่สำรวจพฤติกรรมการป้องกันโควิด-19 ใน 6 ประเทศ คือ สิงคโปร์ เวียดนาม อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย และไทย จำนวน 12,999 ราย โดยคนไทย 95% บอกว่าใส่หน้ากากอนามัยในรอบ 7 วัน ล้างมือ 89% ถือว่าสูงสุดในอาเซียน

-นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า สำหรับวัคซีนโควิด-19 ชนิด mRNA ศูนย์วัคซีน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ประสบความสำเร็จในการทดลองในหนูแล้ว สัปดาห์เตรียมทดสอบกับลิง คาดว่าจะได้ใช้ในปีหน้า

 ........................................................
 
20 พ.ค. 2563

 


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน