*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 4075
  • จำนวนผู้ชม : 2554284
  • จำนวนผู้โหวต : 528
  • ส่ง msg :
  • โหวต 528 คน
<< มิถุนายน 2020 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันจันทร์ ที่ 1 มิถุนายน 2563
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 255 , 13:52:03 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

สวัสดีครับ

         คุณเปลว สีเงิน มีความมั่นใจในตัวคุณประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่จะนั่งเก้าอี้นายกฯไปอีกนาน แต่พอมาถึงวันนี้สาย

ตาของคุณเปลวกลับมองเห็นความเปลี่ยนแปลงในประเด็น"การเมืองวันที่ไม่มีประยุทธ์" อะไรเล่าหนอที่ทำให้คุณเปลว

ต้องพูดถึงขนาดนั้น

         ทั้งนี้ คุณเปลวชี้ให้เห็นคะแนนโหวตในสภาหลังจบการอภิปรายร่างพ.ร.ก. 5 วันเมื่อวาน คือ ฉบับที่ ๑ ........
    "พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหา, เยียวยา, ฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ๑

ล้านล้าน
    จำนวน ส.ส.ในที่ประชุม ๔๘๑ คน 
    ลงมติเห็นด้วย ๒๗๔ คน
    ไม่เห็นด้วย ๐ คน
    งดออกเสียง ๒๐๗ คน
    ฉบับที่ ๒.........
    "พ.ร.ก.ให้อำนาจธนาคารแห่งประเทศไทยออก Soft Loan (เงินกู้ดอกเบี้่ยต่ำ) เพื่อดูแลภาคธุรกิจ โดยเฉพาะ SMEs ๕ แสนล้าน
    จำนวน ส.ส.ในที่ประชุม ๔๘๑ คน
    ลงมติเห็นด้วย ๒๗๕ คน
    ไม่เห็นด้วย ๑ คน
    งดออกเสียง ๒๐๕ คน
    ฉบับที่ ๓........
    "พ.ร.ก.ดูแลเสถียรภาพภาคการเงิน ๔ แสนล้าน โดยตั้งกองทุนรวม Corporate Bond Liquidity stabilization Fund หรือ BSF
     และให้ "ธนาคารแห่งประเทศไทย" ซื้อขายหน่วยลงทุนในกองทุนดังกล่าว
    จำนวนผู้เข้าประชุม ๔๘๒ คน
    ลงมติเห็นด้วย ๒๗๔ คน
    ไม่เห็นด้วย ๑๙๕ คน
    งดออกเสียง ๑๒ คน
    ไม่ลงคะแนนเสียง ๑ คน
    เป็นอันว่า ทั้ง ๓ พ.ร.ก.ผ่านสภาเรียบกริบ ขั้นตอนต่อไปส่งวุฒิสภาเพ่งจิต ก่อนลงประกาศในราชกิจจาฯ เป็นกฎหมายสมบูรณ์ 
    กฎหมายนี้ เป็นกฎหมายการเงิน ถ้าแพ้เสียงโหวตในสภา รัฐบาลต้องลาออก 
    

"การเมืองวันที่ไม่มีประยุทธ์"

 
 
 

    สภาปลุกเสก "๓ พ.ร.ก. ๑.๙ ล้านล้าน" มา ๕ วัน บ่ายวาน (๓๑ พ.ค.๖๓) ก็ประสิทธิเม
    ฉบับที่ ๑ ........
    "พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหา, เยียวยา, ฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ๑ ล้านล้าน
    จำนวน ส.ส.ในที่ประชุม ๔๘๑ คน 
    ลงมติเห็นด้วย ๒๗๔ คน
    ไม่เห็นด้วย ๐ คน
    งดออกเสียง ๒๐๗ คน
    ฉบับที่ ๒.........
    "พ.ร.ก.ให้อำนาจธนาคารแห่งประเทศไทยออก Soft Loan (เงินกู้ดอกเบี้่ยต่ำ) เพื่อดูแลภาคธุรกิจ โดยเฉพาะ SMEs ๕ แสนล้าน
    จำนวน ส.ส.ในที่ประชุม ๔๘๑ คน
    ลงมติเห็นด้วย ๒๗๕ คน
    ไม่เห็นด้วย ๑ คน
    งดออกเสียง ๒๐๕ คน
    ฉบับที่ ๓........
    "พ.ร.ก.ดูแลเสถียรภาพภาคการเงิน ๔ แสนล้าน โดยตั้งกองทุนรวม Corporate Bond Liquidity stabilization Fund หรือ BSF
     และให้ "ธนาคารแห่งประเทศไทย" ซื้อขายหน่วยลงทุนในกองทุนดังกล่าว
    จำนวนผู้เข้าประชุม ๔๘๒ คน
    ลงมติเห็นด้วย ๒๗๔ คน
    ไม่เห็นด้วย ๑๙๕ คน
    งดออกเสียง ๑๒ คน
    ไม่ลงคะแนนเสียง ๑ คน
    เป็นอันว่า ทั้ง ๓ พ.ร.ก.ผ่านสภาเรียบกริบ ขั้นตอนต่อไปส่งวุฒิสภาเพ่งจิต ก่อนลงประกาศในราชกิจจาฯ เป็นกฎหมายสมบูรณ์ 
    กฎหมายนี้ เป็นกฎหมายการเงิน ถ้าแพ้เสียงโหวตในสภา รัฐบาลต้องลาออก 
    ที่ไม่แพ้ ไม่ใช่เพราะพรรครัฐบาลและพรรคร่วมรัฐบาลเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
    หากแต่ด้วย .........
    ๑.กำขี้ดีกว่ากำตด
    ๒.นายกฯ ประยุทธ์ "แข็งเกินหัก" เพราะประชาชนยังเอา
    ดังนั้น "ไพ่ ๒ หน้า" อย่างประชาธิปัตย์, ภูมิใจไทย หงายออกมา จึงตรงข้ามราคาคุย
    ๓.พลังประชารัฐ แตกร้อยก๊ก เป็นแตกชิงอำนาจภายใน เมื่อมีการโหวตมีสถานะพรรคแกนเป็นเดิมพัน แต่ละก๊กจึงรักษาเดิมพัน ในฐานของตน 
    ส่วนซีกค้าน เห็นตะบี้-ตะบันค้านในทุกเรื่องที่รัฐบาลทำ แต่ตอนโหวตกลับ "งดออกเสียง" เป็นส่วนใหญ่ หมายความว่าไง?
    อันนี้ อย่าไปว่าฝ่ายค้านเขาเลย!
    มันเป็นการแสดงตามบทน่ะ ก็รู้ว่า สถานการณ์โควิด ต้องกู้ ต้องใช้เงิน ถึงโหวตค้าน ก็แพ้เสียงรัฐบาล ฉะนั้น "งดออกเสียง" เอาเชิงดีกว่า
    เชิงอะไร?
    ก็เชิงไปรวมหัวกันตั้่งกรรมาธิการกับพรรคซีกรัฐบาลอ้างหรูๆ ว่าตรวจสอบ, ป้องกันทุจริต
    แต่จริงๆ แล้ว ไม่ได้หวังตรวจสอบอะไรหรอก เพราะเขาตรวจกันมายิบแล้ว ก่อนจะอนุมัติแต่ละโครงการ
    ที่ต้องการ คือแต่ละ ส.ส.อยากเอี่ยว พูดสวยๆ ว่า "อยากมีส่วนร่วมในการลงพื้นที่ช่วยเหลือชาวบ้าน ในงบ ๔ แสนล้านนี้ด้วย"
     การฟื้นฟูด้านเกษตรพอเพียง การท่องเที่ยว การขุดหนอง,คลอง, บึง และต่างๆ นานา ที่เทลงเศรษฐกิจฐานราก 
    แต่ละพื้นที่........
     มันหมายถึง "ฐานราก" แต่ละ ส.ส.ในพื้นที่ด้วย 
    เพราะเหตุนั้น จึงไม่เพียงซีกค้านเสนอตั้งกรรมาธิการเท่านั้น พรรคร่วมรัฐบาลเอง ยังเล่นบทค้านในเกมนี้ออกหน้า-ออกตาด้วย
    ทั้งหมดนี้ ไม่มีอะไรน่าสนใจเป็นพิเศษ มันเป็นไปตามธรรมชาติการเมือง กินรวบผิดกฎหมาย ต้องกินแบ่ง ถือเป็นการเอาใจใส่ดูแลประชาชน
    ที่อยากให้ดูเป็นพิเศษ........
     คือปฏิกิริยาตอบสนองทางการเมืองระบบสภา ในรอบ ๑ ปี นับจากพฤษภา.ปี ๖๒
    เปิดสภาปี ๖๒ ซีกค้าน "เพื่อไทย-อนาคตใหม่" เหมือนผีพุ่งไต้ ซีกรัฐบาล "พลังประชารัฐ" เหมือนดาวเคราะห์รอแสง!
    ๑ ปีสภาผ่านไป ไวเหมือนโกหก!
    เปิดมาอีกที พฤษภา.ปี ๖๓ "ผีพุ่งไต้" ที่วูบวาบบนท้องฟ้า ผ่าวาบลงนรกหมกไหม้ กลายเป็น "ไอ้สัส-แดงส้ม"
    "สิตางศุ์" ชี้ ส้มหยุด..ส้มหยุด 
    ไม่หยุด กลับมุด "ขุมอเวจี" ท่าเดียว!
    ผู้คนหมดศรัทธา ที่หวังรุ่นใหม่ จะเข้าไปทำอะไรใหม่ๆ ผ่านระบบสภาเป็นทางนำ  
    ที่ไหนได้ ใหม่ในคราบไอ้สัส วันๆ เอาแต่มุดไปขุดของเก่า ปี ๗๕ ปี ๓๕ ปี ๕๓ มาขายกิน
    ในขณะที่ดาวเคราะห์อย่างพลังประชารัฐ โดยพลเอกประยุทธ์ ที่หยามว่าเป็นเผด็จการคร่ำครึ
    กลับ "สร้างสิ่งใหม่" พลิกโฉม, วางรากฐานให้สังคมและเศรษฐกิจประเทศในแต่ละวัน
    ในขณะที่แก๊งใหม่ไอ้สัส ก้มหน้า-ก้มตาเอาแต่หยามด่านายกฯประยุทธ์กันไป
    เงยหน้าขึ้่นมาดูอีกที
    เฮ้ย ชิบละ...
    รถไฟฟ้าใต้ดิน-บนดินก่ายเป็นใยแมงมุมยักษ์, รถไฟรางคู่,รถไฟฟ้าความเร็วสูง, มอเตอร์เวย์, มุดทะเล-เจาะภูเขา, อีอีซี, รถไฟฟ้าเชื่อม ๓ สนามบิน, สถานีกลางบางซื่อ และท่าเรือ-สนามบิน ยังกะโคตรเห็ดผุดกลางอาเซียน, ดิจิทัล บาท ด้วยเทคโนโลยีบล็อกเชน, การนำประชาชนหลายสิบล้านเข้าฐานข้อมูลระบบบิ๊ก ดาตา, การดูแลคนชรา-คนยากคนจน-คนไร้อาชีพ มีเงินกินรายเดือน
    จาระไนไม่หวาด-ไม่ไหว พึ่บพั่บ.......
    ทั้งประเทศไทย ทั้งชีวิตคนฐานรากประเทศ เปลี่ยนไป ในทางดี-มีอนาคต ถึงขนาดนี้เชียวหรือนี่?
    ทั้งด่า ทั้งดึง ทั้งทำใต้ดิน-บนดิน ทั้งจ้างฝรั่งต่างประเทศสร้างข่าวใส่ร้าย ทำลายเครดิต สารพัด-สารพัน
    ๕ ปี นึกว่าจะป่นเป็นแป้ง
    กลายเป็นแป้ง "กูลิโกะ" ฟูเต็มกระด้ง จากดาวเคราะห์ นายกฯประยุทธ์แปรเป็น "ดาวฤกษ์" เหนือคาดหมายซะงั้่น!
    ดังนั้น การประชุม ๕ วันที่ผ่าน
    แทนที่ชาวบ้านจะบอกดี ที่ฝ่ายค้านช่วยตรวจสอบและคานอำนาจรัฐบาลในการใช้เงินเป็นล้านล้านบาท
    กลับบอกว่า เปลืองน้ำ-เปลืองไฟ........
     ระบบสภานั้่นดี แต่เพราะมีไอ้สัส-อีสัสซุกคราบ ส.ส.เข้ามาอยู่ในสภา จึงหมดศรัทธาที่จะตามดู-ตามฟัง!
    ก็น่าเสียดาย สำหรับคนที่ไม่ได้ตามดู เพราะอดเห็น นายกฯ ที่ถูกชี้หน้าเป็นนายกฯ เผด็จการ จากพวกอ้างเป็นฝ่ายประชาธิปไตยมาตลอด
    มาร่วมประชุม มานั่งให้ฝ่ายค้านเหยียดหยามประณามด่าทุกวัน เรียกว่าตลอด ๕ วันประชุม
    ยิ่งด่า......
    ฝ่ายด่ากลับยิ่งจมลง
    ฝ่ายถูกด่า กลับยิ่งสูงขึ้น
    เพราะฝ่ายค้าน บาง ส.ส.มีภูมิและทำการบ้านใน ๓ พ.ร.ก.มาดี ก็ค้านในทางชี้ปัญหาและทางเสนอแนะ เช่น ส.ส.หญิงท่านหนึ่งพรรคก้าวไกล 
    จำชื่อไม่ได้ จำแต่นามสกุลว่า "ตะล่อมสิน" อภิปรายอย่างนี้ เป็นสง่ากับตัวเอง และเป็นราศีกับสัปปายะสภาสถาน
    แต่มากต่อมาก นึกเอา-คิดเอา ลุกขึ้นมาด่า มาเสียดสี เรียกว่าระบายแค้น เอามัน เอาสีสัน ไม่มีข้อมูล ไม่ตรงทิศ-ตรงทาง ผิดมากกว่าถูก
    ในขณะเดียวกัน นายกฯ ที่เคยเป็นเบนซินไวไฟ คราวนี้ตกผลึกลึกเป็นเชลออยล์ ลึกเกินไฟแค้นชั้นต่ำจะหลอมให้ละลาย 
    ก็นั่งฟังสงบ ฟังไป จดไป บางจังหวะ ยิ้่มให้กับหัวใจตัวเองไป
    ถึงคราวลุกขึ้นอภิปรายชี้แจง ไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อ จากเมื่อ ๔-๕ ปีก่อน ทุกคนคงทราบ นายกฯ ทหารคนนี้ อารมณ์ตอบสนองขนาดไหน การโต้ตอบเกรี้่ยวกราดขนาดไหน
    แต่วันนี้ อย่างตอนสรุปปิดอภิปรายเย็นวาน (๓๑ พ.ค.)ต้องบอกว่า นายกฯ วันนี้กับตะก่อน" เป็นคนละคน" อย่างนั้นจริงๆ
    คนไหน "ชนะอารมณ์" คนนั้น "ชนะทั้งโลก"
    วันนี้ นายกฯ ประยุทธ์ท่านชนะอารมณ์ ยึดสาระบนวุฒิภาวะผู้ใหญ่-ผู้นำ การอภิปรายจึงลื่นไหล สาระในความจริงใจ รื่นหูผู้ฟัง สมกับคำว่า "ยกตนขึ้นพ้นตม" แล้ว!
    คนอื่นจะมองมุมไหน ก็สุดแต่ละมุมใจก็แล้วกัน 
    ผมเพียงแต่สังเกตบุคลิก-บทบาทผู้นำจากยุค คสช.มาถึงยุคพปชร.เทียบดู เห็นแตกต่างในพัฒนาการอย่างไร ก็พูดไปอย่างนั้น
    มีอย่างเดียว จาก ๒๒ พฤษภา.๕๗ ถึง ๓๑ พฤษภา.๖๓ ที่คงเดิม คือ
    "ทุ่มเท-จริงใจ-ไม่โกง-ซื่อตรงต่อสถาบัน"
    เพื่อไทย-ฝ่ายค้าน พัฒนาการที่กำลังเป็นคือ โต-แตก และแตก และแตกสลาย "สู่ตาย" ในที่สุด
    ส่วน พลังประชารัฐ กำลังพัฒนาการจากลิงร้อยป่า เป็น "ลิงได้แก้ว"
    แทนที่จะเห็นคุณค่าแก้วคือนายกฯ แล้วสามัคคีรักษา
    แต่ลิงก็คือลิง "ทิ้งแก้ว" ไป "แย่งกล้วย"
    ก็จริงอยู่ ถึงไม่มีประยุทธ์ พรรค พปชร.ก็ยังมีอยู่
    แต่ถ้า พปชร.ที่ไม่มีประยุทธ์ มีแต่ป้อม.....
    ต่อให้ชาติหน้า ก็อย่าหวังว่า พรรคนี้จะมีนายกฯ!

..............................................

 

01 มิถุนายน พ.ศ. 2563

หน้าหนึ่ง ไทยโพสต์

เริ่มน่าเป็นห่วง โพลชี้ปลดล็อก การ์ดปชช.ตก!

 

วอชด็อกไทยแลนด์ เรียกร้อง 'ผบ.ตร.' เอาผิดคนทำ 'เตี้ย มช.' ตาย

 

1 มิ.ย 63  - ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นายวิริยะ พงษ์อาจหาญ หรือ "อุ๊บ วิริยะ" นักปั้นมือทอง และนายสุรินทร์ เมทะนี คณบดีคณะอุตสาหกรรมสารสนเทศ มหาวิทยาลัยรัตนบัณฑิต ในฐานะที่ปรึกษามูลนิธิวอชด็อกไทยแลนด์ ได้ยื่นหนังสือถึง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. เพื่อขอความเป็นธรรมและเร่งรัดการสืบสวนคดีการตายของ "เตี้ย มช." สุนัขชื่อดัง พร้อมรายชื่อประชาชนจำนวน 60,000 รายชื่อ ที่ร่วมลงชื่อกับองค์กร Change.org ในเเคมเปญ"คืนความเป็นธรรมให้พี่เตี้ย มช." โดยมี พล.ต.ท.กิตติรัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบช.ประจำสง.ผบ.ตร.เป็นตัวแทนรับหนังสือ

นายสุรินทร์ กล่าวว่า การตายของเตี้ย มช.น่าจะมีเบื้องหน้าเบื้องหลัง ประกอบกับมีความกังวลว่าผู้ต้องสัยเป็นข้าราชการตำรวจเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม อย่างไรก็ตามผบ.ตร.ยืนยันว่าตำรวจกว่า 2 แสนนาย ย่อมมีทั้งคนดีและคนไม่ดี หากพบว่ามีหลักฐานว่าผู้ต้องสงสัยรายนี้กระทำผิดจริงก็จะมีการดำเนินคดีทั้งทางวินัยและอาญาอย่างเด็ดขาด

"ท่านรับปากว่าจะลงโทษอย่างถึงที่สุด และจะดูแลคดีนี้เป็นอย่างดี เพราะอย่างที่ทราบว่าการตายของเตี้ย เป็นเรื่องที่สะเทือนความรู้สึกของผู้คนมากมาย และท่านยังรับปากว่าคดีนี้หากมีพยานหลักฐานเพิ่มเติมก็สามารถส่งมอบให้ท่านได้โดยตรง"นายสุรินทร์กล่าว

ทางด้านนายวิริยะ กล่าวว่า ตนเองในฐานะที่อยู่ในวงการบันเทิง และเป็นกลุ่มคนที่รักสุนัข อยากขอเป็นกระบอกเสียงให้กับเตี้ย มช.ในการทวงคืนความเป็นธรรม และร่วมเรียกร้องให้ติดตามจับกุมตัวคนกระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด

 
 

 

 

 

 ....................................................
 

เตรียมกดปุ่ม งบ4แสนล้าน ระวัง อย่าให้เหลือบมาสูบ

 

      หลังที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรใช้เวลา 5 วัน 4 คืน ในช่วง 27-31 พ.ค.ที่ผ่านมา ที่ ส.ส.รัฐบาล-ฝ่ายค้าน ผลัดเปลี่ยนกันอภิปรายพระราชกำหนดที่รัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ผลักดันออกมา เพื่อรองรับการแก้ปัญหาวิกฤติไวรัสโควิด-19 จำนวน 3 ฉบับ โดยเนื้อหาการอภิปรายของ ส.ส.ทั้งปีกฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านหลายคน ก็มีเนื้อหาสาระและข้อเสนอแนะ-ข้อท้วงติงที่เป็นประโยชน์ไม่น้อย หากรัฐบาลจะรับไปพิจารณาเช่นเดียวกับการชี้แจงจากฝ่ายรัฐบาล ก็ทำให้เห็นถึงทิศทาง-ท่าทีของฝ่ายรัฐบาลในการเตรียมใช้เงินตาม พ.ร.ก.ทั้งสามฉบับร่วม 1.9 ล้านล้านบาทหลังจากนี้ได้เป็นอย่างดี จนสุดท้ายที่ประชุมสภาเมื่อวันที่ 31 พ.ค. ก็ลงมติอนุมัติพระราชกำหนดจำนวน 3 ฉบับไปแบบฉลุย เสียงท่วมท้น ตามผลดังนี้

      1.พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมฯ

      ที่ประชุมมีมติเสียงข้างมากอนุมัติ 274 คะแนน โดยไม่มีการลงมติไม่เห็นด้วย แต่มี ส.ส.ใช้สิทธิงดออกเสียงจำนวน 207 คน

        2.พ.ร.ก.ให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ประกอบวิสาหกิจ ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิดฯ

      ที่ประชุมมีมติเสียงข้างมากอนุมัติ 275 คะแนน ไม่เห็นด้วย 1 คะแนน งดออกเสียง 205 คะแนน

      3.พ.ร.ก.รักษาเสถียรภาพของระบบการเงินและความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศฯ

      ที่ประชุมมีมติเสียงข้างมากอนุมัติ 274 คะแนน ไม่เห็นด้วย 195 คะแนน งดออกเสียง 12 คน

      และตามคิว ที่ประชุมวุฒิสภาสัปดาห์นี้ ก็จะรับไม้ต่อจากสภา โดยนำ พ.ร.ก.ทั้งสามฉบับมาพิจารณาต่อทันที ซึ่งก็ไม่มีปัญหาอะไรอยู่แล้ว ส.ว.จะลงมติเห็นชอบแบบท่วมท้น

      อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่ต้องติดตามต่อจากนี้ก็คือ การใช้เงินของรัฐบาล โดยเฉพาะ "เงินกู้ 1 ล้านล้านบาท" ตาม พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินฯ ที่แบ่งงบประมาณออกเป็น 3 ก้อน คือ ส่วนแรก 45,000 ล้านบาท เป็นงบเพื่อใช้ในด้านสาธารณสุข ส่วนอีก 500,000 ล้านบาท เป็นงบที่กันไว้เพื่อช่วยเหลือผู้ได้รับกระทบในด้านต่างๆ จากวิกฤติโควิดฯ

      และก้อนที่สามที่เป็นงบสำคัญ นั่นก็คือ "งบ 400,000 ล้านบาท" เป็นงบเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งหลายฝ่ายเป็นห่วงว่าจะมีการ "แบ่งเค้ก" เกิดขึ้น เห็นได้จากการอภิปรายของ ส.ส.รัฐบาลและฝ่ายค้าน ต่างก็อภิปรายงบในส่วนนี้มากที่สุด จนพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ต้องชี้แจงเรื่องกรอบการใช้เงินดังกล่าวกลางที่ประชุมสภา และในการให้สัมภาษณ์กับสื่อหลายครั้งในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยก่อนที่สภาจะลงมติเห็นชอบ พ.ร.ก.ทั้งสามฉบับ พลเอกประยุทธ์ก็ย้ำประเด็นนี้อีกรอบ

      "ที่เราเตรียมมาตรการฟื้นฟู 4 แสนล้านบาท เงินจำนวนนี้ถ้ามองดูแล้วเหมือนจะใหญ่โตมโหฬาร หอมหวาน ผมไม่เคยสบายใจ ไม่ว่าจะเงินเท่าไหร่ก็ตาม เพราะมันมีปัญหาแน่นอนในเรื่องการบริหารจัดการ อย่างที่ท่านเป็นห่วง ผมก็ห่วง ผมยินดีให้มีการตรวจสอบทุกประการ หลายคนหาว่าผมจะไม่ให้ตรวจสอบ แต่ผมถือว่าเงินกู้ดังกล่าวคือเงินแผ่นดิน ต้องมีการดำเนินการตามกฎหมายทุกประการ องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญสามารถตรวจสอบการใช้เงินกู้ดังกล่าวได้ เช่นเดียวกับการตรวจสอบการเบิกจ่ายงบประมาณแผ่นดิน ประชาชนก็สามารถตรวจสอบได้" นายกฯ ระบุกลางห้องประชุมสภา

      หลังก่อนหน้านี้ ส.ส.ฝ่ายค้าน พิจารณ์ เชาวัฒนวงศ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายอ้างว่า งบ 4 แสนล้านบาทดังกล่าวได้กันไว้ให้ ส.ส. 80 ล้านบาท ผ่านทางจังหวัด โดย ส.ส.เข้าไปชี้ กำหนด 80 ล้านบาทจะนำไปใช้ในโครงการอะไร นำมาซึ่งเงินทอน หัวคิว และเอื้อผลประโยชน์ให้แก่พวกพ้อง และเชื่อว่างบ 4 แสนล้านที่จะสร้างความยั่งยืน สร้างงานให้แก่ประชาชนในท้องถิ่น จะไม่บรรลุวัตถุประสงค์ของมัน จะไม่ใช่โครงการของประชาชน แต่จะสร้างความมั่นคง สร้างความยั่งยืนให้แก่นักการเมือง

      ขณะที่ก่อนหน้านี้ ประมนต์ สุธีวงศ์-สมาชิกวุฒิสภาและประธานมูลนิธิองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) แสดงความเป็นห่วงว่า การที่คณะกรรมการกลั่นกรองฯ ส่วนใหญ่เป็นข้าราชการประจำ ก็อาจทำให้มีโอกาสที่จะถูกผู้มีอำนาจ หรือว่านักการเมืองมากดดัน แล้วตัวเองจะทนไม่ไหว จึงต้องการให้มีการตรวจสอบการอนุมัติโครงการอย่างเข้มข้น เพื่อให้การใช้เงินเกิดประโยชน์จริงๆ ไม่มีตกหล่น ไม่ถูกเหลือบมาสูบ

      เสียงเตือน-ข้อเสนอแนะต่างๆ หากรัฐบาล โดยเฉพาะ คณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ ตั้งการ์ดไว้สูง มีการป้องกันเต็มที่ มีการวางระเบียบการตรวจสอบการใช้เงินอย่างรัดกุม เปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลทุกอย่าง ตั้งแต่การเสนอโครงการ-อนุมัติเงิน ก็น่าจะทำให้ประชาชนเชื่อมั่นได้ระดับหนึ่งว่าเงินทุกบาทจะไม่เกิดการรั่วไหล เพราะหากเกิดผิดพลาดอะไรขึ้นมา โดยรัฐบาลไม่ป้องกันไว้ก่อน ผลที่ตามมาจะสั่นสะเทือนต่อรัฐบาลในระดับรุนแรงแน่นอน.


 
 

 

 

 

 
 ...........................................................
 
1 มิ.ย. 2563
 

 

 

 

 


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน