*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 4075
  • จำนวนผู้ชม : 2554327
  • จำนวนผู้โหวต : 528
  • ส่ง msg :
  • โหวต 528 คน
<< มิถุนายน 2020 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอังคาร ที่ 2 มิถุนายน 2563
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 152 , 18:03:43 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน wullopp โหวตเรื่องนี้

สวัสดีครับ

         ลองรับฟังเสียงทางพรรคฝ่ายค้าน 'เพื่อไทย' บ้าง เผื่อว่าจะทำให้พวกเขาพูดจาอยู่กับร่องกับรอยบ้าง เพรราะที่แล้วมา มุ่งแต่จะ

ด่ารัฐบาลเป็นพอ สมัยนี้ประชาชนเข้าถึงสื่อต่างๆได้สะดวก จึงเห็นสิ่งใดยอมรับได้ หรือสิ่งใดรับไม่ได้ครับ

 

คมชัดลึก | ไทยอย่าลดการ์ด รักชาติต้องไม่บิดเบือน | คมชัดลึก | NationTV22

https://youtu.be/BfDdILKeseM

"เพื่อไทย" เสนอร่างพ.รบ. แก้ พ.ร.ก.เงินกู้ ให้รายการใช้เงินต่อสภาทุก 3 เดือน

2 มิถุนายน 2563 - 17:18 น.
5

"เพื่อไทย" เสนอร่างพ.รบ. แก้ พ.ร.ก.เงินกู้ ให้รายการใช้เงินต่อสภาทุก 3 เดือน

โดยคุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า วิกฤตครั้งนี้ต้องละความเห็นแก่ตัวลง เพราะไม่ใช่เรื่องที่เป็นประโยชน์ของรัฐบาล และพรรคการเมือง แต่เป็นประโยชน์ของประชาชน ตลอดเวลาที่มีนายกรัฐมนตรี ชื่อพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่สามารถทำให้เศรษฐกิจดีขึ้นได้ ซึ่งที่บอกว่า มีความจริงใจ เราก็ไม่เห็นความจริงใจของนายกฯ เพราะจากการเสนอพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ทั้ง 3 ฉบับ ไม่ได้มีรายละเอียดที่จะทำให้เห็นไว่าจะเป็นการฟื้นฟูเศรษฐกิจได้ 

"เงินจำนวนนี้คือน้ำมันถังสุดท้าย แล้วในการติดเครื่องยนต์ประเทศไทย แต่วันนี้คนที่ไม่ตายไม่ได้ถูกเยียวยา แต่คนที่ตายไปแล้วกลับได้รับการเยียวยา ทุกอย่างสับสนอลหม่านไปหมด วันนี้คุณมองโลกข้างหน้ายังไม่ออกเลย เราจึงเห็นว่า มีความจำเป็นที่จะต้องแก้พ.ร.ก.ฉบับนี้ให้มีการตรวจสอบได้ ให้มีการตั้งกรรมาธิการวิสามัญ และให้มีการรายงานการใช้เงินทุก 3 เดือน ถ้าพล.อ.ประยุทธ์บอกว่ามีความจริงใจ ก็ช่วยพิสูจน์ความจริงใจในการสนับสนุนข้อเรียกร้องของฝ่ายค้านทั้ง 3 ข้อ เพื่อให้การใช้เงินกู้อย่างมีประสิทธิภาพ และไม่รั่วไหล ถ้าเงินก้อนนี้ไม่สามารถรีสตาร์ตประเทศไทยใน 3 เดือนนี้ได้ คนไทยจะลำบากมาก ทั้งนี้ นี่คือข้อแนะนำด้วยความจริงใจให้รัฐบาลด้วย" คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าว 

ด้านนายโภคิน กล่าวว่า การเปิดกิจการของรัฐบาลทำเป็นช่วงๆ การทำมาหากินของประชาชนจึงไม่ได้ต่อเนื่อง ซึ่งที่ผ่านมาประชาชนเสียสละ เสียเสรีภาพ ตกงาน และยังไม่มีความมั่นใจอนาคตว่าจะเป็นอย่างไรต่อ ซึ่งการใช้เงิน 1.9 ล้านล้านบาท ไม่มีความชัดเจน เพราะการตรวจสอบทำได้ยาก ดังนั้นหากการใช้เงินทำไม่สำเร็จคนที่จะต้องรับผิดชอบคือ พล.อ.ประยุทธ์ นอกจากนี้ การใช้งบประมาณในส่วนนี้อาจจะมีการหาประโยชน์ทางการเมือง ใช้เงินเอื้อพวกพ้องในรูปแบบต่างๆ เช่น ระเบียบจัดซื้อจัดจ้าง การตั้งราคาเกินจริง ซึ่งอาจจะมีความไม่ชอบมาพากล พรรคเพื่อไทยจึงเสนอให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาตรวจสอบ พร้อมกับเสนอร่างพ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมพ.ร.ก.กู้เงิน เพื่อให้รัฐบาลและธนาคารแห่งประเทศไทย รายงานการดำเนินการการใช้เงินต่อสภาทุก 3 เดือน รวมถึงให้ข้อมูลตัวเลขการใช้เงิน เช่น การซื้อหุ้นกู้ ทุก 15 วัน หรือ 1 เดือน  นอกจากนี้เรามีการผลักดันกฎหมายสภาเอสเอ็มอี และคาดว่าจะเข้าสู่การพิจารณาในเดือนมิถุนายน ซึ่งอยากให้มีการพิจารณา 3 วาระรวด

การเมือง

"บิ๊กตู่" ชี้ อย่าพึ่งดีใจ แม้ตัวเลขผู้ป่วยลด ขอ อย่าเร่งไปสู่ระยะที่ 4 ต้องไปทีละขั้นตอน

2 มิถุนายน 2563 - 14:41 น.
213

"บิ๊กตู่" ชี้ อย่าพึ่งดีใจ แม้ตัวเลขผู้ป่วยลด ขอ อย่าเร่งไปสู่ระยะที่ 4 ต้องไปทีละขั้นตอน ยังไม่หารือเรื่องเปิดน่านฟ้า วอนประชาชน ให้ความร่วมมือ

ขณะเดียวกัน ตนได้มีการผ่อนผัน เพื่อให้เห็นถึงความสำคัญในเรื่องเศรษฐกิระดับฐานราก ซึ่งต้องปกป้องตัวของท่านเองด้วย ไม่เช่นนั้น เมื่อสถานการณ์การแพร่ระบาด มาอีกครั้ง จะป็นส่ิงที่น่าเสียใจสำหรับทุกคน จึงขอเตือนคนที่ยังไม่ค่อยปฏิบัติตามระเบียบ จะถือว่าทำให้คนอื่นเดือดร้อน ท่านจะต้องรักคนอื่นด้วยนอกจากรักตัวเอง รักความสุนกสนาน ความสะดวกสบายของตัวเอง จะต้องรักคนอื่นบ้าง วันนี้ประเทสไทย จะต้องรวมกันเป็นหนึ่งให้ได้ จากสถานการณ์โควิด 

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ในส่วนของตัวเลขผู้ติดเชื้อตลอด 7 วันที่ผ่านมา พบว่ามีตัวเลขที่ลดลง หรือบางวันก็เป็น 0 ที่พบเฉพาะผู้เดินทางมาจากต่างประเทศโดยพบในสถานที่กักกันของรัฐ ตรงนี้ป็นสิ่งที่น่ายินดี แสดงว่ามาตรการต่างๆที่เราทำมาถือว่าได้ผล ไม่ไปแพร่ระบาดในพื้นที่เปิด ซึ่งเป็นผลจากการที่เราเอาคนเข้ามาดูแล มันอาจมีปัญหาบ้าง ไม่ได้รับความสะดวกสบาย แต่ตนเห็นว่ามันเป้นมาตรฐานที่จำเป็น และรัฐบาลจะต้องใช้จ่ายงบประมาณไปจำนวนหนึ่งในการดูแล 

สำหรับความก้าวหน้าทางด้านวัคซีน ป้องกันโรคอะไรต่างๆ ทราบว่ามีความก้าวหน้าตามลำดับ โดยมีการปรึกษาหารือ กับต่างประเทศด้วย ว่ามีความก้าวหน้าอย่างไรและมีแนวทางการปฏิบัติอย่างไร   ในฐานะที่เราเป็นประเทศหนึ่งที่มีความสามารถสูงในเรื่องนี้ มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการวิจัย พัฒนายากและวัคซีน โดยความร่วมมือกับภาคเอกชนต่างๆ และความร่วมมือจากต่างประเทศ ตนคิดว่า เราน่าจะแก้ปัญหาร่วมกันของคนทั้งโลกได้ ในบริบทโดยรวม ฉะนั้น อย่าเพิ่งไปยินดีกับความสำเร็จต่างๆมากนัก เพราะทุกอย่างมีขั้นตอน แต่ละวันยังมีเช้า กลางวัน เย็น ไม่ใช่ ไม่มีเช้าแล้วไปเย็นเลย ฉะนั้นขอให้เข้าใจตรงนี้้ อย่าให้เป็นประเก็น ขึ้นใหม่

ผู้สื่อข่าวถามว่า  กรณีที่รัฐบาลญี่ปุ่น กำลังจะอนุญาตให้คนไทยเข้าประเทศได้ รัฐบาลไทยคิดอย่างไร และ รัฐบาลไทยจะมีอนุญาตให้คนญี่ปุ่นเข้ามาประเทศ ไทยได้ หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า คิดอย่างไรก็ต้องดีใจ ยินดี แต่เราต้องดูมาตรการที่เหมาะสมก่อน ว่าจะไปกันอย่างไร เราจะไปแพร่เขาหรือไม่ เขาจะติดจากเราหรือไม่ ทำนองนี้ ต้องหารือทั้งสองฝ่าย ตนบอกแล้ว เมื่อไรที่สถานการณ์ดีขึ้น การท่องเที่ยวก็จะเปิดขึ้น ในลักษณะประเทศต่อประเทศ และต้องเป็นการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ ควบคุมได้ จะต้องมีมาตรการเป็นขั้นตอนไม่ใช่เปิดเสรี แล้วอลหม่านไปหมด แล้วก็จะกลับมาที่เดิม ก็จะไม่ดีทั้งต้นทางและปลายทาง เราต้องเตรียมความพร้อมไว้ก่อน วันหน้าเราจะเปิดประเทศของเราในการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ มีการฟื้นฟู มารักษา ในสถานพยาบาลของเราเช่นเดิม ที่เคยมี ตอนนี้ขอให้สถานประกอบการต่างๆได้เตรียมความพร้อมไว้ อย่างไรก็ตาม วันนี้ฝนที่ประชุม ครม. ยังไม่ได้มีการพิจารณาเรื่องการเปิดน่านฟ้า จะต้องหาข้อมูลจากหลายส่วน มาร่วมกันประเมิน กับหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

  1. "บิ๊กตู่"เมินตอบ พปชร.ดัน"บิ๊กป้อม"นั่งหัวหน้าพรรค วอน อย่าดราม่า แค่นี้ก็วุ่นพอแล้ว

การเมือง

"บิ๊กตู่"เมินตอบ พปชร.ดัน"บิ๊กป้อม"นั่งหัวหน้าพรรค วอน อย่าดราม่า แค่นี้ก็วุ่นพอแล้ว

2 มิถุนายน 2563 - 13:56 น.
344

"บิ๊กตู่"เมินตอบ พปชร.ดัน"บิ๊กป้อม"นั่งหัวหน้าพรรค วอน อย่าดราม่า แค่นี้ก็วุ่นพอแล้ว

ผู้สื่อข่าวถามว่า การเปลี่ยนตัวกรรมการบริหารพรรค พปชร.ซึ่งเป็นแกนนำรัฐบาลในครั้งนี้ จะผูกโยงกับเก้าอี้ รัฐมนตรีและจะส่งผลต่อการปรับ ครม.หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “เรื่องนี้พูดมาหลายครั้งแล้วว่าการที่ผมจะปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.)ได้นั้นก็ต้องว่ากันอีกขั้นตอนหนึ่ง เป็นเรื่องของพรรคร่วมรัฐบาล นายกฯจะต้องพิจารณาในภาพรวมตรงนั้น เรื่องของวันนี้เป็นเรื่องของพรรคการเมืองซึ่งเขาต้องว่ากันไปซึ่งพวกท่านก็ทราบกันดีอยู่แล้วว่าหลายๆ เรื่อง เป็นเรื่องกลไกทางการเมืองในระดับพรรค ซึ่งการเมืองมีตั้งแต่ระดับพรรคของแต่ละพรรค ระดับของพรรคร่วมรัฐบาลและระดับของรัฐบาล ขอให้เข้าใจในตรงนี้อย่าให้มีปัญหาอย่างอื่นต่อไปอีกเลยแค่นี้ก็พอแล้ว วุ่นวายพอสมควร แต่ทั้งหมดเราสามารถแก้ไขได้ด้วยความเข้าใจระหว่างกัน ขอร้องสื่อฯ และบรรดาสื่อโซเชียลต่างๆขอให้ช่วยกันดูในส่วนที่เป็นความสำเร็จ เรื่องของความก้าวหน้า เรื่องที่ทำให้เกิดความรักความสามัคคี ไม่ดีกว่าหรือ ผมไม่สามารถจะไปบังคับให้ใครรักได้ทุกคนดังนั้นก็ต้องมีทั้งคนรักและคนเกลียด แต่ขอร้องว่าอย่าเกลียดประเทศของท่านเท่านั้นเอง”

นายกฐมนตรี กล่าวว่า เวลาจากนี้ไปก็ต้องเตรียมการในเรื่องของการพิจารณาพระราชบัญญัติโอนงบประมาณ 2563 ในวันที่ 4 มิ.ย.ซึ่งจะเดินทางไปแถลงด้วยตัวเองในสภาอีกครั้งหนึ่ง ให้ความสำคัญและให้เกียรติต่อสภาผู้แทนราษฎร ให้เกียรติกับสมาชิกที่เรียกกันว่าสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ทุกคน ต่างคนต่างให้เกียรติซึ่งกันและกัน หลังจากนั้นก็จะมีวาระการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2564 อีก สรุปว่ายังมีอีกหลายวาระที่จะได้พบกันในสภาฯ

“ขอร้องให้ใจเย็นๆอย่าใจร้อน ผมก็ใจเย็นอย่างถึงที่สุดแล้ว เพราะมันไม่เกิดประโยชน์ที่ผมจะไปโมโหใคร”นายกรัฐมนตรีกล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า การทำงานจะให้เกิดความขัดแย้งน้อยลงทุกคนทุกฝ่ายต้องมีการหารือและรับฟังความคิดเห็นซึ่งกันและกัน อะไรถ้าเห็นว่าเป็นประโยชน์ก็ขอให้สื่อช่วยกันขยายความในสิ่งที่ดีเราจะต้องไปให้พื้นที่ด้านการข่าวของสื่อมีแต่เรื่องของความขัดแย้งมากเกินไป ตนไม่ได้ว่าพวกท่านแต่ถ้ามันมากเกินไป สิ่งดีๆก็ไม่ได้รับการรับรู้รับทราบ จึงขอร้องทุกคนช่วยกันด้วยเพราะทุกคนก็รักชาติรักแผ่นดินด้วยกันทั้งสิ้น “วันนี้อย่าลืมโลกเปลี่ยนคนปรับ หลุดจากกับดักสู่ความยั่งยืน เข้าใจหรือไม่เราต้องหลุดพ้นจากกับดักของตัวเองให้ได้ทั้งหมดทุกคน ทุกภาคส่วน ผมเองก็ต้องปรับตัวเช่นเดียวกัน”

 
 
การเมือง

"บิ๊กตู่"เมินตอบ พปชร.ดัน"บิ๊กป้อม"นั่งหัวหน้าพรรค วอน อย่าดราม่า แค่นี้ก็วุ่นพอแล้ว

2 มิถุนายน 2563 - 13:56 น.
344

"บิ๊กตู่"เมินตอบ พปชร.ดัน"บิ๊กป้อม"นั่งหัวหน้าพรรค วอน อย่าดราม่า แค่นี้ก็วุ่นพอแล้ว

ผู้สื่อข่าวถามว่า การเปลี่ยนตัวกรรมการบริหารพรรค พปชร.ซึ่งเป็นแกนนำรัฐบาลในครั้งนี้ จะผูกโยงกับเก้าอี้ รัฐมนตรีและจะส่งผลต่อการปรับ ครม.หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “เรื่องนี้พูดมาหลายครั้งแล้วว่าการที่ผมจะปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.)ได้นั้นก็ต้องว่ากันอีกขั้นตอนหนึ่ง เป็นเรื่องของพรรคร่วมรัฐบาล นายกฯจะต้องพิจารณาในภาพรวมตรงนั้น เรื่องของวันนี้เป็นเรื่องของพรรคการเมืองซึ่งเขาต้องว่ากันไปซึ่งพวกท่านก็ทราบกันดีอยู่แล้วว่าหลายๆ เรื่อง เป็นเรื่องกลไกทางการเมืองในระดับพรรค ซึ่งการเมืองมีตั้งแต่ระดับพรรคของแต่ละพรรค ระดับของพรรคร่วมรัฐบาลและระดับของรัฐบาล ขอให้เข้าใจในตรงนี้อย่าให้มีปัญหาอย่างอื่นต่อไปอีกเลยแค่นี้ก็พอแล้ว วุ่นวายพอสมควร แต่ทั้งหมดเราสามารถแก้ไขได้ด้วยความเข้าใจระหว่างกัน ขอร้องสื่อฯ และบรรดาสื่อโซเชียลต่างๆขอให้ช่วยกันดูในส่วนที่เป็นความสำเร็จ เรื่องของความก้าวหน้า เรื่องที่ทำให้เกิดความรักความสามัคคี ไม่ดีกว่าหรือ ผมไม่สามารถจะไปบังคับให้ใครรักได้ทุกคนดังนั้นก็ต้องมีทั้งคนรักและคนเกลียด แต่ขอร้องว่าอย่าเกลียดประเทศของท่านเท่านั้นเอง”

นายกฐมนตรี กล่าวว่า เวลาจากนี้ไปก็ต้องเตรียมการในเรื่องของการพิจารณาพระราชบัญญัติโอนงบประมาณ 2563 ในวันที่ 4 มิ.ย.ซึ่งจะเดินทางไปแถลงด้วยตัวเองในสภาอีกครั้งหนึ่ง ให้ความสำคัญและให้เกียรติต่อสภาผู้แทนราษฎร ให้เกียรติกับสมาชิกที่เรียกกันว่าสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ทุกคน ต่างคนต่างให้เกียรติซึ่งกันและกัน หลังจากนั้นก็จะมีวาระการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2564 อีก สรุปว่ายังมีอีกหลายวาระที่จะได้พบกันในสภาฯ

“ขอร้องให้ใจเย็นๆอย่าใจร้อน ผมก็ใจเย็นอย่างถึงที่สุดแล้ว เพราะมันไม่เกิดประโยชน์ที่ผมจะไปโมโหใคร”นายกรัฐมนตรีกล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า การทำงานจะให้เกิดความขัดแย้งน้อยลงทุกคนทุกฝ่ายต้องมีการหารือและรับฟังความคิดเห็นซึ่งกันและกัน อะไรถ้าเห็นว่าเป็นประโยชน์ก็ขอให้สื่อช่วยกันขยายความในสิ่งที่ดีเราจะต้องไปให้พื้นที่ด้านการข่าวของสื่อมีแต่เรื่องของความขัดแย้งมากเกินไป ตนไม่ได้ว่าพวกท่านแต่ถ้ามันมากเกินไป สิ่งดีๆก็ไม่ได้รับการรับรู้รับทราบ จึงขอร้องทุกคนช่วยกันด้วยเพราะทุกคนก็รักชาติรักแผ่นดินด้วยกันทั้งสิ้น “วันนี้อย่าลืมโลกเปลี่ยนคนปรับ หลุดจากกับดักสู่ความยั่งยืน เข้าใจหรือไม่เราต้องหลุดพ้นจากกับดักของตัวเองให้ได้ทั้งหมดทุกคน ทุกภาคส่วน ผมเองก็ต้องปรับตัวเช่นเดียวกัน”

  1. "รองโฆษก พปชร." จี้"ก้าวไกลเช็กบิล"พิจารณ์" จงใจปล่อยข่าวปลอม แบ่งเค้กงบฯส.ส.80ล้าน

การเมือง

"รองโฆษก พปชร." จี้"ก้าวไกลเช็กบิล"พิจารณ์" จงใจปล่อยข่าวปลอม แบ่งเค้กงบฯส.ส.80ล้าน

2 มิถุนายน 2563 - 13:19 น.
591

"รองโฆษก พปชร." จี้"ก้าวไกลเช็กบิล"พิจารณ์" จงใจปล่อยข่าวปลอม แบ่งเค้กงบฯส.ส.80ล้าน ไร้หลักฐาน จับผิดมโนปั้นตัวเลขเอง

รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐกล่าวว่า “หากกระดุมเม็ดแรกคือการกล่าวหาผู้อื่นแบบไร้หลักฐาน กระดุมเม็ดถัดๆ ไปก็ไร้ประโยชน์ ดังนั้น ส.ส. พรรคก้าวไกลจึงสมควรพิจารณาตนเองเปลี่ยนจากกระดุมมาเป็นซิป เพราะซิปสามารถรูดปิดปากผู้กล่าวเท็จได้สนิทและเร็วกว่า และผลจากการอภิปรายโดยไม่มีหลักฐานนั้น ทำให้ประชาชนหมดความเชื่อถือ คลางแคลงสงสัยในข้อมูลทุกเรื่องที่กล่าวและอภิปรายในสภาฯ รวมถึงจริยธรรมของ ส.ส. ของพรรคก้าวไกล และในฐานะประชาชนคนหนึ่งที่ติดตามการอภิปราย ยอมรับว่าเป็นเรื่องที่น่าผิดหวังที่บุคคลระดับผู้บริหารพรรคการเมือง ที่ประกาศตนเป็นความหวังของคนรุ่นใหม่ กลับมีมาตรฐานการทำงานในฐานะส.ส.ในสภาฯ ผู้ทรงเกียรติเช่นนี้” 

“นอกจากนี้ ประชาชนบางส่วนพิจารณาจากการกระทำต่างๆ ในอดีตที่ผ่านมาที่มีการกล่าวหาลอยๆ บ่อยครั้งโดยไร้พยานหลักฐานว่า สมควรแล้วหรือไม่ที่พรรคก้าวไกลจะหมดสิ้นความน่าเชื่อถือ ความน่าศรัทธา ประชาชนเกิดคำถามว่าต่อไปนี้ประชาชนจะแน่ใจได้อย่างไรว่าสิ่งที่ ส.ส. พรรคก้าวไกลนำเสนอคือเรื่องจริง เพราะขนาดในการประชุมสภายังนำข้อมูลที่ไม่มีหลักฐานมานำเสนอ แล้วในการนำเสนอตามสื่อโซเชียลมีเดียของ ส.ส. พรรคก้าวไกลก็ยิ่งหมดสิ้นความน่าเชื่อถือไปกันใหญ่ การถูกตีตราจากสังคมว่าเป็นพรรคเด็กเลี้ยงแกะ จะยิ่งตอกย้ำความล้มเหลวในการสร้างการเมืองใหม่ของพรรคก้าวไกล ดังนั้นพรรคก้าวไกลควรมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบจริยธรรมของนายพิจารณ์ หากพรรคก้าวไกลเพิกเฉยต่อกรณีนี้ ก็เท่ากับว่าพรรคก้าวไกลสนับสนุนการพูดโกหก หลอกลวงประชาชน ซึ่งจะกระทบต่อความน่าเชื่อถือของพรรคก้าวไกลเอง”

“แม้ว่านายพิจารณ์ รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล จะกล่าวอ้างถึงเจตนารมณ์ที่พูดเรื่องดังกล่าวโดยไม่มีหลักฐานว่าเพื่อต้องการป้องปรามหยุดยั้งการทุจริตและตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อตรวจสอบการใช้งบประมาณเงินกู้นั้น ก็เป็นเหตุผลที่ไม่น่าจะฟังขึ้น การกล่าวอ้างดังกล่าวไม่ได้ทำให้การกล่าวมุสาวาทมีความชอบธรรมขึ้นมาได้ เพราะเรื่องโกหกที่เป็นเรื่องไม่ดีคงไม่สามารถป้องปรามและหยุดยั้งการทุจริตได้ ความจริงจะต้องพิสูจน์กันด้วยความจริง ไม่ใช่พิสูจน์ด้วยคำโกหก หากมิฉะนั้นแล้ว สังคมคงเรียกร้องให้มีการตั้งคณะกรรมการวิสามัญเพื่อตรวจสอบความจริงของคำพูด ส.ส. พรรคก้าวไกล ก่อนที่จะเห็นด้วยกับการจัดตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อตรวจสอบการใช้งบประมาณเงินกู้” น.ส.ทิพานัน กล่าว

  1. "รองโฆษก พปชร." จี้"ก้าวไกลเช็กบิล"พิจารณ์" จงใจปล่อยข่าวปลอม แบ่งเค้กงบฯส.ส.80ล้าน

 

 เจาะประเด็นร้อน

เปิดเบื้องลึก...ย้าย "หมอชาญชัย"ไม่เป็นธรรม

เปิดเบื้องลึก...ย้าย
2 มิถุนายน 2563 - 17:23 น.
1k

#SAVE หมอชาญชัย ว่อนโลกโซเชียล หลังมีคำสั่งย้ายฟ้าผ่านอกฤดูการ เปิดเบื้องลึก...ย้าย "หมอชาญชัย"ไม่เป็นธรรม

เดิม “หมอชาญชัย จันทร์วรชัยกุล” แพทย์ชนบทในวัยละอ่อน อยู่ในกลุ่มก๊วนเดียวกับ  “หมอเกรียง” นายแพทย์เกรียงศักดิ์ วัชรนุกูลเกียรติ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพระปกเกล้า จ.จันทบุรี ผู้ที่จะมานั่งรักษาราชการแทนที่ รพ.ขอนแก่น

แต่พักหลัง “หมอชาญชัย” แยกตัวออกมาตามเส้นทางเดินที่แตกต่างไปจากกลุ่มแพทย์ชนบทบางคน  ทำให้อดีตแพทย์ชนบทคนหนึ่ง ได้เติบโตในหน้าที่ราชการ จนได้มาเป็น “ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศูนย์”ระดับจังหวัด

เส้นทางการบริหารโรงพยาบาลศูนย์ขอนแก่น ไม่ง่ายนัก เมื่อแรกเข้ามา “หมอชาญชัย” พบว่าโรงพยาบาลขนาดใหญ่ในภาคอีสาน เป็นอับสองรองจากโรงพยาบาลมหาราชที่จังหวัดนครราชสีมา เท่านั้น แต่“ขาดสภาพคล่อง” อย่างหนักหนาสาหัส ชนิดที่เรียกได้ว่า “ติดลบกว่า 400 ล้านบาท”

แหล่งข่าวระดับสูงในมหาวิทยาลัยธรมศาสตร์ ระบุว่าหมอชาญชัย ได้ออกปากขอความชวยเหลือให้นักวิชาการด้านการเงิน/การบัญชี ที่เก่งเรื่องการเงิน/การบัญชี จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มาช่วยแก้ไขปัญหา อุดรูรั่ว ขจัดคนโกง เหลือบไรที่เกาะกินโรงพยาบาลขอนแก่น

การต่อสู้เพื่อความถูกต้องและตั้งใจทำงานเพื่อส่วนของ “หมอชาญชัย” หลังจากดึงนักวิชาการด้านการเงิน/การบัญชี ไปช่วยแก้ไขปัญหา สต๊อกยาในห้องยา ในวอร์ด รวมถึงปัญหาการรั่วไหล ปัญหาการคีย์ข้อมูลเบิกเงินจาก สปสช. ทำให้ของที่ซื้อมาในราคาเดิมหน่วยละ 9 บาท  ลดหลงเหลือหน่วยละ 3 บาท ทำให้โรงพยาบาลขอนแก่นประหยัดงบประมาณแผ่นดินได้ปีละ เกือบ 40 ล้านบาท

 

จากนั้นไม่นาน “หมอชาญชัญ” กลับถูกสั่งย้ายจากรพ.ขอนแก่น ไปเป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลพระปกเกล้า จ.จันทบุรี

และมีคำสั่งให้นายแพทย์เกรียงศักดิ์ วัชรนุกูลเกียรติ เข้ารับตำแหน่ง รพ.ขอนแก่น แทน ส่งผลให้บุคลากรโรงพยาบาลขอนแก่น ประกอบไปด้วย แพทย์ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่ทั้งโรงพยาบาลกว่า 2,000 คนนัดแต่งดำไว้ทุกข์ คัดค้านการย้าย 

เป็นการย้ายชนิดไม่รู้ตัวล่วงหน้า ไปถึงก็เป็นจังหวะดี เปิดตึกผ่าตัดใหม่ เจ้านายเสด็จ เปิดตึกเปล่าๆ ไม่มีเครื่องมือผ่าตัด เจ้านายทรงพระเมตตา ทรงช่วยหาเครื่องมือให้ ทรงงานช่วยเขา จนทำให้ตึกผ่าตัดใหม่มีเครื่องมือผ่าตัด

สุดท้ายมีคำสั่งจาก “นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร” รัฐมนตรรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา สมัยแรก ให้ย้าย หมอชาญชัย กลับมาที่ทำหน้าที่ผอ.โรงพยาบาลศูนย์ขอนแก่นตามเดิม 

กระทั่งปี2563 มีการส่งบัตรสนเท่ห์ ร้องเรียนหมอชาญชัย กล่าวหาว่าเป็นคนเรียกรับเงินบริษัทยาและมีการตั้งกรรมการสืบข้อเท็จจริง สุดท้ายตั้งข้อกล่าวหาผิดวินัยร้ายแรง และแต่งตั้งกรรมการสอบสวนวินัยขึ้น และถูกย้ายเมื่อวันที่ 1มิ.ย.2563

ข้อกล่าวหาหนึ่งที่เขาถูกร้องเรียนล่าสุด จนถูกสอบวินัยร้ายแรง และมีการรวบรัดตั้งกรรมการสอบวินัย ว่ากันว่า ร้องเรียนโดยกลุ่มแพทย์อ้างชนบท และกรรมการสอบวินัยก็เป็นพวกแพทย์อ้างชนบททั้งสิ้น เข้าทำนอง “คนชง”กับ “คนตรวจสอบ” เป็นกลุ่มเดียวกัน

ข้อกล่าวหาหมอชาญชัย รับเงินทอนค่าซื้อยาจากบริษัทยา แต่ความเป็นจริงกระทรวงสาธารณสุขออกคำสั่งห้ามโรงพยาบาลรับเปอร์เซ็นต์ค่าจดซื้อยาเข้าเป็นเงินบำรุงโรงพยาบาล แต่ในปฏิบัติมีผอ.โรงพยาบาลของกระทรวงสาธารณสุขจำนวนหนึ่ง ยังมีพฤติการณ์รับเงินส่วนแบ่งร้อยละ 5 จากค่าจัดซื้อยา แต่เอาเงินเข้ากระเป๋าตัวเอง ไม่มีหลักฐานอะไรว่าทุจริต คนกลุ่มนี้ยังอยู่รอด ปลอดภัยดี เพราะมีนายใหญ่หนุนหลัง

เพียงชั่วข้ามคืน หลังข่าวย้าย “หมอชาญชัย” พ้นจากตำแหน่งผอ.รพ.ขอนแก่น ถูกสื่อกระพือข่าว ได้สร้างแรงกระเพือมต่อขวัญและกำลังใจของบุคลากรทางการแพทย์ในช่วงเวลาที่ต้องต่อสู้กับเจ้าวายร้่ายไวรัสโควิด19 เป็นอย่างยิ่ง อนาคตอาจจะเห็นภาพนักรบเสื้อขาวถอดใจลาออก..  

 ไม่เพียงเท่านั้น  นักธุรกิจตระกูลอยู่วิทยา นักบุญใจพระผู้บริจาครายใหญ่ให้รพ.ขอนแก่น สั่งทีมงานหยุดการช่วยเหลือทุกอย่างเอาไว้ก่อน หลังรับรู้ข่าวร้าย หมอน้ำดีถูกรังแก  

 ว่ากันว่า ประชาคม ชุมชน และมีคนขอนแก่นอีกจำนวนมาก ที่พร้อมจะออกมายืนหยัดเคียงข้าง หมอชาญชัย หมอนำ้ดี ที่ทำเพื่อประเทศชาติและส่วนรวม

งานนี้ถามดัง ๆ ไปถึง “นายกฯตู่” พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา และ “เสี่ยหนู” อนุทิน ชาญวีรกุล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข จงคิดให้รอบคอบ อย่าทำตามการเมืองและการเป่าหูเพ็ดทูลของตระกูลส. กลุ่มก๊วนที่แอบอ้างตัวเป็นแพทย์ชนบท ระวังนายกฯและรัฐบาลจะเสียรังวัด เอานะขอบอกๆ

   0กลทิพย์ ใบเงิน0เรียบเรียง

   .......................................................

2 มิ.ย. 2563

 


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน