*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 4083
  • จำนวนผู้ชม : 2558187
  • จำนวนผู้โหวต : 529
  • ส่ง msg :
  • โหวต 529 คน
<< มิถุนายน 2020 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันเสาร์ ที่ 6 มิถุนายน 2563
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 323 , 12:41:13 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน wullopp โหวตเรื่องนี้

สวัสดีครับ

         รอยร้าวในพรรคพปชร.จะประสานให้คืนดีคงจะยากเต็มที ทั้งๆที่รัฐบาลก็อยู่ในสภาพเหมือนเรือปริ่มน้ำที่ใกล้จมน้ำอีกครั้ง ซึ่งหนัก

กว่าเมื่อตอนตั้งพรรคขึ้นมาได้ด้วย๙้ำ ทั้งนี้ ดูอาการของแกนนำมุ้งต่างๆก็ล้วนแต่ยึดถืออัตตาของตัวเป็นใหญ่ด้วยกันทั้งนั้น

         ยิ่งกว่านั้น แผลที่สันหลังเมื่อเกิดขึ้นระหว่างร่วมอยู่ในพรรคไทยรักไทยของทักษิณ แล้วต่อด้วยรัฐบาล 'ยิ่งลักษณ์' น้องสาวขี้เมาที่

พี่ชายจับตั้ง ของคนที่เป็นรัฐมนตรีแต่ละตัวตนก็พร้อมที่จะถูกเปิดล่ออีกาอีกครั้ง นับเป็นความเจ็บป่วยที่จะไปต่อไหวหรือเปล่าก็ไม่รู้

          สำหรับหมากตัวสำคัญที่เบียด 'บิ๊กตู' อยู่ขณะนี้ คือ 'บิ๊กป้อม' ก็ดูจัดจ้านในยามหน้าสิ่วหน้าขวานเสียจริงๆ

 

หลุมดำ ๕% "รพ.ขอนแก่น"

 
 

    อืมมมม.....
    บัตรสนเท่ห์ใบเดียว!
    กล่าวหา "นายแพทย์ชาญชัย จันทร์วรชัยกุล" ผอ.โรงพยาบาลขอนแก่น รับเงินทอนบริษัทยา ๕%
    ปลัดฯ สาธารณสุข "นายแพทย์สุขุม กาญจนพิมาย"
    กลับไม่สุขุม สั่งย้ายเข้ากรุ 
    ตั้งข้อหา "มีพฤติกรรมฉ้อราษฎร์บังหลวง" ฉับพลัน!
    และแทนที่จะให้รอง ผอ.หรือคนจากโรงพยาบาลเขตนั้นรักษาการระหว่างสอบให้สิ้นกระแสความ
    กลับให้ "นพ.เกรียงศักดิ์ วัชรนุกูลเกียรติ" เหาะข้ามภาค จากโรงพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี ไปเป็น ผอ.แทน 
    ชนิดหาเหตุผลไม่ได้ว่า เพราะอะไรจึงต้องเป็นหมอเกรียงศักดิ์เท่านั้น?
    เพราะปี ๖๑ ก็ส่อแววมาครั้ง นพ.สุขุมขึ้นเป็นปลัดปั๊บ ก็ย้าย นพ.ชาญชัยจากขอนแก่นไปอยู่จันทบุรี ให้ นพ.เกรียงศักดิ์จากจันทบุรีมาอยู่ขอนแก่น
    แต่อยู่ได้ซัก ๕-๖ วันมั้ง....
    แพทย์-พยาบาล-บุคลากรทางการแพทย์ที่ขอนแก่น ไม่ยินดีกับ ผอ.คนใหม่นี่ ก่อเกิดปฏิกิริยาขึ้น
     รัฐมนตรีสาธารณสุข ขณะนั้น "ศ.นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร" ต้องเข้ามาแก้ปัญหา ให้ย้ายสลับกลับเหมือนเดิม
    แล้วนี่ คล้ายปลัดฯ สุขุม"
    มุ่งมั่นต้องย้ายเอาหมอเกรียงศักดิ์มาขอนแก่น เอาหมอชาญชัยไปให้พ้นจากโรงพยาบาลขอนแก่นให้จงได้
    และก็ทำสำเร็จ โดยอาศัยเหตุจาก "บัตรสนเท่ห์" ไร้หัวนอน-ปลายตีนใบเดียว ป้ายโทษหมอชาญชัย!
    มันทำให้ต้องฉงน.........
    เพราะมีพิรุธที่ชวนค้นหา ว่าในโรงพยาบาลขอนแก่น มันต้องมีอะไรหรือใครทำอะไรปกปิด-ซุกซ่อนไว้สักอย่าง?    
    หมอชาญชัยอาจรู้ หรือกำลังสะสาง
    จึงนำไปสู่การผลักดันให้ต้องย้ายหมอชาญชัยออกไปให้พ้นจากโรงพยาบาลขอนแก่น
    บัตรสนเท่ห์ ๕% จึงเกิดขึ้น และปลัดฯ ก็รับลูกทันควัน
    ถ้าต้องการเคลียร์เรื่องนี้ ตามครรลองแล้ว จะย้ายเข้ากรุระหว่างสอบข้อเท็จจริง ก็ต้องย้ายแต่ต้น 
    และคนรักษาการแทน ตามธรรมเนียมปฏิบัติ ก็ให้รอง ผอ.หรือ ผอ.โรงพยาบาลในเขต
    แต่นี่กลับเจาะจง "หมอเกรียงศักดิ์" เจ้าเดิมแต่ผู้เดียว
    แบบนี้ มันมีเงื่อนงำชวนฉงน
    ผอ.โรงพยาบาลขอนแก่น ทำไมต้องเป็น "นายแพทย์เกรียงศักดิ์" แต่ผู้เดียวเท่านั้น!?
    เมื่อวาน (๕ มิ.ย.๖๓) เห็นข่าวว่า หมอเกรียงศักดิ์เดินทางไปรับตำแหน่งที่ขอนแก่นเรียบร้อยแล้ว
    ขณะเดียวกันก่อนหน้า (๔ มิ.ย.) "หมอชาญชัย" แถลงอำลาที่ขอนแก่น ท่านบอก กำลังปรึกษาทนาย ฟ้องปลัดฯ สุขุม ตามมาตรา ๑๕๗ เป็นการพิสูจน์สัตย์และป้องเกียรติประวัติตัวเอง
    ก็ต้องเช่นนั้น.........
    การฟ้องเพื่อพิทักษ์ธรรม ไม่ใช่การจองเวร 
    ถ้าถือว่าความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย แต่กว่าความจริง "ไม่เคยรับเงินทอน ๕%" ปรากฏ ข้อหาฉ้อราษฎร์บังหลวง มันเอาตายไปก่อนแล้ว 
    ตายไปแล้ว ก็ยังคาประวัติว่า "มีมลทินฉ้อราษฎร์บังหลวง" สืบทอดเป็นมรดกตระกูล!
    ผมอ่านที่หมอชาญชัยให้สัมภาษณ์นักข่าวต่างกรรม-ต่างวาระ และฟังจากบุคลากรทางแพทย์ขอนแก่น ที่ออกมา "เซฟหมอชาญชัย"
    ปะติด-ปะต่อ ตามเงื่อนไขเวลาและเหตุการณ์แล้ว ทำให้มองเห็นอะไรบางอย่างน่าสนใจ
    ชนิดที่ต้องบอกว่า.......
     เรื่องนี้ ป.ป.ช.เฉยไม่ได้ ควรต้องเข้าไปสอบให้กระจ่าง เพราะเงื่อนงำเรื่องนี้ จะเป็นกุญแจไขไปสู่ความลับดำมืด
    ระหว่าง "โรงพยาบาลกับบริษัทยา"
    ว่าเงินทอน ๕% มูลค่ารวม "นับแสนล้าน" ในระบบทั้งหมดหลายสิบปี ก่อนมีคำสั่งห้ามรับเมื่อปี ๒๕๖๑ หายไปไหน หรือใครเอาไป?    
    นั่นภาพรวม บนการสมประโยชน์โรงพยาบาลที่ต้องซื้อยากับบริษัทยาที่ต้องแย่งกันขายยา สู่ความมะลำ-มะเลือง ที่ชาวบ้านร้องตลอดว่า ยาแพง...ยาแพง
    แต่วันนี้ ผมพูดเฉพาะที่โรงพยาบาลขอนแก่น บนฐานข้อมูลที่ประมวลได้จากข่าว
    หมอชาญชัยเข้ามารับตำแหน่ง ผอ.รพ.ขอนแก่น ครั้งแรก พฤศจิกา.๕๘
    คุณหมอบอก เมื่อเข้ามา พบว่า รพ.ขอนแก่นมีปัญหาการเงินติดลบ พูดง่ายๆ คือ "ขาดทุน" กว่า ๒๐๐ ล้านบาท 
    ไม่ใช่เพิ่งขาดทุน......
    หากแต่ขาดทุนสะสมต่อเนื่องมาเป็น ๑๐ ปี!
    ท่านเข้ามาปรับปรุงกลไกบริหาร จากขาดทุนสะสม โรงพยาบาลกลับมีเงินบำรุงคงเหลือกว่า ๒๐๐ ล้าน ในปี ๒๕๖๐
    หมอชาญชัยปรับปรุงอะไร?    
    ผมจะไม่เอาจากปากหมอชาญชัย เพราะพอดี "ผศ.ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์" นำปากคำ "คนกลาง" ที่อยู่ในเหตุการณ์มาเขียนไว้ซึ่งตรงกัน ถือเป็นพยานยืนยันได้ ดังนี้
    “เขาเชิญเพื่อนผมเป็นนักวิชาการด้านการเงินการบัญชีที่เก่งเรื่องการเงิน/การบัญชี ไปช่วยแก้ไขปัญหา 
    สต๊อกยาในห้องยา, ในวอร์ด, ปัญหาการรั่วไหล, ปัญหาการคีย์ข้อมูลเบิกเงิน จาก สปสช.
    เขาทำให้ของที่ซื้อในราคาเดิมหน่วยละ ๙ บาท เหลือหน่วยละ ๓ บาทได้ 
    ทำให้ประหยัดเงินโรงพยาบาลไปได้ปีละเกือบ ๔๐ ล้านบาท"
    อยากให้สังเกตตรงนี้ไว้ก่อน เดี๋ยวผมจะมาชี้ประเด็น
    มาถึงเรื่องบัตรสนเท่ห์ เป็นเหตุให้หมอชาญชัยถูกตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรง ในข้อหา 
    เรียกรับเงินจากบริษัทยา ร้อยละ ๕ เข้าข่ายเรียกรับผลประโยชน์ต่างตอบแทน ระหว่างเดือน มี.ค.-ต.ค.๖๑
    ไทยพีบีเอสรายงานข่าวจากคำสัมภาษณ์หมอชาญชัยไว้ว่า.....
    "กรณีการรับเงินบริจาคจากบริษัทยา เรื่องนี้มีมาตั้งแต่ปี ๒๕๐๘ แต่ภายหลังได้รับคำสั่งจากทางกระทรวงเมื่อเดือน มี.ค. ปี ๒๕๖๑ 
    ก็ได้ประชุมกรรมการบริหารและทำหนังสือเวียนแจ้งไปยังทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง งดรับเงินบริจาคจากบริษัทยา 
    แต่ยอมรับว่า.......
    ในช่วงเดือน มี.ค.-พ.ค.๖๑ มียอดเงินบริจาคผ่านกองทุนพัฒนาโรงพยาบาลขอนแก่น เดือนละ ๑ ล้าน ๓ แสนบาท 
    จากปกติ จะมียอดบริจาคเฉลี่ยเดือนละ ๒ ล้านบาท 
    ซึ่งก็เข้าใจว่า เงินบริจาคไม่ได้มาจากบริษัทยา 
    เนื่องจากได้ทำหนังสือแจ้งไปยังทุกหน่วยงาน รวมถึงบริษัทยาด้วย 
    ภายหลังกระทรวงฯ มีคำสั่งให้งดรับเงินบริจาคจากบริษัทยา ในเดือน พ.ย. ปี ๖๑ ทางโรงพยาบาลได้ปิด "กองทุนพัฒนาโรงพยาบาลขอนแก่น" 
    โดยให้ประชาชนผู้มีจิตศรัทธา บริจาคผ่านบัญชี "เงินโรงพยาบาลขอนแก่น" แทน
    นอกจากนี้ หมอชาญชัยได้ชี้แจงกับบุคลากรทางการแพทย์ที่ รพ.ขอนแก่น ๒๗ พ.ค.และตอบคำซักถามนักข่าวที่กระทรวง ๔ มิ.ย.เป็นไปทางเดียวกันว่า
    ก่อนมีการประกาศห้าม โรงพยาบาลขอนแก่นได้นำเงินที่เข้ามาในลักษณะดังกล่าว เข้าไว้ใน "กองทุนพัฒนาโรงพยาบาลขอนแก่น" 
    "ทุกคนบริจาคเงินเข้ากองทุนพัฒนาโรงพยาบาลได้ นำไปลดหย่อนขอคืนภาษีได้มากถึง ๒ เท่า เป็นแรงจูงใจให้คนนำเงินบริจาคกันทุกปี 
    และไม่มีการโอนหรือเบิกถอนเงินจากบัญชีนี้ เข้าบัญชีส่วนตัวของผู้อำนวยการ 
    มีระบบการลงบัญชีชัดเจน มีคณะกรรมการรับผิดชอบตรวจสอบได้ จึงเป็นไปไม่ได้ ที่จะมีการยักยอก 
    ขอยืนยันว่า เรื่องที่ถูกกล่าวหา ไม่เป็นความจริง 
    หมอชาญชัยยังบอกด้วยว่า.....
    หลัง ครม.มีมติห้ามรับเงินผลประโยชน์ต่างตอบแทนจากบริษัทยา สังเกตว่า เงินบริจาคของโรงพยาบาลลดลงเห็นได้ชัด "หลายสิบล้านบาท" ในช่วงเดือน มี.ค.-มิ.ย.๖๑
    สรุป จากปากหมอชาญชัย ประเด็นควรมอง คือ
    ๑.บริษัทยาจ่าย ๕% ให้โรงพยาบาล มีมาแต่ปี ๒๕๐๘ 
    ๒.ครม.มีมติห้ามรับ เมื่อ มี.ค.๖๑
    ๓.รพ.ขอนแก่นขาดทุนสะสมกว่า ๒๐๐ ล้าน หมอชาญชัยเข้ามาปี ๕๘ แก้ไขทางบริหารแล้ว ล้างหนี้หมด กลับมีกำไรกว่า ๒๐๐ ล้าน 
    ผลประโยชน์ที่เกิดกับโรงพยาบาลทั้งหมด หมอชาญชัยนำเข้าบัญชีกองทุนพัฒนาโรงพยาบาลขอนแก่น 
    ๔.ร้องเรียนเฉพาะช่วง เม.ย.-ต.ค.๖๑ คือหลัง ครม.สั่งห้าม เป็นปีที่มีการย้ายสลับไป-มาระหว่างหมอชาญชัยกับหมอเกรียงศักดิ์
    ๕.เกิดคำถามขึ้นว่า แล้วก่อนหมอชาญชัยเข้ามาเป็น ผอ.เงินบริษัทยา ๕% และเงินบริจาค เข้าบัญชีไหนหรือใคร? 
    และทำไมการจัดซื้อของโรงพยาบาลจึงแพง ๓ เท่าตัว เช่น ของราคา ๓ บาท กลับซื้อราคา ๙ บาท?
    ๖.เมื่อหมอชาญชัยเข้ามา นอกจากล้างขาดทุน กลับมีกำไรแล้ว ยังประหยัดเงินในการจัดซื้อไปได้ปีละเกือบ ๔๐ ล้าน แล้วทำไมจึงเกิดข้อหา "ฉ้อราษฎร์บังหลวง" ได้?
    ตรงนี้ ฝากประเด็นคำถามไปถึงกระทรวงสาธารณสุข และ ป.ป.ช.ว่า
    ก่อนปี ๒๕๕๘ ใครเป็น ผอ.โรงพยาบาลขอนแก่น?
    ทั้ง ๕% ทั้งเงินบริจาคทั้งหลาย หายไปไหน จึงขาดทุนสะสมต่อเนื่องตั้ง ๒๐๐ กว่าล้าน
    และทำไม การจัดซื้อจึงแพง ๓ เท่าตัว โดยไม่มีใครร้องเรียนและไม่มีการตรวจสอบเลย?
    เหล่านี้.........
    เป็นเหตุย้าย "หวังกลบ" อะไรหรือไม่ ป.ป.ช.ควรสนใจนะ.

..................................................

'ส.ว.ถวิล' ออกโรงตอบ 'วุฒิสภามีไว้ทำไม'

 

5 มิ.ย.63 - นายถวิล เปลี่ยนศรี สมาชิกวุฒิสภา(ส.ว.) ได้แสดงความคิดผ่านเฟซบุ๊ก ต่อกรณีสังคมบางส่วนตั้งคำถามต่อบทบาท สมาชิกวุฒิสภา หรือ ส.ว. ว่า มีไว้ทำไม  หลังมีมติเห็นชอบให้ นายสุชาติ ตระกูลเกษมสุข อดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) ดำรงตำแหน่งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ซึ่งมีข้อถกเถียงในเรื่องคุณสมบัติอาจขัดต่อรัฐธรรมนูญ

โดยนายถวิล โพสต์เฟซบุ๊ก มีเนื้อหาดังนี้

วุฒิสภามีไว้ทำไม

ผมฟังคุณ ปิยบุตร แสงกนกกุล อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฏร  พรรคอนาคตใหม่ พูดประเด็นเรื่อง วุฒิสภามีไว้ทำไมแล้วไม่ค่อยสบายใจ       เพราะบ่อยครั้ง ที่อาจารย์ท่านนี้ พูดเรื่องต่างๆไม่ครบ เลือกพูดในบางแง่ บางประเด็นของเรื่อง   จนทำให้สาธารณชนเข้าใจผิด หรือคลาดเคลื่อนไป  นับว่าไม่เป็นธรรมต่อองค์กรวุฒิสภา ที่ผมสังกัดอยู่อย่างยิ่ง   

เมื่อสองวันก่อน ก็วิจารณ์กรณีวุฒิสภา เห็นชอบอดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ  ท่านหนึ่ง ดำรงตำแหน่งกรรมการป.ป.ช. เมื่อสัปดาห์ก่อน ว่าเป็นการเอื้อประโยชน์   เข้าทำนองผลัดกันเกาหลัง  ทั้งๆที่เรื่องนี้ มันมีกฎหมายแยกหน้าที่อำนาจกันอยู่  ระหว่างกลไกสรรหา และพิจารณาคุณสมบัติผู้สมัคร. กับกลไกของวุฒิสภา ที่มีหน้าที่ตรวจสอบด้านคุณธรรม จริยธรรม ของผู้ผ่านการสรรหาเท่านั้น  ผมไม่ขอลงรายละเอียดเรื่องนี้  เพราะเลขาธิการวุฒิสภา และสมาชิกวุฒิสภาบางท่าน ได้ชี้แจงชัดเจนไปแล้ว แต่ขอพูดอีกเรื่องที่อาจารย์ท่านนี้พูดถึงในคราวเดียวกัน  ซึ่งอาจทำให้สมาชิกวุฒิสภาเสียหาย และขาดความน่าเชื่อถือได้ เช่นกัน ทั้งๆที่ สมาชิกวุฒิสภาก็เป็นผู้แทนปวงชนชาวไทย ตามรัฐธรรมนูญ  เหมือนกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร  ที่อาจารย์ท่านนี้ เพิ่งพ้นสถานะมาหมาดๆ นั่นเอง    

อาจารย์ท่านนี้ พูดย้อนไปถึงการเลือกนายกรัฐมนตรี  ในวันนี้ เมื่อปีที่แล้ว งรัฐสภาลงมติเลือก พลเอกประยุทธ์  จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี ด้วยคะแน 500 คะแนน โดยในจำนวนนี้  249 คะแนน มาจากสมาชิกวุฒิสภาซึ่งอาจารย์ท่านนี้เห็นว่า เป็นการตอบแทนกัน วุฒิสภาจึงเป็นกลไกที่ตั้งมาเพื่อสืบทอดอำนาจของ คสช.  ผมขอชี้แจงตรงนี้ สักเล็กน้อย เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้อง  มากกว่าจะปล่อยให้กล่าวหากันลอยๆ 

1.การเลือกนายกรัฐมนตรี ของวุฒิสภาเป็นไปตามบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญ 2560   ที่เป็นผลมาจากคำถามพ่วง ที่ผ่านประชามติของประชาชนร้อยละ  58.07 มาแล้ว  ไม่ได้เกิดขึ้นลอยๆ หรือใครอยากให้เกิดก็เกิด

2. หน้าที่นี้ของวุฒิสภา จะสิ้นสุดลง เมื่อบทเฉพาะกาลสิ้นสุดลงเมื่อครบ 5 ปี ไม่ได้มีตลอดไป 

3. ที่สำคัญ เหตุผลที่ผม และสมาชิกวุฒิสภาอีก 248 คน. ลงมติเลือกพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีนั้น   ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับการตอบแทนบุญคุณ   สืบทอดหรือไม่สืบทอดอำนาจหรอกครับ แต่เป็นเหตุผลธรรมดาที่เราพิจารณาถึงประวัติ ความรู้ความสามารถ  ประสบการณ์   และความเหมาะสมของผู้ได้รับการเสนอชื่อ ซึ่งเราเห็นว่าพลเอกประยุทธ์ฯท่านมีความรู้ความสามารถเหมาะสมกับในการนำพาบ้านเมืองในขณะนั้นโดยเฉพาะตลอดเวลาที่ท่านทำหน้าที่นายกรัฐมนตรีทีผ่านมาร่วม 5 ปี  ท่านไม่มีประวัติด่างพร้อยในเรื่องการทุจริต คอรัปชั่น หรือ ประพฤติมิชอบ   เราก็เลือก 

และมาบัดนี้ เวลาผ่านมา 1 ปี ผมคิดว่าวุฒิสภาเราเลือกไม่ผิด. ไม่นับผลงานที่ผลักดันการแก้ไขปัญหายากๆ ที่แก้ไข หรือทำไม่ได้มาก่อนมากมาย  หรือการวางโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจมากมาย ที่หยุดชะงักมานาน  ทั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ ถนนหนทาง  รถไฟฟ้าทั้งบนดิน ใต้ดิน  รถไฟทางคู่ ทางเดี่ยว  ฯลฯ   แค่การรับมือกับสถานการณ์ไวรัสโคโรนา 2019 แพร่ระบาดอยู่ในขณะนี้ ก็ถือว่าเราเลือกถูกแล้ว  ผมไม่ได้ดูถูกดูแคลนความรู้ ความสามารถของคุณธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจแต่อย่างใด แต่ผมก็จินตนาการไม่ออกเอาเลยจริงๆว่า   ถ้าวันนั้นรัฐสภาเลือกคนซึ่งไม่เคยมีประสบการณ์บริหารบ้านเมืองมาก่อน  แล้วต้องมารับมือกับสถานการณ์ไวรัสโคโรนา 2019 ที่ระบาดเช่นนี้ จะสามารถรับมือได้ขนาดไหน ครับ.

มาดามเดียร์-5ส.ส.พปชร.ลั่นไม่ต้องการการเมืองน้ำเน่า จะถูกรังเกียจจากคนในพรรค เราก็ยอม

6 มิ.ย.63 - นางสาววทันยา วงษ์โอภาสี ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก โดยมีเนื้อหาดังนี้

“เดียร์และเพื่อนส.ส.อีก 5 คน ขอยึดมั่นในพันธสัญญาที่จะทำเพื่อประชาชน... ทำงานเพื่อชาติ... 

เราต้องการทำการเมืองรูปแบบใหม่ ไม่ใช่การเมืองน้ำเน่า”

และเจตนารมณ์นี้ ที่เราจะตั้งมั่นทำงานเพื่อประชาชน รวมถึงการสนับสนุนทุกภารกิจของท่านนายกฯ 
“ประยุทธ จันทร์โอชา”
หากคือ...การแลกมาด้วยหยาดเหงื่อและน้ำตา... 
คือ...การปิดทองหลังพระ... 
คือ...การไม่มีกลุ่มก้อน ไม่มีพวกพ้อง... 
คือ...การไม่มีผลประโยชน์และอำนาจ... 
คือ...การถูกรังเกียจจากคนในพรรค... 
“เรายอม”

จบ!ป้อมรับคุมพปชร. ไพบูลย์งัดกม.บี้เปิดประชุม/'เดียร์'วอนเลิกขัดขา

 


    นายกฯ ลุงตู่ยังเนื้อหอม ชาวบ้านตะโกนเชียร์ "รักลุงตู่ รักตลอดไป" ด้าน “ลุงป้อม” แบไต๋หัวหน้า พปชร. สมาชิกเลือกอย่างไรก็ว่าตามนั้น “อุตตม”-“วิรัช” เผชิญหน้าท่ามกลางบรรยากาศอึมครึม โยนปรับ ครม.เป็นอำนาจนายกฯ “ไพบูลย์” จ่อแก้เกมหากยื้องัด ม.41 พ.ร.ป.พรรคการเมือง ใช้เสียง ส.ส. 1 ใน 4  หรือสมาชิกพรรค 1 ใน 10 เปิดประชุมใหญ่ “สิระ” ฟันธงว่าที่หัวหน้าจบที่ "ลุงป้อม" คนเดียว ซัด "สนธิรัตน์" อย่าเผาบ้าน ส.ส.ระยองจี้รับผิดชอบคำพูดหยามนักการเมืองเก่าหิวโซ ท้าลงสมัครเลขาฯ ชุดใหม่ “มาดามเดียร์” ผนึก 6 ส.ส. วอนหยุดขัดแย้ง
    เมื่อช่วงเช้าวันศุกร์ที่ 5 มิถุนายน ที่สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสห้าแยกลาดพร้าว กทม. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นประธานในการทดสอบความพร้อมการให้บริการเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต โดยทันทีที่มาถึง นายกฯ และคณะเยี่ยมชมนิทรรศการที่บริเวณสถานีห้าแยกลาดพร้าว หลังจากกล่าวเปิดงานนายกรัฐมนตรีพร้อมคณะได้เดินทางโดยขบวนรถไฟฟ้าจากสถานีห้าแยกลาดพร้าว ไปยังสถานีวัดพระศรีมหาธาตุ โดยเมื่อมาถึงสถานีวัดพระศรีมหาธาตุ นายกฯ ได้กดแตร 3 ครั้ง ก่อนถ่ายภาพหมู่ร่วมกับคณะผู้บริหารบีทีเอส 
    จากนั้นก่อนเดินทางกลับ ได้มีประชาชนจำนวนหนึ่งพร้อมกับนักเรียนมาต้อนรับและตะโกนว่า "รักลุงตู่ รักตลอดไป" ขณะที่นายกฯ ตะโกนตอบกลับ "รักทุกคน" ก่อนออกเดินทางไปทันที
    ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกระแสการปรับ ครม.ในขณะนี้ว่า ไม่ทราบ ได้ยินแต่ที่สื่อมวลชนพูด
    เมื่อถามว่า นายกฯ ได้มาปรึกษาอะไรที่เกี่ยวกับข้อกฎหมายหากจะมีการปรับ ครม.บ้างหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า นายกฯ ไม่ได้มาปรึกษาอะไรเลย เพราะไม่ได้เกี่ยวอะไรกับข้อกฎหมาย และนายกฯ ก็บอกไปแล้วว่ายังไม่ได้คิด มีแต่คนอื่นไปคิดแทน
    นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวกรณีปรับ ครม.มีการส่งสัญญาณมาหรือไม่ ว่ายังไม่ทราบ นายกรัฐมนตรียังไม่ส่งสัญญาณอะไรมา
    ด้าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงกรณีที่ได้ให้สัมภาษณ์ว่าไม่พร้อมหากถูกเสนอชื่อให้เป็นหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ว่ายังไม่ถึงเวลา เพราะเมื่อถึงเวลาก็แล้วแต่พรรคและสมาชิกพรรค และว่า “ผมไม่เกี่ยว เขาเลือกกันอย่างไร ก็ว่าไปตามนั้น”
    เมื่อถามย้ำว่าสามารถเป็นหัวหน้าพรรคได้และเป็นไม่ได้ใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรพยักหน้าและตอบสั้นๆ ว่า “อืม” 
    ที่รัฐสภา เวลา 10.00 น. มีการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.โอนงบประมาณรายจ่าย พ.ศ.... นัดประชุมเป็นครั้งแรก ที่ห้องประชุม 416-417 ฝั่งวุฒิสภา โดยก่อนการประชุม ได้แยกประชุมย่อยที่ห้อง 415 เพื่อหารือเบื้องต้น โดยมีนายอุตตม สาวนายน รมว.การคลัง เข้าร่วมประชุมด้วย โดยบรรยากาศค่อนข้างอึมครึม เนื่องจากภายในห้องมีนายอุตตมนั่งอยู่ด้วย ขณะที่มี ส.ส.กลุ่มที่เป็นแกนนำเคลื่อนไหวให้นายอุตตม พ้นจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เพื่อดัน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ นั่งเป็นหัวหน้าพรรคแทนได้นั่งอีกฝั่ง อาทิ  นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ, นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ขณะที่กลุ่มของนายอุตตมก็มีนายวิเชียร ชวลิต  ส.ส.บัญชีรายชื่อ 
    จากนั้นเมื่อประชุมกลุ่มย่อยเสร็จแล้ว นายอุตตมออกจากห้องเพื่อประชุม กมธ.วิสามัญฯ พร้อมปฏิเสธคำถามถึงกระแสข่าวการปรับ ครม. โดยกล่าวเพียงสั้นๆ ว่า “ผมไม่ทราบ เป็นเรื่องของนายกรัฐมนตรี”
    ขณะที่นายวิรัชปฏิเสธตอบคำถามถึงปัญหาภายในพรรคพปชร. กล่าวเพียงว่า “ไม่ได้อยู่ในคณะกรรมาธิการฯ เป็นเพียงวิปที่คอยประสานงานให้เท่านั้น ส่วนรัฐมนตรีคลังก็นั่งอยู่ในห้อง  อย่าถามผม” 
งัด พรป.แก้เกมเรียกประชุมใหญ่
    นายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรค พปชร. 1 ใน 16 รักษาการกรรมการบริหาร (กก.บห.) พรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงการประชุมใหญ่สามัญพรรคเพื่อตั้ง กก.บห.ชุดใหม่ภายใน 45 วัน หลัง 18 กก.บห.ลาออก ส่งผลให้ กก.บห.ทั้งชุดสิ้นสภาพว่า ขณะนี้ยังรอนายอุตตม สาวนายน รมว.การคลัง รักษาการหัวหน้าพรรค นัดประชุม กก.บห.ที่เหลือ 16 คน เพื่อกำหนดวันประชุมใหญ่สามัญ สถานที่ และระเบียบวาระการประชุม หากยังไม่ชัดเจนหรือยื้อ สัปดาห์หน้าอาจจะใช้แนวทางของกฎหมายตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมืองมาตรา 41 ที่ระบุว่า สมาชิกซึ่งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) จํานวนไม่น้อยกว่า 1 ใน 4 ของจํานวนสมาชิกซึ่งเป็น ส.ส. หรือกรรมการบริหารพรรคการเมืองจํานวนไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของจํานวนกรรมการบริหารพรรคการเมือง 
    “หรือสมาชิกจํานวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสิบของจํานวนสมาชิก ทั้งหมดที่มีอยู่ของพรรคการเมือง หรือไม่น้อยกว่า 250 คน แล้วแต่จํานวนใดจะน้อยกว่า มีสิทธิเข้าชื่อกันยื่นคําร้องขอให้จัดการประชุมใหญ่วิสามัญของพรรคการเมืองนั้นได้ เพื่อขอให้ประชุมใหญ่สามัญประจำปีเพื่อเลือก กก.บห.ชุดใหม่ภายใน 45 วัน นับตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. และหากบางคนในพรรคเห็นว่าควรประชุมกรรมการบริหารทั้ง 34 คน ไม่ใช่ 16 คน เพราะทั้งหมดถือว่าสิ้นสภาพแล้ว ทั้งหมดทำหน้าที่รักษาการกรรมการบริหารพรรค ตนไม่มีปัญหา จะประชุม 16 คนหรือ 34 คนได้หมด”
    นายไพบูลย์กล่าวว่า สำหรับการปรับโครงสร้าง กก.บห.ใหม่นี้ เนื่องจากเห็นว่าที่ผ่านมาหัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรคไม่ได้เข้าร่วมประชุมกับ ส.ส.เท่าที่ควร รวมทั้งไม่มีการนัดประชุม กก.บห. เพราะตั้งแต่มีกรรมการบริหารพรรคชุดนี้ ประชุมไปเพียงครั้งเดียวเมื่อวันที่ 26 ม.ค. ส่วนการทำหน้าที่รัฐมนตรี เป็นเรื่องที่นายกฯ พิจารณา และส่วนตัวมองว่าในฐานะรัฐมนตรี ทั้งนายอุตตมและนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค ทำหน้าที่ได้ดี แต่ในฐานะหัวหน้าและเลขาธิการพรรคทำหน้าที่ไม่ดีเท่าที่ควร
    นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรค พปชร. ให้สัมภาษณ์ถึงการนัดประชุมใหญ่พรรคว่า อยู่ที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพราะยังอยู่ในช่วง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และทุกคนที่เป็นสมาชิกพรรค โดยเฉพาะ ส.ส.เมื่อประชุมสภาเสร็จก็ต้องลงพื้นที่ แต่มีผู้ใหญ่ที่เป็นเลขาธิการพรรค คือนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน ออกมาให้สัมภาษณ์ในเชิงเผาพรรค เช่น ที่มีปัญหาในพรรค เพราะไปแย่งกันซื้อกองทุนพลังงาน ตนอยากถามกลับไปว่า เขาไปเองหรือเรียกเขาไป เท่าที่รู้มามีการเรียก ส.ส.ไปที่กระทรวงพลังงาน เพื่อไปคุยเรื่องกองทุนพลังงาน
    “ทุกคนหยุดการเคลื่อนไหว หยุดการสร้างความแตกแยกหมดแล้ว เหลือเพียงนายสนธิรัตน์ ส่วนตัวผมยังเรียกร้องท่านที่เป็นเลขาฯ พรรค หากท่านหยุดพูดคนเดียวทุกอย่างก็จะหยุด ขอให้ท่านรอวันที่เลือกกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ท่านมีโอกาสกลับมา แต่วันนี้ขอท่านอย่าเผาบ้าน พปชร. ถ้าจะไม่ได้รับการเลือกตั้งกลับมาเป็นเลขาธิการพรรคอีก ก็อยู่ที่ดุลพินิจว่าสมาชิกจะเลือกท่านหรือไม่ ขอวิงวอนให้หยุดว่าคนในพรรคได้แล้ว” นายสนธิรัตน์ กล่าว
จบที่"ลุงป้อม"คนเดียว
    เมื่อถามว่า ยังยืนยันที่จะเสนอชื่อ พล.อ.ประวิตรเป็นหัวหน้าพรรคหรือไม่ เพราะ พล.อ.ประวิตรระบุว่ายังไม่พร้อม นายสิระ กล่าวว่า ยืนยันเสนอชื่อ พล.อ.ประวิตรเป็นหัวหน้าพรรค แต่ท่านจะรับหรือไม่เป็นสิทธิของท่าน แต่ตนยืนยันที่จะเสนอชื่อท่านเป็นหัวหน้าพรรค และหากท่านปฏิเสธตนก็ไม่เสนอชื่อใครเป็นหัวหน้าพรรค เพราะตนมีคนเดียว จบที่ลุงป้อม
    “ในความคิดของผมคือ ลุงป้อมคนเดียว แม้แต่สิระยังจบเลย ลองคิดดูว่าคนอื่นจะไม่จบหรือ” นายสิระกล่าวเมื่อถามย้ำว่ามั่นใจใช่หรือไม่ว่าหากเป็น พล.อ.ประวิตร ทุกอย่างจะจบ 
    นายสมพงษ์ โสภณ ส.ส.ระยอง พรรค พปชร. กล่าวถึงปัญหาการเปลี่ยนแปลงคณะกรรมการบริหาร พปชร.ว่า ตนเป็น ส.ส.หน้าใหม่ แต่กรณีที่นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน และอดีตเลขาฯ พรรค พูดว่าสงสาร ส.ส.หน้าใหม่ๆ ในพรรค ถือว่าไม่เหมาะสม อยากเรียนว่าไม่ต้องมาสงสารหรอก เพราะว่าตนมาจากการเลือกตั้ง มาจากเสียงของประชาชน สิ่งที่เกิดขึ้นคิดว่าถูกต้อง นายสนธิรัตน์อย่าคิดว่าทั้งพรรคหรือทั้งประเทศไทยมีคนเก่งแค่คุณเท่านั้น คนที่เขาบริสุทธิ์ใจที่อาสาเข้ามาจากเสียงประชาชน เพื่อประโยชน์ต่อประชาชน เข้ามาเป็น ส.ส.ในสภาทั้ง 500 คน ส.ส.ทุกคนคิดเป็น 
    "สิ่งที่คุณพูดว่าการเมืองแบบเก่าหิวโซๆ ถอนทุนจะกลับมา หรือคุณทำงานแบบมือสะอาดนั้น สิ่งที่พูดนั้นคุณสนธิรัตน์หมายความว่า คนที่จะมาเป็นเลขาฯ พรรคแทนคุณนั้นมือไม่สะอาด หรือเป็นนักการเมืองแบบเก่าๆ คุณพูดเล่นนี้ต้องรับผิดชอบ และเป็นการว่า ส.ส.ทั้ง 500 คนใช่หรือไม่"
    นายสมพงษ์กล่าวต่อว่า คำพูดของนายสนธิรัตน์เป็นการดูถูกดูแคลนนักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้งที่มาจากประชาชน คุณไม่เคยมาจากเสียงของประชาชนเลยไม่เข้าใจ ถ้าคุณเรียนเก่ง เรียนสูง มั่นใจตัวเองขนาดนี้ ลองลงเลือกตั้งดู สภาแห่งนี้คงไม่ต่างจากการเรียนหนังสือในห้องเรียน ถ้ามีแต่นักวิชาการทั้งหมด อยากจะสอนนายสนธิรัตน์ว่า การเมืองในสภาหรือคนที่เขาผ่านมาเป็น ส.ส.เขามีวิธีคิดอ่านมากกว่าแน่นอน มิเช่นนั้นการตั้งรัฐบาลหรือ ครม. นายกรัฐมนตรีแต่ละท่านคงเอานักวิชาการมาเป็นรัฐมนตรี กันทั้งคณะ นักวิชาการอย่างนายสนธิรัตน์ไม่มีทางมาเข้าใจความรู้สึกความต้องการของประชาชนรากหญ้า หรือมาเข้าใจการใช้ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน เพราะว่าคุณอยู่แต่ข้างบน
    “ฉะนั้นอยากจะฝากคุณสนธิรัตน์ว่าหยุดและพอได้แล้ว อย่ากล่าวหานักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้งที่มาจากประชาชน อย่ากล่าวหาว่าคนอื่นๆ จะไม่มีความสามารถแบบคุณ จะมากล่าวหาว่าคนอื่นทำไม่ได้เท่าคุณ ยิ่งพูดยิ่งเป็นการประจานตัวคุณเอง เหมือนกับกำลังดิ้นรนอะไรบางอย่าง ขอให้คุณนิ่งๆ รอวันเลือกกรรมการบริหารพรรคใหม่ และนายสนธิรัตน์อยากพิสูจน์ตัวเองก็สมัครตำแหน่งเลขาฯ พรรคต่อไปเลย” นายสมพงษ์กล่าว
6 ส.ส.วอนหยุดขัดแย้ง
    ขณะเดียวกัน 6 ส.ส.ของพรรคพลังประชารัฐ นำโดย น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี ส.ส.บัญชีรายชื่อ, น.ส.กรณิศ งามสุคนธ์รัตนา ส.ส.เขตคลองเตย-วัฒนา, น.ส.ธณิกานต์ พรพงษาโรจน์ ส.ส.เขตดุสิต-บางซื่อ, น.ส.ภาดาท์ วรกานนท์ ส.ส.เขตราชเทวี-พญาไท-จตุจักร, น.ส.ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ ส.ส.เขตบางกะปิ-วังทองหลาง และนายศิริพงษ์ รัสมี ส.ส.เขตหนองจอก ออกมาเรียกร้องหลังเกิดปัญหาภายในพรรคพลังประชารัฐ จากกรณีกรรมการบริหารพรรค 18 คนลาออกจากตำแหน่งว่า เรากลุ่ม 6 ส.ส.พลังประชารัฐ ผนึกกำลังขอให้ผู้ใหญ่ในพรรคพลังประชารัฐที่เป็นพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาล หยุดขัดแย้ง ร่วมรักสามัคคี หยุดเรื่องการเมือง มุ่งหน้าแก้ไขปัญหาความทุกข์ร้อนของประชาชนตามสัญญาที่ให้ไว้ ความขัดแย้งทางการเมืองเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ในสังคมประชาธิปไตย แต่ต้องอยู่บนรากฐานที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน
    "เราขอยึดมั่นในอุดมการณ์ บนเจตนารมณ์แรกของพรรคพลังประชารัฐคือ การสนับสนุนพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี และขอเดินหน้าทำงานเพื่อพี่น้องประชาชน ทะนุบำรุงศาสนาทุกศาสนา และปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ ให้สมกับความไว้วางใจที่พวกเราได้รับจากประชาชน" กลุ่ม 6 ส.ส.กล่าว พร้อมติดแฮชแท็ก #หยุดทะเลาะเพื่อประชาชน
    นายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงยุติธรรม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ร้องทุกข์พรรคพลังประชารัฐ  กล่าวถึงกรณีนายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล โพสต์เฟซบุ๊กเกี่ยวกับความขัดแย้งภายในพรรคพลังประชารัฐ กล่าวหา 3 ป. จะได้รับประโยชน์จาก พ.ร.ก.กู้เงิน จำนวน 4 แสนล้านบาท ว่านายรังสิมันต์คงไม่ได้ติดตามการเมือง หรือไม่เคยอ่านประวัติศาสตร์ถึงพูดจากใส่ร้าย พล.อ.ประวิตรมาโดยตลอด ซึ่งอะไรเกี่ยวข้องกับ พล.อ.ประวิตรนั้น นายรังสิมันต์ก็จะพยายามหยิบมาเชื่อมโยงเพื่อปลุกกระแสความเข้าใจผิดให้เกิดขึ้นนอกสภา ที่อ้างว่างบ 4 แสนล้านบาทนั้น นักการเมืองจะได้ประโยชน์ไม่ใช่เรื่องจริง แต่ความจริงรัฐบาลภายใต้การคุมของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีนั้น ทำเพื่อประชาชนที่เดือดร้อนจากวิกฤติโควิด-19 ได้เน้นย้ำอย่างชัดเจนว่าจะไม่มีการปล่อยให้ทุจริตคอร์รัปชัน และการกู้เงินนั้นคนที่ได้รับประโยชน์อย่างแท้จริงคือ ประชาชน ไม่ใช่ 3 ป. อย่างที่นายรังสิมันต์กล่าวโจมตี พล.อ.ประวิตร ซึ่งตนเป็นห่วงว่าในอนาคตจะโดนคดีเพิ่มเติม เพราะด้วยความมีโทสาคติในใจ ไม่รับฟังความคิดเห็น แล้วเอาข้อมูลเท็จมาบอกประชาชน 
    “เรื่องภายในของพรรคพลังประชารัฐจะมีการปรับหัวหน้าพรรคหรือไม่ ก็ไม่ใช่กิจการอะไรของพรรคก้าวไกล อยากบอกนายรังสิมันต์ นอกจากควรศึกษาหาความรู้ให้มากขึ้นแล้ว ก็ควรศึกษาเคารพกฎการอยู่ร่วมกันด้วย อย่ามีแต่กฎกูเพียงอย่างเดียว ไม่งั้นกลัวว่าพรรคก้าวไกลจะซ้ำรอยเหมือนพรรคสีส้มเดิมในอดีต” นายสามารถกล่าว
    นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหาหลักเกณฑ์ และแนวทางการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 กล่าวว่า ไม่ได้รับการทาบทามให้ไปดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ และขณะนี้ยังไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคการเมืองพรรคใด อีกทั้งตอนนี้นายกรัฐมนตรีตั้งเป็นกรรมการบริหารบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เพื่อไปแก้ไขปัญหาในการบินไทย ซึ่งตามกฎหมายระบุไว้ชัดเจนว่า ห้ามไปดำรงตำแหน่งในพรรคการเมือง ดังนั้นข่าวที่ออกมาว่าจะไปรับตำแหน่งหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ จึงเป็นไปไม่ได้
    นายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาผู้นำฝ่ายค้านฯ ให้สัมภาษณ์ความคืบหน้าการดำเนินการของคณะผู้ห่วงใยประเทศ หรือกลุ่มแคร์ ที่เป็นการรวมตัวกันของอดีตแกนนำพรรคไทยรักไทยว่า ตนและผู้ประสานงานกลุ่ม 4 คน ที่เป็นอดีตแกนนำพรรคไทยรักไทย คุยกันเบื้องต้นว่าจะมีการหารือกันของกลุ่มครั้งที่ 2 ในช่วงต้นสัปดาห์หน้า โดยจะหารือต่อเนื่องจากการประชุมครั้งแรก ไม่ว่าจะเป็นชื่ออย่างเป็นทางการของกลุ่ม และแนวทางดำเนินการของกลุ่ม คาดว่าเมื่อทุกอย่างชัดเจนแล้ว จะมีการเปิดตัวกลุ่มอย่างเป็นทางการภายในเดือน มิ.ย.

 

06 มิถุนายน พ.ศ. 2563

หน้าหนึ่ง ไทยโพสต์

จบ!ป้อมรับคุมพปชร. ไพบูลย์งัดกม.บี้เปิดประชุม/'เดียร์'วอนเลิกขัดขา

นายกฯ ลุงตู่ยังเนื้อหอม ชาวบ้านตะโกนเชียร์ "รักลุงตู่ รักตลอดไป" ด้าน “ลุงป้อม” แบไต๋หัวหน้า พปชร. สมาชิกเลือกอย่างไรก็ว่าตามนั้น “อุตตม”-“วิรัช” เผชิญหน้าท่ามกลางบรรยากาศอึมครึม โยนปรับ ครม.เป็นอำนาจนายกฯ “ไพบูลย์” จ่อแก้เกมหากยื้องัด ม.41 พ.ร.ป.พรรคการเมือง ใช้เสียง ส.ส. 1 ใน 4  หรือสมาชิกพรรค 1 ใน 10


แย้มหยุดสงกรานต์แบบผ่อนส่ง!

ไทยติดเชื้อเพิ่ม 1 ราย หนุ่มไทยกลับจากคูเวตอยู่ในสถานที่กักกันรัฐ ศบค.แย้มข่าวดีเร็วๆ นี้ ลุ้นเฟส 4 หลังประชุมชุดใหญ่สัปดาห์หน้า "วิษณุ" ปัดยังไม่หารือวันชดเชยช่วงสงกรานต์ ผวาโควิดระบาดผุดไอเดียหยุดแบบผ่อนส่ง เคาะคลายล็อกอุทยานสัปดาห์หน้า บางแสนเข้มตั้ง 14 จุดคัดกรองป้องคนทะลัก


ผนึกกำลังคุ้ยโกง'เงินกู้โควิด'

 กมธ.ส.ว.หารือ 3 องค์กรอิสระปิดช่องโกง พ.ร.ก.เงินกู้ 3 ฉบับ ชี้กลไกรัฐมีข้อบกพร่องเปิดช่องให้ทุจริต โดยเฉพาะจัดซื้อจัดจ้าง ชง 4 มาตรการคุมเข้มพร้อมให้ ปชช.เข้าร่วมตรวจสอบ  ขณะที่ก้าวไกลโยงปมวุ่น มุ้งประชารัฐเอี่ยวผลประโยชน์เม็ดเงิน 4 แสนล้านโครงการฟื้นฟูเศรษฐกิจในพื้นที่ 


'จุรินทร์'นำสินค้าช่วยปชช. ลดราคา'ล็อต4'บุกทั่วไทย

"จุรินทร์" นำพาณิชย์ลุย ลดราคา! ช่วยประชาชน ล็อต 4 กว่า 7,157 รายการ โดยสินค้าจำเป็นต่อชีวิตประจำวันบุกถึงทุกอำเภอทั่วทั้งประเทศ 76 จังหวัด


'ก้าวหน้า-ก้าวไกล'ทันควัน โหนอุ้ม'วันเฉลิม'ที่กัมพูชา

รองโฆษก ตร.ไม่รู้ "วันเฉลิม" ถูกอุ้มในกัมพูชา เป็นเรื่องนอกราชอาณาจักร แต่เครือข่ายต่อต้านรัฐบาลสรุปเสร็จสรรพฝีมือนักฆ่าจากเมืองไทยร่วมมือกับเขมร มีทักษะการอุ้มฆ่าเป็นอย่างดี มากันครบทีม "ทอน-ปิยบุตร-ลายจุด" โยง "ฟลอยด์-หายใจไม่ออก" ถ้าใครนิ่งเฉยไปลงนรกซะ "แอมเนสตี้" ฉับไว ถ้ากัมพูชาจับอย่าส่งคืนไทย ส่วนนักศึกษาจี้ยูเอ็นสอบ 


กมธ.แก้ไขรธน. ต่ออายุอีก90วัน อ้างผลพวงไวรัส

กมธ.แก้ไข รธน.เคาะขยายเวลาทำงานเพิ่มอีก 90 วัน เหตุผลกระทบจากโควิด-19 ระบาด พร้อมเล็งรื้อระบบตรวจสอบองค์กรอิสระใหม่ หลังมีอำนาจมากแถมไม่ยึดโยง ปชช. "ฝ่ายค้าน" ยื่น "ชวน" คัดค้าน "สุชาติ" เป็น ป.ป.ช. 

 .........................................................

6 มิ.ย. 2563

  “เขื่อนเจ้าพระยา”(ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดชัยนาท)

ทำเนียบหัวหน้า/ผู้อำนวยการ  กลับหน้าหลัก

ประวัติ 

ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดชัยนาท

            ต้นปี พ.ศ. 2495 กรมชลประทาน ได้เริ่มการก่อสร้างเขื่อนกั้นแม่น้ำเจ้าพระยา ที่หมู่บ้านบางกระเบื้อง ตำบลบางหลวง อำเภอสรรพยา จังหวัดชัยนาท ก่อสร้างแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2499 ให้ชื่อเขื่อนนี้ว่า “เขื่อนเจ้าพระยา”

            พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงทำพิธีเปิดเขื่อนเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2500 เมื่อทำการปิดประตูระบายน้ำ ทำให้น้ำเหนือเขื่อนมีปริมาณเพิ่มขึ้นเป็นประโยชน์ในการประมงอย่างมาก   เนื่องจาก การสร้างเขื่อนกั้นแม่น้ำเจ้าพระยาในครั้งนี้ไม่ได้ทำบันไดปลาโจน กรมประมงจึงได้มอบหมาย ให้กองบำรุงพันธุ์สัตว์น้ำ จัดตั้งหน่วยประมง ที่บ้านพักรับรองของโครงการหัวงานเขื่อนเจ้าพระยา หลังที่ 10 บริเวณหมู่ที่ 5 ตำบลบางหลวง อำเภอสรรพยา จังหวัดชัยนาท  เพื่อทดสอบว่า เขื่อนไม่เป็นอุปสรรคต่อการวางไข่ของปลา ดยมีนายอารี สิทธิมังค์ เป็นหัวหน้าหน่วย

            พ.ศ. 2502 กรมประมงได้รับงบประมาณก่อสร้างหน่วยงานและเปลี่ยนให้หน่วยงานนี้เป็น สถานีประมง ชื่อว่า สถานีประมง(เจ้าพระยา) และแต่งตั้งให้ นายประสิทธิ์ เอกอุรุ เป็นหัวหน้าสถานีฯ

            พ. ศ. 2503 สถานีประมง (เจ้าพระยา) ได้ายงานและยังไม่มีพื้นที่สำหรับสร้างสถานีฯ จึงได้ขอบ้านรับรองหลังที่ 18, 19 และ 20 ของกรมชลประทานเพิ่มเติม มาเพื่อเป็นที่ทำการสถานี และเป็นที่พักอาศัยของเจ้าหน้าที่

            พ. ศ. 2505 เริ่มดำเนินการขอสถานที่จากกรมชลประทาน เพื่อเตรียมและวางผังที่จะดำเนินการก่อสร้างสถานีฯ พ.ศ. 2506 ได้รับงบประมาณสำหรับสิ่งก่อสร้าง แต่ยังไม่ตกลงเรื่องสถานที่จากกรมชลประทาน

        พ.ศ. 2507 ได้สถานที่ก่อสร้างและเริ่มก่อสร้างสถานีประมง ที่บริเวณสำนักงานเกษตรและสหกรณ์ภาคกลาง หมู่ที่ 5 ตำบลบางหลวง อำเภอสรรพยา  จังหวัดชัยนาท มีเนื้อที่ประมาณ 62 ไร่

            พ.ศ. 2512 สถานีฯ ได้ขอที่ดินจากกรมชลประทานเพิ่มเติมอีก 14 ไร่ บริเวณสำนักงานเกษตรและสหกรณ์ภาคกลางเพื่อขยายงานของสถานีฯ

            พ.ศ. 2518 กรมประมงได้รวมหน่วยงานพัฒนาประมงในเขตคันและคูน้ำเข้ากับสถานีฯ และได้รับมอบโอนพื้นที่จากหน่วยงานพัฒนาประมงในเขตคันและคูน้ำ ประมาณ 16 ไร่

            พ.ศ. 2526 ได้ขอซื้อที่ดินเอกชนบริเวณที่ติดกับสถานีฝั่งคลองบางตาด้วง หมูที่ 6 ตำบลชัยนาท อำเภอเมือง จังหวัดชัยนาท จำนวน 3 ไร่ 3 งาน 56 ตารางวา เพื่อขายสถานีฯ

            พ.ศ. 2530 สถานีฯได้ขอใช้ประโยชน์พื้นที่ จากกรมชลประทาน เพิ่มเติมอีก 3 ไร่ เพื่อเตรียมขยายงาน

            พ.ศ. 2537 สถานีฯได้งบประมาณจำนวน 26,619,506 บาท มาเพื่อดำเนินการก่อสร้างปรับปรุงสถานีใหม แล้วเสร็จในวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2539

            พ.ศ. 2545 เปลี่ยนเป็นศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดชัยนาท สังกัด สำนักวิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืด  กรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยมีสถานีประมงน้ำจืดในสังกัด 1 แห่ง คือ สถานีประมงน้ำจืดจังหวัดอุทัยธานี

  • ปัจจุบันศูนย์ฯมีเนื้อที่ทั้งหมด 79 ไร่ 2 งาน 56 ตารางวา

กลับหน้าแรก  ทำเนียบหัวหน้า/ผู้อำนวยการ กลับหน้าหลัก 


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน