*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 4083
  • จำนวนผู้ชม : 2568910
  • จำนวนผู้โหวต : 529
  • ส่ง msg :
  • โหวต 529 คน
<< มิถุนายน 2020 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอาทิตย์ ที่ 14 มิถุนายน 2563
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 300 , 16:48:29 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน อดุลย์ โหวตเรื่องนี้

 สวัสดีค่ะ/ครับ  

         วงการแพทย์ของไทยใต้สถานการณ์ "โควิด- 19" โชว์ความงดงามอย่างวิเศษณ์จนได้รับการยกย่องจาก

ทั่วโลก พลอยให้รัฐบาลไทยได้หน้าไปด้วย ครั้นแล้ว จู่ๆก็มีคนสำคัญในกระทรวงสาธารณสุขระดับปลัดกระทรวง

สาดของเน่าๆลงกลางบ่อน ดันทุรังจะเอาผิดผอ.รพ.ขอนแก่นพร้อมทั้งสั่งย้ายเข้ากระทรวงด่วน แล้วจะเอาคนของ

ตัวมานั่งเก้าอี้ผอ.แทน เราก็ชวนกันอ่านคอลัมน์"คนปลายซอย" ของคุณเปลววันนี้กันนะครับ จะได้ทราบรายละเอียด

"พระเอก-ผู้ร้ายใต้เสื้อกาวน์" กันนะครับ

"พระเอก-ผู้ร้ายใต้เสื้อกาวน์"

 
 

    "หมอเกรียงศักดิ์" นี่......
    ถ้าจิตไม่แข็ง ประสาทไม่แข็ง ก็ต้องเส้นแข็ง 
    ไม่งั้น......
    ตื๊อนั่งเก้าอี้ ผอ.โรงพยาบาลขอนแก่นแทน "หมอชาญชัย" ท่ามกลางการ "ไม่ยินดีต้อนรับ" จากบุคลากรที่นั่นไม่ได้หรอก
    ก็แรงซะขนาดนั้น ใครที่ไหนจะไปด้านพอ!
    ยิ่งกว่านั้น เมื่อวาน (๑๒ มิ.ย.๖๓) เห็นบุคลากรทางการแพทย์ รพ.ขอนแก่น และแพทย์-พยาบาล หลายแห่งในพื้นที่ แต่งชุดดำมาที่ทำเนียบฯ
    มายื่นหนังสือถึงนายกฯ ประยุทธ์
    แต่รองนายกฯ อนุทิน ในฐานะเจ้ากระทรวงหมอออกไปรับแทน
    เขาไม่ได้มาคัดค้านการย้ายหมอชาญชัย แต่มาขอให้ยึดหลักธรรมาภิบาลในการย้าย, การตั้งข้อหา และการสอบสวน
    ในเมื่อบอกว่า หมอชาญชัยยังเป็น ผอ.รพ.ขอนแก่นอยู่ เพียงย้ายชั่วคราวระหว่างสอบสวน
    ถ้างั้น ตามหลัก ควรให้ "รอง ผอ.รพ.ขอนแก่น" รักษาการในตำแหน่ง ผอ.แทน 
    ไม่ใช่เจาะจงเอา "หมอเกรียงศักดิ์" จาก ผอ.รพ.พระปกเกล้า จันทบุรี เหาะข้ามภาค-ข้ามเขต มานั่งเป็น "ปริศนาฟ้าแลบ" แทน
    แบบนี้ส่อพิรุธ-ส่อเจตนาว่า "ต้องคนนี้" เพียงผู้เดียว ทำถึง ๒ ครั้ง ๒ ครา ชวนให้ฉงน
    ต้องการเอามาให้ "กลบ" หลักฐานอะไรกันในโรงพยาบาลหรือเปล่า?
    เพราะมันมีบัญชีแฉ ผอ.คนก่อนหน้าหมอชาญชัย จ่ายเงินสนับสนุนชมรมแพทย์ชนบท ที่หมอเกรียงเป็นประธานผูกขาด ครั้งละหลายแสน หลายครั้ง-หลายหน
    ในขณะที่โรงพยาบาลเองก็ยังติดลบต่อเนื่องเป็นสิบปี กว่า ๒๐๐ ล้าน ซ้ำ ผอ.เบิกเข้าบัญชีตัวเองบ้าง เลขาฯ บ้าง อีรุงตุงนัง ที่รอการชำระสะสาง
    แต่ดูเหมือน มีคนกลุ่มหนึ่ง ไม่ต้องการให้ชำระสะสาง และพยายาม "เตะลูกออก"
    นี่แหละ มันเป็นปริศนาธรรมาภิบาล ชวนคันหัวใจ ในวงราชการหมอยิ่งนัก!
    เรื่องนี้ ดูไม่จืด-ไม่จบแน่ เมื่อหมอบีบตูดเข็มฉีดยา ยังไงๆ ก็ต้องปล่อยยาหมดเข็ม ก็พลอยไฟสุมอกแทนรัฐมนตรีอนุทินคนเก่ง
    นายกฯ ใช่ว่าไม่สนเรื่องนี้ ที่สังเกต ท่านอยู่ในกิริยาอาการ "ตาหรี่ดู-หูฟัง" คนระดับพลเอกประยุทธ์ ถ้าซื่อบื้อถึงขนาดมองไม่ออกถึงการย้ายที่โรงพยาบาลขอนแก่น
    ท่านอยู่เป็นนายกฯ ถึงวันนี้ไม่ได้หรอก!
    ฉะนั้น อยากเตือนท่านรัฐมนตรีอนุทินด้วยหวังดี ที่นายกฯ ไม่ลงมาแตะ ให้ท่านรัฐมนตรีดูแลให้เรียบร้อยนั้น
    การที่ "นายกฯ วางมือ" ไม่ได้หมายความว่า "นายกฯ วางใจ"
    แบบนี้แหละที่เรียก "ไม่ล้วงลูก" ของจริง 
    เป็นทั้งการบริหารองค์กร, บริหารอำนาจ, บริหารคน และบริหารปัญหา พร้อมด้วยศาสตร์ ด้วยศิลป์ ด้วยคำนวณหนักเบา, ด่วนไม่ด่วน ของเรื่องราว บนการให้เกียรติกันและกัน
    แต่ที่ควรตระหนัก ยังไม่ต้องตระหนก คือ นายกฯ "ปลายเปิด" ในคำสั่งไว้มิใช่หรือ?
    ระดับกระทรวง "รัฐมนตรี-ปลัดฯ" จะต้มยำทำแกงหมอชาญชัยด้วยข้อหาฉ้อราษฎร์บังหลวง ยักเยื้องอย่างไรก็ทำไป
    แต่ท้ายของเรื่องทั้งหมด    
    นายกฯ บอก.........
    "จะตั้งคณะกรรมการที่มีความอิสระอีกชุดหนึ่ง เพื่อสรุปสาระสำคัญของเรื่อง และหาข้อเท็จจริงจากทุกฝ่าย" 
    หมายความว่าไง?
    ก็หมายความว่า ในขั้นตอนอำนาจปลัดสุขุม จะตั้งพวกไหนเป็นคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรงกับหมอชาญชัย จากเหตุ "บัตรสนเท่ห์" ใบเดียว ก็ว่ากันไป
    และที่นายอนุทินบอกว่า ตัวท่านจะตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีที่เกิดขึ้น อีกชุดหนึ่ง รวมถึงเรื่อง
    -การกล่าวหาเรียกรับผลประโยชน์ 
    -การออกคำสั่งแต่งตั้งโยกย้าย ผอ. ๒ โรงพยาบาล 
    -การดำเนินการที่เกี่ยวเนื่อง
    ประเด็นหลังนี้ "ครอบจักรวาล" จนเดาไม่ออกว่า "การดำเนินการที่เกี่ยวเนื่อง" หมายถึงเรื่องอะไร-ตรงไหนบ้าง
    หมายถึงเงื่อนงำในยุคหมอวีระพันธ์เป็น ผอ. ขนาดมีเงินทอน ๕% บริษัทยายังขาดทุนสะสมกว่า ๒๐๐ ล้าน ต่อเนื่องเป็นสิบปี ว่าเพราะเหตุใด?
     การซื้อที่ดินข้างโรงพยาบาลทำไมคาราคาซังโอนไม่ได้ และที่โอนเงินเข้าบัญชีตัวเองบ้าง ให้ชมรมแพทย์ชนบทบ้าง มีที่มา-ที่ไปอย่างไร?
    เนี่ย.....
    ที่รัฐมนตรีตั้งกรรมการสอบผลสอบของคณะกรรมการชุดปลัดฯ อีกทอดนั้น มีหัวข้อเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้หรือไม่ ไม่แน่ใจ!
    สรุปเป็นว่า ถ้าผลสอบหมอชาญชัยออกมาตอบโจทย์เฉพาะปลัดฯ และรัฐมนตรี 
    แต่ไม่ตอบโจทย์ธรรมาภิบาล ไม่ตอบโจทย์ตามกระบวนการสอบสวนที่ครบถ้วน โปร่งใส ตรวจสอบได้
    คราวนี้แหละ.....
    ถึงขั้นตอน "คณะกรรมการอิสระ" ของนายกฯ จะเข้ามาตรวจสอบ ทั้งชุดปลัดฯ และชุดของรัฐมนตรี!
    นี่...โลกที่ "เป็นจริง" ด้านความ "ยุติธรรม"
    อะไรที่เรียกว่า "ยุติธรรม"
    "มาช้า" เสมอ!
    ลิเก-หนัง-ละคร ถึงเป็นแบบนั้น ไม่สังเกตกันหรือ คนที่ได้ปล้ำนางเอกก่อนเพื่อน ตั้งครึ่ง-ค่อนเรื่อง ไม่ใช่พระเอก 
    หากแต่เป็น "ตัวโกง"!
    กว่าพระเอกจะได้แฮปปี้ เอนดิ้ง กับนางเอง ส่วนตัวโกงตายแหงแก๋
    จบเรื่อง-ลาโรงพอดี!
    พระเอก-ผู้ร้ายในหนัง-ละครกับในชีวิตจริง ก็ไม่ต่างกันซักเท่าไหร่ หมอชาญชัยกับหมอเกรียง ตอนนี้เหมือนดาราร่วมฉากละคร "คนเสื้อกาวน์"
    ใครเป็นพระเอก-ผู้ร้าย ดูเอาจากคนเขียนและกำกับบทนี่แล้วกัน
    ขอสั่งการเป็นนโยบาย.........
    "ห้ามออกคำสั่งย้ายขาด นายชาญชัย จันทร์วรชัยกุล ผอ.โรงพยาบาลขอนแก่น ออกจากตำแหน่ง และ 
    ห้ามย้าย นายเกรียงศักดิ์ วัชรนุกูลเกียรติ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพระปกเกล้า จังหวัดจันทบุรี ออกจากตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลพระปกเกล้า จังหวัดจันทบุรี 
    จนกว่าการสอบสวนวินัยร้ายแรงจะแล้วเสร็จ"
    ดูเหมือนดี มีธรรมาภิบาล
    แต่เมื่อถอดรหัสคำสั่งออกมาเพื่อปฏิบัติ หมายความว่า
    -ห้ามถอนชนัก "ฉ้อราษฎร์บังหลวง" ที่ปักหลังหมอชาญชัยออก
    -หมอชาญชัยต้องอยู่ใน "กรงกระทรวง" ต่อไป ยังกลับไปนั่งเก้าอี้ ผอ.รพ.ขอนแก่นไม่ได้
    -ให้หมอเกรียงศักดิ์นั่งเก้าอี้ "รักษาการ" ผอ.รพ.ขอนแก่นต่อไป ห้ามใครย้ายไปไหน
    -ให้เก็บเก้าอี้ ผอ.รพ.พระปกเกล้า จันทบุรี ไว้รอหมอเกรียงศักดิ์ก่อน ยังตั้งใครไปเป็นเต็มก้นไม่ได้
    ตกลง คำสั่งนี้ "เป็นคุณ-เป็นโทษ" กับฝ่ายไหน เป็นธรรมาภิบาลทางบริหารและปกครองในวงราชการหรือไม่?
    คุณหมอ คุณพยาบาล พินิจ แล้วช่วยตอบที!
    บัตรสนเท่ห์กล่าวหาหมอชาญชัยใบเดียว ปลัดฯ สุขุมใช้เวลากว่า ๘ เดือน เพียงเพื่อจะชี้ว่า มีมูลหรือไม่มีมูล 
    ก่อนชี้มีมูล ตั้งข้อหาฉ้อราษฎร์บังหลวง เพื่อเอาให้ตายสนิท เพิ่มไปอีกว่า มีพฤติกรรมข่มขู่ คุกคามพยาน ซึ่งป่านนี้ ไม่รู้ว่าใคร ไม่ปรากฏตัว-ปรากฏนาม!
    ก็เอาละ กว่าจะถึงขั้นได้ย้ายหมอชาญชัยเข้ากรุ ก็ใช้เวลาร่วมปี 
    คำถามต่อมีว่า.......
    จะต้องสอบอย่างน้อยอีก ๓ ขั้น คือขั้นปลัดฯ ต่อด้วยขั้นรัฐมนตรี และอาจตามมาอีกในขั้นนายกฯ 
    แบบนี้ ต้องรอไม่ต่ำกว่า ๒ ปีรึนี่ กับคำสั่งสอบที่ไม่มีกำหนดเวลา?
    หมอชาญชัยตอนนี้ อายุ ๕๕ -๕๖
    เผลอๆ "เลือดตกใน" จากชนักฉ้อราษฎร์บังหลวงที่ปักหลังไปก่อน เป็นละครเสื้อกาวน์ที่ แซด เอนดิ้ง แทนแฮปปี้ เอนดิ้ง ซึ่งมันเศร้านัก
    ที่สำคัญ รัฐมนตรีจะอยู่ถึงเรื่องนี้มีคำตอบเป็นที่สุดหรือไม่ นี่แหละประเด็น และเมื่อกาลเวลาผ่านไป ใครจะมาอินังขังขอบกับหมอชาญชัย
    ๓-๔ เดือน ปลัดฯ สุขุมก็ไป รัฐมนตรี (อาจ) ยังอยู่ คนในกระทรวงจะใจจด-ใจจ่อ กับการแต่งตั้ง-โยกย้ายใหม่ ทั้งแต่ละวิถีชีวิตคน มีเรื่องของแต่ละคนต้องหมุนวนไป
    แล้วจะเหลือใครอินัง-ขังขอบกับหมอคนหนึ่ง ที่เชื่อว่า โลกนี้มีธรรมาภิบาลอยู่จริงในทางยึดถือ?
    สรุปคือ ในแนวทางที่รัฐมนตรีบัญชา สมมุติ อีก ๒ ปีเรื่องจะเป็นที่สุด ก็หมายความว่า
    หมอชาญชัย จะเฝ้ากระทรวง "อีก ๒ ปี ห้ามย้ายไปไหน"
    หมอเกรียงศักดิ์ จะเป็น "ผอ.รพ.ขอนแก่น" อีก ๒ ปี ห้ามย้ายออกไปไหน
    จากคำสั่งหมอหนูนี้
    ระหว่างหมอเกรียงกับหมอชาญชัย ใครเป็นฝ่ายได้รับธรรมาภิบาล และใครเป็นฝ่าย "พระเอก-ผู้ร้าย"
    เขียนใส่ใบเสร็จทายมาได้เลย!.

ต้องฟังสุดยอดวิทยากรแถวหน้าในเมืองไทย รศ.ดร.วรากรณ์ สามโกเศศ

 

รศ.ดร.วรากรณ์ สามโกเศศ ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์ กรรมการคณะที่ปรึกษาด้านผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมในศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19)

สถานการณ์ที่โลกต้องเผชิญหลังวิกฤตโควิด-19 ทุกประเทศจะต้องเร่งแก้ปัญหาจากผลกระทบโดยทุ่มใช้เงินจำนวนมหาศาล ทั่วโลกจะต้องเผชิญปัญหาใหญ่คือ การว่างงาน สงครามการค้า วิกฤติราคาน้ำมัน ตลาดทุน ความขัดแย้งระหว่างประเทศมหาอำนาจ การทุ่มเงินแก้ปัญหาจะก่อให้เกิดหนี้สาธารณะ รัฐบาลควรมีมาตรการเร่งด่วนเปลี่ยนวิกฤติเป็นโอกาส โดยกำกับการแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะปัญหาการว่างงานขนาดใหญ่ ปัญหาฝนแล้ง ช่วยเหลือสภาพคล่องของผู้ประกอบการโดยเฉพาะเอสเอ็มอี และมีมาตรการช่วยเหลือประชาชนและเกษตรกรอย่างมีประสิทธิภาพ ขณะที่ในระยะยาวการฟื้นฟูประเทศ ควรกำกับการใช้เงินกู้จากพระราชกำหนดในการแก้ไขวิกฤติโควิด-19 อย่างมีประสิทธิภาพ ใช้เงินกู้เพื่อกระตุ้นการผลิตและการจ้างงาน ไม่มุ่งเฉพาะเพียงการเยียวยา และปรับคุณภาพแรงงานให้มีทักษะพร้อมกับโลกยุคใหม่ และแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำของสังคม พร้อมสร้างความมั่นใจให้นานาชาติ

“การระบาดของโควิด-19 ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการบริโภค เปลี่ยนวิถีก่อค่าใช้จ่ายใหม่ คนไทยจะเกิดสติในการสร้างสุขภาพ ระมัดระวังเรื่องการใช้จ่ายและเงินออม คนจะหันมาเรียนรู้ระบบออนไลน์ ถูกท้าทายจากเทคโนโลยีใหม่ๆ สิ่งที่ประชาชนต้องเตรียมพร้อมคือ การปรับแนวคิดของตนเองให้มีความสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของโลก พัฒนาทักษะตนเองทั้งเรื่องเศรษฐกิจ เทคโนโลยีและสุขภาพ” ดร.วรากรณ์กล่าว

โลกเผชิญกับสงครามโลกครั้งที่ 1 ครั้งที่ 2 ขณะนี้เราเผชิญกับสงครามโลกครั้งที่ 3 จากโรคระบาด โลกหยุดนิ่งพร้อมกันทั้งโลก ไม่มีการผลิตเป็นความปั่นป่วน เพราะเราไม่เห็นศัตรูที่แอบซ่อนอยู่ เกิดความหวาดผวาเป็นสงครามจู่โจมส่งผลทางจิตวิทยาเป็นอย่างมาก ถึงกับต้อง Reimagination จัดเตรียม 5 ขั้นตอนชีวิตใหม่หาคำตอบแก้ไขวิกฤติ เพื่อกลับเข้าสู่สถานการณ์เก่า ขณะเดียวกันเราต้องเตรียมปฏิรูปในระยะยาว

 

นพ.ดร.ไพโรจน์ เสาน่วม ซักถาม รศ.ดร.วรากรณ์ สามโกเศศ ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์

ขณะนี้เราอยู่ที่เส้นสีแดง โลกทั้งโลกหยุด ลุกขึ้นยืนไม่มีคนพยุง เกิดจากธุรกรรมการซื้อขาย รายจ่ายมากกว่ารายรับ เป็นไปไม่ได้ที่โควิด-19 จะจบลงภายในปีนี้ ประเทศไทยมีโอกาสกลับคืนสู่ภาวะปกติในไตรมาสของปีหน้า 2564 เงื่อนไขอยู่ที่การผลิตวัคซีน ยารักษาโรค ตอนนี้มีเพียงยารักษาตามอาการเท่านั้น กว่าเราจะได้วัคซีนอีก 6-8 เดือน อาจจะถึงปีหน้า 2564 คาดหมายว่าปลายปี 2564 เศรษฐกิจจึงจะฟื้น แต่ละสังคมจะฟื้นตัวได้ไม่เท่ากัน ขณะนี้สหรัฐตายเกือบแสนคน สหรัฐหยุดโลกป่วยด้วยโควิดมากกว่า 2 ล้านคนแล้ว ขณะนี้ประเทศจีนเปิดประเทศแล้วแต่ยังไม่เป็นไปตามคาดการณ์แต่อย่างใด สถานการณ์โลกยังต้องเผชิญหน้า ยังต้องคลิก Start ทุกประเทศในโลกแก้ไขปัญหาด้วยการกู้เงินอย่างมหาศาล เยียวยาคนที่มีปัญหา ปัญหาหนี้สาธารณะ มีการแย่งชิงทรัพยากร ปัญหาที่ต้องเผชิญกับภาระหนี้ในอนาคต

พฤติกรรมของคนเปลี่ยนแปลง การดำเนินชีวิตที่แตกต่าง ชีวิตวิถีใหม่มีการออกกำลังกายมากขึ้นด้วย คนหันมาสนใจเรื่องสุขภาพมากขึ้น คนว่างงานเป็นจำนวนมาก 3 แสน-7 ล้านคนสงครามทางการค้าระหว่างจีน-สหรัฐ 34% เยอรมนีและญี่ปุ่นยังไม่ลงรอยกัน ขณะนี้คนไทยเดือดร้อนมีการขึ้นภาษี คนว่างงานจำนวนมาก ปัญหาวิกฤติโลกคนไม่เดินทาง ไม่มี Demand เป็นความผันผวนทุกสิ่งย่อมกระทบโลกด้วย ตลาดทุนผูกพันกับความมั่นใจ ถ้าขาดความมั่นใจย่อมเกิดความผันผวน เกิดความขัดแย้งกับมหาอำนาจอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน รมต.ต่างประเทศสหรัฐบอกว่าจีนสร้างปัญหาที่ไม่เป็นมิตรต่อกัน

เราตั้ง Mind Set ปรับตัวเตรียมความพร้อม โลกเรานี้มีบรรพบุรุษผ่านมาแล้ว 7,500 ชั่วคน ครั้งหนึ่งโรคเอดส์คร่าชีวิตคนปีละ 5 หมื่นคน ปัจจุบันลดลงเหลือ 5,000 คน ทุกคนต้องปรับตัวอยู่กับโรคระบาดให้ได้ ด้วยหลักวิชาการอยู่รอด โรงงานอุตสาหกรรมเศรษฐกิจธุรกิจมีปัญหา ไม่มีอำนาจซื้อ คนว่างงานจำนวนมาก เมื่อกลับไปอยู่บ้านตัวเองก็ต้องเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะ ไม่ต้องยึดติด เพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ คนที่อยู่ในโลกใหม่ก็ต้องมีการพัฒนาทักษะติดตัว ขณะนี้รถบรรทุกขับขี่ด้วยระบบดิจิทัล ขับรถแท็กซี่เป็นสมาชิก GRAB ก็ต้องอ่านภาษาอังกฤษ เพื่อใช้ Google ค้นหาเส้นทาง สังคมเราต้องมีการพัฒนา ความรู้ในเรื่องสาธารณสุขเป็นเรื่องสำคัญมาก

ก่อนที่จะเกิดสถานการณ์โควิด เรามองเห็นความเหลื่อมล้ำในสังคม คนเร่ร่อนปัสสาวะลงแม่น้ำลำคลอง คนที่ว่ายน้ำอยู่ก็ต้องรับผลพวงจากสิ่งสกปรก โลกในวันนี้เข้าสู่ระบบ digital คนรุ่นเก่าต้องปรับตัวเองตามวิถีชีวิตสมัยใหม่ ขณะนี้รัฐบาลให้เงินเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากโควิดเป็นเวลา 3 เดือน แต่เวลาที่เหลืออีก 9 เดือนจะทำอย่างไร ประเทศแก้ไขปัญหาด้วยการกู้เงินมหาศาลเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ เงินจำนวนนี้ก็ต้องเสียดอกเบี้ย เพื่อให้คนมีงานทำสถานะการเงินคล่องตัวขึ้น ดังนั้นต้องใช้เงินให้ถูกจุด ถึงเวลาแล้วคนไทยจะต้องช่วยกันมิให้เสียโอกาส คนจนจริงๆ ไม่สามารถใช้ IT ไม่มีบัตรประจำตัวประชาชนอาศัยอยู่ตามชายขอบ คนจนที่อยู่ในชนบทถูกละเลยจากการพัฒนาโดยแท้ การพัฒนาต่อยอดสาธารณสุขไทยจะต้องทำให้ดีขึ้นด้วย ระบบสาธารณสุขที่มีอยู่ต้องต่อยอดให้ดีที่สุด

“เราต้องเผชิญกับปัญหาโควิด 1 ปี 6 เดือน รัฐให้ความช่วยเหลือได้ 3 เดือน จึงเป็นโจทย์น่าคิด วันเวลาที่เหลือจะดิ้นรนกันอย่างไรที่เป็นการพึ่งพาตนเอง ประเทศไทยเป็นเมืองผลิตอาหารเพียงพอที่จะส่งออกได้ ขณะนี้ประเทศฟิลิปปินส์ อินโดนีเซียนำเข้าอาหารเป็นปีแรก การทำเกษตรสมัยใหม่มีส่วนร่วมกำหนดราคาได้ ผลไม้ที่ใช้นวัตกรรมแก้ไขปัญหาได้ ช่วยเยียวยา มีเงินเท่าไหร่ไม่เพียงพอก็ต้องพึ่งพา IT เพื่อแก้ไขปัญหา การบูรณาการเรื่องของ IT ให้เข้ากับชีวิตประจำวัน ชีวิตจะต้องดำเนินต่อไปด้วยการปรับตัว การรับข้อมูลข่าวสารบุคคล เราต้องใช้เงิน 270 ล้านบาท เพื่อรักษาคนไข้โควิด

Trend เรื่องการศึกษาในช่วงโควิดตอบโจทย์ความท้าทายใหม่ๆ นักเรียนเรียนออนไลน์ “ผมเขียนลง นสพ.กรุงเทพธุรกิจ ว่า การที่นักเรียนเรียนทางออนไลน์เกิดความเหลื่อมล้ำทางสังคม เครื่องมือที่เรียนทางออนไลน์คือ โทรศัพท์มือถือจำเป็นต้องมีสัญญาณที่ดี มีครูที่ดี ขณะเดียวกันนักเรียนก็ต้องมีความมุ่งมั่นที่จะเรียนให้จบด้วย มีสถิติว่ามหาวิทยาลัยทั่วโลกที่จัดเรียนทางออนไลน์ เรียนกันเป็นล้านคน เรียนจบหลักสูตรไม่ถึง 6% ในขณะที่การศึกษาในวันข้างหน้าหนีไม่พ้นการเรียนทางออนไลน์เพื่อพัฒนาการเรียนการสอนต่อไปได้”.

กลุ่มแคร์คนทักษิณ เปิดตัวคณะผู้ห่วงประเทศ 'หน้าเก่า'บ่นไร้ความหวัง!

 


    เปิดตัว "กลุ่มแคร์" คนใกล้ตัว "ทักษิณ" ทั้งนั้น "หมอเลี้ยบ-หมอมิ้ง-ลูกเสี่ยเพ้ง-ภูมิธรรม "หนีบ" คำ ผกา" ร่วมทัพ ฝันการเกิดขึ้นของกลุ่มจะนำมาสู่ความร่วมมือร่วมใจครั้งใหญ่ "เสี่ยอ้วน" เผยมาร่วมกันบนพื้นฐานที่สังคมเราไร้ความหวัง ไร้อนาคต ขณะที่ "มาดามเดียร์" ยันกลุ่ม 6 ส.ส.ไม่ได้คาดหวังต่อรองตำแหน่งใน พปชร.  ส่วนประชาธิปัตย์ยังมีควันหลง ส.ส.อุบลฯ เหน็บผู้ที่อยู่ในอำนาจส่วนใหญ่แทบไม่เคยพังเพราะตัวเอง ส่วนใหญ่พังเพราะไอ้ห้อยไอ้โหน ไอ้เห็บไอ้เหา ที่อยากได้หน้าและเอาใจนาย
    หลังมีกระแสข่าวว่า นายภูมิธรรม เวชยชัย อดีตเลขาธิการพรรคเพื่อไทย จับมือกับนายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล, นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช และ นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เปิดตัวกลุ่มการเมืองใหม่อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 9 มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยใช้ชื่อว่า "คณะผู้ห่วงใยประเทศ" หรือ "กลุ่มแคร์" ท่ามกลางเสียงวิจารณ์ว่า เกิดจากปัญหาการบริหารจัดการในพรรคเพื่อไทย ภายใต้การนำของคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย ทำให้นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย คุณหญิงสุดารัตน์ และแกนนำพรรคเพื่อไทยหลายคนไม่สบายใจ ต้องออกมาแสดงจุดยืนก่อนหน้านี้
        ต่อมามีความเคลื่อนไหวจากกลุ่มแคร์ เมื่อวันที่ 11 มิ.ย. โดยกลุ่มนี้ได้เปิดเฟซบุ๊กเพจ "CARE คิด เคลื่อน ไทย" พร้อมกับการจัดเสวนาที่ใช้ชื่อว่า "10 วันอันตราย ทางเลือกหรือทางรอด" โดยได้เชิญนายบรรยง พงษ์พานิช, นายดวงฤทธิ์ บุนนาค, ดร.ศุภวุฒิ สายเชื้อ และ นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี ในวันที่ 17 มิ.ย. เวลา 14.00-16.00 น. ที่วอยซ์ สเปซ สถานีโทรทัศน์วอยซ์ทีวี ถนนวิภาวดีรังสิต ติดกับสโมสรทหารบก โดยได้ออกแบบโลโก้พร้อมอักษรเบรลล์ ซึ่งคำว่า CARE (แคร์) ย่อมาจาก C คือ Creative, A คือ Action for, R คือ Revival และ E คือ & People Empowerment
         นอกจากนี้ยังระบุว่า วันเสาร์ เวลา 14.30 น. เฟซบุ๊กดังกล่าวยังได้เตรียมถ่ายทอดสดผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์ อธิบายความเป็น "CARE" แบบชัดๆ 
    ทั้งนี้ เพจเฟซบุ๊ก “CARE คิด เคลื่อน ไทย” ได้เผยแพร่คลิปวิดีโอความยาว 5 นาที เรื่องทำไมเราถึง CARE? เปิดตัว 7 สมาชิกเริ่มต้น ประกอบด้วย นายดวงฤทธิ์ บุนนาค สถาปนิกและนักออกแบบ, นายพริษฐ์ รักตพงศ์ไพศาล บุตรชายของนายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล อดีต รมว.พลังงาน, นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช อดีตรองนายกรัฐมนตรี, นายภูมิธรรม เวชยชัย อดีตเลขาธิการพรรคเพื่อไทย, น.ส.ลักขณา ปันวิชัย หรือคำ ผกา นักเขียนและพิธีกรสถานีโทรทัศน์วอยซ์ทีวี, นางวีรพร นิติประภา นักเขียนนวนิยายรางวัลซีไรต์ และ นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี อดีตรองนายกรัฐมนตรี
    นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี กล่าวว่า ตอนนี้เป็นวิกฤติที่ตนคิดว่ามันรุนแรงครั้งหนึ่งที่อาจจะไม่เคยเจอมาก่อนในชีวิต ตนคิดว่าเป็นเวลาที่ทุกคน ไม่ว่าจะอยู่ในช่วงวัยไหนก็ตาม อาชีพไหนก็ตาม คงจะต้องมาร่วมมือกัน เพื่อที่จะหาทางออกให้กับสังคมไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเวลาที่เราต้องการความร่วมมือร่วมใจของทุกคน
    “ผมคิดว่าการเกิดขึ้นของกลุ่มแคร์จะนำมาสู่ความร่วมมือร่วมใจครั้งใหญ่ การคิดร่วมกัน การขับเคลื่อนต่างๆ ที่จะสามารถแก้ไขปัญหาฝ่าวิกฤติร่วมกัน ผมคิดว่าถ้าหากเราร่วมมือกันจริงๆ ปัญหาต่างๆ สามารถแก้ได้ เราสามารถทำได้ทุกอย่าง ยกเว้นอยู่อย่างเดียวเท่านั้น คือการยอมก้มหัวให้กับอำนาจที่ไม่เป็นธรรมและวิกฤติทั้งมวล”
    ด้านนางวีรพร นิติประภา กล่าวว่า ในฐานะประชากรคนหนึ่ง คิดว่าคนทุกคนควรจะมีส่วนร่วมในการคิดหาทางออกว่าเราจะไปยังไงจากนี้ เราจะประคองกันอย่างไรในช่วงวิกฤตินี้
    นายพริษฐ์ รักตพงศ์ไพศาล กล่าวว่า คนพูดถึงการเปลี่ยนแปลงทางสังคม หรือที่เราเรียกว่า Social Change โดยเฉพาะในสภาวะปัจจุบัน ที่เราต้องเจอกับทั้งปัญหาเศรษฐกิจและปัญหาทางการเมือง รากฐานสำคัญของชาติคือการศึกษา โดยสำหรับตน การศึกษานั้นคือสิ่งสำคัญที่เราจะขับเคลื่อนประเทศไปข้างหน้า
"แคร์"สิ้นหวังไร้อนาคต
    ขณะที่นายดวงฤทธิ์ บุนนาค กล่าวว่า เชื่อในความสามารถของประชาชน คิดว่าการที่เรายืนขึ้นมาจากชีวิตของผู้คน มันสามารถทำอะไรได้อีกมากมายเหลือเกิน ก็ตัดสินใจที่จะเข้าร่วมกลุ่มนี้ ด้วยความตั้งใจที่จะเอาศักยภาพของตัวเองเข้ามาช่วยในการทำให้ประเทศนี้เดินไปข้างหน้าต่อได้ ในภาวะที่มันดูเหมือนเป็นวิกฤติครั้งร้ายแรงของประเทศ ก็เป็นความตั้งใจที่อยากเห็นประเทศเราดีขึ้นเหมือนกับทุกๆ คน
    “ความตั้งใจของกลุ่มที่ผมมองเห็นคือเป็นเรื่องของเศรษฐกิจ เรื่องความเป็นไปของประเทศในทางที่มีการพัฒนามากขึ้น ซึ่งก็น่าจะเป็นจุดร่วมเดียวกับทุกคนในประเทศนี้ ที่อยากเห็นประเทศไทยเจริญขึ้น ที่ผ่านมาเราก็ไม่ได้บอกว่ามันมีอะไรที่เขาทำผิดพลาด แต่มันมีอะไรอีกหลายอย่างที่เขายังไม่ได้ทำ และเราคิดว่าเราน่าจะเป็นจุดที่กำหนดให้เขาทำได้”
    ส่วนนายภูมิธรรม เวชยชัย กล่าวว่า กลุ่มแคร์เป็นกลุ่มคนที่มาร่วมมือกันจากคนหลากหลายวิชาชีพ หลากหลายสาขา อายุ เรามาร่วมกันบนพื้นฐานที่สังคมเราไร้ความหวัง ไร้อนาคต สิ่งที่เรากำลังจะมาทำวันนี้คือ เราอยากจะให้พลังของคนไทยทั้งหมด ศักยภาพที่มีอยู่ของคนไทยทั้งหมดมาร่วมกัน เพื่อจะสร้างสิ่งดีๆ ให้เกิดขึ้นกับสังคมไทย
    “วันนี้คุณคือทางออกของสังคมไทย เรามาร่วมมือร่วมใจกัน จับไม้จับมือกัน และเราจะร่วมกันคิด ร่วมกันขับเคลื่อนสังคมไทยให้ไปสู่สังคมที่มีความยุติธรรม ลดความเหลื่อมล้ำ และมีความเป็นประชาธิปไตยที่เคารพในความเห็นที่แตกต่างกันของคนทุกคน”
    น.ส.ลักขณา ปันวิชัย กล่าวว่า "กลุ่มแคร์จะเป็น Civic Movement เป็นขบวนการขับเคลื่อนสังคม โดยกลุ่มภาคประชาสังคม แขก (ชื่อเล่น) ซึ่งเฝ้าสังเกตการณ์การเมืองไทยมาเกือบ 20 ปี แขกรู้สึกว่าไม่มีครั้งไหนเลยที่สังคมไทยเริ่มมี Awareness เรื่องประชาธิปไตยอย่างชัดเจนเท่านี้มาก่อน ปีนี้แขกมั่นใจว่าคนไทยส่วนใหญ่เข้าใจแล้วว่า มิติของการเมืองของประชาธิปไตย มิติของคุณภาพชีวิตของพลเมืองมันแยกกันไม่ออก เพราะฉะนั้นมันถึงเวลาที่พลเมืองอย่างเรา เราในฐานะที่เป็นพลเมืองไทย ควรจะออกมาขับเคลื่อนสังคมไทยและประเทศไทยของเราให้ก้าวไปสู่ความเป็นประชาธิปไตยก่อนเป็นอันดับแรก แล้วหลังจากนั้นเรื่องอื่นๆ มันจะเริ่มถักทอมาเป็นพลังของพลเมืองด้วยกัน"
    ด้าน นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช กล่าวว่า ช่วงนี้เป็นช่วงเริ่มต้น เราควรจะต้องมีการเตรียมตัวในภาวะวิกฤติอย่างนี้ สิ่งที่สำคัญที่จะฟันฝ่าวิกฤติ ตนคิดว่ามี 3 ปัจจัยสำคัญ 1.เรื่องความคิดริเริ่ม แนวทางในการแก้ปัญหา ซึ่งจะต้องมีหลากหลาย และต้องรู้จักหยิบใช้อย่างถูกต้อง 2.คือเรื่องของการจัดการนำเอาความคิดที่ถูกต้อง อาจจะถูกหรือผิดแล้วแต่มาทดลอง แล้วนำมาจัดการไปบรรลุสู่ผลสำเร็จ แก้ปัญหาด้วยกัน 3.การมีส่วนร่วมของประชาชน เพราะในสังคมของเรา เป็นเจ้าของร่วมกัน ดังนั้นทุกคนจึงควรจะเข้ามามีส่วนร่วม ร่วมคิด ร่วมทำ นำไปสู่ความสำเร็จ ในการฟันฝ่าอุปสรรคและวิกฤติของประเทศในครั้งนี้
"มาดามเดียร์"แจงกลุ่ม6ส.ส.
    ที่บริเวณหน้ากระทรวงการคลัง ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ นำโดย น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี ส.ส.บัญชีรายชื่อ, น.ส.กรณิศ งามสุคนธ์รัตนา ส.ส.เขตคลองเตย-วัฒนา, น.ส.ธณิกานต์ พรพงษาโรจน์ ส.ส.เขตดุสิต-บางซื่อ, น.ส.ภาดาท์ วรกานนท์ ส.ส.เขตราชเทวี พญาไท จตุจักร, น.ส.ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ ส.ส.เขตบางกะปิ-วังทองหลาง และนายศิริพงษ์ รัสมี ส.ส.เขตหนองจอก กทม. ลงพื้นที่รับเรื่องร้องเรียนการก่อสร้างตึกกระทรวงการคลัง และตึกสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่ประชาชนในพื้นที่ได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างในเรื่องของเสียงรบกวน และสิ่งของจากการก่อสร้างตกลงมาด้านล่าง 
    น.ส.วทันยาให้สัมภาษณ์ว่า การประชุมพรรคในวันที่ 19 มิ.ย.นี้ เป็นการเลือกกรรมการบริหารของพรรคชุดรักษาการก่อนถึงวันประชุมใหญ่ ซึ่งเป็นตามหลักการของข้อบังคับพรรค เพื่อเตรียมการเลือกกรรมการบริหารพรรคในวันประชุมใหญ่วันที่ 3 ก.ค.นี้ โดยถือเป็นเรื่องของทางผู้ใหญ่ที่จะพิจารณาการเลือกกรรมการบริหารพรรคชุดรักษาการ
    เมื่อถามว่า ในกลุ่ม 6 ส.ส.จะเสนอบุคคลเข้าไปเป็นกรรมการบริหารพรรคหรือไม่ น.ส.วทันยากล่าวว่า ส.ส.ในพรรคทุกคนก็มีความตั้งใจที่ดีที่อยากเข้าไปทำงาน เป็นเสียงสะท้อนให้กับประชาชน ก็ขึ้นอยู่กับ ส.ส.ในพรรคที่จะพิจารณาเลือกเข้าไป ซึ่งการทำงานทุกอย่างก็มีกฎระเบียบขั้นตอน แต่ทั้งหมดก็ขึ้นอยู่กับผู้ใหญ่ในพรรคว่าจะมีแนวทางการบริหารอย่างไร เป็นตามหลักการของข้อบังคับพรรค เพื่อเตรียมการเลือกกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ในวันประชุมใหญ่วันที่ 3 ก.ค. โดยถือเป็นเรื่องของทางผู้ใหญ่ที่จะพิจารณาการเลือกกรรมการบริหารพรรคชุดรักษาการ
    เมื่อถามถึงความขัดแย้งกับนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม น.ส.วทันยาตอบว่า เวลาเจอกับนายพุทธิพงษ์ในสภา เราก็พูดคุยกันตามปกติ ไม่ได้รู้สึกว่ามิตรภาพเปลี่ยนแปลงไป กลุ่ม 6 ส.ส.เป็นเพียงกลุ่มก้อนที่เริ่มต้นมาจากความเป็นเพื่อน ที่มีความคาดหวังจะเป็น ส.ส.ที่ดี ทำเพื่อประชาชน โดยไม่ได้มีความคาดหวังที่จะต่อรองตำแหน่ง 
    ทั้งนี้เราเป็นเพียง ส.ส.สมัยแรก ที่มีความตั้งใจเข้ามาทำงานเพื่อประชาชน เพราะช่วงที่ผ่านมาเกิดวิกฤติโควิด-19 ประชาชนได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก เราก็เล็งเห็นปัญหานี้ ซึ่งไม่ได้เพิ่งจะมาตั้งกลุ่มในตอนนี้ แต่เราทำงานร่วมกันมาตลอดในการแก้ปัญหาให้กับประชาชนมาสักระยะใหญ่แล้ว โดยตนเชื่อว่าทางพรรคไม่ได้ว่าอะไรในการรวมกลุ่มครั้งนี้ เพราะทุกคนจะเข้าใจถึงเจตนารมณ์ในการเข้ามาขับเคลื่อนเพื่อประโยชน์ของประชาชน ที่พวกเขามีความมุ่งหวังที่จะให้ ส.ส.พลังประชารัฐ เข้ามาช่วยแก้ปัญหา ซึ่งเรื่องนี้ขอให้ดูในอนาคตว่าเราตั้งใจทำงานมากแค่ไหน
เด็กปชป.เดือดด่าไอ้ห้อยไอ้โหน
    ด้าน น.ส.ภาดาท์กล่าวว่า เราเป็นเพียง ส.ส.สมัยแรก ที่มีความตั้งใจเข้ามาทำงานเพื่อประชาชน เพราะช่วงที่ผ่านมาเกิดวิกฤติโควิด-19 ประชาชนได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก เราก็เล็งเห็นปัญหานี้ ซึ่งไม่ได้เพิ่งจะมาตั้งกลุ่มในตอนนี้ แต่เราทำงานร่วมกันมาตลอดในการแก้ปัญหาให้กับประชาชนมาสักระยะใหญ่แล้ว โดยตนเชื่อว่าทางพรรคไม่ได้ว่าอะไรในการรวมกลุ่มครั้งนี้ เพราะ ทุกคนจะเข้าใจถึงเจตนารมณ์ในการเข้ามาขับเคลื่อนเพื่อประโยชน์ของประชาชน ที่พวกเขามีความมุ่งหวังที่จะให้ ส.ส.พลังประชารัฐเข้ามาช่วยแก้ปัญหา ซึ่งเรื่องนี้ขอให้ดูในอนาคตว่าเราตั้งใจทำงานมากแค่ไหน 
    "ไม่อยากให้คิดว่าเรามาตั้งกลุ่ม เพราะกลุ่มเราคือเพื่อนมาทำกิจกรรมเพื่อประชาชนในพื้นที่ ซึ่งนายพุทธิพงษ์ยังเป็นพี่ที่น้องๆเคารพรัก ขอยืนยันว่าพวกเราไม่ต้องการต่อรองตำแหน่ง แต่อยากขับเคลื่อนการทำงานในพื้นที่อย่างจริงจัง" น.ส.ภาดาท์กล่าว
    ขณะที่ น.ส.ธณิกานต์กล่าวว่า การมาตั้งกลุ่ม 6 ส.ส.ที่ประกอบด้วยตนและ น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี ส.ส.บัญชีรายชื่อ, น.ส.กรณิศ งามสุคนธ์รัตนา ส.ส.เขตคลองเตย, น.ส.ภาดาท์ วรกานนท์ ส.ส.เขตราชเทวี, น.ส.ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ ส.ส.เขตบางกะปิ และนายศิริพงษ์ รัสมี ส.ส.เขตหนองจอก ก็เปรียบเหมือนบริษัทและโรงเรียนที่ต้องมีกลุ่มเพื่อนสนิท อีกทั้ง ส.ส.ทั้ง 6 คนก็นั่งประชุมสภาร่วมกัน บางคนทำงานในคณะกรรมาธิการเดียวกัน หรือมีพื้นที่อยู่ใกล้เคียงกัน ก็เกิดเป็นความสนิทสนมที่จะร่วมกันทำงานเพื่อประชาชน ยืนยันว่าก็ทำงานให้พรรค ไม่ได้ทิ้งไปไหน ไม่ได้ตั้งกลุ่มมาเพื่อต่อรองตำแหน่งใดๆ อีกทั้งกลุ่มนี้ก็ไม่ได้มีใครเป็นหัวหน้ากลุ่ม เพราะทุกคนเป็นเพื่อนกัน อย่างเช่นการลงพื้นที่ในเขตของใคร คนนั้นก็จะเป็นโต้โผหลัก
    เมื่อถามว่า 6 ส.ส.ตั้งกลุ่ม กทม.ขึ้นมาเป็นเอกเทศ น.ส.ธณิกานต์กล่าวว่า มันมีกลุ่มที่สนิทกัน และมีกลุ่มที่ไม่ได้ทำงานร่วมกันและไม่สนิทกัน ก็เท่านั้นเอง ส่วนความสัมพันธ์กับแกนนำส.ส.กทม.อย่างนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ก็ยังเหมือนเดิม แต่ที่ทั้งคู่ไม่ได้ลงมา อาจจะเพราะเป็นรัฐมนตรีซึ่งมีภารกิจของท่าน จึงไม่ได้มาลงพื้นที่ด้วยกัน 
     ส่วนความเคลื่อนไหวในพรรคประชาธิปัตย์ นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงรายงานข่าวที่ออกมาว่าเมื่อช่วงเที่ยงของวันที่ 11 มิ.ย.ที่ผ่านมา มี ส.ส.และอดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์รวม 6 คน เดินทางมาพบนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีและอดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่ห้องทำงานบนตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล ว่าการไปพบกันเป็นเรื่องปกติในทางการเมือง คนการเมืองจะทราบดีว่าทุกคนมีเพื่อนทั้งในพรรคและนอกพรรค ตนก็มีเพื่อนนอกพรรคต่างพรรคมากมาย การพบปะนั่นคือมิตรภาพทางการเมือง ไม่ใช่นัยทางการเมืองไปทุกเรื่อง 
    "ถ้าในอนาคตมีอะไรที่เกิดขึ้นกับผม ผมก็ต้องรับผิดชอบอยู่ดี ทุกพรรคมีนักการเมืองที่รู้จักคุ้นเคยกันก็มากมาย การไปพบปะทานข้าว เยี่ยมเยียนกัน อย่าตีความไปไกลจนเป็นเหตุให้เกิดความขัดแย้งภายในพรรค ต้องเคารพในความคิดและการกระทำของทุกคน"
         เขาบอกว่าทุกคนที่ไปพบก็ยืนยันแล้วด้วยว่าเป็นการร่วมรับประทานอาหารร่วมกันตามปกติ ไม่มีอะไรแอบแฝง เป็นการเยี่ยมเยียนพบปะในฐานะคนที่คุ้นเคยกัน ฉะนั้นหลักการที่ถูกต้องทุกคนไม่ควรตีความจนนำไปสู่ความขัดแย้งแตกแยก
    ผู้สื่อข่าวถามว่า ถือเป็นความเคลื่อนไหวของนายพีระพันธุ์ในพรรคประชาธิปัตย์หรือไม่ นายราเมศกล่าวว่า นายพีระพันธุ์ก็พูดแล้วว่าจะไม่คิดกลับมาพรรคประชาธิปัตย์ ก็ถือว่าชัดเจนในคำตอบ
         ทั้งนี้ เมื่อช่วงเที่ยงของวันที่ 11 มิ.ย.ที่ผ่านมา มี ส.ส.และอดีตส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ รวม 6 คน ได้แก่ น.ส.รังสิมา รอดรัศมี ส.ส.สมุทรสงคราม, นางกันตวรรณ ตันเถียร กุลจรรยาวิวัฒน์ ส.ส.พังงา, น.ส.พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล ส.ส.นครศรีธรรมราช, นายชุมพล จุลใส ส.ส.ชุมพร, น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย ส.ส.อุบลราชธานี และนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ อดีต ส.ส.กทม. เดินทางมาพบนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี และอดีตผู้สมัครของตำแหน่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่ห้องทำงานบนตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล
    น.ส.บุณย์ธิดา สมชัย ส.ส.อุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็น 1 ใน 6 ส.ส.ที่ตกเป็นข่าวเดินทางเข้าพบนายพีระพันธุ์ ได้โพสต์เฟซบุ๊ก โดยมีเนื้อหาระบุว่า "ผู้ที่อยู่ในอำนาจส่วนใหญ่ แทบไม่เคยพังเพราะตัวเอง ส่วนใหญ่พังเพราะไอ้ห้อย ไอ้โหน ไอ้เห็บ ไอ้เหา ที่อยากได้หน้าและเอาใจนาย"
         ก่อนหน้านั้นเธอโพสต์ว่า "การมีเพื่อน มีพี่ มีน้อง “นอกพรรค" ผิดด้วยเหรอ...งง..."
    นายอลงกรณ์ พลบุตร รองหัวหน้าพรรคและประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การพบปะดังกล่าวไม่มีนัยทางการเมืองใดๆ ไม่เกี่ยวกับการย้ายพรรคหรือการเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงหัวหน้าพรรคตามที่มีรายงานข่าวในสื่อมวลชน แค่เป็นการพบกันระหว่างเพื่อนเก่า คนของพรรคที่ออกไปยังเป็นมิตรที่ดีต่อกันเสมอ.

 

14 มิถุนายน พ.ศ. 2563

หน้าหนึ่ง ไทยโพสต์

กลุ่มแคร์คนทักษิณ เปิดตัวคณะผู้ห่วงประเทศ 'หน้าเก่า'บ่นไร้ความหวัง!

เปิดตัว "กลุ่มแคร์" คนใกล้ตัว "ทักษิณ" ทั้งนั้น "หมอเลี้ยบ-หมอมิ้ง-ลูกเสี่ยเพ้ง-ภูมิธรรม "หนีบ" คำ ผกา" ร่วมทัพ ฝันการเกิดขึ้นของกลุ่มจะนำมาสู่ความร่วมมือร่วมใจครั้งใหญ่ "เสี่ยอ้วน" เผยมาร่วมกันบนพื้นฐานที่สังคมเราไร้ความหวัง ไร้อนาคต ขณะที่ "มาดามเดียร์" ยันกลุ่ม 6 ส.ส.ไม่ได้คาดหวังต่อรองตำแหน่งใน พปชร.  ส่วนประชาธิปัตย์ยังมีควันหลง ส.ส.อุบลฯ


โพลยุ'บิ๊กตู่'ยุบสภาลงหลังเสือ!

ซูเปอร์โพลเผยประชาชนเบื่อนักการเมืองแย่งชามข้าว ยุ "บิ๊กตู่" ยุบสภาเลือกตั้งใหม่ "ดร.นพดล" เผยจากการประเมินขั้นสุทธิ พบว่าการยุบสภาช่วงนี้จะเหมาะมากต่อจังหวะลงจากหลังเสือ คณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 ออกแถลงการณ์ให้นายกฯ เสียสละด้วยการลาออกจากตำแหน่ง เนื่องจากไม่ได้มีการปฏิรูปการเมืองและสร้างความปรองดองตามที่สัญญาไว้กับประชาชน 


'วิษณุ'ลั่นต้องคืนวันหยุด แนวโน้มลากยาว'ฉุกเฉิน'

ได้ลุ้นวันหยุดชดเชยสงกรานต์ "วิษณุ" เผย ต้องคืนกลับให้ผู้ใช้แรงงาน จะหยุดติดต่อเกิน 4 วันหรือไม่ขึ้นกับมติ ครม. แต่ยังพูดชัดไม่ได้จะเป็นเมื่อไหร่ ขณะที่เดือนหน้ามีวันหยุดแล้ว 4 วัน ส่วน พ.ร.ก.ฉุกเฉินมีแนวโน้มยังไม่เลิก


จับค้างคาวไทยหาเชื้อไวรัส

"หมอล็อต" นำทีมศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ลุยป่าจับค้างคาวมงกุฎ 23 สายพันธุ์ ตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด- 19 หลังประเทศจีนตรวจพบเชื้อในตัวค้างคาวมงกุฎ หวั่นคนที่ยังนิยมกินค้างคาวเป็นอาหารมีโอกาสจะติดเชื้อได้ง่ายอย่างยิ่ง  เพราะไวรัสกลับมาใหม่ได้


'บัวแก้ว'ยืนยัน เขมรตามสอบ คดีอุ้มวันเฉลิม

เด็ก ปชป.อัด "ดอน" ไม่เห็นความสำคัญของสิทธิมนุษยชน ยันรู้จัก "วันเฉลิม" ดี ตั้งแต่สมัยทำงานด้านเยาวชนด้วยกันมา ด้านอธิบดีกรมสารนิเทศเผยกัมพูชาแจ้งว่าวันเฉลิม เดินทางเข้า-ออกกัมพูชาหลายครั้งในช่วงปี 2557-2558 แต่ไม่มีข้อมูลและเบาะแสของการหายตัวไป หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของกัมพูชากำลังอยู่ระหว่างการสืบหาข้อเท็จจริง 


พบติดโควิด-19เพิ่ม5ราย ภายในเป็น0ติดต่อ19วัน

ศบค.รายงานพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ 5 ราย ทั้งหมดเดินทางจากซาอุดีอาระเบีย และเข้าสู่สถานกักกันของรัฐจัดให้ ส่วนผู้ติดเชื้อภายในประเทศเป็น 0 ต่อเนื่องเป็นวันที่ 19 ขณะที่สถานการณ์ทั่วโลกกลับย่ำแย่หนัก บราซิลทุบสถิติป่วย-ตาย ขึ้นอันดับ 2 รองจากอเมริกาแล้ว

แทบลอยด์

นวัตกรรม-ชาตินิยมใหม่ ไทยต้องเล่นเกมยาว

ทิศทางประเทศไทย หลังจากการป้องกันการแพร่เชื้อโควิด-19 ดีขึ้นตามลำดับ ส่งผลให้มีการคลายล็อกมากขึ้น ล่าสุดก็คือ การยกเลิกการเคอร์ฟิว ที่จะให้มีผลตั้งแต่ 15 มิ.ย.นี้เป็นต้นไป ถึงตอนนี้ สิ่งที่หลายคนเริ่มคิดกันก็คือ ประเทศไทยหลังพ้นวิกฤติโควิด

 .....................................................

15 มิ.ย. 2563

 


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน