*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 4083
  • จำนวนผู้ชม : 2568914
  • จำนวนผู้โหวต : 529
  • ส่ง msg :
  • โหวต 529 คน
<< มิถุนายน 2020 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันจันทร์ ที่ 15 มิถุนายน 2563
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 263 , 15:13:13 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

สวัสดีครับ

         ข่าววันนี้ คุณปู่อเมริกัน วัย 70 ปีป่วยปางตายเพราะโรคโควิด-19 โรงพยาบาลในเมืองซีแอตเติลรักษาจนหาย แต่กลับเจอบิลค่ารักษาเป็นเงินมากกว่า 1.1 ล้านดอลลาร์ หรือราว 34.8 ล้านบาท

        เอเอฟพีอ้างรายงานของซีแอตเติลไทมส์เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาว่า ไมเคิล ฟลอร์ อายุ 70 ปี ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ และเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในเมืองทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือของสหรัฐแห่งนี้เมื่อวันที่ 4 มีนาคม เขานอนรักษาตัวในโรงพยาบาลนาน 62 วัน และเคยมีอาการหนักปางตายถึงขั้นที่นางพยาบาลโทรศัพท์ถึงภรรยาและลูกของเขาเพื่อให้บอกลากัน

         ถ้าผมคือปู่อเมริกันคนนั้น ผมคงจะขำตายไปแล้ว เพราะยอดค่ารักษาที่แพงขนาดนั้น จะทำงานใช้หนี้ก็ไม่มีเรี่ยวแรงแล้วด้วย

       

 
 

    พอไทย "เปิดเมือง" (๑๕ มิ.ย.๖๓)
    จีนก็ "ปิดเมือง" รอบใหม่ คราวนี้ "ปักกิ่ง" ศูนย์กลางระบาด!
    รอบแรก "โควิด" มากับค้างคาว
    รอบสอง มากับเขียงปลาแซลมอนในตลาด เห็นทีแผนจับคู่เที่ยว "ไทย-จีน" จะเหี่ยวต่ออีกซักระยะ
    แต่เชื่อมือว่าจีน "เอาอยู่" เพราะตอนนี้ ประสบการณ์ก็มีแล้ว อุปกรณ์, บุคลากร, หยูกยา ก็พร้อม กระทั่งวัคซีน ก็ริมๆ สำเร็จ
    มาคุยถึงบ้านเราดีกว่า.......
    นายกฯ ประยุทธ์ กราบแทบอก พ่อแม่พี่น้องประชาชนคนไทยไปแล้วเมื่อวาน ซึ้งใจ "ยามมีศึกร่วมรบ-ยามสงบแยกเขย่า"
    ส่งผลให้ไทย อันดับ ๒ ของโลก .........
    ในจำนวน ๑๘๔ ประเทศ ไทยเป็นประเทศฟื้นตัวจากโควิด-๑๙ ดีที่สุด รองจากออสเตรเลีย ซึ่งเป็นอันดับ ๑
    และจาก ๒๐ อันดับแรก 
    มีประเทศในเอเชีย ๖ ประเทศ ได้แก่ ไทย, ฮ่องกง, ไต้หวัน,เกาหลีใต้, เวียดนาม และมาเลเซีย ที่ฟื้นตัวดีที่สุด
    ประเทศไทย คะแนน "อันดับที่ ๑" ของเอเชีย!
    นี่..สะท้อนถึงอะไร?        
    อันดับแรก สะท้อนคุณภาพคนไทย รู้หน้าที่, รู้รัก, รู้สามัคคี ทำให้ทั้งโลกทึ่ง ที่เห็นคนไทยเชื่อฟังมาตรการรัฐ และครัดเคร่งระเบียบ-วินัย สวมหน้ากากอนามัย จนเป็นต้นแบบปลอดโควิด
    การแจกจ่าย-แบ่งปันซึ่งกันและกัน 
    ไทย สอนให้โลกรู้ว่า.......
    "การให้" ยิ่งใหญ่เหนือยิ่งใหญ่ทั้งปวง ต่อให้จรวด นิวเคลียร์ อำนาจ, ทุน ทั้งปวง ยังสู้ข้าวกล่อง "กล่องเดียว" ไม่ได้ ในสงครามชีวิต
    อันดับที่สอง สะท้อนถึง แพทย์-พยาบาล-บุคลากรทางการแพทย์ โดยเฉพาะวิทยาการทางการแพทย์ประเทศไทย
    หนึ่งไม่เป็นสองรองใครในโลก!
    อันดับสาม นอกจากภาคประชาชนทั่วไปแล้ว
    สะท้อนแกร่งจิตใจแบกรับความย่อยยับของบุคคลในภาคธุรกิจ, เศรษฐกิจ, การค้า, การลงทุน, การบริการ และการผลิต 
    เขายอมเสียสละเพื่อชาติ เพื่อสังคมชาติรอด 
    คำเดียว เขาเหล่านั้น ไม่เคยบ่นให้เป็นที่ไม่สบายใจกันเลยซักคำ และ
    อันดับสี่ สะท้อนรัฐบาล "นายกฯ ประยุทธ์" มีคำเดียวที่ให้
    เยี่ยม!
    นี่แหละ ตำแหน่งอันดับ ๒ ของโลกที่ไทยได้รับ มาจากองค์ประกอบเหล่านี้
    ฉะนั้่น ผมจึงอยากบอก อย่าไปเบื่อหรือตระหนก-ตกใจกับภาวะ "ยามสงบแยกเขย่า" 
    ตถตา โลกมันก็เช่นนี้แล ในความเป็นกลุ่มคนเห็นต่าง เป็นซ้าย-เป็นขวา เป็นขบวนการชังชาติ-พิทักษ์ชาติ แบ่งขั้ว-แบ่งค่าย ในเชิงปฏิปักษ์-หักล้างกัน
    ประเทศไทย .........
    จะเจริญวัฒนาสถาพร ต้องแบบนี้ จึงจะต้องตามโฉลก!
    ที่ไหนๆ ในโลกก็แบบนี้ ถ้าคนทั้งประเทศ คิดเหมือนกัน ทำเหมือนกัน เฮไปทางเดียวกันหมด ก็จะ "หนักไปทางเดียว"
    เป็นเรือ ก็จม, เป็นตาชั่ง ก็เอียง, เป็นคน ก็เดี้ยง ด้วยอัมพฤกษ์-อัมพาตครึ่งซีก
    อย่างฟุตบอล ถ้าคน ๒๒ คน ลงเล่นเป็นทีมเดียวกัน ใครจะดู เซ็งยิ่งกว่าน้ำล้างก้น 
    ต้องแบ่งเป็นคนละทีม ลงเตะแย่งลูกไปถล่มใส่กัน มันถึงจะมัน
    แม้ระบบเศรษฐกิจ ค้าขาย ก็ต้องแข่งผลิต แข่งทำตลาด แข่งขาย การแข่งขัน นำไปสู่การวิจัย-พัฒนา เป็นนวัตกรรมเดินไปข้างหน้าเรื่อยๆ
    บ้านเมืองก็เหมือนกัน .......
    ถ้าไม่เขย่ากันเอง ข้างนอกดูสดใส แต่ข้างในอาจต๊ะติ๊งโหน่ง ด้วยด้วง, หนอนแอบชอนไช โดยไม่มีใครระแคะ-ระคายเลยก็ได้ 
    แบบนั้น ผลัวะผละ "พังเลย"!
    เมื่อมีพวกเราออกมาเขย่า มันก็จะมีพวกเราอีกนั่นแหละ ออกตาฉุดดึงตรึงไว้ 
    แรงฉุด-แรงต้าน ทำให้เกิด "จุดสมดุล" ประเทศทางแข่งขันพัฒนาในแต่ละฝ่าย เพื่อให้ "ดี" กับประเทศ เป็นทางชนะก็ได้
    "บ้านเมืองสงบ" ไปหูเดียวกันหมด ไม่มีคนคิดต่าง-เห็นต่างดูเหมือนดี แต่เอาเข้าจริง มันอันตรายมากกว่าดี
    ปี ๔๔ ยุคทักษิณนายกฯ เป็นตัวอย่างชัด 
    ด้วยฟีเวอร์ ก็ไปหูเดียวกันทั้งบ้าน-ทั้งเมือง ขนาดซุกหุ้นเห็นๆ ยังยกเป็นอัศวินควายดำ แห่ห้อมกดดันศาล 
    แค่ทักษิณบอก "บกพร่องโดยสุจริต" ทุกหูในประเทศ ก็เฮ...เชื่อเป็นหูเดียว ให้เป็นนายกฯ ต่อ
    ทักษิณบอก "ผมรวยแล้วไม่โกง" ก็เฮ...สามัคคีคำฉันท์ เชื่อตามกันทั้่งประเทศ 
    แม้ปัญญาชนระดับ จุฬาฯ-ธรรมศาสตร์-เกษตรฯ ที่มีฤทธิ์วันนี้ วันนั้่น เชื่อกันจนเชื่อง
    ทักษิณใช้นโยบายบริหาร "จังหวัดไหนเลือกผม จังหวัดนั้นได้เงิน-ได้งบ" จังหวัดไหนที่ไม่เลือก ได้แห้ว
    และทักษิณบอก "โกงไม่เป็นไร ได้เอามาแบ่งกัน"
    ก็เฮ...ชอบอก-ชอบใจเป็นหูเดียวกันทั้งประเทศ ยกทักษิณเป็นเจ้ามูลเมือง ไปไหนๆ โบกธง ตะโกน...ทักษิณจงเจริญ!
    แล้วผลของบ้านเมืองสงบเรียบร้อยไปหูเดียวกันหมดเป็นไง?
    ก็เป็นว่า เมื่อ มกรา.๕๗ 
    เว็บไซต์ "เดอะท็อปเท็นส์ดอทคอม" ในต่างประเทศ เปิดให้คนทั่วโลกโหวต เพื่อจัดอันดับ "ผู้นำเลวสุด" ของโลก ผลปรากฏว่า
    "ทักษิณ ชินวัตร" อดีตนายกฯ ไทย ครองตำแหน่งผู้นำ "เลวอันดับ ๑" ของโลก! 
    อันดับ ๒ ใครจำได้มั้ย?
    "น.ส.ยิ่งลักษณ์" นายกฯ ร่างทรงทักษิณขณะนั้นนั่นเอง!
    "ฮิตเลอร์" ที่ครองแชมป์อยู่เดิม ยังต้องพ่าย เสียตำแหน่งให้ทักษิณ ก็คิดดูละกัน ว่าการเมืองที่ไม่มีคนออกมาต้าน กับที่มีออกมาต้าน อย่างไหนมีคุณและโทษกว่ากัน?
    ต้าน-ถือซะว่า ถ่วงดุล, ตรวจสอบ คอยจ้องทุกคำเคี้่ยว งบประมาณ
    เฮไปหูเดียว การเมืองสงบ ดูแล้วสบายใจ แต่นั่นเท่ากับเปิดโอกาสให้ฟาดเรียบ อย่างทักษิณเป็นตัวอย่าง 
    ขนาดวันที่ ๓๑ ธันวา.ยังให้ราชการทำงานตามปกติ เพียงแค่ให้เมียมาโอนที่ดินรัชดาได้ภาษีราคาถูก
    ถ้าเป็นสมัยนี้น่ะเรอะ.....
    นายกฯ ประยุทธ์ ไม่ถูกนักวิชาการ จุฬาฯ-ธรรมศาสตร์ และการเมืองฝ่าย "อ้างประชาธิปไตย" ถลกหนังไปขึงกลองตีแล้วรึนั่น?
    การที่พลเอกประยุทธ์ ยืนอยูบนแท่น "ผู้ชนะสิบทิศ" ในสนามรบร้อยเขี้ยวงาหมาหมู่ วันนี้
    และการที่พลเอกประยุทธ์ เป็นผู้นำมีชื่อเสียงระดับโลกวันนี้ ไม่ใช่เพราะเอาเงินไปจ้างล็อบบี้ยิสต์ในต่างประเทศ ไปจ้างฝรั่งสัมภาษณ์และลงข่าว
    หรือนายกฯ ประยุทธ์ ประจบ-ประแจง, ประจี๋-ประจ๋อ 
เลี้่ยงดูปูเสื่อ ถอดเสื้อ-กางมุ้ง ให้สื่อ ให้นักข่าวในประเทศ
    เปล่าเลย.........
    ที่นายกฯ ประยุทธ์ "สยบใจ" ทุกฝ่าย ก็ด้วย ดวงใจและสัจจะซื่อ "เพื่ออนาคตชาติ, อนาคตประชาชน และเพื่อธำรงคงอยู่ของสถาบันคู่ไทย
    ฝ่ายตรงข้าม แม้ปากไม่ยอมรับในสำเร็จของนายกฯ แต่ใจ.....ในความเป็นมนุษย์ มิอาจไม่ยอมรับ!
    จากปลายมกรา.๖๓..........
    ข้าศึก "โควิด-๑๙" ประชิดติดเมือง ร่ำๆ จะเสียเมืองถึงขั้นตายซับ-ตายซ้อน ช่วงมีนา.-เมษา.
    ไทย จากระบาดอันดับ ๒ ของโลก รองจากจีน จนถึง ๑๕ มิถุนา.คือวันนี้
    ไทย "พลิกโลก" ขึ้นเป็นประเทศศักยภาพทางการแพทย์-การสาธารณสุขเยี่ยม นำประเทศฟื้นจากโควิด เป็นอันดับ ๒ ของโลก
    ขอให้พวกเราทุกคน จดจำและระลึกรู้ถึงพระคุณ "๕ อาจารย์แพทย์" เหล่านี้ ท่านไม่เพียงช่วยให้พวกเรารอดตาย ด้วยคุณูปการของท่าน ยังเสริมหนุนให้ไทย, วงการแพทย์ กระทั่งคนไทย พลอยมีหน้า-มีตาไปด้วยกันหมด
    คงจำภาพประวัติศาสตร์กันได้ ........
    ๑๖ มีนา.๖๓ บุคคลรอบโต๊ะรูปไข่ในทำเนียบฯ ที่นายกฯ เชิญมาให้คำแนะนำ เมื่อภาพเผยแพร่ออกไป เห็นแล้วกล่าวขานกันทั้งประเทศว่า "ไทยรอดแน่" ประกอบด้วย
    -ศ.นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาธร อดีตอธิการบดี ม.มหิดล อดีตรมว.กระทรวงสาธารณสุข
    -ศ.นพ.อุดม คชินทร อดีตคณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล อดีต รมช.กระทรวงศึกษาธิการ
    -ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านไวรัสวิทยา จากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ นักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ สาขาวิทยาศาสตร์การแพทย์
    -ศ.นพ.อมร ลีลารัศมี อาจารย์แพทย์อายุรศาสตร์ นายกแพทยสมาคม
    -ศ.พญ.สมศรี เผ่าสวัสดิ์ นายกแพทยสภา
    "คุณหมออุดม คชินทร" เคยเล่ากับแทบลอยด์ "ไทยโพสต์" ไว้ตอนหนึ่งว่า......
    "ตอนนั้นประชาชนไม่เชื่อกระทรวงสาธารณสุข ไม่เชื่อท่านนายกฯ ความศรัทธาลงอย่างมหาศาล 
    ท่านนายกฯ หาทางออกไม่ได้ ก็เชิญเราไปคุย แต่ท่านก็นึกไม่ถึง ผมก็นึกไม่ถึงว่า มิตินี้ มันจะมี impact มหาศาลเลย 
    อย่างภาพที่คุยกันวันนั้น .........
    ผมก็ได้รับส่งมาทางไลน์ คนต่างบอกมีความหวังแล้ว ผมเห็นแล้ว ผมก็ชื่นใจ ในฐานะเป็นหนึ่งในนั้น 
    "นายกรัฐมนตรีก็ส่งไลน์มาหาผม นายกฯ บอกว่า....
    "พี่หมอ มาทำให้คนเริ่มฟังผมมากขึ้น คือเดิมคนไม่ค่อยฟังผมเลย" 
    ท่านนายกฯ บอกประโยคนี้"

 

15 มิถุนายน พ.ศ. 2563

หน้าหนึ่ง ไทยโพสต์

โยนหิน!เลื่อนเลือกตั้ง ชี้งบหมดถูกดึงไปแก้โควิด19/ฝ่ายแค้นอัดตบหน้าปชช.

“วิษณุ” แพลมข่าวใหญ่ ส่อเลื่อนเลือกตั้งท้องถิ่น อ้างเหตุโควิด-หมดงบประมาณ ฝ่ายค้านพาเหรดชยันโตสุดมั่วนิ่ม แค่ไม่อยากให้มีประชาธิปไตยที่แท้จริง “วัฒนา” อัดงาช้างไม่เคยงอกจากปากสุนัข


กลุ่มยี้รัฐบาลพุ่ง พท.โหนโพลขยี้ ยุบสภา-ลาออก

ซูเปอร์โพลเปิดผลสำรวจความเป็นอยู่ของ ปชช.แย่ลง แต่นักการเมืองยังมีการแย่งตำแหน่งรัฐมนตรีทำให้บ้านเมืองวุ่นวาย ขณะที่กลุ่มไม่สนับสนุนรัฐบาลเพิ่มขึ้น “โฆษกเพื่อไทย”โหนโพลบี้นายกฯ


คึกรับปลดล็อก/ค้านต่างชาติเข้าไทย

นายกฯ ปลื้มไทยฟื้นตัวดีสุดในเอเชียและอันดับ 2ของโลก ขอบคุณประชาชนร่วมต่อสู้โควิด กทม.ผ่อนปรน 11 กิจการ ปิดต่อ 5 สถานที่เสี่ยง 4 กระทรวงเร่งจัดทำแผน "travel bubble" ชง ศบค. 17 มิ.ย. ขณะที่คนส่วนใหญ่ห่วงโควิดระบาด ยังไม่อยากให้ต่างชาติเข้ามาเที่ยว นครพนมประเดิมจัดงานบวงสรวงพญานาคนิวนอร์มอลต้น ก.ค.


ส.ว.เตือนบิ๊กตู่พึงระวัง แร้งรุมทึ้งเงินกู้4แสนล.

สภาสูงผวา เสือหิว-เสือโหย-แร้งรุมทึ้ง เตรียมเขมือบ เงินกู้ 4 แสนล้านบาท หลังแห่เสนอโครงการทะลุเกือบ 8 แสนล้านบาท "สมชาย" แฉมีโครงการที่ไม่เกี่ยวข้องกับการฟื้นฟูจากโควิด  กว่า 70-80 เปอร์เซ็นต์ หวั่นตามเกมไม่ทัน สุดท้ายเข้าทางผู้รับเหมา เป๋าตุงโดยไม่เกิดการจ้างงาน อึ้งเจอสอดไส้โครงการปะการังเทียมแต่ไม่รู้ทำได้จริงหรือไม่ กระตุกระวังอาจเกิดทุจริต


'วัส'โผล่ฟันธง สนช.หมดสิทธิ์ 'องค์กรอิสระ'

ประธาน กสม.เขย่าคุณสมบัติต้องห้ามอดีต สนช. นั่งเก้าอี้ในกรรมการอิสระ ชี้ประธานวุฒิสภาต้องรอข้อยุติสรรหา กสม.ก่อนนำชื่อว่าที่ ป.ป.ช.ขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย ขณะที่โฆษก ป.ป.ช.ปัดชี้มูลเสียบบัตรแทน 2 ส.ส.

 

'บิ๊กตู่'ประกาศิตเลือกตั้งท้องถิ่นปีนี้มีแน่ อุบพื้นที่ไหนก่อน

 

15 มิ.ย. 63 - ที่องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกในพระบรมราชูปถัมภ์ (อผศ.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงความชัดเจนการเลือกตั้งท้องถิ่นว่า ตนจะพิจารณาเอง ทั้งหมดขึ้นอยู่กับกฎหมายและความพร้อมของกระทรวงมหาดไทย และคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ถ้าเป็นไปได้จะมีการเลือกตั้งสักอย่างในปีนี้ ขอให้รอเวลาก่อน

ส่วนกรณีงบประมาณการจัดการเลือกตั้งท้องถิ่นที่อาจถูกโยกมาใช้เพื่อแก้ไขปัญหาโควิด-19 จนไม่เพียงพอต่อการจัดการเลือกตั้งท้องถิ่นได้นั้น พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “เดี๋ยวหาทางดูก่อนว่าทำได้หรือไม่ได้”

เมื่อถามว่าจะนำร่องพื้นที่ไหนเป็นพิเศษ หรือจะเป็น กทม. ก่อนหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ ปฏิเสธว่า ไม่ได้พูด แต่ขอดูว่าที่ไหนจะเลือกตั้งได้ก่อน

เมื่อถามย้ำว่า เหตุใดถึงมั่นใจว่าจะเลือกตั้งได้ในปีนี้ ทั้งที่สถานการณ์โควิด-19 ยังไม่จบ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวยืนยันว่า จะทำให้เกิดขึ้นให้ได้ และประชาชนก็ต้องร่วมมือ.

'บิ๊กป้อม'กางบัญชีแก๊งล้มเจ้า แจ้งความดำเนินคดี ยันไม่ใช่ม.112

 

15 มิ.ย. 63 - ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ออกมาระบุว่า ขณะนี้มีขบวนการล้มเจ้าเกิดขึ้น ว่า กำลังตรวจสอบอยู่ ถ้าอันไหนที่ได้แล้ว ก็จะแจ้งความดำเนินคดี

ผู้สื่อข่าวถามว่า นายกรัฐมนตรีออกมาระบุว่าไม่ให้ใช้ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า "เรื่องนี้เราไม่ใช้อยู่แล้ว"

เมื่อถามว่า ฝ่ายความมั่นคงมีการข่าวอะไรมาเพิ่มเติมหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า "ก็กำลังดูรายชื่อที่มีอยู่".

 

ปู่อเมริกันรอดตายจากโควิด-19 เจอบิลค่ารักษา 34.8 ล้านบาท


ชายชาวอเมริกันวัย 70 ปีป่วยปางตายเพราะโรคโควิด-19 โรงพยาบาลในเมืองซีแอตเติลรักษาจนหาย แต่กลับเจอบิลค่ารักษาเป็นเงินมากกว่า 1.1 ล้านดอลลาร์ หรือราว 34.8 ล้านบาท

    เอเอฟพีอ้างรายงานของซีแอตเติลไทมส์เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาว่า ไมเคิล ฟลอร์ อายุ 70 ปี ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ และเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในเมืองทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือของสหรัฐแห่งนี้เมื่อวันที่ 4 มีนาคม เขานอนรักษาตัวในโรงพยาบาลนาน 62 วัน และเคยมีอาการหนักปางตายถึงขั้นที่นางพยาบาลโทรศัพท์ถึงภรรยาและลูกของเขาเพื่อให้บอกลากัน

    ภายหลัง ฟลอร์อาการดีขึ้นและหายขาดจนโรงพยาบาลอนุญาตให้กลับบ้านได้ในวันที่ 5 พฤษภาคม ท่ามกลางความยินดีปรีดาของคณะแพทย์พยาบาล แต่พร้อมกันนั้น เขาก็ได้รับใบแจ้งค่ารักษาพยาบาลความยาว 181 หน้า ระบุตัวเลขค่าใช้จ่าย 1,122,501.04 ดอลลาร์ หรือราว  34,881,844 บาท

    เขาบอกกับหนังสือพิมพ์ฉบับนี้ว่า ค่าใช้จ่ายในการรักษาเขารวมถึงการรักษาในห้องไอซียูวันละ 9,736 ดอลลาร์, การย้ายไปรักษาในห้องปลอดเชื้ออีก 42 วัน รวมค่าใช้จ่ายเกือบ 409,000 ดอลลาร์, การใช้เครื่องช่วยหายใจ 29 วัน รวม 82,000 ดอลลาร์ และค่าใช้จ่ายในการรักษาช่วง 2 วันที่เขาป่วยหนักปางตายอีกเกือบ 100,000 ดอลลาร์

    รายงานของไทมส์กล่าวว่า ฟลอร์อยู่ในโครงการหลักประกันสุขภาพเมดิแคร์ของรัฐสำหรับผู้สูงอายุในสหรัฐ เขาจึงไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเหล่านี้ ฟลอร์กล่าวว่า เขารู้สึกผิดเมื่อรู้ว่าต้องใช้เงินภาษีนับล้านดอลลาร์เป็นค่าใช้จ่ายเพื่อรักษาชีวิตเขา.

แยกพลาสติกสะอาด หนุนโรดแมปประเทศไทย

 

                            

      ตลอดปีนี้โครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (UNEP) กำหนดให้ “TIME FOR NATURE ถึงเวลา…คืนลมหายใจให้ธรรมชาติ" เป็นแนวคิดหลักในการรณรงค์วันสิ่งแวดล้อมโลก กระตุ้นให้ผู้คนปรับเปลี่ยนการใช้ชีวิต ทำลายธรรมชาติให้น้อยลง ซึ่งปัญหาขยะพลาสติกกำลังเป็นวิกฤติสิ่งแวดล้อมที่สำคัญ

      ในแต่ละปีประเทศไทยมีขยะพลาสติกเกิดขึ้นไม่ต่ำกว่า 2 ล้านตันต่อปี ขยะพลาสติกที่ไม่ได้รับการจัดการอย่างถูกต้องไหลลงสู่แม่น้ำลำคลองและออกสู่ทะเล ปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อม หลายครั้งทำลายชีวิตของสัตว์ทะเลหายาก ทั้งเต่าทะเล โลมา วาฬ รวมถึงพะยูน สัตว์เหล่านี้เข้าใจผิดคิดว่าเป็นอาหารในธรรมชาติ อย่างกรณีพะยูนน้อยกำพร้าแม่ "มาเรียม” ที่ตาย เพราะขยะพลาสติก ความสูญเสียที่เกิดขึ้นภาครัฐได้เร่งผลักดันการงดบรรจุภัณฑ์พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว (Single-use Plastic)

 

 

      แต่ด้วยสถานการณ์โควิด-19 ทำให้วิถีการใช้ชีวิตของคนไทยเปลี่ยนแปลงไป จากมาตรการอยู่บ้าน หยุดเชื้อ การใช้พลาสติกแบบครั้งเดียวทิ้งนั้นกลับมาเพิ่มขึ้น ด้วยเหตุผลจำเป็นด้านสุขอนามัยและข้อจำกัดในการดำเนินชีวิต ในส่วนของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) หลังจากนี้ เมื่อสถานการณ์โรคระบาดเริ่มคลี่คลายเตรียมกลับมารณรงค์ พร้อมเดินหน้าตามโรดแมปการจัดการขยะพลาสติกของประเทศไทย 2561-2573 ต่อ หลังได้รับความร่วมมืออย่างดีจากทุกภาคส่วนตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2563 ที่ผ่านมา ทั้งห้างใหญ่ ร้านค้าปลีก ร้านสะดวกซื้องดแจกถุงพลาสติกหูหิ้วให้ลูกค้า

      วันสิ่งแวดล้อมโลก 5 มิ.ย.ที่ผ่านมา กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ทส. เปิดตัวโครงการ "เปลี่ยนพลาสติกเป็นบุญ (เมื่อคุณหมุนเวียน)" โดยร่วมกับ 20 กระทรวงและภาคีเครือข่ายภาคเอกชน และภาคประชาสังคมเพื่อจัดการพลาสติกและขยะอย่างยั่งยืน (PPP  Plastic) ขับเคลื่อนแก้ปัญหาขยะพลาสติก โดยเน้นรวบรวมขยะพลาสติกผ่านจุดรับพลาสติก Plastic Drop Point ที่ตั้งในห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า ซูเปอร์มาร์เก็ต และกระทรวงต่างๆ กว่า 300 จุด ครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพฯ และ จ.นนทบุรี เป้าหมายนำขยะพลาสติกกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ เช่น จีวรรีไซเคิลถวายให้ภิกษุสงฆ์ หรือผลิตภัณฑ์ช่วยชีวิตสัตว์ทะเลให้กับศูนย์ช่วยชีวิตสัตว์ทะเล เรียกได้ว่าผู้บริจาคขยะพลาสติก นอกจากช่วยบรรเทาปัญหามลพิษพลาสติกแล้ว ยังได้ทำบุญด้วย 

 

 

      วราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทส. กล่าวว่า ช่วงเกิดสถานการณ์โควิด ทุกคนอยู่บ้าน หยุดเชื้อ 2-3 เดือนที่ผ่านมา ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของประเทศไทยได้หยุดพักและฟื้นตัวกลับมาสวยงาม ขณะเดียวกันประชาชนโดนบังคับให้อยู่บ้าน ใช้บริการอาหารเดลิเวอรีมากขึ้น ส่งผลให้ขยะบรรจุภัณฑ์พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งเพิ่มขึ้น เฉลี่ยร้อยละ 15 จาก ปกติ 5,500 ตัน ต่อวัน เป็น 6,500 ตันในหนึ่งวัน ขยะในช่วงโควิด-19 ไม่มีการคัดแยก ใช้ซ้ำ หรือรีไซเคิล หากสามารถทำให้พลาสติกสะอาดนำกลับใช้ใหม่   กระทรวงได้จัดทำโครงการ "เปลี่ยนพลาสติกเป็นบุญ” (เมื่อคุณหมุนเวียน) เพื่อนำพลาสติกเหล่านี้เข้าสู่กระบวนการอัพไซเคิล เพื่อใช้ใหม่ เปลี่ยนขยะเป็นจีวรพระ เสื้อผ้า เป็นที่มาเปลี่ยนพลาสติกเป็นบุญ

      “ ขยะพลาสติกใน กทม. ช่วงโควิด กระจุกตัวอยู่ตามบ้านเรือนในสังคมเมือง เราไม่ได้ยินข่าวสัตว์ทะเลหรือสัตว์บกตายเพราะกินพลาสติก เรามาช่วยกัน Reuse Reduce Recycle และขยับสู่ Upcycle โครงการนี้เราประสานงานและได้รับความร่วมมือจากภาคเอกชนมีจุดทิ้งครอบคลุม จากนี้จะกระตุ้นความรู้สึกกันใหม่ สร้างจิตสำนึก ขยะต้องนำมาใช้ได้ 100% ตามโรดแมปการลดขยะพลาสติกประเทศไทย ภายในปี 2565 จะออกกฎหมายยกเลิกใช้กล่องโฟมบรรจุอาหาร, แก้วพลาสติกใช้แล้วทิ้ง, หลอดพลาสติก และถาดโฟม ออกกฎหมายกำหนดมาตรฐานความหนาถุงพลาสติกหูหิ้ว และภายในปี 2573 จะรีไซเคิลพลาสติกให้ได้ 100% ก้าวแรกเลิกใช้ถุงพลาสติก แทนที่ด้วยถุงพลาสติกที่มีความหนามากกว่า 36 ไมครอน เมื่อได้รับแล้ว ประชาชนนำมาใช้ซ้ำ ลดขยะพลาสติก หลังโควิด หวังว่าทุกอย่างจะเป็นนิวนอร์มอล เช่น การใช้ภาชนะส่วนตัว การใช้ถุงผ้าแทนถุงพลาสติก จะขอร่วมมือจากคนไทย ช่วยคืนความสมดุลให้สิ่งแวดล้อมของประเทศไทยและฝ่าวิกฤติขยะพลาสติก " วราวุธ กล่าว

      อีกโครงการหนุนลดขยะพลาสติกที่ดีเดย์ในวันสิ่งแวดล้อมโลกปีนี้ด้วย คือ โครงการมือวิเศษ X วน โดย PPP  Plastic มุ่งพัฒนาแนวทางแก้ปัญหาขยะพลาสติกอย่างยั่งยืนด้วยหลักการเศรษฐกิจหมุนเวียน หรือ Circular Economy โดยขอความร่วมมือประชาชนนำถุงหูหิ้ว, ถุงช็อปปิ้ง, ฟิล์มหุ้มแพ็กขวดน้ำ หรือหุ้มแพ็ก UHT, ซองไปรษณีย์พลาสติก พลาสติกกันกระแทก, ถุงซิปล็อกซองยา, ถุงผักผลไม้ หรือถุงขนมปัง สะบัดเศษขนมปังออก ถุงน้ำแข็งสะบัดให้แห้ง สะอาด ไปบริจาคที่จุด Drop Point  เพราะถุงพลาสติกสะอาด วนใหม่ได้ด้วยมือคนไทยทุกคน

 

      ภราดร จุลชาต สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ถุงพลาสติกก่อปัญหาขยะพลาสติกในประเทศไทยมากที่สุด หากนำถุงพลาสติกกลับมารีไซเคิลได้ปริมาณมากเท่าไหร่ จะช่วยลดปัญหาพลาสติกในสิ่งแวดล้อม โครงการมือวิเศษ X วน เป็นส่วนหนึ่งสนับสนุนโรดแมปจัดการขยะพลาสติกของภาครัฐ ซึ่งตั้งเป้าว่าอีก 10 ปีข้างหน้า ต้องนำขยะพลาสติกรีไซเคิลได้ทั้งหมด โดย PPP Plastic ร่วมกับ วน (Won Project) ที่มุ่งนำถุงหูหิ้วไปรีไซเคิล เพื่อนำมาใช้ประโยชน์ใหม่เป็นถุงพลาสติกใหม่ใช้ในซูเปอร์มาร์เก็ตและผลิตภัณฑ์พลาสติกชนิดอื่นๆ

      “ หัวใจของโครงการนี้ต้องการให้ผู้บริโภคได้เรียนรู้และมีการคัดแยกขยะ พลาสติกสะอาด หากแยกออกมา สามารถนำกลับสู่กระบวนการรีไซเคิลได้ ช่วงเริ่มต้นเราได้ตกลงกับผู้ประกอบการรีไซเคิลในโครงการวน ทุกๆ 1 กิโลกรัม ผู้รีไซเคิลจะจ่ายเงินให้ 5 บาท และเงินดังกล่าวจะบริจาคให้กับศูนย์ช่วยชีวิตสัตว์ทะเลของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) อนาคตจะขยายผลสร้างมูลค่าให้พลาสติก มีราคาตลาด ถ้าพลาสติกสะอาดขายให้ธุรกิจรีไซเคิลได้ ผลการศึกษาบรรจุภัณฑ์พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว ไม่ว่าจะถุงหูหิ้ว ขวด มีปริมาณ 1.4 ล้านตันต่อปี   เราต้องการจุดประกายและอยากให้คนไทยมีส่วนร่วมคัดแยกพลาสติกสะอาดให้ได้ปริมาณมากที่สุด" ภราดรกล่าว        ผู้แทนกลุ่ม PPP Plastic บอกว่า ถุงพลาสติกหลายชนิดสะอาดอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นถุงช็อปปิ้ง ถุงขนมปัง ถุงน้ำตาลทราย ผลไม้ ห่อสินค้าทิชชู่ ผ้าอนามัย ผ้าอ้อมเด็ก  หรือฟิล์มห่อสินค้าต่างๆ เพียงแต่อย่าทิ้งปะปนกับขยะทั่วไป แต่หากใครขยันหน่อยล้างให้สะอาดมาทิ้ง ถือเป็นส่วนเพิ่ม แต่ถ้าพลาสติกทิ้งปนขยะเปียก ขยะมูลฝอย จะไปสู่เชื้อเพลิงขยะ (Refuse Derived Fuel: RDF) หมายถึง ขยะที่เผาไหม้ได้ ไว้ผลิตพลังงาน แต่ถ้ารีไซเคิลจะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้ดีกว่า ลดภาวะโลกร้อนได้มากกว่า วันสิ่งแวดล้อมปีนี้จึงนำโครงการมือวิเศษ และวน มารวมกัน และจะรณรงค์ให้ประชาชนบริจาคถุงพลาสติกมากขึ้น  ขั้นต้นจุดตั้งตามห้างเดอะมอลล์ เซ็นทรัล เทสโก โลตัส  ปั๊มน้ำมันบางจาก ในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และระยอง เฟสต่อไปจะขยายจุดรับเพิ่มเติมไปยังภูมิภาคอื่นๆ เป็น 500 จุด หากการดำเนินการไปด้วยดี เชื่อว่าจะมีองค์กรภาครัฐและเอกชนร่วมมือกับเรามากขึ้น ปริมาณขยะจะถูกคัดแยกด้วยฐานเศรษฐกิจหมุนเวียน เกิดธุรกิจในอนาคต นอกจากนี้ ยังชวน TBCSD ซึ่งทำโครงการส่งพลาสติกกลับบ้านร่วมกับ ทส. ร่วมกันทำงานคัดแยกขยะพลาสติกสะอาดภายใต้โมเดลนี้

 

 ................................................................

สหรัฐเดือดซ้ำ เผาร้านเวนดีส์แอตแลนตาประท้วงฆ่าผิวสีอีกราย ผบ.ตำรวจลาออก

 

ชาวอเมริกันในเมืองแอตแลนตาวางเพลิงร้านเวนดีส์เมื่อวันเสาร์ ประท้วงที่ตำรวจวิสามัญฆาตกรรมชายผิวดำที่ขัดขืนการจับกุมแย่งปืนเทเซอร์ของตำรวจ ผู้บัญชาการตำรวจแอตแลนตาลาออก หลายเมืองทั่วโลกชุมนุมต่อต้านการเหยียดเชื้อชาติสีผิวและการใช้ความรุนแรงของตำรวจต่อเป็นเสาร์ที่ 2

ผู้ชุมนุมวางเพลิงร้านเวนดีส์ในเมืองแอตแลนตาเมื่อวันเสาร์ ภายหลังตำรวจสหรัฐยิงเรย์ชาร์ด บรูกส์ ชายผิวดำ เสียชีวิตหนึ่งวันก่อนหน้านั้น

    เหตุการณ์ตำรวจผิวขาววิสามัญฆาตกรรมเรย์ชาร์ด บรูกส์ ชายผิวดำวัย 27 ปี ที่ร้านเวนดีส์ เมืองแอตแลนตาเมื่อวันศุกร์ ยิ่งเติมเชื้อไฟการชุมนุมประท้วงต่อต้านการใช้ความรุนแรงของตำรวจในสหรัฐ ภาพข่าวโทรทัศน์เผยว่าร้านอาหารเวนดีส์ที่เกิดเหตุโดนวางเพลิง ไฟลุกไหม้นานกว่า 45 นาทีกว่าจะดับลงได้ ผู้ประท้วงกลุ่มอื่นเดินขบวนบนถนนสายอินเตอร์สเตท-75 ปิดกั้นการจราจร

    รายงานเอเอฟพีและรอยเตอร์เมื่อวันอาทิตย์ที่ 14 มิถุนายน 2563 อ้างคำแถลงของเคชา แลนซ์ บอตทอมส์ นายกเทศมนตรีเมืองแอตแลนตาไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้าเกิดเหตุวุ่นวายว่า เอริกา ชีลด์ ผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแอตแลนตา ลาออกจากตำแหน่งแล้วเมื่อวันเสาร์ ส่วนตำรวจผิวขาวที่วิสามัญฆาตกรรมเขาโดนไล่ออก ตำรวจอีกนายถูกพักงาน

    ตำรวจในพื้นที่ได้รับแจ้งจากลูกจ้างของร้านเวนดีส์ว่าบรูกส์นอนหลับบนรถของเขาที่กำลังจอดขวางช่องสั่งอาหารแบบไดรฟ์-ทรู ตำรวจพยายามควบคุมตัวเขาหลังจากการตรวจแอลกอฮอล์ไม่ผ่าน วิดีโอที่มีคนถ่ายไว้ได้เผยว่า เขาต่อสู้ขัดขืนการจับกุมของตำรวจผิวขาว 2 นายนี้ด้านนอกร้านเวนดีส์ แล้ววิ่งหนีข้ามลานจอดรถ ในมือเหมือนถือปืนชอร์ตไฟฟ้าของตำรวจไว้ด้วย วิดีโออีกชิ้นจากกล้องของร้านเผยว่า ขณะวิ่งหนี บรูกส์หันกลับมามองตำรวจและเล็งปืนเทเซอร์ที่ตำรวจทั้งสอง ก่อนที่นายหนึ่งจะลั่นไกปืน ทำให้บรูกส์ทรุดลงกับพื้น เขาถูกส่งตัวเข้าโรงพยาบาล แต่เสียชีวิตในเวลาต่อมา ส่วนตำรวจบาดเจ็บ 1 นาย

    ทนายความของครอบครัวบรูกส์กล่าวว่า ตำรวจแอตแลนตาไม่มีสิทธิใช้อาวุธสังหาร ต่อให้โดนบรูกส์เล็งปืนเทเซอร์ซึ่งไม่ใช่อาวุธสังหาร ยิงมาทางพวกเขา

    การตายของบรูกส์เกิดขึ้นราว 2 สัปดาห์เศษ ไล่หลังการตายของจอร์จ ฟลอยด์ ชายอเมริกันผิวดำวัย 46 ปี ที่โดนตำรวจมินนิแอโพลิสใช้เข่ากดคอนานเกือบ 9 นาทีระหว่างการจับกุมเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม การใช้ความรุนแรงเกินกว่าเหตุของตำรวจมินนิแอโพลิสจุดชนวนการประท้วงก่อจลาจลในหลายเมืองของสหรัฐและกระตุ้นให้มีการปฏิรูปตำรวจ

    การประท้วงต่อต้านการเหยียดเชื้อชาติสีผิวและความรุนแรงของตำรวจในสหรัฐยังลุกลามไปทั่วโลก และขยายวงครอบคลุมประเด็นการค้าทาสในอดีต, การล่าอาณานิคม และการใช้ความรุนแรงของคนผิวขาวต่อคนต่างสีผิว

    วันเสาร์ที่ผ่านมา ผู้คนในประเทศยุโรปและเอเชียยังเดินขบวนประท้วงเป็นสัปดาห์ที่ 2 เพื่อสนับสนุนขบวนการ "ชีวิตคนดำมีความสำคัญ" ในสหรัฐ รวมถึงต่อต้านการเหยียดเชื้อชาติและการใช้ความรุนแรงของตำรวจในประเทศเหล่านั้น

    ที่กรุงลอนดอนของอังกฤษ กลุ่มขวาจัดประท้วงต่อต้านการประท้วงของผู้ที่เรียกร้องความเสมอภาคทางเชื้อชาติจนเกิดเหตุรุนแรง ตำรวจจับกุมฝ่ายขวาจัดมากกว่า 100 ราย นายกฯ บอริส จอห์นสัน ประณามคนกลุ่มนี้ว่าเป็นพวกอันธพาลเหยียดผิว

    ยังมีการเดินขบวนในหลายเมืองของฝรั่งเศส ที่กรุงปารีส ผู้ประท้วงปะทะกับตำรวจที่ใช้แก๊สน้ำตาตอบโต้ผู้ที่ขว้างปาสิ่งของ ผู้ชุมนุมที่นี่เรียกร้องความยุติธรรมให้อาดามา ตราโอเร ชายผิวดำที่ตายระหว่างโดนตำรวจควบคุมตัวเมื่อปี 2559 ส่วนที่ลียง ตำรวจฉีดน้ำและแก๊สน้ำตาสลายผู้ชุมนุมที่มีราว 2,000 คน

    สวิตเซอร์แลนด์มีคนนับหมื่นออกมาเดินขบวนในหลายเมือง ที่นครซูริกมีผู้ประท้วงราว 10,000 คน ตำรวจเผยว่ามีตำรวจบาดเจ็บ 1 นายหลังจากนักเคลื่อนไหวกลุ่มซ้ายจัดราว 200 คนขว้างปาสิ่งของใส่ นอกจากนี้ยังมีการเดินขบวนในหลายเมืองของเยอรมนี, ออสเตรเลีย, แคนาดา, กรุงโตเกียว และไต้หวัน.

 

กห.ปฏริปกองท ู พแล ั ว! ลดทหารประจ ้ ําการ เพมขรก.พลเร ิ อน ด ื ี เดยต์ นป้ ีงบ64 15 มถิ นายน พ.ศ. 2563 เวลา 09:43 น. ุ 15 ม.ิย. 63 - พล.ท.คงชพ ี ตนั ตระวาณชิ ย์โฆษกกระทรวงกลาโหม (โฆษก กห.) เปิดเผยถงึการปฏริปู กองทพว ั า่ มคี วามคบื หนา้ อยา่ งตอ่ เนอื ง โดย กห.ไดจ้ัดกลมุ่ ภารกจิงานใหส้ อดคลอ้ งกบั ยทุ ธศาสตรช์ าตดิ า้นความมนั คง และใหน้ําหนักกบั ภารกจิของภยั จาก สงครามรปู แบบใหมม่ ากขนึ โดยไดป้ รับปรงุ โครงสรา้งและอตั รากําลงัของทกุ เหลา่ ทพใ ั หม้ขี นาดทเี หมาะสม และมคี วามยดื หยนุ่ มาก ขนึ สามารถรองรับภยั คกุ คามดา้นความมนั คงในมติ ติ า่ งๆ ทมี คี วามซบั ซอ้นและเปลยี นแปลงอยา่ งรวดเร็ว โดยในปี63 พล.อ.ประยทุ ธ์จันทรโ์ อชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรวีา่ การกระทรวงกลาโหม (รมว.กห.) ไดก้ําหนดเป็นนโยบายเรง่ ดว่ นในการปฏริปู กองทพแั ละสง่ เสรมิ การบรหิ ารงานตามหลกั ธรรมาภบิ าล ใหน้ํากําลงัพลสํารองเขา้ทําหนา้ทที หารเป็นการชวั คราว และนําขา้ราชการพลเรอื นกลาโหมมาบรรจรุ ับราชการ เพอื ทดแทนการบรรจกุ ําลงัทหารประจําการ

กห.ปฏริปกองท ู พแล ั ว! ลดทหารประจ ้ ําการ เพมขรก.พลเร ิ อน ด ื ี เดยต์ นป้ ีงบ64 15 มถิ นายน พ.ศ. 2563 เวลา 09:43 น. ุ 15 ม.ิย. 63 - พล.ท.คงชพ ี ตนั ตระวาณชิ ย์โฆษกกระทรวงกลาโหม (โฆษก กห.) เปิดเผยถงึการปฏริปู กองทพว ั า่ มคี วามคบื หนา้ อยา่ งตอ่ เนอื ง โดย กห.ไดจ้ัดกลมุ่ ภารกจิงานใหส้ อดคลอ้ งกบั ยทุ ธศาสตรช์ าตดิ า้นความมนั คง และใหน้ําหนักกบั ภารกจิของภยั จาก สงครามรปู แบบใหมม่ ากขนึ โดยไดป้ รับปรงุ โครงสรา้งและอตั รากําลงัของทกุ เหลา่ ทพใ ั หม้ขี นาดทเี หมาะสม และมคี วามยดื หยนุ่ มาก ขนึ สามารถรองรับภยั คกุ คามดา้นความมนั คงในมติ ติ า่ งๆ ทมี คี วามซบั ซอ้นและเปลยี นแปลงอยา่ งรวดเร็ว โดยในปี63 พล.อ.ประยทุ ธ์จันทรโ์ อชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรวีา่ การกระทรวงกลาโหม (รมว.กห.) ไดก้ําหนดเป็นนโยบายเรง่ ดว่ นในการปฏริปู กองทพแั ละสง่ เสรมิ การบรหิ ารงานตามหลกั ธรรมาภบิ าล ใหน้ํากําลงัพลสํารองเขา้ทําหนา้ทที หารเป็นการชวั คราว และนําขา้ราชการพลเรอื นกลาโหมมาบรรจรุ ับราชการ เพอื ทดแทนการบรรจกุ ําลงัทหารประจําการ

 กห.ปฏริปกองท ู พแล ั ว! ลดทหารประจ ้ ําการ เพมขรก.พลเร ิ อน ด ื ี เดยต์ นป้ ีงบ64 15 มถิ นายน พ.ศ. 2563 เวลา 09:43 น. ุ 15 ม.ิย. 63 - พล.ท.คงชพ ี ตนั ตระวาณชิ ย์โฆษกกระทรวงกลาโหม (โฆษก กห.) เปิดเผยถงึการปฏริปู กองทพว ั า่ มคี วามคบื หนา้ อยา่ งตอ่ เนอื ง โดย กห.ไดจ้ัดกลมุ่ ภารกจิงานใหส้ อดคลอ้ งกบั ยทุ ธศาสตรช์ าตดิ า้นความมนั คง และใหน้ําหนักกบั ภารกจิของภยั จาก สงครามรปู แบบใหมม่ ากขนึ โดยไดป้ รับปรงุ โครงสรา้งและอตั รากําลงัของทกุ เหลา่ ทพใ ั หม้ขี นาดทเี หมาะสม และมคี วามยดื หยนุ่ มาก ขนึ สามารถรองรับภยั คกุ คามดา้นความมนั คงในมติ ติ า่ งๆ ทมี คี วามซบั ซอ้นและเปลยี นแปลงอยา่ งรวดเร็ว โดยในปี63 พล.อ.ประยทุ ธ์จันทรโ์ อชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรวีา่ การกระทรวงกลาโหม (รมว.กห.) ไดก้ําหนดเป็นนโยบายเรง่ ดว่ นในการปฏริปู กองทพแั ละสง่ เสรมิ การบรหิ ารงานตามหลกั ธรรมาภบิ าล ใหน้ํากําลงัพลสํารองเขา้ทําหนา้ทที หารเป็นการชวั คราว และนําขา้ราชการพลเรอื นกลาโหมมาบรรจรุ ับราชการ เพอื ทดแทนการบรรจกุ ําลงัทหารประจําการ 7 วนแตกต ั าง! ก ่ หนู้ าใส ไม ้ เป่ ็นฝ้า อนิ บ็อกซมาปร ์ กษา เค.เอ. ึ ไขมนพอกต ั บ ปล ั อยไว ่ อ้ นตรายถ ั งึ มะเร็ง! รบดี วู ธิปี้องกนั ระวงให ั ด้! ทานผ ี ดวิ ธิ วี ตาม ิ นซิ อาจส ี ง่ ผลเสยตี อส่ ขภาพ ุ 15/6/2563 กห.ปฏริปกองท ู พแล ั ว้! ลดทหารประจําการ เพมขรก ิ .พลเรอนื ดเดย ี ต์ นป้ ีงบ64 https://www.thaipost.net/main/detail/68715 2/2 กห.ไดป้ ฏริปู ระบบงานกําลงัพล โดยตงัเป้าหมายในการปรับลดอตั รากําลงัทหารประจําการลง ดว้ยเงอื นไขไมเ่ พมิ จํานวนขา้ราชการ และงบประมาณ บนพนื ฐานการบรหิ ารจัดการงานหลกั ๆ ทงัดา้นสมรรถนะ ดา้นผลงาน ตลอดจนดา้นคณุ ธรรมและความเป็นมอื อาชพี ความคบื หนา้ของการนําระบบขา้ราชการพลเรอื นกลาโหมมาใช ้เพอื ลดจํานวนอตั ราขา้ราชการทหารและแกป้ ัญหาความคบั คงั ใน แตล่ ะชนั ยศ โดยเฉพาะชนั ยศระดบั สงู ในอนาคตนัน ไดร้ับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี(ครม.) แลว้ เมอื วนั ที 9 ม.ิย.ทผี า่ นมา โดย คาดวา่ จะสามารถบรรจแุ ละแตง่ ตงัขา้ราชการพลเรอื นใหร้ับราชการใน กห. โดยมตีําแหน่งทมี ใิชอ่ ตั ราทหารและไมม่ ชี นั ยศ ไดต้ งัแต่ ตน้ ปีงบประมาณ 64 เป็นตน้ ไป เพอื ปฏบิ ตั หิ นา้ทที ตี อ้ งใชค้ วามชาํ นาญเฉพาะทางในกลมุ่ ลกั ษณะงานตา่ งๆ เชน่ ดา้นการแพทย์ดา้น กฎหมาย ดา้นการงบประมาณและการบญั ชีดา้นครอู าจารย์นักวจิัยและนักวทิ ยาศาสตร์ดา้นธรุ การและอนื ๆ สําหรับความคบื หนา้การนํากําลงัสํารอง เขา้ทําหนา้ทที หารเป็นการชวั คราวในหน่วยรบและหน่วยสนับสนุนการรบนัน ขณะนไี ดเ้รมิ ดําเนนิ การสญั ญาจา้งแลว้ตงัแต่ เม.ย.ทผี า่ นมา และจะดําเนนิ การสมคั รและสอบคดั เลอื กครบทกุ เหลา่ ทพใ ั หเ้สร็จภายในปีงบประมาณ 63 โดยจะดําเนนิ การในรปู แบบสญั ญาจา้งระยะเวลา 4-8 ปีเพอื ใหไ้ดก้ําลงัพลสํารองทมี อี ายนุ อ้ ย รา่ งกายแข็งแรงสมบรู ณ์ทดแทน การบรรจขุ า้ราชการทหารประจําการในหน่วยรบ ซงึ จะเป็นการประหยดั และลดภาระผกู พันงบประมาณดา้นบคุ ลากรในระยะยาว

 ...........................................................
15 มิ.ย. 2563

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน