*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 4083
  • จำนวนผู้ชม : 2568890
  • จำนวนผู้โหวต : 529
  • ส่ง msg :
  • โหวต 529 คน
<< มิถุนายน 2020 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอังคาร ที่ 16 มิถุนายน 2563
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 315 , 16:36:45 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน wullopp โหวตเรื่องนี้

สวัสดีครับ

         การที่นายแทนคุณ จิตต์อิสระ คณะที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ออกมาพูดถึงนายวันเฉลิมอย่างเปลืองตัวเปล่าๆ

โดยกล่าวเรียกร้องให้ รมว.ต่างประเทศ ดอนปรมัถวินัยต้องรับผิดชอบการหายตัวไปของนายวันเฉลิม แต่แค่นั้นไม่น่าจะพอ ทำไมไม่

เรียกร้องเอากับรัฐบาล 'บิ๊กตู่' ทั้งชุดให้รู้แล้วรู้รอดไปนิ.

 

 

เมื่อไม่ซื่อ 'ยิ่งแก้-ยิ่งเข้าตัว'

 
 

    ผมทึ่ง.........
    ความพยายาม "ปลัดฯ สุขุม" กับ "หมอเกรียงศักดิ์" แฮะ!
    ปี ๒๕๖๑ หมอสุขุมขึ้นเป็น "ปลัดสาธารณสุข" ปุ๊บ 
    ออกคำสั่งย้ายสลับปั๊บ 
    ให้หมอชาญชัย ลุกจากเก้าอี้ ผอ.รพ.ขอนแก่น ไปอยู่ที่ รพ.พระปกเกล้า จันทบุรี 
    แล้วดึงหมอเกรียงศักดิ์ จากจันทบุรี ไปนั่งแทนในเก้าอี้ ผอ.รพ.ที่ขอนแก่น ท่ามกลางการ "ไม่ต้อนรับ" ของบุคลากรทางการแพทย์ที่นั่น
    อยู่ได้แค่ ๒ อาทิตย์ 
    รัฐมนตรีสาธารณสุข ขณะนั้น "หมอปิยะสกล" ต้องเข้ามาสยบปัญหา "ปฐมกรรม" ของปลัดฯ ปากแดง
    ให้เอาหมอเกรียงคืนพระปกเกล้าไป แล้วเอาหมอชาญชัยกลับมาขอนแก่นตามเดิม
    แผ่นดินโรงพยาบาลขอนแก่น กลับสงบร่มเย็นแต่นั้นมา
    กาลล่วงถึง มิ.ย.๖๓ 
    ๓ เดือน ก่อนถึงเดือนกันยาวาระ "เกษียณ"
    ปลัดฯ สุขุม รวบรวมพลังอำนาจขุมสุดท้าย อาศัยเหตุแห่งบัตรสนเท่ห์ สร้างทุติยกรรม ตั้งข้อหาฉกาจ "หมอชาญชัย" ฉ้อราษฎร์บังหลวง ย้ายไปรอป้ายประหารในกระทรวง
    แล้วให้หมอเกรียง "เจ้าเก่า"
    เหาะข้ามภาค-ข้ามเขตจากจันทบุรี ไปนั่งรักษาการเก้าอี้ ผอ.รพ.ขอนแก่น เป็นคำรบ ๒!
    "ฟ้าดินไม่เป็นใจ" ยังพอจะไหว้วอน แต่การที่บุคลากรทางการแพทย์ รพ.ขอนแก่นไม่เป็นใจ ระแวงในความไม่ชอบมาพากล ในการมาของคนคนนี้ นี่ซี
    แม้ "อำนาจเหนือ" เป็นใจ ในเมื่อบุคลากรแพทย์ต่อต้าน ไม่ต้องการ
    ทั้งสังคมภายนอกเริ่มแคลงใจ........
    เมื่อรู้ไส้ว่า ใต้เสื้อกาวน์ขาวสะอาด ในวงการแพทย์สาธารณสุข มีนอก-มีใน ว่าด้วย "เงินทอน ๕%" บริษัทยา
    จากไฟไหม้ รพ.ขอนแก่นที่เดียว 
    "เงินทอน ๕%" เป็นไฟลามไปทุกโรงพยาบาล และกระทรวงสาธารณสุขเอง ใช่ว่าจะรอด!
    ระดับบริหารกระทรวง ตกใจ แทนใช้น้ำยาดับไฟ กลับสาดน้ำมันใส่ สักแต่ว่ามีอำนาจ ลนลานสั่งสอบ เงินทอน ๕% บริษัทยา กับทุกโรงพยาบาล ร่วม ๒๐๐ โรงพยาบาล
    ไม่ติดคุกโดยสุจริต ก็ต้องย้ายกันหมดทุกโรงพยาบาลแหละ แบบนี้
    ถ้าวันไหน กางกฎหมาย-กฎระเบียบ เข้าจับการทำงานของคนในระบบราชการ ไม่มีใครเหลือ  เผลอๆ ผู้กางกฎหมายเองก็ไม่รอด!
    คือ "กฎหมาย-กฎระเบียบ" มากมาย 
    สักแต่ว่ามีอำนาจออก ก็ออกกันไป โดยไม่คำนึงด้านปฏิบัติว่า ที่ออกๆ ไปนั้น ขัดแย้งหรือสอดคล้องกับโลกและสังคมเป็นจริง
    ทั้งมาก-ต่อมาก บัญญัติไว้แบบคลุมจักรวาล เป็นช่องให้ "ตีความใช้" แบบพวกใคร-พวกมัน ในทางคุณและโทษ
    กรณีนี้ รูปการณ์ ปลัดฯ แค่จะทิ้งทวน 
    เรื่องบานกลายเป็นจุดไฟเผากระทรวง-เผาโรงพยาบาล ทั้งแพทย์-พยาบาล จะพลอยถูกไฟคลอกตายโดยไม่รู้เรื่อง-รู้ราวไปด้วย
    ทำไงดีล่ะ...ตานี้!?
    เมื่อวาน (๑๕ มิ.ย.) จึงเห็น หมอเกรียงศักดิ์เรียกนักข่าวมาแล้วตั้งโต๊ะแถลงที่ รพ.ขอนแก่น
    ".......ผมพิจารณาแล้วเห็นว่า
    การ 'ขอถอนตัว' จากรักษาการในตำแหน่ง 'ผอ.โรงพยาบาลขอนแก่น' น่าเป็นทางออกที่ดีที่สุด 
    เพื่อให้การดำเนินงานของกระทรวงสาธารณสุข โรงพยาบาลขอนแก่น คลี่คลายเดินหน้าได้โดยเร็ว 
    ผมพร้อมและยินดีกลับไปปฏิบัติหน้าที่ 'ผอ.โรงพยาบาลพระปกเกล้า' จังหวัดจันทบุรี เช่นเดิม 
    หรือตามที่บังคับบัญชามอบหมาย โดยเคร่งครัด" 
    เป็นอันว่า ความพยายามครั้งที่ ๒ "ปลัดฯ สุขุม" กับ "หมอเกรียงศักดิ์" ประธานชมรมแพทย์ชนบท ไปไม่ถึงฝั่งอีกครั้ง
    ครั้งแรก มาอยู่ได้ ๒ สัปดาห์
    ครั้งที่สอง แค่ ๑๐ วัน น้อยกว่าอายุยุงถึง ๔ วัน!
    ตอนมา เห็นมุ่งมั่นขมันขมี แต่ทำไมจู่ๆ ถอดใจ ถอยหนีซะดื้อๆ ถอยเพื่อดับไฟใน รพ.ขอนแก่น หรือเพื่อตัดไฟที่ทำท่าลามไหม้ถึงตัวปลัดฯ รวมทั้งกระทรวง?
    เหล่านี้ "สุทธิ อสุทธิ ปัจจัตตัง" บริสุทธิ์ ไม่บริสุทธิ์ เป็นของเฉพาะตัว รู้ได้ตัวเอง 
    ประเด็นนี้ รัฐมนตรี, ปลัดฯ, หมอเกรียง และคนในแวดวง รู้อยู่แก่ใจ คนอื่น รวมถึงผม เดาเปะปะ ตามประสาคนท้องอืด-ท้องเฟ้อแค่นั้น
    หมอเกรียงขอถอนตัวเองกลับที่ตั้ง บอกจะไปเป็น ผอ.รพ.พระปกเกล้าตามเดิม
    ประเด็นมีว่า เจ้ากระทรวงและแม่บ้านใหญ่ คือปลัดฯ จะว่าไง ตัวเองอยากไปอยู่โรงพยาบาลไหน ก็เลือกได้ตามใจชอบงั้นหรือ?
    เท่าที่สดับตรับฟัง เรื่องการโยกย้าย รัฐมนตรีอนุทินออกตัวเสมอว่า นอกอำนาจท่าน เป็นอำนาจของปลัดฯ คือไม่รับรู้
    แต่เมื่อวาน ขณะหมอเกรียงแถลงขอถอนตัวจาก ผอ.รพ.ขอนแก่น 
    ที่กระทรวง ในห้องทำงานรัฐมนตรี มีรัฐมนตรี รัฐมนตรีช่วย ปลัดฯ กะหนุง-กะหนิง กันในอิริยาบถสบายๆ
    รัฐมนตรีอนุทินตอบคำถามนักข่าวเรื่องหมอเกรียงถอนตัวว่า
    "เรื่องนี้ต้องถามปลัดฯ อย่างไรก็ตาม ทุกคนก็บอกว่า จะพอใจ หากมีการถอนหมอเกรียงศักดิ์ จากรักษาการ ผอ.รพ.ขอนแก่น เพื่อความสบายใจของทุกฝ่าย
    ซึ่งหมอเกรียงศักดิ์ ก็ถอนตัวแล้ว ก็ขอให้ทุกอย่างกลับมาที่เดิม ซึ่งผมกังวลสุดเรื่องการบริการพี่น้องประชาชน......"
    ทางปลัดฯ สุขุม ตอบว่า........
    "ผมกับนายอนุทินได้หารือกันแล้ว ให้เป็นไปตามกระบวนการที่ถูกต้อง 
    ส่วนรักษาการคนใหม่ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมตามที่องค์กรแพทย์ รพ.ขอนแก่นได้เสนอขอให้ตั้ง 'รองผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์' เป็นรักษาการแทน
    ก็คงเป็นไปตามนั้น 
    ซึ่งก็เป็นไปตามระบบราชการในการรักษาราชการแทนชั่วคราว เมื่อไม่มี ผอ.โดยปลัดฯ ไม่จำเป็นต้องมีการออกคำสั่งแต่งตั้งรักษาการคนใหม่ 
    ส่วนของ นพ.เกรียงศักดิ์ จะต้องรอหนังสือมาถึงผมอย่างเป็นทางการก่อน คาดว่าจะมาถึงภายใน  ๑-๒ วันนี้ และผมก็จะออกคำสั่งเป็นลายลักษณ์อักษรต่อไป 
    เพื่อให้นายแพทย์เกรียงศักดิ์ ไปรายงานตัวเป็น ผอ.รพ.พระปกเกล้าเหมือนเดิม"
    เอาเป็นพอกล้อมแกล้มได้ว่า........
    ที่หมอเกรียงถอน เพราะรัฐมนตรีกับปลัดฯ ให้ถอน ถอนแล้วให้กลับไปเป็น ผอ.รพ.พระปกเกล้าที่เดิม
    ส่วนที่ รพ.ขอนแก่น ให้ "รอง ผอ.รพ.ขอนแก่น" รักษาการในตำแหน่ง ผอ.
    แล้วหมอชาญชัยล่ะ?
    ชนัก "ฉ้อราษฎร์บังหลวง" ยังปักคาหลังอยู่เฝ้ากระทรวงจนกว่าการสอบวินัย จะมีผลสรุปออกมา!
    สรุป รายการนี้ หมอเกรียง มีเจี๊ยะกับเจ๊า
    ส่วนหมอชาญชัย มีแต่เจ๊กอั้ก กับเจ๊งมาก-เจ๊งน้อย!
    แล้ว กรณี เงินทอน ๕% บริษัทยา ที่สั่งสอบข้อเท็จจริง ๑๘๖ โรงพยาบาลล่ะ จะไปทางไหนกันต่อ?
    รัฐมนตรีอนุทินตอบไพเราะ......
    "รอให้เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่ผมตั้งขึ้น ผมเน้นย้ำให้ทุกอย่างต้องเป็นธรรมโปร่งใส อธิบายประชาชนได้ ไม่ได้อยู่ภายใต้แรงกดดันของใคร ปล่อยให้เป็นเรื่องภายในกระทรวงตรวจสอบไป เพื่อไม่ให้เกิดข้อครหา" 
    แปลไทยเป็นไทย 
    ออกสู่มหาสมุทรเรียบร้อยแล้ว น่าจะใช้เวลาเป็นปีๆๆๆๆ สู่เส้นทางเลือนลืม!
    แบบนี้ เรื่องหมอๆ จบแล้วใช่มั้ย?
    ความเห็นผม แค่ "ฆ่าตัดตอน" ยังไม่จบ ประเด็น ๑๐ ปี ขาดทุนสะสมต่อเนื่อง ๒๐๐ ล้าน ใน รพ.ขอนแก่น ก่อนหมอชาญชัยเข้ามา 
    มันยังเป็นปริศนาเชิง "ฉ้อราษฎร์บังหลวง" ของแท้ คาตา-คาใจประชาชน แต่ทำไมระดับกระทรวงคล้ายเตะลูกออก
    และอย่างนี้..........
    ทำไม ทั้งรัฐมนตรีและปลัดฯ ไม่ตั้งกรรมการเข้าไปตรวจสอบ?     
    กลับตั้งข้อหา "เด็ดหัว" คนเข้าไปล้างหนี้และบริหารจนโรงพยาบาลกลับมีกำไร?
    พุทธศาสนายึดหลักกรรม "เจตนาหัง ภิกขเว กัมมัง วทามิ" เจตนานั่นแหละ เป็นกรรม
    ในทางกฎหมายก็ยึดหลักนี้ จะเห็นในกฎหมายอาญายึดหลัก "กรรมเป็นตัวบ่งชี้เจตนา" ชัดเจน
    ฉะนั้น ใครก็อย่ามองข้าม "วงเวียน ๑๕๗" อันเป็น "วงเวียนกรรม" ของข้าราชการนะ.

........................................................

'แทนคุณ' เผยรู้จัก 'วันเฉลิม' เป็นอย่างดี จวก 'รมต.ดอน' ไม่ได้เห็นความสำคัญของสิทธิมนุษยชน

 


แฟ้มภาพ

13 มิ.ย.63 - ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายแทนคุณ จิตต์อิสระ คณะที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะคณะทำงานด้านสิทธิมนุษยชน พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวงถึงกรณี นายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ นักเคลื่อนไหวทางการเมืองถูกอุ้มหายไปในประเทศกัมพูชา ว่า ส่วนตัวรู้จักกับนายวันเฉลิมดีตั้งแต่สมัยทำงานด้านเยาวชนด้วยกันมา ซึ่งในฐานะที่ตนทำงานด้านสิทธิมนุษยชน ก็รู้สึกไม่สบายใจต่อกรณีดังกล่าว และมองว่าเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างชัดเจน จึงขอเรียกร้องให้ฝ่ายที่เกี่ยวข้องติดตามและช่วย
เหลืออย่างเร่งด่วน 

 นายแทนคุณ กล่าวว่าส่วนการชี้แจงต่อกรณีดังกล่าวของ รมว.ต่างประเทศ ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมานั้น ตนมองว่าเป็นการชี้แจงของคนที่มีตำแหน่งเป็นถึงระดับรัฐมนตรี แต่ไม่ได้เห็นความสำคัญของสิทธิมนุษยชน ซึ่งเราควรให้ความสำคัญกับคนไทยทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน

"ขอให้รัฐบาลมีความจริงใจและให้ความสำคัญกับการติดตามตัวในวันเฉลิม หากรัฐบาลจะดำเนินการจริงๆ ก็สามารถทำได้ ด้วยการใช้สายสัมพันธ์ที่มีอยู่ โดยเฉพาะในส่วนของพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ที่มีความสนิทสนมกับ พล.อ.เตีย บันห์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหมกัมพูชา หากมีการยกหูพูดคุยกันแล้วขอให้ทางกัมพูชาติดตามคดีดังกล่าวก็เชื่อว่าจะสามารถทำได้ไม่ยาก" นายแทนคุณ กล่าว

ครม.เห็นชอบ'เพลงสดุดีจอมราชา-เพลงสดุดีพระแม่ไทย'เป็นเพลงสำคัญของแผ่นดิน

 

16 มิ.ย.63- น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรี​(ครม.)​ ว่า ครม.เห็นชอบให้เพลงสดุดีจอมราชา และเพลงสดุดีพระแม่ไทย เป็นเพลงสำคัญของแผ่นดิน โดยเพลงสดุดีจอมราชาเป็นเพลงเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เพื่อใช้ในการขับร้องถวายพระพรชัยมงคลในโอกาสสำคัญต่าง ๆ ซึ่งได้เปลี่ยนเนื้อ ช่วงหนึ่งจาก “ถวายพระพรจอมราชัน ธ อนันต์ปรีชาชาญ” เป็น “ ถวายพระพรองค์ราชินี คู่บารมีองค์ราชัน” สำหรับเพลงสดุดีพระแม่ไทย  เพื่อใช้ในการขับร้องถวายพระพรชัยมงคลเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า ทั้งนี้ครม.เคยมีมติให้ เพลงสำคัญของแผ่นดินมี 6 เพลงประกอบด้วย เพลงชาติ เพลงสรรเสริญพระบารมี เพลงมหาชัย เพลงมหาฤกษ์ เพลงสดุดีมหาราชาและเพลงภูมิแผ่นดิน นวมินทร์มหาราชา. 

 

16 มิถุนายน พ.ศ. 2563

หน้าหนึ่ง ไทยโพสต์

อย่าลามปามสถาบัน บิ๊กตู่ฮึ่ม!แก๊งบิดเบือน/ร.10ทรงเมตตาไม่ให้ใช้ม.112

"บิ๊กตู่" ฮึ่ม! ขอร้องคนไทยอย่าเชื่อขบวนการบิดเบือนที่สร้างความเกลียดชัง ละเมิดและก้าวล่วงสถาบันฯ ก็รู้อยู่ออกมาเคลื่อนไหวช่วงนี้เพราะใกล้วันอะไรสักอย่าง เผยทรงมีพระเมตตา พระมหากรุณาธิคุณ กำชับโดยตรง 2-3 ปีที่ผ่านมาไม่ให้ใช้ ม.112 ทำไมไม่คิดตรงนี้


ยัวะเด็กแว้นขู่เคอร์ฟิวคัมแบ็ก

"บิ๊กตู่" ควันออกหู เด็กแว้นลองของคืนแรก ขู่! ไม่เลิกเคอร์ฟิวคัมแบ็กแน่ สั่ง ตร.จับกุมพวกฝ่าฝืนมาติดคุก แจงเปิดรับต่างชาติเที่ยวไทยใช้ทราเวลบับเบิลควบคุม "โฆษก ศบค." เผยสัญญาณดีต่อเนื่อง ไทยไร้ผู้ติดเชื้อในประเทศ 3 สัปดาห์ติด "หมอยง" ยกเคสจีนระบาดซ้ำ เตือนระลอก 2 คุมยาก "โรงเรียนยะลา" พร้อมเปิดเรียนแล้ว


ข้องใจไร้เงินเลือกตั้ง กกต.มีพร้อม800ล้าน

“ประยุทธ์” กัดฟันบอกจะจัดเลือกตั้งท้องถิ่นสักอย่างภายในปีนี้แน่ อุบเงียบว่าเป็นอะไร พร้อมใจปิดปากสนิทเรื่องงบไม่มี “อนุพงษ์” หาแพะร่วมชี้ กกต.ต้องแบ่งเขตก่อน อ้างหากประกาศช่วงนี้จะทำให้ อปท.สิ้นสภาพยิ่งวุ่นไปใหญ่ “ก้าวไกล” ข้องใจมีทั้ง พ.ร.ก.เงินกู้ 3 ฉบับ พ.ร.บ.โอนงบจะไม่มีเงินได้อย่างไร


ฝ่ายค้านจ้องถล่มงบฯ64 ปปช.จับตาฟื้นฟู4แสนล.

สภานัดถกผ่านร่าง พ.ร.บ.โอนงบฯ ช่วยโควิด 17 มิ.ย. แห่แปรญัตติเพียบ "จิรายุ" ให้ "บิ๊กตู่" ชำระหนี้เองถ้าใช้สุรุ่ยสุร่าย วิปรัฐบาลจ่อชงงบ 64 วาระแรกสัปดาห์หน้า ให้ฝ่ายค้านชำแหละ 3 วัน พท.ดันร่างแก้ไข พ.ร.ก.กู้เงิน โวตรวจสอบได้ ป้องรัฐบาลแบ่งเค้กกันเอง ป.ป.ช.จับตาใช้งบ​ 4​ แสนล้าน ลั่นได้กลิ่นฉาวเมื่อไหร่ยกเป็นคดีด่วนได้ทันที 


เกรียงศักดิ์ยอมถอย กลับรพ.พระปกเกล้า รอผลสอบชุด'สมชาย'

"หมอเกรียงศักดิ์” ขอถอนตัวจากรักษาการ ผอ.รพ.ขอนแก่น แจงห่วงภาพลักษณ์ความศรัทธาต่อ รพ. ให้งานด้านสาธารณสุขคลี่คลายและเดินหน้า องค์กรแพทย์ รพ.ศูนย์ขอนแก่น ขอบคุณที่แสดงสปิริต แต่หาก นพ.สสจ.ขอนแก่นซึ่งเป็นกลุ่มแพทย์ชนบทมารักษาการจะไม่ยอม "อนุทิน" ปัดไม่เคยสั่งให้ถอนตัว


มอบโจทย์บีโอไอ ฮับอาหาร-เกษตร แข่งขันระดับโลก

"สมคิด" มอบโจทย์ "บีโอไอ" ยกระดับผู้ประกอบการสตาร์ทอัพสู่ระดับยูนิคอร์น มุ่งเป็นฮับอาหาร-เกษตร สร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจในประเทศ ดึงดูดลงทุนจากต่างชาติ  ด้าน "ดวงใจ" เผยบอร์ดจ่อปรับเงื่อนไขสิทธิประโยชน์หนุนอุตสาหกรรมการเกษตร หวังแข่งขันระดับโลกได้

 ...................................................

หน้าหนึ่ง X-CITE

พบปูไก่สัตว์หายาก กลับถิ่นอ่าวมาหยา

จนท.สุดตื่นเต้น เจอปูไก่ตัวใหญ่จนท.อุทยานฯ หาดนพรัตน์ธาราหมู่เกาะพีพีพบปูไก่จำนวน 1 ตัว สัตว์สงวนใกล้สูญพันธุ์เดินหากินบนแนวผักบุ้งทะเลชายหาดอ่าวมาหยา หลังปิดอ่าวฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม


'บิ๊กแป๊ะ'สั่งระดมกำลัง เตรียมรับมือ'อุทกภัย'

กรมอุตุฯ เตือนฝนตกหนัก 16-17 มิ.ย. ปภ.เผย 6 จังหวัดได้รับผลกระทบ จากอิทธิพลพายุโซนร้อน “นูรี” โคราชบูรณาการแก้น้ำท่วมซ้ำซาก แม้แต่จวนผู้ว่าฯ ยังจมน้ำ ผบ.ตร.สั่งตำรวจทุกพื้นที่เตรียมพร้อม


ชวนต่อลวดไฟฟ้า ไฟดูดเด็กดับ3คน

สุดสลด! เด็กชาย-หญิงอายุแค่ 11-12 ปี อาศัยช่วงพ่อแม่ไม่อยู่ ชวนกันต่อลวดไฟฟ้ากั้นคอกวัว เกิดพลาดถูกไฟฟ้าดูด เสียชีวิตอนาถทั้ง 3 คน คาดเลียนแบบผู้ใหญ่เพราะเคยลองทำมาแล้ว

..................................................................

ฝ่ายค้านจ้องถล่มงบฯ64 ปปช.จับตาฟื้นฟู4แสนล.

 


    สภานัดถกผ่านร่าง พ.ร.บ.โอนงบฯ ช่วยโควิด 17 มิ.ย. แห่แปรญัตติเพียบ "จิรายุ" ให้ "บิ๊กตู่" ชำระหนี้เองถ้าใช้สุรุ่ยสุร่าย วิปรัฐบาลจ่อชงงบ 64 วาระแรกสัปดาห์หน้า ให้ฝ่ายค้านชำแหละ 3 วัน พท.ดันร่างแก้ไข พ.ร.ก.กู้เงิน โวตรวจสอบได้ ป้องรัฐบาลแบ่งเค้กกันเอง ป.ป.ช.จับตาใช้งบ​ 4​ แสนล้าน ลั่นได้กลิ่นฉาวเมื่อไหร่ยกเป็นคดีด่วนได้ทันที 
    ที่รัฐสภา เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) เปิดเผยว่า ได้มีการประชุมกับวิปฝ่ายค้าน ได้ข้อสรุปในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วันที่ 17 มิ.ย. เริ่มตั้งแต่เวลา 09.30-21.00 น. เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) โอนงบประมาณรายจ่าย พ.ศ.... วงเงิน 8.8 หมื่นล้าน ในวาระ 2 และวาระ 3  โดยมีคณะกรรมาธิการวิสามัญสงวนความเห็นและแปรญัตติ 19 คน และมี ส.ส.แสดงความจำนงขออภิปรายจำนวน 30 คน ซึ่งหากฝ่ายค้านใช้เวลาอภิปราย 10 ชั่วโมง การพิจารณาน่าจะแล้วเสร็จในวันเดียว เนื่องจากมีการอภิปรายกันตั้งแต่มาตรา 1 ทั้งนี้ ส.ส.สนใจแปรญัตติในมาตรา 4 กันเป็นจำนวนมากถึง 30 คน แต่ไม่มีการแก้ไขในร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ รวมถึงจำนวนงบ 8.8 หมื่นล้านบาทก็ยังเหมือนเดิม  
    นายวิรัชกล่าวถึงการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2664 ว่าจะเข้าที่ประชุมสภาในสัปดาห์หน้า ซึ่งจะต้องแจ้ง ส.ส.ล่วงหน้าให้เตรียมความพร้อมไว้ 3 วัน คือระหว่างวันที่ 24-26 มิ.ย. เพื่อไม่ให้ไปนัดหมายภารกิจอื่น 
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า 5 มาตราในร่าง พ.ร.บ.โอนงบประมาณฯ  ตามที่คณะ กมธ.วิสามัญฯ ที่มีนายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเป็นประธานได้พิจารณแล้วเสร็จ ไม่มีการแก้ไขแม้แต่มาตราเดียว แต่มีสงวนคำแปรญัตติแก้ไขหรือเพิ่มถ้อยคำ อาทิ นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย ได้สงวนคำแปรญัตติ แก้ไขถ้อยคำในมาตรา 5 จาก "ให้นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้" แก้เป็น “การใช้เงินงบประมาณตามมาตรา 4 ไม่บังคับใช้ในการซื้ออาวุธ ใช้จ่ายอย่างสุรุ่ยสุร่าย อาทิ การแจกเงินโดยไม่คำนึงถึงวินัยการคลังในรูปแบบประชานิยมได้ และเงินแผ่นดินตามมาตรานี้ ให้ถือว่านายกรัฐมนตรีต้องรับผิดชอบชำระหนี้ หากใช้อย่างไม่คำนึงผลเสีย”
    ที่พรรคเพื่อไทย คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย, นายโภคิน พลกุล กรรมการยุทธศาสตร์ พรรคเพื่อไทย, นายสุทิน คลังแสง ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) พรรคเพื่อไทย ร่วมกันแถลงข่าวภายหลังการประชุมของคณะยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย
     คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า ได้มีการพิจารณาการตรวจสอบพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน 3 ฉบับ วงเงิน 1.9 ล้านล้านบาท ซึ่งเงินก้อนนี้มีความสำคัญในการฟื้นฟูเศรษฐกิจประเทศไทย แต่จากการติดตามการทำงานของรัฐบาล พบว่า ในส่วนของการเยียวยากว่า 5 แสนล้านบาท มีข้อบกพร่อง ผิดพลาด บริหารจัดการอย่างไม่มีประสิทธิภาพ จนแทบจะหมดหวังว่าเงินก้อนนี้จะช่วยเยียวยา เพิ่มกำลังซื้ออย่างไร ส่วนเงิน 4 แสนล้านบาท ก็วิตกกังวลมากกว่า การใช้เงินเหมือนเอาไปแจกจ่ายตามหน่วยงานเพื่อแบ่งเค้กกัน
พท.ชงกม.แก้ไขพรก.กู้เงิน
    ทั้งนี้ พรรคเพื่อไทยมีความปรารถนาดีที่จะเห็นเงินจำนวนมหาศาลนี้ถูกนำไปใช้อย่างมีประสิทธิภาพ มีวิสัยทัศน์ มีแนวทางที่ชัดเจนเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจได้ ดังนั้นจึงคิดว่าการมีส่วนร่วมในการตรวจสอบ มีส่วนร่วมในการเสนอแนะ เป็นสิ่งจำเป็น พล.อ.ประยุทธ์พูดเสมอว่า การใช้เงินมหาศาลนี้อย่างโปร่งใสมีประสิทธิภาพ ดังนั้นถ้ามีความจริงใจ ก็ขอให้สนับสนุนร่าง พ.ร.บ.แก้ไข พ.ร.ก.กู้เงิน 3 ฉบับ ที่พรรคเพื่อไทยจะเสนอในสัปดาห์นี้
     ด้านนายโภคินกล่าวว่า มีการยกร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.ก.ทั้ง 3 ฉบับ คือ 1.ร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.ก.ให้กระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พ.ศ.2563 (ฉบับที่...) 2.ร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.ก.ให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ประกอบการวิสาหกิจ ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พ.ศ. 2563 (ฉบับที่...) และ 3.ร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.ก.การรักษาเสถียรภาพของระบบการเงินและความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ พ.ศ.2563 (ฉบับที่...) เสร็จเรียบร้อยแล้ว
    สำหรับร่าง พ.ร.ก.กู้เงิน 1 ล้านล้านบาท เราเสนอให้ในคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ มีกรรมการผู้สังเกตการณ์ 4 คน เป็นผู้ทรงคุณวุฒิที่มาจากการเสนอของ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล 2 คนและฝ่ายค้าน 2 คน รวม 4 คน ทำหน้าที่เหมือนกรรมการทุกอย่าง เว้นแต่ไม่มีอำนาจหน้าที่ในการลงมติ และรายงานต่อสภาทุก 3 เดือน โดย ส.ส.หรือ ส.ว.จำนวนไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 สามารถเข้าชื่อร้องขอข้อมูลการกู้เงินและการใช้เงินต่อหน่วยงานที่รับผิดชอบได้ ส่วน พ.ร.ก.เอสเอ็มอี ควรจะเน้นการช่วยเหลือผู้ประกาศผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม และควรจำกัดไว้ว่าแต่ละแห่งไม่เกิน 500 ล้านบาท และทุกแห่งรวมกันต้องไม่เกิน 1,000 ล้านบาท และเปิดโอกาสให้วิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม ตามคำนิยามในกฎหมายวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมเข้าถึงเงินจำนวนนี้ได้ รวมทั้งเปิดโอกาสให้เขาขอสินเชื่อจากธนาคารได้ไม่เกิน 15 ล้านบาท ส่วนกลุ่มที่เป็นเอ็นพีแอลหรือกำลังจะเป็น อยากให้ช่วยปรับโครงสร้างหนี้
     ส่วนร่าง พ.ร.ก.ตราสารหนี้ เสนอให้มีคณะกรรมการผู้สังเกตการณ์ โดยเป็นผู้ทรงคุณวุฒิที่เสนอจาก ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านอย่างละ 2 คน ไม่มีอำนาจในการลงมติ หลักการคือหุ้นกู้ออกใหม่ที่รัฐจะเข้าไปช่วยซื้อนั้นต้องไม่เกินร้อยละ 60 และควรจะมีการรายงานให้สภาทราบทุก 3 เดือนว่าการลงทุนที่ทำไปเป็นอย่างไร รวมถึงให้โอกาส ส.ส.และ ส.ว. 1 ใน 5 เข้าชื่อขอข้อมูลรายละเอียดในการลงทุนด้วย
     นายสุทินกล่าวว่า ในวันที่ 16 มิ.ย. จะให้ ส.ส.ลงชื่อ และจะนำร่าง พ.ร.บ.ทั้ง 3 ฉบับเสนอต่อสภาได้ในสัปดาห์นี้ นอกจากนี้ยังมีกฎหมายอีก 1 ฉบับ ที่ต้องมีการแก้ไขคือ พ.ร.บ.ประกันสังคม ขณะนี้พรรคได้ยกร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้แล้ว และจะจัดสัมมนาในสัปดาห์หน้าที่พรรคเพื่อไทย นำร่างของเราเป็นตุ๊กตาและเชิญผู้ประกันตนทั่วประเทศให้มาแสดงความเห็นว่าอยากให้แก้ตรงไหนหรือปรับเพิ่มเติม เชื่อว่าไม่เกินต้นเดือน ก.ค.จะสามารถยื่นต่อสภาได้
    นอกจากนี้ในส่วนของ พ.ร.บ.โอนงบปี 2563 ที่จะเข้าที่ประชุมสภาในวันที่ 17-18 มิ.ย. ในวาระ 2-3 อยากเชิญชวนประชาชนติดตามการอภิปราย เพราะในการแก้ไขในชั้น กมธ.ก็ยังพบว่ามีปัญหา เช่น บางส่วนที่ควรตัดก็ไม่ตัด หรือบางส่วนที่ไม่ควรตัดก็ไปตัด ส่วนงบประมาณปี 2564 ปัญหาขณะนี้คือรัฐบาลยังไม่ส่งเล่มมาให้ ฝ่ายค้านเตรียมตัวไว้เต็มที่ในการอภิปราย แต่ก็เหมือนปิดตาเดิน เนื่องจากไม่มีรายละเอียด ขอฝากรัฐบาลเร่งส่งเล่ม และหวังว่าจะได้ภายในสัปดาห์นี้ ไม่อยากเห็นส่งก่อนอภิปราย 1-2 วัน เหมือนที่ทำมาตลอด
ปปช.จับตาใช้งบ4แสนล้าน
     ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สนามบินน้ำ​ มีการจัดกิจกรรมผู้บริหารสำนักงาน ป.ป.ช.พบสื่อมวลชน ในหัวข้อการตรวจสอบเงินกู้ 4 แสนล้าน-เงินสะสมท้องถิ่นในการแก้ไขปัญหาโควิด-19 โดยมีนายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการคณะกรรมการ​ ป.ป.ช., นายพิเชฐ พุ่มพันธ์ รองเลขาธิการ ป.ป.ช.ด้านการตรวจสอบบัญชีทรัพย์สิน, นายนิวัติไชย เกษมมงคล รองเลขาธิการ ป.ป.ช.ด้านการปราบปรามการทุจริต และนายอุทิศ บัวศรี รองเลขาธิการ ป.ป.ช.ด้านการป้องกันการทุจริต เข้าร่วม
    นายวรวิทย์กล่าวว่า วันนี้แผนงานโครงการที่เกี่ยวข้องกับเงินกู้ยังไม่เกิดขึ้น มีแต่วงเงินที่ได้รับการอนุมัติไปแล้ว จึงยังไม่มีการทุจริตเกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะยังไม่เข้าสู่กระบวนการตรวจสอบทุจริต แต่สำนักงาน ป.ป.ช.ได้ตั้งคณะทำงานเพื่อศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับ พ.ร.ก.กู้เงิน เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในการตรวจสอบทันทีที่โครงการต่างๆ ได้รับการอนุมัติ โดยเฉพาะการใช้เงินกู้ 4 แสนล้านบาท เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม​ หากมีการร้องเรียนหรือเป็นคดี ป.ป.ช.จะยกเป็นคดีเร่งด่วนที่ต้องตรวจสอบทันที เพราะเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเงินจำนวนมาก ต้องตรวจสอบและเห็นผลของคดีทันที ขณะเดียวกันที่ผ่านมาหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับการตรวจสอบทุจริต ได้หารือกันว่าจะมีการตั้งเว็บไซต์เฉพาะกิจขึ้นมา เพื่อตรวจสอบการใช้เงินกู้เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม กรอบวงเงิน 4 แสนล้านบาท
     “การใช้จ่ายเงินกู้ก้อนนี้ ป.ป.ช.จะถือเป็นเคสพิเศษที่ต้องมีการตรวจสอบและจัดการให้คดีเห็นผลทันที เพราะถือว่าเป็นแผนงานที่มีเงินเข้ามาเกี่ยวข้องจำนวนมาก ขณะเดียวกันหากประชาชนพบความผิดปกติเกี่ยวกับโครงการต่างๆ ขอให้รีบส่งข้อมูลให้ ป.ป.ช.ดำเนินการตรวจสอบทันที” นายวรวิทย์ระบุ
    เลขาธิการ ป.ป.ช.กล่าวถึงการตรวจสอบเงินสะสมท้องถิ่นที่ถูกใช้ไปในการแก้ไขปัญหาโควิดว่า ปัจจุบันมีเรื่องร้องเรียนที่ ป.ป.ช.รับไว้ตรวจสอบแล้วทั้งหมด 23 เรื่อง แบ่งเป็นภาคเหนือ 3 เรื่อง,  ภาคกลาง 10 เรื่อง, อีสาน 7 เรื่อง และภาคใต้ 3 เรื่อง ในส่วนนี้ตั้งอนุกรรมการไต่สวนแล้ว 1 เรื่อง คือเรื่องจัดซื้อแคร์เซตที่ จ.ลำพูน ส่วนที่เหลือเข้าสู่กระบวนการสอบในขั้นต้นทั้งหมดแล้ว อย่างไรก็ตาม​ ทั้ง 23 เรื่องที่ร้องเรียนมีหลากหลายประเภท ทั้งเรื่องซื้อของแพงเกินกว่าความเป็นจริง เรื่องติดตั้งอุโมงค์ฆ่าเชื้อ รวมถึงการซื้อยา เวชภัณฑ์ เจลล้างมือ แอลกอฮอล์ จัดซื้อหน้ากากอนามัย ถุงยังชีพ ตลอดจนเรื่องเรียกรับเงิน ในส่วนนี้มีทั้งเรื่องเล็กและเรื่องใหญ่ โดยเฉพาะเรื่องใหญ่ ที่ใหญ่ทั้งขนาดโครงการและตัวคนที่เข้าไปเกี่ยวข้อง
    นายพิเชฐกล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างจัดทำข้อเสนอเพื่อให้มีการปรับเปลี่ยนหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการเปิดเผยบัญชีทรัพย์สิน เนื่องจากเจ้าของบัญชีทรัพย์สินไม่ต้องการให้เปิดเผยข้อมูลทั้งหมด ขณะที่สื่อมวลชนและสังคมต้องการรู้รายละเอียดทั้งหมดเพื่อนำไปสู่การตรวจสอบทุจริต.

 .....................................................

ชาติอียูทยอยเปิดพรมแดนหลังผ่อนคลายล็อกดาวน์

 

ชาติสมาชิกอียูเริ่มผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา และยกเลิกการห้ามเดินทางเข้าประเทศเพื่อต้องการฟื้นฟูอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของประเทศ

    อียูแนะนำให้ชาติสมาชิกเปิดพรมแดนเต็มรูปแบบให้แต่ละชาติในอียูเดินทางเข้าประเทศได้ตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน แม้บางชาติทำล่วงหน้าไปแล้ว เช่นอิตาลีเปิดพรมแดนและยกเลิกข้อห้ามผู้เดินทางภายในยุโรปเข้าประเทศมาตั้งแต่วันที่ 3 มิถุนายน

    ส่วนบัลแกเรีย, โครเอเชีย, ฮังการี, ลัตเวีย, ลิทัวเนีย, เอสโตเนีย, สโลวาเกีย และสโลวีเนีย เริ่มยกเลิกห้ามชาวต่างชาติเข้าประเทศ แต่มีข้อยกเว้นสำหรับบางชาติที่ยังเห็นว่ายังไม่ปลอดภัย เช่นจากสวีเดนและสหราชอาณาจักร

    โปแลนด์เปิดพรมแดนให้ชาติสมาชิกอียูและสหราชอาณาจักรเข้าประเทศได้ตั้งแต่วันที่ 13 มิถุนายน เบลเยียม, ฝรั่งเศส และกรีซ ยกเลิกข้อห้ามเดินทางเข้าประเทศสำหรับชาติในยุโรปตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน  โดยกรีซอนุญาตให้ชาตินอกยุโรปเดินทางเข้าประเทศได้ด้วย ได้แก่ ออสเตรเลีย, นิวซีแลนด์, ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้, จีน, อิสราเอล และเลบานอน ขณะที่สวีเดน ตั้งแต่มีการระบาดของไวรัสโคโรนาไม่มีการปิดพรมแดนสำหรับชาติอียู 

...........................................................................

 

 

 

 

 ....................................................................
 
16 มิ.ย. 2563
 




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน