*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 4083
  • จำนวนผู้ชม : 2568903
  • จำนวนผู้โหวต : 529
  • ส่ง msg :
  • โหวต 529 คน
<< มิถุนายน 2020 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพฤหัสบดี ที่ 18 มิถุนายน 2563
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 306 , 16:07:03 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน wullopp โหวตเรื่องนี้

สวัสดีครับ

         นายกฯคนอื่นๆคงไม่เหน็ดเหนื่อยกับการทำงานมากเหมือน 'ลุงตู่'นะครับ เพราะต่อไปนี้เรื่องที่ใหญ่โตทุกมิติ คือ การเปลี่ยนแปลง

การทำงานให้เป็นแบบ 'New Normal' ตามไฟท์บังคับ ก็จะสาหัสยิ่งนักทีเดียว แต่'ลุงตู่'ก็จำเป็นต้องรับงานนี้เต็มๆ

 

 

 

เข้าสู่ยุค 'ประเทศลอกคราบ'

 

    นายกฯ ออกโทรทัศน์วานเย็น (๑๗ มิ.ย.๖๓) เห็นแล้ว อดออกปากชมไม่ได้ว่า
    มาดอย่างนี้แหละ ที่เขาเรียก "สุภาพบุรุษ" หนุ่มใหญ่
    สมาร์ต เท่ ทรงภูมิ สุขุม นุ่มลึก 
    สาวน้อย-สาวใหญ่ เห็นแล้วกรี๊ด บอก สเปกในฝันเลย!
    แต่อย่าไปยุ่งกะท่าน
    เพราะคนละแบบกับ "หนุ่มใหญ่ สปอร์ต กทม." เครื่องติดช้าแล้ว ยังชักปืนช้าด้วย
    ฟังเนื้อหาที่ท่านออกโทรทัศน์ เห็นเจตนาชัดว่า ต้องการพบปะสื่อสารกับพี่น้องประชาชนโดยตรง 
    นอกจากเน้นย้ำความสำเร็จเรื่องโควิด ว่ามาจากความร่วมมือ-ร่วมใจของพี่น้องประชาชน ในความเป็น "ทีมประเทศไทย" แล้ว
    ท่านย้ำ ประชาชนต้องมีส่วนร่วมในการบริหารประเทศไปกับท่าน 
    ย้ำในย้ำ..........
    ประเทศต้องเปลี่ยนแปลง เพื่อก้าวไปข้างหน้า พี่น้องประชาชนกับตัวท่าน ต้องร่วมมือไปด้วยกัน
    สรุปแล้ว หัวใจการทำงานของนายกฯ อยู่ที่ประชาชน
    ส่วนใจประชาชน จะอยู่ที่นายกฯ ด้วยหรือไม่ ขนาดไหน?
    "การเมือง" ใน "กาลเวลา" จะเป็นตัวพิสูจน์
    ว่า "ใจสองใจ" นี้ บนเส้นทางขับเคี่ยวอนาคตชาติ ในทาง แยกหลากหลาย "จุดรวมใจ" สู่ทางร่วม เป็นถนนใหญ่
    เมื่อไหร่ ตรงไหน.......
    ใครล่ะ จะรู้ได้?!
    รู้แต่ว่า วางใจจากโควิดได้ตอนไหน ตอนนั้น เราจะเห็นนายกฯ ออกตระเวนพื้นที่ ไปตามงาน ไปเยี่ยมทุกข์-สุข ชาวบ้าน มากกว่าอยู่ทำเนียบ
    แสดงว่า รัฐบาลจะอยู่ยาวน่ะซี?
    ใจนายกฯ คงอย่างนั้น เพราะงานเริ่มไว้ทั้งใหม่-ทั้งเก่าที่ต้องขับเคลื่อนให้เดินหน้า ยังมีอีกมาก ถ้ารัฐบาลสะดุดไป ก็เป็นเรื่องน่าเสียดายโอกาส
    พูดอย่างนี้ คล้ายว่า รัฐบาลจะไม่ครบเทอมน่ะซี?
    เรื่องครบ มันไม่ครบอยู่แล้ว แต่ประเด็นมีว่า ในขณะที่รัฐบาลยังไม่ต้องการปรับ ครม.
    แต่พรรครัฐบาลและพรรคร่วม ต่าง "ปรับพรรค" ตั้งท่า "เปลี่ยนตัว" รัฐมนตรีกันหมดแล้ว 
    แบบนี้ นายกฯ รับเชิญ จะบริหารปัญหาตรงนี้อย่างไร ในเมื่อเคยส่งสัญญาณ "ยังไม่ปรับ" ถึงทุกพรรคร่วมก่อนหน้าแล้ว
    เมื่อ "มือมาก" คือประชาธิปไตย "บีบ" อย่างนั้น
    นายกฯ ไม่อยากปรับ ก็ต้องปรับ
    อย่างพลังประชารัฐ เห็นว่าลงตัวกันแล้วที่ พลเอกประวิตร หัวหน้าพรรค นายอนุชา นาคาศัย  เลขาฯ พรรค นายสันติ พร้อมพัฒน์ ผอ.พรรค 
     รองหัวหน้าพรรค ๔ คน 
    -นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม 
    -นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม 
    -นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ 
    -ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ 
    ส่วน นายอุตตม นายสนธิรัตน์ นายสุวิทย์ และนายกอบศักดิ์ ซึ่งอยู่ในทีมบริหารพรรคชุดเดิม
    ไม่มีตำแหน่งใดๆ ในพรรค พูดง่ายๆ ถูก "ทีมพลเอกประวิตร" ปฏิวัติ "ยึดเก้าอี้-ยึดอำนาจ" ไปทั้งหมด
    แล้วเก้าอี้รัฐมนตรีคลังของนายอุตตม รัฐมนตรีพลังงานของนายสนธิรัตน์ รัฐมนตรีการอุดมศึกษาฯ ของนายสุวิทย์ล่ะ? นายกฯ คงไม่มีทางเลือก.......
    จะให้พ้นหมด หรือพ้นบางเก้าอี้ นั่นต้องดูปลายกรกฎา-ต้นสิงหา หลัง พ.ร.บ.งบประมาณประจำปี  ๖๔ ผ่านสภาวาระแรกไปแล้ว
    แต่ที่แน่ๆ ดูแล้ว เก้าอี้ "คลัง-พลังงาน" กลุ่มเพื่อไทยในชุดลายพรางสามมิตร ที่เข้าควบคุมอำนาจความเป็นพรรคแกนรัฐบาลไว้ได้ครั้งนี้
    ไม่ปล่อยให้เหลือรอดแน่!
    ดูทีมบริหาร พปชร.ระดับหัวแถว พลเอกประวิตร-สุริยะ-สมศักดิ์-อนุชา-สันติ
    ไม่ผิดหรอก ถ้าจะว่า "ทีมทักษิณ" ชุบตัวเข้าเทกโอเวอร์ มีอำนาจเหนือรัฐบาลอีกครั้ง!
    แล้วรองนายกฯ สมคิดล่ะ ยังอยู่หรือต้องไป?
    เมื่ออุตตม-สนธิรัตน์-สุวิทย์-กอบศักดิ์ไป ทีมเพื่อไทยลายพรางคงต้องแซะให้ไปด้วย ถึงไม่แซะ เมื่อกลุ่มอุตตมไป สมคิดก็คงไม่อยู่
    ไปในที่นี้ หมายความว่า สมคิด-อุตตม-สนธิรัตน์-สุวิทย์-กอบศักดิ์ เมื่อไม่มีตำแหน่ง ก็จะออกไปจากพรรคเลยอย่างนั้นหรือ?
    อันนี้ไม่รู้ แต่ถ้าเป็นนักเลงการเมือง ไม่ควรลาออกจากพรรค และถ้าผมเป็นนายกฯ จะให้ทั้ง ๔-๕  คนนั้นอยู่ เว้นแต่คนไหน "หน่าย-เบื่อ" ต้องการกรวดน้ำ-คว่ำขันทางการเมืองไปเลย นั่นอีกเรื่อง
    ทำไมพลังประชารัฐจึงเป็นเช่นนี้?
    กว้างๆ คือ ไม่แปลก การค้า มีกำไร-ขาดทุน, การเมืองระบบเลือกตั้ง ก็มีกำไร-ขาดทุน เพราะทั้งการค้า-การเมืองต้อง "ลงทุน" เหมือนๆ กัน
    มันเป็นเกมอย่างหนึ่ง เมื่อรักจะอยู่ เต็มใจ-ฝืนใจ ก็ต้องเป็นไปตามกติกาเกม
    พลเอกประวิตรกระสันเป็นหัวหน้าพรรคหรือ?
    ผมตอบแทนได้เลย......
    ไม่!
    แต่เมื่ออยู่ในเกม ทีมมันรวนพร้อมแตกได้ ก็จำต้องเข้าไปรับเป็น "ตัวกลาง"
    ต้องเข้าใจอย่างหนึ่ง ระบบรัฐสภา ผิด-ถูก, ชั่ว-ดี, ใช่-ไม่ใช่, เอา-ไม่เอา
    "มือมาก" คือคำตอบ ไม่ใช่ศีลธรรม คุณธรรม มโนธรรม กฎบัตร-กฎหมาย อะไรทั้งสิ้น!
    เพื่อให้รัฐบาลอยู่ ให้พลเอกประยุทธ์ ทำหน้าที่นายกฯ อยู่ จนกว่าบรรลุเป้าหมาย ชาติ-ศาสน์-กษัตริย์-ประชาชน ศานติ ปลอดภัย
    พี่ใหญ่จึงต้อง "เป็นหนังหน้าไฟ" เป็นหัวหน้าพรรคขัดตาทัพ ท่ามกลางเสียงครหา ไม่เห็นด้วย
    "ขัดตาทัพ" หมายความว่าไง?
    หมายความว่า เปลี่ยนแปลง โดยปรับ ครม. กรกฎา-สิงหานี้แล้ว ครั้งหนึ่ง
    ธันวา ๖๓ - มกรา ๖๔ ความน่าจะเป็นมีว่า การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองจะเกิดอีกครั้ง!
    ครั้งแรก ปรับ ครม.
    ครั้งที่สอง ยุบสภา "เลือกตั้งใหม่" ในเมื่อรัฐบาลนี้บริหารมาครบครึ่งเทอม คือ ๒ ปี
    "พลเอกประวิตร-พลเอกอนุพงษ์" พี่ใหญ่-พี่รอง ประสบการณ์เลือกตั้งมีแล้วจากครั้งแรก ๒ ปีในการนำประสบการณ์มาจัดทัพ-วางแผน อุดช่องว่าง-รูโหว่ เสริมจุดแข็ง     
    เมื่อยุบสภา น้องเล็กก็พีก เลือกตั้งรอบใหม่ ถ้ายังไม่กำชัยชนะ เป็นพรรคอันดับ ๑ เสนาธิการควรพิจารณาตัวเอง!
    ส่งน้องเล็กขึ้นฝั่งอีกรอบแล้ว
    ก็ถึงกาล เหมาะสม-ลงตัว ในที่ประชุมใหญ่พรรค จะเลือกคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ 
    ใครจะมาเข็นให้พลเอกประวิตรเป็นต่อ ท่านก็จะบอกว่า...ไม่รู้ ผมสุขภาพไม่ค่อยดี!
    ถึงตอนนั้น ใครจะเป็นประมุขพลังประชารัฐคนที่ ๓?
    ผมบอกให้ก็ได้........
    คำตอบอยู่ที่ ผลเลือกตั้งใน กทม.!
    ส.ส.กทม.ทั้งหมด ๓๐ คน เลือกตั้ง ๒๔ มีนา ๖๒ พลังประชารัฐได้ ๑๒ ส.ส. คะแนนรวม กทม.  ๗๙๑,๘๙๓ คะแนน
    นั่นคือ ๑๒ ส.ส.เป็นเกณฑ์
    ใครเป็นแม่ทัพเลือกตั้ง กทม.ของพรรค ถ้ามีบารมีจูงใจให้คน กทม.ออกมาเลือกผู้สมัครพลังประชารัฐได้มากกว่า ๑๒ คนขึ้นไป
    มีโอกาสได้รับเลือกเป็นหัวหน้าพรรค พปชร.ต่อจากพลเอกประวิตรสูงมาก
    ถ้าต่ำกว่า ๑๒ หรือแค่ ๑๒ ตรงนี้ หืด!
    ทั้งหมดนี้ อย่าเข้าใจว่ารู้นอก-รู้ใน ทั้งหลายทั้งปวง ผมคาดการณ์คือ "เดาเอา" ๑๐๐%    
    และเดาจากสมการในพรรค คือถ้าไปเช่นนี้เรื่อยๆ ไม่ได้เผื่อมีเหตุฉุกเฉิน-พลิกผันเป็นตัวแปร
    แล้วมันจะมีโอกาสมั้ย?
    โอกาสแบบนั้นมี และ "อยากให้มี" เพราะผมดูแล้ว ไม่มีการลอกคราบประเทศใด ที่จะไม่พบ "ปัญหา-อุปสรรค" ในการเปลี่ยนแปลง
    ครั้งนี้ เปลี่ยนดี ไม่ใช่เปลี่ยนร้าย คือ เปลี่ยนแปลงแล้ว บ้านเมืองจะดียิ่งขึ้น!
    สรุปก็คือ........
    ตั้งแต่ตอนนี้ ถึงปี ๖๔ ประเทศเข้าสู่ช่วงลอกคราบ ไม่เพียงประเทศ เราทุกคน ควรปรับเปลี่ยนตัวเองให้สอดคล้องกับวิวัฒน์สังคมโลกด้วย
    ฉะนั้น อย่าแปลก ที่เห็นพรรค ไม่ว่าค้าน-รัฐบาล มีการเปลี่ยนแปลงแทบทุกพรรคช่วงนี้
    เปลี่ยนตัวเอง ก่อนถูกโลกเปลี่ยน ประมาณนั้น!

'ชวน' เห็นใจสมาชิกเข้าประชุมไม่ทัน หลัง ส.ส.ภูมิใจไทยเสนอให้ลงชื่อระบุเวลาเพื่อดัดนิสัย

 

18 มิ.ย.63 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่รัฐสภามีการนัดหมายประชุมเวลา 09.30 น. แต่เมื่อใกล้ถึงเวลาปรากฎว่ามี ส.ส.เดินทางมาจำนวนน้อย ระหว่างที่รอสมาชิกเดินทางมาถึง นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฏร ซึ่งทำหน้าที่ประธานที่ประชุม ได้ให้สมาชิกหารือ ซึ่งส.ส.จากพรรคภูมิใจไทย ได้ลุกขึ้นเสนอว่า ในการลงเวลามาประชุมของสมาชิก หากสมาชิกท่าน ใดมาหลังเวลา 09.30 น. ควรให้ประกาศชื่อพร้อมระบุเวลาที่มาถึงด้วย เพราะต้องเป็นตัวอย่างให้กับประชาชนด้วย เพราะการตรงต่อเวลาเป็นสิ่งสำคัญมาก

ขณะที่นายชวน กล่าวว่า ตนเห็นด้วยว่าเวลาเป็นของมีค่า แต่ก็เห็นใจเพราะ ความไม่สะดวกในเรื่องที่จอดรถ และการจราจรก็ยังเป็นปัญหาอยู่  ซึ่งตนได้ศึกษาเรื่องนี้อย่างละเอียดเพราะอยากทำให้สภาเป็นสภาที่มีคุณภาพ แต่ก็ไม่ตำหนิใครเพราะเห็นใจ  ยังมีปัญหาหลายเรื่องอยู่ขณะนี้ ต้องใช้เวลาปรับ แม้แต่สภาก็ยังสร้างไม่เสร็จ ซึ่งอาจจะต้องขอให้สมาชิกมาให้เร็วขึ้น แต่ในช่วงนี้ ยังให้โอกาสเพราะรู้ว่าหลายคนบ่นเรื่องสถานที่จอดรถ และความไม่สะดวก เส้นทางการไปมาติดขัดสับสน ตนได้เรียนนายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาผู้แทนราษฏรไปแล้วว่าช่วงแรกสามารถปรับอะไรได้ก็รีบปรับ  

ส่วนความไม่พร้อมในเรื่องสถานที่ก็ยังมีอยู่ เพราะการก่อสร้างยังไม่เสร็จห้องที่ตนทำงานก็ชั่วคราวเมื่อเสร็จแล้วต้องย้ายต่อไปอีก ก็ไม่ตำหนิใครเพราะทุกคนก็มีความพยายาม โดยผู้ก่อสร้างเอง และสภาก็พยายามร่วมมือกันพูดคุยกันอย่างดี แม้กระทั่ง การต่อสัญญาก็กำชับว่า ถ้าขืนต่อสัญญาอีกเลขาธิการสภาจะลำบาก เพราะเป็นเรื่องของฝ่ายประจำไม่ได้เกี่ยวกับประธานสภา ตนเป็นฝ่ายการเมืองมีหน้าที่ดูแลเท่านั้น ไม่เกี่ยวข้องกับข้อตกลงสัญญาใดๆ ซึ่งก็ได้รับความร่วมมือด้วยดี มีการติดตามและเพิ่มคนงานขึ้นมา ตนก็ไปดูเกือบทุกสัปดาห์แม้กระทั่งต้นไม้ ก็มีการซักถามว่าเอาต้นไม้ที่แก่แล้วมาปลูก หากตายแล้วจะทำอย่างไร และได้ศึกษาผู้เชี่ยวชาญวนศาสตร์ เช่นเอาไม้ที่ยังอ่อนมาปลุกเสริมได้หรือไม่ ถ้าต้นไม้ใหญ่เป็นอะไรไปต้นเล็กจะได้โตขึ้นมาแทน

“ตอนนี้หลายคนคอมเม้นท์ว่าอยากให้ทำอย่างนั้นอย่างนี้ ผมเรียนว่าเรายังไปแตะต้องอะไรไม่ได้เพราะจะมีปัญหาตามมา เพราะเป็นเรื่องกรณีคู่สัญญากัน แต่เมื่อเสร็จแล้วค่อยมาทบทวนกันว่ามีอะไรที่บกพร่องเพื่อสภานี้จะได้เป็นหลักต่อไป เราจะทำให้สภาสีเขียว หรือGreen Parliament ทำให้สภาพแวดล้อมดี ที่นี่จะทำเป็นแหล่งท่องเที่ยวรายใหญ่ของประเทศ ผมได้เรียนเลขาธิการวุฒิและเลขาธิการสภา ให้หารือดูว่าควรจะวางระบบการใช้สภาอย่างไร เพื่อไม่ให้มีปัญหา เช่นนักท่องเที่ยวเข้ามา วันก่อนมีแขกต่างประเทศมาก็บอกว่าบ้านเขามีหน่วยงานเกี่ยวกับการการท่องเที่ยวดูแลเป็นพิเศษ เราก็ควรจะมีแบบนั้น”นายชวนกล่าว

ด้านนายธาดา ไทยเศรษฐ์  ส.ส.อุทัยธานี  พรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า ตนเห็นด้วยกรณีที่ควรจะมีแผนกเฉพาะมาดูแล เพราะตนก็รู้สึกอึดอัด เพราะสถานที่ยังก่อสร้างไม่เสร็จ แต่ก็พยายามทำใจว่าถูกใจบ้างไม่ถูกใจบ้าง อย่างไรก็เป็นบ้านของเราก็ต้องช่วยกัน การจะทำให้เป็นสภาสีเขียวก็เป็นเรื่องดี และตนเห็นด้วยว่าต่อไปควรจะเป็นจุดท่องเที่ยวของกทม. และของประเทศ  เพราะถือว่าใช้งบก่อสร้างมากมายจะได้สร้างประโยชน์ในหลายๆด้าน อย่างน้อยคนที่มาดูงาน หรือมาท่องเที่ยวสถานที่นี้ ก็ควรจะมีแผนกท่องเที่ยวสภา และแผนกต้อนรับที่ชัดเจนก็จะเกิดความเป็นระเบียบเรียบร้อยและดูงดงาม

'บิ๊กตู่' บอก​กำลังคิดแนวทางให้ปชช.มีส่วนร่วมทำงานแบบ 'นิว นอร์มอล' ปัดตอบปรับ ครม.

 

18 มิ.ย.63 - ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล ภายหลังเป็นประธานการประชุม คณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี​ และรมว.กลาโหม กล่าวถึงวิธีการทำงานแบบนิว นอร์มอล (New Normal) ที่จะเปิดให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศ เพียงสั้นๆ โดนเอามือป้องปาก พร้อมกล่าวว่า “กำลังคิดอยู่”

ทั้งนี้ เมื่อผู้สื่อข่าวพยามถามถึงการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่ามีความคืบหน้าอย่างไร พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ได้ตอบคำถาม ก่อนที่จะเดินขึ้นไปยังห้องทำงานบนตึกไทยคู่ฟ้าทันที

'ประธานสภาฯ' วางกรอบพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบปี 64 วันที่ 1-2 ก.ค.นี้ หากเวลาไม่พอให้ขยายได้

 

18 มิ.ย.63 - ที่รัฐสภา นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกำหนดการประชุมเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2564 เพื่อรับหลักการวาระที่ 1 ว่า เดิมรัฐบาลมีความประสงค์จะพิจารณาวันที่ 24-25 มิถุนายน แต่สมาชิกจะมีเวลาศึกษาเอกสารเพียง 7 วันเท่านั้น แต่ด้วยเอกสารจำนวนมาก จึงให้แนวทางปฏิบัติไปว่า ควรมีเวลาศึกษาไม่น้อยกว่า 10 วัน จึงให้เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรหารือกับเลขาธิการคณะรัฐมนตรี และเลขาธิการนายกรัฐมนตรี

โดยเมื่อวานนี้ได้รับการแจ้งจากรัฐบาลว่าขอเป็นวันที่ 1-2 กรกฎาคม แต่หากเวลาไม่พอก็สามารถขยายออกไปได้ตามความจำเป็น โดยนายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1 จะหารือกับผู้ควบคุมเสียงทั้งสองฝ่ายในสภาผู้แทนราษฎร หากกำหนดจำนวนชั่วโมงการอภิปรายให้ทั้งสองฝ่ายบริหารกันเอง ก็จะสะดวกกับการทำหน้าที่ของประธานที่ประชุม แต่ก็มีจุดอ่อนกรณีสมาชิกบางคนพูดนอกประเด็นไปเยอะ ทำให้ฝ่ายค้านแจ้งขอให้ประธานในที่ประชุมช่วยเตือน รวมถึงปัญหาการอ่านเอกสาร ซึ่งบางคนก็เปลี่ยนวิธีการไปอ่านผ่าน iPad ซึ่งเมื่อวานนี้ได้เตือนไปแล้ว และขอให้การอภิปรายเป็นไปตามข้อบังคับ

นายชวน กล่าวว่า ขณะที่นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย เสนอว่าการกำหนดเวลาอาจจะยืดยาวเกินไปและเสนอให้มีการอภิปรายในวันที่ 24-25 มิถุนายน จึงมอบหมายให้นพ.สุกิจ อัถโถปกรณ์ ที่ปรึกษาประธานสภาผู้แทนราษฎร ประสานงานทั้งสองฝ่ายอีกครั้ง จากเดิมที่มีเจตนาดีจะขยายเวลาให้ แต่หากจะใช้กรอบเวลาเดิม ฝ่ายรัฐบาลก็อยากได้อยู่แล้ว แต่ในที่สุดก็ได้ข้อตกลงให้ประชุมกันวันที่ 1 กรกฎาคม

นายชวน กล่าวต่อว่า สำหรับการกำหนดสัดส่วนกรรมาธิการใหม่ หลังจากจํานวน ส.ส.แต่ละพรรคการเมืองเปลี่ยนแปลงไป วันนี้มีวาระเพื่อทราบขอเปลี่ยนแปลงตัวบุคคลในคณะกรรมาธิการใหม่เกือบ 10 คณะ แต่ยังคงยึดไปตามสัดส่วนเดิม

 

18 มิถุนายน พ.ศ. 2563

หน้าหนึ่ง ไทยโพสต์

เปลี่ยนโฉมประเทศ 'บิ๊กตู่'ชวนคนไทยร่วมกำหนดนโยบายนิวนอร์มอลรัฐบาล

"บิ๊กตู่" ประกาศเปลี่ยนโฉมประเทศไทยหลังโควิด ดึง ปชช.ร่วมวางอนาคต ปท.ใหม่ กำหนดนโยบายการทำงานของรัฐบาล พร้อมประเมินผลงานภาครัฐ สั่งทุกกระทรวงเสนอวิธีทำงานแบบ  New Normal ให้ ครม.พิจารณา เฮ! ไร้ติดเชื้อในไทย 23 วันติด "อนุทิน" ชง ศบค.เคาะ Travel Bubble  26 มิ.ย.นี้


รปช.ชูเอนก/อนุชาเลขาฯพปชร.

"หม่อมเต่า" ทิ้งบอมบ์ "ลุงกำนัน" แจงลาออกจาก รปช.เพราะเดินคนละทางกับคนคอนโทรลพรรคจึงไม่อยากทำให้ทะเลาะกัน โต้ปมสอบตก ลั่นทำงาน 1 ปีมีผลงานน่าพอใจ แจ้งนายกฯ ทันทีปรับ ครม.ตามสบายไม่ต้องห่วง แกนนำ รปช.ปัดขัดแย้งกัน ยันไม่มีเรื่องประเมินผลงาน พร้อมชู "เอนก" นั่ง รมต.แทนหากปรับ ครม.


สภาผ่านกม.โอนงบ8.8หมื่นล.

ส.ส.ฝ่ายค้านรุมถล่มร่าง พ.ร.บ.โอนงบ 8.8 หมื่นล้านบาทส่งท้าย “กลาโหม” ไม่รอดถูกตำหนิทั้งเรื่องตัดงบน้อยเกินไปและรีบเร่งเก็บเอกสาร สุดท้ายที่ประชุมลงมติเห็นชอบ 250 เสียง ต่อ 6


'วิษณุ'ชี้แก้ปัญหาถังแตก เลือกตั้งท้องถิ่นหลัง1ต.ค.

"วิษณุ" เผยหากไม่อยากมีปัญหาเรื่องงบประมาณ ให้จัดเลือกตั้งท้องถิ่นหลัง 1 ต.ค. ด้าน  "อนุพงษ์" แจง กมธ.การพัฒนาการเมืองฯ สภา ยันเลือกตั้งท้องถิ่นได้ในปีนี้ ทุกหน่วยงานในมหาดไทยพร้อมจัด รอ กกต.ประสานมา


'บีโอไอ'เคาะ5โปรเจ็กต์ 4.1หมื่นล้านกระตุ้นศก.

"บิ๊กตู่" นั่งหัวโต๊ะบอร์ดบีโอไอไฟเขียว 5 โครงการลงทุน 4.1 หมื่นล้านบาท "รถยนต์ไฟฟ้า-โรงไฟฟ้า-พลาสติก" เพิ่มสิทธิประโยชน์อุตสาหกรรมบีซีจีต่อยอดภาคเกษตร ดันเศรษฐกิจฐานราก 


ผู้ปกครองเฮ'จุรินทร์'จัดให้ ลดราคาสินค้าช่วยเด็กนร.

"จุรินทร์" จับมือเอกชนผู้ผลิตสินค้าและห้างค้าปลีก เปิดโครงการพาณิชย์ลดราคา! ช่วยประชาชน Lot 5 Back to School บุกทุกโรงเรียน ลดราคาสินค้าให้ผู้ปกครองกว่า 1,000 ล้านบาท 

 ....................................................

 

'วรวัจน์' เปิดข้อมูล '3 กระทรวง' ร่วมทุบทำลายอาคารโบราณทรงคุณค่าเมืองแพร่

 

18 มิ.ย.63 - นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล คณะกรรมการยุทธศาสตร์ พรรคเพื่อไทย ในฐานะอดีตผู้สมัคร ส.ส.แพร่ พรรคไทยรักษาชาติ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวกล่าวถึงกรณีการทุบอาคารบอมเบย์ เบอร์มา จังหวัดแพร่ ว่า “ในที่สุด หลักฐานก็ปรากฏ” บรรลุวัตถุประสงค์ของผู้จัดทำโครงการทุกประการ “บูรณาการการดำเนินงานร่วมกับจังหวัดแพร่ หน่วยงานในจังหวัดและท้องถิ่น ที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวเพื่อประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวเมืองแพร่ อย่างต่อเนื่อง”

ท่องเที่ยวแพร่ ดังแล้วไงครับ บรรลุวัตถุประสงค์ของท่านแล้ว ดีใจมั๊ยครับ

 ผู้เสนอโครงการ นางกัญญารัตน์ ท่วมไธสง นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ รักษาราชการแทน ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดแพร่ กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา

ผู้เห็นชอบโครงการ นายโชคดี อมรวัฒน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ กระทรวงมหาดไทย

ผู้อนุมัติโครงการ นางกานต์เปรมปรีด์ ชิตานนท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ กระทรวงมหาดไทย

ในพื้นที่ของสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่13แพร่ ดูแลโดย นายอิศเรศ สิทธิโรจนกุล ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่13 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ
สิ่งแวดล้อม ไม่ต้องรายงานการศึกษาความเหมาะสม มีรายการ รื้อถอน เพื่อสร้างใหม่

แปลง่ายๆ ผู้ดูแลสถานที่คือกระทรวงทรัพย์เห็นว่า อาคารที่ดูแลอยู่เก่า ใช้ประโยชน์เป็นสำนักงานไม่สะดวก ก็เลยอยากได้ที่ทำงานใหม่ ก็เลยแอบแฝงเจตนาโดยร่วมมือกับท่องเที่ยวอ้างคำว่า “ท่องเที่ยว“ ขอใช้งบผู้ว่าCEO เริ่มตั้งแต่ปี 60 เสนอใช้งบประมาณในปี 63 รองผู้ว่าฯก็ผ่านเรื่อง ให้ผู้ว่าฯเซ็นอนุมัติ ก็เท่านั้นเอง

ในที่สุด อาคารโบราณสถานในจังหวัดแพร่ บอมเบย์เบอร์ม่า อายุ127ปี ในแพร่เมืองเก่าอายุกว่า 1,200 ปี (เก่าแก่ที่สุดในล้านนา) ก็ถูกทำลาย โดยข้าราชการที่ไม่ได้เป็นคนจังหวัดแพร่ อยากได้อาคารใหม่ เพื่อเอาไว้เป็นสถานที่ทำงาน

ยังมีโบราณสถานที่เป็นบ้านเก่าของเอกชนที่เขารักษา เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเช่น บ้าน 100 ปี บ้านวงค์บุรี ที่ประชาชนขอเข้าไปเยี่ยมชมอย่างไม่ขาดสาย แต่อาคารโบราณสถานเก่าแก่ ที่อยู่ในมือส่วนราชการอีกหลายแห่ง เช่นพิพิธภัณฑ์ไม้สักแพร่ ภายในบริเวณโรงเรียนป่าไม้แพร่ กำแพงเมืองรูปหอยสังข์ แห่งเดียวของโลก ส่วนใหญ่จะอยู่ในมือของกรมป่าไม้ กรมอุทยาน กระทรวงทรัพย์ บางส่วนอยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงมหาดไทย สำหรับคุ้มเจ้าหลวงเมืองแพร่ โชคดีที่ดูแลโดยอบจ.แพร่ มีคนท้องถิ่นโดยนายอนุวัธ วงค์วรรณเป็นผู้ดูแล ก็เลยยังสวยงามเป็นมิ่งขวัญให้คนไทยและคนจังหวัดแพร่ชื่นชมต่อไป

แต่ อาคารโบราณสถานใน”แพร่เมืองเก่า1,200ปี” อีกจำนวนมากที่ถูกยึดอยู่ในมือส่วนราชการ จะทำอย่างไร ให้อยู่รอดปลอดภัย

โจทย์นี้ คงต้องขอให้คนไทยทุกคนช่วยแสดงความคิดเห็นแล้วครับ ทุก 1 เสียงของท่านที่จะได้ช่วยกรุณาปกป้อง จะช่วยต่อชีวิตให้อาคารโบราณสถานอีกจำนวนมาก ได้ถูกรักษาเอาไว้เป็นสมบัติของลูกหลาน และเพื่อ “การท่องเที่ยวที่แท้จริง”ต่อไปได้ครับ

วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล

 

 
 
 ....................................................................
 

 

 

 

 

 

............................................................

18 มิ.ย. 2563

 

 


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน