*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 4083
  • จำนวนผู้ชม : 2568906
  • จำนวนผู้โหวต : 529
  • ส่ง msg :
  • โหวต 529 คน
<< มิถุนายน 2020 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันจันทร์ ที่ 22 มิถุนายน 2563
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 250 , 15:06:54 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

สวัสดีครับ

         ในยุคการสื่อสารสังคมยังไม่มีอิทธิพลหรือปากเสียง เหมือนปัจจุบัน เปิดโอาสให้นักการเมือง/นักธุรกิจ นักจอมละโมบเขมือบบ้าน

โกงเมืองตามๆกัน บางรายศืบทอดตำแหน่งนายกฯแล้วโกงกินอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งหอบเอาเงินบรรทุกใส่เครื่องบินที่จอดรออยู่ใน

รันเวย์พิเศษไม่มีการตรวจค้นแต่อย่างไร แล้วพอได้เวลาก็บินปร๋อออกไปต่างประเทศตามสบาย

         อย่างไรก็ตาม เมื่อมาถึงยุคโซเชี่ยลมีเดียที่พอเห็นความไม่ชอบมาพากลก็จะส่งเสียงกันอย่างระเบ็งเซ็งแซ่ดังที่เห็นกันอยู่ ก็ยังไม่

วายได้เห็นการกระทำสีเทาๆอยู่ดี

 

 

หยุดก่อน"สมศักดิ์ เทพสุทิน"

 

    "สุพจน์ ทรัพย์ล้อม"
    ชื่อนี้กลับมาดังอีกครั้ง เมื่อรัฐมนตรียุติธรรม "นายสมศักดิ์ เทพสุทิน"
    เตรียมตั้งเป็นที่ปรึกษาโครงการ "ออกแบบโครงสร้างและบริหารจัดการเรือนจำอุตสาหกรรม" 
    หรือ "เกษตรกรรมเพื่อการแก้ไขและพัฒนาพฤตินิสัยผู้ต้องขัง"
    เมื่อวาน (๒๑ มิ.ย.) องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย)หรือ ACT ออกจดหมายเปิดผนึกถึงรัฐมนตรีสมศักดิ์ 
    ยกเหตุแห่ง "ธรรมาภิบาลของกระทรวงยุติธรรม" ทักท้วง
    "องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน เห็นว่า .....
    รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มีเจตนารมณ์ชัดเจนที่จะปกป้องสังคม มิให้ผู้ที่ปราศจากคุณธรรม จริยธรรม และธรรมาภิบาล เข้ามามีอำนาจในการปกครองบ้านเมืองฯ
    ก็ไม่ทราบว่าท่านรัฐมนตรีจะรับคำท้วงระดับไหน?
    ทำไม ACT จึงทักท้วง......
    เพราะนายสุพจน์ อดีตเป็นปลัดกระทรวงคมนาคม ถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง 
    ตัดสินจำคุก ๑๐ เดือน และห้ามดำรงตำแหน่งเจ้าหน้าที่รัฐ ๕ ปี
    ความผิดฐาน "จงใจยื่นบัญชีทรัพย์สินหนี้สินอันเป็นเท็จ"! 
    เพิ่งพ้นโทษ ออกจากคุกเมื่อกลางปี ๖๒ นี่เอง
    เรื่องเป็นมาอย่างไรกัน ระดับปลัดฯ จึงเข้าคุกด้วยข้อหานี้ ก็คงจำกันได้กระมัง.......
     เมื่อปี ๕๔ มีคนร้ายนับสิบ ด้วยรถโฟล์คตู้เป็นพาหนะ บุกปล้นบ้านนายสุพจน์
    นายสุพจน์ไปแจ้งความ "คนร้ายปล้นเอาเงินรับไหว้งานแต่งลูกสาวไปได้ ๕ ล้านกว่า"
    แต่ต่อมา ตำรวจตามจับได้ทั้งแก๊ง พบเงินสดที่ปล้นไปมากกว่า ๑๘ ล้าน ทองคำตะหาก!
    จึงเป็นที่โจษขานถึงที่มา-ที่ไปของเงินส่อพิรุธกันอื้ออึง ยิ่งคนร้ายสารภาพกับตำรวจ ว่า
    "พบเงินสดจำนวนมหาศาลในบ้าน แต่ขนไปได้ ๒๐๐ ล้าน"
    ทำเอา ป.ป.ช.ต้องตั้งคณะกรรมการสอบสวน และมีมติเอกฉันท์ชี้มูล ปลัดฯ สุพจน์ "ร่ำรวยผิดปกติ” 
    สั่งอายัดทรัพย์เกือบ ๖๕ ล้าน ในส่วนชี้แจงที่มาได้ และส่งเรื่องให้อัยการสูงสุดยื่นคำร้องต่อศาลให้ยึดทรัพย์ตกเป็นของแผ่นดิน
    ต่อมา ศาลสั่งริบทรัพย์ ศาลฎีกาฯ ตัดสินจำคุก ๑๐ เดือน ฐานปกปิดบัญชีทรัพย์สิน 
    ตอนนี้พ้นโทษแล้ว ชาวบ้านบอกคุ้ม ถูกริบไปไม่ถึงร้อยล้าน ดูจากคำให้การคนร้าย ในบางตอนคำพิพากษา น่าจะมีมากกว่าที่ถูกยึดเข้าหลวง เช่นตอนหนึ่ง ความว่า
    "..............เมื่อพิจารณามูลเหตุที่คนร้ายเข้าปล้นบ้านผู้คัดค้านนั้นยังได้ความตามคำให้การของนายบุญสืบ ว่าทราบจากนายชยธัช บุตรของนางชุติมา ซึ่งเคยทำงานเป็นเลขานุการผู้คัดค้านว่า 
    ในบ้านของผู้คัดค้านมีเงินน่าจะเป็นร้อยล้านบาทอยู่ในบ้าน โดยนางชุติมาเคยได้ยินคนใช้ผู้คัดค้านพูดว่าบางครั้งนำหมูยอมาหั่น แต่ข้างในกลับพบว่าเป็นเงิน
    นายสมบูรณ์และนายสิงห์ทอง คนร้าย ให้การว่าขณะที่มีการเข้าไปขนเงินได้กลิ่นเงินฟุ้งกระจายเหม็นจนรู้สึกเวียนหัวจะอาเจียน"
    และอีกตอนหนึ่ง......
    "...........เมื่อพิจารณาคำให้การของคนร้ายที่ร่วมกันปล้นทรัพย์ของผู้คัดค้าน ต่างให้การว่า เงินของกลางได้มาจากบ้านผู้คัดค้าน 
    โดยพฤติการณ์ในการปล้นทรัพย์นั้น สืบเนื่องมาจากการที่นางชุติมา ซึ่งเคยเป็นเลขานุการของผู้คัดค้าน ทราบว่าบ้านของผู้คัดค้าน มีเงินเก็บไว้แต่ไม่ทราบจำนวน 
    กลุ่มคนร้ายทราบข้อมูลจากนายวีระศักดิ์ว่าบ้านของผู้คัดค้านมีเงินอยู่ประมาณ ๕๐๐ ล้านบาท และได้เงินจากการปล้นทรัพย์ไปประมาณ ๒๐๐ ล้านบาท"
    เนี่ย.....
    นายสุพจน์ เป็นข้าราชการชั้นสูงระดับปลัดกระทรวง พฤติกรรมยังเป็นเช่นนี้ ความเหมาะ-ความควร ที่จะเอากลับเข้ามาตั้งให้เป็นที่ปรึกษามันมีตรงไหน?
    ถามคำเดียว ถึงยุค "หมาเลิกกินขี้" แล้วหรือ?
    โครงการที่ท่านริเริ่ม มันสวยงาม เหมือนโครงการ ปลูกยางล้านไร่ ภาคเหนือ-อีสาน และโครงการวัวล้านตัว สมัยเหล่าท่านร่วมเป็นรัฐบาลยุคทักษิณนั่นแหละ
    แต่ลงท้าย     เสียหายเป็นแสนๆ ล้าน โดยเฉพาะยางล้านไล่ ตกเป็นมารดกบาป สร้างปัญหาเป็นเวรกรรมประเทศ แก้ไม่ตกถึงทุกวันนี้
    โครงการ "ออกแบบโครงสร้างและบริหารจัดการเรือนจำอุตสาหกรรม" ของท่านนี้
    ฟังสวยงามอย่างว่า .........
    จะเช่าใช้พื้นที่ราชพัสดุ หรือจัดซื้อที่ดินว่างเปล่า เพื่อสร้างนิคมอุตสาหกรรม สำหรับผู้ต้องขังที่มีความประพฤติดี หรือนักโทษชั้นดี ที่เหลือโทษจำคุกไม่เกิน ๒ ปี 
    จะได้ฝึกอาชีพเป็นแรงงานชั้นดีป้อนตลาด ทั้งเป็นการแก้ไขปัญหาผู้ต้องขังล้นเกิน ซึ่งจะทำทุกภูมิภาค นั้น
    นี่ระดับ "อภิมหาโปรเจ็กต์" นะท่าน!
    เกี่ยวพันงบประมาณแต่ละปีระดับพันล้าน-หมื่นล้าน นอกเหนือความเป็นบ่อเงิน-บ่อทอง จากที่ดินเช่าราชพัสดุและที่จะจัด "ซื้อที่ดินว่างเปล่า" เพิ่มอีก
    แค่ตรงนี้ หลับตาก็เห็นภาพ "เกิดขึ้น-ตั้งอยู่-ดับไป" เหลือไว้แต่ซากและความสูญเสียเป็นมรดกบาปในอนาคต ที่ต้องถอนใจ
    ยิ่งบอก จะตั้งนายสุพจน์เป็นที่ปรึกษาโครงการ โถ....จะโลกสวยไปถึงไหนกัน!
    นอกจากนายสุพจน์แล้ว ท่านยังเนมคนอีกหลายคนที่จะตั้งเข้ามาเป็นที่ปรึกษา เป็นอนุกรรมการโครงการ
     ในจำนวนนั้นมี "นางชวนพิศ ฉายเหมือนวงศ์" รวมอยู่ด้วย
    อืมมมม....
    ต้องชม วิสัยทัศน์ในการคัดสรรคนเข้ามาร่วมงานของท่านรัฐมนตรีสมศักดิ์ช่างแหลมคมจริงๆ
    นางชวนพิศ สมัยเป็น "ผู้ว่าฯ การเคหะแห่งชาติ" ผลงานโดดเด่น ยุคทักษิณ คือ.....
    "โครงการบ้านเอื้ออาทร" เมื่อปี ๒๕๔๖ ที่ "นายวัฒนา เมืองสุข" เป็นรัฐมนตรีพัฒนาสังคมฯ และตกเป็นจำเลย ในคดี "ทุจริตสินบนบ้านเอื้ออาทร" อยู่ขณะนี้
    การสนองนโยบายทักษิณเข้มแข็งตอนนั้น เธอถึงขั้นได้รับการยกย่องเป็น "สตรีเหล็ก" แห่งยุค
    ดูเหมือนถูก สตง.และ คตส.สอบอยู่หลายโครงการ แต่คงไม่มีอะไรมั้ง เห็นเงียบๆ ไป
    นี่ก็อีกคนหนึ่ง นอกเหนือจากนายสุพจน์ ที่นายสมศักดิ์ "จองตัว" มาร่วมโปรเจ็กต์ A ของกระทรวงยุติธรรม
    เรื่องการเงิน ยกให้นายสุพจน์ 
    เก่งระดับโจร บอกได้กลิ่นเงินในบ้านฟุ้งกระจายจนเวียนหัวแทบอาเจียน
    เรื่องการที่ดิน ยกให้นางชวนพิศ
    เก่งระดับ ได้รับยกย่องเป็นสตรีเหล็ก และผลงานของเธอ "บ้านเอื้ออาทร" โด่งดังประทับใจจนถึงวันนี้
    พลิกดูหน้า-ดูหลัง ก็ไม่แปลกใจ ว่าทำไมรัฐมนตรีสมศักดิ์คัดบุคคลดีเด่นเช่นนี้มาเป็นที่ปรึกษาโครงการ?
    คนกันเอง "รู้มือ-รู้ใจ" กันมาทั้งนั้น
    อย่างนายสุพจน์ เด็กปั้นของปลัดคมนาคมที่โลกไม่ลืมคือ "ปลัดศรีสุข จันทรางศุ" จึงไม่ต้องบอกสรรพคุณ
    พรวดๆ จากทางหลวงชนบท มากรมทาง แล้วพรวดขึ้นปลัดคมนาคม สมัยนายโสภณ ซารัมย์ พรรคภูมิใจไทย เป็นรัฐมนตรี ยุครัฐบาลอภิสิทธิ์ ปี ๕๑
    ก็ตอนเนวินแตกจากทักษิณมาอุ้มอภิสิทธ์ฝ่ายค้านขึ้นเป็นรัฐบาลแทนพรรคพลังประชาชนหรือพรรคไทยรักไทยที่ถูกยุบไปนั่นแหละ
    งบ "ไทยเข้มแข็ง" ตอนนั้น จำได้มั้ย คมนาคมเอาไป ๑๘ โครงการ วงเงิน ๔ หมื่นกว่าล้าน
    เรื่องถนนต้องยกให้สุพจน์ เฉพาะโครงการบำรุงรักษาทางหลวงกับ "โครงการถนนไร้ฝุ่น" ล่อเข้าไปเกือบ ๓ หมื่นล้าน!
    ดูเส้นทางแล้วไม่แปลกใจ จากวิศวกรกรมทาง ขึ้นบิ๊กทางหลวงชนบท กรมทางหลวง สู่เก้าอี้ปลัดฯ คมนาคม บ้านจะไม่ตลบไปด้วยกลิ่นเงิน จนโจรจะอ้วกแตกได้อย่างไร
    พรรคภูมิใจไทย ของเสี่ยหนูวันนี้ ก็คือพรรคมัชฌิมาธิปไตยเดิม ของรัฐมนตรีสมศักดิ์ที่ถูกยุบไป ที่ภรรยาท่านเป็นหัวหน้าพรรค และภรรยา "อนุชา นาคาศัย" เป็นเลขาฯ พรรค
    จึงเป็นที่เข้าใจได้ ในความเป็นกลุ่มก้อน "คนกันเอง" ที่รู้มือ-รู้ใจ แม้สมศักดิ์แยก "กลุ่มวังน้ำยม" ออกจากพรรคภูมิใจไทย ก็ไม่ได้หมายถึง "แตกแยก-แตกใจ"
    เพียงแตกทางชนบทเป็นสายๆ ไปรวม "ถนนใหญ่" แล้วไปด้วยกัน ทั้งสายเนวิน สายสมศักดิ์ สายสุชาติ
    ทั้งหมดนี้ ก็เพียงอยากบอกรัฐมนตรีสมศักดิ์ประเด็นหนึ่งว่า.........
    แนวทางทำงานพลเอกประยุทธ์ คนละแนวกับทักษิณ เมื่อร่วมเป็นพรรคพลังประชารัฐ นับเป็นโอกาส "สร้างชาติ-สร้างวาสนา" ใหม่แล้ว
    ก็ไม่ควรทิ้งโอกาสนี้
    ที่สำคัญ "การเปลี่ยนโครงสร้างพรรคใหม่ "พลเอกประวิตร" เป็นหัวหน้า "นายอนุชา นาคาศัย" เป็นเลขาฯ
    นายอนุชา ใช่อื่นไกล คือคนของท่านโดยตรง ขึ้นเป็นเลขาฯพรรค ถือเป็นแม่บ้านใหญ่พรรครัฐบาล เท่ากับ เงาท่านคลุมพรรคพลังประชารัฐกลายๆ
    ฉะนั้น......ได้ยินมิใช่หรือ นายกฯ ประกาศวานซืน ต่อไปนี้ รัฐบาลนี้เป็นรัฐบาล New Normal
    New Normal หมายถึงแบบไหน ระดับท่านต้องเข้าใจ ถ้าทำให้สังคมตั้งรังเกียจด้วย "ระแวง" ท่าน
    ก็สงสาร นายอนุชา "เลขาฯ พรรคคนใหม่"
    ยังไม่ทันได้สร้างเครดิต ก็จะ "ติดลบ" เพราะลูกพี่ซะก่อนแล้ว!

ไทยป่วยเพิ่ม3รายกลับจากอินเดีย ไม่มีผู้ติดเชื้อภายในประเทศ28วัน!

 

22 มิ.ย. 63 - ที่ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. แถลงว่า วันนี้ประเทศไทยมีผู้ป่วยรายใหม่เพิ่ม 3 ราย จากสถานที่กักกันของรัฐ กลับจากอินเดีย ขณะที่ไม่มีการติดเชื้อภายในประเทศติดต่อกัน 28 วัน สำหรับยอดผู้ป่วยยืนยันสะสม 3,151 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม รวมเสียชีวิตสะสม 58 ราย.

22 มิถุนายน พ.ศ. 2563

หน้าหนึ่ง ไทยโพสต์

ระอา!แย่งชามข้าว ต้นแบบไม่ดีให้เยาวชน/อึ้ง!พรรคเล็กหนุน'ตี๋เต้'

ซูเปอร์โพลเผยเยาวชนยี้ผู้ใหญ่ในพรรคการเมืองแย่งตำแหน่ง รมต. จ้องถอนทุนคืนไม่เป็นแบบอย่างเด็กและเยาวชน ลั่นจะไม่เชื่อผู้ใหญ่ในรัฐบาลชี้แนะสั่งสอน สวนดุสิตโพลระบุการเปลี่ยนแปลงใน


ผู้ประกอบการรอเฟส5 ปชช.61%รับรายได้หด

ไทยพบติดเชื้อเพิ่ม 1 ราย เด็กชายวัย 6 ขวบกลับจากแอฟริกาใต้ "รอง ผบ.ทบ." หัวโต๊ะถกตัวแทนผับ-บาร์-คาราโอเกะ จ่อชง ศบค.ชุดใหญ่ศุกร์หน้าคลายล็อกเฟส 5 ผู้ประกอบการพอใจ 1 ก.ค.ลุ้นเปิดกิจการอีกครั้ง นิด้าโพลเผยประชาชน 61%รายได้แย่ลงช่วงโควิด


จับตาเบิกตัว'บรรยิน'ขึ้นศาล

กรมราชทัณฑ์-สตช.-หนุมาน ระดมกำลังคุมเข้มเบิกตัวบรรยินขึ้นศาล "สราวุธ" เผยรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุดป้องกันเหตุร้าย-ชิงตัวจำเลย-ผู้พิพากษา ขณะที่กองปราบฯ เตรียมง้างปาก "บรรยิน" คายแผนลับแหกคุก จับตาหมายเรียก "อดีต ส.ส.นครสวรรค์-ทนายคนสนิท" มาให้ปากคำ 


แนะประยุทธ์เป็นวีรบุรุษ เร่งลุยปรองดอง-นิรโทษ

“ประธานญาติวีรชนฯ” ออกแถลงการณ์จี้ “ประยุทธ์”  เร่งทำปรองดอง นิรโทษกรรมหากยังเป็นวีรบุรุษ ส่งคำเตือนถึง “แม้ว” อย่าเร่งรีบ ต้องรอผู้ชุมนุมทุกสีเสื้อได้รับการเยียวยาก่อนถึงค่อยพูดเรื่องกลับไทย “จตุพร” รับน้ำท่วมปาก เตือนนักเคลื่อนไหวอย่าล้ำเส้นแตะต้องสถาบัน


'เสรีพิศุทธ์'เดือด จวกซ่อม'ลำปาง' ป้อมชมธรรมนัส

"เสรีพิศุทธ์" โวยแหลก อ้างแพ้เลือกตั้งซ่อมลำปาง คะแนนทิ้งห่างไม่เห็นฝุ่น เพราะรับเงินหมาจึงกาหมา-มีการลงคะแนนแทนกัน-นายอำเภอในพื้นที่วางตัวไม่เป็นกลาง "บิ๊กป้อม" ยกนิ้วชม "ธรรมนัส" ทำให้ พปชร.ชนะฝ่ายค้าน 

 ...............................................................

ร.ต.อ.สารภาพแล้วทะเลาะกับเมีย! นครบาลแจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา

 

22 มิ.ย. 63 -  ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวถึงกรณีร.ต.อ.ทรงกลด บุญส่ง รอง สว.สส. สน.วังทองหลาง ตกเป็นผู้ต้องสงสัยใช้อาวุธปืนยิง น.ส.พิมชฎาพร ภูแย้มไสย์ อายุ 30 ปี ภรรยาจนเสียชีวิตภายในบ้านพักว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาจากปัญหาครอบครัว แม้คดีนี้จะไม่มีประจักษ์พยาน แต่จากการสอบปากคำพยานแวดล้อม และหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์เชื่อว่าสาเหตุการตายไม่ได้เกิดจากการฆ่าตัวตาย

วันนี้ตนได้เรียกตัว ร.ต.อ.ทรงกลด มาสอบปากคำเบื้องต้น เขาก็ให้การภาคเสธ ยอมรับว่ามีการถืออาวุธปืนลงมาเคลียร์ปัญหากับภรรยา ซึ่งในวันนี้พนักงานสอบสวนจะได้มีการแจ้งข้อหา "ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา" แก่ ร.ต.อ.ทรงกลด ตามพยานหลักฐานที่มีในเบื้องต้นก่อน ส่วนพยานหลักฐานอื่นๆ อยู่ระหว่างรวบรวม แม้ก่อนหน้านี้ ร.ต.อ.ทรงกลดจะให้การว่าภรรยาฆ่าตัวตาย ก็เป็นสิทธิ์ของผู้ต้องหาจะให้การอย่างไรก็ได้ แต่ทุกอย่างต้องขึ้นอยู่กับหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ และผลการชันสูตร

ส่วนหน้าที่การงานของเขา เมื่อถูกแจ้งข้อหาก็ต้องตกเป็นผู้ต้องหา และดำเนินการทางวินัย สำหรับการให้ออกจากราชการต้องให้ต้นสังกัดพิจารณาขึ้นมา เพราะมีหลักเกณฑ์การพิจารณาอยู่ว่า จะไปยุ่งเกี่ยวกับพยานหลักฐาน หรือจะทำให้การสอบสวนล่าช้าหรือไม่ ถ้าต้นสังกัดยืนยันมาแบบนั้น ก็ต้องให้ออกจากราชการ  อย่างไรก็ตามยืนยันว่าดำเนินการไปตามพยานหลักฐาน หากไม่มีหลักฐานชัดเจนคงไม่แจ้งข้อกล่าวหา.

'ศรีสุวรรณ'ชู3เงื่อนไขยื่นนายกฯเปิดทาง'วัฒนา'กลับไทยสู้คดี

22 มิ.ย. 63 - ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ ทำเนียบรัฐบาล นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นคำร้องถึงนายกรัฐมนตรี เพื่อติดตามทวงถามหนังสือที่นายวัฒนา อัศวเหม อดีต รมช.มหาดไทย ที่เคยนำส่งเพื่อขอโอกาสเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมตามนโยบายสมานสามัคคีของนายกรัฐมนตรีเมื่อปี 2559 และขอให้สั่งการไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และคณะกรรมการพิจารณารับคำร้องขอการรื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นพิจารณาใหม่ เนื่องจากนายวัฒนายืนยันว่ามีหลักฐานใหม่ที่เป็นเงื่อนไขที่สามารถขอให้ศาลรื้อฟื้นคดีได้

สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ได้รับการร้องขอจากประชาชนในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการกว่า 1,000 คนและครอบครัวอัศวเหมได้มอบฉันทะให้สมาคมฯมาดำเนินการเรียกร้องความเป็นธรรม ซึ่งกระบวนการพิจารณาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเปิดโอกาสให้จำเลยสามารถอุทธรณ์ตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ 2560 ได้ เพื่อที่นายวัฒนาจะได้กลับมาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมอย่างสุจริตใจได้ หากเข้าเงื่อนไขอย่างใดอย่างหนึ่ง

คือ 1.พยานบุคคลซึ่งศาลได้อาศัยเป็นหลักในการพิพากษาคดีอันถึงที่สุดนั้น ได้มีคำพิพากษา ถึงที่สุดในภายหลังแสดงว่าคำเบิกความของพยานนั้นเป็นเท็จ หรือไม่ถูกต้องตรงกับความจริง 2.พยานหลักฐานอื่นนอกจากพยานบุคคลตามข้อ​1​ ซึ่งศาลได้อาศัยเป็นหลักในการพิจารณาพิพากษาคดีอันถึงที่สุดนั้น ได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดในภายหลังแสดงว่าเป็นพยานหลักฐานปลอมหรือเป็นเท็จ หรือไม่ถูกต้องตรงกับความจริง หรือ 3.มีพยานหลักฐานใหม่อันชัดแจ้งและสำคัญแก่คดีซึ่งถ้าได้นำมาสืบในคดีอันถึงที่สุดนั้น จะแสดงว่าบุคคลผู้ต้องรับโทษอาญาโดยคำพิพากษาถึงที่สุดนั้นไม่ได้กระทำความผิด

นายวัฒนาเคยทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีเพื่อขอเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมมาตั้งแต่ปี 2559 ทำให้ยังอยู่ในกรอบระยะเวลาที่จะยื่นคำขอพิจารณาคดีใหม่ได้ ตามระเบียบกระทรวงยุติธรรม ว่าด้วยการดำเนินการเกี่ยวกับการรื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นพิจารณาใหม่ 2560 ประกอบพระราชบัญญัติการรื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นพิจารณาใหม่ 2526 อีกทั้งมีพยานหลักฐานใหม่มากมายที่จะขอให้ศาลรื้อฟื้นคดีใหม่ได้ อาทิ กรณีถูกกล่าวหาว่าใช้อำนาจโดยมิชอบในสมัยดำรงตำแหน่ง รมช.มหาดไทยเพื่อบังคับให้สภาองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) คลองด่าน ประชุมให้ความเห็นชอบเกี่ยวกับการอนุญาตให้ใช้พื้นที่ก่อสร้างโครงการก่อสร้างบ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่าน ซึ่งต่อมาคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติและมีหนังสือยืนยันแล้วว่า ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเพียงพอที่จะฟังได้ว่าผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมดได้กระทำความผิดตามที่กล่าวหาจึงมีมติให้ข้อกล่าวหาตกไป

ดังนั้นจึงชอบด้วยเหตุผลและเข้าเงื่อนไขทางกฎหมาย ที่นายวัฒนา จะขอใช้สิทธิในการเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมอีกครั้ง สมาคมฯจึงนำความมาร้องต่อนายกรัฐมนตรี เพื่อขอให้สั่งการไปยังกระทรวงยุติธรรมเพื่อเปิดทางให้ความเป็นธรรมต่อนายวัฒนา.

 

 

หน้าแรก  คอลัมน์  สุดทาง “พักหน...
ข่าวล่าสุด
 

สุดทาง “พักหนี้” มีอะไร…รออยู่

วันที่ 20 มิถุนายน 2563 - 18:28 น.
Facebook
Twitter
LINE
 
คอลัมน์ สามัญสำนึก สุดใจ ชาญชาตรีรัตน์

ปัญหาที่ทั่วโลกกำลังเผชิญจากผลกระทบมาตรการ “ล็อกดาวน์” ของพิษโควิด-19 คือปัญหา “หนี้เสีย” ทั้งภาคธุรกิจและประชาชนที่จะพุ่งแบบก้าวกระโดด

ข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุว่าขณะนี้มีลูกหนี้ที่เข้าโครงการ “พักหนี้” ทั้งเงินต้น/ดอกเบี้ยจำนวน 15.11 ล้านราย ยอดหนี้ 6.68 ล้านล้านบาท

แต่กำลังเป็นคำถามว่าเมื่อสิ้นสุดมาตรการ “พักหนี้” จะเริ่มทยอยตั้งแต่ ก.ค.นี้ ลูกหนี้จะมีความสามารถกลับมาชำระหนี้ได้หรือไม่ หรือจะมีกี่รายที่จะสามารถกลับมาชำระหนี้ได้ตามปกติ

เพราะจากมาตรการล็อกดาวน์ช่วงที่ผ่านมา ทำให้ผู้ประกอบการและประชาชน “ขาดรายได้” และมีแรงงานจำนวนมากกลายเป็น “คนตกงาน”

แม้ว่าขณะนี้รัฐบาลจะเริ่มคลายล็อกดาวน์ ธุรกิจเริ่มกลับมาเปิด แต่รายได้ยัง new normal ไม่กลับมาเหมือนเดิม แถมค่าใช้จ่ายสูงขึ้นตามมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม ทั้งกำลังซื้อผู้บริโภคก็หดหาย

รวมถึงมีธุรกิจอีกจำนวนไม่น้อยที่ไม่สามารถกลับมาเปิดดำเนินการได้ และบ้างก็ต้องปิดตัวไปแบบถาวร เพราะเศรษฐกิจไทยพึ่งพารายได้จากภาคส่งออกและการท่องเที่ยวถึง 70% ของจีดีพี สะท้อนการพึ่งพาเม็ดเงินต่างประเทศที่สูง ดังนั้นเมื่อทั้งโลกกำลังเจ็บป่วย จึงทำให้ส่งผลกระทบห่วงโซ่เศรษฐกิจไทยมากเป็นพิเศษ

มาตรการพักหนี้ ภาระของลูกหนี้จะกลับมาแบบเต็ม ๆ หมายถึงความสามารถการชำระหนี้หรือ “คุณภาพลูกหนี้” ที่ลดลงแบบพร้อมกันทั้งประเทศ และความเสี่ยงที่ “หนี้เสีย” หรือเอ็นพีแอล ของสถาบันการเงินจะพุ่งขึ้นแบบก้าวกระโดด

ล่าสุดจึงมีความเคลื่อนไหวของ ธปท. ที่เรียกแบงก์และน็อนแบงก์มาสั่งจัดมาตรการชุดใหม่ “ลดภาระ” ลูกหนี้รายย่อยแบบเร่งด่วน และเข้มข้นมากขึ้น ด้วยการลดเพดานดอกเบี้ย “บัตรเครดิต-สินเชื่อบุคคล-เช่าซื้อรถ-จำนำทะเบียน” แบบทั้งกระดาน รวมถึงต่อเวลายืดการชำระหนี้ให้ยาวขึ้น

ที่สำคัญคือให้มีผลกับลูกหนี้ทั้งหมดเป็นการทั่วไปตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.-31 ธ.ค. 2563 จากที่มาตรการเดิมยังเปิดช่องให้แบงก์และน็อนแบงก์พิจารณาเป็นรายกรณี

นั่นคงเพราะ “แบงก์ชาติ” เห็นไส้ในและสถานการณ์ความเสี่ยง หากปล่อยให้มาตรการ “พักหนี้” สิ้นสุดไปโดยไม่มีการดูแลต่อ อาจทำให้เกิดวิกฤตระบบการเงินไทย และกลายเป็นปัญหาเศรษฐกิจที่จะยากเกินเยียวยา

ขณะที่กลุ่มลูกหนี้เอสเอ็มอีก็เผชิญภาวะขาดสภาพคล่องรุนแรง โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ที่เชื่อว่ามีจำนวนไม่น้อยที่ไปต่อไม่ไหว ซึ่งต้องติดตามว่า ธปท.และรัฐบาลจะมีมาตรการรับมืออย่างไร

เพราะแม้ว่า ธปท.จะมีการอัดฉีดสภาพคล่องช่วยผู้ประกอบการผ่านโครงการ “ซอฟต์โลน 5 แสนล้าน”

ดอกเบี้ย 2% แต่ดูเหมือนว่าการเข้าถึงซอฟต์โลนของลูกหนี้ต่ำกว่าที่แบงก์ชาติคาดหวังไว้มาก กระทั่ง “ดร.วิรไท สันติประภพ” ผู้ว่าการ ธปท. ออกมาให้สัมภาษณ์ว่าไม่พอใจกับความล่าช้าในการปล่อยซอฟต์โลนของแบงก์พาณิชย์เพราะเปิดโครงการมาเดือนกว่า ล่าสุดแบงก์พาณิชย์ปล่อยซอฟต์โลนไปได้เพียง 73,716 ล้านบาท จำนวนลูกหนี้ 45,683 ราย ธนาคารส่วนใหญ่ชี้แจงว่าลูกหนี้ไม่เข้าคุณสมบัติ และที่สำคัญคือมีความเสี่ยงเป็นหนี้เสียสูง

ด้วยหลาย ๆ ธุรกิจไม่มีศักยภาพการแข่งขันแม้จะใส่เงินไปก็มีปัญหา ควรเข้าสู่การปรับโครงสร้างหนี้มากกว่า ไล่เรียงตั้งแต่ยืดเวลาชำระหนี้, ขอหลักประกันเพิ่มหรือยึดหลักประกัน จนถึงตัดขายทรัพย์สินหรือขายกิจการ

สัญญาณอันตรายหลังสิ้นสุดการพักหนี้ไม่ใช่แค่ “หนี้เสีย” แต่อาจลามกลายเป็นการล้มละลายของธุรกิจจำนวนมากที่เป็นโจทย์ใหญ่ของประเทศ

 .................................................

22 มิ.ย. 2563

 


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน