*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 4083
  • จำนวนผู้ชม : 2631714
  • จำนวนผู้โหวต : 529
  • ส่ง msg :
  • โหวต 529 คน
<< มิถุนายน 2020 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพุธ ที่ 24 มิถุนายน 2563
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 324 , 16:14:19 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

สวัสดีครับ

         อันที่จริงนั้น ข่าว"ชี้ควรวางแผนใช้น้ำรีไซเคิลพื้นที่ EEC มั่นใจฝ่าวิกฤตขาดแคลนน้ำได้" ก็แสดงถึงความช่างคิดเพื่อหาทางแก้ไข

ปัญหาความขาดแคลนต่างๆ เช่น น้ำเพื่อการเกษตร์ก็มีเกษตรกรแก้ไขเอาตัวรอดได้ตลอดมา ผิดกับน้ำเพื่อการอื่น เช่น ก่รอุตสาหกรรม

ก็มีการประปาช่วยอย่างเต็มที่

          

'เชื้อสร้างเชื้อ' พลังประชารัฐ

 

 

    สรุปเป็นว่า..........
    "กบเลือกนาย" ของพรรคพลังประชารัฐ "ลงตัว" เรียบร้อย พลเอกประวิตร ตกปาก-รับคำ ขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่ แทนนายอุตตม สาวนายน
    และนายอนุชา นาคาศัย ได้รับการวางตัวเป็นเลขาฯ แทนนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์
    เห็นว่า เสาร์ ๒๗ มิ.ย.ที่จะถึง พรรคจะประกอบพิธีใหญ่เป็นทางการ
    ก็ยินดีกับท่านหัวหน้าและเลขาฯ พร้อม กก.บห.ชุดใหม่ของพรรคทุกคน ใครเป็นใครบ้าง อ่านข่าวก็ตาลาย ดูกันเองวันแต่งก็แล้วกัน
    เรื่องพรรค-เรื่องการเมือง ในทางเป็นจริง เรื่องหนึ่ง ในทางทฤษฎี-ตำรา มันอีกเรื่องหนึ่ง ตามดูได้ แต่อย่าไปอิน ขืนไปอิน คนที่บ้าไม่ใช่เขา เรานั่นแหละ 
    เห็นบิ๊กป้อมบอกว่า ที่เข้าไป ไม่ใช่อยากเป็น 
    หากแต่ข้างในมันยุ่ง 
    หลายมุ้ง หลายพวก ล้วนแต่มีฤทธิ์ ไม่ค่อยจะยอมกัน จึงต้องเข้าไปเป็น "บิ๊ก...เล็ก-ใหญ่" กินรวบ!
    ระยะแรก ด้วยคิดไปทางเดียวกัน ว่าได้พลเอกประวิตรมาเป็นหัวหน้า ที่ทุกคนอยากได้ ก็จะต้อง "ได้หมดสดชื่น"
    ฉะนั้น ช่วงนี้ สติกเกอร์ดอกกุหลาบคงสะพรั่งไปทั้งพรรค รวมทั้งตัวบิ๊กป้อมเองด้วย
    หมายความว่า ต่อจากนี้ไป......
    พลังประชารัฐ ทุกคนจะสมัครสมานเป็นมือหนุนรัฐบาล สานฝัน "รวมไทยสร้างชาติ" ในยุค New  Normal ของนายกฯ ประยุทธ์ จนสำเร็จเป็นตัว-เป็นตน?
    แฟนๆ ก็อย่าเพิ่งเคลิ้ม เผื่อใจไว้คราง "กูว่าแล้ว" ไว้มั่ง!
    กระทั่งพลเอกประวิตรก็เถอะ
    พรรคการเมือง ไม่ใช่กองทัพ ส.ส.ไม่ใช่ทหาร ที่คิดว่า เมื่อผู้บังคับบัญชาสั่ง ทุกคนต้อง...ครับ รับปฏิบัติ ซึ่งกับทหารใช่ แต่กับ ส.ส.มันคนละเรื่อง
    เรื่องกองทัพ เป็นเรื่องวินัยและหน้าที่
    แต่เรื่องพรรค มันเป็นเรื่อง "แล้วผมได้อะไร"?
    อย่างที่ส่งเทียบเชิญบิ๊กป้อมเป็นหัวหน้า "ปาก" ทุกคนก็ว่า ท่านเป็นปูชนียบุคคลของทุกคนในพรรค
    แต่ "ใจ" แต่ละคน ก็หวัง เมื่อเอาบิ๊กป้อมมา 
    ๑.รสนิยมต้องกัน มองตาก็รู้ใจ 
    ๒.เป็นเกมปูเสื่อใหม่ อาศัยเหตุเปลี่ยนหัวหน้าไปสู่คำว่า "ปรับ ครม." และ 
    ๓.บิ๊กป้อมไม่ขัดใคร ขอเก้าอี้ไหน ได้ทุกคน
    พลเอกประวิตรก็หวัง หวังด้วยเจตนาดีต่อสถานะรัฐบาลที่ "น้องเล็ก" ของท่านเป็นนายกฯ
    คือเข้าไปแล้ว........
    จะช่วยให้พรรคเกิดเอกภาพเป็นปึกแผ่นได้ และเข้าใจดีในคำว่า "ดูแล" ระหว่างคนเป็นหัวหน้า-เลขาฯ พึงปฏิบัติต่อลูกพรรค
    การเมืองระบบรัฐสภา หัวใจไม่ได้อยู่ที่ถ่วงดุล-ตรวจสอบ แต่อยู่ที่มือยก
    ฉะนั้น รักจะเป็นรัฐบาลนานๆ ก็ต้องหมั่นบำรุงกำลังข้อ-กำลังแขนลูกพรรคให้แข็ง ปล่อยให้อ่อนแรง ก็พัง!
    เนี่ย.....
    ทั้งบิ๊กป้อมและคณะพรรคพลังประชารัฐ อยู่ในช่วง "มีดาวคนละดวง" เจิดจรัสอยู่ในใจ 
    ตอนนี้ จึงดู "ปูด้วยกลีบกุหลาบ"
    เห็นมั้ยล่ะ ยังไม่ทันไร ทั้ง ส.ส.พรรคเล็ก-พรรคใหญ่ ออกมาขอเก้าอี้-จองเก้าอี้รัฐมนตรีกันสนุกสนาน จนนายกฯ ต้องเปรยเมื่อวาน (๒๓ มิ.ย.)
    "เสนอกันจนล้นแล้วมั้ง ใครก็เสนอได้ แต่จะตั้งใคร อยู่ที่ผม" ประมาณนั้น
    เรียกว่า หงายฝาบาตรวางไว้ ใครจะใส่อะไรก็ใส่ แต่อาตมาจะฉันหรือไม่ ต้องพิจารณาปัจเวกขณ์ก่อน 
    คือ สิ่งนั้น บริสุทธิ์มั้ย ยี้มั้ย ฉันได้มั้ย ฉันแล้วเป็นโทษหรือเป็นคุณ แล้วเลือกเอาเฉพาะที่เป็นคุณ
    ทำไมต้องหงายฝาบาตรไว้?
    อ้าว...จะต้องไปตัดรอนศรัทธาตอนนี้ทำไม ก็ พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่าย ประจำปี ๖๔ ยังไม่ผ่านสภาเลย ต้นเดือนหน้า คือต้นกรกฎา สภาถึงจะประชุมพิจารณาวาระแรก
    นั่นคือ มือ ส.ส.เป็นที่พึ่ง-ที่หวังประเสริฐ ถ้าไปทำให้ ส.ส.ก๊กใด-ก๊กหนึ่งไม่สดชื่นตอนนี้ มันมีผลนะโยม
    ถ้าไม่ยก พ.ร.บ.งบประมาณคว่ำ รัฐบาลก็ต้องคว่ำตามไปสถานเดียว ฉะนั้น ต้องไม่ทำให้ทุก ส.ส.ในพรรคไม่พอใจ
    ก็หมายความว่า ตอนนี้ ยังไม่มีอะไร
    งบประมาณ ๖๔ ผ่านเรียบร้อย เข้าสู่โหมดทวงถามเรื่องเก้าอี้รัฐมนตรี สิงหา-กันยา ค่อยดูกันอีกที ว่ารักนี้อีกนาน หรือเป็น "รักทรมาน" สู่บ้านแตก
    เพราะที่นายกฯ พูดเมื่อวาน ชัดอย่างหนึ่งว่า ลงท้าย ก็ต้องปรับ ครม.เพียงแต่ ไม่ใช่ปรับช่วงนี้เท่านั้น
    และการปรับนั้น ก็อย่างที่บอก เสนอใครมาก็ได้ แต่การพิจารณาปัจเวกขณ์ ท่านสงวนสิทธิ์
    และนั่น ๔ กุมาร จะไม่เหลือเป็นเยื่อเลยซักกุมาร ถ้าเราเป็นนายกฯ จะทำถึงขนาดนั้นมั้ย และอีกอย่าง คนที่จะเอาออก กับคนที่จะเอาเข้า
    เฉิดฉันกว่า หรือเข้ามาแล้ว พาให้ทั้งตัวนายกฯ และภาพรัฐบาล "อับเศร้าหมองศรี?"
    ตรง "ตัดตัว" ขึ้นนั่งเก้าอี้นี่แหละ จะเป็นตัววัดบารมีพลเอกประวิตรของจริง 
    ที่ทุกคนบอกเป็นปูชนียบุคคล นั้น เมื่อสมหวัง-ผิดหวัง ยังจะยอมฟัง หรือเรียงแถวรื้อทิ้ง?
    การเมืองเรื่องพรรคนั้น พลเอกประวิตร ย่อมต้องเอาใจทุกก๊วน-ทุกก๊กในพรรค
    แต่การเมืองเรื่องบ้านเมือง พลเอกประยุทธ์ในฐานะนายกฯ ต้องทั้งเอาใจประชาชน ทั้งหรี่ตาดูฝ่ายค้านด้วย
    ก็จะเห็นว่า.......
    แนวที่พลเอกประวิตร คิดว่าจำเป็นต้องเสนอชื่อคนนั้นๆ เป็นรัฐมนตรี กับแนวที่นายกฯ คิดว่า คนเช่นนั้น ไม่จำเป็นและไม่คู่ควร 
    มันเป็น "เส้นขนาน" ชัดเจนแต่เริ่ม ถึงตอนนี้ แนวนั้นของนายกฯ ก็ยังไม่เปลี่ยน
    ขณะเข้าด้าย-เข้าเข็ม มันก็เริ่มยุ่งแล้ว
    เมื่อถึงขั้น แต่ละคนรู้แล้ว "ใครได้-ใครไม่ได้" ที่พับเพียบเรียบไว้ มันจะวุ่นวาย-ยุ่งเหยิงขนาดไหน?
    ผมถึงมองว่า อย่างช้า ลากได้ถึงต้นปี ๖๔ ก็คงสุดล้า ดังนั้น การยุบสภา มีความน่าจะเป็น!
    ผมไม่ได้ประเมินต่ำ
    หากแต่ กับบรรดา ส.ส.ประเภทโอปปาติกะ เกิดขึ้นก็โตใหญ่ ล้วนเหาะด้วยฤทธิ์ นำปริมาณของแต่ละก๊วนมารวมกันเป็นพรรคพลังประชารัฐแลกเก้าอี้รัฐมนตรี
    ถ้าจะเรียกเป้าหมายของเขาว่า "อุดมการณ์ทางการเมือง" ก็ต้องบอกว่า.......
    อุดมการณ์ของเหล่าโอปปาติกะในพลังประชารัฐ อยู่ที่เก้าอี้ ไม่ได้อยู่ที่หวังอุ้มคนดีเป็นนายกฯ โดยตรงหรอก
    ดังนั้น ถ้าไม่ได้ ก็หมายความว่า แนวทางพลังประชารัฐ ขัดต่ออุดมการณ์ทางการเมืองของเขา
    แล้วจะอยู่ร่วมกันได้หรือ เมื่อเขาไม่เป็นสุข รัฐบาลที่ไม่มีเขา ก็ไม่ควรได้อยู่เสวยสุข!
    ประชาธิปไตยเลือกตั้ง ง่ายๆ ไม่ซับซ้อน ที่เห็นซับซ้อน เพราะเอาใจวิญญูชนไปวัดใจโจรกันเอง
    ก็อยากให้ที่ผมมองนี้ "ผิด"!
    คืออยากให้เหล่าโอปปาติกะเป็นแบบ "มืดมา สว่างไป" แต่ละคน ที่ได้ไปก็มากพอแล้ว ล้างบาปด้วย "ยอมอดเพื่อชาติ" เป็นบั้นปลายชีวิตไม่ดีกว่าหรือ
    หล่อหลอมใจ "รวมไทยสร้างชาติ" แปลงปริมาณเป็นคุณภาพในความเป็นพรรคพลังประชารัฐ 
    เสริมหนุนให้นายกฯ ทำงาน "ระบบรัฐสภา" ไปจนสังคมประเทศบรรลุเป้าหมาย 
    ถ้าได้ตามนี้ อนาคต ต้องการเป็นรัฐมนตรีเก้าอี้ไหน มีหรือประชาชนคนไทยจะถุย!?
    เนี่ย....
    การเมืองประชาธิปไตย มันประกอบด้วย ความน่าเกลียด-น่าชัง, ความน่ารัก-ความขมขื่น ผสมกันอยู่อย่างนี้
    คนถึงบอกว่า "เบื่อ...การเมือง"
    ขณะเดียวกัน ก็ "วิ่งเข้าหาการเมือง"!
    ในความเป็นรัฐบาลระบบเลือกตั้ง ที่วัดการอยู่-การไปตรงมือ ส.ส.ในสภา 
    เข้าทำนอง.........
    วัคซีน ป้องกันเชื้อโรค แต่ต้นทาง ต้องใช้โรคเป็นตัวเชื้อ ฉันใด
    นายกฯ ประยุทธ์, พลเอกประวิตร ที่หวัง "รวมไทยสร้างชาติ" 
    ต้นทางก็ต้องใช้ "ร้อยพ่อ-พันแม่" เป็นตัวเชื้อ ฉันนั้น.

 

​“ประวิตร”แจงปมใช้มูลนิธิป่ารอยต่อฯ​แค่ ส.ส.มาหาอย่าโยงการเมือง

 

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ร้องเรียนการใช้มูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัดทำกิจกรรมทางการเมืองขัดต่อวัตถุประสงค์ ว่าคงไม่มีปัญหา แค่กลุ่ม ส.ส.เดินทางมาหาและไม่มีประชุมเกี่ยวกับการเมือง  ไม่เกี่ยวโยงใดๆกับการดำเนินงานของมูลนิธิ 

24 มิถุนายน พ.ศ. 2563

ผบ.ทบ.ขยับสั่งเช็กเลขทะเบียนอาวุธที่หายไปเชื่อมโยงเหตุชุมนุมทางเมือง

 

24 มิ.ย.63 - แหล่งข่าวจากฝ่ายความมั่นคง เปิดเผยว่า พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) สั่งการให้ทหารตรวจสอบกรณีนี้เป็นการเร่งด่วนอีกทาง และสั่งการให้ขยายผลดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเองก็กำลังดำเนินการตรวจสอบรายละเอียด และสอบปากคำผู้ที่คาดว่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องอยู่ เพื่อให้ได้ความชัดเจนว่าอาวุธสงครามจำนวนมากนั้นมาจากไหน เป็นของทหารที่สูญหายไปหรือไม่ โดยเฉพาะช่วงที่มีการชุมนุมที่ผ่านมา โดยต้องตรวจสอบเลขทะเบียนที่ติดอยู่กับอาวุธและกระสุนปืนทั้งหมด ส่วนที่มองว่าเกี่ยวข้องกับการเมืองนั้นก็อาจเป็นไปได้ เพราะช่วงเวลาตรงกับช่วงวันสัญลักษณ์พอดี แต่หากวิเคราะห์ลึกๆแล้วถ้าเกี่ยวข้องกับการเมืองจริงๆ อาวุธสงครามที่มักจะจับกุมได้ในจังหวัดปริมณฑลใกล้ๆกทม.มากกว่าจังหวัดที่อยู่ตามชายแดน แต่ทั้งนี้ทางฝ่ายทหารจะมีการเพิ่มความเข้มงวดบริเวณชายแดนต่อไป.

'หมอวรงค์' เผยเบื้องลึก ลาออกพ้นสมาชิกพรรค รปช.

 

แฟ้มภาพ

24 มิ.ย.63 -  นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีตผู้บริหารพรรครวมพลังประชาชาติไทย(รปช.) ให้สัมภาษณ์ว่า ตนคิดจะลาออกพักหนึ่งแล้ว และได้คุยกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรครปช. ว่า การทำงานในเชิงวิชาการของตน คือการหาข้อมูล ข้อเท็จจริงมายืนยันหักล้างข้อมูลที่บิดเบือนของกลุ่มการเมือง ที่ใช้ข้อมูลเท็จบิดเบือนข้อเท็จจริง เป็นงานวิชาการที่ต้องค้นคว้าหาข้อมูล ซึ่งมีนักวิชาการจำนวนมากที่เต็มใจช่วย แต่ไม่เต็มใจสังกัดพรรค จึงทำให้การช่วยงานขาดความต่อเนื่องและทำงานลำบาก ถ้าจะหานักวิชาการมาช่วยเขาก็ไม่อินกับพรรค ดังนั้น จึงตัดสินใจลาออกเพื่อความคล่องตัว เพราะเป็นงานที่ต้องใช้เวลาและใช้ข้อมูล

เมื่อถามว่ามีกระแสข่าวว่าน้อยใจที่พลาดตำแหน่งหัวหน้าพรรคหรือรัฐมนตรีในสัดส่วนของพรรค จึงลาออก นายวรงค์ กล่าวว่า ไม่เกี่ยวกัน คนละเรื่อง ยืนยันว่าไม่ได้น้อยใจลาออกตามที่ลือกันว่าพลาดตำแหน่ง เพราะคุยแต่แรกกับนายสุเทพแล้วว่ามาช่วยงานที่พรรคไม่ได้คาดหวังตำแหน่งอะไร และมั่นใจว่าถ้าไม่ลาออกจากการเป็นสมาชิกรปช. ในการประชุมใหญ่สามัญของพรรค ในวันที่ 5 ก.ค.นี้ ก็จะมีสมาชิกพรรคเสนอตำแหน่งหรือเลือกตนให้ดำรงตำแหน่งฝ่ายบริหารในพรรคแน่นอน  ตนจึงขอลาออกก่อน เพื่อการทำงานด้านวิชาการและให้ข้อมูลที่เป็นจริง และหากไม่สังกัดพรรคก็จะมีคนมาช่วยงานและสบายใจมากขึ้น เมื่อออกมาแบบนี้ตนก็จะตั้งกลุ่มทำงานด้านการเมือง แต่ยังไม่คิดว่าจะตั้งชื่อกลุ่มอะไร เบื้องต้นมีผู้มีอุดมการณ์พร้อมทำงานจำนวนมากอยู่แล้ว แต่ในช่วงนี้ขอพักระยะหนึ่งก่อน

'หมอยง'โพสต์ให้คิดก่อนผ่อนปรนให้ต่างชาติเดินทางเข้าไทย

 

24 มิ.ย.2563 - นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ได้โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ ”โควิด-19” ระบุว่า การตรวจพบ โควิด-19 ใน state quarantine ผู้ที่มาอยู่ใน state quarantine และมีการตรวจเชื้อหา โควิด-19 ดูข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุข มีข้อมูลที่เป็นประโยชน์มาก โดยเฉพาะผู้ที่มาอยู่ใน state quarantine จะตรวจพบเชื้อหลังวันที่ 10 คือวันที่ 11 ถึง 14 อยู่ประมาณ 8% แสดงว่าการตรวจพบเชื้อส่วนใหญ่จะอยู่ใน 10 วันแรกหรือ 92 เปอร์เซ็นต์ เมื่อดูตัวเลข 8 เปอร์เซ็นต์ ก็คงต้องขึ้นอยู่กับการพิจารณาว่าตัวเลขนี้จะมากหรือน้อย ในกรณีที่จะมีการผ่อนปรน ให้มีการเดินทางเข้าประเทศ

และถ้าสมมุติ จะมีการตรวจเชื้อ เมื่อมาถึงสนามบิน และจะมีการตรวจเชื้ออีก ใน 7 วันต่อมา โอกาสจะไม่พบ ในช่วงเวลาดังกล่าว ก็ยังมีความเป็นไปได้ จะต้องมีมาตรการอื่นมารองรับ ในกรณีที่มีการเปิดการเดินทาง และจะยกเว้นการเข้าสู่ State quarantine การเดินทางไปมาหาสู่กัน ก็มีความจำเป็น เพราะประเทศไทยจะอยู่โดดเดี่ยวอย่างนี้ไม่ได้ เราคงจะต้องมาช่วยกัน หาทางออก ในกรณีที่เริ่มมีการเปิดให้มีการเดินทางไปมาหาสู่กัน
เพื่อให้ทุกคนอยู่ได้ และคนไทยก็อยู่ได้ด้วย

ม่ทัพภาค3'ยังไม่ฟันธงคลังแสงแม่สอด

 

24 มิ.ย.2563 - พล.ท.ฉลองชัย ชัยยะคำ แม่ทัพภาคที่ 3 กล่าวถึงกรณีที่ตำรวจตระเวนชายแดนที่ 346 ร่วมกับทหารหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 4 (ฉก.ร.4 ) ยึดอาวุธปืนสงคราม เช่น เอ็ม 16, เอ็ม 79, อาร์ก้า, ปืนกล และวัตถุระเบิดอีกจำนวนหนึ่ง ได้ที่บ้านหลังหนึ่งใน อ.แม่สอด จ.ตาก พร้อมควบคุมตัวชายไทย 2 คนว่า ฉก.ร.4 เป็นหน่วยปฏิบัติในการเข้าไปจับกุม ข้อมูลที่มีเป็นเพียงข้อมูลในเบื้องต้น ต้องรอเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนขยายผล ซึ่งได้ส่งตัวทั้ง2 คนไปที่ส่วนกลางแล้วเพื่อให้ตำรวจสืบสวนหาข้อมูลเชิงลึกต่อไป 

“โดยเฉพาะข้อมูลเกี่ยวกับอาวุธต่างๆที่ยึดได้ ว่าจะเกี่ยวข้องกับการนำไปก่อความไม่สงบฯ หรือไม่ เพราะอาวุธบางประเภท เช่น เอ็ม 79 ในอดีตก็เคยมีประวัติในการนำไปใช้ในการก่อเหตุในช่วงที่ผ่านมาหลายเหตุการณ์ มีการหาซื้อไม่ยากนัก นอกจากนั้น ยังมีประเด็นในเรื่องของการนำอาวุธเพื่อไปแลกยาเสพติดหรือไม่ ซึ่งในการจับค้าอาวุธสงครามก็จะมีกรณีแบบนี้อยู่ แต่ทั้งหมดต้องรอผลการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพราะผู้ต้องหาเป็นคนไทย ไม่ใช่ต่างด้าว คงซักถามและสอบสวนได้ตามปกติ “แม่ทัพภาคที่ 3

'บิ๊กป้อม'บอกหายห่วงเรื่องการเมืองย้ำต้องคุ้ยเรื่องคลังแสงโดยเร็ว

 

24 มิ.ย.2563 - พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ ถึงกรณีการตรวจค้นบ้านเป้าหมายที่​ อ.แม่สอด จ.ตาก พบอาวุธสงครามจำนวนมากว่า​ ขณะนี้กำลังสอบสวนอยู่ ส่วนจะโยงการเมืองหรือไม่เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนสอบสวนอยู่ ส่วนจะขยายผลเชื่อมโยงไปยังเพื่อนที่อื่นหรือไม่ ก็ต้องรอผลการสืบสวนว่า เป็นของใครมาจากที่ใด ต้องดำเนินการให้ได้โดยเร็ว รวมถึงสอบสวนว่าเป็นเรื่องของการค้าขายอาวุธตามแนวชายแดนหรือไม่ด้วย ซึ่งจะต้องขยายผล เพราะหากเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมาย ก็ต้องจับกุม

เมื่อถามว่า​ ความเคลื่อนไหวทางการเมืองตอนนี้มีอะไรน่าห่วงจนต้องสร้างสถานการณ์บ้างหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่มีน่าห่วง ส่วนที่มีการทำกิจกรรมทางการเมืองในวันนี้ 24มิ.ย. ก็อย่าทำอะไรที่ผิดกฎหมาย

เมื่อถามว่าเกรงจะมีการขยายผลหลังจากนี้หรือไม่ พล.อ.ประวิตร​ กล่าวว่า เราก็ต้องดู และย้ำว่า พ.ร.ก.ฉุกเฉินไม่เกี่ยวอะไรกับการเรื่องการเมือง เพราะ พ.ร.ก.ฉุกเฉินใช้เพื่อดูสถานการณ์โควิดเท่านั้น อย่าเอามาเกี่ยวข้องกัน

 

24 มิถุนายน พ.ศ. 2563

หน้าหนึ่ง ไทยโพสต์

ทวงคืนมรดก2475 บิ๊กตู่ขอหยุดสร้างความขัดแย้ง จับคลังแสง!ตร.ชี้โยงการเมือง

"ประยุทธ์" แจงแนวคิด "รวมไทยสร้างชาติ" รวมคนทุกกลุ่ม ​วอนอย่าเอาการเมืองสร้างขัดแย้ง ละเมิดสถาบัน-กฎหมาย ระบุกลุ่มใดทำผิดกฎหมายต้องให้คดีจบก่อน ไม่เช่นนั้นคนก็ไม่เกรงกลัวการทำผิด "ผบ.ตร." สั่งระดมตำรวจหาข่าวพร้อมตั้งจุดตรวจอาวุธรับการชุมนุม 24 มิ.ย.


โควิดยังไม่จบจำเป็นต้องต่อพรก.ฉุกเฉิน

ไทยพบผู้ป่วยรายใหม่ 5 รายกลับจากอียิปต์-กาตาร์ ไร้ติดเชื้อในประเทศ 29 วัน "บิ๊กตู่" เห็นใจผู้ประกอบการแต่ยังผ่อนคลาย 100 เปอร์เซ็นต์ไม่ได้ ลั่นโควิดยังไม่จบจำเป็นต้องต่อ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน "อนุทิน" จัดงบหนุนสถาบันแพทย์ทั่วประเทศทดลองวัคซีน ย้ำทราเวลบับเบิลมาตรการเข้มข้น วธ.ชง ศบค.ปลดล็อกแห่เทียนพรรษา


ซูฮกหัวหน้าป้อม สลายก๊วนพปชร. ปชป.หม่ำดับร้าว

"ประวิตร" ยังเขินไม่กล้าประกาศรับหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ อ้างต้องรอมติที่ประชุม 27  มิ.ย.ก่อน "ศรีสุวรรณ" ตามขยี้บอกใช้มูลนิธิป่ารอยต่อฯ ทำกิจกรรมการเมืองส่อผิด "ไพบูลย์" โต้ทันควันยันไม่มีปัญหา ไม่อย่างนั้นนักการเมืองก็ต้องห้ามไป กกต. บอกแทนพี่ป้อมใจจริงไม่อยากนั่งหัวหน้า


เรียกสอบ3พยาน เอี่ยวแผนแหกคุก 'บรรยิน'อ่วมหนัก

กองปราบฯ เรียก 3 พยาน "ทนาย-อดีต ส.ส.-ลูกชาย" ให้การ "บรรยิน" วางแผนแหกคุก  เผยเบื้องต้นพนักงานสอบสวนเตรียมแจ้งข้อหาหนัก ขณะที่นายกฯ ถึงกับอึ้ง เคยเห็นแต่ในหนัง ไม่เชื่อผู้ต้องขังจะสามารถทำได้ กำชับ จนท.เร่งหาข้อยุติและดำเนินการตามกระบวนการกฎหมาย


ครม.ตบโบนัส'กำนัน-ผญบ.' 699ล้านตอบแทนสู้โควิด19

กำนัน-ผู้ใหญ่บ้านเฮ! ครม.ไพเขียวงบ 699 ล้านให้ค่าตอบแทนพิเศษ 7 เดือน ตอบแทนช่วยป้องโควิด-19 ด้าน "สภาพัฒน์" แจงส่วนราชการเสนอโครงการขอใช้เงินกู้ฟื้นฟูเศรษฐกิจทะลุ 1.36  ล้านล้านบาท มากกว่าเงินกู้ 3 เท่า 

 .........................................................

ชี้ควรวางแผนใช้น้ำรีไซเคิลพื้นที่ EEC มั่นใจฝ่าวิกฤตขาดแคลนน้ำได้

 

     วันที่ 22 มิ.ย. - รศ.ดร.ชวลิต รัตนธรรมสกุล หัวหน้าหน่วยปฏิบัติการวิจัยนวัตกรรมการบำบัดของเสียและการนำน้ำกลับมาใช้ใหม่ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะหัวหน้าโครงการ “การพัฒนาพื้นที่อุตสาหกรรมและเมือง โดยการใช้น้ำเสียที่บำบัดแล้วนำกลับมาใช้ใหม่ในพื้นที่ EEC” กล่าวว่า  EEC เป็นพื้นที่กำลังพัฒนา หนีไม่พ้นปัญหาน้ำที่มีปริมาณไม่เพียงพอ เบื้องต้นมีการวิเคราะห์กันว่า ความต้องการน้ำในอนาคตจะเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว ทุกวันนี้ความต้องการน้ำในภาคอุตสาหกรรมและการท่องเที่ยวรวมทั้งการอุปโภคบริโภคของ 3 จังหวัดในพื้นที่ EEC มีประมาณมากกว่า 800 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี และอีก 20 ปีข้างหน้าความต้องการน้ำในส่วนนี้จะเพิ่มขึ้นและมีมากกว่า 1,000 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี มีโอกาสขาดแคลนแน่นอน ถ้าไม่มีการหาแหล่งน้ำต้นทุนใหม่ตอบสนองความต้องการน้ำในปริมาณที่เพิ่มขึ้น

     “โจทย์หนึ่งของงานวิจัยนี้ คือ การหาแหล่งน้ำทดแทนน้ำประปาไม่น้อยกว่า 100 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี จากการศึกษาและสำรวจข้อมูล พบว่า ในพื้นที่ EEC มีน้ำทิ้งหรือน้ำเสียที่มีศักยภาพสามารถนำมาบำบัดเอากลับมาใช้ใหม่ได้ จาก 2 แหล่งใหญ่ คือ น้ำเสียจากการอุปโภคบริโภคทั้งในภาคชุมชนและภาคบริการ และน้ำเสียจากภาคอุตสาหกรรมที่จะช่วยลดการใช้น้ำประปาลงได้ โดยคาดการณ์ว่า ภายในปี 2580 จะมีน้ำเสียจากภาคชุมชนเกิดขึ้นประมาณ 859,280 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน หรือ 313.64 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี แบ่งเป็นชลบุรี 456,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน , ฉะเชิงเทรา 164,380 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน และระยอง 238,900 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน หากสามารถรวบรวมมาบำบัดและนำกลับมาใช้ใหม่ได้ จะเป็นแหล่งน้ำต้นทุนใหม่ในพื้นที่ EEC ได้ในปริมาณที่มากพอสมควร และยังมีราคาถูกกว่าการทำน้ำทะเลให้เป็นน้ำจืด ” รศ.ดร.ชวลิต

     หน.หน่วยปฏิบัติการฯ ยกตัวอย่างว่า จังหวัดชลบุรีมีน้ำเสียจากชุมชนที่เข้าสู่ระบบบำบัดส่วนกลางค่อนข้างมาก เนื่องจากมีสถานประกอบการ โรงแรม ที่พักอาศัย อาคารสำนักงานค่อนข้างมาก ข้อดีคือ น้ำเสียของภาคอุปโภคบริโภค ชุมชน และภาคบริการ มีการรวบรวมน้ำเสียเข้าสู่ระบบบำบัดในปริมาณมาก เช่น ระบบบำบัดน้ำเสียเมืองพัทยา ระบบบำบัดน้ำเสียเทศบาลเมืองแสนสุข ตัวเลขของน้ำเสียที่เข้าสู่ระบบบำบัดส่วนกลางมีมากถึง80% ถ้ามีการปรับปรุงคุณภาพน้ำทิ้งเพิ่มเติมให้กลายเป็นน้ำรีไซเคิลตามมาตรฐานสากล จะสามารถส่งเสริมให้นำน้ำกลับมาใช้ทดแทนน้ำประปาบางส่วนได้เป็นอย่างดี  นอกจากนี้การประหยัดน้ำที่ต้นทางของกลุ่มอาคารธุรกิจขนาดใหญ่ โรงแรมและสถานบริการที่พัก ห้างสรรพสินค้าโดยการติดตั้งชุดสุขภัณฑ์ประหยัดน้ำจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการลดการใช้น้ำต้นทางได้ 5-15% และจะได้มากกว่านี้ถ้ามีการพัฒนาต่อยอดนวัตกรรมสุขภัณฑ์ประหยัดน้ำอย่างจริงจังในพื้นที่ EEC

 

 

          เช่นเดียวกับจังหวัดระยอง โดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรมต้องการใช้น้ำสูงกว่า 200 ล้านลบ.ม.ต่อปี ฉะนั้น ถ้าบำบัดน้ำเสียนำกลับมาใช้ใหม่ตัวเลขน้ำรีไซเคิลจะสูงมาก ปัจจุบันนี้มีนิคมอุตสาหกรรมบางแห่งที่ใช้น้ำปริมาณมากเริ่มให้ความสนใจถึงแนวทางการนำน้ำเสียที่ผ่านการบำบัดแล้วนำกลับมาใช้ใหม่เพื่อแก้ปัญหาน้ำขาดแคลน จากการสำรวจและให้คำปรึกษาในภาคสนาม พบว่า มีนิคมอุตสาหกรรมและโรงงานอุตสาหกรรมหลายแห่งที่มีศักยภาพในการรีไซเคิลน้ำ สามารถรีไซเคิลน้ำเสียได้มากกว่า 15% ของน้ำใช้ และค่าน้ำรีไซเคิลก็มีราคาถูกกว่า ขณะที่บางโรงงานที่ใช้น้ำปริมาณมาก ได้แก่ โรงงานประเภทอาหารและเครื่องดื่ม เมื่อลงทุนติดตั้งระบบรีไซเคิลน้ำเสีย พบว่า สามารถประหยัดน้ำได้มากกว่า 15%  และน้ำรีไซเคิลช่วยให้ประหยัดค่าน้ำประปาได้ถึง 7 บาทต่อ ลบ.ม. ขณะที่ภาคชุมชน จากการสำรวจน้ำทิ้งจากเทศบาลนครระยอง เทศบาลมาบตาพุด พบว่า มีคุณภาพค่อนข้างดี ปรับสภาพน้ำเพิ่มเติมก็นำกลับมาใช้ใหม่ในพื้นที่รอบๆ ได้ เป็นต้น     

          รศ.ดร.ชวลิต กล่าวต่อว่า  จากการลงพื้นที่สำรวจเก็บข้อมูลทั้งภาคอุปโภคบริโภค ภาคบริการ และภาคอุตสาหกรรม ช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา ได้แนวทางการจัดการระบบบำบัดน้ำเสียที่เหมาะสมสำหรับชุมชนและอุตสาหกรรม โดยมี 3 แนวทางเพื่อการนำน้ำเสียกลับมาใช้ใหม่ของเมือง ได้แก่ แนวทางที่ 1 คือระบบบำบัดน้ำเสียขนาดใหญ่ สำหรับชุมชนระดับเมือง ซึ่งจะมีปริมาณน้ำเสียค่อนข้างมาก โดยเพิ่มระบบการปรับสภาพน้ำ สามารถนำน้ำที่ได้กลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ของเมือง แนวทางที่ 2 คือ ระบบบำบัดน้ำเสียแบบรวมหรือแบบกลุ่ม (Cluster Treatment) เป็นระบบบำบัดน้ำเสียขนาดเล็กเหมาะกับชุมชนที่มีพื้นที่จำกัด สำหรับพื้นที่ที่มีน้ำเสียเข้าสู่ระบบบำบัด 500-1,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน เช่น ที่เทศบาลนครระยอง ทั้งโมเดลที่ 1 และ 2 เป็นระบบที่เหมาะกับพื้นที่ EEC และสามารถดำเนินการได้ทันที ส่วนแนวทางที่ 3 ระบบบำบัดน้ำเสียแบบ Individual เป็นโมเดลสำหรับสถานประกอบการแต่ละอาคาร ข้อจำกัดระบบนี้คือ อาคารในปัจจุบันมีเพียงท่อประปาท่อเดียว ไม่มีท่อแยกสำหรับน้ำรีไซเคิล  

      รศ.ดร.ชวลิต กล่าวว่า  ในอนาคตเมื่อคำนึงถึงการสร้างเมืองใหม่ สมาร์ท ซิตี้ สามารถทำได้ทั้งสามรูปแบบ โดยทั่วไปตามอาคารใหญ่ๆ อย่าง โรงแรม อาคารธุรกิจหรือห้างสรรพสินค้า ตัวเลขการใช้น้ำจำนวนมากจะมาจากสุขภัณฑ์ ถ้าอาคารใหม่มีการออกแบบแยกระบบท่อน้ำรีไซเคิลกับท่อน้ำประปาออกจากกันจะส่งเสริมการใช้น้ำรีไซเคิลในอาคารหรือการนำน้ำรีไซเคิลของเมืองหมุนเวียนกลับมาใช้ใหม่ได้อีกจำนวนมากจึงต้องมีการกำหนดมาตรฐานคุณภาพน้ำรีไซเคิลที่ปลอดภัยสร้างความมั่นใจกับผู้ใช้น้ำตัวอย่างความสำเร็จมีให้เห็นแล้วในหลายประเทศ เช่น ญี่ปุ่น สิงคโปร์ จีน เป็นต้น กรณีการนำน้ำรีไซเคิลของเมืองหมุนเวียนกลับมาใช้ใหม่ในอาคารสูงย่านธุรกิจใหม่ในกรุงโตเกียวเป็oการนำน้ำกลับมาใช้ใหม่ปริมาณมากในพื้นที่กว้างที่ประสบความสำเร็จและยั่งยืน โดยมีการดำเนินการมานาน 10 ปี ทั้งนี้อาคารใหม่ในพื้นที่มีการออกแบบกำหนดให้แยกระบบท่อน้ำรีไซเคิลกับท่อน้ำประปาออกจากกัน

 

          จากการคาดการณ์ศักยภาพปริมาณน้ำต้นทุนที่ประหยัดได้ของทุกภาคส่วนในพื้นที่ EEC สามารถพิจารณาได้ 2 กรณี เขาระบุ กรณีแรกเมื่อภาคอุตสาหกรรมลดได้ 15%  ภาคอุปโภคบริโภคและภาคบริการลดได้ 10% ภาคเกษตรลดได้ 10% และมีศักยภาพของต้นทุนน้ำรีไซเคิลของเมืองที่มีปริมาณน้ำเสียมากกว่า 40,000 ลบ.ม.ต่อวัน จากบ่อบำบัดน้ำเทศบาล จำนวน 7 แห่ง พบว่า จะสามารถประหยัดน้ำต้นทุนได้มากกว่า 600 ล้าน ลบ.ม.ต่อปี หรือคิดเป็น 19.43% ในปี 2580 กรณีที่สองเมื่อภาคอุตสาหกรรมลดได้ 10%  ภาคอุปโภคบริโภคและภาคบริการลดได้ 10% ภาคเกษตรลดได้เพียง 5%  และมีศักยภาพของต้นทุนน้ำรีไซเคิลของเมืองที่มีปริมาณน้ำเสียมากกว่า 40,000 ลบ.ม.ต่อวัน จากบ่อบำบัดน้ำเทศบาล จำนวน 7 แห่ง พบว่าจะสามารถประหยัดน้ำต้นทุนได้ถึง 465 ลบ.ม.ต่อปี หรือคิดเป็น 16.13% ในปี 2580  จะเห็นว่าน้ำต้นทุนที่ประหยัดได้นี้จะช่วยลดปัญหาน้ำขาดแคลนในพื้นที่ EEC เมื่อมีการพัฒนาเมืองค่อนข้างสมบูรณ์แบบ แต่การนำน้ำรีไซเคิลกลับมาใช้ให้ได้ผลจริงจัง จะต้องพิจารณาครอบคลุมทั้งมิติด้านกฎหมาย เศรษฐศาสตร์ และสังคม

     รศ.ดร.ชวลิต เสนอว่า จะต้องมีมาตรการทั้งผลักและดัน  เช่น แนวทางการจัดการทางเทคนิค เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำอีก 15% ในภาคอุตสาหกรรม จะต้องมีการกำหนดคุณภาพและมาตรฐานของน้ำรีไซเคิลให้เหมาะกับกิจกรรม เช่น เพื่อการหล่อเย็นและใช้ประโยชน์อื่นๆในระบบอุตสาหกรรม เพื่อใช้กับพื้นที่สีเขียว หรือการใช้น้ำกับระบบสุขภัณฑ์ เป็นต้น

          ทางด้านกฎหมาย เสนอให้มีการผลักดันข้อกฎหมายใหม่ๆ เพื่อตอบโจทย์ลดการใช้น้ำและนำน้ำกลับมาใช้ใหม่ในพื้นที่ EEC ประกอบด้วย พ.ร.บ.ส่งเสริมการประหยัดน้ำ เช่น ส่งเสริมการใช้สุขภัณฑ์ประหยัดน้ำ ฯลฯ พ.ร.บ.ส่งเสริมการนำน้ำกลับมาใช้ใหม่ และ พ.ร.บ.การกักเก็บน้ำฝนในอาคารและสถานประกอบการ กฎหมายทั้งสามนี้ ถ้าเกิดขึ้นได้จริงจะเป็นการประหยัดน้ำต้นทุนของเมือง ส่งเสริมให้เกิดนวัตกรรมใหม่ๆ รวมทั้งระบบรีไซเคิลน้ำ ระบบการเก็บน้ำฝนมาใช้ประโยชน์ และเกิดการสร้างธุรกิจใหม่ๆ เพื่อสิ่งแวดล้อม

      " ในด้านเศรษฐกิจ เป็นการมองเรื่องความคุ้มทุนในการลงทุนระบบรีไซเคิลน้ำ ที่ไม่เพียงช่วยลดปริมาณน้ำทิ้ง ยังได้น้ำประปาที่ราคาถูกเมื่อเทียบกับค่าน้ำประปาที่ใช้ปัจจุบัน เป็นการตอบโจทย์การมีแหล่งน้ำต้นทุนใหม่ ขณะเดียวกันมองแนวทางสร้างแรงจูงใจให้ชุมชนยอมรับการนำน้ำเสียกลับใช้ใหม่ด้วย มาตรการเหล่านี้ไปด้วยกันสามมิติ เทคนิค กฎหมาย และเศรษฐศาสตร์  " รศ.ดร.ชวลิต กล่าว

 

 .........................................................................

24 มิ.ย. 2563


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน