*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 4083
  • จำนวนผู้ชม : 2568914
  • จำนวนผู้โหวต : 529
  • ส่ง msg :
  • โหวต 529 คน
<< มิถุนายน 2020 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพฤหัสบดี ที่ 25 มิถุนายน 2563
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 237 , 13:57:27 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

สวัสดีครับ

         ประเทศไทยเปลี่ยนแปลงการปกคองมาแล้ว 88 ปี จากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาเป็นระบอบประชาธิปไตย(ครึ่งๆกลางๆ)

ซึ่งคนไทยน่าจะผิดหวังมิใช่น้อยเลย เพราะถ้าการเมือง การปกครองของเราโปร่งใส ทำเพื่อความเจริญโดยแท้จริง ไม่กินบ้านกินเมืองกัน

อย่างที่แล้วมา ระยะเวลาค่อนศตวรรษที่ผ่านมา ประเทศไทยก็คงเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วไปเสียนานแล้ว

 

 

 

มรดก ๘๘ ปีคณะราษฎร

    ชัดขึ้นเรื่อยๆ
    จากที่เคยเป็นวันรำลึกการเปลี่ยนแปลงการปกครองธรรมดาๆ    
    มา ๒๔ มิถุนายนปีนี้ มีเรื่องให้ถกเถียงมากกว่าปีก่อนๆ    
    เพราะสังคมไทยยังคงขัดแย้งเป็น ๒ ขั้วเหมือนเดิม
    ที่เปลี่ยนก็แค่ตัวละครใหม่ 
    ไม่ได้เริ่มต้นขัดแย้งกันเมื่อ ๑๐ กว่าปีก่อน 
    แต่ขัดแย้งกันมายาวนาน ๘๘ ปี 
    ต่างฝ่ายต่างเชื่อในชุดข้อมูลที่อยู่ในมือของตนเอง
    และนับวันยิ่งเห็นต่าง เรื่องการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ๒๔๗๕ มากขึ้นเรื่อยๆ
    อ่านโพสต์ในเฟซบุ๊กของ ดร.เสรี วงษ์มณฑา วานนี้ (๒๔ มิถุนายน) เหมือนเป็นการจุดเชื้อให้ต้องกลับมาทบทวนประวัติศาสตร์การเมือง ที่เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญครั้งหนึ่งของประเทศไทย 
    ....ตอนเด็กเรียนประวัติศาสตร์ ๒๔ มิถุนายน ๒๔๗๕ ประเทศไทยมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองจากสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาเป็นประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขภายใต้รัฐธรรมนูญ  (เป็นการสอนให้ชื่นชมเหตุการณ์ปฏิวัติให้เกิดการเปลี่ยนแปลง)
    โตมาติดตามเหตุการณ์บ้านเมืองเกิดมุมมองใหม่ ได้เรียนรู้ว่าบางคนในกลุ่มคณะราษฎรจงใจให้ร้ายสถาบันพระมหากษัตริย์ ปล้นอำนาจจากพระมหากษัตริย์มาแก่งแย่งกันเองเป็นวังวนของการเมืองน้ำเน่ามาจนถึงปัจจุบัน
    วันนี้กลุ่มที่โหน ๒๔๗๕ เพื่อเปลี่ยนแปลงการปกครองของไทยออกมาชุมนุมกันตั้งแต่เช้าตรู่  ท้าทาย พรก.ฉุกเฉิน ทำให้เรารู้แล้วว่า พวกเขาเรียกร้องให้ยกเลิก พรก. เพื่ออะไร มองแต่เป้าหมายของพวกตน ไม่สนใจปัญหาของโรคระบาด เลวจริงๆ.....
    ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจให้ตรงกัน ประเทศไทยในวันที่ไม่อาจหวนกลับไป ปกครองโดยระบอบ สมบูรณาญาสิทธิราชย์ได้อีก 
    ต้องเดินหน้าสร้างระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขเท่านั้น 
    และในเส้นทางที่สร้างกันมา ๘๘ ปี มีความขัดแย้งสองขั้วเสมอ
    การเปลี่ยนแปลงการปกครอง ๒๔๗๕ หรือเรียกว่าการอภิวัฒน์สยาม แค่เริ่มต้นก็สร้างความขัดแย้ง เคียดแค้นชิงชัง แล้ว
    ดังเห็นได้จากเมื่อคณะราษฎรได้ตัวประกันคนสำคัญมาไว้ในมือหมดแล้ว จึงได้ออกประกาศว่า 
    "ด้วยบัดนี้ คณะราษฎรได้จับพระบรมวงษานุวงศ์มาไว้เป็นประกันแล้ว ถ้าผู้ใดขัดขวางคณะราษฎร ผู้นั้นจะต้องถูกลงโทษ และพระบรมวงษานุวงศ์จะต้องถูกทำร้ายด้วย” 
    ตอกย้ำด้วย ประกาศคณะราษฎร ฉบับที่ ๑
----------------
    ....รัฐบาลของกษัตริย์ได้ปกครองอย่างหลอกลวงไม่ซื่อตรงต่อราษฎร มีเป็นต้นว่าหลอกว่าจะบำรุงการทำมาหากินอย่างโน้นอย่างนี้ แต่ครั้นคอยๆ ก็เหลวไป หาได้ทำจริงจังไม่ 
    มิหนำซ้ำกล่าวหมิ่นประมาทราษฎรผู้มีบุญคุณเสียภาษีอากรให้พวกเจ้าได้กิน ว่าราษฎรยังมีเสียงทางการเมืองไม่ได้ เพราะราษฎรโง่ 
    คำพูดของรัฐบาลเช่นนี้ใช้ไม่ได้ ถ้าราษฎรโง่ เจ้าก็โง่เพราะเป็นคนชาติเดียวกัน ที่ราษฎรรู้ไม่ถึงเจ้านั้นเป็นเพราะขาดการศึกษาที่พวกเจ้าปกปิดไว้ไม่ให้เรียนเต็มที่ 
    เพราะเกรงว่าเมื่อราษฎรได้มีการศึกษา ก็จะรู้ความชั่วร้ายที่พวกเจ้าทำไว้ และคงจะไม่ยอมให้เจ้าทำนาบนหลังคนอีกต่อไป....
    ....ราษฎรทั้งหลายจงพร้อมใจกันช่วยคณะราษฎรให้ทำกิจอันจะคงอยู่ชั่วดินฟ้านี้ให้สำเร็จ 
    คณะราษฎรขอให้ทุกคนที่มิได้ร่วมมือเข้ายึดอำนาจจากรัฐบาลกษัตริย์เหนือกฎหมายพึงตั้งตนอยู่ในความสงบและตั้งหน้าทำมาหากิน 
    อย่าทำการใดๆ อันเป็นการขัดขวางต่อคณะราษฎร การที่ราษฎรช่วยคณะราษฎรนี้ เท่ากับราษฎรช่วยประเทศและช่วยตัวราษฎร บุตร หลาน เหลน ของตนเอง 
    ประเทศจะมีความเป็นเอกราชอย่างพร้อมบริบูรณ์ ราษฎรจะได้รับความปลอดภัย ทุกคนจะต้องมีงานทำไม่ต้องอดตาย ทุกคนจะมีสิทธิเสมอกัน 
    และมีเสรีภาพพ้นจากการเป็นไพร่ เป็นข้า เป็นทาสพวกเจ้า หมดสมัยที่เจ้าจะทำนาบนหลังราษฎร 
    สิ่งที่ทุกคนพึงปรารถนาคือ ความสุขความเจริญอย่างประเสริฐ
    ซึ่งเรียกเป็นศัพท์ว่า "ศรีอาริยะ" นั้น ก็จะพึงบังเกิดขึ้นแก่ราษฎรถ้วนหน้า....
--------------
    แค่ข้ามปีเกิดการชิงอำนาจกันเองในหมู่คณะราษฎร!
    รัฐประหาร ๑ เมษายน พ.ศ.๒๔๗๖ พระยามโนปกรณ์นิติธาดา ประกาศพระราชกฤษฎีกาปิดสภาผู้แทนราษฎร พร้อมงดใช้รัฐธรรมนูญบางมาตรา
    รัฐประหาร ๒๐ มิถุนายน พ.ศ.๒๔๗๖ นำโดยพลเอกพระยาพหลพลพยุหเสนา ยึดอำนาจรัฐบาล พระยามโนปกรณ์นิติธาดา
    รัฐประหาร ๘ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๔๙๐ นำโดย พล.ท.ผิน ชุณหะวัณ ยึดอำนาจรัฐบาล พล.ร.ต.ถวัลย์ ธำรงนาวาสวัสดิ์
    รัฐประหาร ๖ เมษายน พ.ศ.๒๔๙๑ คณะนายทหารกลุ่มที่ทำการรัฐประหาร ๘ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๔๙๐ จี้บังคับให้ นายควง อภัยวงศ์ ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และมอบตำแหน่งต่อให้ จอมพล ป. พิบูลสงคราม
    รัฐประหาร ๒๙ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๔๙๔ นำโดยจอมพล ป. พิบูลสงคราม ยึดอำนาจรัฐบาลตนเอง
    รวมถึงกบฏวังหลวง ๒๖ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๔๙๒ ระหว่างรัฐบาล กับฝ่ายพันธมิตรทางการเมืองของปรีดี พนมยงค์ ที่มีทหารเรือและอดีตสมาชิกร่วมขบวนการเสรีไทยหลายคน หวังยึดอำนาจการปกครองประเทศคืน
    แต่สุดท้ายเพลี่ยงพล้ำ ส่งผลทำให้ปรีดี พนมยงค์ และพันธมิตรทางการเมืองหมดอำนาจโดยสิ้นเชิง และต้องลี้ภัยไปต่างประเทศ
    กลับกันถ้าเป็นฝ่ายชนะ วันนั้นฝั่ง ปรีดี พนมยงค์ ก็คือคณะรัฐประหาร หรือจะเรียกคณะอภิวัฒน์ ก็เอาตามสะดวก 
    นับแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ "ศรีอาริยะ" ยังไม่บังเกิดแก่ราษฎร เพราะมรดกการเมืองที่ คณะราษฎรสร้างไว้ 
    มีการทำรัฐประหาร สลับรัฐบาลประชาธิปไตยโกงกิน 
    นี่คือ มรดกจากคณะราษฎร ฝั่งทหารและพลเรือน ๘๘ ปีที่ผ่านมา
    รัชสมัย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีการเปลี่ยนแปลงสยามขนานใหญ่ ในระดับที่เรียกว่าปฏิรูปประเทศ พัฒนาอย่างตะวันตก มีการเลิกทาส 
    รัชสมัย  พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว  ทรงสร้าง "ดุสิตธานี" เมืองจำลองรูปแบบระบอบประชาธิปไตย 
    มีการตั้งใจพัฒนาประชาธิปไตยไปอย่างช้าๆ เพื่อสร้างความเข้าใจให้แก่ราษฎร 
    ประกาศคณะราษฎร ฉบับที่ ๑ จึงมีข้อกังขาในแง่ข้อเท็จจริงอยู่พอสมควร  
    และยังสามารถพิสูจน์ได้ในภายหลังว่า ปรากฏความชั่วร้ายแก่งแย่งอำนาจกันเอง ประชาชนมิได้เป็นเจ้าของอำนาจที่แท้จริง  
    หากมองไปอีกบทหนึ่งใน พระราชหัตถเลขาสละราชสมบัติของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว 
    ....รัฐบาลได้ออกกฎหมายใช้วิธีปราบปรามบุคคลซึ่งถูกหาว่าทำความผิดทางการเมืองในทางที่ผิดยุตติธรรมของโลก คือไม่ให้โอกาสต่อสู้คดีในศาล 
    มีการชำระโดยคณะกรรมการอย่างลับไม่เปิดเผยซึ่งเป็นวิธีการที่ข้าพเจ้าไม่เคยใช้ 
    ในเมื่ออำนาจอันสิทธิขาดยังอยู่ในมือของข้าพเจ้าเองและข้าพเจ้าได้ร้องขอให้เลิกวิธีนี้.....รัฐบาลก็ไม่ยอม.... 
    ....ข้าพเจ้ามีความเต็มใจที่จะสละอำนาจอันเปนของข้าพเจ้าอยู่แต่เดิมให้แก่ราษฎรโดยทั่วไป 
    แต่ข้าพเจ้าไม่ยินยอมยกอำนาจทั้งหลายของข้าพเจ้าให้แก่ผู้ใด คณะใดโดยเฉพาะ เพื่อใช้อำนาจนั้นโดยสิทธิขาดและโดยไม่ฟังเสียงอันแท้จริงของประชาราษฎร....
    สุดท้ายการเปลี่ยนแปลงการปกครองล้มเหลว เพราะอำนาจไปตกในมือคณะบุคคล 
    และประชาชนเองไม่มีความพร้อม 
    จนมีเรื่องเล่าคนไทยเข้าใจว่า "รัฐธรรมนูญ" คือชื่อลูกชายคนโตของ พระยาพหลพลพยุหเสนา หัวหน้าคณะราษฎร
    แม้จะมีข้อถกเถียงในภายหลังว่าแท้จริงแล้ว ประชาชนมีความพร้อม ฝ่ายที่ไม่พร้อมคือฝ่ายอนุรักษนิยมต่างหาก  
    แต่ยอมรับกันหรือไม่ว่า จนถึงทุกวันนี้ ประชาธิปไตยไทยไม่เคยมีความพร้อมเลย จากหลายๆ สาเหตุ และหนึ่งในนั้นคือ ทัศนคติของประชาชนต่อประชาธิปไตย
    เกิดความไขว้เขวกระทั่งโจรปล้นประเทศยังอ้างว่าตัวเองเป็นฝ่ายประชาธิปไตย 
    สงฆ์ทำผิดไม่ยอมมอบตัว ก็อ้างประเทศไม่เป็นประชาธิปไตย 
    รวมไปถึง รัฐบาลเลือกตั้งโกง-ทหารยึดอำนาจ เป็นวงจร!
    ครับ...เข้าบรรยากาศ "รวมไทยสร้างชาติ" ที่นายกฯ ลุงตู่ ประกาศเช้าเย็น
    แต่....มีคนไม่อยากสร้างดาวดวงเดียวกับลุงตู่ เขาอยากสร้างดาวอีกดวงด้วยมือตัวเอง เพราะเขามองว่า "ลุงตู่" คือจอมเผด็จการ  
    ฉะนั้น "รวมไทยสร้างชาติ" ไม่ใช่เรื่องง่าย หรืออาจเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลย 
    เพราะเรายังขัดแย้ง ๒ ขั้ว 
    และเราทุกคนคือมรดกจากคณะราษฎร.


                                    ผักกาดหอม

พบผู้ป่วย‘โควิด’ใหม่ 1 รายเป็นนศ.กลับจากอียิปต์ เที่ยวบินเดียวกันติดก่อนแล้ว 2 ราย

พบผู้ป่วย‘โควิด’ใหม่ 1 รายเป็นนศ.กลับจากอียิปต์ เที่ยวบินเดียวกันติดก่อนแล้ว 2 ราย

วันพฤหัสบดี ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2563, 11.22 น.

พบผู้ป่วย‘โควิด’ใหม่ 1 รายเป็นนศ.กลับจากอียิปต์ เที่ยวบินเดียวกันติดก่อนแล้ว 2 ราย

25 มิถุนายน 2563 ที่กระทรวงสาธารณสุข แพทย์หญิงพรรณประภา ยงค์ตระกูล หรือ “หมอบุ๋ม” ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค.แถลงสถานการณ์ประจำวัน ว่า วันนี้พบผู้ป่วยรายใหม่ 1 ราย เป็นนักศึกษาเพศชาย อายุ 24 ปี เดินทางกลับมาจากประเทศอียิปต์ และเข้าพักในสถานที่เฝ้าระวังที่รัฐจัดให้ (State Quarantine) โดยเที่ยวบินเดียวกันนั้นมีคนติดเชื้อไปก่อนแล้ว 2 ราย

ทั้งนี้ ไม่พบผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม และเป็นวันที่ 31 แล้ว ที่ไม่มีรายงานพบผู้ติดเชื้อในประเทศไทย ทำให้มีผู้ป่วยยืนยันสะสม 3,158 ราย เสียชีวิตสะสม 58 ราย หายป่วยแล้ว 3,038 ราย



มีเหตุให้ต้องเลื่อนมาแล้ว 4 ครั้ง '26 มิถุนา' ระทึกสุดขีด! ศาลนัดอ่านฎีกาคดีบุกบ้านสี่เสาฯ

 

25 มิ.ย.63 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันพรุ่งนี้ (26 มิ.ย.) เวลา 9.00 น. ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก นัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา คดีกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ชุมนุมปิดล้อมบ้านพักสี่เสาเทเวศร์ของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ อดีตประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เมื่อปี 2550 หมายเลขดำ อ.3531/2552 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 10 เป็นโจทก์ฟ้องนายนพรุจ หรือนพรุฒ วรชิตวุฒิกุล อดีตแกนนำกลุ่มพิราบขาว 2006, นายวีระศักดิ์ เหมะธุลิน, นายวันชัย นาพุทธา, นายวีระกานต์ มุสิกพงศ์ อดีตประธาน นปช., นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการ นปช., นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไท และ นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำ นปช. เป็นจำเลยที่ 1-7 ในความผิดฐานมั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้าย ก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมืองฯ 

สำหรับคดีนี้มีการเลื่อนอ่านคำพิพากษาศาลฎีกามาแล้วรวม 4 ครั้ง การนัดครั้งแรกเมื่อวันที่ 31 ก.ค. 2562 ปรากฏว่าครั้งนั้นนายวีระกานต์ จำเลยที่ 4 ป่วย จึงเลื่อนมาวันที่ 23 ก.ย. 2562 ซึ่งเกิดกรณีที่จำเลยที่ 4-7 ขอกลับคำให้การเดิมจากปฏิเสธสู้คดี เป็นขอรับสารภาพผิด ศาลอาญาจึงต้องส่งคำพิพากษากลับไปให้ศาลฎีกาพิจารณาใหม่  ก่อนศาลอาญาจะนัดอ่านคำพิพากษาฎีกาในวันที่ 6 ก.พ. 2563 อย่างไรก็ตาม วันดังกล่าวมีเหตุเลื่อนอ่านคำพิพากษาฎีกาอีกครั้ง เพราะนายนพรุจ จำเลยที่ 1 ได้ย้ายที่อยู่ ไม่สามารถส่งหมายนัดให้นายนพรุจได้ ศาลอาญาจึงเลื่อนนัดมาเป็นวันที่ 30 เม.ย. 2563 ซึ่งอยู่ในช่วงเวลาสถานการณ์ฉุกเฉินในการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ศาลประกาศให้ใช้ดุลพินิจเลื่อนคดี เป็นเหตุให้ต้องเลื่อนนัดล่าสุดมาเป็นวันที่ 26 มิ.ย.นี้ เวลา 9.00 น.

โดยคดีนี้ ศาลอาญาซึ่งเป็นศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 16 ก.ย. 2558 ให้จำคุกนายนพรุจ จำเลยที่ 1 เป็นเวลา 2 ปี 8 เดือน ฐานทำร้ายร่างกายเจ้าพนักงานซึ่งปฏิบัติหน้าที่ฯ ส่วนนายวีระกานต์, นายณัฐวุฒิ, นายวิภูแถลง และ นพ.เหวง จำเลยที่ 4-7 คนละ 4 ปี 4 เดือน ฐานมั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้ายฯ และเป็นผู้ใช้ให้ผู้อื่นขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของ เจ้าพนักงานฯ และให้ยกฟ้องนายวีระศักดิ์ และนายวันชัย จำเลยที่ 2-3 ริบของกลาง ต่อมาวันที่ 10 ม.ค.2560 ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า พวกจำเลยมีความผิดฐานเป็น ผู้สนับสนุน ต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานฯ ตามมาตรา 138 วรรคสอง ให้จำคุกคนละ 1 ปี และมีความผิดฐานมั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ก่อให้เกิดความวุ่นวายโดยเป็นหัวหน้าสั่งการ ซึ่งเจ้าพนักงานสั่งให้เลิกแล้วไม่เลิก ตามมาตรา 215 วรรคหนึ่งและวรรคสาม, มาตรา 216 ประกอบมาตรา 83 ซึ่งเป็นการกระทำกรรมเดียว แต่ผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามมาตรา 215 วรรคสาม เพียงกรรมเดียว จำคุกคนละ 3 ปี รวมจำคุกจำเลยที่ 4-7 คนละ 4 ปี คำให้การเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาคดีอยู่บ้าง ลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุกจำเลยที่ 4-7 คนละ 2 ปี 8 เดือน ส่วนนายนพรุจ จำเลยที่ 1 จำคุก 2 ปี 8 เดือน โดยไม่รอลงอาญา ยกฟ้องจำเลยที่ 2-3.

 

‘บิ๊กตู่’นำถกผ่อนปรนเฟส 5 เพิ่ม เคาะต่อ-เลิก‘พรก.ฉุกเฉิน’ สธ.แย้มไทยปลอดเชื้อ31วัน

‘บิ๊กตู่’นำถกผ่อนปรนเฟส 5 เพิ่ม เคาะต่อ-เลิก‘พรก.ฉุกเฉิน’ สธ.แย้มไทยปลอดเชื้อ31วัน

วันพฤหัสบดี ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2563, 11.02 น.

‘บิ๊กตู่’นำถกผ่อนปรนเฟส 5 เพิ่ม เคาะต่อ-เลิก‘พรก.ฉุกเฉิน’ สธ.แย้มไทยปลอดเชื้อ31วัน

25 มิถุนายน 2563 ที่ทำเนียบรัฐบาล ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงเช้า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ได้นำคณะรัฐมนตรี (ครม.) เข้าเฝ้าถวายเครื่องสักการะสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ ณ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เขตพระนคร กรุงเทพฯ

จากนั้น เดินทางเข้าทำเนียบรัฐบาล โดยเรียกประชุมคณะกรรมการศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 หรือ ศบค.ชุดเล็ก บนตึกไทยคู่ฟ้า เพื่อหารือถึงการผ่อนคลายกิจกรรม และกิจการ ระยะที่ 5 เพิ่มเติม กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมี นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารสุข เข้าร่วม

นพ.สุขุม ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ ว่า วันนี้ประเทศไทยไม่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ภายในประเทศเป็นวันที่ 31 แล้ว ซึ่งเป็นช่วงเวลาการผ่อนปรนในระยะที่ 4 ทั้งมาตรการป้องกัน เฝ้าระวัง และ การดำเนินกิจการต่างๆ เป็นไปได้ด้วยดี  ยิ่งเมื่อเทียบความสำเร็จกับต่างประเทศ อย่างเช่น เยอรมนี สหรัฐอเมริกา ที่พบการระบาดรอบ 2  สะท้อนให้เห็นถึงความร่วมมืออย่างดีของคนไทย  ทำให้มีความมั่นใจที่จะผ่อนปรนให้การดำเนินชีวิต และ เศรษฐกิจของประเทศเดินหน้าต่อไปตามปกติได้มากขึ้น ภายใต้มาตรการดูแลของภาครัฐ และ การสร้างความมั่นที่จะดูแลประชาชนได้ดียิ่งขึ้น 

สำหรับทิศทางการขยายเวลาประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า เป็นเรื่องของนโยบาย ในส่วนของกระทรวงสาธารณสุขกำลังรวบรวมข้อมูลต่างๆ กำลังดำเนินการพิจารณา แต่จะคงไว้ต่อไปหรือไม่ ยังไม่ทราบ ส่วนรายละเอียดจะรายงานให้ทราบอีกครั้งนั้นเมื่อเวลา 10.00 น. ที่ตึกไทยคู่ฟ้า พล.อ.ประยุทธ์ ได้มีการหารือ ศบค.ชุดเล็ก เป็นการภายใน ก่อนที่สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) จะหารือในช่วงบ่าย ซึ่งนอกจากจะมีปลัดกระทรวงสาธารณสุขแล้ว ยังมี พล.อ. พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รองผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะประธานคณะทำงานกลั่นกรองกิจการและกิจกรรมตามมาตรการผ่อนคลายการบังคับใช้มาตรการในการป้องกันและยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 และในฐานะกรรมการ ศบค.ชุด สมช., พล.อ.สมศักดิ์ รุ่งสิตา เลขาธิการ สมช. ร่วมหารือ คาดว่าเป็นการพิจารณาการตัดสินใจต่ออายุการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินหรือไม่ ซึ่งต้องเสนอที่ประชุม ศบค.ชุดใหญ่ ในวันจันทร์ ที่ 29 มิถุนายน นี้   

 .......................................................
 
ยอด'โควิด-19'ทั่วโลกทะลุ9.5ล้านคน ตายกว่า480,000ราย

ยอด'โควิด-19'ทั่วโลกทะลุ9.5ล้านคน ตายกว่า480,000ราย

วันพฤหัสบดี ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2563, 09.20 น.

25 มิ.ย.63 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า สถานการณ์เชื้อไวรัสโควิด-19 หรือไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ยังคงแพร่ระบาดอย่างต่อเนื่อง โดยตามรายงานเมื่อเวลา 06.00 น.ของวันพฤหัสบดี 25 มิ.ย.63 ตามวันเวลาในไทย ระบุว่า เชื้อไวรัสฯ ได้ลุกลามไปแล้ว 213 ประเทศ ส่งผลให้มียอดผู้ป่วยติดเชื้อสะสมเพิ่มขึ้นจำนวน 9,520,134 ราย ผู้ป่วยที่เสียชีวิตมีจำนวนเพิ่มขึ้นเป็น 483,958 ราย และผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาจนหายมีจำนวนสะสม 5,169,213 ราย

สหรัฐฯมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 มากที่สุด มีผู้ติดเชื้อสะสม 2,461,719 ราย อันดับ 2 บราซิล 1,192,474 ราย อันดับ 3 รัสเซีย 606,881 ราย อันดับ 4 อินเดีย 472,985 ราย อันดับ 5 สหราชอาณาจักร 306,862 ราย อันดับ 6 สเปน 294,166 ราย  อันดับ 7 เปรู 264,689 ราย อันดับ 8 ชิลี 254,416 ราย อันดับ 9 อิตาลี 239,410 ราย และอันดับ 10 อิหร่าน 212,501 ราย

 

'บิ๊กตู่'ประชุมก.ตร.ขอตำรวจช่วยกันทำงาน-ให้ปชช.สบายใจ

'บิ๊กตู่'ประชุมก.ตร.ขอตำรวจช่วยกันทำงาน-ให้ปชช.สบายใจ

วันพฤหัสบดี ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2563, 14.09 น.

เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 25 มิถุนายน 2563 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) โดยเมื่อมาถึง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) พร้อมผู้บริหาร ให้การต้อนรับ โดย พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวกับกำลังพล ว่า "ขอให้ช่วยกันทำงานให้ประชาชนเชื่อมั่นและสบายใจ ขอให้ทุกส่วนช่วยกันทำงานต่อไป ผมขอให้กำลังใจทุกคนนะ"

 

พ่อเมืองพิษณุโลกสั่งบูรณะที่ว่าการ อ.บางกระทุ่มหลังเก่า อายุกว่า 85 ปี

พ่อเมืองพิษณุโลกสั่งบูรณะที่ว่าการ อ.บางกระทุ่มหลังเก่า อายุกว่า 85 ปี

วันพุธ ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2563, 18.02 น.

พ่อเมืองพิษณุโลกสั่งบูรณะที่ว่าการ อ.บางกระทุ่มหลังเก่า อายุกว่า 85 ปี พัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว

เมื่อวันนี้ 24 มิถุนายน 63 ที่ว่าการอำเภอบางกระทุ่มหลังเก่า หมู่ที่ 3  ต.บางกระทุ่ม อ.บางกระทุ่ม จ.พิษณุโลก  ทางเทศบาลตำบลบางกระทุ่มได้จัดเจ้าหน้าที่เข้าทำความสะอาดอาคารที่ว่าการอำเภอบางกระทุ่มหลังเก่า ทั้งฉีดพื้น เก็บเศษขยะ หลังจากที่ทาง  นายพิพัฒน์ เอกภาพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก มีแนวคิดในการบูรณะอาคารที่ว่าการอำเภอดังกล่าว เพื่อเป็นแหล่งท่องเที่ยวมีชีวิต เป็นจุดจัดแสดงสินค้า รวมทั้งเป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับนักท่องเที่ยวและคนที่สนใจ

 

 สำหรับ ที่ว่าการอำเภอบางกระทุ่มหลังเก่า ตั้งอยู่เลขที่  300 หมู่ที่ 3  ต.บางกระทุ่ม   อ.บางกระทุ่ม   จ.พิษณุโลก สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2478  มีอายุกว่า 85 ปี มาแล้ว ลักษณะเป็นเรือนทรงปั้นหยา ชั้นเดียว ยกใต้ถุนสูง เสาไม้เต็งรัง พื้นเป็นไม้ตะแบก หลังคากระเบื้อง ถือเป็นที่ว่าการอำเภอเก่าแก่อีกหลังหนึ่งในจังหวัดพิษณุโลก ภายในพื้นที่ยังมี โรงเก็บพัสดุ อีกหนึ่งหลัง ลักษณะสี่เหลี่ยมผืนผ้า สร้างขึ้น เมื่อปี พ.ศ. 2519  โดยที่ว่าการอำเภอบางกระทุ่ม (หลังเก่า) แห่งนี้ มีขนาดกว้าง 120 เมตร ยาว 264 เมตร เนื้อที่ 6 ไร่ เศษ สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 ทางเทศบาลตำบลบางกระทุ่ม มีแผนที่จะปรับปรุงให้มีสภาพคงทนสวยงาม ตามเอกลักษณ์ของเรือนไทยยุคเก่า พัฒนาให้เป็นแหล่งเรียนรู้ของคนในชุมชน ให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวแลนด์มาร์ค อีกแห่งหนึ่งของอำเภอบางกระทุ่ม และของจังหวัดพิษณุโลก

ปัจจุบันที่ว่าการอำเภอบางกระทุ่ม ได้สร้างหลังใหม่ขึ้นมาทดแทนหลังเก่าที่ชำรุดทรุดโทรม แล้วเสร็จเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2534 มีเนื้อที่ประมาณ 80 ไร่ ส่วนอาคารหลังเดิมยังคงอนุรักษ์ไว้

 

นายพิพัฒน์ เอกภาพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก  กล่าวว่า ที่ว่าการอำเภอบางกระทุ่ม(หลังเก่า)ก่อสร้างมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2478 ปล่อยทิ้งร้างมานาน ตนคิดว่า ก่อนที่จะเกษียณอายุไม่กี่เดือนอันใกล้นี้ จะขอพัฒนาที่ว่าการอำเภอบางกระทุ่มให้มีชีวิตชีวา อันดับแรกคือ ได้ตั้งคณะกรรมการ 1 ชุด เพื่อกำกับนโยบายและรวบรวมข้อมูลวิถีชีวิตของคนบางกระทุ่ม เมื่อ 91 ปีที่ผ่านมา โดยจะพัฒนาเป็นพิพิธภัณฑ์หรือห้องจัดแสดง และจุดแสดงสินค้าพื้นเมือง ส่วนระยะยาว คือ ต้องจัดงบประมาณ ซึ่งหัวหน้าสำนักงานโยธาธิการจังหวัดพิษณุโลกลงไปดูในพื้นที่แล้วว่า จะต้องใช้งบประมาณเท่าใด จากนั้นนำเสนอแบบโครงการไปยัง กรมศิลปากร หรือ ศิลปากรที่ 6 สุโขทัย เพื่อรอการอนุมัติ ซึ่งก็คาดว่า ใช้เวลานานพอสมควร คาดว่า คงไม่เสร็จทัน ก่อนตนเกษียณอายุแน่

 

 

นอกจากนี้ตนได้เรียกนายอำเภอบางกระทุ่มและอดีตนายอำเภอบางกระทุ่ม เพื่อทำให้ที่ว่าการอำเภอบางกระทุ่มมีชีวิต ซึ่งร่วมมือกับท้องถิ่น โดยจังหวัดฯได้ทำ MOU กับเทศบาลบางกระทุ่ม เพื่อให้มาดูแลและปรับภูมิทัศน์ให้สวยงาม เบื้องต้นเตรียมจัดทำบันไดทางขึ้นให้แข็งแรง เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวมาได้ชม ส่วนภายในนั้น ได้สำรวจเบื้องต้นแล้ว บริเวณพื้นห้องยังพอใช้ได้อยู่ อาจจะเปลี่ยนพื้นไม้ชนิดเดียวกัน ซึ่งบางชิ้นได้ผุกร่อนไปตามกาลเวลา เปลี่ยนพื้นไม้เพื่อให้พอรับแรงได้ จนกว่า กรมศิลปากรอนุมัติงบประมาณปรับปรุงแบบแปลนถาวรเพื่อซ่อมแซมบูรณะต่อไป

 

 

ผู้ว่าฯ ย้ำอีกว่า สัปดาห์หน้า ตนจะพาประชาชนจิตอาสาไปพัฒนาปรับปรุงภูมิทัศน์ให้สวยงาม พร้อมกับนำ”หลวงพ่อพระทันใจ”ซึ่งเจ้าอาวาสวัดจันทร์ตะวันตก จะอัญเชิญไปประดิษฐานบริเวณที่ว่าการอำเภอบางกระทุ่มหลังเก่า เพื่อให้นักท่องเที่ยวสักการะและกราบไหว้ทำให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวมีชีวิตชีวา

 

 

 

 

 ...............................................................

26 มิ.ย. 2563


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน