*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 4083
  • จำนวนผู้ชม : 2568890
  • จำนวนผู้โหวต : 529
  • ส่ง msg :
  • โหวต 529 คน
<< มิถุนายน 2020 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 26 มิถุนายน 2563
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 298 , 12:55:23 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

สวัสดีครับ

         นักเคลื่อนไหวบนท้องถนนกลุ่มสำคัญที่เคยบังอาจพาบริวารปิดล้อมบ้านพักพล.อ. เปรม ตินสูลานนท์ สี่เสาเทเวศน์มาก่อน

ถึงคราวที่จะต้องเดินเข้าคุกตามๆกันแล้ว ทำให้นาย 'ณัฐวุฒิ' ดาวเด่น ถึงกับเพ้อรำพันเป็นข้อเขียนจารึกไว้ทีเดียว

วสันตฤดู ...

ฝนขาดเม็ด สายรุ้งวาดเส้นโค้งตรงขอบฟ้า

“เล่งฮู้ชง”เพ่งสายตามองไปเบื้องหน้า

นัดหมายสำคัญมาถึงอีกครั้ง พรุ่งนี้คือกำหนดออกเดินทาง

ที่แท้ปลายทางคือสถานที่ใด ?

ฯลฯ

 

         คนเคยคำรามด้วยเสียงสิงหนาทปกาศิตสะท้านแผ่นดินมาก่อน กลับกลายเป็นเสียงครวญครางของ(?) อิ๋งๆ ไปเสียแล้ว

 

 

 

สำนึกรักจาก ผบ.และอดีต ผบ.ทบ.

 

    ช่างบังเอิญ....
    สองสามวันมานี้มีข่าวเกี่ยวกับ ผบ.ทบ. และอดีต ผบ.ทบ.อยู่หลายคน
    เริ่มที่ ผบ.ทบ.คนปัจจุบันก่อน 
    อังคารที่ผ่านมา บิ๊กแดง พลเอกอภิรัชต์ คงสมพงษ์ มอบหมายให้ พลเอกณัฐพล นาคพาณิชย์ รองผู้บัญชาการทหารบก ผู้แทนกองทัพบก เป็นประธานในพิธีบำเพ็ญกุศลอุทิศถวายแด่ พลเอก พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าบวรเดช และบำเพ็ญกุศลอุทิศแก่ พันเอกพระยาศรีสิทธิสงคราม 
    เพื่อรำลึกถึงคุณงามความดี ของนายทหารที่มีความจงรักภักดีต่อสถาบัน
    คงผ่านหูผ่านตาไปพอควรกับ "กบฏบวรเดช"
    การพูดถึงประวัติศาสตร์มักถูกตีความไปสองทางเสมอ 
    กบฏบวรเดช กับ กบฏวังหลวง เป็นกบฏเหมือนกัน แต่ถูกมองในแง่มุมที่ต่างออกไป
    อยู่ที่คนมอง และมองจากมุมไหน 
    แต่ก็มีมุมมองที่เลยเถิด  
    ไปแปลความว่า มีฝ่ายต่อต้านประชาธิปไตย เพื่อให้ประเทศกลับไปสู่ระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์     ถือว่าผิดถนัด!
    เพราะระบอบการปกครองนี้ไม่เหมาะสมกับโลกปัจจุบันแล้ว
    ขณะเดียวกันความพยายามพาประเทศกลับไปสู่การปกครองระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ก็ไม่มีอยู่จริง
     จะมีก็เพียงการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขเท่านั้น 
    ฉะนั้นวันนี้ไม่มีระบอบอื่น นอกจากประชาธิปไตย
    เพียงแต่เรื่องราวในอดีต ที่ย้อนมามีบทบาทในวันนี้ กลับมีการอธิบายโดยใช้บริบทในปัจจุบันเข้าไปกำหนด 
    มันจึงมีความต่างอย่างมากมายจากความคิดที่แตกต่างกัน 
    "บิ๊กแดง" ให้ความสำคัญ กับ "กบฏบวรเดช" ไม่ได้อธิบายว่า "บิ๊กแดง" จะพาประเทศกลับสู่การปกครอง ระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ 
    แต่เป็นการแสดงให้เห็นถึงเจตนารมณ์ของอดีต 
    เราพูดถึงพระมหากษัตริย์นักประชาธิปไตย หากฟังผ่านๆ อาจคิดได้ว่าหมายถึงเฉพาะพระมหากษัตริย์ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
    ไม่ใช่เลย! 
    การวางรากฐานประชาธิปไตยมีมาตั้งแต่รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เรื่อยมาจนถึงพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว
     พระมหากษัตริย์นักประชาธิปไตย จึงหมายความย้อนไปถึง พระมหากษัตริย์ในระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์
    เมื่อครั้งมีพระราชอำนาจเต็มที่ พระมหากษัตริย์ในระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ได้ทรงพยายามวางรากฐานประชาธิปไตย 
    เพื่อให้ประเทศไทยปกครองในระบอบประชาธิปไตย
    และมีรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายแม่บท 
    แต่คณะราษฎรชิงสุกก่อนห่าม
    ด้วยการช่วงชิงพระราชอำนาจ
    หม่อมราชวงศ์นิมิตรมงคล นวรัตน อดีตนักโทษกบฏ ใน "กบฏบวรเดช" บันทึกเอาไว้ว่า
    ....เป็นหน้าที่ของนักประวัติศาสตร์ ผู้จะต้องตัดสินว่า การกบฏครั้งใด เพื่ออะไร และมีเหตุผลอย่างไร 
    นักประวัติศาสตร์จะไม่ด่วนทำคำวิพากษ์ในระหว่างที่บุคคลผู้เกี่ยวข้องในเหตุการณ์นั้นๆ ยังมีชีวิตอยู่ และทั้งต้องรอเวลาให้ความรู้สึกของประชาชนในเหตุการณ์นั้นๆ ดับสูญลง 
    เป็นหน้าที่ของเขาที่จะรวบรวมข้อเท็จจริงจากหลักฐาน เอกสาร จดหมาย และบันทึกต่างๆ โดยไม่งมงายฟังความข้างเดียว....
    และจากบันทึกเกี่ยวกับ "กบฏบวรเดช" พบว่าเหตุการณ์นี้มิได้มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว
    สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี ได้มีพระราชเสาวนีย์ เกี่ยวกับการวางบทบาทของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าฯ ในเหตุการณ์กบฏบวรเดชว่า
    "...ถึงแม้แต่พระองค์เจ้าบวรเดช ในหลวงก็เคยรับสั่งห้ามว่า ไม่ให้ทำอะไรเป็นอันเด็ดขาด 
    ขึ้นชื่อว่าเจ้าล่ะก็ไม่ให้ทำอะไรทั้งนั้น 
    ถ้าทำจะยิ่งร้ายแรง 
    ถ้าเผื่อเป็นคนอื่นเขาจะปฏิวัติซ้อนชิงอำนาจมาถวาย นั่นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง 
    แต่ว่าเจ้าทำไม่ได้ 
    ในหลวงท่านเตือนไว้เฉยๆ แล้วก็ไม่ทรงทราบอะไรจากพระองค์เจ้าบวรเดชอีกว่าจะคิดทำอะไร หรืออย่างไร แต่ผลที่สุดก็เกิดขึ้นจนได้....."    
    แต่ ณ ปัจจุบันลูกหลานไทยบางส่วน ยังผูกโยงโจมตีสถาบันพระมหากษัตริย์ พยายามบิดเบือนว่าขัดขวางการเติบโตของประชาธิปไตย 
    ต้องการฟื้นระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์!
    หากมองอย่างนักประชาธิปไตยที่แท้จริง ด้วยมุมมองที่กว้างไกล มิใช่มุมที่อาฆาต เคียดแค้น จะเห็นความจริงหลายประการในอดีต 
    และไม่ควรนำอดีตมาจุดเชื้อให้เกิดความขัดแย้งในปัจจุบัน 
    นายพันเอกหลวงพิบูลสงคราม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม (จอมพล แปลก พิบูลสงคราม  เป็น ผบ.ทบ.ช่วงปี ๒๔๘๑-๒๔๙๑) กล่าวเมื่อคราวเปิดอนุสาวรีย์ปราบกบฏ
    "....อนุสสาวรีย์ ๑๗ ทหารและตำรวจผู้กล้า ซึ่งประดิษฐานอยู่ฉะเพาะพระภักตร์และต่อหน้าท่านผู้รักชาติทั้งหลาย 
    ด้วยความจริงใจของเกล้ากระหม่อมแล้ว ไม่มีความยินดีเห็น 
    เพราะเป็นอนุสสาวรย์ ที่ต้องสร้างขึ้นภายหลังจากเหตุกาณ์อันเสร้าสลดที่สุด ที่คนไทยต่อคนไทยแตกความคิดความเห็น 
    และจับอาวุธเข้าประหัตประหารกันเอง จนถึงกับต้องเสียชีวิต 
    กระทรวงกลาโหมขออุททิศอนุสสาวรีย์นี้ไว้แก่ชาติไทย เพื่อเป็นเครื่องเตือนสติเตือนใจชาวไทยว่า อย่าแตกความสามัคคีกัน ทั้งการคิด การพูดและการทำ 
    หากแม้ว่าสิ่งระลึกเตือนสะเทือนใจนี้จะเป็นคุณประโยชน์แก่ชาติบ้านเมืองแม้แต่น้อย ก็ขอให้ผลอันนี้ได้ไปเป็นเครื่องประดับวิญญาณแก่สหายที่รักผู้กล้าหาญของเกล้ากระหม่อมทั้ง ๑๗ นายนั้นตลอดกาล...."
    จะเห็นได้ว่าแม้จะมีความขัดเแย้งทางการเมืองสูงระหว่างคณะราษฎรกับกลุ่มจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์  
    แต่ก็มีความพยายามอย่างยิ่งยวดที่จะจบความขัดแย้ง เพราะสุดท้ายแล้วความขัดแย้งจะนำไปสู่การเข่นฆ่ากันเองของคนไทย 
    กระนั้นก็ตาม การเมืองไทยเกิดเหตุการณ์รุนแรง และความสูญเสีย มาเป็นระยะ 
    ตัวละครเปลี่ยนไปตามยุคสมัย แต่ยังคงมี ผบ.ทบ.เข้ามาเกี่ยวข้องเสมอ
    วานนี้ (๒๕ มิถุนายน) สนธิ ลิ้มทองกุล โพสต์รูปภาพ พล.อ.สุจินดา คราประยูร พร้อมข้อความว่า  "อำนาจ คือ สิ่งสมมุติ หมกมุ่นในอำนาจ คือ สิ่งโง่เขลา เกิด แก่ เจ็บ ตาย คือ สัจธรรม"
    ....บุคคลที่ถูกประคองในภาพนี้คือ พล.อ.สุจินดา คราประยูร ในอดีตท่านใหญ่คับประเทศ แต่วันนี้แค่เรี่ยวแรงจะเดินยังไม่มี ถือเป็นบทเรียนสอนใจได้ว่า...สุดท้ายแล้วคนเราทุกคนก็ต้องพ่ายแพ้ต่อสังขาร พ่ายแพ้ต่อธรรมชาติ ถึงคุณจะมีอำนาจล้นฟ้า​ แต่คุณก็ไม่สามารถเอาชนะธรรมชาติได้​ ถึงคุณจะร่ำรวยมหาศาล​จากการกอบโกยมาทั้งชีวิต​ แต่เมื่อคุณตายไปแล้วก็เอาติดตัวไปไม่ได้สักบาท....
    พล.อ.สุจินดา จากเก้าอี้ ผบ.ทบ.สู่เก้าอี้นายกฯ และสู่เผด็จการมือเปื้อนเลือด
    ใช่ครับ สุดท้ายต้องตายกันทุกคน ยิ่งใหญ่แค่ไหนก็หนีความตายไม่พ้น เพียงแต่จะให้ผู้คนจดจำในฐานะอะไร
    อย่าง "บิ๊กตุ้ย" พล.อ.ชัยสิทธิ์ ชินวัตร อดีต ผบ.ทบ.อีกคนที่เปิดบ้านเลี้ยงวันเกิดครบ ๗๕ ปี วานนี้  พูดถึงอดีต ผบ.ทบ.รุ่นน้อง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา 
    "ที่เคยต่อว่านักการเมืองเป็นอย่างไรในสมัยก่อน ต่อว่าเขาอย่างไร ตนเองก็อย่าทำละกัน และให้เป็นตัวอย่างที่ดีหน่อย ยังมีเวลาปรับตัว”
    "บิ๊กตุ้ย" ในความทรงจำวันนี้ไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน แต่ที่สังคมจำได้มากที่สุดคือ ญาติผู้พี่ทักษิณ  ชินวัตร 
    เริ่มต้นเรื่องจาก "บิ๊กแดง" - "กบฏบวรเดช" หากไม่มองผ่านมุมที่สุดโต่งจนเกินไป ก็จะเห็นว่าทุกคนล้วนอยากทำในสิ่งที่ถูกต้อง
    ไม่ใช่กลับไปแก้ไขอดีต
    แต่ยืนยันสิ่งที่เกิดในอดีต เพื่อเป็นบทเรียนให้ปัจจุบัน กระทำให้เกิดผลในอนาคต
    ฉะนั้นไม่ว่าใครจะทวงอะไรจาก ๒๔๗๕ 
    ขอความกรุณาอย่าทวงความขัดแย้ง ให้คนไทยต้องกลับมาฆ่าฟันกันอีก. 


                                    ผักกาดหอม
 

26 มิถุนายน พ.ศ. 2563

หน้าหนึ่ง X-CITE

จำคุกตลอดชีวิต พ่อข่มขืนลูกในไส้

 ...........................................................

เศร้า! 'ณัฐวุฒิ' โพสต์สั่งลาสหายชาวยุทธ มีกำหนดออกเดินทางวันนี้

 

26 มิ.ย.63 - นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊ก เมื่อคืนที่ผ่านมา ก่อนที่จะเดินทางเข้าฟังคำพิพากษาศาลฎีกาในคดีบุกบ้านสี่เสาฯ วันนีี้โดยโพสต์ของนายณัฐวุฒิ มีรายละเอียดดังนี้

วสันตฤดู ...

ฝนขาดเม็ด สายรุ้งวาดเส้นโค้งตรงขอบฟ้า

“เล่งฮู้ชง”เพ่งสายตามองไปเบื้องหน้า

นัดหมายสำคัญมาถึงอีกครั้ง พรุ่งนี้คือกำหนดออกเดินทาง

ที่แท้ปลายทางคือสถานที่ใด ?

บ้านช่องอันอบอุ่นหรือเขตแดนรกร้างไกลโพ้น ?

กว่าสิบปีท่องทะยานทั่วยุทธภพ ที่สามารถควบคุมคือเพลงกระบี่ ที่มิอาจควบคุมคือโชคชะตา

“เล่งฮู้ชง”มิเคยก้มหัวให้โชคชะตา ทั้งชีวิตลำตัวเหยียดตรงเผชิญความจริง

วาจาที่ควรกล่าวล้วนกล่าวครบถ้วนแล้ว สุราที่ควรดื่มกลับยังมิได้ดื่มกิน

ข้าพเจ้าขอคารวะเหล่าสหายชาวยุทธด้วยสุราจอกนี้

ทุกท่าน เชิญ ...

 

แฟนคลับได้เฮ 'หมอวรงค์' ชู 3 นิ้วจ่อแถลงเปิดตัวกลุ่มการเมือง

 

26 มิ.ย.63 - นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า "ผมต้องขอขอบคุณพี่ๆ เพื่อนๆ ทุกๆท่านที่ให้กำลังใจผมอย่างล้นหลาม ให้ผมเดินหน้าจัดตั้งกลุ่มการเมือง เพื่อให้ความรู้ ความจริง ตลอดจนแสวงหาทางออกที่ดีให้แก่ชาติบ้านเมือง

ติดตามการแถลงเปิดตัวกลุ่มการเมือง อีกไม่นานเกินรอ

หมายเหตุของภาษามือ

Vitarka mudra: impart knowledge or engage in discussion.

วิตรรกมุทรา: การให้ความรู้ การถกแถลงด้วยปัญญา"

'เต้ 007' เคลื่อนไหวโต้ 'วัน บางบอน' ปม 'เสี่ยผมขาว' กับ 'ไอ้แว่น'

 

26 มิ.ย.63 - นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ โพสต์ข้อความตอบโต้ นายวันอยู่ บำรุง ส.ส.พรรคเพื่อไทย ว่า #ตอบ พี่วัน อยู่บำรุง#พี่นับถือ

ท่านพิเชษฐ สถิรชวาล ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธรรมไทย- อดีต รมช.คมนาคม-อดีต รมช.อุตสาหกรรม-อดีตที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี(นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร) สำหรับ ผม ท่านพิเชษฐ ไม่ใช่ลูกน้องผม แต่ท่านเป็นลูกพี่ผม เป็นผู้ใหญ่ที่ผมเคารพและรักมากๆ เป็นห่วงมากในเรื่องในสุขภาพเพราะท่านอายุ 77 ปีแล้ว ท่านเป็นเหมือนมากกว่าพ่อของผมในเส้นทางการเมืองสำหรับผม ตลอดที่อยู่ด้วยกันมากว่า 1 ปี 3 เดือน ทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านอิสระ ท่านสั่งสอนผม อบรมผม ทุกอย่างในการก้าวย่างทางการเมือง เพื่อที่จะสามารถทำคุณูปการให้กับพี่น้องประชาชนไทยที่ผมรักในทุกสถานะ                               

ปล:สิ่งสำคัญสำหรับชีวิตผม คือ ต้องซื่อสัตย์และกตัญญู ต่อ ผู้ใหญ่ที่มีพระคุณ พ่อ แม่ พี่ เพื่อน คนรอบข้าง เหนือสิ่งอื่นใดคือ ต้องตอบแทนคุณแผ่นดินเกิด จงรักภักดีต่อสถาบันฯ และ ประชาชน อย่างถึงที่สุด ในชีวิตลูกผู้ชายอย่างผม.

อ่านข่าวประกอบ 'สส.วัน บางบอน' งงชิบ!คนระดับ 'เสี่ยผมขาว' มาเป็นลูกน้อง 'ไอ้แว่น' ได้งวัน-อยู่บำรุง มงคลกิตติ์-สุขสินธารานนท์ ศรีวิไลย์ พิเชษฐ-สถิรชวาล

 

เสียงดังลั่นทั่วอเมริกา : Defund the Police! (ตัดงบตำรวจ! ยุบหน่วยตำรวจ!)

 


    ความเคลื่อนไหวที่จะให้ “Defund the Police” (ตัดงบ) ตำรวจทั่วทุกรัฐของอเมริกาที่เราเห็นอยู่ขณะนี้มีสาเหตุล่าสุดจากโศกนาฏกรรม George Floyd 
    แต่ไม่ใช่เพียงเพราะเหตุการณ์นี้เท่านั้น มันมีสาเหตุมาจากกรณีละม้ายกันอย่างนี้มากมายจนกลายเป็น “ความชั่วร้ายประจำชาติ”
    “ปฏิรูปตำรวจ” เป็นหัวข้อของรัฐบาลทั้งระดับชาติและรัฐมายาวนาน แต่ก็ยังเกิดเหตุการณ์ตำรวจใช้วิธีการโหดร้ายกับผู้คน โดยเฉพาะชนกลุ่มน้อยและคนสีผิวอย่างไม่หยุดยั้ง
    กรณี George Floyd ตอกย้ำว่าแม้ประเทศมหาอำนาจอันดับหนึ่งของโลกก็ยังไม่สามารถแก้ปัญหาความอยุติธรรมและความเหลื่อมล้ำในสังคมได้
    เป็นที่มาของการชุมนุมและเดินขบวนอย่างกว้างขวางและร้อนแรงทั่วประเทศสหรัฐฯ และหลายประเทศทั่วโลกเพื่อเรียกร้องและกดดันให้มีความเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นรูปธรรม
    เป็นที่มาของการรณรงค์อย่างขึงขังให้ Defund the Police
    ข้อเรียกร้องครั้งนี้มิใช่แค่เพียงการปรับลดงบประมาณของแต่ละรัฐสำหรับตำรวจเท่านั้น หากแต่ยังหมายถึงการยกเครื่องระบบ “ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์” ครั้งใหญ่ของสหรัฐฯ อีกด้วย
    ผู้สนับสนุนเรื่องนี้ไม่ได้มุ่งเป้าไปที่ลดจำนวนและงบประมาณตำรวจ หรือยุบหน่วยตำรวจเท่านั้น
    แต่ยังหมายถึงการแก้ปัญหาที่ต้นตอ 
    นั่นคือระบบของการรักษากฎหมายทุกมิติ...และโยกงบประมาณไปสู่โครงการช่วยเหลือชุมชนมากกว่าการจ้างตำรวจที่มีเครื่องแบบและติดอาวุธที่มีอำนาจหน้าที่เหนือประชาชนทั่วไป
    งบประมาณในภาพรวมสำหรับตำรวจทั้งในระดับชาติและระดับรัฐของอเมริกาเมื่อปี 2017 สูงถึง $115,000 ล้าน หรือกว่า 3.2 ล้านล้านบาท
    เริ่มมีการเสนอการแก้ไขเรื่องนี้อย่างเป็นรูปธรรมแล้ว
    เช่น นายกเทศมนตรีนิวยอร์ก Bill de Blasio ประกาศว่าจะโยกงบประมาณจาก NYPD หรือหน่วยตำรวจของรัฐไปสู่โครงการเยาวชนและบริการสังคม
    การปรับลำดับความสำคัญเช่นนี้จะนำไปสู่การแก้ปัญหาที่ต้นตอและให้ชุมชนเองดูแลการรักษากฎหมายโดยไม่ต้องมี “ตำรวจในเครื่องแบบ” ที่เป็นสัญลักษณ์ของอำนาจและความอยุติธรรมมาเป็นผู้ “จับและลงโทษ” สมาชิกของสังคม
    นายกเทศมนตรีลอสแองเจลิส Eric Garcetti บอกว่าจะตัดงบตำรวจ $150 ล้าน จากงบเดิมที่เตรียมไว้สำหรับขึ้นเงินเดือนตำรวจมาใช้ในกิจกรรมสำหรับชุมชน
    สมาชิกสภาเมืองของมิเนอาโปลิส ซึ่งเป็นจุดที่เกิดเหตุล่าสุดมีมติ 9-12 ให้ยุบหน่วยตำรวจท้องถิ่น และจะ “ทบทวนครั้งใหญ่” ว่าด้วยมาตรการที่เกี่ยวกับความปลอดภัยสาธารณะและวิธีการเผชิญเหตุฉุกเฉินที่มีประสิทธิภาพกว่าที่ผ่านมา
    ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ออกมาต่อต้านความเคลื่อนไหวครั้งนี้ อ้างว่าตำรวจ 99% “เป็นคนดี”
    ทรัมป์กำลังหาเสียงเพื่อการเลือกตั้งในเดือนพฤศจิกายน จึงคงจะพยายามรักษาฐานเสียงในหมู่ตำรวจ 
    อีกทั้งยังเรียกตัวเองว่าเป็น Law and Order President หรือ “ประธานาธิบดีแห่งความสงบเรียบร้อย”
    ทั้งๆ ที่เขาคือคนที่ปั่นกระแสของความเคียดแค้นชิงชังในหมู่ประชาชนเองอย่างไร้ความรับผิดชอบ
    แนวทาง Defund the Police ของอเมริกาจะเกิดขึ้นได้จริงแค่ไหน และจะนำไปสู่การปฏิรูปตำรวจอย่างจริงจังเพียงใดเป็นเรื่องที่ต้องจับตากันต่อไป
    คนจำนวนไม่น้อยที่นั่นเชื่อว่าหากครั้งนี้ไม่สามารถผลักดันให้มีการเปลี่ยนแปลงเรื่องของตำรวจได้สำเร็จก็คงจะกลายเป็นบาดแผลลึกของสังคมอเมริกันที่ยากจะหลุดออกจากวงจรเดิมได้
    หากวิกฤติครั้งนี้ไม่นำไปสู่การปรับเปลี่ยนรูปแบบของ “ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์” ของสหรัฐฯ อย่างเป็นรูปธรรมแล้วไซร้...โศกนาฏกรรมแบบ George Floyd หรือที่เลวร้ายกว่านี้ต้องเกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
    และนั่นหมายถึง “สงครามกลางเมือง” ของจริงจะระเบิดขึ้นอย่างปราศจากความสงสัย
    เพราะสังคมอเมริกันยิ่งนับวันก็ยิ่งจะแบ่งขั้วกันหนักขึ้น...ระหว่างกลุ่มคนที่เอนเอียงไปด้านอนุรักษนิยมกับกลุ่มหัวก้าวหน้าที่ต้องการจะเห็นความเปลี่ยนแปลงอย่างจริงจัง
    ความปริแยกที่มีอยู่เดิมถูกทรัมป์ซ้ำเติมด้วยการเลือกข้างทางการเมืองเพียงเพื่อจะเอาใจฐานเสียงของตน โดยไม่สนใจว่าจะก่อให้เกิดความเสียหายอย่างใหญ่หลวงต่อความเป็นมหาอำนาจอันดับหนึ่งของโลก
    วันนี้หลายวงการเริ่มมองว่าอเมริกากำลังถูกมองว่าเป็น Banana Republic (สาธารณรัฐกล้วยหอม) หรือ “ประเทศโลกที่สาม” หนักขึ้นทุกที.

...............................................

 

 

 


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน