*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 4083
  • จำนวนผู้ชม : 2568876
  • จำนวนผู้โหวต : 529
  • ส่ง msg :
  • โหวต 529 คน
<< กรกฎาคม 2020 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพุธ ที่ 1 กรกฎาคม 2563
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 369 , 14:33:53 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

สวัสดีครับ

         คนที่ไม่เคยรู้มาก่อน ว่าอ.จ.นฤมล โฆษกรัฐบาล คือ ใคร เมื่อมีข่าวว่าอจ.กำลังขั้วตำแหน่งรัฐมนตรี ก็ฮือฮากันใหญ่ ส่วนใหญ่ก็

ข้องใจในความเหมาะสมของท่าน แต่เมื่อได้รู้จัก รู้ที่มาที่ไปของท่านแล้ว ก็จะยอมรับท่านเกินพอทีเดียว

         ผมนำเรื่องกกต.สั่งยุบพรรค 'พลังแผ่นดินทอง' มาเผยแพร่ให้ทราบทั่วกัน เพื่อให้รู้ประเด็นยุบพรรคการเมืองมีอย่างไร

 

'นฤมล' อดีต อ.นิด้า ลาออก ส.ส.พปชร. เตรียมรับตำแหน่งโฆษกรัฐบาล https://youtu.be/fyfXbpNwsA8

 

น้าแรก  การเมือง  เปิดประวัติ น...
 
 
ประวัติ ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ จากอดีต- ปัจจุบันนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ จากอดีต- ปัจจุบัน ลำดับจากซ้าย 1. อดีตอาจารย์ประจำสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ หรือ นิด้า 2. ขณะเป็นส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 5 ของพรรคพลังประชารัฐ 3. ปัจจุบันตำรงตำแหน่งโฆษกรัฐบาล ในรัฐบาลพล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา 4. ขณะนั่งร่วมประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ในฐานะตำแหน่งโฆษกรัฐบาล ณ ตึกสันติไมตรี (หลังนอก) ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2563
 

เปิดประวัติ นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ ว่าที่รัฐมนตรีใหม่ ในมุ้ง “บิ๊กป้อม”

วันที่ 29 มิถุนายน 2563 - 08:25 น.
Facebook
Twitter
LINE
ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ กำลังเป็นนักการเมืองดาวรุ่ง ขึ้นชั้นว่าที่รัฐมนตรีใหม่ ในโผ “ครม.ประยุทธ์ 2/2”

ย้อนโปรไฟล์ “ดร.นฤมล” ก่อนเป็นโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เคยให้สัมภาษณ์ “ประชาชาติธุรกิจ” ในเรื่องคอนเนกชั่นกับ บุคคลสำคัญ ดังนี้

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ไม่รู้จักท่านนายกฯเป็นการส่วนตัว ไม่ได้ใกล้ชิด เข้าใจว่า ท่าน (พล.อ.ประยุทธ์) อยากได้คนที่สามารถชี้แจงนโยบายรัฐบาลให้ชาวบ้านฟังเข้าใจง่าย ๆ เพราะเป็นอาจารย์มาก่อน และเป็นตัวแทนของพรรคในการขึ้นเวทีดีเบตนโยบายในช่วงหาเสียง”

ท่านนายกฯ เลือก แสดงว่าท่านไว้ใจ ไม่ควรปฏิเสธ และเชื่อว่าการเข้ามาช่วยตรงนี้จะสามารถเชื่อมประสานทั้ง 3 ส่วน คือ พูดแทนท่านนายกฯ ต้องประสานกับคณะรัฐมนตรี (ครม.) การทำงานในสภาให้ร้อยเรียงเป็นเรื่องเดียวกัน เป็นเอกภาพ มีเสถียรภาพ”

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี : เมื่อถูกทาบทามเป็นโฆษกรัฐบาล ก็ถามอาจารย์สมคิด รองนายกรัฐมนตรี ว่า แบบนี้ OK ไหม ท่านก็บอกว่า มันก็ช่วยรัฐบาลได้ และเป็นตำแหน่งที่ดี จะได้มาช่วยในภาพใหญ่ ท่านก็ไม่ได้ขัดข้องอะไร ก็เลยขออนุญาตท่านและมาช่วยงานท่านนายกรัฐมนตรี

นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง : หลายคนก็มองว่า ควรจะไปช่วยที่กระทรวงการคลัง ซึ่งก็พร้อมที่จะไปช่วยงานอาจารย์อุตตม (รมว.คลัง) ที่กระทรวงการคลัง เรามีสัญญาใจว่าจะไปช่วยท่านในทีมกระทรวงการคลัง

นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม : ท่านเป็นคนต้นคิด นโยบาย “มารดาประชารัฐ”

ตลอด 1 ปีที่ทำเนียบรัฐบาล และที่พรรคพลังประชารัฐ เธอปรากฏตัว-ชื่อในกลุ่มเครือข่ายอำนาจ “บิ๊กป้อม”

“ดร.นฤมล” บอกว่า เขามีวันนี้ เพราะ “ผู้ใหญ่” นักข่าวเคยถามเธอว่า การตัดสินใจครั้งสำคัญ การเมือง “ติดหนี้บุญคุณ” ใครบ้างหรือไม่ ?

“ดร.นฤมล” ตอบว่า “เรียกว่าเป็นหนี้หรือเปล่า…เขาให้โอกาสก็อาจจะเป็นบุญคุณกัน ความเมตตาที่แต่ละท่านให้โอกาส”

“มีหลายคนอยากทำงานการเมือง พยายามหาทางเข้าก็เข้าไม่ได้ บางคนไม่อยากจะเข้าก็จำเป็นต้องเข้า ส่วนของตัวเองไม่ถึงขั้นว่าไม่อยาก แต่ไม่ได้วางแผนที่จะเข้า เส้นทางชีวิตพาเข้ามา”

“ที่เดินเข้ามาได้เพราะผู้ใหญ่ให้โอกาส เมตตามาตลอดทาง โชคดีเพราะส่วนใหญ่ผู้ใหญ่ที่ไปรับใช้หรือสัมผัสด้วย ท่านเมตตา เราก็เป็นตัวของเรา อยู่ที่ไหนก็ทำงานได้ เมื่อไรที่ทำไม่ได้ก็พร้อมที่จะออกมา” 

เมื่อทำงานบนแท่นโฆษกรัฐบาลครบ 1 ปี ข่าวที่สะพัดว่าเธออาจได้เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงใดกระทรวงหนึ่ง หากตามโผ-ตามคาด ก็คือ กระทรวงการคลัง

ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายชีวิตที่เธอวางไว้ เพราะตำแหน่งโฆษกรัฐบาลนั้น ไม่ใช่ Passion ของเธอเลย

“สาเหตุที่ลาออกจากนิด้า จากข้าราชการประจำ ออกจากความสะดวกสบายในชีวิต เพราะเป็น passion อยากทำเพื่อช่วยเหลือคนยากจน การทำงานการเมืองสามารถเอาแนวคิด ทำนโยบายและผลักดันให้เกิดขึ้น เกิดผลกับคนที่ขาดโอกาส”

“ตำแหน่งโฆษกก็ไม่ใช่ passion ไม่ได้วางแผน ไม่ได้คิดว่าจะเกิดขึ้น จากนี้ไปก็ไม่มีแผน ไม่เคยดูหมอ ไม่รู้อนาคตจะเป็นอย่างไร เป็นอะไรก็ได้ ขอให้ได้ทำงาน ไม่มีสิทธิ์เลือก ส่วนตัวถนัดการเงินการคลัง”

ระหว่างการทำงานบนโพเดียมโฆษกรัฐบาล จึงมีข่าวร้าวตึกนารีสโมสร กลายเป็นเรื่องร้อนหู “บิ๊กตู่-บิ๊กป้อม” ทำนองว่า เกิดความไม่เป็นเอกภาพในการทำงานของทีมโฆษกรัฐบาล ที่มาจาก 3 พรรค

เรื่องดังไปถึง พล.อ.ประยุทธ์ หัวหน้ารัฐบาล ทะลุไปถึงหู “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี-ประธานยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ กระทั่ง “ดิสทัต โหตระกิตย์” เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ต้องส่ง พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ อดีตโฆษกรัฐบาลยุค คสช. บุกมานั่งสังเกตุการณ์การแถลงข่าวที่ทำเนียบรัฐบาลมาแล้ว

ทรรศนะทางการเมือง-ความขัดแย้งในดงอำนาจ ของ “ดร.นฤมล” เคยยกตัวอย่างไว้ว่า

“หากศึกษาประวัติศาสตร์ตั้งแต่ 2475 จะเข้าใจเหตุผลว่า ทำไมเราถึงเดินมาถึงจุดนี้ ทำไมต้องมีการรัฐประหารปี”49 และปี”57 …ไม่มีใครพูด พูดถึงแต่การยึดอำนาจ ต้อง fair จะมาโทษทหารอย่างเดียวไม่ได้ เป็นเพียงปัจจัยทางการเมืองที่ใช้โจมตีรัฐบาล ทุกคนมีส่วนร่วมทำให้เดินมาถึงจุดนี้ อย่าลากกลับไปที่เดิมอีกเลย”

เธอไม่ใช่คนใหม่-ในสนามการเมือง ปรากฏตัวทางการเมืองครั้งแรกที่กระทรวงแรงงาน ในสมัยที่ พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล เป็นรัฐมนตรีว่าการ ได้รับมอบหมายให้ดูแลยุทธศาสตร์การลงทุนของกองทุนประกันสังคม โดยดูเรื่องการบริหารเงินตอบแทนการลงทุน

เมื่อ พล.อ.ศิริชัย ลาออกจาตำแหน่งในปี 2560 นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายเศรษฐกิจ จึงดึงมาช่วยงานที่กระทรวงการคลัง ก่อนได้รับแต่งตั้งเป็นผู้ช่วยรัฐมนตรี ซึ่งมีนายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงฯ

ปัจจุบันเธอควบ ทั้งโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, ส.ส. บัญชีรายชื่อลำดับที่ 5, กรรมการบริหารพรรค และเลขานุการคณะกรรมการนโยบาย พปชร.

ภาพประกอบข่าว ประวัติ ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ ณ มูลนิธิป่ารอยต่อ ร่วมกับแกนนำ พปชร. และ พล.อ.ประวิตรตำแหน่งที่คนการเมืองกล่าวขวัญถึงมากที่สุด คือ นักการเมืองหญิงเพียงหนึ่งเดียว ที่ปรากฏตัวเป็น 1 ใน 13 อรหันต์ ที่มูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด ในวันที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ตอบตกลงขึ้นกุมบังเหียน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ

ฉายาในโลกโซเชียล ของ ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ คือ “โฆษกบิ๊กอาย” หรือคอนแทคเลนส์ตาโต ซึ่งเป็นที่นิยมของวัยรุ่นสาว ๆ ที่อยากมีดวงตากลมโตดูสดใส อีกนัยหนึ่งคือ

ฉายานี้แรกเริ่มมาจาก คอมเมนต์ของชาวทวิตเตอร์ ในข่าวที่ “ดร.นฤมล” แถลงเรื่อง “โฆษกฯ ขอประชาชนอย่าตื่นฝุ่นพิษ..ระบุสถานการณ์กำลังดีขึ้น” ขณะที่ในเวลานั้นเกิดภาวะ “ฝุ่นพิษ PM2.5” ทั่วทุกพื้นที่ในกรุงเทพมหานคร และเมืองใหญ่ๆ มีผู้ใช้ทวิตเตอร์ หลายรายคอมเมนต์ทำนองว่า “เพราะโฆษก ใส่บิ๊กอาย จึงอาจไม่แสบตาจากฝุ่นพิษ”

ประกอบกับ “ดร.นฤมล” มักใส่ “บิ๊กอาย” ทำให้ขับเน้นดวงตากลมโต สดใสเสมอ เมื่อปรากฏตัวในการแถลงข่าว ทำให้ฉายา “บิ๊กอาย” เป็นที่รู้กันว่าคือ “ดร.นฤมล” ที่อาจได้ขึ้นชั้นเป็น “รัฐมนตรีใหม่” ในห้วงการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) “ประยุทธ์2/2”

 

 

อาจารย์แหม่ม 'ผิดตรงไหน?'

  

             ก็ดีแล้วครับ!

                ที่หัวหน้ารัฐบาล "พลเอกประยุทธ์" และหัวหน้าพรรครัฐบาล "พลเอกประวิตร" ออกมาพูดให้สะเด็ดน้ำ

            เรื่องปรับ ครม.ในประเด็น

            -จะเปลี่ยนทีมเศรษฐกิจ โละทีม ๔ กุมาร

            -จะเอาอาจารย์แหม่ม "นฤมล ภิญโญสินวัฒน์" มาเป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ

            ประเด็นเหล่านี้ "จริง-ไม่จริง" ไม่สำคัญเท่า "ทำให้ชัดเจน"

            เพราะเรื่องเศรษฐกิจ มันเป็นเรื่อง "กระต่ายตื่นตูม" ทางเชื่อมั่นทั้งระบบ ขืนปล่อยให้สื่ออาศัยความคลุมเครือลากไปไม่ทำให้ชัดเจนแต่ต้นลมลือ

            จะเสียหาย แบบไร้เดียงสา!

            เมื่อวาน (๓๐ มิ.ย.) ดูข่าว ได้ยินบิ๊กป้อมเคลียร์ชัดเจน ๒ ประเด็น ประเด็นแรก

            -เรื่องใน พปชร. "เป็นเรื่องของพรรค" ไม่เกี่ยวนายกฯ

            -เรื่องในรัฐบาล การปรับ ครม.จะเอาใคร-ไม่เอาใคร "เป็นเรื่องของนายกฯ" พรรคไม่เกี่ยว

            และเรื่องอาจารย์แหม่ม

            วางตัวเป็นคนร่างนโยบายเศรษฐกิจของพรรค ไม่ใช่ไปเป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลแทนทีม  ๔ กุมาร!

            จบข่าวเลย!

            ลุงป้อมนี่ ก่อนเป็นหัวหน้าพรรค พูดได้คำเดียว "ผมไม่รู้" หลังเป็นหัวหน้าพรรค พูดได้หลายคำ แถมได้ประเด็น-ได้สาระ

            "พี่ใหญ่" พูดแล้ว ลองฟัง "น้องเล็ก" ถาม-ตอบกับนักข่าว หลังเสร็จ ครม.ดูมั่ง

            นักข่าว:

            "พูดคุยให้กำลังใจนายอุตตมกับทีมเศรษฐกิจที่ถูกตัดออกจากตำแหน่งสำคัญในพรรคพลังประชารัฐหรือยัง?"

            นายกฯ:

            "จะต้องไปพูดคุยเรื่องอะไร ผมก็ยังเห็นว่าทุกคนทำงานกับผมดีมาโดยตลอด วันนี้ ผมก็สั่งงานในห้องประชุม       

            ทำไมจะต้องคุยหรือให้กำลังใจ

            เพราะเรื่องนั้น เป็นเรื่องของพรรค เรื่องของพรรคก็ต้องเป็นเรื่องของพรรค"

            นักข่าว:

            "แต่วันนี้ มีข่าวว่าข้าราชการแต่ละกระทรวงเริ่มเกียร์ว่าง รอเปลี่ยนตัวรัฐมนตรีแล้ว?"

            นายกฯ:

            "ใครจะว่างล่ะ ใครเกียร์ว่างก็ต้องลงโทษ ใครทำตัวว่างก็ต้องลงโทษไป ต้องทำงานจนถึงวันสุดท้าย  ใครจะเป็นรัฐมนตรี หรือมีตำแหน่งอะไรต่างๆ ข้าราชการก็ต้องทำงาน เพราะถือว่าเป็นข้าราชการของรัฐ  ไม่เกี่ยวกัน"

            นักข่าว:

            "จะดีหรือไม่ ถ้าจะมีการเปลี่ยนม้ากลางศึก ในขณะที่บ้านเมืองยังคงมีปัญหาอยู่?"

            นายกฯ:

            "ผมก็ยังไม่ได้พูดอะไรซักอย่างเลย สื่อเองก็พยายามถามนำอยู่นั่นแหละ ไม่ตอบ...พอแล้วๆ ถามเป็นอยู่อย่างเดียว"

            นักข่าว:

            "มีกระแสข่าวว่า การปรับ ครม.จะให้นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ ขึ้นมาเป็นรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ?"

            นายกฯ:

            "เรื่องในพรรค ไม่เกี่ยวกับรัฐบาล"

            นักข่าว:

            "วันนี้เบื่อการเมืองมากหรือไม่?"

            นายกฯ:

            "ไม่เบื่อ สนุก"

            ก็เอาแบบออริจินัลมาให้อ่านกัน เพื่อไม่เพี้ยนทาง "สื่อความ-สื่อคำ" อ่านกันแล้ว ก็ใช้ปัญญาวินิจฉัยก่อนเชื่อ สำหรับผม ชอบอยู่กับปัจจุบัน ไม่ชอบมโน

            เรื่องอาจารย์แหม่มนั้น ผมไม่เข้าใจ ว่าเธอทำอะไรเลวร้ายฉกาจฉกรรจ์นักหรือ ถึงได้ตั้งประเด็นเข่นเธอถึงขนาดนั้น?        

            แค่รู้สึกว่า เธอทำหน้าที่โฆษกหน่อมแน้มไปหน่อย?

            แค่รู้สึกว่า หมอทวีศิลป์พูดจารู้เรื่องกว่า?

            หรือแค่รู้สึกว่า เป็นโฆษกไม่จี๊ดจ๊าดถึงใจ บางทีทำให้นายกฯ เสียรังวัด?

            หรือบางคนแอบริษยา พอนายอนุชาพูดว่าให้อาจารย์แหม่มเป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจพรรค ก็ตัดต่อพันธุกรรมเติมฟืน เป็นว่าพรรคจะส่งอาจารย์แหม่มเข้าไปเป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจแทนรองฯ สมคิด?

            ก็เลยถล่มกันซะยังกะว่าอาจารย์แหม่มเป็นหัวหน้าโจรเผาเมือง!

            พิทักษ์รองฯ สมคิดกันใหญ่ ทั้งที่ก่อนหน้า ก็ตั้งแง่รังงอนว่าสมคิดทีมเศรษฐกิจ "แบรนด์ทักษิณ" บ้าง เป็นมานานแล้วน่าจะเปลี่ยนให้คนอื่นได้แสดงฝีมือบ้าง

            แล้วนี่........

            นายกฯ ยังไม่เคยพูดหรือแสดงท่าทีเลยว่า จะเปลี่ยนทีมเศรษฐกิจรองฯ สมคิด แต่พออาจารย์แหม่มโผล่ขึ้นมาแยงตาเท่านั้น จริง-ไม่จริงไม่รู้

            โหมฟืน-โหมไฟ "เผาสด" อาจารย์แหม่ม เอากันถึงขนาดนั้น!?

            ที่พูดนี่ ใช่รัก-ใช่เกลียดอาจารย์แหม่ม เพราะไม่รู้จักตัว

            แต่ผมเห็นว่า เรื่องราวที่ประโคม บ่งถึงจงเกลียด-จงชัง ชนิดมีเป้าหมาย ซึ่งมันเกินเหตุ ไม่แฟร์ และไม่เป็นธรรมกับเธอ

            เธอยังไม่มี-ไม่ได้เป็น และยังไม่ได้ทำอะไรเลย ทั้งในข้อเท็จจริง ด้วยประสบการณ์และความรู้ด้านเศรษฐกิจ พูดได้ว่า เธอก็เป็นคนมีของ ใช่ว่าอยากเป็น แต่กลวงโบ๋

            อีกอย่าง ที่ผ่านมา "อาจารย์แหม่ม" ก็ร่วมทำงานอยู่ในทีมเศรษฐกิจท่านรองฯ สมคิด พูดแบบบ้านๆ อาจารย์แหม่มก็ลูกน้องท่านรองฯ สมคิดมาก่อน

            แล้วจะเสี้ยมให้เป็น "คู่ศัตรู" กันไปเพื่ออะไร?

            ก็รู้ ที่ผมพูดแบบ "ไม่ตรงใจแฟน" อย่างนี้ ไม่ชอบกัน ก็ไม่ได้ว่าอะไร แต่อยากบอกว่า

            อย่าใช้แค่ความรู้สึก "ชอบ-ชัง" ไปตัดสินคน!

            ทุกข่าวสารเรื่องราว ก็อย่าเชื่อทันใด ขอให้ "รับรู้-รับฟัง" แล้วตรองตามบนฐานของ "เหตุและผล" ก่อน

            ทุกวันนี้ ผมสังเกต สังคมอยู่ด้วยความรู้สึก คุคลั่งหนักไปทางเกลียดชัง และตัดสินทุกอย่างตามแรงลากจูงกระแสสื่อ

            อะไรที่สะใจ จะสรุปว่า "ใช่เลย"!

            ไม่อยากให้เป็นอย่างนั้นครับ เราทุกคน ส่วนใหญ่เป็นคนพุทธ พูดให้ถึงแก่น คนมีปัญญาเท่านั้น ที่จะเข้าถึงพุทธได้

            เพราะศาสนาพุทธ ไม่สอนให้ใครเชื่อ หากแต่สอนให้ทุกคน ใช้สติ ตรองตามด้วยเหตุและผลก่อน แล้วค่อยเชื่อ

            อย่างเรื่องฟุ้งซ่านทางการเมืองตอนนี้.........

            พูดกันตรงๆ ให้ทุกคนสมมุติตัวเองเป็นนายกฯ ประยุทธ์ แล้วตอบซิ เมื่อขึ้นเรือนแล้วจะถีบบันไดหมายถึงทีม ๔ กุมารทิ้งมั้ย?

            เมื่อ พปชร.ส่งรายชื่อนายหมู-นางแมวมาให้ตั้งเป็นรัฐมนตรีนั้น-นี้ ต้องทำตามที่เขาต้องการทั้งหมดมั้ย?

            และสำหรับอาจารย์แหม่ม.....

            แม้เห็นคุณวิเศษในตัวเธอที่คนอื่นไม่เห็น ถ้าจะให้เป็นรัฐมนตรี ด้วยพรรษาเดียว จะตั้งเป็นราชาคณะ "หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ" แทนรองฯ สมคิด ขนาดนั้นเชียวหรือ?

            พูดถึงพรรษาเดียว.......

            "ส.ส.พรรษาเดียว" ในพรรคพลังประชารัฐ ที่คุณสมบัติด้านเศรษฐกิจ ทฤษฎีและภาคปฏิบัติ ไม่ยิ่งหย่อนอาจารย์แหม่ม มีเยอะแยะ

            ที่เห็นๆ เฉพาะ ส.ส.กทม. ๑๑-๑๒ คน อย่างสาว สาว สาว "กลุ่มดาวฤกษ์"

            "มาดามเดียร์" วทันยา วงษ์โอภาสี, กรณิศ งามสุคนธ์รัตนา, ธณิกานต์ พรพงษาโรจน์, ภาดาท์ วรกานนท์, ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์

            แต่ละคน ทั้งดีกรี ทั้งประสบการณ์ เรียกว่าปึ้ก เป็น ส.ส.แล้ว นึกว่าหน้าขาวๆ จะเอาแต่กรีดกราย  ที่ไหนได้ เห็นพวกเธอมุดซอกเล็ก-ซอกน้อย เรียกว่า "ติดพื้นที่"

            อีกคน ผมฟังเธออภิปรายในสภา สะดุดใจมาก นานๆ จะได้เสพข้อคิด-ความเห็นของ ส.ส.ปัญญาชน อย่างที่เรียกว่า "มีกึ๋น"

            รอหน้าจอ จนเขาขึ้นชื่อผู้อภิปรายว่า "พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์" ส.ส.พลังประชารัฐ ไปค้นดู เป็น ส.ส.เขตปทุมวัน, บางรัก, สาทร ดอกเตอร์ซะด้วย!

            ว่าไปแล้ว คน กทม.ตาแหลมในการเลือก "ส.ส.หน้าใหม่" พลังประชารัฐแต่ละคน ถือว่าโอเคในคุณภาพ

            บิ๊กป้อม จะสอบผ่านตำแหน่งหัวหน้าพรรคหรือไม่? เลือกตั้งเมื่อไหร่........

            จำนวน ส.ส.กทม.ที่ได้นี่แหละ จะเป็นทั้งคำตอบ ทั้งตัวบ่งบอกศรัทธา ว่าพรรคนี้ คู่ควรเป็นพรรคในสถานะ "พรรคแกนนำรัฐบาล" ต่อไปหรือไม่?

            กทม.ทั้งหมด ๓๐ เขต ๓๐ ส.ส.ครั้งหน้า นอกจากต้องรักษา ๑๒ เขตเดิมให้ได้แล้ว ต้องสปีดให้ถึง  ๒๐ เขต ขึ้น

            ไม่งั้น ถึง "สอบได้" เป็นรัฐบาล

            ก็ถือว่า "สอบตก" ทางศักดิ์ศรี เชิดหน้า ก็ไม่สง่างาม

            "ทั้ง ๓ ป."!

เปลวสีเงิน คนปลายซอย อาจารย์แหม่ม-'ผิดตรงไหน?'

กลัวตกงาน!บิ๊กป้อมแจงเหตุ'ชัยวุฒิ'ไล่'สมคิด'

 

 

1 ก.ค.2563 -  พล.อ.ประวิตร วงษ์​สุวรรณ​ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้า​พรรค​พลัง​ประชา​รัฐ (พปชร.) ตอบคำถามสื่อมวลชนถึงการประชุมของ พปชร. ที่เมื่อวันที่ 30 มิ.ย.ที่ไม่ได้เดินทางเข้าร่วมประชุม จนมีการพูดกันไปว่ามีอาการป่วย โดยย้อนถามผู้สื่อข่าวว่า ทำไม ป่วยไม่ได้หรืออย่างไร ไม่เป็นไร ๆ
 
ผู้สื่อข่าวถามว่า จะเข้าพรรค พปชร.เมื่อไร พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่รู้ เดี๋ยวว่างก็จะเข้าไปเอง
 
เมื่อถามถึงกรณีสมาชิกพรรค พปชร.หลายคน โดยเฉพาะนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และกรรมการบริหารพรรค พปชร. ออกมาให้สัมภาษณ์ขับไล่นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ออกจากหัวหน้าทีมเศรษฐกิจของรัฐบาล พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า คนเดียวๆ เป็นความคิดของคนๆ เดียว อย่าไปพูดหลายคน เป็นเรื่องภายในพรรคจะต้องพูดคุยกัน เป็นเรื่องของคนๆ เดียวที่คิด
 
เมื่อถามว่า ได้มีการเคลียร์​กับนายชัยวุฒิ ที่ออกมาพูดตะเพิดนายสมคิดหรือยัง พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า จะเคลียร์​เรื่องอะไร เขาไม่ได้ตะเ​พิด​ สื่อใช้คำพูดมากเกินไป ทำให้คนโกรธกัน ในข้อเท็จจริงคือ เขาไม่เข้าใจ นายชัยวุฒิเข้าใจว่านายสม​คิด​จะไปยุบสภา และทำให้เขาไม่มีงานทำและตกงาน ซึ่งส่วนตัวได้บอกเขาแล้ว ไม่เป็นไรหรอก เป็นเรื่องภายในพรรค เขาแค่กลัวตกงานเท่านั้น และเรื่องนี้นายสมคิด เข้าใจดี
 
เมื่อถามว่า นายสมคิดได้มีการชี้แจงเรื่องนี้ในที่ประชุม ครม.หรือไม่ ว่าไม่ได้หมายถึงจะเสนอให้นายกฯยุบสภา พล.อ.ประวิตร กล่าวย้อนถามสื่อว่า “พวกคุณก็รู้อยู่ คุณจะมาถามอะไรผมล่ะ” เมื่อถามว่า ไม่มีอะไรแน่ใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า “แล้วไง ไม่มีได้ไหม”
 
เมื่อถามถึงในการประชุมสภาเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2564  ได้มีการกำชับให้สมาชิกเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียงหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า สมาชิกทุกคนก็ร่วมมือกันอยู่แล้ว เป็นหน้าที่ของส.ส.อยู่ที่ต้องเข้าร่วมประชุม ไม่ต้องบอกหรอก โตๆ กันแล้ว
 
เมื่อถามถึงตำแหน่งรัฐมนตรีของ 4 กุมาร พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ต้องไปถาม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเอง ไม่ทราบ ส่วนในพรรคนั้น ต้องแล้วแต่ที่ประชุมพรรค

 

ฝังอีกพรรค! 'กกต.' สั่งสิ้นสภาพความเป็นพรรคการเมือง

 

 

1 ก.ค. 63 - เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้งเรื่อง พรรคพลังแผ่นดินทองสิ้นสภาพความเป็นพรรคการเมือง 

ตามที่นายทะเบียนพรรคการเมืองโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการการเลือกตั้งได้มีประกาศนายทะเบียนพรรคการเมือง ลงวันที่๓ ธันวาคม ๒๕๖๑ เรื่อง รับจดทะเบียนจัดตั้งพรรคพลังแผ่นดินทอง ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. ๒๕๖๐ นั้น

พรรคพลังแผ่นดินทองต้องดำเนินการตามมาตรา ๓๓ วรรคหนึ่ง (๑) และ (๒)แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. ๒๕๖๐ ภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่นายทะเบียนพรรคการเมืองรับจดทะเบียนจัดตั้งพรรคการเมือง

นายทะเบียนพรรคการเมืองได้ตรวจสอบข้อเท็จจริง ปรากฏว่า พรรคพลังแผ่นดินทองไม่สามารถดำเนินการตามมาตรา ๓๓ วรรคหนึ่ง (๑) และ (๒) แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. ๒๕๖๐ ได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ย่อมเป็นเหตุให้พรรคพลังแผ่นดินทองสิ้นสภาพความเป็นพรรคการเมือง ตามมาตรา ๙๑ วรรคหนึ่ง (๑) แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. ๒๕๖๐

คณะกรรมการการเลือกตั้งจึงประกาศให้พรรคพลังแผ่นดินทองสิ้นสภาพความเป็นพรรคการเมืองตามมาตรา ๙๑ วรรคหนึ่ง (๑) และวรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองพ.ศ. ๒๕๖๐

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ประกาศณ วันที่ ๘ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๓
อิทธิพร บุญประคอง
ประธานกรรมการการเลือกตั้ง

 ....................................................

1 มิถุนายน 2563

 

 

 


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน