*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 4083
  • จำนวนผู้ชม : 2568695
  • จำนวนผู้โหวต : 529
  • ส่ง msg :
  • โหวต 529 คน
<< กรกฎาคม 2020 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอังคาร ที่ 7 กรกฎาคม 2563
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 386 , 18:13:20 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

สวัสดีครับ

   ผบ.ทบ.สหรัฐฯ และคณะ "แขกของกองทัพบก" จะเดินทางเข้ามา ตามกำหนดการ เข้าพบนายกฯ ด้วย

            ก็อย่างที่รู้กันอยู่ บ้านเมืองเรา มีขบวนการชังชาติ คอยบั่นทอนชอนไชทุกย่างก้าว

            อะไรที่ถูก "ชาติได้-ประชาชนได้" ขบวนการชังชาติ ต้องรีบสาดสี เพราะกลัวรัฐบาลจะได้ด้วย

            โดยอาศัยช่องว่างทางพฤติกรรมเสพข่าวสารของสังคมไทย ในความ "ใส-ซื่อ" แต่ชอบสีสันสาดใส่

            ดังนั้น ข่าวดี ไม่ค่อยสนใจกัน แต่ข่าวใส่สีตีไข่ จะตาลุกวาว!

         การเมืองไทยก็มักจะเป็นอย่างที่คุณเปลวกล่าวไว้ข้างบนนนี้ พิสูจน์ได้เลยว่า 'แรงโน้มถ่วง' ความเจริญในประเทศมีเยอะ

         คณะก้าวหน้าทำกิจกรรม(หารายได้) ดังข่าว

เมื่อวันที่ 1-2 พฤษภาคม 2563 คณะก้าวหน้าได้จัดกิจกรรมคอนเสิร์ตระดมทุน “เมย์เดย์-เมย์เดย์ เราช่วยกัน” โดยมีวัตถุประสงค์หลัก

เพื่อช่วยสนับสนุนศิลปินและประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการปิดเมืองเพื่อหยุดยั้งการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยเงินที่ใช้ใน

การจ้างศิลปินและจัดงานทั้งหมด เป็นเงินจากคณะก้าวหน้า ส่วนรายได้จากการระดมทุนทั้งหมด นำไปแจกจ่ายให้กับประชาชนที่ได้รับ

ความเดือดร้อน รายละ 3,000 บาท โดยใช้หลักการถ้วนหน้า ไม่ต้องพิสูจน์ความจน ให้ทุกคนที่แสดงความประสงค์ขอรับเงินผ่านทาง

แฟนเพจคณะก้าวหน้าตามกติกาที่เรากำหนด

 

 

'การเมืองหน้ากาก' ไทย-สหรัฐฯ

 
 

      เนี่ย..........

                ด้วยตำแหน่ง "โฆษกรัฐบาล"!

            ถ้าจะตำหนิ "นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์" ก็ต้องตำหนิกันในเรื่องนี้แหละ

            คือเรื่องการใช้มาตรการควบคุมโควิดกับบุคคลต่างชาติที่จะเดินทางเข้ามาในประเทศช่วงนี้

            ๙-๑๐ ก.ค.ที่จะถึง.......

            ผบ.ทบ.สหรัฐฯ และคณะ "แขกของกองทัพบก" จะเดินทางเข้ามา ตามกำหนดการ เข้าพบนายกฯ ด้วย

            ก็อย่างที่รู้กันอยู่ บ้านเมืองเรา มีขบวนการชังชาติ คอยบั่นทอนชอนไชทุกย่างก้าว

            อะไรที่ถูก "ชาติได้-ประชาชนได้" ขบวนการชังชาติ ต้องรีบสาดสี เพราะกลัวรัฐบาลจะได้ด้วย

            โดยอาศัยช่องว่างทางพฤติกรรมเสพข่าวสารของสังคมไทย ในความ "ใส-ซื่อ" แต่ชอบสีสันสาดใส่

            ดังนั้น ข่าวดี ไม่ค่อยสนใจกัน แต่ข่าวใส่สีตีไข่ จะตาลุกวาว!

            นั่นคือ ตอนเลขาฯ สมช. "พลเอกสมศักดิ์ รุ่งสิตา" แถลงขั้นตอนการมาเยือนไทยของ ผบ.ทบ.สหรัฐฯ ฟังแล้วก็ผ่านหูกันไป

            ขบวนการชังชาติ รีบฉวยประเด็นเปราะบางทางมาตรการป้องกันโควิด ยกเรื่อง "ชาติข่มชาติ" ขึ้นมาบิดประเด็น แต่งสีเป็นเฟกนิวส์ลงโซเชียลทันที

            พวกนี้ ทำกันเป็นทีม เมื่อหัวนำ หางก็ออกมาส่าย เล่นบทดรามา "อเมริกันหยามไทย-ไทยหงออเมริกัน" ปั่นโซเชียล ตั้งประเด็นศักดิ์ศรี.......

            เสี้ยม "สหรัฐฯ-ไทย" ชนกัน ทำนองไทยสองมาตรฐาน กับคนอื่น-ชาติอื่น เคร่งครัดมาตรการ กักตัว ๑๔ วัน

            แต่ ผบ.ทบ.สหรัฐฯ กับคณะ

            ทำตัวเหนือไทย-เหนือมาตรการป้องกันโควิด ไม่ยอมให้กักตัว ไทยก็ต้องโอนอ่อน ประมาณนั้น

            เรื่องอื่น คนไทยพอยอมได้..........

            แต่เรื่องศักดิ์ศรี "ตายเป็นตาย" ซึ่งเรื่องนี้ก็เช่นกัน!

            มันเป็นเช่นนั้นเสียด้วย ข่าวจริง ที่เลขาฯ สมช.แถลง ผ่านหู ก็ผ่านเลย ไม่ใคร่ครวญอะไร

            แต่พอข่าวเฟกนิวส์ลงจอ โห......

            อ่านกันตาถลน เชื่อเป็นตุ-เป็นตะ เลือดไทยพลุ่งพล่าน อเมริกันหยามไทย นักรบไซเบอร์ถล่มยับ ตั้งแต่กองทัพไปถึงรัฐบาล!

            แม้วันต่อมา ทางการออกบอกว่า นั่น...เฟกนิวส์ อย่าไปเชื่อ

            แต่โลกไอที แค่ ๕ นาที ๑๐ นาที เท็จก็แพร่ว่าจริงไปทั้งโลกแล้ว การ "แก้ข่าว" แทบไม่มีความหมาย

            นี่คือ ประเด็นที่ผมบอกแต่ต้น......

            คนเป็นโฆษกรัฐบาล คือ "นางนฤมล" สมควรได้รับคำตำหนิจากสังคมในกรณีนี้

            เพราะวิสัยทัศน์ระดับโฆษกรัฐบาล อย่างแรก ต้องรู้ว่า แต่ละข่าวสารที่รัฐสื่อถึงประชาชน ข่าวไหนอ่อนไหว ซับซ้อน เปราะบาง ในการรับรู้หรือไม่ ขนาดไหน?

            และต้องเข้าใจ ในเรื่องข่าวสารยุคโลกาภิวัตน์ นั้น

            "เท็จ-จริง" เป็นเรื่องรอง

            "เร็ว-ก่อน" สนองอยากทันการณ์-ทันใจ เป็นเรื่องหลัก

            การชิงพื้นที่ด้วยการป้อนข้อมูลเข้าไปฝังอยู่ในแผ่นดิสก์สมองผู้เสพข่าวก่อน นั่นคือความสำคัญสูงสุด

            ข้อมูลที่ถึงก่อน คือ "วัคซีน" ป้องกันเฟกนิวส์!

            แต่........

            วันก็แล้ว สองวันก็แล้ว ล่อกันจนเละก็แล้ว จะหน้าที่โดยตรงหรือโดยอ้อมก็ตาม เหมือนนางนฤมล ไม่รู้สึก-ไม่สำนึกเลย ว่า

            กรณีอย่างนี้ คนเป็นโฆษกรัฐบาล ต้องทำหน้าที่ "คัดหัว-คัดท้าย" เป็นหลักให้ประชาชนได้ยึด ว่าไหนจริง-ไหนเท็จ?

            ไม่ใช่ปล่อยให้ไวรัสเฟกนิวส์ระบาดไปทั่ว ก็ยังไม่หือหันอะไรอย่างนี้

            เรื่องอย่างนี้ ด้วยวิสัยโฆษก จะไม่รู้สึก ไม่วิตกทุกข์ร้อน มันก็ผิดวิสัย อะไรที่ถนัด ก็ควรไปทำอย่างนั้นมากกว่า

            ไม่ต้องวิสัยโฆษกหรอก ด้วยเซนส์การเมือง ก็ต้องรู้แล้ว ถ้าเฉยแฉะ เสร็จมัน

            แล้วก็เสร็จมันจริงๆ!

            น่าจะตื่นตัว ใช้ข่าวสารทางราชการเป็น "ข่าวสารนำ" ไล่ข่าวเฟก แต่ภาคข่าวสารรัฐ "เหมือนสาก"

            เมื่อวาน (๖ ก.ค.) เห็น "นพ.ทวีศิลป์" ออกมาขจัดความสับสนในทิศทางต่อการมาเยือนไทยของ ผบ.ทบ.สหรัฐฯ

            "...................เรื่องนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะ ผอ.ศบค.ไม่ได้นิ่งนอนใจ มีการสอบถามไปว่า จะสามารถเลื่อนการเดินทางมาได้หรือไม่

                แต่การเดินทางดังกล่าว มีการกำหนดไว้ล่วงหน้าไปยังหลายประเทศ จึงมีความละเอียดด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

                เราได้แลกเปลี่ยนข้อห่วงใยกับทีมงานที่จะเดินทางเข้ามา เขาเข้าใจ พร้อมปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ ๖  ข้อ

                ๑.มาเป็นคณะเล็กไม่เกิน ๑๐ คน

                ๒.เป็นการเดินทางระยะสั้น

                ๓.ตรวจโควิดประเทศต้นทาง ถึงไทยตรวจอีกครั้ง ผลต้องเป็นลบทั้งสองครั้ง

                ๔.ให้หน่วยงานที่เป็นเจ้าภาพ จัดเจ้าหน้าที่ประจำคณะ

                ๕.มีเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานสาธารณสุขและความมั่นคงติดตามประจำคณะ

                ๖.ต้องจำกัดการเดินทางเฉพาะกำหนดการที่ตกลงไว้ล่วงหน้า ห้ามเดินทางไปในที่สาธารณะ ห้ามใช้ขนส่งมวลชน

                การเข้าพบนายกรัฐมนตรี ผู้มาเยือนเป็นบุคคลสำคัญของเรา เราก็มีความเป็นห่วง

                จึงขอให้ใส่หน้ากากตลอดเวลา เชื่อมั่นว่าจะได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี"

                อ่านแล้ว ก็เหมือนที่เลขาฯ สมช.เคยแถลง แสดงว่า ไม่ใช่โวยวายกันขึ้นมา รัฐบาล-กองทัพก็ปรับเปลี่ยนมาตรการ

            จะยกที่พลเอกสมศักดิ์แถลงเมื่อวันเสาร์มาเปรียบเทียบก็ได้

            "...........ขอประชาชนคลายความกังวล ซึ่งผู้บัญชาการทหารบกสหรัฐฯ และคณะ ได้รับอนุญาตให้เดินทางเข้าราชอาณาจักรตามข้อตกลงพิเศษ หรือ Special Arrangement ในฐานะแขกทางการ ที่เข้าเงื่อนไขไม่ต้องกักตัว ๑๔ วัน แต่ต้องปฏิบัติตามมาตรการ ๖ ข้อ ของ ศบค.อย่างเคร่งครัด ซึ่งทุกคนยินดีและพร้อมปฏิบัติตาม

                ทั้งนี้ คณะของ ผบ.ทบ.สหรัฐฯ จะเดินทางโดยเครื่องบินส่วนตัวมาจากสิงคโปร์ ไม่ได้บินตรงจากสหรัฐฯ

                เป็นคณะเล็ก ผู้ร่วมเดินทางไม่เกิน ๑๐ คน อยู่ในไทย ๒ วัน คือ เดินทางมา ๙ ก.ค.และกลับ ๑๐ ก.ค

                จะตรวจเชื้อจากประเทศต้นทางและตรวจซ้ำเมื่อเดินทางถึง มีเจ้าหน้าที่ไทยติดตาม และเดินทางตามเส้นทางที่กำหนดไว้เท่านั้น"

                สรุปชัดๆ ก็คือ.......

            ในความเป็น "แขกบ้าน-แขกเมือง" การให้เกียรติซึ่งกันและกัน เป็นเรื่องสำคัญมาก

            และข้อเท็จจริง ตามมาตรการที่ไทยประกาศก่อนเปิดเฟส ๕ "แขกรัฐบาล" อยู่ใน "เงื่อนไขอนุโลม" อยู่แล้ว

            ในทางปฏิบัติ ทางสหรัฐฯ เขาก็ยินดีปฏิบัติตาม ๖ ข้อนั้น จึงมองไม่เห็นในทางอภิสิทธิ์ชน

            นอกจากหาเหตุ ตั้งแง่เพื่อ ด่ารัฐบาล ด่าสหรัฐฯ ปั่นชาติให้หมางกัน ตามสันดาน "กูอยู่ไม่สุข ใครก็อย่าหวังจะเป็นสุข"!

            การเมือง "ระหว่างประเทศ" ถ้าศึกษาประวัติศาสตร์ยุคจักรวรรดินิยมอำนาจตะวันตก เช่น ฝรั่งเศส-อังกฤษ เข้ามาล่าเมืองขึ้น

            จะเห็นชัด อย่าง "พม่า" อาณาจักรยิ่งใหญ่ กว่า ๓,๐๐๐ ปี ไม่เคยเห็นอังกฤษอยู่ในสายตา แต่ต้องกลายเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษ เพราะอะไร?

            ทั้งภูมิภาค เหลือเพียงไทย "กระจิริด" ประเทศเดียว ในขณะที่ อังกฤษ-ฝรั่งเศส เล่นบท "หมาป่ากับลูกแกะ" พยายามขย้ำไทยเราทุกวิถีทาง

            แต่ไทยเรา "รอด" เพราะอะไร?        

            ว่างๆ ควรศึกษาประวัติศาสตร์ "เรียนรู้เขา-เรียนรู้เรา" เชิงประวัติศาสตร์เปรียบเทียบดูกันบ้าง แล้วจะเห็นว่า

            "พระมหากษัตริย์" แต่ละพระองค์ ในแต่ละยุค ทรงเดินวิเทโศบาย รับมือการรุกรานของฝรั่งเศส-อังกฤษ อย่างไร ถึงรอด?

            และทั้งภูมิภาคที่ไม่รอด......

            เพราะ "เชิดหยิ่ง" ชนิด "ไม่รู้จักเขา-ไม่รู้จักเรา" กระทั่ง "เงาตัวเอง"

                อย่างนั้นใช่หรือไม่?

เปลวสีเงิน คนปลายซอย 'การเมืองหน้ากาก'-ไทย-สหรัฐฯ

'ในหลวง' ทรงเปลี่ยนเครื่องทรงฤดูร้อน 'พระแก้วมรกต' เพื่อทรงเครื่องสำหรับฤดูฝน

 

6 ก.ค. เวลา 17.27 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา โดยรถยนต์พระที่นั่งจากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ไปยังพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมมหาราชวัง ทรงเปลี่ยนเครื่องทรงฤดูร้อนพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากรเพื่อทรงเครื่องสำหรับฤดูฝน

เมื่อเสด็จเข้าพระอุโบสถ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงยืนหน้าพระราชอาสน์ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงยืนหน้าพระเก้าอี้ที่ประทับ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ ไปด้านหลังฐานชุกชีขึ้นเกยไปยังบุษบกที่ประดิษฐานพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร

ทรงกราบ  ทรงถอดมงกุฎจากพระเศียรพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร มอบเจ้าพนักงานภูษามาลา ทรงหยิบพระมหาสังข์ประจำพระองค์พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร ที่ตั้งอยู่ด้านข้าง ทรงสรงพระสุคนธ์ที่พระอังสาซ้ายขวาพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร เสร็จแล้วทรงวางพระมหาสังข์ไว้ที่เดิม ทรงรับพระมหาสังข์ทักษิณาวัฏจากเจ้าพนักงานภูษามาลา

ทรงสรงพระสุคนธ์ที่พระอังสาซ้ายขวาพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร เสร็จแล้วทรงคืนพระมหาสังข์ทักษิณาวัฏให้เจ้าพนักงานภูษามาลา

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงรับผ้าขาวจากเจ้าพนักงานภูษามาลาซับตามองค์พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร เสร็จแล้ว ทรงรับมงกุฎประจำฤดูฝนจากเจ้าพนักงานภูษามาลา ทรงสวมถวายที่พระเศียรพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร ทรงกราบ เสด็จลงจากเกยไปประทับพระราชอาสน์ที่จัดไว้ข้างฐานชุกชี ทรงหยิบผ้าขาวที่ซับองค์พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากรแล้ว ชุบพระสุคนธ์ในโถแก้ว แล้วทรงบีบลงในโถแก้วและหม้อน้ำ แล้วเสด็จฯไปที่ฐานชุกชีทรงรับกระทงดอกไม้จากเจ้าพนักงานพระราชพิธีวางบนพานหน้าฐานชุกชี ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการท้ายที่นั่ง แล้วทรงจุดเทียนห่วงบูชาพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการท้ายที่นั่งบูชาพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการท้ายที่นั่งบูชาพระพุทธเลิศหล้านภาไลย ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการทองใหญ่ที่หน้าธุรรมาสน์ศิลา

สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จฯ ไปทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการทองทิศที่หน้าธุรรมาสน์ศิลา ทรงรับการถวายความเคารพของผู้มาเฝ้าฯ ประทับพระราชอาสน์ เจ้าพนักงานภูษามาลาเชิญพระมหาสังข์เพชรน้อยเข้าทูลเกล้าฯ ถวาย ทรงรับพระมหาสังข์เพชรน้อย แล้วสรงที่พระเศียร พระราชทานน้ำพระมหาสังข์เพชรน้อยแก่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

เจ้าพนักงานภูษามาลาเชิญสังขนครเข้าทูลเกล้า ฯ ถวายพระราชทานน้ำสังข์นครแก่พระราชวงศ์ที่มาเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จฯ ไปทรงพระสุหร่ายน้ำพระพุทธมนต์สรงพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากรแก่ข้าราชการที่มาเฝ้าฯ ภายในพระอุโบสถ เสร็จแล้ว ประทับพระราชอาสน์ ณ ที่เดิม พราหมณ์เบิกแว่นเวียนเทียนครบ 3 รอบและเจิมที่ฐานพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จฯ ไปทรงกราบที่หน้าเครื่องนมัสการทรงรับการถวายความเคารพของผู้มาเฝ้าฯ เสด็จออกจากพระอุโบสถ จากนั้นเสด็จ ฯ ไปประทับรถยนต์พระที่นั่งที่ประตูเกยหลังวัดพระศรีรัตนศาสดาราม เสด็จพระราชดำเนินไปยังวัดบวรนิเวศวิหาร ในการทรงบำเพ็ญพระราชกุศลเนื่องในเทศกาลเข้าพรรษา

 

 

'ในหลวง-พระราชินี'พระราชทานรถตรวจโรคติดเชื้อชีวนิรภัย ค้นหาโควิดเชิงรุก

 

6 ก.ค. 63 - เมื่อเวลา  11.01  น.  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จออก ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต พระราชทานพระบรมราชวโรกาส ให้นายอนุทิน  ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นำนายแพทย์สุขุม  กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข พร้อมคณะเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับพระราชทานรถตรวจโรคติดเชื้อชีวนิรภัย จำนวน 13 คัน เพื่อกระทรวงสาธารณสุขนำไปใช้ประโยชน์ ณ สำนักงานเขตสุขภาพที่ 1-12  ทั่วประเทศ และเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครที่กระทรวงสาธารณสุขดูแลรับผิดชอบ เพื่อใช้เป็นห้องปฏิบัติการเคลื่อนที่ในการเก็บตัวอย่างโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019  (COVID-19) ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อประชาชน บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขในการปฏิบัติงานได้อย่างปลอดภัย ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในระบบการเฝ้าระวังและค้นหาผู้ติดเชื้อโรคโควิด 19 เชิงรุกในโรงเรียน วัด ชุมชนแออัดและกลุ่มอาชีพเสี่ยงทั่วประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสามารถเข้าถึงประชาชนในทุกพื้นที่ได้อย่างสะดวกรวดเร็ว

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงตั้งพระราชปณิธานที่จะให้ประเทศชาติมั่นคง และประชาชนมีความสุข ทรงห่วงใยและทรงให้ความสำคัญกับการดูแลรักษาสุขภาพพลานามัยของประชาชน ตลอดจนการปฏิบัติหน้าที่ของบุคลากรทางการแพทย์ในการรักษาผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ทรงติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคอย่างใกล้ชิด และทรงห่วงใยต่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคที่เป็นไปอย่างรวดเร็ว เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในการรับมือให้ทันต่อสถานการณ์ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ ให้จัดทำรถตรวจโรคติดเชื้อชีวนิรภัย 

ซึ่งอุปกรณ์ภายในรถมีประสิทธิภาพในการตรวจโรค และมีระบบสารสนเทศที่ทันสมัย ภายในห้องเก็บตัวอย่างชีวนิรภัยจัดเป็นห้องปลอดเชื้อระดับ 1000  ประกอบด้วย ระบบปรับอากาศเพื่อควบคุมความเย็น ระบบกรองอากาศจากภายนอกเพื่อให้บริสุทธิ์ ระบบและอุปกรณ์ควบคุมความดันภายในห้องให้เป็นบวกตลอดเวลา รวมทั้งส่วนปฏิบัติการเก็บตัวอย่าง เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานสอดมือผ่านหน้าต่างและถุงมือยางที่ติดตั้งไว้ มีระบบฆ่าเชื้อภายในตัวรถ หลังปฏิบัติงานรายวันด้วยระบบโอโซน และติดตั้งระบบไมโครโฟน เพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกับผู้รับบริการได้สะดวกและรวดเร็ว ซึ่งรถตรวจโรคติดเชื้อชีวนิรภัย ได้ทดลองให้บริการไปแล้วครอบคลุมประชาชนกลุ่มเสี่ยง จำนวน 12,094 ราย ในเขตกรุงเทพมหานคร และจังหวัดนครราชสีมา ตั้งแต่วันที่ 2 พฤษภาคม 2563 เป็นต้นมา ซึ่งทำให้เกิดผลสำเร็จในการค้นหาผู้ป่วยได้อย่างรวดเร็ว เจ้าหน้าที่เก็บตัวอย่างมีความปลอดภัยได้อย่างดียิ่ง.

ในหลวง-พระราชินี รถตรวจโรคติดเชื้อชีวนิรภัย โควิด-19

คณะก้าวหน้าแจงเงินบริจาคเมย์เดย์ ต้องรีบปิดบัญชีเพราะมีเงินโอนผิดปกติหวังใส่ร้ายจากการเมืองที่สกปรก

 

7 ก.ค.63- เพจ คณะก้าวหน้า - Progressive Movement เผยแพร่  แถลงการณ์คณะก้าวหน้า กรณีเงินระดมทุนจากโครงการ เมย์เดย์-เมย์เดย์ เราช่วยกัน  โดยระบุรายละเอียดดังนี้

เมื่อวันที่ 1-2 พฤษภาคม 2563 คณะก้าวหน้าได้จัดกิจกรรมคอนเสิร์ตระดมทุน “เมย์เดย์-เมย์เดย์ เราช่วยกัน” โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อช่วยสนับสนุนศิลปินและประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการปิดเมืองเพื่อหยุดยั้งการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยเงินที่ใช้ในการจ้างศิลปินและจัดงานทั้งหมด เป็นเงินจากคณะก้าวหน้า ส่วนรายได้จากการระดมทุนทั้งหมด นำไปแจกจ่ายให้กับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน รายละ 3,000 บาท โดยใช้หลักการถ้วนหน้า ไม่ต้องพิสูจน์ความจน ให้ทุกคนที่แสดงความประสงค์ขอรับเงินผ่านทางแฟนเพจคณะก้าวหน้าตามกติกาที่เรากำหนด

คณะก้าวหน้าได้เปิดบัญชี ธนาคารไทยพาณิชย์ เลขบัญชี 409-450005-8 ชื่อบัญชีนางสาวพรรณิการ์ วานิช ขึ้นในวันที่ 1 พฤษภาคม 2563

ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม ถึงวันที่ 3 กรกฎาคม 2563 มีการโอนเงินเข้าบัญชีทั้งหมด 7,751,783 บาท จากธุรกรรมทั้งสิ้น 15,383 ธุรกรรม

มีการโอนเงินออกทั้งสิ้น 7,529,000 บาท จากธุรกรรมทั้งสิ้น 2,286 ธุรกรรม
มีเงินสดเหลือในบัญชีทั้งสิ้น 222,783 บาท ณ วันปิดบัญชี 3 กรกฎาคม 2563
เงินโอนออกทั้ง 7.529 ล้านบาทนั้น โอนเพื่อถึงมือประชาชน 2,443 ครั้ง ถึงมือประชาชน 2,431 คน

สังเกตว่าจำนวนประชาชนที่ได้รับเงินที่เราประกาศไว้คือ 2,427 คน จำนวนครั้งที่โอนมากกว่าจำนวนผู้ได้รับเงิน 16 ครั้ง มาจาก 2 สาเหตุ ได้แก่
1. มีผู้ได้รับโอน แต่ตกหล่นในการใส่รายชื่อในประกาศ 4 คน
2. จำนวนครั้งที่โอนมากกว่าจำนวนผู้ที่ได้รับเงิน 12 รายการ เกิดขึ้นจาก ธนาคารโอนไม่ผ่าน 5 ธุรกรรม และพนักงานโอนซ้ำ 7 ธุรกรรม ในกรณีพนักงานโอนซ้ำนั้น ผู้รับและ/หรือพนักงานที่โอนซ้ำ ได้นำเงินกลับมาคืนครบ 6 รายการ ผู้ได้รับซ้ำไม่โอนคืน 1 รายการ

เราประกาศปิดโครงการในวันที่ 3 พฤษภาคม และได้แจ้งผ่านทางเฟซบุ๊กไลฟ์ ในแฟนเพจคณะก้าวหน้าว่า เงินที่โอนเข้ามาจนถึงวันที่ 3 พฤษภาคม เวลา 14.00 น. เราจะนำเงินไปบริจาคในโครงการนี้ทั้งหมด ส่วนยอดเงินที่โอนเข้ามาหลังจากเวลา 14.00 น. ของวันที่ 3 พฤษภาคม จะถูกนำไปใช้ในโครงการสาธารณประโยชน์อื่น ๆ ต่อไป โดยเราจะประกาศรายละเอียดโครงการให้ทราบในภายหลัง ซึ่งข่าวการปิดโครงการและรายละเอียดข้างต้นได้ถูกนำเสนอในสื่อมวลชน เป็นที่รับรู้ในสาธารณะ

อย่างไรก็ตาม เมื่อมีการประกาศปิดโครงการออกไปแล้วมีผู้ประสงค์จะบริจาคเพิ่มจำนวนมากที่ต้องการนำเงินเข้าโครงการเมย์เดย์-เมย์เดย์ แต่ไม่สามารถโอนเงินได้ทัน ได้ติดต่อมายังคณะก้าวหน้าขอให้ขยายเวลาในการรับบริจาคเงิน เราจึงตัดสินใจขยายเวลาตัดยอดเงินจนกระทั่งผู้ที่ติดต่อเข้ามารายสุดท้ายได้โอนเงินเสร็จในเวลาประมาณ 22 นาฬิกาของวันที่ 3 พฤษภาคม

หลังจากปิดโครงการเมย์เดย์-เมย์เดย์ไปแล้ว เราได้เปิดเผยรายชื่อผู้ได้รับเงินทั้งหมดในเว็บไซต์ และมีรายงานสรุปโครงการ ตามลิงค์ดังต่อไปนี้
https://progressivemovement.in.th/projectmaydaymayday/ และ
https://progressivemovement.in.th/article/report/712/

หลังจากวันที่ 3 พฤษภาคม ยังมีผู้มีจิตศรัทธาสบทบเงินเข้าสู่โครงการอีกเป็นจำนวนหนึ่ง มียอดเงินรวมอยู่ที่ 422,783 บาท

เงินจำนวนดังกล่าว เราได้จัดสรร 200,000 บาท ไปใช้ในโครงการจ่ายค่าน้ำประปาให้กับประชาชนที่มีรายได้น้อยในชุมชนต่างๆ เช่น ชุมชนสุขาภิบาล 2, ชุมชนสุเหร่าคลองเคล็ด, ชุมชนเปรมฤทัย 20 เป็นต้น เราจ่ายค่าน้ำให้กับครัวเรือนไปแล้ว 167 ครัวเรือน รวมเป็นเงิน 52,349 บาท ในค่าน้ำรอบเดือนพฤษภาคมและเดือนมิถุนายน เงินส่วนนี้ยังเหลืออีก 147,650 บาท และเราจะใช้ทยอยจ่ายค่าน้ำประปาให้กับครอบครัวที่ลำบาก รวมถึงใช้ในการแจกจ่ายอุปกรณ์การเรียนให้กับลูกหลานของคนในชุมชนที่มีรายได้น้อย เพื่อผ่อนภาระให้กับผู้ปกครองในช่วงเปิดเทอม

เงินส่วนสุดท้ายจำนวน 222,783 บาทนั้นยังไม่ได้ถูกใช้ และไม่เคยถูกโอนออกจากบัญชีไปเพื่อใช้ส่วนตัว เราตั้งโครงการบริจาคอุปกรณ์การเรียนให้กับนักเรียนที่ยากจน และกำลังอยู่ในระหว่างดำเนินการ

เราตัดสินใจปิดบัญชีรับบริจาคลง เมื่อวันที่ 3 ก.ค. 2563 เพราะมีการโอนเงินเข้ามาผิดปกติ รายชื่อผู้ที่โอนเข้ามารายล่าสุดมีความเกี่ยวข้องกับบุคคลที่กำลังใส่ร้ายเราอย่างแข็งขันในเรื่องนี้ เราเคลือบแคลงในวัตถุประสงค์ของการโอนเงินรายการนี้ และเพื่อไม่ให้เกิดการใส่ร้ายป้ายสีกันในภายหลัง เราจึงตัดสินใจปิดบัญชีลง

คณะก้าวหน้าขอยืนยันต่อผู้บริจาคเข้าโครงการทั้งหมด 15,383 ธุรกรรม ว่าได้โปรดสบายใจและมั่นใจว่าเงินทุกบาทของท่านถูกนำไปใช้เพื่อช่วยเหลือประชาชน ไม่มีการยักยอกหรือเบียดบังไปโดยทีมงานคณะก้าวหน้าแม้แต่บาทเดียว

เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ เราได้เปิดเผยเอกสารรายการธุรกรรมทั้งหมดของบัญชี ในลิงค์นี้ https://progressivemovement.in.th/…/statement-maydaymayday.…

โดยขอสงวนสิทธิ์ปิดบังข้อมูลส่วนบุคคลบางส่วนเพื่อเคารพในความเป็นส่วนตัวของบุคคลที่มีชื่ออยู่ในเอกสาร

คณะก้าวหน้ายืนยันว่าเรายินดีที่ประชาชนตั้งคำถามและขอให้เราแสดงความโปร่งใสในการจัดการเงินระดมทุนก้อนนี้ แต่กลับมีบุคคลบางกลุ่ม ฉวยโอกาสใช้จังหวะดังกล่าว ใส่ร้ายป้ายสีเพื่อให้สังคมเข้าใจผิด โกรธและเกลียดเรา

นี่เป็นวิถีการทำงานการเมืองที่สกปรก ทำให้เราเสียเวลา เสียทรัพยากร แทนที่จะได้ใช้เวลาและทรัพยากรดังกล่าวทำเรื่องที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนและประเทศชาติ

ในขณะที่คณะก้าวหน้าพร้อมถูกตรวจสอบจากการกระทำของเรา ผู้ที่ใส่ร้ายเราทั้งหมดนั้น ไม่ได้หยิบยกหลักฐานใดๆ มาอ้างอิงเลย มีเพียงการกล่าวอ้างลอยๆ เพื่อทำให้ประชาชนเข้าใจผิด เราจะไม่ทำการเมืองเช่นนี้ นี่คือลักษณะการเมืองที่ทำให้ประเทศชาติล้าหลัง ไม่สามารถพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนชาวไทยได้

คณะก้าวหน้ายืนยันที่จะสร้างสังคมที่น่าอยู่กว่านี้ด้วยการทำงานการเมืองอย่างตรงไปตรงมา และยึดมั่นในหลักการประชาธิปไตยโดยไม่ย่อท้อ

หวังว่าประชาชนจะเห็นถึงความจริงใจของเรา และยืนหยัดเคียงข้างเรา

#คณะก้าวหน้า #MAYDAYMAYDAY #โครงการเมย์เดย์เมย์เดย์ #Covid19 #โควิด19.

'โฆษกรัฐบาล' ยันงบจัดซื้ออาวุธผูกพันข้ามปี-ต้องแบ่งชำระ คำนึงถึงประโยชน์ประเทศชาติสูงสุด

 

7 ก.ค.63 - นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีสมาชิกพรรคเพื่อไทย ออกมาระบุให้นายกรัฐมนตรี นำงบประมาณปี 64 ของกระทรวงกลาโหมสำหรับซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ ไปกู้วิกฤติเศรษฐกิจว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ชี้แจงชัดเจนถึงเหตุผลความจำเป็นไปแล้ว และมีการตรวจสอบกับสำนักงบประมาณทุกอย่างยังคงเป็นไปตามระเบียบ หลักเกณฑ์ทุกประการ โดยเป็นงบฯผูกพันข้ามปีสำหรับการจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ เนื่องจากต้องใช้ระยะเวลาในการผลิตและการแบ่งชำระ

ขณะนี้ ประเทศมีความจำเป็นในการปรับเปลี่ยนอาวุธยุทธโธปกรณ์ให้มีความเพียงพอ เหมาะสม เพราะที่ผ่านมาไม่ได้มีการสนับสนุนงบให้มีการจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ใหม่ๆ ทำให้ปัจจุบันมีอาวุธยุทโธปกรณ์เก่าประมาณร้อยละ 80 และเพื่อทดแทนไม่ให้ต้องเสียงบประมาณในการซ่อมบำรุง ขณะเดียวกันที่ผ่านมา ภารกิจป้องกันตามชายแดนต้องใช้กำลังพลจำนวนหลายหมื่นคนในการดูแลพื้นที่ ทำให้การแก้ปัญหาชายแดนสามารถยุติได้ระดับหนึ่งจากภัยคุกคามในรูปแบบต่างๆ

โฆษกรัฐบาล ระบุว่า ต้องขอขอบคุณฝ่ายค้านที่แสดงความเป็นห่วงถึงการใช้งบประมาณของปี 64 ในครั้งนี้ แต่ขอให้มีความเข้าใจ และห่วงใยถึงลูกหลานที่เป็นทหาร จำเป็นจะต้องมีอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ทันสมัย เพื่อไม่ให้เกิดความสูญเสียด้วย ทั้งนี้ขอให้มั่นใจได้ว่านายกรัฐมนตรีจะดูแลการดำเนินการทุกอย่างอย่างดีที่สุด และใช้งบประมาณให้คุ้มค่าและเกิดประโยชน์กับประเทศชาติและประชาชนมากที่สุด สำหรับในส่วนของงบประมาณที่นำมาให้ความช่วยเหลือประชาชนและฟื้นฟูประเทศ นั้นอยู่ในงบประมาณ พ.ร.ก.กู้เงิน 1 ล้านล้านบาทที่ผ่านความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรแล้ว

 

 
 

 

 

 

 .........................................

 

07 กรกฎาคม พ.ศ. 2563

หน้าหนึ่ง ไทยโพสต์

ทรงห่วงใยสุขภาพปชช. พระราชทานรถตรวจเชื้อโควิด13คัน/วันหยุดการ์ดอย่าตก

"ในหลวง" พระราชทานรถตรวจโรคติดเชื้อชีวนิรภัย 13 คันแก่ สนง.เขตสุขภาพทั่ว ปท.-เขตพื้นที่ กทม. เพิ่มประสิทธิภาพค้นหาโควิดเชิงรุกในโรงเรียน-วัด-ชุมชนแออัด "ศบค." เผยไทยไร้โควิด 42 วันแล้ว พบผู้ป่วยใหม่ 5 รายกลับจากคูเวต "นายกฯ" ย้ำอย่าการ์ดตก


ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลวันเข้าพรรษา

"ในหลวง-พระราชินี" เสด็จฯ ไปวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ทรงเปลี่ยนเครื่องทรงฤดูฝน "พระแก้วมรกต" จากนั้นเสด็จฯ ไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศลเนื่องในเทศกาลเข้าพรรษา ณ วัดบวรนิเวศวิหาร


‘สังฆราช’ประทานคติธรรม ดื่มสุราเสียโอกาสทำความดี

สมเด็จพระสังฆราชประทานพระคติธรรม เนื่องในวันงดดื่มสุราแห่งชาติ ไม่ควรเสพสุรายาเมา ทำให้เสียโอกาสใช้กายและจิตเป็นเครื่องผลิตคุณงามความดี


พปชร.โต้โพลยี้ทีมศก.ดีดปากโฆษกพท.

ผลโพลทำวงการเมืองสะเทือน “มาดามเดียร์” บอกทีมเศรษฐกิจเป็นใครก็ได้ แต่ต้องสร้างศรัทธาให้ประชาชนและต่างชาติเชื่อมั่น “แทนคุณ” ชี้สะท้อน ปชป.ภายใต้การนำของ “จุรินทร์” มาถูกทาง เพื่อไทยได้ทีโยงผลสำรวจ “บิ๊กตู่-พปชร.” คะแนนนิยมลดฮวบ แต่ทำไมชนะเลือกตั้งซ่อมทุกครา “ทิพานัน-ปารีณา” รุมดีดปากทำตัวขี้แพ้ชวนตี ถ้าเป็นลูกผู้ชายจริงต้องรู้จักแพ้รู้จักชนะ


ผบ.ทบ.สหรัฐมาแน่ ‘ศรีสุวรรณ’จี้กักตัว คณะฝ่ายไทย14วัน

มาแน่ไม่มียกเลิก ผบ.ทบ.สหรัฐอเมริกาเยือนไทย 9-10 ก.ค.นี้ โฆษก ศบค.เผย "บิ๊กตู่" เคยถามเลื่อนได้หรือไม่ แต่สุดท้ายคำตอบคือทำไม่ได้ แจงไม่ต้องกักตัวเพราะป้องกันคุมเข้มแล้ว "ศรีสุวรรณ" อัดสองมาตรฐาน จี้ให้กักตัวคณะพูดคุยฝ่ายไทย 14 วัน


บี้เมย์เดย์ลวงโลก เปิด15ช้อสงสัย ไม่มีการโอนจริง!

"หมอวรงค์" ตามขยี้ "ทอน-บุตร-ช่อ" เปิด 15 รายชื่อสงสัยไม่มีการโอนจริง จากกรณีเงินบริจาคเมย์เดย์ของคณะก้าวหน้า ให้เวลา 48 ชั่วโมง ถ้าแสดงหลักฐานไม่ได้คงต้องมาตามกันต่อว่าใครอมเงิน ติดแฮชแท็ก #เมย์เดย์เมย์เดย์ลวงโลก ฉ้อโกงประชาชน คุกคุกคุกคุกคุกคุก

 ............................................................

7 กรกฎาคม 2563

 


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน