*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 4083
  • จำนวนผู้ชม : 2568701
  • จำนวนผู้โหวต : 529
  • ส่ง msg :
  • โหวต 529 คน
<< กรกฎาคม 2020 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันเสาร์ ที่ 11 กรกฎาคม 2563
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 280 , 17:34:39 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

สวัสดีครับ

         นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ หอบลูกพรรคไปประชุมกัน

ถึงเกาะเสม็ด ไม่รู้ว่ามีประเด็นต้องปกปิดหรือเปล่า

         

11 ก.ค.63 - เวลา  09.40 น. ที่โรงแรมแกรนด์วิวรีสอร์ท เกาะเสม็ด นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าร่วมสัมมนารัฐมนตรีของพรรค ว่า งานในวันนี้ได้เตรียมการมานานแล้ว แต่เนื่องจากติดสถานการณ์โควิด ส.ส.ต้องทำงานหนักและต้องลงพื้นที่จึงไม่มีโอกาสได้พบกับอย่างพร้อมหน้า จึงถือโอกาสนี้เป็นการพูดคุยกันแบบสบายๆ และถือมาชาร์จแบตร่วมกันด้วย โดยในวันนี้จะมีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นของสมาชิกในเรื่องทิศทางการนำพาพรรคไปข้างหน้า และจะทำอย่างไรให้ประชาธิปัตย์เข้าไปนั่งในหัวใจของประชาชนได้อีกครั้งหนึ่ง

นายจุรินทร์ กล่าวว่า สำหรับการปรับคณะรัฐมนตรี ขึ้นอยู่กับพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ซึ่งจนถึงขณะนี้นายกฯยังไม่ส่งสัญญาณได้มาหาตน

เมื่อถามถึงความขัดแย้งภายในพรรค นายจุรินทร์ กล่าวว่า เป็นเพียงกระแสข่าวแต่ข้อเท็จจริงไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทุกอย่างยังทำงานร่วมกันได้

 

'ธนาธรกับการจารกรรม'

 

            มีคนถาม........

                กับเรื่องเหลวไหลไร้สาระ, นินทาว่าร้ายต่อกัน ทำไมสื่อจึงชอบนำเสนอ?    

 

            ไม่เสนอเฉยๆ

            บางที ทำตัวเป็นบ่างช่างยุ เอาความทางนี้ ไปบอกทางโน้น "เสี้ยมให้ชนกัน" แล้วเก็บกากอารมณ์แต่ละฝ่ายปั่นเป็นข่าวขายความมันทางสะใจ

            ผมก็นักข่าว เลยบอกเขาทำนองเข้าข้างตัวเองหน่อยๆ ว่า

            "ก็ชาวบ้านเขาชอบแบบนี้นี่ มันขายได้"!

            อีกอย่าง "แมลงวัน" เป็นคำแทน "นักข่าว" ส่วนนักการเมือง โดยเฉลี่ยทางทัศนคติ มีภาพเป็น "ของเหม็น"         

            เผอิญมันมีสโลแกน "ข่าวร้ายลงฟรี-ข่าวดีต้องจ้าง"

            ก็เลยพอดีกัน......

            บ้านเมืองไม่ว่ายุคไหน เรื่องเหม็นๆ มีมากกว่าเรื่องหอม โดยเฉพาะการเมือง หนีเรื่องตัณหาไม่พ้น เหม็นตลบ และเหม็นตลอด

            แมลงวันจึงตอมติด เผลอๆ ก็หยอดไข่ใส่ซะหน่อย มันก็ประมาณนี้แหละ

            เอาเป็นว่า "การเมือง-สื่อ" เป็นตัวสะท้อนสังคมบ้านเมือง รสนิยมประชาชนเป็นแบบไหน "การเมือง-สื่อ" ก็จะเป็นแบบนั้น!

            ถ้าถามว่า แล้วสังคมบ้านเมืองเราตอนนี้ เป็นแบบไหน?

            ก็เราแต่ละคน ชอบเสพเรื่องราวข่าวสารบ้านเมืองประเภทไหน ก็เป็นแบบนั้นแหละ!

            ตอนนี้ เรื่อง ๔ กุมารลาออกจากพรรค พปชร.และเรื่องปรับ ครม.กำลังเป็นข่าวร้าย หรือของเหม็น

            ดังนั้น เปิดไป ไม่ว่าสื่อประเภทไหน แมลงวัน หัวเขียว หัวแดง หัวเหลือง และหัวขาวอย่างผม ตอมกันยุ่บ!

            ว่ากันที่จริง.........

            การปรับ ครม.และการอยู่-การไป ของคนการเมือง มันเป็นเรื่องที่แต่ละคนต้องเข้าใจและทำใจไว้แต่วินาทีแรกที่เข้ามา

            "เกิดขึ้น-ตั้งอยู่-ดับไป"

            ท่องไว้เลย เพราะนี่คือ "อิทัปปัจจยตาทางอำนาจ"!

            ที่ต้องระวัง คือ......

            ที่ว่าเหม็น มันเหม็นเชิงทัศนคติ แต่มันจะเหม็นจริงๆ ก็เพราะ "เน่า"

            เน่าจากไหน?

            จากอ้าให้แมลงวันที่ตอม "หยอดไข่" ผสมโรงนั่นแหละ!

            พูดถึงการปรับ ครม.ปัจจัยบ่งบอกเวลาอย่างหนึ่งคือ "งบประมาณแผ่นดิน" ปี ๖๔ ซึ่งตอนนี้ ผ่านสภาวาระแรกไปแล้ว

            อยู่ขั้นตอนการพิจารณาของคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ซึ่งต้องเสร็จภายใน ๓๐ วัน เพื่อส่งเข้าสู่วาระ ๒-๓

            กมธ.ชุดนี้ ประชุมนัดแรกไปแล้ว เมื่อ ๘ ก.ค.

            ที่ประชุมเลือก "นายอุตตม สาวนายน" รมว.คลัง เป็นประธานคณะกรรมาธิการฯ

            แต่ที่น่าสนใจและเป็นประเด็น "เชิงข้อสังเกต" ที่ผมนำมาพูดคุยวันนี้ ก็อยู่ตรงนี้

            ในจำนวน "ที่ปรึกษา" คณะกรรมาธิการฯ ๗ คน หนึ่งในนั้น คือ "นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ" อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ที่ถูกยุบพรรคไป

            บางคนสงสัย ถูกห้ามทางการเมืองไปแล้ว แล้วมาเป็น กมธ.ได้หรือ?

            เป็นได้ ตามกฎหมายพรรคการเมือง ปี ๖๐ "เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ๕ ปี" ไม่ได้ห้ามยุ่งเกี่ยวการเมือง หรือห้ามมีตำแหน่งทางการเมืองใดๆ เหมือนกฎหมายฉบับก่อนๆ

            ที่จะคิดคำนึงกัน......

            ก็ด้าน "จริยธรรมสำนึก" ว่าด้วยความละอายต่อสังคม แต่ถ้าเจ้าตัวไม่ละอาย เรียกว่า "ด้านพอ"

            ก็โอเค ถือว่า "กฎหมายไม่ห้าม" อยากเป็น ก็เป็นไป!

            แต่กรณีนายธนาธร มีประเด็นน่าคิดคำนึง ที่อยากฝากให้สังคมช่วยกันจับตา

            และฝากให้คณะกรรมาธิการฯ ช่วยตระหนัก ด้านการรั่วไหลข้อมูลดิบ และการถูกฉกฉวยเอกสารและข้อมูลต่างๆ ในชั้นการพิจารณาของ กมธ.ออกไปเผยแพร่ข้างนอก

            ด้วยมุ่งหมาย ใช้ข้อมูลดิบนั้น "ประสงค์ร้าย" ต่อสถาบันบ้านเมือง!

            ที่พูดนี่ ไม่ใช่กล่าวอ้างลอยๆ หรือหวังสร้างภาพร้ายให้ใคร แต่มันเคยเกิดเป็นตัวอย่างขึ้นแล้วในปีก่อน

            พูดตรงๆ ผมไม่ไว้ใจนายธนาธร...........

            ต่อการที่พรรคนอมินีของเขา "ก้าวไกล" ส่งเข้ามานั่งเป็น กมธ.พิจารณางบฯ

            เพราะเมื่อปี ๖๒ แม้ธนาธรถูกศาลฯ วินิจฉัย สิ้นสภาพการเป็น ส.ส.ด้วยเรื่อง "ถือหุ้นสื่อ" แต่อนาคตใหม่ ยังเสนอเข้าไปเป็น กมธ.งบประมาณ

            เข้าไปเพื่อทำหน้าที่ กมธ.โดยสุจริต หรือซุกซ่อนเจตนาไม่ซื่ออย่างใด ถ้าทุกคนไม่ลืม ตอบตรงนี้ได้ด้วยตัวเองอยู่แล้ว

            ผมจะรื้อฟื้นความจำคร่าวๆ ให้ดูกัน ดังนี้

            ๒๔ ต.ค.๖๒ ประชุมนัดแรก ธนาธรให้เหตุผลการเข้าไปเป็น กมธ.งบประมาณว่า

            "ทางพรรคอนาคตใหม่มีความตั้งใจที่อยากส่งเสริมผมให้มีความรู้และประสบการณ์ในการทำงานด้านงบประมาณมากขึ้น

                จึงมีความคิดเห็นว่า เป็นเรื่องที่ดี ที่ผมจะได้เข้าไปอยู่ เพื่อเรียนรู้ในกระบวนการต่างๆ เผื่อวันหน้าวันหลัง จะได้มีโอกาสเป็นรัฐบาล

                จะได้เข้าใจเกี่ยวกับกลไกด้านงบประมาณ นั้นคือวัตถุประสงค์ของเรา"

            ๒๘ พ.ย.๖๒ วาระพิจารณางบฯ กระทรวงกลาโหม

            ผู้นำเหล่าทัพ รวมทั้งพลเอกอภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ.ไปนั่งเรียงแถวให้ กมธ.ซักถามและตอบคำถามในเรื่องการใช้งบต่างๆ

            แน่อน......

            นายธนาธรทั้งตั้งข้อสังเกต ทั้งชำแหละงบประมาณแต่ละเหล่าทัพ ปานขึ้นขาหยั่งส่องกล้อง

            ทุกเอกสารที่มา-ที่ไปของการจะนำเงินงบประมาณไปใช้ในแต่ละกองทัพ ธนาธรในฐานะ กมธ.อยากดู อยากรู้ อยากได้อะไร เรียกมา...เหล่าทัพต้องจัดให้ทุกรายละเอียด

            กระทั่งเรื่อง ปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร "IO" ของกระทรวงกลาโหม เอกสารรายละเอียดทางราชการทหาร ต้องเอามาแบให้ดูหมด

            วันรุ่งขึ้น.......

            ๒๙ พ.ย.๖๒ โดยไม่มีปี่-ไม่มีขลุ่ย ธนาธรยื่นหนังสือลาออกจากการเป็น กมธ.งบประมาณ อ้างว่า........

            "เพื่อกลับไปอยู่เคียงข้างประชาชน ผลักดันเรื่องต่างๆ ทั้งการยกเลิกเกณฑ์ทหาร ปกป้องสิทธิแรงงาน และแก้ไขรัฐธรรมนูญ

                เมื่อมีบางคนไม่ต้องการให้ทำงานในสภา ผมก็จะกลับไปอยู่กับประชาชน...."

            คนก็ยังนึกว่า ต้องมีเบื้องหลังคือถูกบีบ นายธนาธรออกมาย้ำว่า....

            "ตัดสินใจลาออกตั้งแต่เมื่อวันที่ ๒๐ พ.ย.ที่ผ่านมา โดยไม่ได้แจ้งใครล่วงหน้า และไม่ได้มีปัญหากับกรรมาธิการคนอื่นๆ........"

            ๑ ธ.ค.๖๒

            นายธนาธร เดินสายพบปะชาวบ้านที่เขตลาดกระบัง

            VOICE TV บันทึกเทป เผยแพร่เป็นหลักฐาน ว่า

            ๑ ธ.ค.๖๒ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ บรรยายพิเศษชำแหละงบประมาณ "กระทรวงกลาโหม" โดย

            -ตั้งข้อสังเกตต่อร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๓

            -รายได้ต่างๆ ของกองทัพที่ไม่เคยถูกตั้งคำถามและเมื่อถูกถาม แต่ไม่มีคำตอบ

            และนี่คือ คำเกริ่นนำการบรรยายพิเศษของนายธนาธร

            "ทุกท่านครับ........

                เอาล่ะวันนี้ ผมจะมาพูดถึงเรื่อง...หลายเรื่อง เรียนก่อนว่า เอกสารที่ท่านจะเห็นนะครับ หรือว่าข้อมูลก่อนที่ท่านจะได้ ทุกตัว มีที่มา มีที่อ้างอิง ชัดเจนนะครับ ไม่มีตัวไหนประดิด-ประดอยมา....."

                เป็นไงครับ.......

            ดูตามลำดับเรื่องและลำดับวัน เหตุที่ประจักษ์ มันฟ้องเจตนานายธนาธรในการเข้าไปเป็น กมธ.งบประมาณชัดเจน!

            ไม่ได้เข้าไปเรียนรู้อะไรหรอก

            เจตนาเข้าไปใช้ฐานะกรรมาธิการฯ ฉกฉวยกึ่งจารกรรม ทั้งปากคำ ทั้งเอกสารการใช้งบประมาณของเหล่าทัพ ซึ่งถือเป็นหัวใจ ชี้เป็น-ชี้ตายทางความมั่นคงประเทศ

            เมื่อได้แล้ว........

            นายธนาธร "ลาออก" ทันที!

            และทันทีเหมือนกัน นายธนาธรก็นำเอกสารอันเป็นข้อมูลดิบทางประมาณนั้น เผยแพร่สู่สาธารณะ แจกจ่าย

            บิดเบือน โจมตี ใส่ร้าย ให้ชาวบ้านเกลียดชังกองทัพเมื่อปีที่แล้ว

            มาปีนี้ ปีงบประมาณ ๖๔ ธนาธรมา (แบบเดิม) อีก และสภาก็ไม่จด-ไม่จำ และไม่คิด ว่าที่ธนาธรเคยฉกฉวยเอกสารงบประมาณดิบไปใช้เพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองแบบนั้น

            ถูกต้องหรือไม่ เป็นผลดีหรือร้ายกับบ้านเมืองหรือไม่?

            ผมจึงนำมาเป็น "ข้อสังเกต" ไว้ตรงนี้

            เพราะไว้ใจไม่ได้ เมื่อธนาธร ได้ความลับทางราชการ รวมทั้งเอกสาร ตามต้องการแล้ว โดยเฉพาะ "งบกลาโหม" ไปแล้ว

            ธนาธรจะไม่ลาออก (อีก)

            หรือนำข้อมูลดิบเหล่านั้น ไปขยายผล "ทางร้าย" กับประเทศและสถาบัน เพราะพฤติกรรมคณะพรรคธนาธร ชัดเจน ว่า

            "มุ่งร้าย-ประสงค์ร้าย" ต่อชาติและสถาบัน!

ชักยุ่ง!ผู้ตรวจฯรับพิจารณาปมร้อนตัดสิทธิ 'จินตนันท์-พล.อ.นิพัทธ์' เข้ารับสรรหาเป็นกสม.

 

11 ก.ค.63 - นายรักษเกชา แฉ่ฉาย เลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน  เปิดเผยว่า ผู้ตรวจการแผ่นดินได้มีมติรับพิจารณาเรื่องร้องเรียนของนางจินตนันท์ ชญาต์ร ศุภมิตร และพล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก  ที่ขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดินยื่นคำร้องพร้อมด้วยความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อพิจารณาวินิจฉัย ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 213 ประกอบกับพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 มาตรา 46  กรณีคณะกรรมการสรรหากรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พิจารณาลักษณะต้องห้ามและวินิจฉัยว่า ทั้ง 2 คน มีลักษณะต้องห้ามในการเข้ารับการสรรหาเป็นกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เนื่องจากเคยเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ  และถูกตัดสิทธิในการเข้ารับการสรรหาเป็นกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ  ในขณะที่คณะกรรมการสรรหากรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ กลับวินิจฉัยให้อดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติไม่มีลักษณะต้องห้ามและลงมติเลือกเป็นบุคคลผู้สมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการ ป.ป.ช.ได้ ซึ่งผู้ร้องเรียนเห็นว่า การกระทำของคณะกรรมการสรรหากรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเป็นการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรม  ขัดต่อหลักความเสมอภาค  ละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพของผู้ร้องเรียนโดยตรง จึงเป็นการกระทำที่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 25 และมาตรา 27

นายรักษเกชา  กล่าวว่า ผู้ตรวจการแผ่นดินเห็นว่าเนื่องจากเป็นคำร้องเรียนที่ผู้ร้องเรียนระบุว่าตนได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหาย  ถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพโดยตรงจากกระทำที่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ  จึงรับเรื่องไว้พิจารณาก่อน  โดยเบื้องต้นได้สั่งให้สำนักกฎหมายและคดีเร่งตรวจสอบรวบรวมข้อกฎหมายและข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องทั้งหมดซึ่งมีมากอยู่พอสมควรเพื่อเสนอให้ผู้ตรวจการแผ่นดินพิจารณาวินิจฉัยต่อไป  และเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงที่ครบถ้วน รอบคอบและเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ผู้ตรวจการแผ่นดินได้มีหนังสือขอให้ประธานกรรมการสรรหากรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ชี้แจงข้อเท็จจริงเพื่อใช้ประกอบการพิจารณาเรื่องร้องเรียนต่อไปอีกทางหนึ่งด้วย

'จุรินทร์'เผยปิดห้องประชุมเกาะเสม็ด หาวิธี 'ปชป.' นั่งในใจประชาชน-ปรับครม.เป็นอำนาจนายกฯ

 

11 ก.ค.63 - เวลา  09.40 น. ที่โรงแรมแกรนด์วิวรีสอร์ท เกาะเสม็ด นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าร่วมสัมมนารัฐมนตรีของพรรค ว่า งานในวันนี้ได้เตรียมการมานานแล้ว แต่เนื่องจากติดสถานการณ์โควิด ส.ส.ต้องทำงานหนักและต้องลงพื้นที่จึงไม่มีโอกาสได้พบกับอย่างพร้อมหน้า จึงถือโอกาสนี้เป็นการพูดคุยกันแบบสบายๆ และถือมาชาร์จแบตร่วมกันด้วย โดยในวันนี้จะมีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นของสมาชิกในเรื่องทิศทางการนำพาพรรคไปข้างหน้า และจะทำอย่างไรให้ประชาธิปัตย์เข้าไปนั่งในหัวใจของประชาชนได้อีกครั้งหนึ่ง

นายจุรินทร์ กล่าวว่า สำหรับการปรับคณะรัฐมนตรี ขึ้นอยู่กับพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ซึ่งจนถึงขณะนี้นายกฯยังไม่ส่งสัญญาณได้มาหาตน

เมื่อถามถึงความขัดแย้งภายในพรรค นายจุรินทร์ กล่าวว่า เป็นเพียงกระแสข่าวแต่ข้อเท็จจริงไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทุกอย่างยังทำงานร่วมกันได้

ถามถึงการประชุมใหญ่ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 19 ก.ค. พรรคจะมีการประเมินผลงานรัฐมนตรีของพรรคหรือไม่ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การประชุมใหญ่จะเป็นไปตามระเบียบวาระการประชุมที่กำหนดไว้ แต่ส่วนการปฎิบัติหน้าที่ของรัฐมนตรีพรรคเราก็ได้มีการติดตามรวมทั้งส.ส.และสมาชิกด้วย แม้แต่รัฐมนตรีเองก็ต้องประเมินผลงานตัวเองเหมือนกันว่าที่ผ่านมาสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้สำเร็จลุล่วงอย่างไร เพราะต้องยอมรับว่าการทำหน้าที่ของรัฐมนตรีมีผลต่อภาพรวมของพรรค หากรัฐมนตรีทำงานดีมีผลงานก็ส่งผลไปถึงพรรคเป็นที่ยอมรับของประชาชน

อย่างไรก็ตามสำหรับข้อถามที่ว่า พรรคจะมีการเปลี่ยนแปลงตัวบุคคลไปเป็นรัฐมนตรีนั้น ขอไม่ตอบเพราะไม่อยู่ในฐานะที่ตอบได้เพราะประชาธิปัตย์ที่กฎเกณฑ์ที่ชัดเจน โดยจะต้องเป็นความเห็นจากที่ประชุมส.ส.และคณะกรรมการบริหารพรรค(กก.บห)ร่วมกัน

เมื่อถามว่า เชื่อมั่นหรือไม่ว่าพรรคประชาธิปัตย์จะยังคงได้จำนวนเก้าอี้รัฐมนตรีเท่าเดิม นายจุรินทร์ กล่าวว่า ขอไม่ตอบเพราะเรื่องนี้ขึ้นอยู่นายกรัฐมนตรี ถ้านายกฯจะมีความคิดเห็นที่นอกเหนือไปจากที่เคยพูดคุยกันไว้ตอนร่วมรัฐบาลท่านก็จะแจ้งให้ทราบ ถ้าแจ้งให้พรรคทราบแล้วพรรคจะได้มีการประชุมและแจ้งกลับไปยังนายกฯว่าประชาธิปัตย์มีความเห็นเป็นอย่างไร

ถามย้ำว่า หากพรรคประชาธิปัตย์โดนยึดเก้าอี้กระทรวงใดกระทรวงหนึ่ง ระหว่างกระทรวงพาณิชย์หรือกระทรวงเกษตรฯจะไม่มีพรรคประชาธิปัตย์ร่วมรัฐบาลใช่หรือไม่ นายจุรินทร์ กล่าวว่า ทุกอย่างต้องผ่านท่านนายกฯ พรรคพลังประชารัฐเป็นพรรคแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลแต่ก่อนก็มาเชิญพรรคประชาธิปัตย์ไปร่วมรัฐบาล โดยมีการเจราจาเงื่อนไขข้อตกลงที่ชัดเจนแล้ว ซึ่งเป็นที่ยอมรับและแถลงนโยบายต่อรัฐสภาผูกพันกับคนทั้งประเทศแล้ว ฉะนั้นถ้าจะมีการเปลี่ยนแปลงก็ต้องแจ้งให้ประชาธิปัตย์ทราบและเราก็จะกลับไปพิจารณา  ทั้งนี้จำนวนส.ส.ของแต่ละพรรคร่วมรัฐบาลที่เปลี่ยนแปลงไปจะมีผลในการเพิ่มหรือลดเก้าอี้รัฐมนตรีของแต่ละพรรคหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับนายกฯ และแกนนำจัดตั้งรัฐบาล.

อัยการคนดังเดือด! ลั่น 'คุกรออยู่' หลังมือดีสวมรอยบุตรชายปลอมเฟซบุ๊กหลอกขายของ

 

11 ก.ค.63 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อ 20.00 น. ที่ผ่านมา นายปรเมศวร์ อินทรชุมนุม อธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญาธนบุรี โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวว่า "มีผู้ปลอมเฟซบุ๊กของลูกชาย โดยใช้รูปภาพข้อมูลของลูกชายไปขายของ แต่เปิดบัญชีรับเงิน ชื่อ “นายภาณุวัฒน์ ทองยัง” ดังปรากฎในภาพ ขอเรียนว่าของปลอม คนที่ทำเตรียมตัวนะครับ ท่านอย่าหลงเชื่อเด็ดขาด ส่วนคนที่ปลอมขอเรียนว่า “คุก” รอคุณอยู่ข้างหน้า เตรียมย้ายทะเบียนบ้านได้เลยครับ”

นายปรเมศวร์ ให้สัมภาษณ์ว่า ได้รับทราบเรื่องนี้จากที่มีบุคคลส่งข้อมูลเฟซบุ๊กที่มีการทำปลอมขึ้นดังกล่าว มาถามลูกชายตนว่าใช่ตัวจริงหรือไม่ เนื่องจากลูกชายตนนิยมชมชอบสะสมซื้อขายผ้าพันคอทีมฟุตบอล พบว่ามีบุคคลดังกล่าวปลอมรูปและข้อมูลส่วนตัวนำไปขายสินค้า ลูกชายตนก็เลยตัดสินใจโอนเงินไปยังบัญชีซื้อขายดังกล่าว จำนวน 1 บาท เพื่อให้ขึ้นชื่อเจ้าของบัญชี โดยหลังจากนี้ภายในสัปดาห์หน้า ตนจะให้ลูกชายไปแจ้งความ เพื่อทำให้เป็นคดีตัวอย่าง แม้คดีนี้ความเสียหายจะไม่มี เพราะลูกชายโอนไปเพียง 1 บาท แต่การไปก๊อปปี้รูปและชื่อลูกชายตนมาแอบอ้าง ถือเป็นการแสดงข้อความอันเป็นเท็จนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ อันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ส่วนข้อหาฉ้อโกง ลูกชายตนยังไม่ใช่ผู้เสียหาย เนื่องจากไม่ได้โอนเงินไปซื้อสินค้า ส่วนจะมีผู้เสียหายรายอื่นหรือไม่ตอนนี้ตนไม่ทราบ

“ความจริงผมไม่อยากดำเนินคดี แต่ถ้าไม่ทำมันจะแก้ปัญหาเหล่านี้ไม่ได้” นายปรเมศวร์ กล่าว

 

11 กรกฎาคม พ.ศ. 2563

หน้าหนึ่ง ไทยโพสต์

ชนบิ๊กตู่!ทวงโควตา ชัยวุฒิชี้เป็นของพปชร./‘สมคิด’รับถอดใจมานาน

พลังประชารัฐถ่ายเลือด! "บิ๊กป้อม" นั่งหัวโต๊ะเคาะ รองหัวหน้าพรรค 10 คน ตามคาด หน้าเก่ามากันครบทุกสาย "สันติ-สุริยะ-ธรรมนัส-สมศักดิ์-วิรัช" ขู่ตบท้ายตั้งได้ก็เปลี่ยนได้ ไม่ได้เลือกที่รักมักที่ชัง ส่วนเก้าอี้ รมต.โยนให้น้องตู่ตัดสินใจ ด้าน "ชัยวุฒิ" ท้าชน "บิ๊กตู่" โควตารัฐมนตรี 4 กุมารไม่ใช่สมบัตินายกฯ แต่เป็นของ พปชร. ขณะที่ "สมคิด" เผย "ใจผมถอดมาหลายปีแล้ว"


ผุดศูนย์ฟื้นศก.หลังโควิด

ศบค.ไม่พบผู้ป่วยรายใหม่ ไร้ติดเชื้อในประเทศ 46 วัน สธ.เผยโพลชี้คนไทยเกินครึ่งมั่นใจรัฐบาลคุมระบาดระลอกสองได้ ขณะที่คนไทยการ์ดตกรวมกลุ่มเดินทางออกนอกจังหวัดมากขึ้น นายกฯ สั่งตั้งศูนย์ฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังโควิด คลังผุดมาตรการเยียวยาเอสเอ็มอี-ธุรกิจท่องเที่ยว


เคาะ9ส.ค.เลือกตั้งซ่อม 3พรรคเสนอชื่อชิงเก้าอี้

กฤษฎีกาเลือกตั้งซ่อมเขต 5 สมุทรปราการประกาศแล้ว กกต.เคาะ 16-20 ก.ค.รับสมัคร หย่อนบัตร 9 ส.ค. "พปชร." ยันส่ง "กรุงศรีวิไล" พท.ส่ง “สลิลทิพย์” ก้าวไกลดัน “อิศราวุธ” ฟุ้งลงชิงหวังเป็นที่ 1 ไม่คิดพ่ายแพ้


‘จะนะ’ส่อเดือด! จุดชนวนรุนแรง ถกเวทีนิคมอุตฯ

จับตา 11 ก.ค. เวทีรับฟังความคิดเห็นนิคมอุตสาหกรรมจะนะฉบับ ศอ.บต. ดันสุดลิ่ม "กสม.-องค์กรสิทธิ-องค์กรชุมชนใต้" ประสานเสียงหวั่นชนวนความรุนแรงในพื้นที่ ชี้รัฐต้องถอยมาตั้งหลัก เปิดโอกาสให้มีส่วนร่วมอย่างสันติ ด้านหน่วยงานมั่นคงอ้างการข่าวโยงไฟใต้


ไทย-มะกันชื่นมื่น แถลงการณ์ร่วม วิสัยทัศน์กองทัพ

"ผบ.ทบ.สหรัฐ" เข้าพบ "นายกฯ" ชื่นชมมาตรการป้องกันโควิด "บิ๊กตู่" อ้าแขนต้อนรับภาคเอกชนมะกันเข้ามาลงทุนในไทย "บิ๊กแดง" จัดเต็มชีวิตวิถีใหม่ต้อนรับ พล.อ.แมคคอนวิลล์เยือนกองทัพบก ก่อนร่วมลงนามในแถลงการณ์วิสัยทัศน์ทางยุทธศาสตร์ทางทหาร

.......................................................

พรรครัฐบาลสิงคโปร์ชนะเลือกตั้ง แต่คะแนนร่วง ฝ่ายค้านคว้าที่นั่งเพิ่ม

 

ผลการเลือกตั้งทั่วไปของสิงคโปร์เมื่อวันศุกร์ พรรคกิจประชาชนของนายกฯ ลี เซียนลุง ชนะเสียงข้างมากตามความคาดหมาย แต่คะแนนป๊อปปูลาร์โหวตร่วงเกือบระดับต่ำสุด พรรคฝ่ายค้านเฮได้ที่นั่งมากกว่าครั้งก่อน

ผู้สนับสนุนพรรคแรงงานฉลองผลคะแนนเบื้องต้นที่ผู้แทนของพรรคมีโอกาสชนะเลือกตั้งเมื่อคืนวันศุกร์

    สิงคโปร์จัดการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันศุกร์ที่ 10 กรกฎาคม โดยผู้ใช้สิทธิต้องปฏิบัติตามมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคมเพื่อป้องกันไวรัสโคโรนาและต้องสวมหน้ากากอนามัยกับถุงมือแบบใช้แล้วทิ้ง ซึ่งส่งผลให้การใช้สิทธิทำได้ล่าช้าจนทางการต้องขยายเวลาใช้สิทธิออกไปอีก 2 ชั่วโมง

    เอเอฟพีรายงานว่า ผลการนับคะแนนเมื่อวันเสาร์ พรรคกิจประชาชน (พีเอพี) ซึ่งเป็นรัฐบาลมานาน 6 ทศวรรษ และได้รับการคาดหมายว่าจะชนะการเลือกตั้ง ชนะที่นั่ง ส.ส. 83 ที่นั่งจากสภาผู้แทนราษฎร 93 ที่นั่ง และได้คะแนนเสียงจากประชาชน 61.2%

    คะแนนดิบที่พรรคของนายกฯ ลี ได้ในครั้งนี้น้อยกว่าการเลือกตั้งครั้งที่แล้วเมื่อปี 2558 ซึ่งได้เกือบ 70% และเกือบเท่ากับคะแนนต่ำที่สุดที่เคยได้ 60.1% ในการเลือกตั้งปี 2554

    ด้านพรรคแรงงาน ที่เป็นฝ่ายค้าน ทำผลงานได้ที่สุดเท่าที่เคยผ่านมา โดยได้ ส.ส. 10 ที่นั่ง เทียบจากครั้งก่อนที่พรรคได้ ส.ส.เพียง 6 ที่นั่ง ผลคะแนนที่ออกมาเปรียบได้กับชัยชนะสำหรับฝ่ายค้าน ผู้สนับสนุนพรรคออกมารวมตัวกันในพื้นที่ฐานเสียง ไชโยโห่ร้องและโบกธงของพรรคเฉลิมฉลองหลังเริ่มรู้ผลคะแนนเมื่อคืนวันศุกร์

    นายกฯ ลี ซึ่งแสดงความผิดหวังอย่างเห็นได้ชัด ยอมรับว่า เปอร์เซ็นต์คะแนนเสียงจากประชาชนไม่ได้สูงเท่าที่ตัวเขาคาดหวัง ผลคะแนนนี้สะท้อนความเจ็บและความไม่แน่นอนที่ชาวสิงคโปร์รู้สึกในช่วงวิกฤติ การสูญเสียรายได้และความกังวลเกี่ยวกับงาน.

 

ผู้นำโบลิเวียป่วยโควิดอีกคน สหรัฐติดเชื้อรายวันทุบสถิติเป็นว่าเล่น

 

เจไนน์ อานเยซ รักษการประธานาธิบดีโบลิเวีย เป็นผู้นำประเทศรายล่าสุดที่ป่วยเป็นโรคโควิด-19 ขณะสหรัฐมีผู้ติดเชื้อรายใหม่เมื่อวันพฤหัสบดีเกิน 65,000 ราย ทำลายสถิติอีกครั้ง

แฟ้มภาพ เจไนน์ อานเยซ รักษาการประธานาธิบดีโบลิเวีย

    นับแต่พบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่หรือโควิด-19 ในจีนครั้งแรกเมื่อปลายปี 2562 ถึงขณะนี้ไวรัสโควิด-19 ได้แพร่ระบาดไปทั่วโลกคร่าชีวิตผู้คนแล้วมากกว่า 550,000 คน และทำให้มีผู้ป่วยมากกว่า 12.3 ล้านคน ผู้ติดเชื้อนั้นรวมถึงระดับผู้นำประเทศ อาทิ นายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน ของอังกฤษ ที่ป่วยเมื่อเดือนมีนาคมและหายดีแล้ว, ประธานาธิบดีชาอีร์ โบลโซนาโร ของบราซิลที่เพิ่งประกาศเมื่อต้นสัปดาห์นี้ว่าติดเชื้อและบอกว่าเขาสบายดี และล่าสุด เจไนน์ อัญเญซ ประธานาธิบดีหญิงรักษาการของโบลิเวียก็ประกาศว่าเธอติดไวรัสนี้ด้วยอีกคน

    รายงานเอเอฟพีเมื่อวันศุกร์กล่าวว่า อานเยซประกาศผ่านวิดีโอที่เผยแพร่ทางทวิตเตอร์เมื่อวันพฤหัสบดีว่า เธอสบายดี และจะทำงานต่อไปตามปกติจากสถานที่แยกกักกันโรค

    โบลิเวียกำลังเตรียมจัดการเลือกตั้งทั่วไปในอีกไม่ถึง 2 เดือน แม้ว่าประเทศลาตินอเมริกาที่มีประชากร 11 ล้านคนแห่งนี้จะมีผู้ติดเชื้อเกือบ 43,000 คน และเสียชีวิตเกิน 1,500 คน รัฐบาลคาดการณ์ว่าถึงวันเลือกตั้ง โบลิเวียอาจมีผู้ติดเชื้อ 130,000 คน

    จำนวนที่โบลิเวียคาดคะเนนี้เท่ากับ 2 เท่าของจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ของสหรัฐในวันพฤหัสบดี ตามข้อมูลของมหาวิทยาลัยจอห์นฮอปกินส์ ซึ่งรวบรวมในช่วงเวลา 24 ชั่วโมง ถึงเวลา 20.30 น.วันพฤหัสบดี หรือ 07.30 น.วันศุกร์ของไทย พบว่าสหรัฐมีผู้ติดเชื้อรายใหม่อีก 60,200 ราย เป็นสถิติสูงสุดนับแต่โรคนี้แพร่ระบาดในสหรัฐ และมีผู้เสียชีวิตในช่วงเวลาเดียวกันอีก 1,000 ราย ส่วนข้อมูลล่าสุดของจอห์นฮอปกินส์ถึงช่วงค่ำวันศุกร์ของไทย สหรัฐมีผู้ติดเชื้อสะสมทั้งหมด 3,131,953 ราย เสียชีวิต 133,420 ราย.

 ................................................

 

11 ก.ค.63 -  ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยา คลินิกภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊กโดยมีเนื้อหาดังนี้

โควิด-19 การพัฒนายาใหม่ หรือวัคซีน ในภาวะปกติ

การพัฒนายาใหม่หรือวัคซีน จะมีขั้นตอนและใช้เวลามาก เป็นเวลา 5 ถึง 10 ปี จากการเริ่มต้นศึกษาวิจัยในห้องปฏิบัติการ เมื่อได้สารหรือยาหรือวัคซีน ก็จะต้องส่งต่อให้สถานที่มีมาตรฐานขยายจำนวนเพื่อมาศึกษาในสัตว์ทดลอง

ในสัตว์ทดลองจะศึกษาความปลอดภัย และผลของยาหรือวัคซีนในสัตว์เล็กก่อน จะใช้หนู หรือกระต่าย ต่อมาจะใช้สัตว์ใหญ่เช่น ลิง ขั้นตอนต่างๆใช้เวลาเป็นปี ยา และวัคซีน จะต้องผลิตแบบมีมาตรฐาน ไม่ใช่ใน Lab ใส่ถุงมือกับเสื้อกาว์น อย่างเห็นในรูปสื่อไทยบ่อยๆ เมื่อผ่านการศึกษาความปลอดภัย และผล จะขอขึ้นทะเบียน IND (Investigation New Drug) จาก อย. เพื่อศึกษาวิจัยในคน ยาหรือวัคซีนนั้น จะต้องผลิตจากโรงงานที่ได้มาตรฐาน

การศึกษาวิจัยในคน จะแบ่งเป็น 3 ระยะ

1. ศึกษาความปลอดภัย จะใช้กลุ่มอาสาสมัครขนาดน้อย เป็นหลักสิบหรือหลักร้อยต้น

2. ศึกษาผลของยาหรือวัคซีน จะใช้อาสาสมัครเป็นหลักร้อย

3. ศึกษาประสิทธิภาพ จะใช้อาสาสมัครเป็นหลักพันหลักหมื่น และมีการเปรียบเทียบกลุ่มที่ให้ยาหรือวัคซีน กับกลุ่มที่ให้ยาหลอก แต่ถ้ามียา หรือวัคซีนที่ใช้ได้ผลแล้ว จะต้องเอายาหรือวัคซีนนั้น มาเป็นตัวเปรียบเทียบ

ขั้นตอนแต่ละขั้นตอน จะใช้เวลาเป็นปี และมีรายละเอียดมาก เราจะเห็นว่า เราพัฒนาวัคซีนไข้หวัดใหญ่ในประเทศไทย ตั้งแต่เริ่มมีการระบาดของไข้หวัดใหญ่ในปี 2009 ขณะนี้เป็นระยะเวลา กว่า 10 ปี โรงงานวัคซีนก็สร้างเสร็จแล้ว

แต่การศึกษาวิจัยยังอยู่ในระยะที่ 3 ทั้งที่วัคซีนไข้หวัดใหญ่ เป็นวัคซีนที่ใช้กันมานานแล้ว ไม่ได้เป็นการคิดของใหม่ เนื่องจาก โควิด-19 เป็นโรคใหม่ เรายังไม่รู้อะไรอีกมาก ขณะเดียวกัน การพัฒนายาหรือวัคซีน จึงเป็นเรื่องเร่งด่วน ต้องทุ่มทรัพยากรทุกด้านจำนวนมาก มาแข่งกับเวลา ขั้นตอนต่างๆจึงถือว่า ไม่อยู่ในภาวะปกติ

ขั้นตอนบางขั้นตอน จึงทำเหลื่อมกัน โดยเฉพาะในสัตว์ทดลอง เพื่อลดระยะเวลาให้น้อยที่สุด ระยะเวลาไม่ถึง 6 เดือน มีวัคซีนบางตัว กำลังจะเข้าสู่การศึกษาในอาสาสมัครระยะที่ 3 แล้ว การศึกษาในระยะที่ 3 จะต้องใช้อาสาสมัครจำนวนมาก ที่อยู่ในแหล่งระบาดของโรค

การเปรียบเทียบจึงจะเห็นผลได้ง่าย ด้วยเหตุผลนี้ ทางประเทศจีนเอง ไม่สามารถทำการศึกษา ระยะที่ 3 ในประเทศจีนเองได้ เพราะไม่มีโรคนี้มากเพียงพอ ต้องไปศึกษาในประเทศที่กำลังมีการระบาดโรค

การศึกษาในระยะที่ 3 จะต้องมีการลงทุนอย่างเป็นจำนวนมาก เพราะใช้อาสาสมัครเป็นหลักหมื่น ในอดีตที่ผ่านมา ในประเทศไทย หลังจากที่นักวิจัย พบสารหรือยาหรือวัคซีน ที่น่าจะมีประสิทธิภาพในการรักษาหรือป้องกัน ก็มักจะประกาศว่า จะได้ใช้ภายใน 2 ปีบ้าง 4 ปีบ้าง

ที่ผ่านมาก็เห็นได้ชัด ว่าทำไม่ได้ตามเป้าหมาย แล้วทุกคนก็ลืมไป
 

......................................................

11 กรกฎาคม 2563

 

 


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน