*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-06-16
  • จำนวนเรื่อง : 5899
  • จำนวนผู้ชม : 3524733
  • จำนวนผู้โหวต : 1716
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1716 คน
<< ตุลาคม 2010 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 22 ตุลาคม 2553
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 1394 , 12:06:45 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ประเทศไทยในยามนี้ คนไทยกำลังมีความห่วงใยต่อกันเป็นอย่างมาก เนื่องจากมีจังหวัดต่างๆถึงครึ่งหนึ่งของประเทศ 30 กว่าจังหวัด ต้องจมอยู่ภายใต้น้ำที่ไหลบ่าเข้าท่วมพื้นที่เป็นเวลาหลายวันติดต่อกัน และเหนือสิ่งอื่นใดนั้น พสกนิกรชาวไทยก็ได้ซาบซึ้งถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ตลอดจนพระกรุณาธิคุณของพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ ที่ได้หลั่งไหลสู่ผู้ที่เดือดร้อนอย่างต่อเนื่องตลอดมา

สำหรับภาคเอกชนและประชาชนนั้น ก็มีอยู่มิใช่น้อยที่ได้รินหลั่งน้ำใจด้วยการบริจาคทรัพย์สินสิ่งของเครื่องยังชีพเป็นจำนวนมาก ทะยอยส่งไปยังพื้นที่ที่ประชาชนกำลังเดือดร้อนให้ทั่วถึงกันอยู่ขณะนี้ จึงได้ทำให้ความเดือดร้อนคราวนี้บรรเทาเบาบางลงไปได้บ้าง ซึ่งก็แสดงให้เห็นน้ำใจของคนไทยที่ไม่ทอดทิ้งกันในยามยากอย่างชัดเจน

ด้วยเหตุดังกล่าวข้างต้น ผมจึงใคร่ขอตัดข่าวช่วงเช้า ให้เป็นข่าวเฉพาะที่เกี่ยวกับเรื่องน้ำท่วมเท่านั้น มาเสนอในบล็อกนี้ก่อนครับ เรื่องอื่นๆเอาไว้เสนอในช่วงบ่ายก็แล้วกันนะครับ


suthichaiyoon.com

ในหลวงทรงมีรับสั่งไม่ทอดทิ้งพสกนิกรช่วยน้ำท่วม
วันที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2553

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นำสิ่งของพระราชทานไปมอบให้ราษฎรที่ประสบอุทกภัยในท้องที่จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดปราจีนบุรี จังหวัดนครสวรรค์ และจังหวัดลพบุรี

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีความห่วงใยในความเดือดร้อนของราษฎรที่กำลังประสบอุทกภัยจึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ จำนวน 10 ล้านบาท ผ่านทางมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดยนำไปจัดซื้อเครื่องอุปโภคบริโภค ที่จำเป็นต่อการยังชีพ เพื่อนำไปแจกจ่ายให้ถึงมือผู้ประสบอุทกภัยในทุกพื้นที่อย่างเร่งด่วน และยังมีประชาชนร่วมโดยเสด็จพระราชกุศลอีกจำนว 737 ราย รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 2,757,320.25 บาท

ซึ่งนายดิสธร วัชโรทัย ประธานกรรมการบริหารมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ในพระบรมราชูปถัมภ์ รับพระราชทานกระแสจัดหาเครื่องอุปโภคบริโภคเพื่อนำไปมอบให้ผู้ประสบอุทกภัยในทุกพื้นที่ที่ได้รับความเดือดร้อน

เช้าวานนี้ (21 ต.ค.) นายชลิต ดำรงศักดิ์ อธิบดีกรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้สัมภาษณ์ทางสถานีวิทยุวิทยุจุฬาฯ ถึงการเตรียมรับสถานการณ์น้ำท่วมอันเนื่องมาจากน้ำทะเลหนุนระหว่างวันที่ 24-27 ต.ค.นี้ว่า ก่อนหน้านี้กรมได้วางแผนไว้แล้ว โดยเร่งระบายน้ำที่ท่วมขัง 2 ฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาออกมาให้มากที่สุด ก่อนน้ำทะเลหนุน เนื่องจากเวลาน้ำทะเลหนุนอาจจะระบายได้ช้า ส่วนสาเหตุที่ต้องเร่ง เพราะต้องลดความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ จ.ลพบุรี จ.พระนครศรีอยุธยา

"น้ำจากอยุธยาหลังจากนี้จะลงมาเข้าปทุมธานี ลพบุรี กรุงเทพฯ สมุทรปราการ ไปออกอ่าวไทย ตรงนี้เราออกประกาศไปแล้ว แจ้งเตือนไปเมื่อวาน (20 ต.ค.) ฉบับล่าสุดว่า ปริมาณน้ำเจ้าพระยาค่อนข้างมาก เนื่องจากฝนตกสะสมที่ผ่านมา และเมื่อ 2 วันก่อน มีฝนตกทางเหนืออย่างที่ตาก นครสวรรค์ เป็นปริมาณร้อยกว่ามิลลิเมตร น้ำเลยสะสม เรียกว่าวิกฤติพอสมควร ต้องระวังพอสมควร เราจึงออกประกาศแจ้งเตือน โดยเฉพาะอยุธยา ปทุมธานี นนทบุรี ให้ระวังช่วงนี้น้ำจะสูง ปีนี้น่าเป็นห่วงมากสำหรับแม่น้ำเจ้าพระยา" นายชลิต กล่าว

ทั้งนี้ สถานการณ์น้ำเหนือไหลลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาเคลื่อนตัวอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้พื้นที่ภาคกลางหลายจังหวัดประสบปัญหาอุทกภัย คาดว่าสัปดาห์หน้ากรุงเทพมหานครจะเผชิญกับวิกฤติน้ำท่วมครั้งสำคัญ เนื่องจากเป็นช่วงเวลาที่น้ำเหนือไหลบ่าลงมาสมทบกับน้ำทะเลหนุนสูง

**

กรมชลฯ ชี้เจ้าพระยาวิกฤติ

อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวอีกว่า ขณะนี้กรมพยายามจัดสรรน้ำด้วยการระบายออกให้มากที่สุด แต่ช่วงนี้ฝนยังตกอยู่ ทำให้สถานการณ์ค่อนข้างวิกฤติ อย่างไรก็ตาม จะติดตามสถานการณ์เรื่อยๆ เจ้าหน้าที่ก็อยู่ในพื้นที่ตลอดเพื่อประมวลและแจ้งเตือน ขอย้ำว่าค่อนข้างวิกฤติ โดยเฉพาะช่วงที่กรุงเทพฯ จะมีน้ำทะเลหนุน

นอกจากนี้กรมได้ปล่อยเรือสุขาพัฒนาออกไปให้บริการประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนครบแล้วทั้ง 3 ลำ คือ เกาะเกร็ด 2 ลำ และเทศบาลนครนนทบุรีอีก 1 ลำ โดยหนึ่งในนี้เป็นเรือที่กรมนำเรือเหล็กขนาด 45 ตัน มาดัดแปลงเป็นเรือสุขานำออกให้บริการมาตั้งแต่ปี 2538 ภายหลังพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทุนทรัพย์ให้ เราจึงได้ทำขึ้นอีก 2 ลำ เพื่อใช้ลดความเดือดร้อนของประชาชน

เตือนระวังจุดเสี่ยง 27 ชุมชนกทม.

นายสัญญา ชีนิมิตร ผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวว่า ประชาชนที่อาศัยอยู่แนวป้องกันน้ำท่วม และพื้นที่เสี่ยงภัยจากน้ำหนุนริมเจ้าพระยา คลองบางกอกน้อย และคลองมหาสวัสดิ์ จำนวน 1,273 ครอบครัว จาก 27 ชุมชน ในพื้นที่ 13 เขต ที่ต้องเฝ้าระวังและเตรียมกระสอบทรายกั้นน้ำ

ทั้งนี้ 27 ชุมชนเฝ้าระวัง คือ ชุมชนพระราม 6 (ฝั่งติดแม่น้ำ) และชุมชนปากคลองบางเขนใหม่ เขตบางซื่อ, ชุมชนเขียวไข่กา ชุมชนราชผาทับทิมร่วมใจ (เชิงสะพานกรุงธน) ชุมชนซอยสีคาม (ซอยสามเสน 19) ชุมชนปลายซอยมิตรคาม (ซอยสามเสน 13) และชุมชนวัดเทวราชกุญชร (ถนนศรีอยุธยา) เขตดุสิต, ชุมชนท่าวัง ชุมชนท่าช้าง และชุมชนท่าเตียน เขตพระนคร, ชุมชนวัดปทุมคงคา (ท่าน้ำสวัสดี) และชุมชนตลาดน้อย เขตสัมพันธวงศ์, ชุมชนวัดบางโคล่นอก ชุมชนหน้าวัดอินทร์บรรจง ชุมชนซอยมาตานุสรณ์ และชุมชนหลังโรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ เขตบางคอแหลม, ชุมชนโรงสี (ถนนพระราม 3) เขตยานนาวา, ชุมชนสวนไทรริมคลองพระโขนง เขตคลองเตย, ชุมชนวัดฉัตรแก้ว เขตบางพลัด, ชุมชนสันติชนสงเคราะห์ ชุมชนปากคลองน้ำตาล-คลองพิณพาทย์ ชุมชนตรอกวังหลัง และชุมชนดุสิต-นิมิตรใหม่ เขตบางกอกน้อย, ชุมชนปากคลองบางกอกใหญ่ เขตธนบุรี, ชุมชนเจริญนครซอย 29/2 เขตคลองสาน, ชุมชนดาวคะนอง เขตราษฎร์บูรณะ, และชุมชนวัดปุรณาวาส เขตทวีวัฒนา

เผยระวังระลอกสอง 8 พ.ย.

นายสัญญา กล่าวอีกว่า สถานการณ์น้ำฝนขณะนี้ กรมอุตุนิยมวิทยาคาดว่าในวันที่ 24-27 ต.ค. พื้นที่กรุงเทพฯ จะมีฝนฟ้าคะนองและมีฝนตกหนักบางแห่ง เนื่องจากอากาศเย็นจากประเทศจีนจะแผ่ถึงกรุงเทพฯ ส่วนสถานการณ์น้ำเหนือ กรมชลประทานได้ระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยา และเขื่อนพระราม 6 ลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาเพื่อออกทะเลเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ล่าสุดปริมาณน้ำที่ไหลผ่านกรุงเทพฯ อยู่ที่ 3,835 ลบ.ม.ต่อวินาที เพิ่มขึ้นจากวันที่ 20 ต.ค.ที่ผ่านมา ที่มีปริมาณ 3,655 ลบ.ม.ต่อวินาที จึงประสานให้ปล่อยน้ำในช่วงน้ำทะเลหนุนประมาณ 3,000-3,500 ลบ.ม.ต่อวินาที

“เชื่อว่าน้ำจะอยู่ในเกณฑ์ที่ไม่ส่งผลกระทบรุนแรงเท่ากับเหตุอุทกภัยเมื่อปี 2549 ส่วนชุมชนที่อยู่นอกแนวคันกั้นน้ำบริเวณริมเจ้าพระยา จากการติดตามสถานการณ์น้ำในช่วงคืนที่ผ่านมา ยังไม่มีรายงานว่ามีพื้นที่ใดถูกน้ำท่วม นอกจากวันที่ 26 ตุลาคม ซึ่งน้ำทะเลหนุนสูงแล้ว ยังต้องจับตาในวันที่ 8 พฤศจิกายนนี้ ที่น้ำทะเลจะหนุนสูงสุดในรอบปี คาดว่าระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาจะมีระดับสูง +1.32 เมตร" นายสัญญากล่าว

"มาร์ค"ลุยตรวจน้ำท่วมลพบุรี

**

วันเดียวกัน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รมต.สำนักนายกรัฐมนตรี นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่รักษาการโฆษกรัฐบาล ลงพื้นที่บริเวณสะพานคลองพุคา อ.บ้านหมี่ จ.ลพบุรี ตรวจสถานการณ์น้ำท่วม โดยฟังสรุปสถานการณ์จากนายนายฉัตรชัย พรหมเลิศ ผู้ว่าฯ ลพบุรี พล.ท.อุดมเดช ศรีตะบุตรี แม่ทัพภาคที่ 1 จากนั้นนายอภิสิทธิ์ได้สวมเสื้อชูชีพ รองเท้าบู๊ต ของกรมอนามัยที่สามารถป้องกันเศษวัสดุ เดินลุยน้ำระดับหัวเข่าไปตรวจสภาพห้องสุขาลอยน้ำ ซึ่งดัดแปลงจากถังน้ำมันขนาด 200 ลิตร ผูกติดกันและมีหลังคา ต่อมาคณะของนายกฯ นั่งเรือท้องแบนของกองทัพบก 4 ลำ เข้าไปในพื้นที่ซึ่งมีระดับน้ำสูงประมาณ 1.5 เมตร

เล็งยกเครื่องระบบจัดการน้ำ

ต่อมาเวลา 11.00 น. คณะของนายอภิสิทธิ์เดินทางถึงวิทยาลัยอาชีวะศึกษาลพบุรี ตั้งอยู่ที่ อ.เมือง จ.ลพบุรี พบปะกับประชาชนที่เดือดร้อนจากน้ำท่วม รวมทั้งมอบถุงยังชีพและส้วมลอยน้ำ

นายกฯ อภิสิทธิ์ กล่าวกับชาวบ้านช่วงหนึ่งว่า จ.ลพบุรี น้ำท่วมเป็นระยะ แต่ปีนี้ท่วมมาก เป็นสถานการณ์ที่ไม่มีใครคาดคิด เพราะเมื่อ 2-3 เดือนก่อน เรายังเป็นห่วงเรื่องภัยแล้ง กระทั่งอากาศแปรปรวน ฝนตกต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามรัฐบาลและท้องถิ่นจะระดมกำลังอย่างเต็มที่ในการช่วยเหลือ ขณะนี้มีความห่วงใยของคนไทยเข้ามาอย่างมาก

"ผมรู้ว่าประชาชนเครียด รัฐบาลยืนยันว่าในส่วนของทรัพย์สินที่เสียหายจะดูแลเป็นกรณีพิเศษ ส่วนเรื่องของการบริหารจัดการน้ำนั้นต้องทำให้เป็นระบบมากขึ้น เพราะเมื่อความเจริญเข้ามาก็มีสิ่งก่อสร้างที่ไปขวางทางน้ำซึ่งมีผลต่อทิศทางของน้ำ หากประชาชนมีอะไรก็บอกรัฐพร้อมที่จะรับฟังและจะเร่งแก้ไขให้เร็วที่สุด ส่วนสถานการณ์น้ำขณะนี้ยังมาก ซึ่งจะให้ลดลงโดยเร็วไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องใช้เวลา อย่างไรก็ดีตนขอเป็นกำลังใจให้ประชาชนทุกคน" นายอภิสิทธิ์ กล่าว

ส่ง ฮ.บินหย่อนอาหาร

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์น้ำใน จ.ลพบุรี เข้าสู่วันที่หก ยังคงวิกฤติ ตลอดแนวคลองชลประทานชัยนาท-ป่าสัก ซึ่งรับน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยา ผ่านมาทางประตูระบายน้ำมโนรมย์ จ.ชัยนาท ไหลผ่าน อ.บ้านหมี่ และ อ.เมือง จ.ลพบุรี ขณะนี้น้ำล้นแนวคันตลิ่งและแนวกระสอบทรายของชาวบ้าน ส่งผลให้น้ำท่วมขยายวงกว้างยิ่งขึ้น

การช่วยเหลือในส่วนพื้นที่ถูกตัดขาด น.อ.เฉลิมวงษ์ กีรานนท์ ผู้บังคับการกองบิน 2 จ.ลพบุรี นำเฮลิคอปเตอร์ 2 ลำ บรรทุกขนมปัง นม ยารักษาโรค เทียนไข และน้ำดื่ม จำนวน 500 ชุด ไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่ติดอยู่หลายวันที่บ้านเนินยาว หมู่ 6 ต.หนองทรายขาว อ.บ้านหมี่ หย่อนจากเฮลิคอปเตอร์ให้ชาวบ้านรอรับข้างล่าง

นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ผู้ว่าฯ ลพบุรี กล่าวว่า พื้นที่ถูกน้ำท่วมหนักสุด ต.หนองเมือง ต.หนองกระเบียน ต.พุคา ต.ดงพลับ ต.หนองทรายขาว ต.หินปัก อ.บ้านหมี่ ระดับสูงกว่า 2 เมตร ถูกตัดขาดจากโลกภายนอก การช่วยเหลือเป็นไปด้วยความยากลำบากมาก ต้องใช้เฮลิคอปเตอร์เท่านั้น

ด้าน นายเจียม ชาวบ้านหนองเมือง เล่าว่า บ้านถูกน้ำท่วมสูงถึงคอ เข้าออกลำบากจึงได้ให้ลูกสาวไปกู้เงินนอกระบบดอกเบี้ยร้อยละ 10 บาท นำไปซื้อเรือมาใช้ ราคาเรือเหล็กลำละ 3,500-5,000 บาท เรือพลาสติกลำละ 7,000 -10,000 บาท พายอันละ 200-500 บาท แม้จะแพงแต่จำเป็นต้องซื้อ เพราะลุยน้ำไม่ไหว

หมอโอดไร้ที่พัก-คนไข้ไม่พอกิน

ผู้สื่อข่าวรายงานจาก รพ.ชัยภูมิ ว่า หลังเจอวิกฤติน้ำท่วมอย่างหนักรอบโรงพยาบาล กระทั่งกระสอบทรายกั้นน้ำสูงกว่า 2 เมตร ถูกกระแสน้ำเซาะจนเสียหาย น้ำทะลักเข้ามาภายในโรงพยาบาลสูงกว่า 50 เซนติเมตร ประชาชนที่เดินทางมาเข้ารับการรักษาพยาบาลต้องอาศัยรถบรรทุกหกล้อ รับส่งเท่านั้น

ส่วนปัญหาที่พบในขณะนี้ คือ การขาดอาหารสำหรับผู้ป่วย เนื่องจากโรงครัวของทางโรงพยาบาลไม่สามารถปรุงอาหารสำหรับผู้ป่วยได้ จึงแก้ไขปัญหาด้วยการจ้างร้านค้าภายนอกแทน ขณะที่อาหารสำหรับบุคลากร แพทย์ และพยาบาล ก็ไม่เพียงพอ อีกทั้งที่หอพักแพทย์และพยาบาลได้รับผลกระทบอย่างหนัก เนื่องจากทางโรงพยาบาลได้ตัดไฟ รวมทั้งการเดินทางก็ไม่ได้รับความสะดวก ต้องใช้เรือยางระหว่างอาคารหอพักกับโรงพยาบาล ทำให้แพทย์และพยาบาลส่วนใหญ่ตัดสินใจอาศัยอยู่ในโรงพยาบาล

ห่วงอีก2วันอุบลฯ วิกฤติ

พล.ท.ธวัชชัย สมุทรสาคร แม่ทัพภาคที่ 2 สั่งการให้กำลังพลขนถุงยังชีพบรรจุข้าวสารอาหารแห้งขึ้นเฮลิคอปเตอร์ไปแจกจ่ายให้ชาวบ้านที่เดือดร้อนในพื้นที่ อ.เมือง จ.ชัยภูมิ และ อ.เมือง จ.นครราชสีมา หลังถูกน้ำไหลบ่าเข้าท่วมอย่างหนักจนถูกตัดขาดจากโลกภายนอก และสนับสนุนกำลังพลกว่า 2,000 นาย ยานพาหะกว่า 200 คัน เข้าช่วยเหลือประชาชน

"พื้นที่ต่อไปที่น่าห่วงที่ จ.อุบลราชธานี โดยเฉพาะ อ.วารินชำราบ เพราะต้องรับน้ำทั้งหมดที่กำลังท่วมอย่างหนักในหลายจังหวัด คาดว่าประมาณ 3 วัน จะประสบกับปัญหาน้ำท่วมอย่างรุนแรง กองทัพจึงเตรียมแผนการเข้าให้ความช่วยเหลือไว้พร้อมแล้ว" พล.ท.ธวัชชัย กล่าว

สำรวจ4วัน11จังหวัด'จมบาดาล'
วันที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2553

**

ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย สรุปข้อมูลของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พบว่า อุทกภัยในช่วงวันที่ 14-18 ต.ค.2553 ซึ่งข้อมูล ณ วันที่ 18 ต.ค.2553 มีพื้นที่ที่ประสบภัยทางการเกษตรมีทั้งสิ้น จำนวน 11 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดนครสวรรค์ นครราชสีมา บุรีรัมย์ ชัยภูมิ ศรีสะเกษ สิงห์บุรี ลพบุรี ระยอง ตราด ปราจีนบุรี และสระแก้ว ความเสียหายด้านพืชจำนวน 11 จังหวัด เกี่ยวข้องกับเกษตรกร 89,834 ราย พื้นที่เสียหาย 960,080 ไร่ แยกเป็นพื้นที่ปลูกข้าว 765,205 ไร่ พืชไร่ 177,795 ไร่ พืชสวนและอื่นๆ 17,080 ไร่

ความเสียหายด้านประมงมีความเสียหาย 9 จังหวัด เกี่ยวข้องกับเกษตรกร 4,883 ราย พื้นที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ 5,459 ไร่ และกระชังเลี้ยงสัตว์น้ำ 100 ตารางเมตร ด้านปศุสัตว์มีความเสียหาย 4 จังหวัด สัตว์ได้รับผลกระทบ 303,624 ตัว

นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า ปัญหาน้ำท่วมจะเกิดขึ้นในระยะสั้น และจะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวมน้อยมาก ส่วนใหญ่กระทบกับเศรษฐกิจในพื้นที่ที่น้ำท่วมมากกว่า โดยคาดว่าสถานการณ์น้ำท่วมในขณะนี้ จะคิดเป็นมูลค่าความเสียหาย 7.7 พันล้านบาท

ความเสียหายที่เกิดขึ้นนั้น แบ่งเป็นความเสียหายของภาคเกษตรกรรม (พืชไร่ พืชสวน และปศุสัตว์) จำนวน 2.6 ล้านบาท ภาคการผลิตและอุตสาหกรรม จำนวน 600 ล้านบาท ภาคบริการและการท่องเที่ยว จำนวน 1.2 พันล้านบาท ทรัพย์สินราชการ จำนวน 2 พันล้านบาท ทรัพย์สินเอกชน จำนวน 1 พันล้านบาท และอื่นๆ อีก 300 ล้านบาท ซึ่งมีผลทำให้ผลผลิตมวลรวมประชาชาติ (จีดีพี) ลดลง 0.08% เท่านั้น

"ความเสียหายจากภาวะน้ำท่วมคาดมีเพียง 7.7 พันล้านบาท ถึงหนึ่งหมื่นล้านบาท เมื่อรวมกับเงินชดเชยของรัฐบาลอีก 1 หมื่นล้านบาท รวมทั้งสิ้นประมาณ 2 หมื่นล้านบาท หรือกระทบ 0.2% ถือว่าผลน้อยมากกับเศรษฐกิจในภาพรวม แต่รัฐบาลควรต้องเร่งให้ความช่วยเหลือ รวมถึงต้องถือเป็นวาระเร่งด่วนที่จะสร้างอ่างกักเก็บน้ำนอกเขตชลประทาน ในพื้นที่ภาคอีสาน ที่มักเกิดน้ำท่วมซ้ำซากทุกปี เมื่อมีน้ำอุดมสมบูรณ์ เกษตรกรภาคอีสานจะสามารถเพาะปลูกได้ดี และยังจะช่วยให้เศรษฐกิจภาคอีสานเติบโตอย่างยั่งยืนอีกด้วย" นายธนวรรธน์ กล่าว

นายเชาว์ เก่งชน กรรมการผู้จัดการ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย กล่าวว่า เท่าที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยได้ติดตามและประเมินตัวเลขความเสียหายจากอุทกภัยในหลายพื้นที่ ขณะนี้พบว่าความเสียหายเบื้องต้นมีมูลค่าประมาณ 1 พันล้านบาท ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขที่ไม่สูงมากนัก และไม่น่าส่งผลร้ายแรงต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจภายในประเทศ

“ตัวเลขที่เราประเมินออกมาเบื้องต้นอยู่ที่ 1 พันล้านบาท ซึ่งดูแล้วอาจกระทบต่อการเพิ่มขึ้นของราคาสินค้าเกษตรและเงินเฟ้ออยู่บ้าง แต่คงเป็นเพียงช่วงสั้นๆ เฉพาะไตรมาส 4 ของปีนี้เท่านั้น แต่ทั้งนี้ยังต้องดูว่าปริมาณน้ำและฝนจะมีเพิ่มขึ้น จนส่งผลต่อพื้นที่การเกษตรในจังหวัดอื่นๆ เพิ่มเติมหรือไม่” นายเชาว์ กล่าว

นางสาวภคอร ทิพยเดชา ผู้จัดการฝ่ายวิจัยเศรษฐกิจจุลภาค ศูนย์วิจัยกสิกรไทย กล่าวว่า ตัวเลขความเสียหายที่ประเมินออกมาล่าสุด ณ วันที่ 19 ต.ค. มีมูลค่ารวมประมาณ 1 พันล้านบาท คิดเป็นเพียง 0.01% ของจีดีพีเท่านั้น โดยครอบคลุมพื้นที่รวม 24 จังหวัด กินเนื้อที่รวม 1.69 ล้านไร่ เพียงแต่ตัวเลขนี้ยังไม่นับรวมพื้นที่ในจังหวัดที่น้ำเพิ่งท่วมถึง เช่น ชัยนาท อุทัยธานี สุพรรณบุรี และอยุธยา

นอกจากนี้ตัวเลขดังกล่าว ก็ยังไม่ได้นับรวม มูลค่าความเสียหายในพื้นที่ปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งถือเป็นแหล่งผลิตผ้าไหมส่งออกที่สำคัญของประเทศ โดยมีตลาดหลักอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่น

มูลค่าความเสียหายโดยรวมของอุทกภัยในครั้งนี้ ไม่น่าจะสูงเท่าเมื่อปี 2538 ซึ่งปีนั้น ถือเป็นอุทกภัยครั้งร้ายแรงสุด โดยมีความเสียหายรวมประมาณ 2 พันล้านบาท ครอบคลุมพื้นที่ 65 จังหวัด โดยกินเนื้อที่รวม 12.4 ล้านไร่

สำหรับความเสียหายที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยได้รวบรวมจนถึง ณ วันที่ 19 ต.ค. ซึ่งมีพื้นที่รวม 24 จังหวัด กินเนื้อที่ 1.69 ล้านไร่ แบ่งเป็น พื้นที่เพาะปลูกข้าวประมาณ 1.33 ล้านไร่ พื้นที่เพาะปลูกพืชไร่ 0.26 ล้านไร่ พื้นที่เพาะปลูกสวน 0.11 ล้านไร่

ส่วนอุตสาหกรรมประมงในพื้นที่น้ำจืดที่ได้รับความเสียหาย ครอบคลุม 40 จังหวัด แบ่งเป็น พื้นที่เพาะเลี้ยง 0.05 ล้านไร่ ขณะที่พื้นที่เพาะเลี้ยงแบบกระชังได้รับความเสียหายไม่มากนัก เช่นเดียวกับอุตสาหกรรมปศุสัตว์ ได้แก่ การเพาะเลี้ยงเป็ดและไก่ โดยมีความเสียหายครอบคลุมใน 33 จังหวัด แต่มูลค่าความเสียหายไม่มากนัก

ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ธปท.อยู่ระหว่างติดตามดูข้อมูลความเสียหายจากอุทกภัยครั้งใหญ่ในหลายจังหวัดของประเทศ เพื่อประเมินดูว่ามีผลกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศมากน้อยเพียงใด

อย่างไรก็ตามอุทกภัยดังกล่าว คงส่งผลต่อภาพรวมเศรษฐกิจบ้าง เพียงแต่จะมากน้อยเพียงใด ธนาคารแห่งประเทศไทยต้องขอพิจารณาข้อมูลก่อน แต่ถ้าดูตัวเลขจากการอุปโภคและบริโภคในช่วงที่ผ่านมา ยังถือว่ามีการเติบโตที่ดีต่อเนื่อง จึงเร็วเกินไปที่จะบอกได้ว่า ผลจากน้ำท่วมในรอบนี้จะมีผลต่อจีดีพีเท่าใด

ด้านมาตรการเยียวยานั้น ขณะนี้หลายฝ่ายเร่งให้ความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง นอกจากความช่วยเหลือเบื้องต้นแล้ว ในแง่ของการเงินและธุรกิจนั้น แม่งานใหญ่อย่างกระทรวงการคลัง ได้ให้ธนาคารรัฐทุกแห่งระดมสรรพกำลังเข้าดูแลลูกหนี้ ในเงื่อนไขที่ผ่อนปรนมากกว่าปกติ เช่นเดียวกับธนาคารพาณิชย์อีกหลายๆ แห่ง

เช่นธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ที่ลูกค้าหลักคือเกษตรกร ได้รับความเสียหายมากที่สุด เตรียมเสนอมาตรการพักหนี้ 3 ปี เป็นมาตรการเพิ่มเติม หลังจากออกมาชุดใหญ่ก่อนหน้า ไม่ว่าจะเป็น การขยายเวลาคืนหนี้ 1-3 ปี ขึ้นกับเงื่อนไข การให้กู้เพื่อฟื้นฟูอาชีพเพิ่มเติมในอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่ากู้ปกติ 3%

ธนาคารออมสิน และธนาคารอาคารสงเคราะห์ ต่างก็ออกมาตรการดูแลลูกหนี้เคหะ ลูกหนี้ธุรกิจ โดยเฉพาะเอสเอ็มอี ไม่ว่าจะเป็นการพัก เช่น พักชำระหนี้ 6 เดือน ขยายเวลาผ่อนชำระ 6 เดือน ปรับลดเงินงวดผ่อนชำระ ขยายเวลาผ่อนสูงสุด 30 ปี ให้กู้เพิ่ม 300,000 บาท/ราย คิดดอกเบี้ย 2.5%-MLR -2-1% ส่วนเอสเอ็มอี ธนาคารออมสิน พักชำระหนี้เงินต้น 6 เดือน ขยายเวลาผ่อนชำระ 1 ปี และให้กู้หมุนเวียน 500,000 บาท/ราย เป็นต้น

นอกจากนี้ในส่วนของแบงก์รัฐอย่างธนาคารกรุงไทยนอกจากช่วยเหลือลูกหนี้แล้ว ยังนำร่องลดค่าธรรมเนียมการโอนเงินข้ามเขต เพื่อลดภาระให้แก่ญาติๆ ผู้ประสบภัยที่จะต้องโอนเงินมาช่วยเหลือด้วย โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการประสานงานกับธนาคารพาณิชย์แห่งอื่น ในความร่วมมือปรับลดค่าธรรมเนียมการโอนข้ามเขตด้วย

น้ำเอ่อไหลท่วมขัง'ปราสาทหินพิมาย'ระดับน้ำสูง1.5-2 เมตร
วันที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2553

 สถานการณ์น้ำท่วมในเขตเทศบาลตำบลพิมาย อ.พิมาย จ.นครราชสีมา ที่ตั้งของอุทยานประวัติศาสตร์พิมาย หรือปราสาทหินพิมาย แหล่งโบราณสถานยุคขอม น้ำเอ่อไหลทะลักเข้าท่วมขังบริเวณโดยรอบพิพิธภัณฑ์ระดับน้ำสูง 1.5-2 เมตร ไหลเชี่ยวกรากยานพาหนะทุกชนิดไม่สามารถสัญจรเข้าออกได้ ต้องใช้เรือท้องแบนติดเครื่องยนต์ในการลำเลียงขนย้ายโบราณวัตถุออกไปเก็บรักษาไว้ในที่ปลอดภัย นายดุสิต ทุมมากรณ์ หัวหน้าอุทยาน ระดมกำลังเจ้าหน้าที่เร่งนำกระสอบทรายกว่า 2,000 ถุง สร้างเขื่อนกั้นน้ำเข้าตัวปราสาท

'100ปี'ย้อนรอย..อุทกภัยใหญ่จาก2485-2553
วันที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2553

ตั้งแต่ปี 2485 ที่กรุงเทพมหานครเกิดอุทกภัยครั้งใหญ่ บริเวณถนนราชดำเนินปัจจุบันยาวไปถึงลานพระบรมรูปทรงม้า น้ำท่วมสูงกว่า 1 เมตร ชาวพระนครต้องพายเรือออกจากบ้านเพื่อไปทำธุระและล่องชมสภาพน้ำตามถนนหนทางซึ่งไม่เคยปรากฏเช่นนี้มาก่อน จ.นครราชสีมาปัจจุบันก็ไม่ต่างกันในรอบ 50 ปี ไม่เคยมีน้ำท่วมครั้งใหญ่มาก่อนและปริมาณน้ำได้ล้นทะลักเข้าสู่บ้านเรือนประชาชนเกือบตลอดพื้นที่รวมถึงจังหวัดใกล้เคียงที่รับผลกระทบไปไม่ต่างกัน

ขณะที่ชาวกรุงเทพฯ หลังจากเกิดน้ำท่วมใหญ่ในยุคหลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง ก็เกิดเหตุการณ์ฝน 100 ปี เมื่อพ.ศ. 2538 ก็เกิดน้ำท่วมใหญ่ในกทม.อีกครั้ง

ยุตที่พล.ต.จำลอง ศรีเมือง เป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร มีน้ำเหนือไหลหลากท่วม จ.พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี ก่อนทะลักเข้ากรุงเทพฯ ใต้สะพานสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าฯ ในวันที่ 27 ตุลาคม 2538 วัดได้สูงถึง 2.27 เมตร ว่ากันว่าสูงสุดเป็นประวัติการณ์เท่ากับน้ำท่วมใหญ่เมื่อปี 2485 ถนนเกือบทุกสายในกทม.จมอยู่ใต้น้ำระดับ 50-100 ซม. เกิดความโกลาหลทั่วทุกชุมชน คราวนั้นหมู่บ้านจัดสรรหลายแห่งจมอยู่นานกว่า 2 เดือนกว่าเจ้าหน้าที่จะช่วยสูบน้ำออกได้หมด

หากย้อนดูอุทกภัยใหญ่ทั่วประเทศในอดีตซึ่งเกิดความเสียหายชนิดที่ต้องบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ ก็ต้องไล่เรียงตั้งแต่ปี 2533 เกิดพายุขนาดใหญ่นาม "อีรา" พัดถล่มภาคอีสานโดยเฉพาะในจ.อุบลราชธานี ครั้งนั้นถนนเสียหายถึง 4 พันสาย สะพานพังพินาศถึง 332 แห่ง พื้นที่การเกษตรจมหายกว่า 4 ล้านไร่ ประมาณค่าเสียหายกว่า 6 พันล้านบาท

ถัดมาอีก 3 ปี 2536 พายุดีเปรสชันนำหายนะสู่ภาคใต้ โดยเฉพาะ จ.นครศรีธรรมราช ต้องอพยพประชาชนกว่า 2 หมื่นคน เสียหายไปกว่า 1.2 พันล้านบาท เช่นเดียวกับภาคเหนือในปี 2540 พายุ "ซีตา" ที่เคลื่อนผ่านเวียดนามเข้าสู่ประเทศไทยตอนบนในเดือนสิงหาคม ทำให้เกิดน้ำท่วมใหญ่มีผู้ประสบภัยกว่า 8 แสนคน ผู้เสียชีวิตถึง 49 ราย สะพานถนนหนทางและสิ่งปลูกสร้างถูกน้ำพัดหายไปเกือบ 5 พันแห่ง มูลค่าความเสียหายไม่ต่ำกว่า 3 พันล้านบาท

ภาคเหนือก็ไม่แตกต่างกันดอยสูงใหญ่หรือแม้แต่ป่าทึบก็ไม่อาจหยุดยั้งทะเลโคลนที่ไหลถล่มลงมาเมื่อเช้ามืดวันที่ 23 พฤษภาคม 2549 กว่า 200 หมู่บ้านในจ.อุตรดิตถ์ ไล่ตั้งแต่อ.ลับแล อ.ท่าปลา และอ.เมืองอุตรดิตถ์ จมโคลนมีชาวบ้านเสียชีวิตถึง 75 ราย มูลค่าความเสียหายกว่า 2 พันล้านบาทเพียงชั่วข้ามคืน

จนถึงวันนี้หลายหมู่บ้านยังไม่อาจลืมความน่าสะพรึงกลัวได้ ทว่าปีเดียวกันเกิดอุทกภัยขึ้นในอีก 47 จังหวัด เนื่องจากน้ำเหนือไหลหลากเข้า จ.ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี ลพบุรี ปทุมธานี และกรุงเทพฯ พื้นที่การเกษตรเสียหายกว่า 1.38 ล้านไร่ ถนนในกรุงเทพฯ โดยเฉพาะริมฝั่งเจ้าพระยาบางแห่งน้ำท่วมสูงกว่า 1 เมตร

"ชาญชัย วิทูรปัญญากิจ" อดีตผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ กรมชลประทาน ผู้ผ่านประสบการณ์น้ำท่วมใหญ่มาหลายครั้ง เปรียบเทียบเหตุน้ำท่วมใหญ่ในอดีตกับสถานการณ์ปัจจุบันว่า ไม่น่าเป็นห่วง เชื่อว่ากรุงเทพฯ จะไม่เจอน้ำท่วมหนักอย่างปี 2538 และ 2549 อย่างแน่นอน เนื่องจาก 2 ปัจจัยคือ 1.ปริมาณการปล่อยน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยา 2.ระบบการระบายน้ำของกรุงเทพฯ

จากข้อมูลช่วงวันที่ 20-21 ตุลาคมนั้น เขื่อนเจ้าพระยาได้ระบายน้ำออกมาประมาณ 2,300-2,600 ลบ.ม./วินาที ต่างจากปี 2538 ที่เขื่อนเดียวกันเร่งระบายสูงถึง 5,900 ลบ.ม./วินาที ส่วนปี 2549 มีการปล่อยน้ำปริมาณมากกว่า 4,000 ลบ.ม./วินาที เปรียบเทียบแล้วการระบายน้ำยังไม่น่าเป็นห่วง

"ดูจากปัจจัยที่สองเชื่อว่ากทม.จะไม่ซ้ำรอยน้ำท่วม 100 ปี แน่เพราะมีการสร้างเขื่อนเป็นแนวป้องกันน้ำท่วมริมแม่น้ำเจ้าพระยา จากบางซื่อ-บางกอกน้อย ระยะทางยาว 77 กิโลเมตร สูง 2.5 เมตร ตอนนี้เจ้าหน้าที่เตรียมกระสอบทรายเสริมพื้นที่ซึ่งยังสร้างเขื่อนไม่เสร็จแล้ว แต่ปี 2538 กับ 2549 ยังไม่มีเขื่อนตัวนี้ช่วย ที่บางคนห่วงว่าน้ำทะเลจะหนุนสูงสุดในวันที่ 23-26 ตุลาคม ที่อาจทำน้ำท่วมนั้น ก็ไม่น่ากังวลเพราะน้ำทะเลจะหนุนสูงเพียงไม่กี่ชั่วโมง จากนั้นน้ำก็ขึ้นๆ ลงๆ ถ้าระบบระบายน้ำดีก็ไม่มีปัญหา" ผู้เชี่ยวชาญน้ำยืนยัน

คม ชัด ลึก

     
 
 สุพรรณบุรีท่วม10อำเภอ เสียหายแล้วกว่า25ล้านบาท
   
 22 ตค. 2553 11:19 น.  สนับสนุนโดย NECTEC


ตลอดคืนวันที่ 21 ตุลาคม ต่อเนื่องวันนี้ เกิดฝนตกหนักในจังหวัดสุพรรณบุรี ทำให้ปริมาณน้ำฝนที่ใหลลงสู่แม่น้ำท่าจีนทะลักเข้าท่วมตัวเมืองสุพรรณบุรี ทางทิศเหนือ โดยเฉพาะถนนประชาธิปไตย ซึ่งเป็นที่ตั้งของส่วนราชการ เช่น อบจ.สุพรรณบุรี ศาลแขวงสุพรรณบุรี โรงเรียนสงวนหญิง สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ และร้านค้า ถูกน้ำท่วมขัง ชาวบ้านนำกระสอบและก่อผนังปูนหน้าร้านเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำเข้าท่วมบ้านเรือนตนเอง

นายสมศักย์ ภูรีศรีศักดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี กล่าวว่า ทางจังหวัดและเทศบาลเมืองสุพรรณบุรี สามารถป้องกันในที่ชุมชนและเขตเศรษฐกิจได้ อย่าวิตกกังวลว่าน้ำจะเข้าท่วมตลาด ขณะนี้จังหวัดสุพรรณบุรีได้รับผลกระทบจากปัญหาอุทกภัยครบทั้ง 10 อำเภอ 109 ตำบล 571 หมู่บ้าน ราษฎรได้รับความเดือดร้อน 79,211 ครัวเรือน พื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหาย 159,018 ไร่ รวมมูลค่าความเสียหายในเบื้องต้น ประมาณ 25,464,000 บาท

สำหรับพื้นที่ที่ได้รับความเดือดร้อนมากที่สุด ได้แก่ อำเภอเมือง บางปลาม้า สองพี่น้อง และเนื่องจากเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากเขื่อนเจ้าพระยา จังหวัดชัยนาท ระบายน้ำลงสู่แม่น้ำท่าจีน และเขื่อนกระเสียวที่ระบายลงสู่ทุ่งรับน้ำในพื้นที่สุพรรณบุรี สำหรับการช่วยเหลือเบื้องต้น ได้สั่งการให้ตั้งศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจป้องกันและแก้ไขปัญหาจากอุทกภัย ประกอบด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 55 หน่วยงาน เฝ้าระวังสถานการณ์และช่วยเหลือประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยการนำเรือท้องแบน เครื่องสูบน้ำ น้ำมันเชื้อเพลิง รถแม็คโคร รถสุขาเคลื่อนที่ และที่สำคัญคือ เต็นท์ที่พักชั่วคราว ทั้งยังสามารถอนุมัติงบฉุกเฉินที่จังหวัดมีอยู่ 50 ล้านบาท ช่วยเหลือประชาชนทันทีที่ได้รับแจ้งจากทางอำเภอ ทั้งนี้มั่นใจว่าหากฝนหยุดตก และไม่มีน้ำจากทางเหนือมาเพิ่มมากไปกว่านี้ ก็จะสามารถรับมือกับปัญหาอุทกภัยในปีนี้ได้อย่างแน่นอน

     
 
 วุฒิสภาจัดรายการพิเศษรับบริจาคช่วยภัยน้ำท่วม
   
 22 ตค. 2553 11:10 น.  สนับสนุนโดย NECTEC


น.ส.ทัศนา บุญทอง รองประธานวุฒิสภาคนที่ 2 เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการดำเนินการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยของวุฒิสภา เพื่อหาแนวทางช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่ต่างๆ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมจะมีการขอความร่วมมือกับทางช่อง 5 เพื่อขอช่วงเวลาในการจัดรายการรับบริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือผุ้ประสบภัยน้ำท่วม เบื้องต้นจะเป็นวันที่ 27 ต.ค.เวลา 22.00-00.00 น. โดยจะมีการดารานักแสดง และสมาชิกวุฒิสภามาร่วมรับโทรศัพท์ จากประชาชนที่ต้องการบริจาค

"วิเชียร"ปล่อยแถวขบวนคาราวานช่วยผู้ประสบภัย
   
 22 ตค. 2553 10:49 น.  สนับสนุนโดย NECTEC


พล.ต.ต.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษก ตร. เปิดเผยว่า จากกรณีเมื่อวันที่ 19 ตุลาคม ที่ผ่านมา พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผบ.ตร. ไปรับฟังบรรยายสรุปสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 3 และตรวจเยี่ยม มอบสิ่งของจำเป็นและเวชภัณฑ์ยาให้กับผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ จว.นครราชสีมา ณ โรงพยาบาลมหาราช และ สภ.ปักธงชัย นั้น ทาง พล.ต.อ.วิเชียร มีความห่วงใยพี่น้องประชาชนและครอบครัวตำรวจซึ่งประสบอุทกภัยในหลายพื้นที่หลายจังหวัด เนื่องจากพบปัญหาในการขนส่งเครื่องอุปโภค บริโภค เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ยังอยู่ในพื้นที่ประสบอุทกภัยยังไม่เพียงพอ และการอพยพเคลื่อนย้ายประชาชนไปอยู่ในที่ปลอดภัย ตลอดจนการรับ-ส่งประชาชนที่มีอาการเจ็บป่วยเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลยังเป็นไปด้วยความลำบาก จึงสั่งการให้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจากพื้นที่ต่าง ๆ ที่ไม่ประสบอุทกภัย 3,000 นาย รถยนต์บรรทุกหกล้อ 200 คัน ลงพื้นที่ที่ประสบอุทกภัยในหลายจังหวัด เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนและครอบครัวตำรวจที่ได้รับความเดือดร้อน

     
 
 ผบ.ทบ.สั่งทุกกองทัพช่วยปชช.ประสบภัยน้ำท่วม
   
 22 ตค. 2553 10:47 น.  สนับสนุนโดย NECTEC


พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก กล่าวถึงสถานการณ์น้ำท่วม ว่าวันนี้สั่งการให้ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยของกองทัพบก ติดตามสถานการณ์การช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ เพราะเป็นห่วงกลัวจะไม่ทั่วถึง ทุกส่วนราชการ พ่อค้า ประชาชน ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม ก็ช่วยกันทุกจังหวัด แต่จะต้องไปบูรณาการว่าการช่วยเหลือจังหวัดไหน ตำบลไหน หรือ อำเภอไหน ให้ความช่วยเหลือถึงหรือยัง และประชาชนก็จะต้องออกมาแจ้งให้เจ้าหน้าที่ได้รับทราบ การช่วยเหลือจะต้องเท่าเทียมกัน ทุกกองทัพภาครับภารกิจไปแล้ว ส่วนในพื้นที่ กทม. เจ้าหน้าที่ก็เตรียมความพร้อม เพราะขณะนี้น้ำในพื้นที่ภาคกลางน้ำเกือบ 3,000 ล้านลูกบาศก์เมตร ก็คงจะทะลักเข้ามา ในพื้นที่ จ.นนทบุรี และ จ.ปทุมธานี ก็จะให้หน่วยต่าง ๆ รับผิดชอบในเรื่องนี้

     
 
 นครสวรรค์อ่วม!ระดับน้ำท่วมสูงกว่า 3 เมตร
   
 22 ตค. 2553 09:59 น.  สนับสนุนโดย NECTEC


ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา ประกอบกับมีน้ำจาก จ.กำแพงเพชร ไหลลงมาสมทบ ทำให้น้ำในแม่น้ำปิงที่ไหลผ่าน จ.นครสวรรค์ ล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่การเกษตร และบ้านเรือนประชาชนอย่างรวดเร็วในเวลาไม่ถึง 1 ชั่วโมง และยังไหลแรงและเชี่ยว โดยเฉพาะที่หมู่บ้านวัดคลองคาง ต.บึงเสนาท อ.เมือง จ.นครสวรรค์ ซึ่งถูกน้ำท่วมอยู่แล้วในระดับ 1 เมตรเศษ เพิ่มขึ้นเป็นกว่า 3 เมตรถนนสายบึงเสนาท วัดเกรียงไกรถูกตัดขาด รถทุกชนิดไม่สามารถวิ่งผ่านได้ แต่ยังไม่มีหน่วยงานใดเข้ามาให้ความช่วยเหลือ

ส่วนที่ จ.มหาสารคาม ชลประทานจังหวัด เฝ้าติดตามสถานการณ์น้ำในแม่น้ำชี ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมเตือนประชาชนเร่งขนย้ายทรัพย์สิน และสัตว์เลี้ยงขึ้นที่สูง หวั่นน้ำท่วมหลายจุด เนื่องจากน้ำก้อนใหญ่จาก จ.ชัยภูมิ จะไหลเข้าพื้นที่ในอีก 3-5 วันนี้

มติชน

**

จมน้ำ-สถานการณ์น้ำในเขตอำเภอเมืองจังหวัดลพบุรี ยังคงท่วมสูงขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะที่ตำบลป่าตาล และตำบลถนนใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี 

 วันที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2553 เวลา 11:00:40 น.  มติชนออนไลน์


ลพบุรีน้ำยังคงท่วมสูงสมเด็จพระเทพฯพระราชทานน้ำให้ทหาร-ปชช.


เมื่อวันที่ 22 ต.ค.53 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์น้ำในเขตอำเภอเมืองจังหวัดลพบุรี  ยังคงท่วมสูงขึ้นเรื่อย ๆ  โดยเฉพาะที่ตำบลป่าตาล และตำบลถนนใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี น้ำยังคงท่วมสูงขี้น อีก 25 ซม.ระดับน้ำอยู่ที่ 2 เมตรกว่า  ส่วนที่ตำบลป่าตาล อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี  นายพี  อ้วนศรี นายกองค์การบริหารส่วนตำบลป่าตาล  ยังคงนำเสบียงอาหาร พร้อมยารักษาโรค  ไปแจกจ่ายให้กับชาวบ้าน  บางรายที่ยังอาศัยอยู่ในหมู่บ้าน ซึ่งอาศัยชั้น 2 เป็นที่หลับนอน เนื่องจากต้องเฝ้าทรัพย์สินของตัวเอง กลัวขโมยจะมีลักทรัพย์สินไป

 

ส่วนที่หมู่ บ้านศิรัญญา  โครงการ 3 และ 4 ยังคง   ได้รับผลกระทบน้ำท่วมสูงอย่างต่อเนื่อง และท่วมสูงถึงเทศบาลตำบลถนนใหญ่แล้ว   โดยเฉพาะทางเทศบาลต้องนำเรือออกนำเอาชาวบ้านออกตลอดทั้งคืน โดยได้รับการสนับสนุนกำลังพลทหาร จากศูนย์การทหารปืนใหญ่ และศูนย์สงครามพิเศษ มาช่วยกรอกกระสอบทรายและไปช่วยย้ายสิ่งของชาวบ้านออกมาจากบ้านพัก  เพราะชาวบ้านหวาดผวาน้ำจากคลองชลประทาน ชัยนาท – ลพบุรี ป่าสัก จะพังทลายลงมาสู่หมู่บ้านของตัวเอง จึงได้พากันหนีออกมาจนเกือบหมดแล้ว  มีบางรายที่ยังคงต้องนอนเฝ้าทรัพย์สินของตัวเองอยู่   ส่วนที่ตำบลพุคา และ ตำบลหนองเมือง อำเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี น้ำยังคงท่วมสูงอยู่ในระดับ 2 เมตร


ส่วนที่กรบรบพิเศษที่ 1  พลโท  โปฏก  บุนนาค  ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ   ได้รับพระราชทานน้ำดื่มจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี พระราชทานน้ำให้กับหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ เพื่อนำมาช่วยเหลือข้าราชการทหาร และครอบครัวที่ประสบภัยจากน้ำท่วม

ลพบุรียังน้ำท่วมวิกฤต อ.บ้านหมี่ ต้องใช้ ฮ.โยนสิ่งของช่วยเหลือ


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดลพบุรี วันที่ 21 ตุลาคม ที่เข้าสู่วันที่ 6 ยังวิกฤติอย่างหนัก ซึ่งภาพถ่ายมุมสูงจากอากาศยานเช้านี้ เห็นชัดเจนว่าตลอดแนวคลองชลประทานชัยนาท-ป่าสัก ซึ่งรับน้ำมาจากแม่น้ำเจ้าพระยา ผ่านประตูระบายน้ำมโนรมย์ จ.ชัยนาท ซึ่งไหลผ่าน อ.บ้านหมี่ และ อ.เมือง ขณะนี้น้ำล้นแนวคันตลิ่งและแนวกระสอบทรายที่ชาวบ้านและหน่วยงานทหารในพื้นที่ร่วมกันสร้างไว้แล้ว ส่งผลให้น้ำท่วมขยายวงกว้างออกไปอีก


นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี เปิดเผยว่า พื้นที่ที่ถูกน้ำท่วมหนักสุดอยู่ที่ อ.บ้านหมี่ ต.หนองเมือง หนองกระเบียน พุคา ดงพลับ หนองทรายขาว หินปัก ระดับน้ำสูงกว่า 2 เมตร ต้องใช้เรือเข้าออก โดยเฉพาะพื้นที่หนองเมือง พุคา หนองทรายขาว ทางจังหวัดต้องใช้เฮลิคอปเตอร์ของกองบิน 2 ลพบุรี ลำเลียง น้ำดื่ม ข้าวสาร อาหารแห้ง และอาหารที่รับประทานได้เลย หย่อนลงช่วยเหลือหมู่ 6 ต.หนองทรายขาว ไปแล้ว 500 ชุด เนื่องจากหมู่บ้านดังกล่าวถูกตัดขาดจากโลกภายนอก ทั้งนี้เดิมวางแผนนำอากาศยานลงจอดในหมู่บ้านเพื่อแจกสิ่งของ แต่ทั้ง 2 ลำบินวนรอบหมู่บ้านกว่า 30 นาที ก็ไม่สามารถลงจอดได้ เนื่องสภาพน้ำท่วม ไม่มีพื้นที่ว่าง นักบินต้องใช้ความสามารถอย่างมากในการนำอากาศยานลงให้ต่ำที่สุด แล้วโยนสิ่งของให้แก่ผู้ประสบภัย


ขณะที่สถานการณ์น้ำท่วมในตัวเมืองลพบุรี ต.ป่าตาล และ ต.ถนนใหญ่ ซึ่งมีหมู่บ้านบ้านจัดสรรจำนวนมาก โดยเฉพาะหมู่บ้านเหมราช หมู่บ้านริมชล น้ำท่วมสูงและไหลแรงทาง ผู้ว่าฯ ลพบุรีสั่ง ปภ.จังหวัดลพบุรี อพยพชาวบ้านออกมาให้หมด เพราะส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ แต่ก็ยังเข้าไม่ถึงจุด และอีกจุดวิกฤติคือหมู่บ้านศิรันญา ซึ่งสร้างริมคลองชลประทานชัยนาท-ป่าสัก ท่วมถึงชั้น 2 ของบ้านจนไม่สามารถอยู่ได้ ทางอำเภอต้องเร่งอพยพชาวบ้านขึ้นมาอยู่ที่ปลอดภัยแล้ว

 
ไม่ลด-สภาพน้ำท่วมเส้นทางเข้า รพ.มหาราชนครราชสีมา ถ.ช้างเผือก และภายในโรงพยาบาลมหาราชเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม

 วันที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2553 เวลา 15:50:10 น.  มติชนออนไลน์

**


ภาพน้ำท่วมโรงพยาบาลมหาราชฯ

  บรรยากาศน้ำท่วมเส้นทางเข้า รพ.มหาราชนครราชสีมา ถ.ช้างเผือก และสภาพน้ำท่วมภายในโรงพยาบาลมหาราชเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม


ชลประทานปล่อยน้ำเขื่อนเจ้าพระยา-ป่าสักเริ่มไหลเข้ากรุงเทพแล้ว ดินถล่มถนนซูเปอร์ไฮเวย์เชียงใหม่-ลำปาง


ชลประทานปล่อยน้ำเขื่อนเจ้าพระยา-ป่าสักรวม 4,000 ลบ.ม./วินาที

 

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 22 ตุลาคม 53 นายไมตรี   ปิตินานนท์   ผู้อำนวยการโครงการชลประทาน จ.พระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า ล่าสุดได้รับแจ้งว่าเขื่อนเจ้าพระยา เร่งปล่อยน้ำท้ายเขื่อนเพิ่มมากขึ้นไปอีก ล่าสุดที่ 2,911 ลบ.ม./วินาที  ทำให้น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้นอย่างน่ากลัว  โดยน้ำได้ล้นไหล่บ่าข้ามถนนชลประทานที่เป็นคันกั้นน้ำในหลายจุดในเขต อ.บางบาล เข้าไปในทุ่งนาพื้นที่มหาศาลแล้ว


ขณะที่เขื่อนพระรามหก อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา เร่งปล่อยน้ำที่ 1,255 ลบ.ม./วินาที ทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำป้าสักเพิ่มสูงขึ้นเช่นกัน และขยายวงกว้างเพิ่มขึ้นไปอีก โดยน้ำได้ละลักเข้าทุ่งในเขต อ.ท่าเรือ , อ.นครหลวงแล้วเช่นกัน


"โดยสรุปน้ำจากเจ้าพระยาล่าสุดที่ 2,911 ลบ.ม./วินาที   และน้ำจากแม่น้ำป่าสักที่ 1,255 ลบ.ม./วินาที รวมแล้วกว่า 4,000 ลบ.ม./วินาที จะไหลมารวมกันที่หน้าวัดพนัญเชิงวรวิหาร อ.พระนครศรีอยุธยา และไหลต่อไปที่ จ.ปทุมธานี  นนทบุรี และเข้ากรุงเทพแล้วเช่นกัน" นายไมตรี กล่าวย้ำ

 

ดินถล่มทับทาง"ซูเปอร์ไฮเวย์เชียงใหม่-ลำปาง"รถติดยาวเหยียด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ จังหวัดลำปาง หลังมีฝนตกหนักต่อเนื่องนานหลายชั่วโมงใน  อ.ห้างฉัตร จ.ลำปางเกิดดินถล่มจากแนวสันเขาไหลลงมาปิดทับเส้นทางบริเวณถนนซูเปอร์ไฮเวย์เชียงใหม่-ลำปาง ขาเข้าเมืองลำปาง กิโลเมตรที่ 29 ต.เวียงตาล ก่อนถึงศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย 2 กิโลเมตร  ส่งผลให้รถยนต์ไม่สามารถผ่านไปมาได้ทำให้จอดติดยาวกว่าหลายกิโลเมตร เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องเร่งจัดการจราจรให้รถวิ่งสวนทางกันในฝั่งขาออก

(ขอขอบคุณ You Tube สำหรับเพลงบรรเลง Violin)

**


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
นายยั้งคิด วันที่ : 22/10/2010 เวลา : 23.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79


ความคิดเห็นที่ 5
chronomist วันที่ : 22/10/2010 เวลา : 15.50 น.
http://www.oknation.net/blog/prompzy
ip : 125.24.47.35/125.24.47.35
......................................
คุณ chronomist อยู่หมู่บ้านไหนครับ ต้องจัดเวรเตือนภัยกันหรือครับ
...........................................

ความคิดเห็นที่ 6
ไอริน วันที่ : 22/10/2010 เวลา : 16.36 น.
http://www.oknation.net/blog/irinhome
ip : 202.62.99.30/202.62.99.30
....................................................
ถ้าน้ำยังไม่ลด แล้วลมหนาวก็มาถึง คนไทยก็จะทั้งเปียกทั้งหนาวครับ ปอดบวมไปตามๆกัน โดยเฉพาะเด็กๆ
................................................

ความคิดเห็นที่ 7 - 8
เหยียบดินมองฟ้า วันที่ : 22/10/2010 เวลา : 17.40 น.
http://www.oknation.net/blog/bottomup
ip : 116.58.231.242/116.58.231.242
....................................................
พ่อเหยียบก็ช่างรู้ทันดีนัก พอน้ำท่วมก็พูดว่าจะต้องหาทางป้องกัน ครั้นพอน้ำแล้งก็พูดว่าจะต้องแก้ไข แต่ไม่ได้ทำกันสักที คงนึกว่าสองอย่างมันถ่วงดุลกันได้เองกระมัง
.............................................
ความคิดเห็นที่ 9
Payont วันที่ : 22/10/2010 เวลา : 18.31 น.
http://www.oknation.net/blog/payont
ip : 110.168.91.240/110.168.91.240
......................................................
พอถึงคราวเดือดร้อนกันขนาดหนัก คนไทยก็จะนึกถึงการช่วยกันนะครับ คนที่มีโอกาสดีกว่าก็จะช่วยคนด้อยโอกาส
.......................................................

ความคิดเห็นที่ 10
konthai24hours วันที่ : 22/10/2010 เวลา : 19.38 น.
http://www.oknation.net/blog/konthai24hours
konthai24hours@yahoo.com
ip : 124.120.208.228/124.120.208.228
.........................................................
นายกฯคงไม่ลืมว่า สนามบินสุวรรณภูมิอยู่ในจังหวัดสมุทรปราการ ถ้าน้ำท่วมก็ดูไม่จืดเลยละครับ
............................................................

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
นายยั้งคิด วันที่ : 22/10/2010 เวลา : 22.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79


น้ำท่วมยังไม่จบ แต่ก็มีการประเมินความเสียหายเบื้องต้นกันใหญ่ แล้วจะต้องประเมินไล่ตามมาอีกหลังน้ำท่วมเป็นการสรุป ซึ่งคงจะรวมมูลค่าที่เราเสียโอกาสในการค้าขายกับต่างประเทศทางหนึ่ง และการเสียโอกาสของชาวนาอีกทางหนึ่งเข้าไว้ด้วย
........................................................

ความคิดเห็นที่ 1
BlueHill วันที่ : 22/10/2010 เวลา : 12.23 น.
http://www.oknation.net/blog/charlee
ชมรม OK NATURE @ Save Nature Save Life
ip : 10.2.5.5/10.2.5.5
......................................................
ความเป็นห่วงกันขณะนี้ ย้ายจุดมาที่จังหวัดภาคกลางที่อยู่ต่ำกว่าเขื่อนเจ้าพระยา โดยเฉพาะที่กทม.และปริมลทล พอน้ำท่วมกันทีก็พูดถึงการแก้ไข การป้องกัน แต่พอน้ำลดก็เลิกพูดกันครับ
............................................................

ความคิดเห็นที่ 1/1
กนิษฐ์ วันที่ : 17/10/2010 เวลา : 10.01 น.
http://www.oknation.net/blog/kanis
แม้ร่างกายจะเหนื่อยล้า แต่จิตวิญญาณยังแข็งแกร่ง
................................................................
คนไทยที่เสียชีวิตเพราะน้ำท่วมคราวนี้มีอยู่เหมือนกันครับ เป็นอุทธาหรณ์ให้ต้องระวังหลายเรื่อง เช่น ขับรถฝ่าสายน้ำเชี่ยว ถูกไฟฟ้าดูด และถูกกระแสน้ำพัดพา ฯลฯ เป็นต้น แล้วที่จะเจ็บป่วยล้มตายจากโรคหลังน้ำลดอย่างคุณกนิษฐ์ว่าอีกด้วยครับ
..................................................................

ความคิดเห็นที่ 3
dreamcometrue วันที่ : 22/10/2010 เวลา : 13.19 น.
http://www.oknation.net/blog/dreamcometrue
ip : 58.10.146.131/58.10.146.131
...........................................................
คอยฟังข่าวนาแล้งนะครับ พอน้ำท่วมผ่านไป น้ำก็แล้งขึ้นมาทันที อาจจะเป็นเพราะชาวนาทำนาแบบหมุนตลอดปี ไม่มีวันหยุด จึงต้องการน้ำตลอดเวลา ยกเว้าน้ำท่วมครับ
.......................................................

ความคิดเห็นที่ 4
NumberFive วันที่ : 22/10/2010 เวลา : 14.29 น.
http://www.oknation.net/blog/NumberFive
คนโคราชกันเอง กันเอง ไม่ต้องเกรงใจกันดอก
ip : 58.8.115.120/58.8.115.120
.............................................................
กำลังมีบางคนฉวยโอกาสเอาหน้าแบบเล่ห์เหลี่ยมครับ ตีกินอยู่แถวๆหน้าพรรคเพื่อไทยนั่นแหล่ะ
..............................................................

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
konthai24hours วันที่ : 22/10/2010 เวลา : 19.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/konthai24hours
konthai24hours@yahoo.com

สถานการณ์ยังไม่ดีขึ้น จุดสุดท้าย คือ สุมทรปราการไม่ใช่ กทม นะครับนายก

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
Payont วันที่ : 22/10/2010 เวลา : 18.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/payont

ช่วยกันครับ

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
เหยียบดินมองฟ้า วันที่ : 22/10/2010 เวลา : 17.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bottomup
The best thing cannot be seen or even touched.

ประชดนะท่าน
ปะชดคนแถวบ้านผม
เรื่องน้ำท่วมก่ะการก่อปัญหาน่ะ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
เหยียบดินมองฟ้า วันที่ : 22/10/2010 เวลา : 17.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bottomup
The best thing cannot be seen or even touched.

เรื่องแบบนี้เดี๋ยวก็ลืมกันครับ
ไม่เชื่อรอดูตอนน้ำแห้งนะ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
ไอริน วันที่ : 22/10/2010 เวลา : 16.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/irinhome

ขอพระองค์ทรงพระเจริญ..
...............................................
เห็นภาพแล้วไม่อยากนึกเลย ถ้าน้ำลดคงจะดี แล้วถ้าน้ำไม่ลด มีพายุพัดกระหน่ำมาอีกจะทำยังงัย ..หน้าหนาวจะมีอีกแล้ว เห็นว่าปีนี้จะหนาวมาก ..น่าสงสารจัง..

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
chronomist วันที่ : 22/10/2010 เวลา : 15.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/prompzy

เฝ้าระวังและช่วยเตือนภัยน้ำท่วมกัน

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
NumberFive วันที่ : 22/10/2010 เวลา : 14.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/NumberFive
คนโคราชกันเอง กันเอง ไม่ต้องเกรงใจกันดอก

...เริ่มขยายพื้นที่ด้วยน้ำที่ต้องไหลผ่านด้วย...
...ฝนตกลงมาสมทบด้วย...น้ำทะเลก็จะหนุนด้วย...
...ตอนนี้ที่จังหวัดกาญจนฯ ฝนตกทุกวันทุกคืน...
...กลัวจะอั้นไม่ไหว...ต้องปล่อยน้ำไปสมทบอีก...

...ขอบคุณในน้ำใจของคนไทยจ่ะ...ที่ช่วยเหลือ...
...คนที่เดือดร้อนซาบซึ้งอยู่ในใจ...

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
dreamcometrue วันที่ : 22/10/2010 เวลา : 13.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/dreamcometrue

หากฝนไม่ตกลงมาซ้ำเติม สถานการณ์น่าจะดีขึ้นครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
นายยั้งคิด วันที่ : 22/10/2010 เวลา : 12.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

(ย้ายคห.1 จากบล็อกเรื่องเดียวกันของผม ที่ซ้ำและผมลบออกไปครับ ขออภัยที่ผิดพลาด)
ความคิดเห็นที่ 1
กนิษฐ์ วันที่ : 22/10/2010 เวลา : 12.12 น.
http://www.oknation.net/blog/kanis
แม้ร่างกายจะเหนื่อยล้า แต่จิตวิญญาณยังแข็งแกร่ง
ip : 180.180.90.104/180.180.90.104


ไม่มีอะไรพอดี..ก็เดือดร้อนกันอย่างนี้..พื้นที่เสี่ยงต่างกันก็เจอต่างกัน..ไทยเรายังโชคดีที่ไม่มีใครเสีย..ที่น่าห่วงคือเรื่องของโรคภัยไข้เจ็บมากกว่า..

ในหลายประเทศที่มีภัยน้ำท่วม มีคนตายไปเยอะ น่าตกใจ..เจอร้ายกว่าไทยเรา..

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
BlueHill วันที่ : 22/10/2010 เวลา : 12.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

สถานการณ์ยังน่าวิตกสำหรับบางพื้นที่นะครับ
ขอให้เหตุการณ์ไม่แย่ลงไปมากกว่านี้ ครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน