*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-06-16
  • จำนวนเรื่อง : 5899
  • จำนวนผู้ชม : 3524733
  • จำนวนผู้โหวต : 1716
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1716 คน
<< ธันวาคม 2010 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอาทิตย์ ที่ 26 ธันวาคม 2553
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 770 , 13:44:25 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

 โพสต์ทูเดย์

26 ธันวาคม 2553 เวลา 12:09 น.

เทศกาลแห่งความสุข

**

* 

*

*

*

*

**

โดย...ภัทรชัย ปรีชาพานิช / สาโรช เมฆโสภาวรรณกุล / กิจจา อภิชนรจเรข

เมื่อใกล้เทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ บรรดาศูนย์การค้าย่านราชประสงค์ กลางกรุงเทพมหา

นคร แหล่งช้อปปิ้งของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ เริ่มตั้งแต่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล

เวิลด์ , เพนนิลซูล่า ,สยามพารากอน, สยามเซ็นเตอร์ , มาบุญครอง เกษรพลาซ่า , และทุกโรงแรม

ที่ต่างตกแต่งประดับประดาด้วยไฟประดับหลากสีจนท้องถนนแห่งนี้สว่างไสวไปด้วยแสงสีแห่งไฟ

ประดับ นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ต่างนิยมที่จะมาเดินเล่นชมความงามและถ่ายภาพ

เป็นที่ระลึก เริ่มตั้งแต่พระอาทิตย์ตกดิน ไปจนถึงดึกดื่นเที่ยงคืน บ้างมาเป็นคู่ บ้างมาเป็นหมู่คณะ

บ้างก็มาเป็นครอบครัว ทำให้บรรยากาศของย่านนี้เต็มไปด้วยแสงสีและความสุขในทุกครั้งที่เทศกาล

ปีใหม่มาถึง

.............................................

๐ข่าววันนี้ ทางด้านพรรคเพื่อไทยค่อนข้างจะมีความสับสนเรื่องการหาตัวหัวหน้าพรรคคนใหม่ ซึ่งจะ

เท่ากับเป็นตัวสำรองหรือว่าที่นายกรัฐมนตรีโดยอัตโนมัติด้วย ในกรณีที่เพื่อไทยได้เป็นเสียงข้างมาก

ใรสภาในการเลือกตั้งคราวหน้า ซึ่งมีทั้งเสียงที่จะเลือกน้องสาวทักษิณ และเสียงที่ไม่เอาทักษิณทั้ง

ตระกูลเลยทีเดียว ในขณะที่โฆษกพรรคเพื่อไทยก็ยืนยันว่าจะประกาศตัวหัวหน้าพรรคคนใหม่ต้น

เดือนม.ค. 54

๐สำหรับประธานรัฐสภานายชัย ชิดชอบ ก็พูดแสดงความพอใจที่สภาผ่านร่างกฎหมายได้ถึง 29 ฉบับ

แล้วยังว่าการประชุมสภาในปีหน้าจะมีส.ส.เข้าร่วมประชุมกันมากขึ้น

๐นายจตุพร พรหมพันธุ์ท้าทายนายกรัฐมนตรี อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และผบ.ทบ.ให้ออกมา

แฉสำนวนการสอบสวนเรื่องทหารยิงคนตายในการชุมนุมของคนเสื้อแดงที่แล้วมา แล้วยังหาว่าไม่

แฟร์ที่จะถอนประกันตัวเขา แต่อันที่จริงอาจจะเป็นเพราะกลัวเข้าคุกก็ได้ เพราะแสดงความระรานมา

นานเสียจนเกินพอมากไปแล้ว คงรู้ตัวเองอยู่แล้ว

๐ประธานวุฒิสภาให้คะแนนผลงานรัฐบาลเกือบเต็ม แต่เพื่อไทยกลับหาว่าเป็นผลงานแบบบะหมี่

จับกัง บะหมี่ที่ว่าเป็นอย่างไรมีรายละเอียดอยู่ในเนื้อหาข่าวครับ

สารบัญข่าว 26 ธ.ค. 2553 แรม 4 ค่ำ เดือน 1 ปีขาล

1.)'มาร์ค'พร้อมสู้'ยิ่งลักษณ์'ในสนามเลือกตั้ง

2.)พท.ย้ำชู "มิ่งขวัญ" ปัดกดดัน "ทักษิณ"

3.)'ทักษิณ'อาจส่ง'ยิ่งลักษณ์'นำเพื่อไทย

4.)พท.แถลงเลื่อนร้องยุบปชป.เป็น27ธ.ค.

5.)"ประธานชัย"พอใจปี 2553 ผ่านกฎหมาย29ฉบับ

6.)'จตุพร'ผวาคุก-ดีเอสไอยันยื่นศาลถอนประกันตัว

7.)ส.ส.เพื่อไทยพบ"ทักษิณ"ที่ดูไบพรุ่งนี้

8.)พท.จวกรัฐชิงช่วงศก.ขาขึ้นอ้างผลงาน

9.)'กอร์ปศักดิ์'ปัดขัดแย้ง'กรณ์'แต่คิดต่าง

10.)รัฐบาลไม่แทรกแซงการยื่นประกันตัวเสื้อแดง

11.)เปิดใจ"กรณ์"จาก'ประชาภิวัฒน์'สู่'ประชาวิวัฒน์'

12.)นายกฯวอนเดินทางปีใหม่ ง่วง-เมาอย่าขับรถ

13.)"แม้ว"ส่อไม่ยอมให้"มิ่งขวัญ"ขึ้นนายกฯ ประเมินกำลัง ส.ส.หนุนไม่ถึง 60 คน

เชื่อไม่กล้าออกจาก พท.

14.)พท."เหน็บ"ปชป."แก้ปัญหาในพรรคไม่ได้ เย้ยให้ดูปม"กอร์ปศักดิ์"ไขก๊อกก่อน

15.)"สุวัจน์"แบ่งรับแบ่งสู้ข่าวควบ รวมรช.กับกลุ่ม 3 พี ชี้ถ้าผนึกในทางที่ดี จะเกิดเสถียรภาพทางการเมือง

16.)นักวิชาการติงผลงาน2ปีรบ.ทำงานเชิงปริมาณมากกว่าคุณภาพ เหน็บภาพรวมเข้าตา แต่เจาะจงเฉพาะกลุ่ม

17.)พท.ชำแหละรัฐบาลแถลงผลงาน 2 ปี"น่าผิดหวัง" แจง 6

ปมบริหารประเทศแบบบะหมี่จับกัง

18.)"ประสพสุข"ประเมินผลงานรัฐบาล1ปีให้8เต็ม10คะแนน

suthichaiyoon.com

1.)'มาร์ค'พร้อมสู้'ยิ่งลักษณ์'ในสนามเลือกตั้ง

**

นายอภิสิทธิ์กล่าวถึงกรณีสถาบันพระปกเกล้าเปิดเผยผลการวิจัยที่ระบุว่า คะแนนนิยมของรัฐบาล

อภิสิทธิ์ยังไม่สามารถเอาชนะความนิยมของพ.ต.ท.ทักษิณ ที่เคยมีสูงสุดในปี 2547 ได้ว่า “ก็แล้วแต่

ว่าจะเอาไปเปรียบเทียบในช่วงไหน ถ้าเปรียบเทียบในจุดที่ดีที่สุด คือ ปี 2547 คุณทักษิณก็ทำงานมา

3 ปีแล้ว แต่ผมเพิ่งทำงานมาแค่ 2 ปี”

มาร์คพร้อมเลือกตั้ง-ชน "ยิ่งลักษณ์"

**

เมื่อถามว่า แสดงว่าพรรคประชาธิปัตย์เตรียมเข้าสู่โหมดการเลือกตั้งแล้วใช่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์

กล่าวว่า “ใกล้เคียงแล้วล่ะครับ เพราะการลาออกของนายกอร์ปศักดิ์ (สภาวสุ เลขาธิการนายก

รัฐมนตรี) หลังปีใหม่ 2554 ก็เพื่อไปรับผิดชอบงานเรื่องการเลือกตั้งมากขึ้น”

เมื่อถามอีกว่า พรรคประชาธิปัตย์เตรียมการเลือกตั้งแล้วใช่หรือไม่ และเตรียมยุบสภาเมื่อไร นาย

อภิสิทธิ์ตอบว่า “เตรียมแล้วครับ”

สำหรับกระแสข่าวพรรคเพื่อไทยจะปรับเปลี่ยนให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ มาเป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่นั้น

นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ยังไม่ทราบว่าเป็นอย่างไร แต่เราก็พร้อมในการแข่งขัน

ตั้ง "อัญชลี" นั่งเลขาฯนายกฯแทน

นายอภิสิทธิ์กล่าวถึงบุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่งเลขาธิการนายกรัฐมนตรีแทนนายกอร์ปศักดิ์ว่า คงจะ

เป็น นางอัญชลี วานิช เทพบุตร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี

เมื่อถามว่าจะแต่งตั้งเมื่อไร นายกฯ กล่าวว่า นายกอร์ปศักดิ์ยังไม่ลาออก แต่เคยคุยกันไว้ว่า นาย

กอร์ปศักดิ์จะลาออกช่วงปีใหม่ ซึ่งคงต้องมายื่นใบลาออกอย่างเป็นทางการอีกครั้ง แต่ได้คุยกันและ

เข้าใจกันอยู่แล้วว่านายกอร์ปศักดิ์ต้องการไปทำอะไรเรื่องเลือกตั้ง

2.)พท.ย้ำชู "มิ่งขวัญ" ปัดกดดัน "ทักษิณ"

นายไชยา พรหมา ส.ส.หนองบัวลำภู พรรคเพื่อไทย เปิดเผยถึงการเตรียมเดินทางไปพบ พ.ต.ท.

ทักษิณ ที่เมืองดูไบว่า ถือเป็นการไปหารือสถานการณ์ทางการเมืองที่สมาชิกพรรคหลายกลุ่มมีความ

กังวลต่อการเลือกตั้งใหญ่ที่อาจเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้ โดยยังหาความชัดเจนในตัวผู้นำสู้ศึกเลือกตั้งไม่ได้

ซึ่งสมาชิกบางส่วนมองว่า แม้พื้นที่ภาคอีสานและภาคเหนือพรรคเพื่อไทยจะไม่มีปัญหาเรื่องการสนับ

สนุนจากพี่น้องประชาชน แต่ภาพรวมทั้งประเทศ ทั้งภาคกลาง ภาคใต้ และภาคอื่นๆ โดยเฉพาะกลุ่ม

พลังเงียบที่ยังมีอีกมาก อาจไม่มีตัวเลือกทางการเมืองให้ตัดสินใจ เนื่องจากมองว่า ไม่เห็นตัวบุคคล

ที่จะมาทำงานสู้ศึกกับพรรคประชาธิปัตย์อย่างชัดเจน

"ดังนั้น ในการหารือครั้งนี้ กลุ่มของผมขอยืนยันว่า ทำเพื่อปรับให้พรรคเพื่อไทยสามารถดำรงอยู่

อย่างเข้มแข็ง และก้าวสู่ความเป็นสถาบันการเมืองที่แท้จริง โดยไม่มีความคิดละทิ้งผู้ก่อตั้งพรรค

เช่น พ.ต.ท.ทักษิณ แต่อย่างใด แต่เนื่องจากหากปล่อยให้พรรคไร้ทิศทางเช่นปัจจุบัน อาจเกิด

ปัญหาในการทำงานการเมืองในอนาคต" นายไชยา กล่าว

นายไชยายอมรับว่า พรรคเพื่อไทยมีกลุ่มที่มีแนวคิดแตกต่างกัน 2 ทาง คือ กลุ่มหนึ่งยังยึด พ.ต.ท.

ทักษิณ เป็นจุดขาย และอีกกลุ่มหนึ่งเชื่อว่าพรรคควรก้าวหน้าสู่สถาบันทางการเมืองที่แท้จริง และ

สร้างทายาททางการเมืองเพื่อรับช่วงการทำงานต่อๆ ไป โดยกลุ่มตนสนับสนุน นายมิ่งขวัญ แสงสุว

รรณ์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เนื่องจากสถานการณ์เช่นนี้ไม่กล้าเสนอตัวผู้ที่จะออกมาเป็นผู้นำ

พร้อมยืนยันเช่นกันว่า การเดินทางไปพบ พ.ต.ท.ทักษิณ ครั้งนี้ สมาชิกทุกคนไม่มีใครคิดกดดันหรือ

สร้างเงื่อนไขใดๆ ต่อผู้ก่อตั้งพรรคเช่น พ.ต.ท.ทักษิณ แต่ทุกคนล้วนตั้งใจทำงานเพื่อพรรคเพื่อไทย

และต้องการสร้างความมั่นคง และความมั่นใจให้แก่สมาชิกพรรคเท่านั้น

เลขาฯพท.รับพรรคขัดกันเรื่องหัวหน้า

นายสุพล ฟองงาม ส.ส.อุบลราชธานี และเลขาธิการพรรคเพื่อไทย หนึ่งในคณะ ส.ส.ที่จะเดินทางไป

พบ พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า การเดินทางไปพบ พ.ต.ท.ทักษิณ ครั้งนี้ เนื่องจากเป็นช่วงปิดสมัย

ประชุม ใกล้เทศกาลปีใหม่ ส.ส.จึงต้องการไปเยี่ยมเยียน พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งหลายๆ คนก็นำอาหาร

เป็นของฝากจากเมืองไทย อีกทั้งที่ผ่านมาส.ส.ไปเป็นประจำทุกปีอยู่แล้ว คาดว่าจะเป็นการหารือ

เรื่องทั่วไป สถานการณ์การเมืองและทิศทางของพรรคในอนาคต โดยคณะส.ส.ชุดที่จะเดินทางไป

พบ พ.ต.ท.ทักษิณ มีประมาณ 10 คน จะออกจากสนามบินสุวรรณภูมิเวลา 18.00 น. และจะมีกลุ่ม

อื่น เช่น กลุ่มภาคเหนือทยอยเดินทางไปอีกหลายคณะ ซึ่งแต่ละกลุ่มจะแบ่งเป็นตัวแทนรายภาค

ส่วนจะทราบชื่อคนที่พรรคจะเสนอเป็นนายกรัฐมนตรีเลยหรือไม่ นายสุพลตอบว่า ขณะนี้พรรคมี

ความเห็นแบ่งเป็น 2 ด้าน คือ กลุ่มแรกต้องการให้ประกาศชื่อผู้ที่จะเสนอเป็นนายกฯ ส่วนกลุ่มที่สอง

คิดว่าไม่จำเป็นต้องเร่งรีบ เพราะช่วงเวลายังไม่เหมาะสม

เมื่อถามว่า มีบางกลุ่มอาจมีการกดดันให้ พ.ต.ท.ทักษิณ เลือกตัวหัวหน้าพรรค เช่น การผลักดันนาย

มิ่งขวัญ นายสุพลกล่าวว่า คงไม่มี เพราะการเสนอชื่อบุคคลที่จะมาเป็นหัวหน้าพรรคเป็นกระบวนการ

ของพรรค และคงไม่มีใครไปกดดัน พ.ต.ท.ทักษิณ ได้ส่วนกระแสข่าวว่า คุณหญิงพจมาน ณ ป้อม

เพชร อดีตภริยา พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นตัวเต็งที่จะมาเป็นหัวหน้าพรรค และชิงตำแหน่งนายกฯ ในการ

หาเสียงเลือกตั้งครั้งหน้า นายสุพลปฏิเสธว่า เป็นไปไม่ได้ เพราะเท่าที่เคยสอบถามผู้ใหญ่ในพรรค

ทราบว่าคุณหญิงพจมานไม่ต้องการยุ่งการเมือง เพราะที่ผ่านมาก็ลำบากมามาก ส่วนคนในตระกูลชิน

วัตร เช่น น.ส.ยิ่งลักษณ์ น้องสาว พ.ต.ท.ทักษิณ ตนคงตอบไม่ได้ เพราะน.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่เคยพูด

ไม่เคยส่งสัญญาณว่าจะเข้ามาทำงานในตำแหน่งการเมืองดังกล่าว

พท.แย้มเปิดตัวหัวหน้าพรรคม.ค.54

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกระแสข่าวการเปลี่ยนตัวหัวหน้าพรรคเพื่อ

ไทยว่า ยืนยันว่า หัวหน้าพรรคเพื่อไทยยังคงเป็น นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ ทั้งนี้อยากให้พรรคประชา

ธิปัตย์แก้ปัญหาภายในพรรคให้ได้ก่อนที่จะวิพากษ์วิจารณ์ภายในพรรคเพื่อไทย และหากต้องการ

ทราบว่า ใครจะเป็นหัวหน้าพรรคที่แน่นอน ขอให้รอดูในเดือนมกราคมนี้ ส่วนการเดินทางไปต่าง

ประเทศของ ส.ส.พรรคเพื่อไทย เพื่อเยี่ยมเยียนผู้ใหญ่ก็เป็นเรื่องปกติ โดยส.ส.จะเดินทางไปทุก

สัปดาห์ เพียงแต่ไม่เป็นกระแสข่าวเท่านั้น

3.)'ทักษิณ'อาจส่ง'ยิ่งลักษณ์'นำเพื่อไทย
วันที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2553

แหล่งข่าวจากพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ได้เคาะรายชื่อผู้นำพรรคคนใหม่ที่จะเสนอ

ตัวเป็นนายกฯแล้ว คือ น.ส.ยิ่งลักษณ์ แต่ยังติดปัญหาธุรกิจของตระกูล เพราะหาก น.ส.ยิ่งลักษณ์

ก้าวมาเล่นการเมืองเต็มตัว ก็จะไม่มีใครดูแลธุรกิจแทน โดยคาดการณ์กันว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์จะได้รับ

การวางตัวให้ลงสมัคร ส.ส.ระบบสัดส่วนในการเลือกตั้งครั้งหน้าเพื่อสร้างความอุ่นใจให้กับ ส.ส.ว่า

พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ทิ้งพรรค แต่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ จะยังไม่เดินหน้านำพรรคเต็มตัวในขณะนี้ เพื่อเป็น

การถนอมตัวและเลี่ยงการตกเป็นเป้าโจมตีจากฝ่ายตรงข้าม กลุ่ม"มิ่งขวัญ"เหน็บก้าวไม่พ้น"ชินวัตร"

นายไชยา พรหมา ส.ส.หนองบัวลำภู พรรคเพื่อไทย กลุ่มนายมิ่งขวัญ กล่าวว่า ข่าวการสนับสนุน น.

ส.ยิ่งลักษณ์ ขึ้นเป็นผู้นำพรรคคนใหม่นั้น เป็นเรื่องธรรมดา เพราะมีกลุ่มคนที่ยังยึดโยงอยู่กับญาติพี่

น้องของ พ.ต.ท.ทักษิณ แต่หากเป็นเรื่องจริง และ พ.ต.ท.ทักษิณ ตัดสินใจเช่นนั้น ทุกคนก็ต้องยอม

รับ แต่เห็นว่าไม่ต่างอะไรกับสมัยที่ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ เป็นนายกฯ ภาพที่ออกมาคือการยึดโยง

เป็นตัวแทนของ พ.ต.ท.ทักษิณ และปัญหาเดิมๆ ก็จะตามมา

"วันนี้ ส.ส.ส่วนใหญ่เห็นว่าสถานการณ์การเมืองมีความไม่แน่นอนสูง เนื่องจากถูกอำนาจรัฐเข้ามา

เกลี้ยกล่อมให้ ส.ส.ของเราไปอยู่กับฝ่ายรัฐบาล ฉะนั้นถ้าเรายังไม่มีจุดขายที่ชัดเจน ก็จะเกิดปัญหา

ขึ้นได้ การหาเสียงด้วยการชู พ.ต.ท.ทักษิณ อย่างเดียวนั้นไม่เพียงพอ ทางที่ดีคือต้องมีคนกลางๆ

มาต่อยอดสิ่งที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ทำไว้ และคุณมิ่งขวัญก็มีความเหมาะสม รวมทั้งจะได้เสียงสนับสนุน

จากคนชั้นกลางในสนามเลือกตั้งด้วย" นายไชยา กล่าว แต่ก็ย้ำว่ายังคงเคารพ พ.ต.ท.ทักษิณ และ

พร้อมปฏิบัติตามไม่ว่าอดีตนายกฯจะตัดสินใจอย่างไร

4.)พท.แถลงเลื่อนร้องยุบปชป.เป็น27ธ.ค.

วันเดียวกัน ที่พรรคเพื่อไทย นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรค แถลงว่า ขณะนี้ทีมกฎหมายของ

พรรคเพื่อไทยได้ร่างคำร้องให้ยุบพรรคประชาธิปัตย์ในคดีใช้เงินจากกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการ

เมือง จำนวน 29 ล้านบาท ผิดวัตถุประสงค์ และคดีเงินบริจาคจากบริษัท ทีพีไอโพลีน จำกัด

(มหาชน) จำนวน 258 ล้านบาท เสร็จเรียบร้อยแล้ว

ทั้งนี้ นายเกียรติอุดม เมนะสวัสดิ์ ส.ส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย จะเป็นผู้ยื่นคำร้องต่อนายทะเบียน

พรรคการเมืองในวันที่ 27 ธ.ค.

5.)"ประธานชัย"พอใจปี 2553 ผ่านกฎหมาย29ฉบับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้แถลงผลงานของรัฐสภา และสภาผู้แทนราษฎร ในปี

2553 ว่า ที่ประชุมรัฐสภาให้ความเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) และประกาศเป็นกฎหมาย

แล้ว 29 ฉบับ เป็นร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ 1 ฉบับ ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญ

พิจารณา

นอกจากนั้นยังมีญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ 2 ญัตติ กระทู้ถามสด 84 กระทู้ ตอบแล้ว 74

กระทู้ ตกไป 10 กระทู้ กระทู้ถามทั่วไป 223 กระทู้ ตอบแล้ว 69 กระทู้ ถอน 6 กระทู้ ตกไป 3 กระทู้

โอนไปตอบในราชกิจจานุเบกษา 145 กระทู้ ส่วนกระทู้ถามทั่วไปที่ตอบในราชกิจจานุเบกษา 707

กระทู้ ตอบแล้ว 235 กระทู้

นอกจากนี้ ยังให้ความเห็นชอบบุคคลดำรงตำแหน่ง 4 เรื่อง ดำเนินการตามข้อหารือของสมาชิก

1,334 เรื่อง รัฐสภาเห็นชอบหนังสือสัญญาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 190 จำนวน 24 เรื่อง ซึ่งถือว่าผล

งานเป็นที่น่าพอใจ

เชื่อการเมืองปีหน้าดีขึ้น-รัฐบาลฉลุย

นายชัย ยังกล่าวถึงสถานการณ์การเมืองในปีหน้าว่า จะเรียบร้อยกว่าปีนี้ ปัญหาต่างๆ ที่เกิดในปี 2553

น่าจะไม่เกิดในปี 2554 ส่วนที่นายกรัฐมนตรีส่งสัญญาณจะยุบสภาก่อนหมดวาระนั้น นายชัย กล่าวว่า

เป็นอำนาจของนายกฯ

ต่อข้อถามถึงการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจในสมัยประชุมหน้า นายชัย กล่าวว่า ถ้าสภาไม่ยุบ

ฝ่ายค้านก็มีสิทธิเสนออภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่รัฐบาลไม่ยุบสภาเพราะการอภิปรายแน่ เพราะ

อภิปรายอย่างไรฝ่ายค้านก็ไปไม่รอด เสียงฝ่ายรัฐบาลมีถึงกว่า 200 เสียง ฝ่ายค้านแค่ 180 เสียง

บางครั้งเหลือกว่า 170 เสียง ต้องถามว่าเสียงหายไปไหน

6.)'จตุพร'ผวาคุก-ดีเอสไอยันยื่นศาลถอนประกันตัว

**

นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย และแกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้าน

เผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ยืนยันระหว่างเดินทางมาร่วมงานแดงล้านนาตาสว่างที่ จ.ลำปาง ว่า ข้อมูล

บางส่วนที่นำมาแถลงข่าวว่าทหารมีส่วนร่วมในการเสียชีวิตของผู้ชุมนุมกลุ่มคนเสื้อแดงเป็นเรื่องจริง

100% โดยเป็นข้อมูลจากการสอบสวนของนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอส

ไอ) ที่ส่งสำนวนรายงานไปยังนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง

"ผมไม่ห่วงที่นายธาริตจะกล่าวหาผมว่ามีความพยายามรวบรัดกระบวนการยุติธรรมและชี้นำว่าเจ้า

หน้าที่รัฐทำให้ประชาชนเสียชีวิตจากการชุมนุมทางการเมืองที่ผ่านมา เพื่อยื่นต่อศาลขอถอนประกัน

ผมในวันที่ 27 ธันวาคมนี้ แต่พร้อมจะพิสูจน์ว่าสิ่งที่พูดออกไปนั้น ไม่มีถ้อยคำใดที่ไม่เป็นความจริง

แต่เราไม่สามารถนำข้อมูลในสำนวนทั้งหมดมาแถลงได้ ยกเว้นไปใช้ในสภาผู้แทนราษฎร" นายจตุ

พร ระบุ

นายจตุพร กล่าวอีกว่า การแถลงนโยบาย 2 ปีของรัฐบาลที่ระบุว่าจะทำให้เกิดความปรองดอง ที่จะนำ

พาไปสู่การประกันตัวแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง ท้ายที่สุดเราจะได้เห็นว่าเป็นมายาภาพของรัฐบาลชุดนี้

เพราะสุดท้ายเมื่อเอากันจริงๆ ก็ยอมรับว่า อำนาจที่แท้จริงอยู่กับศาล แล้วรัฐบาลมายุ่งอะไร

กับการประกันตัวแกนนำเสื้อแดง ทั้งนี้มองว่าเป็นการแสวงหาผลประโยชน์ทางการเมืองมากกว่าที่

จะมีความจริงใจ

"ผมขอท้านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี นายสุเทพ และพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.

ทบ.ให้นำสำนวนฉบับจริงมาเปิดพร้อมกัน ไม่ใช่ว่าเมื่อผมออกมาพูดความจริง ก็มาเดินเรื่องเพื่อให้

ถอนประกันตัวผมต่อศาลแบบนี้" นายจตุพรกล่าวทิ้งท้าย

ตู่ยุ่งเหยิงเข้าข่ายถอนประกัน

ขณะที่อธิบดีดีเอสไอ ยืนยันว่า ประเด็นขณะนี้ไม่ได้อยู่ที่สำนวนเป็นของดีเอสไอจริงหรือไม่ แต่ที่

ผ่านมาดีเอสไอยังไม่เคยสรุปสำนวนว่าทหารฆ่าประชาชน และยังไม่มีหน่วยงานความมั่นคงใดสรุป

สำนวนเช่นนั้น การที่นายนายจตุพรออกมาเปิดเผยว่าเอกสารดังกล่าวเป็นของจริง ทั้งที่ก่อนหน้านี้

บอกว่าเป็นเอกสารที่สรุปขึ้นเอง ถือเป็นการผิดกฎหมาย วันที่ 27 ธ.ค.นี้ จะดำเนินการขอถอนประกัน

ตัวนายจตุพรแน่นอน

ส่วนกรณีที่มีการนำลายเซ็นนายธาริต และพ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ รองอธิบดีดีเอสไอ ไปตีพิมพ์

ในหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง นายธาริตยอมรับว่า เป็นลายเซ็นของตนและพ.ต.อ.ณรัชต์จริง ซึ่งเป็นการ

เซ็นเอกสารใบปะหน้า ส่วนรายละเอียดข้างในไม่ตรงกับการสอบสวนของดีเอสไอ โดยใบปะหน้า

ยอมรับมาตลอดว่าเป็นลายเซ็นจริง เพราะก่อนหน้านี้มีการส่งเอกสารไปให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

(สตช.) ชันสูตรพลิกศพใหม่ และหากมีการสอบถามในเรื่องดังกล่าวตนก็สามารถชี้แจงได้ทุก

ประเด็น

"นายจตุพรถือว่ามีพฤติกรรมยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน ซึ่งเงื่อนไขของการถอนประกันมี 3 ข้อ คือ

การหลบหนี แม้นายจตุพรจะไม่มีพฤติกรรมหลบหนี แต่ก็เข้าไปยุ่งเหยิง วุ่นวาย หรือก้าวล่วงกับ

พยานหลักฐาน ซึ่งกฎหมายให้คำนิยามว่าเป็นการกระทำที่ก่อให้เกิดความไม่เรียบร้อยกับพยานหลัก

ฐานและการก่อเหตุร้าย คือการทำพยานหลักฐานขึ้นใหม่ หรือการนำพยานหลักฐานในสำนวนคดีซึ่ง

เป็นข้อมูลในชั้นความลับออกมาเปิดเผย" นายธาริต กล่าว

คม ชัด ลึก

7.)ส.ส.เพื่อไทยพบ"ทักษิณ"ที่ดูไบพรุ่งนี้

**

(25ธ.ค.) นายไชยา พรหมา ส.ส.หนองบัวลำภู พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการเตรียมเดินทางไปดูไบ

เพื่อพบ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พรุ่งนี้(26 ธ.ค.) ว่า ตนและส.ส.พรรคเพื่อไทยจะ

เกิดขึ้นเร็วๆนี้ โดยพรรคเพื่อไทยยังหาความชัดเจนในตัวผู้นำสู้ศึกเลือกตั้งไม่ได้ซึ่งสมาชิกบางส่วน

มองว่าแม้พื้นที่ภาคอีสานและภาคเหนือพรรคเพื่อไทยจะไม่มีปัญหาเรื่องการสนับสนุนจากพี่น้อง

ประชาชน แต่ภาพรวมทั้งประเทศ ทั้งภาคกลาง ภาคใต้ และภาคอื่นๆ โดยเฉพาะกลุ่มพลังเงียบที่ยังมี

อีกมาก อาจไม่มีตัวเลือกทางการเมืองให้ตัดสินใจ เนื่องจากมองว่า ไม่เห็นตัวบุคคลที่จะมาทำงานสู้

ศึกกับพรรคประชาธิปัตย์อย่างชัดเจน ดังนั้นการหารือครั้งนี้ กลุ่มของตนยืนยันว่าทำเพื่อปรับให้พรรค

เพื่อไทยสามารถดำรงอยู่อย่างเข้มแข็ง และก้าวสู่ความเป็นสถาบันการเมืองที่แท้จริง โดยไม่มีความ

คิดละทิ้งผู้ก่อตั้งพรรค เช่น พ.ต.ท.ทักษิณ แต่อย่างใด แต่เนื่องจากหากปล่อยให้พรรคไร้ทิศทาง

เช่นปัจจุบัน อาจเกิดปัญหาในการทำงานการเมืองในอนาคต


 
อย่างไรก็ตาม นายไชยา ยอมรับว่า พรรคเพื่อไทยมีกลุ่มที่มีแนวคิดแตกต่างกัน 2 ทางคือ กลุ่มหนึ่ง

ยังยึดพ.ต.ท.ทักษิณ เป็นจุดขาย และอีกกลุ่มหนึ่งเชื่อว่าพรรคควรก้าวหน้าสู่สถาบันการเมืองที่แท้

จริงและสร้างทายาททางการเมืองเพื่อรับช่วงการทำงานต่อๆ ไป โดยกลุ่มตนสนับสนุน นายมิ่งขวัญ

แสงสุวรรณ เนื่องจากสถานการณ์เช่นนี้ไม่กล้าเสนอตัวผู้ที่จะออกมาเป็นผู้นำ พร้อมยืนยันเช่นกันว่า

การเดินทางไปพบพ.ต.ท.ทักษิณ ครั้งนี้ สมาชิกทุกคนไม่มีใครคิดกดดันหรือสร้างเงื่อนไขใดๆ ต่อผู้

ก่อตั้งพรรค เช่น พ.ต.ท.ทักษิณ แต่ทุกคนล้วนตั้งใจทำงานเพื่อพรรคเพื่อไทย และต้องการสร้าง

ความมั่นคง และความมั่นใจให้สมาชิกพรรคเท่านั้น

ด้านนายสุพล ฟองงาม เลขาธิการพรรคหนึ่งในคณะส.ส.ที่จะเดินทางไปพบ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร

อดีตนายกรัฐมนตรี ที่เมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ในวันที่ 26 ธันวาคมนี้ กล่าวว่า การเดินทางไป

พบ พ.ต.ท.ทักษิณครั้งนี้ เนื่องจากเป็นช่วงปิดสมัยประชุม ใกล้เทศกาลปีใหม่ ส.ส.จึงต้องการไป

เยี่ยมgยียนพ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งหลาย ๆ คนก็นำอาหารของฝากจากเมืองไทย อีกทั้งที่ผ่านมา ส.ส.ไป

เป็นประจำทุกปีอยู่แล้ว โดยคาดว่าจะเป็นการหารือเรื่องทั่วไป สถานการณ์การเมืองและทิศทางของ

พรรคในอนาคต โดยคณะส.ส.พรรคเพื่อไทย ชุดที่จะเดินทางไปพบ พ.ต.ท.ทักษิณในวันที่ 26

ธันวาคมมีจำนวนประมาณ 10   คนจะออกจากสนามบินสุวรรณภูมิเวลา 18.00 น.   และจะมีกลุ่มอื่น

เช่นกลุ่มภาคเหนือทยอยเดินทางไปอีกหลายคณะ ซึ่งแต่ละกลุ่มจะแบ่งเป็นตัวแทนรายภาค

8.)พท.จวกรัฐชิงช่วงศก.ขาขึ้นอ้างผลงาน

(25ธ.ค.) นพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงกรณีรัฐบาลแถลงผลงาน 2 ปีที่

ผ่านมาว่า ถือว่ารัฐบาลประสบความสำเร็จในการแก้วิกฤติของชาติ รวมทั้งได้ผลักดันวาระประชาชน

ในทุกด้าน โดยในปีแรกได้มีการทำงานในนโยบาย 99 วันทำได้จริง ซึ่งเป็นนโยบายลดภาระค่าครอง

ชีพของประชาชน ส่วนในปีที่ 2 ได้มีการสานต่อนโยบายประชาชนในด้านอื่นๆ เช่น โครงการหนี้นอก

ระบบ การออกกฎหมายกองทุนการออมเพื่อการชราภาพ เบี้ยคนพิการ และการจัดสรรที่ทำกิน ซึ่ง

นโยบายต่างๆที่ได้ดำเนินการมาเป็นไปตามที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้ประกาศไว้

 รัฐบาลจะมีการประกาศนโยบายที่จะดำเนินการเป็นปีที่ 3 ในวันที่ 1 มกราคม 2554 นี้ และจะ

ประกาศนโยบายเพื่อขับเคลื่อนแผนเร่งรัด ปฎิบัติการเพื่อคนไทยในวันที่ 9 มกราคมที่จะถึงนี้ด้วย ซึ่ง

จะถือเป็นการทำสัญญาประชาคมในการจะผลักดันนโยบายต่าง ๆ ให้สำเร็จลุล่วง

 นพ.บุรณัชย์ กล่าวว่า สำหรับชื่อประชาวิวัฒน์นั้น ยืนยันว่าแตกต่างจากประชานิยมเพราะไม่ใช่

นโยบาย แต่เป็นวิธีคิดในการแก้ไขปัญหาในอดีต ที่ไม่สามารถจะแก้ไขด้วยวิธีเดิม ๆ ได้ จึงต้องมี

การบูรณาการด้วยวิธีการใหม่ที่เตรียมจะประกาศ ทั้งนี้จะใช้คำว่าประชาวิวัฒน์ในลักษณะใดก็แล้วแต่

ความสำคัญอยู่ที่สาระของนโยบาย โดยมีปรัชญาของการช่วยเหลือแตกต่างจากประชานิยมในอดีต

เพราะผลสุดท้ายก็สร้างความอ่อนแอให้กับสังคม

 “แต่ประชาวิวัฒน์จะเป็นการช่วยเหลือคนโดยส่งเสริมให้มีความขยันทำงานรู้จักประหยัดอดออมรวม

ทั้งช่วยเหลือผู้ที่ด้อยโอกาส ดังนั้น สังคมควรจะให้การสนับสนุนเพื่อให้คนไทยได้รับการดูแลทุกช่วง

ชีวิตเพื่อนำไปสู่การสร้างสังคมสวัสดิการและการเข้าถึงโอกาสอย่างเท่าเทียมกัน นอกจากนี้ พรรค

ประชาธิปัตย์จะมีการจัดทำนโยบายควบคู่กับนโยบายของรัฐบาลด้วย โดยให้นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ

มาร่วมจัดทำนโยบายในการณรงค์หาเสียงเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในอนาคต เนื่องจาก นายกอร์ปศักดิ์ก็เป็น

ส่วนหนึ่งที่เคยจัดทำวาระประชาชนมาแล้ว” โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว 

ด้านนายจิรายุ ห่วงทรัพย์ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงกรณีที่รัฐบาลแถลงผลงานครบรอบ 2 ปี

เมื่อวานนี้ (24 ธ.ค.) ว่า จากการที่พรรคเพื่อไทยติดตามการทำงานของรัฐบาลมา 2 ปี รู้สึกผิดหวังต่อ

ผลงานที่รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์เข้ามาบริหารประเทศ ซึ่งพรรคมองว่า น่าจะมีผลงานที่เป็นรูปธรรม

และจับต้องได้มากกว่านี้ แต่กลับพบว่าอาศัยช่วงขาขึ้นของเศรษฐกิจโลกช่วยทำให้ดูคล้ายกับว่าเป็น

ผลงานของรัฐบาลที่ทำให้เศษรฐกิจดีขึ้น และดูเหมือนเป็นการโฆษณาหาเสียง ทั้งนี้พรรคเพื่อไทย

ได้ประเมินผลงานของรัฐบาลพบว่ารัฐบาลแอบใช้นโยบายประชาวิวัฒน์ เช่น การจ่ายเช็คช่วยชาติการ

แจกเงินในส่วนต่าง ๆ ที่ถือว่าเป็นอันตรายต่อประเทศกำลังพัฒนา ขณะที่ปัญหาด้านความมั่นคง ยัง

พบชายแดนภาคใต้มีเหตุรุนแรงอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งอาชญากรรมและยาเสพติดมีเพิ่มมากขึ้นด้วย

9.)'กอร์ปศักดิ์'ปัดขัดแย้ง'กรณ์'แต่คิดต่าง

**

(25ธ.ค.) นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี แถลงเปิดใจลาออกจากตำแหน่งเลขาธิ

การนายกรัฐมนตรี ว่า ได้หารือกับนายกรัฐมนตรีแล้ว เพราะเชื่อว่าอีกไม่นานจะมีการเลือกตั้ง ดังนั้น

ก่อนยุบสภาจึงต้องมีทีมงานเตรียมการเลือกตั้ง ซึ่งการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา ตนทำหน้าที่นี้มาก่อน

ประกอบกับงานที่ได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรี สามารถทำสำเร็จหลายเรื่องแล้ว และเห็นว่าคน

อื่นในพรรคมีงานเต็มมือ จึงอาสากลับไปทำงานที่พรรคและยืนยันไม่มีสาเหตุมาจากขัดแย้งกับนาย

กรณ์ จาติกวนิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ส่วนเรื่องไม่พอใจการทำงานของรัฐบาล ก็ไม่เป็น

ความจริง ส่วนความเห็นที่แตกต่างในการทำงาน เป็นเรื่องธรรมดาของการทำงาน แต่ไม่ได้เป็นความ

ขัดแย้งกันจนลาออก

10.)รัฐบาลไม่แทรกแซงการยื่นประกันตัวเสื้อแดง
   
 26 ธค. 2553 10:52 น.


นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ " เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯอภิสิทธิ์ "

ถึงกรณีให้ประกันตัวผู้ชุมนุมในเหตุการณ์ความไม่สงบในบ้านเมืองที่ผ่านมา ว่า เรื่องนี้ตนถือว่าหลัก

สำคัญในการจะให้ประกันตัวหรือไม่ให้ประกันตัวนั้น ไม่เป็นอำนาจหรือการตัดสินใจของรัฐบาล

ทุกอย่างจะขึ้นอยู่กับการพิจารณาตัดสินของศาลที่จะเป็นผู้พิจารณา อีกทั้งการดำเนินการในเรื่องนี้ทั้ง

หมดจะต้องอยู่ภายใต้หลักของกฎหมาย โดยผู้ถูกคุมขังทุกคนมีสิทธิ์ตามกฎหมายที่จะสามารถยื่นขอ

ประกันตัวได้ทุกคน ดังนั้นตรงนี้เราถือว่าเป็นสิทธิ์ทุกฝ่ายจะต้องเคารพ และไม่ควรจะมีการเข้าไป

แทรกแซง สำหรับการยื่นขอประกันตัวดังกล่าวเพื่อไม่ให้เกิดความสับสน เพระาในเวลานี้มีประชาชน

บางส่วนได้เริ่มมีความสับสนว่า เมื่อมีการประกันตัวแล้วผู้ที่กระทำผิดจะพ้นความผิด และไม่ถูกดำเนิน

คดี หรือเมื่อได้รับการประกันตัวแล้ว ก็ไม่ได้หมายความว่าการจับกุม หรือการคุมขังที่ผ่านมาจะเป็น

การดำเนินการที่ไม่ชอบ ดังนั้นปัจจัยในการพิจารณาของศาลจะมีความหลากหลาย เช่น ถ้าได้รับการ

ประกันตัวแล้วจะมีปัญหาหรือพฤติกรรม เช่น การออกไปข่มขู่คุกคามพยานในคดี หรือจะมีการหลบ

หนีหรือไม่ รวมทั้งจะมีการออกเคลื่อนไหวสร้างความวุ่นวาย และทำความผิดซ้ำอีกหรือไม่ ซึ่งตรงนี้

ข้อมูลของแต่ละคน แต่ละบุคคลจะมีความหลากหลายแตกต่างกันไป

11.)เปิดใจ"กรณ์"จาก'ประชาภิวัฒน์'สู่'ประชาวิวัฒน์'

**

 วันนี้ชัดเจนแล้วว่า "ประชาวิวัฒน์" กลั่นมาจากมันสมองของขุนคลัง...แน่นอนว่าอาจจะสร้าง

ความ"น้อยใจหรือหมั่นใส่" โดยเฉพาะฝังทำเนียบรัฐบาล แต่ต้องยอมรับว่าคนส่วนใหญ่มักจำและ

เรียกชื่อผิดว่าเป็น"ประชาภิวัฒน์"


 กรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งเป็นหนึ่งในหัวหอกสำคัญของการริเริ่ม

โครงการนี้ เล่าถึงที่มาที่ไปให้ฟังว่า การเรียกชื่อผิด เป็นการพูดที่มีเหตุมีผล เพราะตอนแรกนั้น ผมก็

เลือกชื่อระหว่าง”วิวัฒน์” กับ “ภิวัฒน์” เพียงแต่ ไม่เคยเอ่ยชื่อ ประชาภิวัฒน์ และเข้าใจว่า ชื่อนี้ เป็น

ต้นตอของชื่อ"พรรคการเมืองใหม่"


 รายงานข่าวระบุว่าก่อนที่จะเกิดพรรคการเมืองใหม่นั้นในส่วนของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อ

ประชาธิปไตย ได้วางแนวทางเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาลพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี

ในแนวทางที่เรียกว่า"อารยะขัดขืน และ ประชาภิวัฒน์ " ขณะเดียวกันก็มีสมาชิกกลุ่มพันธมิตรฯ

บางกลุ่มได้ไปจัดตั้งพรรคการเมืองภายใต้ชื่อ"ประชาภิวัฒน์"เช่นเดียวกัน

 "ถ้าไปเปิดพจนานุกรมดู ก็จะรู้ว่า ประชาภิวัฒน์ แปลว่า การเมืองใหม่ แต่ความจริงก็ใกล้กั

บที่เราคิด คือ วิธีการบริหารแบบใหม่ ไม่ใช่คิดแบบการเมืองเลยทีเดียว เราก็ใช้ ประชาวิวัฒน์ดีกว่า"


 ที่มาของชื่อนั้น กรณ์ เล่าว่าได้คุยกับนายกรัฐมนตรีและท่านกอร์ปศักดิ์ แต่เวลาก็ผ่านไป เหลือวัน

เดียวก่อนเปิดตัวโครงการ ก็ประหลาดนะ เพราะปกติการเมืองจะคิดชื่อโครงการและแถลงก่อนเริ่มทำ

แต่จะทำหรือเปล่านั้นก็ว่ากันไป แต่ครั้งนี้ ทำโครงการจนจบแต่ไม่มีชื่อ คือ 5 สัปดาห์ก็ยังไม่ได้ตั้งชื่อ

สุดท้ายผมกับทีมก็คิดกันเอง ไม่ได้ปรึกษาใคร พูดตามตรงนายกฯมีเรื่องเยอะ ไม่มีเวลาคิด


 “ท่านก็เห็นชื่อโครงการตามหน้าหนังสือพิมพ์ประมาณนั้น แกก็เข้าใจ ไม่ได้ไม่พอใจ ตลกดี แกก็ให้

ผมอธิบายว่าที่มาอย่างไร  แต่ที่นายกฯอยากเน้น คือ สวัสดิการสังคมที่อยากให้มีแก่ประชาชนใน

ลักษณะถาวร ”

เขายอมรับว่า มาตรการ"ประชาวิวัฒน์"บางเรื่องมียุทธศาสตร์ด้านหาเสียง เช่นการแก้หนี้ คลังในบ้าน

หมอหนี้ แต่เรื่องขึ้นเงินเดือน เป็นสิ่งที่รู้ทั้งรู้ว่า หลายเรื่องทำไปเสียคะแนน แต่นายกฯก็บอกว่า ต้อง

มีหลักการ อย่างขึ้นเงินเดือนได้คะแนน 480 คน ครึ่งหนึ่งไม่เลือกเราอยู่แล้ว แต่ด้วยเหตุและผล ผม

ก็คิดตรงกับนายกฯ ดูตามข้อเท็จจริง อันดับแรกคนไม่พอใจส.ส. นักการเมือง แต่ถามว่า ส.ส.ควรมี

เงินเดือนไหม ก็ควร และเขาก็ควรมีจังหวะที่ต้องขึ้น เพราะเขาก็ไม่ได้ปรับตั้งแต่ปี 2548 ถ้าไม่ปรับจะ

น้อยกว่า อัยการจังหวัดด้วยซ้ำ

 “ปฏิบัติการประชาวิวัฒน์จะทำให้ คนไทยทุกคนจะได้ประโยชน์ ชนชั้นกลางจะได้ความถูกต้องใน

สังคม ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน รวมถึงการดูแลค่าครองชีพ คนจนจะได้โอกาสในการทำ

มาหากิน ความเหลื่อมล้ำที่ลดลง และ รายได้ที่เพิ่มขึ้น”กรณ์กล่าวทิ้งท้าย

12.)นายกฯวอนเดินทางปีใหม่ ง่วง-เมาอย่าขับรถ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ "เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯอภิสิทธิ์" ถึง

การเดินทางออกต่างจังหวัดของประชาชนในช่วงเทศกาลปีใหม่ ขอให้พี่น้องประชาชนจะผู้ที่ใช้รถใช้

ถนนมีความระมัดระวังให้มาก เนื่องจากเทศกาลปีใหม่ในปีที่ผ่านมาได้เกิดอุบัติเหตุ และเกิดความสูญ

เสียชีวิตพี่น้องคนไทยไปมากถึง 350 ราย

ดังนั้น การเดินทางไปยังจังหวัดต่างๆ หรือเฉลิมฉลอง ขอให้ทุกคนมีความระมัดระวัง และให้ตั้งมั่นอยู่

ในความไม่ประมาท และขอให้เน้นเรื่องความปลอดภัย โดยเฉพาะสาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุบนท้อง

ถนน สาเหตุใหญ่มาจากการดื่มสุรา และการขับในในขระที่ขับขี่ยานพาหนะ ดังนั้นจึงอยากให้

ประชาชนมีความระวัง และอย่าลืมว่าเมาไม่ขับ ถ้าเกิดอาการง่วงก็ขอให้พักผ่อนก่อนเดินทาง เพื่อทุก

คนจะได้เฉลิมฉลองเทศกาลปีใหม่ได้อย่างมีความสุข 

13.)"แม้ว"ส่อไม่ยอมให้"มิ่งขวัญ"ขึ้นนายกฯ ประเมินกำลัง ส.ส.หนุนไม่ถึง 60 คน

 เชื่อไม่กล้าออกจาก พท.
วันที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2553 เวลา 10:00:25 น.

 
แหล่งข่าวจากแกนนำพรรคเพื่อไทย ใกล้ชิด พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เปิดเผยเมื่อ

วันที่ 25 ธันวาคม ถึงกรณีที่ ส.ส.กลุ่มมิ่งขวัญ ของนายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ส.ส.สัดส่วน แกนนำ

พรรคเพื่อไทย จะไปพบ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่เมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เพื่อขอความ

ชัดเจนในตำแหน่งแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีและขอสนับสนุนนายมิ่งขวัญ เป็นแคนดิเดตนายก

รัฐมนตรี ในส่วนของพรรคเพื่อไทยว่า คนใกล้ชิด พ.ต.ท.ทักษิณ ได้ประเมินร่วมกันว่า ส.ส.กลุ่มนาย

มิ่งขวัญ ที่จะเดินทางมาพบ พ.ต.ท.ทักษิณ ครั้งนี้มีประเด็นหลัก คือต้องการมานำเสนอนายมิ่งขวัญ

ให้เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ในส่วนของพรรคเพื่อไทย ในการเลือกตั้งครั้งหน้า โดยอาศัยจังหวะ

ที่พรรคเพื่อไทยพ่ายแพ้การเลือกตั้งซ่อมใน จ.นครราชสีมา สุรินทร์ พระนครศรีอยุธยา และกรุงเทพ

มหานคร มาเป็นข้ออ้าง แต่ทาง พ.ต.ท.ทักษิณ และคนใกล้ชิด ทราบอยู่แล้วว่าการพ่ายแพ้เลือกตั้ง

ซ่อมที่ผ่านมานั้น เป็นเพราะพรรคเพื่อไทย ตั้งใจปิดท่อน้ำเลี้ยง จึงทำให้กระสุนที่ใช้ในการเลือกตั้ง

ซ่อมไม่เพียงพอ และเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้พ่ายแพ้การเลือกตั้ง ดังนั้น พ.ต.ท.ทักษิณ จึงจะใช้เรื่อง

นี้ในการชี้แจงกับกลุ่ม ส.ส.ที่จะไปพบ


แหล่งข่าวจากแกนนำพรรคเพื่อไทย ระบุว่า พ.ต.ท.ทักษิณ และคนใกล้ชิดประเมินแล้วว่า ส.ส.ที่

สนับสนุนนายมิ่งขวัญ จริงๆ อยู่ในขณะนี้มีไม่เกิน 60 คน และไม่ถือว่าเป็นเสียงส่วนใหญ่ในพรรค ดัง

นั้น พ.ต.ท.ทักษิณจะอธิบายถึงข้อจำกัด ที่ยังไม่เปิดตัวแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และจะโน้มน้าวให้

ส.ส.ที่เดินทางมานั้นเปลี่ยนใจ แต่หากสุดท้ายแล้วกลุ่ม ส.ส.ยังยืนยันที่จะให้พรรคชูนายมิ่งขวัญ ซึ่ง

เป็นสิ่งที่ พ.ต.ท.ทักษิณไม่ต้องการ ก็เชื่อว่า ส.ส.กลุ่มดังกล่าวจะไม่กล้าก้าวออกจากพรรค ไปตั้ง

พรรคการเมืองใหม่ หรือตีจากไปสังกัดพรรคการเมืองอื่น ซึ่งในท้ายที่สุด พ.ต.ท.ทักษิณ อาจต้องทำ

การปรับเปลี่ยนโครงสร้างการบริหารงานพรรคเพื่อไทย โดยมุ่งเน้นไปที่การจัดระบบการดูแล ส.ส.

ใหม่เพื่อสยบความเคลื่อนไหวของ ส.ส.กลุ่มต่างๆ อีกครั้ง


"พ.ต.ท.ทักษิณ พูดบ่อยครั้งว่า นายมิ่งขวัญ ไม่น่าจะไหว หากจะขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี เพราะบ่อย

ครั้งที่โทรศัพท์เข้ามาคุยกับผม พูดแต่เรื่องบริษัทรถยนต์ กับ อสมท. จนผมไม่รู้ว่าจะพูดกับนายมิ่ง

ขวัญอย่างไร" แหล่งข่าวอ้างคำพูด พ.ต.ท.ทักษิณ
 


"จตุพร"ยัน"มิ่งขวัญ"ไม่คิดแยกเสื้อแดงออกจาก พท.

ซัดพวกปล่อยข่าวทำลาย หวังให้พรรคแตก

วันที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2553 เวลา 09:26:15 น.

 
นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย (พท.) และแกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อ

ต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือกลุ่มคนเสื้อแดง กล่าวเมื่อวันที่ 25 ธันวาคม ถึงกรณี ส.ส.พรรค

พท.จำนวนหนึ่งเดินทางไปพบ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ดูไบ เพื่อหารือถึงผู้มา

เป็นหัวหน้าพรรค พท. และแคนดิเดตนายกฯคนใหม่และต้องการแยกคนเสื้อแดงออกจากพรรค พท.

ว่า เป็นเพียงความเห็นของคนที่คิดอย่างนั้น แต่เป้าประสงค์ของคนเสื้อแดงต้องการความยุติธรรม

และประชาธิปไตยเท่านั้น ส่วนกลุ่มคนเสื้อแดงจะทำงานคู่ขนานกับพรรค พท.ต่อไปหรือไม่นั้น ต่าง

ฝ่ายต่างต้องมีอิสระ ได้บอกแล้วว่าคนเสื้อแดงมีอุดมการณ์ในการต่อสู้ หากพรรค พท.ไม่ปฏิบัติตาม

อุดมการณ์ประชาธิปไตยแล้ว คนเสื้อแดงก็ไม่เอาด้วยกับพรรค พท. ดังนั้น เรื่องนี้ไม่ใช่พรรค พท.

หรือคนเสื้อแดง ใครจะเป็นฝ่ายขอแยกทางกัน แต่เป็นเรื่องของการอยู่ได้ด้วยแนวทาง

 

เมื่อถามว่า หากพรรค พท.ยอมรับข้อเรียกร้องของ ส.ส.ในพรรค ให้แยกกลุ่มคนเสื้อแดงออกจาก

พรรคนั้น นายจตุพรกล่าวว่า ไม่มีใครเรียกร้อง กลุ่มใครเรียกร้อง ผู้สื่อข่าวตอบว่า กลุ่มคุณมิ่งขวัญ

แสงสุวรรณ์ ส.ส.สัดส่วน พรรค พท. บอกเองว่าถึงเวลาแล้วควรแยกคนเสื้อแดงออกจากพรรค พท.

นายจตุพรกล่าวว่า คุณมิ่งขวัญไม่เคยพูดให้ผมได้ยินŽ เมื่อถามว่า หากพรรคจะเสนอให้นายมิ่งขวัญ

ขึ้นเป็นนายกฯ คนต่อไปคนเสื้อแดงจะยอมรับหรือไม่ นายจตุพรกล่าวว่า ยังไม่มีเรื่องนี้ เพราะนายมิ่ง

ขวัญไม่เคยมีความคิดเช่นนั้นว่าจะให้คนเสื้อแดงแยกออกจากพรรค พท. ขอให้เชื่อตน 100%

"หากมีใครไปแหย่หรือเสนอว่านายมิ่งขวัญจะเสนอตัวเป็นนายกฯ หรือขอให้แยกคนเสื้อแดงออกจาก

พรรค พท.ถือเป็นการทำร้ายนายมิ่งขวัญ เพราะแท้จริงแล้วนายมิ่งขวัญไม่เคยมีความคิดเช่นนั้น ใน

ทางที่ไม่ดีต่อคนเสื้อแดง ผมยืนยันได้เพราะผมได้คุยกับนายมิ่งขวัญตลอด ดังนั้น การให้ข่าวใน

ลักษณะนั้นจาก ส.ส.บางกลุ่ม ก็เป็นความต้องการดึงกำลังคนเสื้อแดงออกจากพรรค พท.เพื่อยั่วให้

เกิดการทะเลาะกัน ซึ่งกลุ่มคนเสื้อแดงก็รู้เท่าทัน ดังนั้น นายมิ่งขวัญไม่มีความคิดจะให้แยกกลุ่มเสื้อ

แดงออกจากพรรค พท." นายจตุพรกล่าว

14.)พท."เหน็บ"ปชป."แก้ปัญหาในพรรคไม่ได้ เย้ยให้ดูปม"กอร์ปศักดิ์"ไขก๊อกก่อน


วันที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2553 เวลา 13:37:48 น.

เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ รองโฆษกพรรค พท. กล่าวถึง

กรณีผู้จะมาเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค พท. ว่า ขณะนี้พรรคยังมีหัวหน้าตัวจริงอยู่คือ

นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ ดังนั้นจึงอยากฝากไปยังพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ว่าไม่ควรจะตื่นเต้นว่าใคร

จะมาเป็นนายกรัฐมนตรีของพรรค พท. แต่พรรค ปชป.มีหน้าที่ที่ต้องทำงานให้เข้าตาประชาชน

มากกว่า และอยากฝากไปยังนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีว่า เป็นหัวหน้าพรรคตัวจริง

เหมือนนายยงยุทธหรือไม่ เพราะบางอย่างนายอภิสิทธิ์ก็ยังแก้ปัญหาในพรรคไม่ได้ และอยากให้

พรรค ปชป.ไปพิจารณาดูว่ากรณีของนายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ ที่ได้ลาออกจากเลขาธิการนายกฯไปนั้น

คงต้องใช้คำว่ากรอบเรียบร้อยแล้ว

15.)"สุวัจน์"แบ่งรับแบ่งสู้ข่าวควบ รวมรช.กับกลุ่ม 3 พี

ชี้ถ้าผนึกในทางที่ดี จะเกิดเสถียรภาพทางการเมือง


วันที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2553 เวลา 17:51:43 น.

นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี  แกนนำพรรครวมชาติพัฒนา(รช.) กล่าวถึง

สถานการณ์การเมืองหลังปีใหม่ว่า ปีหน้าจะมีการเลือกตั้งค่อนข้างแน่นอน เห็นจากการให้สัมภาษณ์

ของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และเป็นเทอมสุดท้ายของสภา ซึ่งเป็นเวลาที่เหมาะสมจะ

มีการเลือกตั้ง เพราะสถานการณ์ต่างๆ ก็ไปในทิศทางที่ดีขึ้น และการเลือกตั้งเป็นข้อเรียกร้องหนึ่ง

ของการชุมนุมประท้วงที่ผ่านมา ถือเป็นการลดเงื่อนไขของความขัดแย้ง ถ้าปีหน้าการเลือกตั้งเรียบ

ร้อย จะเป็นปีที่ดีของเศรษฐกิจของประเทศ และจะได้รับการยอมรับความเชื่อมั่นจากนักลงทุนและ

นักท่องเที่ยว


นายสุวัจน์กล่าวถึงการควบรวมกับกลุ่ม 3 พีว่า อาจเป็นเรื่องเข้าใจผิดกัน ตนไม่ได้เกี่ยวข้อง โดยการ

เมืองทุกวันนี้ต้องยอมรับว่า เสถียรภาพการเมืองเป็นเรื่องสำคัญ ความเข้มแข็งของพรรคการเมืองก็

คือพื้นฐานของเสถียรภาพของการเมือง ฉะนั้นถ้าพรรคการเมืองสามารถสร้างความปรองดองกันได้

รวบรวมกันให้เป็นปึกแผ่นและมีเสถียรภาพ ก็จะเป็นประโยชน์ต่อประเทศ สัญญาณการเมืองเรื่องการ

เลือกตั้งก็ค่อนข้างชัดเจน จากนี้ไปคงมีความเคลื่อนไหวใหม่ๆ ของการเมือง เช่น บางพรรคการเมือง

อาจมีการปรับฐาน หรือพูดคุยกัน หรือเริ่มมีการกำหนดนโยบายต่างๆ เพื่อเตรียมหาเสียงเลือกตั้ง แต่

ว่าพรรคใดจะรวมกับพรรคใด คงเป็นเรื่องของอุดมการณ์นโยบายที่ผู้บริหารพรรคคงจะพูดคุยกันต่อ

ไป

16.)นักวิชาการติงผลงาน2ปีรบ.ทำงานเชิงปริมาณมากกว่าคุณภาพ

เหน็บภาพรวมเข้าตา แต่เจาะจงเฉพาะกลุ่ม
วันที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2553 เวลา 14:12:52 น.

นายบุญเรือง มานะสุรการ นักวิชาการมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ กล่าวภาย

หลังรัฐบาลแถลงผลงาน 2 ปี ว่าอยากเรียกร้องให้รัฐบาลทำงานในเชิงคุณภาพมากกว่าปริมาณ ถึงผล

งานภาพรวมจะเข้าตาประชาชน แต่เป็นการเจาะจงเฉพาะกลุ่มที่ได้รับผลจากนโยบาย อาทิ นโยบาย

เรียนฟรี 15 ปี แม้จะได้ผลในการลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครองอย่างทั่วถึง แต่ในเชิงคุณภาพแล้ว

คุณภาพนักเรียนนั้นด้อยลงมาก เนื่องจากมีความแตกต่างคุณภาพการเรียนการสอนระหว่างโรงเรียน


ทางด้านนโยบายการสาธารณสุขนั้นถือเป็นการมองที่ปลายเหตุ การรักษา 30 บาท หรือรักษาฟรีนั้น

เป็นการรักษาพยาบาล แต่การป้องกันโรคที่เป็นต้นเหตุกลับไม่ได้ดำเนินการอย่างจริงจัง


ขณะที่ด้านเศรษฐกิจที่มีอัตราการเติบโตทางจีดีพีสูงเป็นที่พอใจของรัฐบาล มองว่ารัฐบาลค่อนข้างดู

ในภาพของมหภาค แต่ในส่วนของภาพจุลภาค ตัวเลขจีดีพีที่สูงขึ้นรัฐบาลควรมองว่าเงินในกระเป๋า

ประชาชนเพิ่มขึ้นหรือไม่

17.)พท.ชำแหละรัฐบาลแถลงผลงาน 2 ปี"น่าผิดหวัง"

แจง 6 ปมบริหารประเทศแบบบะหมี่จับกัง

วันที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2553 เวลา 20:42:40 น.

 
นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) แถลงข่าวที่พรรคว่า คณะกรรมการติดตามการ

ทำงานของรัฐบาล (คตร.) ได้หารือเกี่ยวกับผลงานของรัฐบาลที่ได้แถลงผลงานครบรอบ 2 ปีของ

รัฐบาล เมื่อวันที่ 24 ธันวาคมที่ผ่านมา ที่ประชุมเห็นว่าไม่มีอะไรน่าตื่นเต้น และรู้สึกผิดหวังเพราะใน

เวลา 2 ปีที่บริหารงานนั้นน่าจะมีอะไรเป็นที่จับต้องได้ในรูปธรรม โดยได้ประเมินผลงานออกมา 6

ด้าน คือ 1.ด้านเศรษฐกิจ แม้ว่าเศรษฐกิจในรอบ 2 ปี ที่ดีขึ้นเพราะเป็นผลพวงจากภาวะเศรษฐกิจ

โลกที่อยู่ในช่วงการฟื้นตัว ไม่ได้เป็นผลงานของรัฐบาล จึงไม่น่าจะนำเรื่องดังกล่าวมาคุยโว เพราะ

เศรษฐกิจดีขึ้นเป็นไปตามกลไกตลาดโลก ไม่ใช่เพราะรัฐบาลแต่อย่างใด 2.ด้านสังคม ซึ่งรัฐบาล

แอบใช้นโยบายประชาวิวัฒน์หรืออภิมหาประชานิยมแต่ทำได้เพียงแค่แจก ซึ่งเรื่องดังกล่าวมองว่า

เป็นอันตรายสำหรับประเทศกำลังพัฒนา เนื่องจากขณะนี้ประเทศไทยมีคนจ่ายภาษีแค่ 10 ล้านคน

แต่ต้องนำเงินดังกล่าวไปพยุงคนทั้งประเทศ ซึ่งหากปล่อยไว้ประเทศอาจล้มละลายได้ เพราะมีหนี้สิน

ที่กู้ยืมมาแจกแบบไม่ลืมหูลืมตา

 

3.ปัญหาความมั่นคง ซึ่งรัฐบาลยังไม่ยอมรับความจริงเพราะสั่งไม่ให้สื่อมวลชนในการกำกับดูแลนำ

เสนอข่าวความรุนแรงของเหตุการณ์ในภาคใต้ ซึ่งเรื่องดังกล่าวรัฐบาลต้องนำตัวเลขความสูญเสียทั้ง

ชีวิตและทรัพย์สินมาเปรียบเทียบว่าแต่ละปีเสียหายคิดเป็นมูลค่าเท่าไหร่ 4.ด้านต่างประเทศที่ยังไม่

เห็นว่าความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้านจะดีขึ้น และอยากถามเรื่องเอ็มโอยู 43 มีความคืบหน้า

อย่างไร 5.ปัญหาอาชญากรรมพุ่ง ยาเสพติดระบาด เนื่องจาก 2 ปีที่ผ่านมารัฐบาลมัวแต่ที่จะแต่งตั้ง

ผบ.ตร.จนมีปัญหาความขัดแย้งในแวดวงสีกากี ส่งผลให้เกิดปัญหาในวงการตำรวจ ทำให้ปัญหายา

เสพติดพุ่งสูง  6.รัฐบาลไม่สนใจแก้ไขปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่น เล่นพรรคเล่นพวก จนประเทศไทย

ได้รับการจัดอันดับให้เป็นประเทศต้นๆ ที่มีการทุจริตคอร์รัปชั่นของโลก และจากการตรวจสอบของ

พท.พบว่ามีเรื่องส่อไปในทางทุจริตไม่น้อยกว่า 120 เรื่องจนกลายเป็นเมนูทุจริตแบบ "บุฟเฟ่ต์

คอร์รัปชั่น ชนิดกินไม่อั้น" ดังนั้นผลงานในรอบ 2 ปีเป็นเรื่องที่จับต้องไม่ได้ เป็นเพียงความว่างเปล่า

และเป็นผลงานแบบบะหมี่จับกังคือมีแต่เส้นกับน้ำไม่มีประโยชน์

18.)"ประสพสุข"ประเมินผลงานรัฐบาล1ปีให้8เต็ม10คะแนน
วันที่ 05 ธันวาคม พ.ศ. 2552 เวลา 15:40:38 น.

นายประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภา กล่าวถึงผลงานของรัฐบาลในรอบ 1 ปีว่า รู้สึกพอใจ อาทิ

การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ หรือการออกมาตรการต่างๆ ที่ช่วยเหลือประชาชน ซึ่งถือว่ารัฐบาลชุดนี้

สอบผ่าน ในภาพรวมให้คะแนนการทำงานของรัฐบาล 8 เต็ม 10


เมื่อถามถึงปัญหาเรื่องการประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดยเฉพาะกรณีองค์ประชุมไม่ครบ ประธาน

วุฒิสภา เชื่อว่าปัญหาสภาล่มคงจะไม่เกิดอีก จะเห็นได้จากการประชุมสภานัดสุดท้าย ก็ไม่มีปัญหาดัง

กล่าว ซึ่งในส่วนของฝ่ายวุฒิสภา การประชุมก็ผ่านพ้นไปด้วยความเรียบร้อย โดยไม่มีกฎหมายใดๆที่

คงค้างพิจารณา


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
นายยั้งคิด วันที่ : 27/12/2010 เวลา : 20.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79


๐คำว่า"บะหมี่จับกัง"เอามาเปรียบกับผลงานของรัฐบาลได้อย่างไร ก็ยังงงๆกันอยู่นะครับ แต่เจ้าของคำพูดนี้ คือ นายจิรายุ พ่วงทรัพย์ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย ที่อธิบายว่า บะหมี่จับกังมีแต่เส้นกับน้ำ ไม่มีประโยชน์ แต่ฟังแล้วก็ขัดกันอยู่ในตัวนะครับ เพราะอาหารที่จับกังซื้อกินในราคาถูกๆนั้น เมื่อกินเข้าไปแล้วกลับทำให้มีเรี่ยวแรงเป็นอย่างดี สามารถเอาแรงกายที่ต้องแบกหามไปวันๆได้เป็นอย่างดี เพราะอาหารที่มีประโยชน์ที่พวกจับกังบริโภคเข้าไปนั่นเอง แต่พวกคนมีสตางค์กินของดีๆต่างหากที่กินแล้วพาลจะตายเอาง่ายๆ หรือกินแล้วปากมากเที่ยวค่อนแคะเขาเรื่อยไป เหมือนโฆษกพรรคและรองโฆษกพรรคหนึ่งนั่นแหล่ะครับ มิน่าล่ะ ผลงานของรัฐบาลดีๆเหมือนบะหมี่จับกังนี้เอง ที่ทำให้เศรษฐกิจของไทยมีแรงวิ่งปร๋อไปเลย ฮริ้ว..! ......... (ขอยืมมาจาก BG เหยียบดินมองฟ้าครับ)
.........................................

ความคิดเห็นที่ 1
ลุงตุ่ย วันที่ : 26/12/2010 เวลา : 15.12 น.
http://www.oknation.net/blog/THAMRONG
ip : 124.121.187.110/192.168.52.247
..........................................
เอ้า ฮา .................. (สำนวนคำลงท้ายของ BG ภาณุมาศ _ทักษณา) ........... ฮริ้ว ............
...........................................

ความคิดเห็นที่ 2
Payont วันที่ : 26/12/2010 เวลา : 16.15 น.
http://www.oknation.net/blog/payont
ip : 124.120.156.205/192.168.52.247
..........................................
ใช่แล้วครับอาจารย์ สิ่งนี้แหล่ะทีเรียกว่าพรรคการเมืองล่ะครับ ไม่ต้องถามหาอุดมการณ์ครับ พวกเขาสะกดไม่ถูกหรอกครับ
............................................

ความคิดเห็นที่ 3
dreamcometrue วันที่ : 26/12/2010 เวลา : 20.37 น.
http://www.oknation.net/blog/dreamcometrue
ip : 58.10.147.130/192.168.52.247
............................................
อาจจะเป็นพรรคฝ่ายค้านแบบไทยๆนะครับ เป็น unseen หนึ่งเดียวในโลก
..........................................

ความคิดเห็นที่ 4
โคมทอง วันที่ : 27/12/2010 เวลา : 00.40 น.
http://www.oknation.net/blog/ji2551
ip : 83.183.163.242/83.183.163.242
...........................................
ครับหนูจิ ลุงก็รอพรจากหนูเหมือนกันจ้ะ แต่สำหรับตัวหนูจิเองก็อยู่ทางสวีเด็นอย่างมีความสุขดีนี่จ๊ะ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
โคมทอง วันที่ : 27/12/2010 เวลา : 00.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ji2551

เวรกรรมประเทศไทย....


เมอร์รี่คริสต์มาสค่ะคุณลุง...

ใกล้ปีใหม่แล้วจะมาอวยพรนะค่ะ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
dreamcometrue วันที่ : 26/12/2010 เวลา : 20.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/dreamcometrue

ข้าดีที่สุด คนอื่นห่วยหมด เฮ้อ.......หน่ายฉิบ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
Payont วันที่ : 26/12/2010 เวลา : 16.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/payont

ยังกับมันเก่งกันตายละ

แค่จะตั้งหัวหน้าก็ต้องไปดูไบ

นี่หรือพรรคการเมือง

เวรกรรมของประเทศไทย

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ลุงตุ่ย วันที่ : 26/12/2010 เวลา : 15.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/THAMRONG

พท.อย่างไรก็ต้องผิดหวัง
ถ้าให้สมหวังต้องเป็นรัฐบาล(ฮา)เองครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน