*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-06-16
  • จำนวนเรื่อง : 5899
  • จำนวนผู้ชม : 3518975
  • จำนวนผู้โหวต : 1716
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1716 คน
<< กรกฎาคม 2011 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอังคาร ที่ 12 กรกฎาคม 2554
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 996 , 14:37:11 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน หวานหวาน โหวตเรื่องนี้

My Notice

oข่าว'ปู'ยิ่งลักษณ์ถูก'พี่ชาย'วางตัวควบร.ม.ว.กลาโหมตอนช่วงเช้า ได้ยินแล้วดีใจที่ประเทศไทยจะได้มีร.ม.ว.กลาโหมเป็นผู้หญิงเป็นของใหม่อีกตำแหน่งหนึ่ง แต่พอตกบ่ายก็มีข่าว'ปู'ไม่เอาตำแหน่งนี้อย่างน่าเสียดาย

oข่าวที่มีไล่เรี่ยมากับการตั้งรัฐบาลเพื่อไทย คือ พรรคนี้อาจจะถูกยุบก็ได้ เพราะการหาเสียงเกินความจริงเป็นการหลอกลวงประชาชน แต่คนในพรรคก็ช่วยกันแก้ตัวไปวันๆจนได้

oกรณี'ปู'ผัดหมี่แจกจ่ายที่อนุสาวรีย์ย่าโมขณะหาเสียงแล้วถูกร้องเรียน ก.ก.ต.ก็จะพิจารณาในวันนี้ด้วยว่าผิดหรือไม่ ก่อนที่จะรับรองเป็นส.ส.พร้อมคนอื่นๆ หรืออาจจะต้องพิจารณาพร้อมกับผู้ที่ถูกร้องเรียนอีก 55 คน

๐ รัฐบาล'มาร์ค'ปิดฉากแล้วในวันนี้ หลังประชุมค.ร.ม.อย่างเงียบเหงาที่ทำเนียบรัฐบาล แต่ก็มีข้าราชการในทำเนียบห้อมล้อมให้กำลังใจด้วยการมอบดอกกุหลาบให้

ขอเชิญติดตามข่าววันนี้ได้ต่อไปแล้วครับ

....................................................

โปรยหัวข่าวเด่น

suthichaiyoon.com : "ในหลวง"พระราชทานพระบรมราโชวาทแก่อัยการประจำกองและอัยการจังหวัดผู้ช่วยที่เข้าเฝ้าฯถวายสัตย์ปฏิญาณ ทรงย้ำปฏิบัติหน้าที่รักษาความยุติธรรมแก้ปัญหาขัดแย้งในชาติ ทำให้ประเทศอยู่เย็นเป็นสุข

suthichaiyoon.com : "เพื่อไทย" ส่อวุ่น หาก กกต.ตีความประเด็นไม่ทำตามที่หาเสียงไว้ เป็นการหลอกลวง อาจถึงยุบพรรค "พร้อมพงศ์" ยันทุกนโยบายที่หาเสียงร่างเสร็จภายใน 2 สัปดาห์ ผู้สมัคร ปชป.ยื่น กกต.ชะลอประกาศรับรอง ส.ส. เหตุให้ผู้ถูกตัดสิทธิช่วยหาเสียง "จำลอง" ชี้เลือกตั้งไม่สุจริต ขู่ฟ้องศาลล้มเลือกตั้ง ฟันอาญา 5 กกต. "ปานเทพ" ยกเหตุ 4 ปมเลือกตั้งส่อโมฆะ

suthichaiyoon.com : ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการคัดเลือกบุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่ง รมว.กลาโหมนั้น พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ยังไม่ได้ตัดสินใจขั้นสุดท้าย แต่มีแนวโน้มว่าจะผลักดันให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ขึ้นเป็น รมว.กลาโหม แล้วให้ พล.อ.สุเมธ โพธิ์มณี เพื่อน ตท.10 มาดำรงตำแหน่งผู้ช่วยรัฐมนตรี ปรากฏชื่อ "สนั่น มะเริงสิทธิ์" แข่งแคนดิเดท ด้านคนใกล้ชิด "ป๋าเปรม" บอกไม่ปิดกั้น "ยิ่งลักษณ์"ขอพบ

suthichaiyoon.com : “เจโทร” หวัง “มาร์ค” ทำงานการเมืองต่อ พร้อมกลับมาเป็นนายกฯอีกครั้ง ชี้การแก้ปัญหามาบตาพุด พิสูจน์ความสามารถของไทยจัดการปัญหาเปราะบาง ขณะที่ “อัญชลี” ฝากรัฐบาลใหม่ผลักดันมาบตาพุดเป็นอีโคทาวน์

คม ชัด ลึก : กกต. ปล่อยผี 445 ส.ส. อีก 55 ลุ้นระทึก 'ปู' ฉลุย ผัดหมี่ไม่มีผล โยนเผือกร้อน 'ตู่' เข้าสภา พท.อีสาน ถกวุ่น รับมือ ลต.ซ่อม 

คม ชัด ลึก :พท. เดินเครื่องประชานิยม เร่งถก 'ปลัดคลัง-สภาพัฒน์''ประภัสร์' หลุดปาก ไม่รู้หาเงินลงทุนจากไหน ชี้ หาเสียงแล้วทำไม่ได้ เข้าข่ายหลอกลวง อาจถึงยุบพรรค

......................................................
สารบัญพาดหัวข่าว
วันอังคาร ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

1.)'ในหลวง'ทรงแนะ'ยุติธรรม'แก้ขัดแย้งในชาติ

2.)พท.ผวาหากกกต.ชี้ไม่ทำตามหาเสียงส่อหลอกลวง

3.)'ทักษิณ'ชั่งใจส่ง'ยิ่งลักษณ์'ควบกลาโหม

4.)เจโทรหวัง'มาร์ค'รีเทิร์น-ชมจริงใจแก้ปมมาบตาพุด

5.) กกต.ปล่อยผี445ส.ส.'ปู-ตู่'ฉลุย!

6.)งบ'ประชานิยม'วุ่น-ชี้อาจถึงยุบพรรค

7.)"ยิ่งลักษณ์"ระบุค่าแรง 300 บาทเริ่มใช้ปีหน้า

8.) สภาพัฒน์-คลังตบเท้าคุยทีมเศรษฐกิจพท.

9.)ปิดฉาก"ครม.มาร์ค"เจ้าตัวตะโกนลั่น"ไชโย!"

10.)"ยิ่งลักษณ์" ยันไม่นั่งควบ "รมว.กลาโหม"

11.)ทำเนียบฯเงียบเหงา"มาร์ค"นั่งหัวโต๊ะประชุมครม.นัดสุดท้าย
......................................................
NEWS TODAY
Tuesday 12th, July 2011

suthichaiyoon.com

Today's Cartoon     ดูทั้งหมด

**

"งานชุมนุมที่บรูไน"

...............................................................

1.)'ในหลวง'ทรงแนะ'ยุติธรรม'แก้ขัดแย้งในชาติ
วันที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

เมื่อเวลา 17.25 น.ของวันที่ 11 กรกฎาคม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออก ณ ห้องประชุม สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ชั้น 14 อาคารเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลศิริราช พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ นายจุลสิงห์ วสันตสิงห์ อัยการสูงสุด เป็นผู้นำอัยการประจำกองและอัยการจังหวัดผู้ช่วย สำนักงานอัยการสูงสุด ที่ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง เมื่อวันที่ 2 พ.ย. 2553 จำนวน 90 คน เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่

โอกาสนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา รองอัยการจังหวัดหนองบัวลำภู ทรงกล่าวนำถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่ ความว่า "ข้าพระพุทธเจ้าจะจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ และจะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เที่ยงธรรม โดยปราศจากอคติทั้งปวง เพื่อความยุติธรรมแก่ประชาชนและความสงบสุขของราชอาณาจักร ทั้งนี้ จะรักษาไว้ และปฏิบัติตามการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และกฎหมายทุกประการ"

จากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระบรมราโชวาท ความว่า ตามที่ท่านทั้งหลายได้กล่าวคำปฏิญาณตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญว่าจะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต และมีความตั้งใจดีในการรักษาความยุติธรรมในฐานะอัยการ ท่านต้องระลึกถึงว่า จะต้องรักษาคำปฏิญาณนี้ด้วยความเคร่งครัด ซึ่งจะทำให้ท่านมีส่วนสำคัญในการรักษาความสงบ ความยุติธรรมในประเทศซึ่งเรามีความต้องการ

เพราะว่าประเทศชาติจะอยู่เป็นสุข ก็ต้องรักษาความยุติธรรมให้ปวงชนทุกหมู่ทุกเหล่า ถ้าท่านทำตามคำสัตย์ปฏิญาณนี้ด้วยความเคร่งครัด หมายความว่าได้ปฏิบัติหน้าที่ของท่านในฐานะข้าราชการชั้นสูงเพื่อประเทศ ก็จะมีส่วนในการรักษาความเจริญความสุขของประเทศ

ในประเทศที่มีความขัดแย้งอยู่ มากหรือน้อยก็แล้วแต่สถานการณ์ที่มีอยู่เสมอ ไม่ใช่ไม่มี แต่ถ้ามีเจ้าหน้าที่ที่รักษาความยุติธรรม รักษาความสงบได้อย่างเคร่งครัด ก็จะทำให้ประเทศชาติอยู่ได้ อยู่เย็นเป็นสุขได้ ท่านก็มีหน้าที่ที่สำคัญต้องรักษาคำปฏิญาณอย่างเคร่งครัดตลอดชีวิต และท่านจะได้ชื่อว่าได้ช่วยประเทศชาติให้อยู่เย็นเป็นสุข

ขอให้ท่านสามารถปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเคร่งครัด เพื่อเป็นผู้ที่รักษาความสงบร่มเย็นของประเทศชาติ ในเวลาเดียวกันขอให้ท่านสามารถปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ ด้วยความเข้มแข็ง ท่านก็จะได้ทำหน้าที่และเมื่อทำหน้าที่แล้วท่านก็จะมีความสุขมีความเจริญในส่วนตัวด้วย ก็ขอให้ท่านได้สำเร็จในการปฏิบัติหน้าที่ทุกคน

โอกาสนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้อัยการสูงสุด และ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท กราบบังคมทูลรายงานเกี่ยวกับการดำเนินงานช่วยเหลือประชาชนของสำนักงานอัยการสูงสุดด้วย

2.)พท.ผวาหากกกต.ชี้ไม่ทำตามหาเสียงส่อหลอกลวง
วันที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

กรณีที่มีผู้ร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่า พรรคเพื่อไทย (พท.) ไม่ทำตามนโยบายที่หาเสียงไว้ ในกรณีต่างๆ อาจเข้าข่ายความผิดฐานหลอกลวงให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยมนั้น

ผู้สื่อข่าวรายงานจาก กกต.ว่า ความผิดดังกล่าวกำหนดไว้ใน พ.ร.บ.เลือกตั้ง ส.ส.และ ส.ว. มาตรา 53 (5) ที่ระบุว่า ห้ามมิให้ผู้สมัครหรือผู้ใดกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดเพื่อจูงใจผู้ที่มีสิทธิเลือกตั้ง ให้ลงคะแนนให้แก่ตนเอง ผู้สมัครอื่น หรือพรรคการเมืองใด หรือให้งดเว้นการลงคะแนนให้กับพรรคการเมืองใด ด้วยการหลอกลวง บังคับ ขู่เข็ญ ใช้อิทธิพลคุกคาม ใส่ร้ายด้วยความเท็จ หรือจูงใจให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยมของผู้สมัครหรือพรรคการเมืองใด ซึ่งการกระทำดังกล่าวระวางโทษ ตามมาตรา 137 จำคุก 1-10 ปี ปรับสองหมื่นถึงสองแสนบาท และให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งมีกำหนดสิบปี

อย่างไรก็ตาม หาก กกต.ตีความว่ากรณีดังกล่าวเป็นการกระทำผิดตาม มาตรา 53 ของ พ.ร.บ.เลือกตั้งจริงก็อาจจะทำให้พรรคเพื่อไทย มีปัญหาและอาจถูยุบพรรคได้ เนื่องจากรัฐธรรมนูญ มาตรา 237 ระบุว่าหากหัวหน้าพรรคการเมือง หรือกรรมการบริหารพรรคการเมืองใด มีส่วนรู้เห็น หรือปล่อยปละละเลย หรือทราบถึงการกระทำแล้วมิได้ระงับยับยั้งหรือแก้ไข การฝ่าฝืน พ.ร.บ.เลือกตั้ง และทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริตและเที่ยงธรรม ให้ถือว่าพรรคการเมืองนั้นกระทำการเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศโดยวิธีการซึ่งมิได้บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ และให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งยุบพรรคนั้น และให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของหัวหน้าพรรคการเมืองและกรรมการบริหารพรรคการเมืองห้าปี

พท.ชี้ทุกนโยบายหาเสียงร่างเสร็จ 2 สัปดาห์

นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงภายหลังการประชุมคณะทำงานด้านนโยบาย อาทิเช่น เศรษฐกิจ สังคม การศึกษา การต่างประเทศ และยาเสพติดว่า ที่ประชุมพยายามเร่งรัดร่างนโยบายให้แล้วเสร็จใน 2 สัปดาห์

ทั้งนี้ นโยบายต่างๆ ที่พรรคประชาธิปัตย์เกรงว่าพรรคเพื่อไทย ไม่สามารถทำได้นั้น ยืนยันว่า นโยบายตั้งแต่การเปิดตัวหาเสียงและปิดท้ายในวันที่ 1 ก.ค.ที่ผ่านมานั้น จะนำมาอยู่ในร่างนโยบายทั้งหมด โดยนโยบายต่างๆ มีความคืบหน้าไปมาก และในวันที่ 12 ก.ค. ทาง กกต.จะประกาศรับรอง ส.ส. ซึ่งหากรับรองได้ประมาณ 95% หรือ 475 คน สภาก็อาจจะเปิดได้เร็วขึ้น แต่พรรคเกรงว่าอาจจะไม่ครบ 95% ดังนั้น พรรคเพื่อไทยจะเลื่อนการประชุม ส.ส.พรรคออกไปเพื่อรอให้ กกต.รับรองก่อน

"ยิ่งลักษณ์" แนะ กกต.ตรงไปตรงมา

**

น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ว่าที่นายกรัฐมนตรี กล่าวถึง กรณีที่พรรคประชาธิปัตย์ออกมาร้องให้ยุบพรรคเพื่อไทย ว่า คงไม่ขอวิพากษ์วิจารณ์ แต่ขอฝากเรื่องนี้กับผู้ที่เกี่ยวข้อง คือ กกต.ที่จะพิจารณา และขอให้พิจารณาอย่างตรงไปตรงมา พรรคเพื่อไทยพร้อมให้ความร่วมมือและชี้แจงต่อไป ตนมีความบริสุทธิ์ใจ และจะใช้ความอดทนในการชี้แจงเพราะอยากให้ประเทศเดินไปข้างหน้า ไม่อยากต้องมาทะเลาะกัน

กกต.รับรอง ส.ส.ไม่ถึง 95%

แหล่งข่าวระดับสูงจาก กกต. กล่าวถึง การรับรอง ส.ส.ในวันที่ 12 ก.ค.ว่า คาดว่า กกต.จะรับรองได้กว่า 300 คน ซึ่งเป็นคนที่ไม่มีเรื่องร้องเรียนก่อนวันที่ 3 ก.ค. แต่ยังจะประกาศไม่ครบ 95% เพราะบางคนยังมีเรื่องร้องเรียน ทั้งนี้ คาดว่าจะประกาศรับรองจนเปิดสภาได้ภายใน 30 วันตามที่กฎหมายกำหนดอย่างแน่นอน

นอกจากนี้ เรื่องการสั่งเลือกตั้งใหม่ ก็คงจะมีไม่มาก เพราะโดยมากคนที่ถูกร้องเรียนจะเป็นคนที่สอบตกมากกว่า ทั้งนี้ ยอมรับว่าหากมีการสั่งเลือกตั้งใหม่ก่อนการรับสมัครเวลาจะค่อนข้างฉุกละหุก และจัดการเลือกตั้งใหม่ได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น

แหล่งข่าวยังกล่าวถึงการรับรองนายจตุพร พรหมพันธุ์ ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 8 พรรคเพื่อไทย ว่า กกต. ก็คงจะมีความเห็นตามที่ฝ่ายกฎหมายเสนอมา คือ ประกาศรับรองไปก่อนแล้วค่อยยื่นเรื่องให้ประธานสภาผู้แทนราษฎร เสนอเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญถอดถอนในภายหลัง เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องของคุณสมบัติ กกต.ไม่มีอำนาจที่จะทำด้วยตัวเอง ทั้งนี้ หากเป็นช่วงก่อนการเลือกตั้งก็อาจจะมีผู้ยื่นต่อศาลฎีกาเพิกถอนการสมัครได้ แต่ขณะนี้ เลยระยะเวลาดังกล่าวแล้ว ทำให้ไม่มีอำนาจและต้องใช้ช่องทางดังกล่าวอย่างเดียว

ผู้สื่อข่าวถามว่าหากประธานสภาผู้แทนราษฎรไม่ยอมส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญจะทำอย่างไร แหล่งข่าวกล่าวว่า "ก็ยอมรับว่าเขาอาจจะไม่ส่งก็ได้ เพราะแมลงวันย่อมไม่ตอมแมลงวัน แต่หากไม่ส่งก็อาจจะมีผู้ไปร้องศาลฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ได้"

แหล่งข่าวกล่าวว่า หลังจากรับรองชื่อได้เกิน 95% แล้ว ทางสำนักนายกรัฐมนตรีจะทูลเกล้าฯ ถวายร่าง พ.ร.ฎ.รัฐพิธีเปิดประชุมสภา เพื่อให้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ซึ่งคาดว่านายกรัฐมนตรีจะนำร่าง พ.ร.ฎ.ขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย ได้ภายในวันที่ 20 ก.ค. และการประชุมนัดแรกจะมีขึ้น 1-2 วัน จากการทำรัฐพิธี ซึ่งจะมีการคัดเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎรและรองประธานสภาผู้แทนราษฎรในวันดังกล่าว จากนั้นเมื่อได้ประธานและรองประธานสภาแล้ว นายกรัฐมนตรีก็จะนำชื่อขึ้นกราบบังคมทูลเพื่อโปรดเกล้าฯ ต่อไป

ทั้งนี้ หลังจากโปรดเกล้าฯ แล้ว 1 สัปดาห์ ประธานสภาก็จะเรียกประชุมสมาชิก เพื่อให้ลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ซึ่งคาดว่ากระบวนการทั้งหมดจะเสร็จสิ้นและได้นายกรัฐมนตรีในช่วงไม่เกินกลางเดือน ส.ค.นี้

ปชป.ยื่น กกต.ชะลอรับรอง ส.ส.

นายวิรัตน์ กัลยาศิริ ว่าที่ ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) และประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมาย ได้นำนายมาร์โค เจริญใจ ผู้สมัคร ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 117 พรรคประชาธิปัตย์ และนายพงศ์สวัสดิ์ ศุภศิริ ผู้สมัคร ส.ส. จ.แพร่ เขต 1 พรรคประชาธิปัตย์ มาแถลงข่าวก่อนที่จะยื่นเรื่องร้องเรียนต่อ กกต.

โดยนายมาร์โค กล่าวว่า ตนจะไปยื่นร้องเรียนต่อ กกต. กรณีที่นายโกศล ปัทมะ ผู้สมัคร ส.ส.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ขาดคุณสมบัติในการสมัครรับเลือกตั้ง เป็น ส.ส. เนื่องจากศาลล้มละลายกลาง ได้มีคำพิพากษา เมื่อวันที่ 6 พ.ค. 2553 ให้นายโกศล ปัทมะ เป็นผู้ล้มละลายตาม พ.ร.บ.ล้มละลาย จึงถือว่าขาดคุณสมบัติในการสมัคร ส.ส. รวมทั้งขาดคุณสมบัติการเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย

ด้านนายพงศ์สวัสดิ์ กล่าวว่า กกต.ได้มีมติที่ 45 และมติ 100/2550 ห้ามผู้ถูกตัดสิทธิทางการเมืองช่วยพรรคการเมืองหรือผู้สมัครหาเสียง แต่ได้มีกรณีของ นพ.ทศพร เสรีรักษ์ สมาชิกบ้านเลขที่ 111 ช่วยนางปานหทัย เสรีรักษ์ ผู้สมัคร ส.ส.แพร่ พรรคเพื่อไทย หาเสียงที่ จ.แพร่เกือบทุกวัน ซึ่งร้องเรียน กกต.แล้ว แต่ก็ยังไม่มีคำวินิจฉัยใดๆ จึงอยากให้ กกต.อย่าเพิ่งรับรองผลจนกว่าจะมีการวินิจฉัย เพื่อสร้างบรรทัดฐานให้สังคมไทย

วันเดียวกัน นายอัฎฐพลษ์ โพธิพิพิธ ผู้สมัคร ส.ส.กาญจนบุรี พรรคประชาธิปัตย์ เขต 1 พร้อมด้วย นายธรรมวิชญ์ โพธิพิพิธ ว่าที่ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ได้เข้าพบ กกต.กาญจนบุรี เพื่อยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมร้องให้มีการนับคะแนนของผู้สมัคร ส.ส.เขต 1 ใหม่

"ภักดีหาญส์" ทวงร้องคัดค้าน ส.ส.

ขณะที่นายบุญยอด สุขถิ่นไทย รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ได้ยื่นร้องคัดค้านการเลือกตั้ง ต่อ กกต. โดยขอให้ตรวจสอบพรรคเพื่อไทย จากกรณีมีอีเมลเกี่ยวกับการให้สินบนสื่อ ซึ่งเห็นว่าอาจถึงขั้นยุบพรรคเพื่อไทย รวมถึงให้ตรวจสอบคุณสมบัติของ นายพิชิฏ ชื่นบาน ว่าที่ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย ลำดับที่ 53

ส่วนที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร (กกต.กทม.) นายภักดีหาญส์ หิมะทองคำ ผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขต 15 พรรคเพื่อไทย ได้เข้ายื่นหนังสือต่อประธาน กกต.กทม. เพื่อติดตามความคืบหน้าเรื่องการร้องคัดค้านการเลือกตั้ง ส.ส. จากกรณีมีการว่าจ้างให้แจกซีดีที่มีเนื้อหาโจมตีจากสำนักงานศูนย์ประสานงานการเลือกตั้ง ส.ส.เขต 15 บางกะปิ ของนายณัฎฐ์ บรรทัดฐาน ผู้สมัคร ส.ส.เขต 15 พรรคประชาธิปัตย์

นายภักดีหาญส์ กล่าวว่า ขอติดตามทวงถามความคืบหน้าเรื่องการคัดค้านการเลือกตั้ง ส.ส.ก่อนที่จะมีการประกาศรับรองผลการเลือกตั้งในวันที่ 12 ก.ค.นี้

"จำลอง" จี้ กกต.ระงับรับรอง ส.ส.

ทางด้าน พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย พร้อมด้วยนายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ โฆษกกลุ่มพันธมิตร ได้เข้ายื่นคำร้องขอให้ กกต.ระงับการประกาศผลเลือกตั้ง และประกาศให้บัตรเลือกตั้งที่ลงคะแนนให้พรรคการเมืองในแบบบัญชีรายชื่อ เป็นบัตรเสียมิให้นับเป็นคะแนนในการเลือกตั้ง ส.ส. เมื่อวันที่ 3 ก.ค.

พล.ต.จำลอง กล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่เป็นไปโดยสุจริต เพราะมีการทุจริตเลือกตั้งไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 72 ที่ระบุว่า รัฐมีหน้าที่อำนวยความสะดวกเลือกตั้ง แต่ตนและผู้เสียหายกว่า 2 ล้านคนเสียสิทธิเลือกตั้งไม่สามารถไปใช้สิทธิเลือกตั้งเมื่อวันที่ 3 ก.ค.ได้ เนื่องจากเคยลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตจังหวัดในการเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 23 ธ.ค. 2550 ดังนั้น หากในวันที่ 12 ก.ค.นี้ กกต.ยืนยันประกาศผลการเลือกตั้ง ตนจะไปยื่นฟ้อง กกต.ทั้งคณะต่อศาลฎีกา แผนกคดีเลือกตั้ง เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ และจะยื่นฟ้องต่อศาลอาญาให้ดำเนินคดีกับ 5 กกต.ด้วย ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่

พบ 4 ปมส่อทำให้เลือกตั้งโมฆะ

ด้านนายปานเทพ กล่าวว่า ตามมาตรา 110 ของ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.และการได้มาซึ่ง ส.ว. พ.ศ. 2550 กำหนดให้ กกต.หากเห็นว่าการเลือกตั้งไม่สุจริตและเที่ยงธรรม กกต.สามารถประกาศให้การลงคะแนนเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อเป็นบัตรเสียทั้งหมดได้ เพื่อดำเนินการจัดการเลือกตั้งใหม่

นอกจากนี้ ยังพบความผิดปกติของการเลือกตั้งทั่วไปครั้งนี้ 4 ประการที่อาจนำทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ ดังนี้ 1.กรณีผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้เสียสิทธิเลือกตั้ง กว่า 2 ล้านคน เพราะไม่ได้แจ้งยกเลิกการลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้งนอกเขตจังหวัดเมื่อปี 2550

2. บัตรเลือกตั้งทั้ง 2 แบบมีจำนวนไม่เท่ากัน 3. กรณี 5 พรรคการเมืองประกาศนโยบายในลักษณะสัญญาว่าจะให้ซึ่งถือเป็นการจูงใจให้ผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งที่คิดเป็นเม็ดเงินเข้าข่ายกระทำความผิดกฎหมายเลือกตั้ง และ 4.การให้ผู้ที่ถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง มีอิทธิพลและสั่งการในพรรคการเมือง

ชาวชัยภูมิร้องศาลสั่งล้มเลือกตั้ง

ส่วนที่ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง นายชุมพล สังข์ทอง ทนายความ พร้อมด้วยนายสุรสิทธิ์ ใบลี อายุ 52 ปี ว่าที่ผู้สมัคร อบต.บ้านโนนกลาง ต.ผักปัง อ.ภูเขียว จ.ชัยภูมิ น.ส.ศิริภานีย์ ใต้ชัยภูมิ อายุ 24 ปี และ น.ส.ภารินีย์ ใต้ชัยภูมิ อายุ 25 ปี สองพี่น้องชาว จ.ชัยภูมิ เดินทางมายื่นฟ้อง กกต.เรื่องคดีพิพาทเกี่ยวกับการเลือกตั้ง โดยขอให้ศาลจัดการเลือกตั้งใหม่ และขอให้คืนสิทธิทางการเมืองแก่ผู้ร้องทั้งสาม

คำฟ้องสรุปว่า ผู้ร้องทั้งสามเป็นประชาชนคนไทยผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ผู้ถูกร้องเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งมีอำนาจหน้าที่ควบคุมและดำเนินการจัดการให้มีการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 3 ก.ค. 2554 นายสุรสิทธิ์ได้เดินทางไปใช้สิทธิเลือกตั้งที่หน่วยเลือกตั้งที่ 13 ที่ศาลากลางบ้านโนนกลาง หมู่ 12 ต.ผักปัง อ.ภูเขียว ส่วน น.ส.ศิริภานีย์ และ น.ส.ภารินีย์ไปใช้สิทธิที่หน่วยเลือกตั้งที่ 3 ที่ศาลาอเนกประสงค์วัดป่าภูเขียว หมู่ 1 ต.ผักปัง อ.ภูเขียว แต่กรรมการประจำการเลือกตั้งแจ้งทั้งสามว่า ไม่สามารถใช้สิทธิเลือกตั้งได้ เพราะเป็นบุคคลที่ขอใช้สิทธิเลือกตั้งนอกเขตจังหวัดที่กรุงเทพฯ ทั้งที่ตั้งแต่มีการประกาศบังคับใช้ พ.ร.ก.ยุบสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2554 ไม่เคยไปขอใช้สิทธิเลือกตั้งนอกเขตกับผู้ถูกร้องแต่อย่างใด

ขณะที่ผู้ถูกร้องอ้างบทบัญญัติ มาตรา 97 วรรคสอง พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.และการได้มาซึ่ง ส.ว. พ.ศ. 2550 กำหนดให้ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งซึ่งเคยขอใช้สิทธิเลือกตั้งนอกเขตจะหมดสิทธิลงคะแนนในหน่วยเลือกตั้งเดิม จนกว่าจะได้ดำเนินการลงทะเบียนเปลี่ยนแปลง ซึ่งเป็นการสร้างภาระให้ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง แทนที่จะเป็นการอำนวยความสะดวก ทำให้ผู้ร้องได้รับความเสียหายและเสียสิทธิตามกฎหมายหลายประการ จึงขอให้ศาลฎีกามีคำพิพากษาหรือคำสั่งให้ยกเลิกเพิกถอนการเลือกตั้ง ส.ส.เมื่อวันที่ 3 ก.ค. และขอให้ยกเลิกเพิกถอนการตัดสิทธิทางการเมืองของผู้ร้องทั้งสาม และประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งอันสืบเนื่องมาจากการไม่สามารถใช้สิทธิเลือกตั้งดังกล่าวทั้งหมด

โดยศาลฎีกาฯรับคำร้องไว้เป็นคดีหมายเลขดำที่ ลต. 11-13/2554 และนัดฟังคำสั่งว่าจะรับคำฟ้องไว้พิจารณาเพื่อมีคำพิพากษาหรือไม่ในวันที่ 13 ส.ค.เวลา 16.00 น.

3.)'ทักษิณ'ชั่งใจส่ง'ยิ่งลักษณ์'ควบกลาโหม
วันที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

ทั้งนี้ เพื่อให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้ประสานกับกองทัพโดยตรง ลดปัญหาเรื่องการให้ข้อมูลของทหารที่แบ่งฝ่ายในกองทัพ ที่อาจจะทำให้เกิดความขัดแย้งเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารปลายปี ซึ่งกำลังเข้าสู่ช่วงเวลาที่แต่ละเหล่าทัพจะจัดโผโยกย้าย โดยปีนี้ พล.อ.กิตติพงษ์ เกษโกวิท ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และ พล.ร.อ.กำธร พุ่มหิรัญ ผู้บัญชาการทหารเรือ จะเกษียณอายุราชการ

"สนั่น มะเริงสิทธิ์" ชื่อโผล่แคนดิเดท กห.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากนั้น ยังมีแคนดิเดท เพื่อน ตท.10 ที่อยู่ในการพิจารณา ได้แก่ พล.อ.ทรงกิตติ และ พล.ร.อ.กำธร ที่มีกระแสข่าวว่ามีความขัดแย้งกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหมคนปัจจุบัน ที่เบรกโครงการจัดหาเรือดำน้ำของกองทัพเรือ แต่ที่ผ่านมา กระทรวงกลาโหม กลับผ่านความเห็นชอบโครงการของกองทัพบก ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก เสนอ อย่างไรก็ตาม ล่าสุดมีชื่อของ พล.อ.สนั่น มะเริงสิทธ์ อดีตผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก และอดีตแม่ทัพภาคที่ 2 (ตท.3) โผล่ขึ้นมาเป็นแคนดิเดทในตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมอีกหนึ่งคน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ผ่านมา พล.อ.สนั่น เคยดำรงตำแหน่งเป็นแม่ทัพภาคที่ 2 รับผิดชอบในพื้นที่ภาคอีสาน ซึ่งในขณะนี้ถือว่าค่อนข้างมีความสนิทสนมกับ พ.ต.ท.ทักษิณ พอสมควร เพราะในสมัยนั้น พ.ต.ท.ทักษิณ ก้าวขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรี หลังจากได้คะแนนท่วมท้นในพื้นที่ภาคอีสาน อีกทั้ง พล.อ.สนั่น มีบุคลิกที่ประนีประนอม และเป็นที่ยอมรับของคนในกองทัพ โดยเฉพาะประชาชนในพื้นที่ภาคอีสาน เนื่องจาก พล.อ.สนั่น ทำงานในพื้นที่ภาคอีสานมายาวนาน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังผลการเลือกตั้งออกมาพบว่ามีรายชื่อทหารที่อยู่ในข่ายได้รับการพิจารณาเป็น รมว.กลาโหม จำนวนมาก ไล่ตั้งแต่ในพรรคเพื่อไทย พล.อ.อ.สุเมธ โพธิ์มณี พล.อ.ชัยสิทธิ์ ชินวัตร พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี จากคนนอกพรรคเพื่อไทย เช่น พล.อ.มงคล อัมพรพิสิฏฐ์ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ พล.ร.อ.พัสถิรนธ์ เกยุราพันธุ์ พล.อ.สมทัต อัตตะนันทน์ ที่ยังรับราชการ เช่น พล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร์ พล.ร.อ.กำธร พุ่มหิรัญ พล.อ.พรชัย กรานเลิศ รวมถึง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมคนปัจจุบัน

"ป๋าเปรม"ไม่ปิดกั้น"ยิ่งลักษณ์"ขอพบ

แหล่งข่าวคนใกล้ชิด พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี และรัฐบุรุษ เปิดเผยถึงกรณีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ว่าที่นายกรัฐมนตรี คนที่ 28 จะขอเข้าพบ พล.อ.เปรม เพื่อขอคำปรึกษา และข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการบริหารราชการแผ่นดิน ว่า ไม่ทราบว่า พล.อ.เปรม จะให้พบหรือไม่ และคงคาดเดาใจป๋าเปรมไม่ได้ แต่โดยปกติแล้ว พล.อ.เปรม ไม่ได้ปิดกั้นใครที่จะเดินมาเข้าพบอยู่แล้ว ถ้าเป็นเรื่องที่คิดดีทำดีต่อประเทศชาติบ้านเมือง ท่านก็ไม่เคยรังเกียจ แต่ถ้าพูดคุยในฐานะที่ไม่หวังดี หรือมีเจตนาอย่างอื่นอย่าเข้ามาเลย เพราะจะยิ่งทำให้เกิดภาพไม่ดีต่อกันไปอีก เรื่องนี้เป็นเพียงกระแสข่าว และก็วิพากษ์วิจารณ์กันไป และคาดเดาต่าง ๆ นานา คิดกันไปเอง ทำให้สองฝ่ายเกิดความเสียหาย

“ขณะนี้ นส.ยิ่งลักษณ์ ยังไม่ได้มีการประสานที่จะขอเข้าพบ พล.อ.เปรม แต่อย่างใด มีเพียงกระแสข่าวที่มีการถามกันไปมาเท่านั้น แต่หากเข้ามาจริง พล.อ.เปรม ก็คงอนุญาตให้เข้า เพราะโดยปกติแล้วทุกยุคทุกสมัยใครที่ขึ้นมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ก็มักจะขอเข้าพบ พล.อ.เปรม เพื่อขอคำแนะนำ และปรึกษาการบริหารราชการแผ่นดิน เนื่องจากเห็นว่าเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ของบ้านเมือง” แหล่งข่าวระบุ

4.)เจโทรหวัง'มาร์ค'รีเทิร์น-ชมจริงใจแก้ปมมาบตาพุด
วันที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

วานนี้ (11 ก.ค.) Mr.Munenori Yamada ประธานองค์การส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศของญี่ปุ่นประจำกรุงเทพฯ (JETRO) เข้าพบนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี โดย Mr.Yamada ขอบคุณนายอภิสิทธิ์ สำหรับความร่วมมือและความทรงจำที่ดีในการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดระหว่าง JETRO และรัฐบาลไทยชุดปัจจุบัน และไทยได้ให้ความสำคัญกับชาวญี่ปุ่นและนักลงทุนญี่ปุ่นเป็นอย่างดีมาโดยตลอด โดยเฉพาะความช่วยเหลือคนไทยแก่ญี่ปุ่นในแผ่นดินไหวและสึนามิในช่วงปลายปีที่ผ่านมา

ทั้งนี้ Mr.Yamada ระบุว่าโดยส่วนตัวประสงค์ให้นายอภิสิทธิ์ทำงานทางการเมืองต่อไป และกลับมารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง ขณะที่นายอภิสิทธิ์กล่าวขอบคุณ Mr.Yamada ซึ่งทำหน้าที่ฐานะประธาน JETRO ได้เป็นอย่างดี และมีบทบาทสำคัญที่ช่วยส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่าง ไทย-ญี่ปุ่นและส่งเสริมความเข้มแข็งให้แก่เศรษฐกิจไทย แม้ในช่วงที่ไทยได้รับผลกระทบจากวิกฤติเศรษฐกิจโลกในช่วงแรก รวมทั้งยังได้ให้ความร่วมมือที่ดีกับรัฐบาลไทยในการแก้ปัญหามาบตาพุด

“Mr.Yamada ขอบคุณรัฐบาลที่แก้ปัญหามาบตาพุดอย่างจริงใจ ซึ่งเป็นจุดสำคัญที่ทำให้ญี่ปุ่นเดินหน้าลงทุนในไทยต่อไป และใช้เรื่องนี้ในการจูงใจให้นักลงทุนรายใหม่เข้ามาลงทุนในไทยเพิ่มขึ้น ขณะที่ การแก้ไขปัญหากรณีมาบตาพุดได้แสดงให้เห็นว่าประเทศไทยมีความสามารถในการแก้ปัญหาที่มีความเปราะบางสูงได้เป็นอย่างดีและได้รับการยอมรับจากทุกฝ่าย”

Mr.Yamada ระบุว่า JETRO จะให้การสนับสนุนให้นักลงทุนไทยเข้าไปประกอบกิจการในญี่ปุ่นให้มากขึ้น พร้อมทั้งให้คำมั่นว่าจะร่วมมือกับรัฐบาลชุดใหม่ต่อไป และหวังว่าจะได้ทำงานร่วมกับ นายอภิสิทธิ์อีกครั้ง

นางอัญชลี วานิช เทพบุตร เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการติดตาม รายงานผลการแก้ปัญหาในพื้นที่มาบตาพุดและบริเวณใกล้เคียง จ.ระยอง ระบุว่า อยากฝากรัฐบาลชุดใหม่และภาคเอกชนผลักดันการแก้ปัญหาการลงทุนในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดต่อเนื่อง เช่น การปรับปรุงผังเมืองมาบตาพุดใหม่ เนื่องจากขณะนี้ยังมีหลายพื้นที่ที่ประชาชนร้องเรียนว่าเป็นพื้นที่ทับซ้อนระหว่างชุมชนกับอุตสาหกรรม และต้องการให้มีการจัดทำพื้นที่กันชนระหว่างอุตสาหกรรมและชุมชน

พร้อมกันนั้น ตนเสนอให้รัฐบาลใหม่ร่วมกับเอกชนในการผลักดันอุตสาหกรรมเชิงนิเวศน์ หรืออีโคทาวน์ เพื่อให้อุตสาหกรรมอยู่ร่วมกับชุมชนและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน เช่นเดียวกันนิคมอุตสาหกรรมเชิงนิเวศน์ที่เกิดขึ้นในหลายประเทศ เช่น คิตะคิวชู ประเทศญี่ปุ่น

นางอัญชลี ระบุว่า พื้นที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดยังมีศักยภาพเพียงพอที่จะรองรับการลงทุนอุตสาหกรรมอยู่ ซึ่งขณะนี้มีพื้นที่ที่เตรียมไว้ 2-3 แห่ง แต่จำเป็นต้องมีการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเพิ่มเติม เช่น โครงการก่อสร้าง ICD แห่งที่ 2 และโครงการทางหลวงพิเศษช่วงพัทยา-มาบตาพุด และหากจะมีการขยายการลงทุนอุตสาหกรรมเพิ่มเติม ควรต้องนำประสบการณ์ในอดีตมาประกอบการพิจารณาด้วย เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาเหมือนที่ผ่านมา


คม ชัด ลึก

5.) กกต.ปล่อยผี445ส.ส.'ปู-ตู่'ฉลุย!

**

          มีรายงานจากสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แจ้งว่า การประชุมกกต.วันนี้ (12 ก.ค.) ที่ประชุมกกต. จะมีการพิจารณาผลการเลือกตั้ง ให้ผู้สมัครที่ได้รับการเลือกตั้งเป็นส.ส.ได้จำนวน 445 คน หรือร้อยละ 89 จากส.ส.ทั้งหมด 500 เขต

          ส่วนผู้ที่ได้รับการเลือกตั้งอีก 55 คน ที่ยังมีเรื่องร้องคัดค้านการเลือกตั้งนั้น กกต.จะไม่ประกาศผลการเลือกตั้ง โดยจะดำเนินการสืบสวนภายใน 30 วันนับแต่วันเลือกตั้ง

          ทั้งนี้ กกต.จะดำเนินการพิจารณารับรองอีก 30 คนในภายหลัง เพื่อให้สามารถเปิดประชุมรัฐสภาได้ภายใน 30 วันตามที่กฎหมายไว้ ที่ต้องมีส.ส.ไม่น้อยกว่าร้อยละ 95

          อนึ่ง การพิจารณาการประกาศผลการเลือกตั้ง กกต.จะยึดผู้ที่ไม่มีเรื่องร้องค้าน จนถึงเวลา 24.00 น.ของวันที่ 3 ก.ค. เท่านั้น ส่วนผู้ที่ได้รับเลือกตั้ง หากมีเรื่องร้องคัดค้านในภายหลังวันเลือกตั้งกกต.จะดำเนินการสืบสวนอีกครั้ง

          รายงานด้วยแจ้งว่า ในส่วนผู้ที่ได้รับการเลือกตั้งส.ส.ทั้ง 55 คน ที่กกต.ยังไม่ประกาศผล เนื่องจากมีเรื่องร้องเรียนที่ต้องสอบสวน โดยส่วนใหญ่เป็นส.ส.จากพรรคเพื่อไทย พรรคประชาธิปัตย์ และพรรคภูมิใจไทย

          ส่วนกรณีน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ว่าที่ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยที่มีเรื่องร้องเรียนกรณีผัดหมี่ ที่ลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี จ.นครราชสีมานั้น ในเบื้องต้นมีความเป็นไปได้ ที่อาจยกคำร้อง เพราะการกระทำดังกล่าวของน.ส.ยิ่งลักษณ์ เป็นไปในลักษณะประเพณีวัฒนธรรมของคนจ.นครราชสีมา ที่ดำเนินการในลักษณะบวงสรวง แล้วแจกจ่ายผัดหมี่ ให้บุคคลที่ร่วมงาน เพื่อเป็นสิริมงคล โดยมิได้แจกจ่ายให้แก่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั่วไป เพื่อจูงใจให้ลงคะแนน แต่เป็นการสร้างภาพลักษณ์ให้แก่น.ส.ยิ่งลักษณ์

          แต่ทั้งนี้ กรณีเรื่องร้องเรียนของน.ส.ยิ่งลักษณ์จะต้องพิจารณาในที่ประชุมกกต.ก่อนว่าจะรับเป็นเรื่องร้องคัดค้าน หรือยกคำร้อง

          อย่างไรก็ตาม กกต. ได้กำหนดให้ผู้ที่กกต.ประกาศรับรองผล ให้เป็นส.ส.แล้ว ให้มารับใบรับรองจากกกต.ได้ในวันที่ 14 ก.ค. เนื่องจากต้องมีขั้นตอนการทำหนังสือรับรอง การประกาศเพื่อแจ้งให้กับสำนักราชเลขาธิการเพื่อเปิดประชุมรัฐสภาเป็นครั้งแรก

          แหล่งข่าวจากกกต. เปิดเผยว่า สำหรับการจัดการเลือกตั้งใหม่นั้น กกต.ได้มีการคาดการณ์ไว้ว่า น่าจะจัดการเลือกตั้งครั้งใหม่ กรณีกกต.พิจารณาแจกใบเหลือง-แดงได้ และสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ น่าจะอยู่ในราวปลายสัปดาห์ที่ 2 หรือต้นสัปดาห์ที่ 3 ของเดือนนี้

 

เตรียมรับรอง "จตุพร" โอด โดนทั้งขึ้นทั้งล่อง


          แหล่งข่าวระดับสูงจาก กกต. ยังเปิดเผยถึงการรับรองนายจตุพร พรหมพันธ์ ว่า กกต. คงจะมีความเห็น ตามที่ฝ่ายกฎหมายเสนอมา กล่าวคือ ประกาศรับรองไปก่อน แล้วค่อยยื่นเรื่องให้ประธานสภาผู้แทนราษฎร เสนอเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญถอดถอนในภายหลัง เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องของคุณสมบัติ กกต. ไม่มีอำนาจที่จะทำด้วยตัวเอง

          ทั้งนี้ หากเป็นช่วงก่อนการเลือกตั้ง ก็อาจจะมีผู้ยื่นต่อศาลฎีกาเพิกถอนการสมัครได้ แต่ขณะนี้เลยระยะเวลาดังกล่าวแล้ว ทำให้ไม่มีอำนาจ และต้องใช้ช่องทางดังกล่าวอย่างเดียว

          ผู้สื่อข่าวถามว่า หากประธานสภาผู้แทนราษฏร ไม่ยอมส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญจะทำอย่างไร แหล่งข่าวรายนี้ ระบุวว่า "ก็ยอมรับว่า เขาอาจจะไม่ส่งก็ได้ เพราะแมลงวันย่อมไม่ตอมแมลงวัน แต่หากไม่ส่ง ก็อาจจะมีผู้ไปร้องศาลฐาน ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ได้

          "กกต. ไม่ว่าจะทำอย่างไร ก็ถูกโจมตี โดยหากเรารับรอง อีกฝั่งเขาก็ฟ้อง ตามมาตรา 157 หรือหากไม่รับรอง อีกฝั่ง ก็อาจจะร้อง มาตรา 157 เราด้วยเช่นกัน" แหล่งข่าวรายนี้ ระบุ

 

วงในสภาฯ เผย ปธ.สภาฯ ไม่มีอำนาจดึงเรื่อง "จตุพร"

 

          ด้านแหล่งข่าวจากสภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า หาก กกต. ส่งเรื่องกรณีของนายจตุพร มาให้ประธานสภาฯ พิจารณา ตามขั้นตอน จะให้ฝ่ายเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรไปพิจารณาเรื่องของความถูกต้องของเอกสาร เช่น เอกสารหรือหลักฐานที่ยื่นประกอบคำร้อง มีความครบถ้วนตามที่ระบุไว้หรือไม่ หากไม่ครบต้องทวงถามไปยัง กกต. เพื่อให้นำเอกสารหรือหลักฐานมาเติมให้ครบ

          ทั้งนี้ โดยปกติขั้นตอนดังกล่าวจะใช้เวลา1-2 เดือน แต่มีบางคำร้องที่ต้องใช้เวลาตรวจสอบนาน 4 เดือน ก่อนจะทำคำร้องเพื่อส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัย

          "ประธานสภา ไม่มีสิทธิระงับคำร้องของ กกต.ได้ ไม่มีทางเด็ดขาด เพราะตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ได้กำหนดอำนาจหน้าที่ไว้อย่างชัดเจน ในมาตรา 91 ที่ระบุว่า หากกกต.เห็นว่า สมาชิกสภาพของส.ส.หรือ ส.ว.คนใดสิ้นสุดลง ให้ส่งเรื่องไปยังประธานรัฐสภา เพื่อให้ประธานรัฐสภานั้นส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัย แต่หากหน่วยงานผู้ร้องเรื่อง เห็นว่า ประธานรัฐสภามีความชักช้าไม่ส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ สามารถทำหนังสือทักท้วงเพื่อให้เร่งดำเนินการได้” แหล่งข่าวจากสภาผู้แทนราษำร ระบุ

 

สภา คาด กกต. รับรอง ส.ส.เพียงพอเปิดสภา สัปดาห์หน้า

 

          มีรายงานจากรัฐสภา แจ้งว่า จากทีได้ประสานไปยัง กกต. ทราบว่า  ทาง กกต. จะสามารถประกาศรับรอง ส.ส. ได้ครบจำนวนที่จะเปิดประชุมได้ ตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด คือ 95 % หรือ 475 คน ภายในสัปดาห์หน้า จากนั้น ทางสำนักนายกฯจะทูลเกล้าฯ ร่าง พรฏ.รัฐพิธีเปิดประชุม เพื่อให้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ

          ทั้งนี้ คาดว่า นายกฯ จะนำร่างขึ้นทูลเกล้าฯ ได้ภายในวันที่ 20 ก.ค. และการประชุมนัดแรก จะมีขึ้น 1-2 วัน จากการทำรัฐพิธี ซึ่งจะมีการคัดเลือประธานสภาในวันดังกล่าว จากนั้น เมื่อได้ประธาน และ รองประธานฯ แล้ว นายกฯก็จะนำชื่อขึ้นกราบบังคมทูลฯเพื่อให้โปรดเกล้าต่อไป

6.)งบ'ประชานิยม'วุ่น-ชี้อาจถึงยุบพรรค
พท. เดินเครื่องประชานิยม เร่งถก 'ปลัดคลัง-สภาพัฒน์''ประภัสร์' หลุดปาก ไม่รู้หาเงินลงทุนจากไหน ชี้ หาเสียงแล้วทำไม่ได้ เข้าข่ายหลอกลวง อาจถึงยุบพรรค

**

          พรรคเพื่ิอไทย โดย น.ส.ยิงลักษณ์ ชินวัตร ว่าที่นายกรัฐมนตรี เร่งเครื่องเดินหน้า เพื่อกำหนดแผนงานตามนโยบายหาเสียง ซึ่งล่าสุด น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้เป็นประธานการประชุมคณะทำงานนโยบายหาเสียงพรรคเพื่อไทย เพื่อหารือถึงแผนการปฏิบัติงาน ภายหลังจากพรรคเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาล โดยมีผู้บริหารระดับสูงของภาครัฐเข้าร่วมประชุม อาทิ นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงการคลัง ซึ่งเป็นตัวแทนจากสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

          นายนายประภัสร์ จงสงวน อดีตผู้ว่าการรฟม. ในฐานะทีมนโยบายของพรรคเพื่อไทยด้านคมนาคม เปิดเผยว่า นโยบายที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ หาเสียงไว้ทุกเรื่อง ยืนยันว่า ไม่มีปัญหา จะปฏิบัติตามที่หาเสียงไว้ให้แล้วเสร็จภายใน 4 ปี โดยเฉพาะโครงการเมกะโปรเจคด้านคมนาคม ทั้งในเรื่องการขยายเชื่อมต่อสถานีแอร์พอร์ตลิงก์ รวมถึงการพัฒนาพื้นที่ใช้สอยของสถานีต่างๆ เช่น สถานีมักกะสัน สำหรับเรื่องรถไฟฟ้าใต้ดินราคาเดียว 20 บาทตลอดสาย และขยายการก่อสร้างรถไฟฟ้าอีก 10 สายนั้น ยืนยันว่าทำได้แน่นอน แต่คงต้องดูความพร้อมแต่ละโครงการเสียก่อน เช่น การเวียนคืนที่ดินในแต่ละจุดจะทำอย่างไร ทำพร้อมกันได้หรือไม่

          ส่วนกรณีที่หลายภาคส่วน เป็นห่วงรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ที่ได้ประกาศไว้ว่า หากทำพร้อมกันอาจเกิดปัญหาเรื่องงบประมาณได้ นายประภัสร์ กล่าวว่า ไม่มีปัญหาแน่นอน เช่นโครงการรถไฟฟ้า 10 สาย เราไม่ได้ทำพร้อมกันทีเดียวทั้งหมด แต่ทำทีละโครงการ ซึ่งในช่วงเวลาที่ไม่ห่างกัน โดยจะเห็นว่า เม็ดเงินที่ลงทุนจะไม่ได้จ่ายในครั้งเดียว ยิ่งหากสถานการณ์ทางการเมืองมั่นคง ต่างชาติมีความเชื่อมั่น ต่างชาติก็พร้อมที่จะลงทุนในประเทศไทยมากขึ้น

          "เวลานี้ ทีมงานของพรรคเพื่อไทยกำลังพิจารณาอยู่ว่า จะหาเม็ดเงินจากที่ใด มาดำเนินการ อย่างไรก็ตาม นโยบายเร่งด่วนอันดับแรก ที่พรรคเพื่อไทยหากเข้ามาบริหารนั้น คือ การแก้ไขปัญหาค่าครองชีพสินค้าราคาแพง ซึ่งเป็นเรื่องเร่งด่วนที่สุด"

         

เดลินิวส์

7.)"ยิ่งลักษณ์"ระบุค่าแรง 300 บาทเริ่มใช้ปีหน้า
วันอังคาร ที่ 12 กรกฎาคม 2554 เวลา 11:53 น.

**
   
 
"ยิ่งลักษณ์"ระบุค่าแรง 300 บาทเริ่มใช้ปี 55 ระบุขอหารือทุกภาคส่วนก่อน ลั่นพร้อมเดินหน้าทุกนโยบายหาเสียงให้ไปสู่เป้าหมาย

เมื่อเวลา 09.20 น.วันนี้ (12 ก.ค.)ที่พรรคเพื่อไทย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ว่าที่นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงข้อกังวลเรื่องจำนวนเม็ดเงินที่จะนำมาจัดทำโครงการต่างๆ ตามที่ได้หาเสียงไว้ว่า ต้องแยกออกเป็น 2 ส่วนๆ แรกคือการเขียนนโยบายรวม เพื่อร่างนโยบาย หลังจากที่มีการรับรองอย่างเป็นทางการ อีกส่วนก็จะต้องเชิญผู้ที่เกี่ยวข้องมาหารือและรับฟังความคิดเห็นถึงนโยบายเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการ แล้วก็ค่อยๆ ปรับไปพร้อมกัน ส่วนปัญหาการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาทต่อวันนั้น ยืนยันว่าเรามีความตั้งใจที่จะผลักดันให้เกิดขึ้นจริง แต่คงต้องให้เวลาแต่ละช่วงในการปรับตัว ซึ่งเราก็ฟังจากหลายภาคส่วน โดยเฉพาะบริษัทที่อยู่ในองค์กรขนาดเล็ก หรือตามต่างจังหวัดที่อาจจะมีผลกระทบ และดูว่าภาครัฐจะให้การสนับสนุนอย่างไร เพราะต้องทำงานร่วมกับกระทรวงแรงงาน และฟังความเห็นจากภาคเอกชน นอกจากนี้คงต้องหารือกับฝ่ายที่ดูแลด้านงบประมาณทั้งหมดด้วย

เมื่อถามว่าดูเหมือนธุรกิจเอสเอ็มอี ยืนยันว่าไม่สามารถแบกรับค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาทได้ หากไม่มีการช่วยเหลือในด้านอื่นจะทำอย่างไร น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า  ก็จะหาวิธีการช่วยเหลือ เพราะเราอยากเห็นการกระตุ้นและส่งเสริมภาคการผลิตควบคู่กันไปด้วย ทั้งนี้นโยบายขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาทจะยังไม่ทำภายในปี 54 ตามแผนที่วางไว้คือจะดำเนินการในเดือน ม.ค.2555 เพราะเราอยากทำควบคู่กับภาคอุตสาหกรรมและภาคธุรกิจด้วย 

เมื่อถามว่านโยบายของพรรคเพื่อไทยที่ประกาศไว้หลายเรื่องต้องใช้เงินจำนวนมาก จำเป็นต้องประมาณการงบประมาณในปี 2555 ใหม่หรือไม่ เพราะเดิมรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ตั้งงบประมาณขาดดุลไว้ 3.5 แสนล้านบาท น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ขณะนี้ต้องไปดูสถานการณ์การเงินการคลังที่แท้จริงของประเทศว่าเป็นอย่างไร และจะต้องหารือกับทางกระทรวงการคลัง และผู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อดูว่าที่ผ่านมามีการดำเนินการอย่างไรไว้บ้าง “วันนี้เรามีความตั้งใจที่จะขับเคลื่อนทุกนโยบายที่ได้หาเสียงไว้ แต่เราก็จะฟังผลกระทบของพี่น้องประชาชนและภาคธุรกิจ รวมทั้งผู้ที่เกี่ยวข้องแล้วค่อยมาหาวิธีการกันว่าจะไปสู่เป้าหมายนั้นได้อย่างไร”

มติชน

9.ปิดฉาก"ครม.มาร์ค"เจ้าตัวตะโกนลั่น"ไชโย!"ฝาก รบ.ใหม่เดินหน้านโยบายประกันรายได้

วันที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2554 เวลา 12:32:18 น.

 **


เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เดินลงมาจากตึกสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) ภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรี( ครม.)นัดสุดท้ายเสร็จสิ้น พร้อมกล่าวด้วยสีหน้ายิ้มแย้มว่า "ไชโย ประชุม ครม.นัดสุดท้ายแล้ว"

 

เมื่อถามว่าดีใจจริงๆ หรือ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า "ดีใจ" พร้อมเปิดเผยว่า ได้แสดงความยินดีกับรัฐมนตรีบางคนที่จะได้กลับเข้ามาทำงานอีกในรัฐบาลชุดใหม่ เมื่อถามว่ารู้สึกอย่างไรกับการประชุม ครม.นัดสุดท้ายนี้ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ก็ประชุมตามปกติ เมื่อพิจารณาวาระสุดท้ายจบก็ถือโอกาสขอบคุณเพื่อนรัฐมนตรีที่ได้ร่วมงานกันมา และขอบคุณผู้บริหารระดับสูงและข้าราชการระดับสูงของหน่วยงานต่างๆ และยังขอบคุณเจ้าหน้าที่ สลค.ที่ได้ทำงานให้มาตลอด

               
เมื่อถามว่าใจหายหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า "ไม่หรอกครับ การเมืองในระบอบประชาธิปไตยต้องมีการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา" เมื่อถามว่า ตลอด 2 ปีครึ่งของการเป็นนายกฯและได้ร่วมประชุม ครม.ถึง 133 ครั้ง รู้สึกอย่างไรบ้าง นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า โดยรวมก็เรียบร้อยดี ทั้งนี้ ได้ทุ่มเทเอาใจใส่กับทุกเรื่องที่เข้าพิจารณาในที่ประชุม ครม. มั่นใจว่าการประชุมทั้ง 133 ครั้ง ทุกเรื่องที่ผ่านไป ได้รับการพิจารณาอย่างดี


เมื่อถามว่าเรื่องไหนที่อยากให้รัฐบาลใหม่สานต่อ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า มีนโยบายหลายเรื่อง แต่เรื่องใหญ่ๆ ที่อาจมองต่างกัน คือนโยบายประกันรายได้ที่อยากเดินต่อ ส่วนโครงการอื่นๆ เข้าใจว่าสามารถดำเนินการได้อยู่แล้ว ไม่มีอะไรที่เห็นแตกต่างกัน

               
ทั้งนี้ ภายหลังการให้สัมภาษณ์ ยังมีข้าราชการและผู้สื่อข่าวจำนวนหนึ่งขอถ่ายรูปคู่กับนายอภิสิทธิ์ ซึ่งนายอภิสิทธิ์ก็ให้ความร่วมมืออย่างดี ก่อนเดินทางออกจากทำเนียบรัฐบาลไปที่บ้านพักในซอยสุขุมวิท 31


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ลุงตุ่ย วันที่ : 13/07/2011 เวลา : 22.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/THAMRONG

กตต.ทำตามหน้าที่

โดยสุจริต

ก็เป็นเกราะป้องกันแล้วครับ

ถ้าทำชอบมาพากล

ก็อาจติดคุกตามรุ่นพี่

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
นายยั้งคิด วันที่ : 13/07/2011 เวลา : 22.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79


ความคิดเห็นที่ 1
Joseph
........................................
ใช่แล้วนะครับ คนไทยก็รู้ว่าพรรคเพื่อไทยโฆษณาแบบเกินจริง แต่ก็ยังอยากจะเสี่ยงลองดู เผื่อได้ก็ดี แต่ที่จะได้แน่ๆ คือ นายิกาคนแรกของประเทศไทยครับ มีไว้แจกยิ้มไปวันๆให้คนไทยคนเทศได้เห็นก็คุ้มแล้วครับ เอาไว้เป็นตัวหารเฉลี่ยกับนางธิดา จตุพร ณัฐวุฒิ เหวง ฯลฯ
.............................................

ความคิดเห็นที่ 2
Payont
...............................................
มาร์คของเรายิ้มได้เสมอเลยนะครับ หน่าตาหายสลดแล้ว แต่ถ้าเพื่อไทยตั้งรัฐบาลไม่ได้ก็คงจะโทษมาร์คอีกนั่นแหล่ะ หาว่าหมกเม็ดเอาไว้ถึงได้ยิ้มอย่างสบายใจน่ะครับ
...............................................

ความคิดเห็นที่ 3
หวานหวาน
................................................
ทำใจกันได้แล้วนะครับ ยิ้มอย่างสบายใจเหมือนมาร์คอภิสิทธิ์ของเราเถิดครับ คนไม่ดีอยู่ไม่ได้หรอกครับ ขอบคุณที่โหวตให้ครับผม
.................................................

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
หวานหวาน วันที่ : 13/07/2011 เวลา : 17.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/warnwarn
คาราโอเกะกับหวานหวาน http://www.oknation.net/blog/warnwarnsong

พท.ผวาหากกกต.ชี้ไม่ทำตามหาเสียงส่อหลอกลวง
หลอกล่อ ล่อหลอก ให้เลือก
ค่าแรง 300 ก็หลบไปเลี่ยงมา
จะเอาขึ้น 40 % หรือ 85 บาท
เหตุเกิดได้....เพราะที่นี่คือประเทศไทย

สวัสดีค่ะพี่
หนูหลบไปพักใจหลังเลือกตั้งมาค่ะ
โหวตให้กำลังใจ จขบ.ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
Payont วันที่ : 12/07/2011 เวลา : 19.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/payont

โชคดี อภิสิทธิ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
Joseph วันที่ : 12/07/2011 เวลา : 18.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Joseph
God Bless You, Michael Joseph

เค้าหลอก แต่เต็มใจหลอก... ฮ่าๆๆๆ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน