*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-06-16
  • จำนวนเรื่อง : 5899
  • จำนวนผู้ชม : 3524725
  • จำนวนผู้โหวต : 1716
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1716 คน
<< สิงหาคม 2011 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31      

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอังคาร ที่ 16 สิงหาคม 2554
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 1138 , 20:55:26 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน Cat@ โหวตเรื่องนี้

My Notice

oข่าวญี่ปุ่นเปิดทางให้ทักษิณเข้าประเทศได้ กลายมาเป็นประเด็นวิพากย์วิจารณ์ในประเทศไทยกันอย่างอึงมี่ ขณะเดียวกันก็สะท้อนให้คนไทยได้เห็น'ความไม่น่าเชื่อถือ'ของนายกรัฐมนตรีกับรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศ ตั้งแต่เริ่มเข้ารับผิดชอบหน้าที่สำคัญของประเทศเลยทีเดียว เพราะเบื้องแรกแถลงว่าเป็นเรื่องของญี่ปุ่นที่อนุญาตเอง แต่ต่อมาญี่ปุ่นก็เผยว่ารัฐบาลไทยขอร้องให้เขาอนุญาตเป็นพิเศษต่างหาก

oตามที่คนเสื้อแดงเรียกร้องค่าเยียวยาให้ญาติคนเสื้อแดงที่เสียชีวิตในการชุมนุมที่สี่แยกคอกวัวและสี่แยกราชประสงค์ เป็นเงินรายละ 10 ล้านบาทนั้น ถ้ามีการจ่ายจริงเป็นเงินเท่าไรแล้วก็จะต้องถือเป็นบรรทัดฐานต่อไป โดยทหาร ตำรวจ หรือพลเมืองที่เสียชีวิตเพราะสาเหตุที่มีลักษณะคล้ายกัน ก็จะต้องจ่ายเท่ากันนี้เป็นอย่างน้อยตลอดไป โดยเฉพาะผู้เสียชีวิตจากการก่อเหตุของคนร้ายแบ่งแยกดินแดน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และที่สำคัญคือผู้ที่พลีชีพเพื่อชาติทุกราย ซึ่งจะต้องมีการเยียวยาย้อนหลังด้วยอีกเช่นกัน

oประเทศไทยและคนไทยได้นายกรัฐมนตรีคนที่ 28 เรียบร้อยแล้ว และยังเป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกเสียอีกด้วย แต่แล้วก็มีสื่อฉุกคิดขึ้นมาว่า'หรือยิ่งลักษณ์จะเป็นแค่เลขานุการนายกรัฐมนตรี'แค่นั้นเอง เพราะอะไรอ่านคำเฉลยในข่าวลำดับ 8 ครับ

ขอเชิญอ่านข่าวเข้มยังไม่จางในวันนี้ต่อไปครับ

............................................

โปรยหัวข่าวเด่น

suthichaiyoon.com :  อดีตนายกรัฐมนตรี "ทักษิณ ชินวัตร" ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์กับหนังสือพิมพ์อาซาฮีของญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 13 ส.ค.ที่ผ่านมา ยอมรับว่า เขามีส่วนชี้แนะในการสรรหาคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ของน้องสาว

suthichaiyoon.com :  "ยิ่งลักษณ์"กั๊กจ่ายเงินเยียวยา "เสื้อแดง" ศพละ 10 ล้าน ชี้ต้องดูงบประมาณและความเหมาะสมก่อน “ยุทธศักดิ์-สันติ” ยันถ้าจะชดเชยต้องจ่ายให้ทุกฝ่ายทุกสีรวมทั้งทหารด้วย เพื่อความเสมอภาคและความสามัคคีปรองดอง ด้าน ส.ส.ปชป.ย้อน "จตุพร" ให้ขอค่าเยียวยาจาก "ทักษิณ" เหตุเป็นผู้สั่งให้ชุมนุม ขณะที่ 10 ส.ส.เพื่อไทย ใช้ตำแหน่งยื่นประกัน 22 เสื้อแดงที่อุดรฯ

suthichaiyoon.com :  สำนักข่าวเนชั่น - “22 แดงอุดรฯ” เฮ ศาลให้ประกันตัว ตีราคาคนละ 1 ล้านบาท ทนาย นปช. เตรียมประสาน ส.ส. เพื่อไทย ใช้ตำแหน่งช่วยประกันแนวร่วมอีสานอีก 112 คน

suthichaiyoon.com :  "ยิ่งลักษณ์" นั่งหัวโต๊ะถกนโยบายรัฐบาล ชง ครม.พิจารณาวันนี้ เตรียมแถลงสภาชะลอ "ค่าแรง 300 บาท-เงินเดือน ป.ตรี 15,000 บาท" จะทำเป็นแผนระยะ 3 ปี ขณะที่ 16 เรื่องเร่งด่วนตามที่หาเสียงไว้ จะเดินหน้าภายใน 1 ปี ด้านเกษตรฯ เล็งของบ 1.2 หมื่นล้าน ให้อาสาสมัครหมู่บ้าน ด้าน ส.ส.เพื่อไทยโวยเป็นนโยบาย “ฉบับแอบทำ”

suthichaiyoon.com :  "กรมน้ำ"เตรียมเสนอแผนจัดการน้ำ เข้า ครม.วันนี้ ย้ำแก่งเสือเต้น ต้องดูปัญหาแท้จริง

คม ชัด ลึก : "ยิ่งลักษณ์" เลิ่กลั่กหลังเจอจี้ถามปม"ทักษิณ"เข้าแดนปลาดิบ ลั่นรบ.ไม่มีนโยบายอะไรพิเศษเกี่ยวกับทักษิณ โบ้ยเอกชนญี่ปุ่นเชิญบรรยายก่อนรัฐบาลนี้ ด้าน "มาร์ค" ชี้อัยการเตะถ่วงทำหมายจับ "แม้ว" ไม่ถึงอินเตอร์โพล

คม ชัด ลึก :  "ประชา"ยอมรับเตรียมตั้งกก.พิจารณาเงินชดเชยให้ผู้ชุมนุมเสื้อแดงแต่ยังปัดกรอบ 10 ล้าน "สุรวิทย์"เผยจ่ายเงิน 10 ล.ชดเชยให้เสื้อแดงไม่ใช่นโยบายรบ. "ธิดา"ยัน19แดงพร้อมรับทราบข้อหาหมิ่นเบื้องสูง

คม ชัด ลึก : พท.ถกเครียด ร่างนโยบายรัฐกว่า 5 ชม. เสนอที่ประชุม ครม. เผย ใส่นโยบายหาเสียงเกือบครบ เว้นรถไฟฟ้า 20 บาท ไม่เร่งด่วน 'ปู' ยก "วิกฤติการเงินโลก" กล่อม ด้าน พท. ป่วน ลูกพรรคซัด ร่างนโยบาย 'ฉบับแอบทำ'

เดลินิวส์ : “อภิสิทธิ์” สั่งฝ่ายทีมกฎหมายของพรรคจับผิดคนช่วย “แม้ว” เข้าญี่ปุ่น ชี้ปัญหาหมายจับ ตร.-อัยการ ต้องชี้แจง สอน “ปู” เร่งแก้ปัญหาประชาชนดีกว่า
...........................................

สารบัญพาดหัวข่าว
วันอังคารที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2554

1.)'ทักษิณ'รับกับสื่อญี่ปุ่นให้คำแนะนำตั้งครม.ปู1

2.)'ปู'กั๊กจ่ายเงินเยียวยาเสื้อแดงศพละ10ล้านดูงบเหมาะสมก่อน

3.)“22 แดงอุดรฯ” เฮ ศาลให้ประกันตัว ตีราคาคนละ 1 ล้านบาท

4.)ครม.ถกนโยบาย8ด้านอาจชะลอค่าจ้าง300-ป.ตรี15,000

5.) 'กรมน้ำ'ชงแผนจัดการน้ำเข้าครม.วันนี้

6.)'ปู'หนีสื่อหลังถูกจี้ถาม'แม้ว'เข้ายุ่น

7.)เปิดนโยบายรัฐฉบับแอบทำ-เผยวาทกรรมปู

8.) 'ยิ่งลักษณ์'แค่เลขานุการนายกฯ?

9.)"มาร์ค"สั่งทีมกฎหมายจับผิดคนช่วย"แม้ว"

10.)ภารกิจต้องห้ามรัฐบาล วิบาก "นารีขี่เสือแดง"

11.)ณัฐวุฒิปฏิเสธขัดแย้งขวัญชัยสลายหมู่บ้านแดงเตรียมเรียกแกนนำเคลียร์ปม
...............................................

NEWS TODAY
Tuesday 16th , August 2011+C

suthichaiyoon.com

Today's Cartoon

*

"ไปชั่งน้ำหนักเสียใหม่ ไป๊ ! "

.......................................

1.)'ทักษิณ'รับกับสื่อญี่ปุ่นให้คำแนะนำตั้งครม.ปู1
วันที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2554

พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร กล่าวว่า แม้น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และบรรดาที่ปรึกษาใกล้ชิดเป็นผู้ตัดสินใจขั้นสุดท้ายในการจัดตั้งคณะรัฐมนตรี แต่เขาได้มีส่วนให้คำแนะนำด้วย เพราะเขาได้รับการร้องขอ ซึ่งเขาได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับบางคนที่อยู่ในโผรายชื่อคณะรัฐมนตรี และยืนยันว่า จะให้คำแนะนำเพิ่มเติมหากได้รับการร้องขออีก

อดีตนายกฯ กล่าวอีกว่า เนื่องจากกลุ่มผู้สนับสนุนของเขาถูกตัดสิทธิทางการเมือง ทำให้การเลือกตัวรัฐมนตรีจากจำนวนคนที่มีจำกัดเป็นเรื่องที่ยากมาก

นอกจากนี้ เขาได้ย้ำถึงความสำคัญในการสร้างความปรองดองระหว่างกลุ่มผู้สนับสนุนและต่อต้านเขา โดยระบุว่าทุกกลุ่มการเมืองในขณะนี้ต้องร่วมมือกัน พร้อมกับขอให้กลุ่มผู้สนับสนุนอย่าได้ก่อเหตุรุนแรงอีก

และเมื่อถูกถามว่า เขาตั้งใจจะกลับประเทศไทยเมื่อใด พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า ตัวเองมีสถานะเหมือนนักโทษหนีคดี และไม่ว่าเขาจะอยู่ที่ไหน ก็ถือว่าที่นั่นคือบ้านของเขา

โดยก่อนหน้านี้ พ.ค.ท.ทักษิณ ได้เคยพูดไว้ในช่วงที่มีการเลือกตั้งในไทยว่า เขาอยากกลับประเทศภายสิ้นปีนี้

ทั้งนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ มีกำหนดไปเยือนพื้นที่ประสบภัยแผ่นดินไหวและสึนามิในจังหวัดมิยางิ ของญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 22-28 ส.ค.นี้ หลังจากทางการญี่ปุ่นได้อนุมัติวีซ่าให้เข้าประเทศได้เป็นกรณีพิเศษ และระหว่างนั้นเขามีแผนไปบรรยายเรื่องความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างญี่ปุ่นและไทยด้วย

2.)'ปู'กั๊กจ่ายเงินเยียวยาเสื้อแดงศพละ10ล้านดูงบเหมาะสมก่อน
วันที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2554

**

 น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบรัฐบาล ถึงกรณีที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย (พท.) และแกนนำคนเสื้อแดง จะเข้ามาหารือเพื่อขอเงินชดเชยเยียวยาให้กับญาติผู้เสียชีวิตจากการสลายการชุมนุมเมื่อปี 2553 รายละ 10 ล้านบาทว่า "ตอนนี้คงเป็นการหารือเชิงนโยบายก่อน เรื่องตัวเลขเราต้องคุยกัน ทั้งงบประมาณและความเหมาะสมอีกครั้ง"

ด้าน พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า ถ้ามองถึงหลักความสามัคคีและความปรองดองที่จะเกิดขึ้นในอนาคต จะต้องให้การชดเชยทุกฝ่าย ไม่ใช่เฉพาะเสื้อแดงอย่างเดียว หากจะชดเชยควรให้ทหาร และเสื้อเหลืองด้วย เพื่อให้ประชาชนทั้งหมดมีความสุขกันถ้วนหน้า มากกว่าจะทำเฉพาะกลุ่ม และอีก 2 ส่วนไม่ได้รับการชดเชย

ส่วนกรณีที่ทหารที่เสียชีวิตจากเหตุปะทะชายแดน และเหตุความไม่สงบในจังหวัดภาคใต้ยังได้เงินชดเชยไม่ถึง 10 ล้านบาทนั้น พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าวว่า เรื่องนี้คงต้องให้ผู้ที่มีหน้าที่หารือกัน

นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กล่าวเช่นกันว่า ตัวเงินไม่ใช่ปัญหา เพราะชีวิตคนไม่สามารถประเมินค่าได้ แต่การช่วยเหลือต้องคำนึงความเสมอภาคที่ทุกคนไม่ว่าจะเป็นสีอะไรก็ต้องดูแลอย่างเสมอภาค หากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้รับมอบหมายให้ดูแลในส่วนนี้จะทำให้เต็มที่เท่าที่งบประมาณจะเอื้ออำนวย

ปชป.ย้อน "จตุพร" ให้ขอค่าเยียวยาจากทักษิณ

นายอรรถพร พลบุตร ส.ส.เพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงกรณีที่นายจตุพร เรียกร้องให้รัฐบาลจ่ายเงินชดเชยให้กับผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์การชุมนุมเดือนศพละ 10 ล้านบาท ว่า การเรียกร้องของนายจตุพร เป็นเพียงการหาคะแนนนิยมจากกลุ่มคนเสื้อแดง ไม่มีเนื้อหาสาระใดๆ แต่บุคคลที่นายจตุพรควรเรียกร้องให้รับผิดชอบจ่ายเงินชดเชยคือ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งเป็นต้นเหตุของการสูญเสียทั้งหมด เพราะ พ.ต.ท.ทักษิณ คือผู้สั่งการการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง

นายอรรถพร กล่าวด้วยว่า ที่ผ่านมาตั้งแต่เกิดความสูญเสีย ตนไม่เคยเห็น พ.ต.ท.ทักษิณ ออกมาแสดงความรับผิดชอบใดๆ กับประชาชนที่เสียชีวิตเพื่อตนเอง อาทิ การชดเชย หรือช่วยเหลือในด้านต่างๆ ทั้งๆ ที่ พ.ต.ท.ทักษิณ มีเงินหลายหมื่นล้านบาท ดังนั้น ตนจึงขอเสนอแนะให้นายจตุพร เรียกร้องมนุษยธรรมจาก พ.ต.ท.ทักษิณ และควรเรียกร้องไปถึงผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ที่ตากใบและกรือเซะด้วย

10 ส.ส.พท.ใช้ตำแหน่งประกัน "แดงอุดรฯ"

นายคารม พลทะกลาง ทนายความของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวถึงการยื่นประกันตัวแนวร่วม นปช. รวม 22 คน 4 คดี ที่ถูกยื่นฟ้องคดีต่อศาลจังหวัดอุดรธานีว่า ได้ประสานขอใบรับรองเงินเดือน ส.ส.อุดรธานี ทั้ง 9 คน ของพรรคเพื่อไทย (พท.) และ นายวิเชียร ขาวขำ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เพื่อจะใช้ตำแหน่ง ส.ส.ของทั้ง 10 คนเป็นหลักทรัพย์ในการยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราว โดยหลักทรัพย์ที่จะเสนอศาลขอประกันตัวจำเลยทั้ง 22 คน อยู่ที่คนละ 500,000 บาท แต่ศาลจะพิจารณาอย่างไรขึ้นอยู่กับดุลยพินิจด้วย

ขณะที่คำร้องได้ระบุเหตุผลประกอบหลายข้อ อาทิ เรื่องความเป็นธรรม และการยุ่งเหยิงพยานหลักฐาน หรือการหลบหนี ที่ชี้ให้ศาลเห็นว่า ขณะนี้คดีดังกล่าวที่แนวร่วมทั้ง 22 คน ถูกฟ้องรวม 4 คดี ได้สืบพยานเสร็จสิ้นและนัดพิพากษาคดีเดือน ต.ค.นี้ จึงเป็นไปไม่ได้ที่จำเลยจะเข้าไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน

ส่วนการหลบหนีก็ยืนยันว่าจะไม่มีโดยได้ใช้ตำแหน่ง ส.ส.มาเป็นหลักประกัน นอกจากนี้ได้ชี้ให้ศาลเห็นถึงเรื่องความปรองดอง ที่เมื่อมีรัฐบาลใหม่แล้วก็ได้ส่งสัญญาณเรื่องนี้อย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม คาดว่าการยื่นประกันจะสามารถดำเนินการได้ภายในวันนี้ (16 ส.ค.) ซึ่งระหว่างนี้รอ ส.ส.เขตอุดรธานี ของพรรคเพื่อไทย ทั้ง 9 คน เดินทางมาที่ศาล โดยทราบว่านั่งเครื่องบินโดยสารมาจะเดินทางถึงเวลา 14.45 น.วันเดียวกัน

ขณะที่นายขวัญชัย ไพรพนา แกนนำ นปช. ประธานชมรมคนรักอุดรธานี กล่าวว่า จำเลยทั้ง 22 คน ถูกฟ้องข้อหาร่วมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปปลุกปั่นยุยง ซึ่งถูกกล่าวหาว่าจะเผาศาลากลางจังหวัด และอำเภอ โดยจำเลยได้ต่อสู้คดีมาโดยตลอดปีกว่าแล้ว ก่อนหน้านี้มีจำเลยที่ถูกศาลพิพากษาลงโทษแล้ว 3 คน ให้จำคุกคนละ 1 ปี 6 เดือน ซึ่งจะช่วยเหลือยื่นประกันตัวต่อไปด้วย

เล็งประกัน "แดงอุบลฯ" คิวต่อไป

นายประสิทธิ์ สุทธิพันธ์ แกนนำ นปช.อุบลราชธานี กล่าวว่า ได้ประสานขอความช่วยเหลือไปยังแกนนำ นปช.อุบลฯ เพื่อขอให้ดำเนินการเพื่อยื่นประกันตัวผู้ต้องหาที่อยู่ติดอยู่ที่เรือนจำกลางอุบลราชธานี จำนวน 20 คนโดยได้รับแจ้งจากแกนนำ นปช.ว่าจะดำเนินการช่วยเหลือเพื่อยื่นประกันตัวในส่วนของ จ.อุดรธานี ก่อนจากนั้นก็จะดำเนินการขอยื่นประกันในส่วนของ จ.อุบลราชธานีต่อไป

นายประสิทธิ์ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ศาลมีคำสั่งไม่อนุญาต เนื่องจากพิเคราะห์ว่าผู้ต้องหาทั้งหมดเป็นจำเลยร่วมกันวางเพลิงเผาศาลากลางจังหวัด เป็นความผิดร้ายแรงมีโทษถึงประหารชีวิต และการสืบพยานใกล้จะสิ้นสุด หากปล่อยตัวเกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนี ประกอบกับศาลอุทธรณ์ภาค 3 มีคำวินิจฉัยยกคำร้องไว้แล้ว จึงไม่มีเหตุให้ศาลเปลี่ยนแปลงคำสั่ง จึงยกคำร้อง

"สุวณา" ชงของบช่วยประกันตัว "แดง"

นางสุวณา สุวรรณจูฑะ อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงการให้ความช่วยเหลือผู้ต้องขังเสื้อแดงว่า ที่ผ่านมาเคยส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปสำรวจกลุ่มผู้ต้องขังเสื้อแดง ที่ถูกคุมขังอยู่ที่จังหวัดอุดรธานีแล้ว แต่กลุ่มผู้ต้องขังแสดงความจำนงที่จะไม่รับการช่วยเหลือ และต่อมาได้เปลี่ยนใจยื่นเรื่องเข้ามาที่กรมคุ้มครองสิทธิฯ ซึ่งการให้ความช่วยเหลือในส่วนนี้ มีขั้นตอนการตรวจสอบ เช่น การขอความเห็นจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.)

โดยล่าสุดทั้งสองหน่วยงานตอบกลับความเห็นว่า จะไม่คัดค้านการประกันตัว ดังนั้นกรมคุ้มครองสิทธิฯ จะดำเนินการยื่นขอประกันผู้ต้องขังกลุ่มเสื้อแดงจังหวัดอุดรธานี เข้าสู่ที่ประชุมกองทุนยุติธรรม เพื่อขออนุมัติเงินช่วยเหลือในการประกันตัว แต่การจะได้ประกันตัวออกมาหรือไม่ ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของศาล

นางสุวณา กล่าวถึงการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุความไม่สงบทางการเมืองว่า ได้แยกการช่วยเหลือออกเป็น 2 กลุ่มคือ การยื่นขอประกันตัวผู้ต้องขังกลุ่มเสื้อแดงและดูแลผู้ต้องขังคดีการเมืองให้ได้รับสิทธิตามกฎหมาย และการให้ความช่วยเหลือผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ

สำหรับความคืบหน้าการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบยื่นเรื่องขอรับความช่วยเหลือกับกรมคุ้มครองสิทธิฯ ประกอบด้วยผู้ยื่นเรื่องขอรับการเยียวยา 243 ราย ได้รับเงินช่วยเหลือไปแล้ว 172 ราย รวมเป็นเงินกว่า 8 ล้านบาท ไม่ผ่านการอนุมัติ 49 ราย ทั้งนี้จากผู้ยื่นคำร้องขอรับการเยียวยา 243 ราย พิจารณาไปแล้ว 221 ราย ค้างพิจารณา 22 ราย

3.)“22 แดงอุดรฯ” เฮ ศาลให้ประกันตัว ตีราคาคนละ 1 ล้านบาท
วันที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2554

**

 
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อเวลา 14.30 น. นายคารม พลทะกลาง ทนายความของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวว่า ศาลจังหวัดอุดรธานี ได้มีคำสั่งอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว แนวร่วม นปช. 22 คน จำเลยที่ถูกฟ้องต่อศาลจังหวัดอุดรธานี ในความผิดฐานร่วมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปปลุกปั่นยุยงแล้ว โดยตีราคาประกันคนละ 1 ล้านบาท อย่างไรก็ดีขณะนี้ตนได้ประสานแจ้งให้ ส.ส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย 9 คน ประกอบด้วย นายศราวุธ เพชรพนมพร ส.ส.อุดรธานี เขต 1 , พ.ต.ท.สุรทิน พิมานเมฆินทร์ ส.ส.อุดรธานี เขต 2 , นายอนันต์ ศรีพันธุ์ ส.ส.อุดรธานี เขต 3 , นายขจิตร ชัยนิคม ส.ส.อุดรธานี เขต 4 , นายทองดี มนิสสาร ส.ส.อุดรธานี เขต 5 , นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ ส.ส.อุดรธานี เขต 6 , นายจักรพรรดิ ไชยสาส์น ส.ส.อุดรธานี เขต 7 , นายเกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม ส.ส.อุดรธานี เขต 8 และ นางเทียบจุฑา ขาวขำ ส.ส.อุดรธานี เขต 9 และ นายวิเชียร ขาวขำ ส.ส.บัญชชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เซ็นชื่อเพิ่มวงเงินจากเดิมที่ เมื่อวานนื้ ( 15 ส.ค.) ในการยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราว ได้ใช้ตำแหน่ง ส.ส. ของทั้ง 10 คน เป็นหลักทรัพย์วงเงินคนละ 500,000 บาท

 นายคารม ทนายความ กล่าวว่า หลังจากยื่นประกันกลุ่ม 22 คน ที่จ.อุดรธานี เสร็จสิ้นแล้ว ยังคงเหลือกลุ่มแนวร่วม นปช. ประมาณ 110 คนจากเดิม 132 คนที่ยังคงถูกคุมขังในเรือนจำในจังหวัดต่าง ๆ อาทิ จ.อุบลราชธานี ขอนแก่น และสารคาม ซึ่งจะใช้ตำแหน่ง ส.ส. เป็นหลักทรัพย์ยื่นประกันเช่นกัน ขณะนี้คดีดังกล่าวของกลุ่มแนวร่วม จ.อุดรธานีทั้ง 22 คน ที่ถูกฟ้องรวม 4 คดี ได้สืบพยานเสร็จสิ้นและศาลนัดพิพากษาคดีเดือน ต.ค.นี้

4.)ครม.ถกนโยบาย8ด้านอาจชะลอค่าจ้าง300-ป.ตรี15,000
วันที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2554

 "ยิ่งลักษณ์" นั่งหัวโต๊ะถกนโยบายรัฐบาล ชง ครม.พิจารณาวันนี้ เตรียมแถลงสภาชะลอ "ค่าแรง 300 บาท-เงินเดือน ป.ตรี 15,000 บาท" จะทำเป็นแผนระยะ 3 ปี ขณะที่ 16 เรื่องเร่งด่วนตามที่หาเสียงไว้ จะเดินหน้าภายใน 1 ปี ด้านเกษตรฯ เล็งของบ 1.2 หมื่นล้าน ให้อาสาสมัครหมู่บ้าน ด้าน ส.ส.เพื่อไทยโวยเป็นนโยบาย “ฉบับแอบทำ” แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า คำแถลงนโยบายรัฐบาลที่คณะทำงานจัดทำร่างนโยบายรัฐบาล จะเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาวันนี้ (16 ส.ค.) รัฐบาลได้กำหนดนโยบายบริหารราชการแผ่นดินไว้ โดยแบ่งการดำเนินการเป็น 2 ระยะ คือ ระยะเร่งด่วนที่จะดำเนินในการปีแรก และระยะการบริหารราชการ 3 ปี โดยนโยบายเร่งด่วนที่จะดำเนินการในปีแรก ส่วนใหญ่เป็นนโยบายที่พรรคเพื่อไทยได้หาเสียงไว้กับประชาชน แต่นโยบายการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำวันละ 300 บาท และปรับค่าตอบแทนผู้จบปริญญาตรีที่ทำงานในภาครัฐ 15,000 บาทนั้นถูกบรรจุไว้ในนโยบายที่จะดำเนินการในช่วง 3 ปี แม้ว่าในช่วงการหาเสียงจะประกาศว่าหลังจากเข้ามาเป็นรัฐบาลจะปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาททั่วประเทศทันที ในคำแถลงในส่วนของนโยบายแรงงานนั้น ระบุว่า จะมีการยกระดับค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาท เพื่อให้แรงงานสามารถดำรงชีพได้อย่างมีคุณภาพชีวิตที่ดี โดยเน้นเรื่องพัฒนาฝีมือแรงงานให้สอดคล้องกับค่าจ้าง และมีมาตรการเพื่อลดภาระแก่ผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ รวมทั้งปรับค่าตอบแทนผู้จบปริญญาตรีที่ทำงานในภาครัฐเป็น 15,000 บาท ส่งเสริมให้ผู้ต้องการมีงานทำในระบบสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร ตำแหน่งงานว่าของสถานประกอบการได้โดยสะดวก อีกทั้งส่งเสริมให้สถานประกอบการสามารถรับทราบข้อมูลผู้ต้องการมีงานทำได้ทุกระดับความต้องการ และส่งเสริมแรงงานที่อยู่นอกระบบสามารถเลือก และมีงานทำได้ภายใต้เงื่อนไขที่เหมาะสมกับสถานะ เพื่อไทยถกนโยบายเตรียมแถลงสภา วานนี้ (15 ส.ค.) พรรคเพื่อไทยได้ประชุมคณะทำงานด้านเศรษฐกิจของพรรคและคณะทำงานร่างนโยบาย เพื่อหารือถึงความคืบหน้าในการจัดทำนโยบายรัฐบาลที่จะแถลงต่อรัฐสภา ทั้งนี้ นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รมว.อุตสาหกรรม นายอำพน กิตติอำพน เลขาธิการ ครม. และนายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดกระทรวงคมนาคม ได้เดินทางมาที่พรรคเพื่อไทย เพื่อร่วมหารือกับคณะทำงานด้านเศรษฐกิจของพรรคเพื่อไทย และคณะทำงานร่างนโยบายของพรรคเพื่อไทยด้วย นพ.วรรณรัตน์ กล่าวว่า "นโยบายของพรรคร่วมรัฐบาลทำเสร็จสิ้นหมดแล้ว โดยร่างฉบับเต็มนั้น พรรคเพื่อไทยจะแจกให้กับรัฐมนตรี เพื่อนำไปพิจารณาใน ครม.ในวันที่ 16 ส.ค." อย่างไรก็ตาม ในช่วงบ่าย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เดินทางมาเป็นประธานในการประชุมร่วมกับรัฐมนตรีในส่วนของพรรคเพื่อไทย เพื่อร่วมกันหารือถึงการจัดทำนโยบายรัฐบาลที่จะแถลงต่อรัฐสภา โดยร่างนโยบายรัฐบาลที่แจกให้กับรัฐมนตรีแต่ละคน ซึ่งมีการประทับตราไว้ในทุกหน้าด้วยข้อความว่า "ร่างนโยบายฉบับยังไม่เปิดเผย" นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าทีมเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย กล่าวในที่ประชุมช่วงหนึ่งว่า ร่างนโยบายรัฐบาลนั้นจะแบ่งออกเป็น 2 ฉบับ โดยฉบับแรกเป็นคำกล่าวของนายกรัฐมนตรี ส่วนฉบับที่ 2 จะแบ่งออกเป็น 3 ระดับ คือ 1. ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับพระราชเสาวนีย์ ซึ่งถือเป็นเรื่องแรกที่รัฐบาลจะเร่งดำเนินการ 2. นโยบายเร่งด่วนที่จะต้องเร่งดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายในปีแรกของรัฐบาล ซึ่งมีทั้งหมด 16 เรื่อง โดยบางเรื่องอาจทำให้เสร็จสิ้นก่อนที่จะครบ 1 ปี และ 3. นโยบาย 4 ปีที่จะเริ่มดำเนินการได้ทันที หลังจากแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภาแล้ว โดยบางเรื่องอาจจะทำให้เสร็จสิ้นก่อนที่จะครบ 4 ปีเช่นกัน เกษตรฯ เล็งของบช่วยน้ำท่วม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันเดียวกัน นายธีระ วงศ์สมุทร รมว.เกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยนายพรศักดิ์ เจริญประเสริฐ รมช.เกษตรฯ เดินทางมาถึงกระทรวง เข้าสักการะพระพิรุณทรงนาค ศาลพระภูมิ ศาลตายาย และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวง ในโอกาสเข้าทำงานในตำแหน่งรัฐมนตรีประจำกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นวันแรก จากนั้นนายธีระ ได้เป็นประธานการประชุมผู้บริหารกระทรวง นายธีระ กล่าวว่า จะเร่งแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนจากอุทกภัย โดยขณะนี้ ได้มอบหมายให้ข้าราชการประจำ และผู้เกี่ยวข้องเร่งเข้าไปสำรวจความเสียหายในพื้นที่การเกษตรที่ระดับน้ำลดลงแล้ว เพื่อเป็นการเตรียมข้อมูลทั้งหมดเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อให้ความช่วยเหลือ ภายหลังจากรัฐบาลได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในระยะยาวนั้น กระทรวงเกษตรฯ จะมองภาพรวมในระดับลุ่มน้ำ ดังนั้น เรื่องเขื่อนแก่งเสือเต้น ก็ต้องมองถึงการพัฒนาลุ่มน้ำยมเป็นหลัก ซึ่งกรมชลประทานได้ทำการศึกษาและรับฟังความเห็นของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเช่นเดียวกับโครงการอื่นๆ ที่จะเข้ามาแก้ไขปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากทั้งโครงการชลประทานขนาดเล็กและขนาดกลาง "แต่ต้องดูว่าโครงการใด จะมีความคุ้มค่า สามารถแก้ไขปัญหาได้ทันต่อสถานการณ์มากที่สุด" นายธีระกล่าว พร้อมเดินหน้านโยบายรับจำนำ สำหรับนโยบายการรับจำนำข้าว นายธีระ เผยว่าจะดำเนินการได้ทันที ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ เป็นหน่วยงานต้นน้ำที่มีข้อมูลจากการขึ้นทะเบียนเกษตรกรแล้ว หากดำเนินการก็จะร่วมมือกับหน่วยงานหลักที่จะดำเนินการ คือ กระทรวงพาณิชย์และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ด้านนายพรศักดิ์ กล่าวว่า เรื่องเร่งด่วนที่จะเข้ามาดำเนินการหลังจากรัฐบาลได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภาเรียบร้อยแล้ว คือ การแก้ไขปัญหาปากท้องให้แก่เกษตรกร เรื่องต้นทุนการผลิตและการเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรโดยเฉพาะการเร่งดำเนินการในเรื่องบัตรเครดิตเกษตรกรและการรับจำนำข้าวที่จะมีการแก้ไขปัญหาต่างๆ และจุดบกพร่องที่เคยเกิดขึ้นอดีตมาปรับปรุงให้การรับจำนำสามารถช่วยเหลือผลผลิตข้าวของเกษตรที่จะเริ่มดำเนินการในฤดูนาข้าวที่จะถึงนี้ 'พรศักดิ์' ของบ 1.2 หมื่นล้านให้ อกม. เขายังกล่าวอีกว่าเพื่อเป็นกำลังใจให้กับอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน (อกม.) จำนวน 70,000 คนทั่วประเทศ ทางกระทรวงเกษตรฯ จะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ของบประมาณ 1,000 ล้านบาท/เดือน หรือปีละ 12,000 ล้านบาท เพื่อจ่ายค่าตอบแทนให้กับ อกม. โดยเบื้องต้นได้หารือกับนายธีระ จะเสนอค่าตอบแทน 1,500 บาท/เดือน/คน เท่ากับอาสาสมัครประจำหมู่บ้าน (อสม.) ที่ได้ค่าตอบแทนไปแล้ว ทั้งนี้ การจ่ายเงินเดือน หรือค่าตอบแทน ให้ อสม. เพราะถือเป็นเกษตรกรที่อยู่ในแต่ละพื้นที่ และเป็นกลุ่มแรกที่จะช่วยเหลือเกษตรกรในกรณีที่มีปัญหา หรือเกษตรกรต้องประสบภัยพิบัติ ทั้งทางธรรมชาติ และจากแมลงศัตรูพืช ดังนั้น คนกลุ่มนี้จำเป็นต้องมีค่าเหนื่อย แม้จะเป็นงานอาสาสมัคร โดยภารกิจแรกที่กระทรวงเกษตรฯ จะต้องรีบดำเนินการตามนโยบายทำบัตรเครดิตของพรรคเพื่อไทย คือ การขึ้นทะเบียนเกษตรกรให้แล้วเสร็จทันฤดูกาลนาปี 2554/2555 โดยข้อมูลทั้งหมดจะต้องส่งให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธ.ก.ส.) ประมวลผลวงเงินที่เกษตรกรควรได้รับ ซึ่งวิธีการนี้จะเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายรับจำนำข้าวด้วย ส.ส.เพื่อไทยโวยนโยบาย “ฉบับแอบทำ” ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงเช้าเมื่อวานนี้ ส.ส.พรรคเพื่อไทยทุกคนได้รับข้อความเอสเอ็มเอสจากพรรคให้มาร่วมประชุมพิจารณาร่างนโยบายของรัฐบาลที่จะแถลงต่อรัฐสภา โดยไม่มีรัฐมนตรีเข้าร่วม ปรากฏว่ามีการฉายสไลด์เกี่ยวกับนโยบายของรัฐบาลในด้านต่างๆ โดยมีนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ เลขาธิการพรรค และ นางฐิติมา ฉายแสง อดีต ส.ส.ฉะเชิงเทรา บรรยายสรุป หลังจากสไลด์จบลง ส.ส.ส่วนใหญ่ ได้ตั้งคำถามว่าเหตุใดจึงไม่มีรายละเอียด และส.ส.ไม่มีส่วนร่วมรับรู้ ทั้งที่ต้องนำไปชี้แจงในพื้นที่ นายประเสริฐ เด่นกิจนภาลัย ส.ส.สมุทรปราการ ลุกขึ้นกล่าวว่า ตนขอเรียกว่า "นโยบายฉบับแอบทำ” เพราะไม่สามารถอธิบายให้ประชาชนเข้าใจได้ เช่น การถมทะเลเพื่อทำเมืองใหม่ เขียนไว้กว้างๆ หากเป็นแบบนี้ ไม่ใช่แค่จะถูกพรรคประชาธิปัตย์ถล่มในสภาเท่านั้น แต่เอ็นจีโอหรือประชาชนในพื้นที่ก็จะถามรายละเอียด ซึ่งเราก็ตอบไม่ได้ นอกจากนี้ ส.ส. ยังถามนโยบายการให้เงินกองทุนสตรีจังหวัดละ 100 ล้านบาท ที่ไม่มีรายละเอียด ว่าใช้งบจากไหน ใครดูแล และนโยบายแจกแทบเล็ตให้นักเรียนด้วยว่า ไม่ระบุให้ชัดว่า ให้เด็กชั้นไหน อายุเท่าไร นายจารุพงศ์จึงชี้แจงว่า เป็นเพียงฉบับร่าง ยังไม่ใช่ข้อสรุปเป็นที่สิ้นสุด ยังเปิดโอกาสให้ ส.ส.พิจารณาร่วมกันได้อีกในการประชุมวันที่ 16 ส.ค.

5.) 'กรมน้ำ'ชงแผนจัดการน้ำเข้าครม.วันนี้
วันที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2554

**

นายจตุพร บุรุษพัฒน์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กล่าวว่า เร่งหามาตรการเยียวยาเฉพาะหน้าให้กับชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนแล้ว ส่วนโครงการที่ทางจังหวัดต่างๆ ร้องขอความช่วยเหลือเข้ามานั้นให้ดูถึงความเหมาะสมและลำดับความจำเป็นเร่งด่วนก่อน โดยประเมินจากปัญหาอุทกภัยที่หลายจังหวัดเคยเจอน้ำท่วมซ้ำซากมาตลอด 5 ปีก่อน นอกจากนี้ กรมทรัพยากรน้ำ กำลังตรวจสอบข้อมูลโครงการด้านการจัดการทรัพยากรน้ำ ที่เคยมีการวางแผนเอาไว้แล้ว โดยเฉพาะแผนพัฒนา 25 ลุ่มน้ำหลักและ 254 ลุ่มน้ำสาขาทั่วประเทศ

ส่วนแผนพัฒนาลุ่มน้ำในส่วนของกรมทรัพยากรน้ำ ที่ผ่านมาให้ความสำคัญกับการตั้งคณะกรรมการลุ่มน้ำอยู่แล้ว โดยมี ผวจ.และผู้ทรงคุณวุฒิ และชาวบ้านในพื้นที่เป็นกรรมการ ทุกคนก็เห็นพ้องตรงกันว่าการบริหารจัดการแบบลุ่มน้ำเป็นสิ่งที่จำเป็น รวมทั้งการผันน้ำจากประเทศเพื่อนบ้านมาใช้ภายในประเทศด้วย อย่างไรก็ตาม กรมทรัพยากรน้ำ จะสรุปภาพรวมการบริหารจัดการน้ำทั้งหมดให้กับคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาในวันนี้ (16 ส.ค.) ส่วนจะมีการปรับปรุงแผนรายละเอียดอย่างไรนั้น คงต้องรอดูนโยบายรัฐบาล แต่หลักการคือการดำเนินการจะประสานกับกรมชลประทาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อให้แผนสามารถเชื่อมโยงกันเป็นรูปธรรม

นายจตุพร กล่าวถึงกรณีที่เตรียมมีการโครงการแก่งเสือเต้นเพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ จ.สุโขทัย ว่า ถ้ารัฐมนตรีมอบมาก็คงไม่มีปัญหา แต่จะต้องดูประโยชน์ท้ายสุดด้วย เรื่องแก่งเสือเต้นไม่ใช่โครงการของกรมชลประทานเพียงหน่วยงานเดียว แต่เกี่ยวกับป่าสักทองของกรมอุทยานแห่งชาติที่ชาวบ้าน จ.แพร่เป็นห่วงว่าจะหายไปถ้ามีเขื่อนแก่งเสือเต้นขึ้น ซึ่งจุดยืนของกรมทรัพยากรน้ำคือเราต้องดูปัญหาที่แท้จริง เพราะขณะนี้ลำน้ำยม เป็นแห่งเดียวที่ไม่มีเขื่อนกั้น และวิธีการทางวิศวกรรมทำได้หรือไม่ ถ้าจะสร้างต้องมีการศึกษาหลายแนวทางว่าควรจะเอาแบบไหนอย่างไร เหมือนกับกรณีแผนจัดการน้ำน่านโมเดล ซึ่งกรมทรัพยากรน้ำ เสนอให้ทางจังหวัดน่านไป แต่จังหวัดต้องรับฟังความเห็นจากทุกภาคส่วนด้วย


คม ชัด ลึก

6.)'ปู'หนีสื่อหลังถูกจี้ถาม'แม้ว'เข้ายุ่น

**

        16 ส.ค.54 น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เดินทางเข้ามายังที่ทำการพรรคเพื่อไทย และให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่รัฐบาลประเทศญี่ปุ่นระบุว่า รัฐบาลไทยเป็นฝ่ายขอให้ญี่ปุ่นอนุญาตให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พี่ชายเข้าประเทศ โดย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ตอบคำถามด้วยสีหน้าที่ไม่สู้ดีนักว่า เท่าที่ทราบข้อเท็จจริงก็คือว่า ทางบริษัทเอกชนได้เรียนเชิญ พ.ต.ท.ทักษิณ ไปบรรยายทางเศรษฐกิจ อันนี้เกิดขึ้นตั้งแต่ก่อนที่จะมาเป็นรัฐบาลแล้ว

           “ส่วนเรื่องการประสานงานนั้นเป็นหน้าที่ของกระทรวงการต่างประเทศของญี่ปุ่นที่จะพิจารณา เขาคงมาถามในส่วนเท่าที่ทราบจากท่านรัฐมนตรีว่ามีการสอบถาม ซึ่งวันนี้ไม่เคยมีนโยบายในการที่จะห้าม ซึ่งเป็นเรื่องของทางญี่ปุ่นที่จะพิจารณา ดิฉันเองไม่มีนโยบาย เพราะว่าทั้งหมดเป็นไปตามขั้นตอนแล้วในทางปฏิบัติก็ไม่มีใครที่จะไปที่สั่งการทางด้านของต่างประเทศได้อยู่แล้ว โดยต้องเป็นเรื่องของทางญี่ปุ่น”นายกรัฐมนตรี กล่าว

           เมื่อถามว่าในส่วนของรัฐบาลวางสถานะของ พ.ต.ท.ทักษิณ ไว้ยังไง นายกฯ กล่าวอย่างติดๆขัดๆว่า “ท่านก็เป็นอดีตนายกรับมนตรีแล้วก็ในส่วนของอื่นๆก็ว่าไปตามขั้นตอนกฎหมาย” เมื่อถามว่าในขณะที่รัฐบาลญี่ปุ่นให้คุณทักษิณเข้าประเทศได้ มีคำถามตามมาว่า แล้วทำไมรัฐบาลเมื่อรู้ว่าคุณทักษิณอยู่ไหนแล้วทำไมไม่ให้อัยการติดต่อทำเรื่องส่งตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดน น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ทั้งหมดนี้ก็เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องดำเนินการ และวันนี้ดิฉันเองก็ไม่ได้มีนโยบายที่จะมาบอกว่าต้องมาดูแล หรือว่านโยบายในการที่จะต้องให้มาทำอะไรพิเศษเกี่ยวกับอดีตนายกฯทักษิณ

           “ทั้งหมดนี้ก็ให้เป็นไปตามกระบวนการ ดิฉันเองก็ไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยว เพราะทุกอย่างนั้นขอให้เป็นไปตามกติกาที่อยู่บนหลักความยุติธรรมให้กับทุกคนเสมอภาคเท่าเทียมกัน ” นายกฯ กล่าว

           เมื่อถามว่าวันข้างหน้ารัฐบาลอาจถูกมองว่าละเลยการปฏิบัติหรือไม่ ปรากฏว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้เดินแหวกวงล้อมสื่อมวลชนขึ้นลิฟท์ทันที ทั้งที่ผู้สื่อข่าวถามยังไม่จบ

 

'มาร์ค'ชี้หมายจับ'แม้ว'ไม่ถึงอินเตอร์โพล

  นายอภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ  หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวกรณีน.ส.ยิ่งลักษณ์ ระบุว่าไม่เคยมีการส่งเรื่องให้ตำรวจสากลดำเนินการกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ว่า มีข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้อง 2 ส่วนคือ 1.คดีที่ตัดสินจำคุก พ.ต.ท.ทักษิณ เกี่ยวกับที่ดินรัชดา มีการขอไปแล้ว แต่ต่างประเทศเห็นว่าความผิดทางกฏหมายของเราไม่สามารถเทียบเคียงต่างประเทศได้ เพราะเป็นบทบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ที่ขัดกับทางตำรวจสากล จึงไม่ออกหมายจับ

          ส่วน 2.กรณีคดีการก่อการร้ายนั้น ดีเอสไอได้ส่งเรื่องให้ตำรวจและอัยการแล้ว ซึ่งปรากฏว่าจนถึงวันนี้ตำรวจและอัยการยังดำเนินการไม่เสร็จ
 
          เมื่อถามย้ำว่า ก่อนหน้านี้ทางตำรวจออกมาระบุว่าได้ส่งเรื่องไปแล้ว ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เขาประสานไปทางอัยการ เห็นว่ามีปัญหาในเรื่องการแปลข้อความ เข้าใจว่า เป็นความกังวลที่เกิดจากกรณีแรก ว่าทำอย่างไรให้ความผิดต่าง ๆ สามารถเทียบเคียงได้ เป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องไปติดตามและเร่งรัดต่อ
 
          ส่วนกังวลหรือตั้งใจที่จะถ่วงเรื่อง เพื่อไม่ดำเนินการกับพ.ต.ท.ทักษิณหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนไม่ทราบชัดเจนว่าเรื่องอยู่ที่อัยการหรือตำรวจ ทราบแต่เพียงว่ามีการประสานงานกันไปมา แต่คิดค้างอยู่
 
          “ต้องยอบรับว่าเราไม่ได้ทราบชัดเจน ว่าขั้นตอนดำเนินการเสร็จสิ้นไปแล้วหรือไม่ เพราะเมื่อดีเอสไอ ส่งไปเข้าใจว่าตำรวจและอัยการ ก็ว่าไปตามกระบวนการ”นายอภิสิทธิ์กล่าว

 


"มาร์ค" รอญี่ปุ่นแจงเหตุผลไฟเขียวให้ 'ทักษิณ'

           นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ  อดีตนายกรัฐมนตรี  ว่าที่หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์  กล่าวถึงกรณีที่ ทางการญี่ปุ่น อนุญาตให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีไทย เดินทางเข้าประเทศว่า ต้องดูว่า ใครเป็นผู้เข้าไปร้องกับญี่ปุ่น ฝ่ายค้านจะตรวจสอบต่อไปว่าเป็นใครและอย่างไร ต้องดูจากคำชี้แจงจากประเทศญี่ปุ่น และหากเจ้าหน้าที่ทางการของไทยเอง เป็นผู้เข้าไปร้องขอ ก็คงจะต้องมีการตรวจสอบ และดำเนินการ เพราะการที่ พ.ต.ท.ทักษิณ สามารถเข้าประเทศญี่ปุ่นได้นั้น แสดงให้เห็นว่า มีการไปดำเนินการในส่วนของทางการไทย ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสม เพราะรัฐบาลมีหน้าที่ในการที่จะปกป้องระบบกฎหมาย โดยเมื่อศาลไทยมีการวินิจฉัยตัดสินแล้ว ไม่ว่าใครจะพอใจ หรือไม่ก็ตาม คนที่เป็นฝ่ายบริหารมีหน้าที่ในการที่จะต้องบังคับใช้กฎหมาย

          เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงความรับผิดชอบของ นายสุรพงษ์ โตวิจักษ์ชัยกุล ในฐานะ รมว.ต่างประเทศ เพราะเป็นผู้ที่ไปเข้าพบทูตญี่ปุ่น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนได้ให้ฝ่ายกฏหมายของพรรคประชาธิปัตย์ดูอยู่ว่าจะสามารถดำเนินการได้อย่างไรบ้าง โดยต้องดูในข้อเท็จจริงว่าเกี่ยวข้องกับใครบ้าง ส่วนจะเข้าข่ายการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือไม่นั้น ตนเห็นว่าใครก็ตามที่เป็นเจ้าหน้าที่ แทนที่จะเดินหน้าในการทำให้กฎหมายมีความศักดิ์สิทธิ์ แต่กลับไปช่วยเหลืออำนวยความสะดวกให้คนหลบหนีคดี ก็มีความผิด

          รัฐบาลต้องมีความชัดเจนในเรื่องนี้ ส่วนตามระเบียบหรือการตัดสินใจของญี่ปุ่นนั้น เราไม่ทราบว่าเขามีหลักเกณฑ์กติกา และวิธีปฏิบัติอย่างไร แต่ในส่วนของฝ่ายเราจะต้องรับผิดชอบต่อประชาชน และจะตรวจสอบทางกฎหมาย และปราบปราม เพื่อไม่ให้มีกรณีเช่นนี้อีก

          เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ที่ผ่านมา น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ยืนยันมาตลอดว่า ไม่มีนโยบายช่วยเหลือ พ.ต.ท.ทักษิณ แต่ขณะนี้ สิ่งแรกที่ทำคือ การดำเนินการช่วยเหลือ พ.ต.ท.ทักษิณ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า  อยากเตือนรัฐบาลว่า ความคาดหวังของประชาชน คือ การมาเร่งแก้ไขปัญหาต่างๆ ปัญหาเฉพาะหน้า ซึ่งความจริงไม่จำเป็นต้องมีการตัดสินใจ


 

6 ส.ส.เพื่อไทยขอใช้ตำแหน่งส.ส.ร่วมประกันตัวคนเสื้อแดง

          เวลา 12.00 น. วันที่ 16 ส.ค.54 นายจารุพงษ์ เรืองสุวรรณ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า สืบเนื่องจากกรณีที่นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ และนายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ได้รวบรวมกลุ่มคนที่เคยเคลื่อนไหวกับกลุ่มคนเสื้อแดงเพื่อไปประกันตัวคนเสื้อแดงที่ถูกคุมขังอยู่ในจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศนั้น ตนจึงตั้งใจที่จะใช้ตำแหน่งส.ส.ของตนไปประกันตัวคนเสื้อแดงที่ติดคุกมาตั้งแต่วันที่ 10 เมษายน และ19 พฤษภาคม 2553 ด้วย เนื่องจากประชาชนกลุ่มดังกล่าวได้ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับพรรคเพื่อไทยมาโดยตลอด และไม่ใช่กลุ่มผู้ก่อการร้าย ทั้งนี้ หลังจากที่คนเสื้อแดงเหล่านี้ได้รับการประกันตัวออกมาก็คงจะมีการต่อสู้ในเรื่องของคดีต่อไป อย่างไรก็ตาม การประกันตัวคนเสื้อแดงที่ถูกคุมขังอยู่ในขณะมีประมาณ 100 คน ดังนั้นจำเป็นที่จะต้องใช้ส.ส.เพื่อไปประกันตัวเป็นจำนวนมากด้วยเช่นกัน ดังนั้นจะล่ารายชื่อเพิ่มเติมด้วย ทั้งนี้ การกระทำดังกล่าวของพวกตนถือเป็นเอกสิทธิส่วนตัว และไม่ได้แจ้งให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทยทราบด้วย
 
          ด้านนายเชิดชัย ตันติศิรินทร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า รัฐบาลชุดนี้มีนโยบายที่จะสร้างความปรองดอง ดังนั้นตามหลักของกฎหมายแล้ว หากผู้ถูกกล่าวหายังเป็นผู้บริสุทธิ์ก็สมควรที่จะได้รับการประกันตัวออกจากเรือนจำ ที่สำคัญคือ เมื่อพรรคเพื่อไทยได้รับความไว้ใจจากประชาชนจนชนะการเลือกตั้งพรรคก็ต้องช่วยเหลือประชาชนที่ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยมาโดยตลอดด้วย ดังนั้น ภาพที่เกิดขึ้นจะสะท้อนให้เห็นว่า จากนี้ไปประเทศจะเดินหน้าสู่ประชาธิปไตยอย่างแท้จริง
 
          น.ส.ภูวนิดา คุณผลิน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตามนโยบายของรัฐบาลนั้น เราอยากเห็นทุกคนมีความสุข ร่วมกันสร้างความสุข สลายความทุกข์ แม้จะเป็นคนกลุ่มเล็กๆ ที่ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยก็ตาม เพราะเมื่อวันนี้เราสามารถจะทำได้พวกเราที่เป็นส.ส.อยู่ตรงนี้ก็ขออาสายื่นประกันตัวให้พวกเขาเหล่านั้นได้ออกมาอยู่กับครอบครับและต่อสู้เพื่อความยุติธรรมต่อไป
 
          ขณะที่น.ส.ลีลาวดี วัชโรบล ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เรื่องนี้ถือเป็นมติของส.ส.กลุ่มหนึ่งที่อยากจะคืนความสุข และประชาธิปไตยให้กับประชาชนที่มาร่วมเรียกร้องประชาธิปไตย ซึ่งถือเป็นก้าวแรกของความปรอดอง
 
          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับส.ส.พรรคเพื่อไทยที่มาแถลงข่าวเพื่อแสดงความจำนงจะไปเข้าร่วมประกันตัวคนเสื้อแดงด้วยนั้นมีจำนวน 6 คน ประกอบด้วย 1.นายสุชาติ ธาดาธำรงเวช ส.ส.บัญชีรายชื่อ   2.น.ส.ภูวนิดา คุณผลิน ส.ส.บัญชีรายชื่อ   3.นายจารุพงษ์ เรืองสุวรรณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ   4.นายเชิดชัย ตันติศิรินทร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ   5.น.ส.ลีลาวดี วัชโรบล ส.ส.กทม. และ6.นางสมหญิง บัวบุตร ส.ส.อำนาจเจริญ พรรคเพื่อไทย

7.)เปิดนโยบายรัฐฉบับแอบทำ-เผยวาทกรรมปู

**
 

         น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ เปิดเผยภายหลังการประชุมพิจารณาร่างนโยบายรัฐบาล ที่จะแถลงต่อสภาว่า กำลังดำเนินการร่างนโยบาย ซึ่งยังไม่เสร็จสิ้นดี แต่น่าจะเสร็จทันประชุมครม. ในวันที่ 16 ส.ค.นี้ ทั้งนี้ เมื่อถามว่า มีนโยบายที่หาเสียงไว้ครบถ้วนหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ตอบว่า "เดี๋ยวรอของจริงเลยดีไหม"

          เมื่อถามถึงนโยบายเรื่องปรองดอง เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ตอบว่า มีอยู่ ส่วนเรื่องค่าแรง 300 บาท เป็นนโยบายต้องคุยกับไตรภาคีอีก

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมยกร่างนโยบายกว่า 5 ชั่วโมง เพื่อเตรียมเสนอต่อที่ประชุม ครม. ก่อนที่จะนำไปแถลงต่อรัฐสภานั้น ปรากฏว่า นโยบายที่อภิปรายกันมากที่สุด เป็นเรื่องขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาทต่อวัน โดยเฉพาะการพิจารณาถ้อยคำว่า จะเขียนอย่างไร ไม่ให้ผูกพันรัฐบาล เพราะเกรงว่า จะทำไม่ได้ แต่ต้องทำให้เห็นว่า รัฐบาลทำจริง

          ทั้งนี้ นายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ รมว.แรงงาน กล่าวในที่ประชุมว่า นโยบายเรื่องนี้มีความหนักใจ ถ้าหากรัฐบาลทำไม่ได้ และมีแรงต้านจากผู้ประกอบการจะมีปัญหาในทางปฏิบัติ ทำให้นายจาตุรนต์ ฉายแสง ที่มาร่วมงานยกร่างนโยบายของรัฐบาลทั้งหมด ได้พยายามบอกว่า เป็นเรื่องที่หาเสียงเอาไว้แล้ว ถือเป็นเรื่องสำคัญ และจริง ๆ แล้วแรงงานมีฝีมือหลายจังหวัด มีค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาทอยู่แล้ว

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เป็นที่น่าสังเกตว่า มีนโยบายที่พรรคเพื่อไทยได้หาเสียงไว้ แต่ไม่ได้นำมาบรรจุในนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล โดยระบุไว้เพียงว่า เป็นนโยบายในแต่ละด้านแทน อาทิ โครงการก่อสร้างระบบรถไฟรางคู่ โครงการศึกษาและพัฒนารถไฟความเร็วสูงสายกรุงเทพฯ- เชียงใหม่ สายกรุงเพทฯ- นครราชสีมา และสายกรุงเทพฯ- หัวหิน รวมทั้งเส้นทางที่เชื่อมกับประเทศเพื่อนบ้าน โครงการการขยายเส้นทางรถไฟแอร์พอร์ทลิงก์จากสุวรรณภูมิไปถึงพัทยา การเร่งรัดโครงการรถไฟฟ้า 10 สายทั้งในกทม.และปริมณฑล โดยให้ก่อสร้างได้ครบทั้งหมดภายใน 4 ปี และเก็บค่าบริการ 20 บาทตลอดสายทั้งระบบ

**

 

เผยวาทกรรม "ยิ่งลักษณ์" แถลงนโยบายต่อสภา ยก "วิกฤติการเงินโลก" กล่อม


          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (ร่าง)คำแถลงนโยบายของ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่จะแถลงต่อรัฐสภา ในวันพุธที่ 24 ส.ค.54 มีเนื้อหาตามร่าง ดังนี้

          "ท่านประธานสภาที่เคารพ ตามที่ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ดิฉันเป็นนายกรัฐมนตรี ตามประกาศพระบรมราชโองการ ลงวันที่ 5 สิงหาคม พุทธศักราช 2554 และแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีตามประกาศพระบรมราชโองการ ลงวันที่ 9 สิงหาคม พุทธศักราช 2554 นั้น

          บัดนี้ คณะรัฐมนตรีได้กำหนดนโยบายการบริหารราชการแผ่นดินเรียบร้อยแล้ว โดยยึดมั่นในการปกครองระบอบประชาธิปไตยในระบบรัฐสภาอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และครอบคลุมถึงแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐตามบทบัญญัติในหมวด ๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

          คณะรัฐมนตรีจึงขอแถลงนโยบายดังกล่าวต่อที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาเพื่อให้ทราบถึงเจตนารมณ์ ยุทธศาสตร์ และนโยบายของรัฐบาล ที่มุ่งมั่นจะสร้างความสามัคคี ปรองดอง ให้เกิดขึ้นในสังคมไทย ซึ่งจะนำไปสู่ความร่วมมือกันในการพัฒนาเศรษฐกิจสังคม และการเมืองการปกครองของไทยให้ก้าวหน้า เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนชาวไทยทุกคน

          ขณะนี้ประเทศไทยอยู่ในทศวรรษการเปลี่ยนผ่านของเศรษฐกิจโลก และวิกฤติการณ์ศรัทธาต่อเงินสกุลที่โลกใช้เป็นทุนสำรองที่สำคัญ  ดังนั้นเราจะต้องพึ่งพาการปรับภูมิคุ้มกันอย่างเร่งด่วน สองประการ ประการที่หนึ่งคือ การเปลี่ยนผ่านขั้วอำนาจทางการเงิน และค่าของเงินจากกลุ่มประเทศมหาอำนาจเศรษฐกิจเดิมเข้าสู่ขั้วประเทศมหาอำนาจเศรษฐกิจใหม่ที่มีอำนาจการซื้อสูงขึ้น อย่างเช่น ประเทศจีน อินเดีย

          ประการที่สองคือการขาดความเชื่อมั่นในบทบาทและค่าเงินดอลลาร์และค่าเงินยูโร อันสืบเนื่องจากปัญหาหนี้สาธารณะที่สูงมาก ซึ่งสะท้อนต่อภาวะเงินเฟ้อของเศรษฐกิจโลกโดยรวมอย่างรุนแรง และกระทบต่อความมั่นคงและมั่งคั่งในทรัพย์สินและฐานะเงินสำรองของทุกประเทศอย่างมีนัยสำคัญยิ่งต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมโลกในอนาคต ในขณะที่ศูนย์กลางการพัฒนาทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีตลอดพลังความคิดสร้างสรรค์ยังดำรงอยู่กับกลุ่มประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจเดิม

          รัฐบาลจึงมีภารกิจหลักเร่งด่วนในการสร้างความเข้มแข็งอย่างมีคุณภาพของเศรษฐกิจภายในประเทศ โดยการปรับโครงสร้างการผลิตทุกด้านจากการส่งเสริมการลงทุนจากภาคเอกชนควบคู่ไปกับการปรับทักษะการผลิตให้สามารถสร้างงานและรายได้จากการผลิตสินค้าและบริการที่มีคุณภาพ มีมาตรฐาน และมีมูลค่าสูง

          การสร้างระบบการขนส่งให้สามารถรองรับผลผลิตภาคอุตสาหกรรมและภาคเกษตรกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ เสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานและอาหาร ซึ่งจะช่วยสร้างภูมิคุ้มกันและความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลกได้อย่างมีศักยภาพ ทั้งยังเป็นการกระจายผลประโยชน์ ยกระดับอาชีพและระดับรายได้สำหรับเกษตรกร แรงงาน และผู้ประกอบการขนาดเล็กและรายย่อยให้เพียงพอต่อการดำรงชีวิต เพื่อนำไปสู่การสร้างความมั่งคั่งที่มาจากการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจในประเทศในระยะยาวอย่างมีคุณภาพ มั่นคงและยั่งยืนตามหลักปรัญชาเศรษฐกิจพอเพียง

          ในการสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจภายในประเทศดังกล่าวข้างต้น รัฐบาลจะดำเนินนโยบายการเงินและการคลังอย่างมีวินัย โปร่งใสสามารถตรวจสอบได้ ไม่สร้างภาระหนี้ให้แก่ชนรุ่นหลัง โดยการลงทุนใหม่ของรัฐบาลนั้นจะยึดกรอบการสร้างผลตอบแทนที่คุ้มทุนและสามารถชำระหนี้คืนให้ตัวเองเป็นสำคัญ ในการนี้รัฐบาลจะดำเนินการใช้ทรัพยากรเงินทุนและสินทรัพย์ในประเทศ และการประสานการใช้เงินทุนสำรองระหว่างประเทศอย่างชาญฉลาดและรอบคอบ

          การสร้างภูมิคุ้มกันทางด้านเศรษฐกิจ รัฐบาลมีเป้าหมายที่จะวางรากฐานการพัฒนาทางสังคมและสิ่งแวดล้อมให้มีคุณภาพ โดยการอนุรักษ์ส่งเสริมทุนทางสังคมและวัฒนธรรมที่เข้มแข็ง การพัฒนาคุณภาพของคนส สร้างครอบครัวที่อบอุ่น การแก้ไขปัญหายาเสพติด และพฤติกรรมบั่นทอนคุณภาพของเยาวชนไทย

          การปรับปรุงระบบการศึกษาตั้งแต่วัยเด็กเป็นสำคัญเพื่อสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้และสามารถนำเทคโนโลยีใหม่มาปรับใช้อย่างเท่าทัน  รวมทั้งการเสริมสร้างระบบสวัสดิการสังคมที่มั่นคง มีมาตรฐานให้กับทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน ซึ่งไม่เพียงแต่จะสร้างกำลังการผลิตที่มีคุณภาพแต่ยังสร้างสังคมที่มีความสุข

          ความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคมดังกล่าวข้างต้น จะสำเร็จได้ก็ต่อเมื่อประเทศไทยและประชาชนชาวไทยมีความปรองดองสมานฉันท์ทางการเมืองและทางสังคมอย่างเป็นรูปธรรม มีการยึดหลักนิติธรรม ภายใต้กรอบกติกาของระบอบประชาธิปไตยซึ่งเป็นที่ยอมรับของทุกภาคส่วน รัฐบาลจะมุ่งดำเนินการรักษากฎหมายและกระบวนการยุติธรรมเพื่อให้ประชาชนทุกคนได้รับการปฏิบัติภายใต้กฎหมายและหลักนิติธรรมอย่างเท่าเทียมและเสมอภาค"

 

เปิดเนื้อหานโยบายรัฐ 8 หัวข้อ 34 หน้า


          สำหรับนโยบายที่จะแถลงต่อสภาซึ่งทางพรรคเพื่อไทยได้จัดทำเป็นเอกสารจำนวน 34 หน้า โดยทุกหน้าประทับคำว่า “ร่างนโยบายรัฐบาล ยังไม่เปิดเผย” โดยแบ่งเป็นทั้งหมด 8 หัวข้อคือ

          1.นโยบายเร่งด่วนที่จะเริ่มทำในปีแรก แบ่งเป็น

1.1 สร้างความปรองดองสมานฉันท์ของคนในชาติและฟื้นฟูประชาธิปไตย

          1.1.1 สร้างความปรองดองสมานฉันท์ของคนในชาติและฟื้นฟูประชาธิปไตย โดยการเสริมสร้างความเข้าใจร่วมกันของประชาชนในชาติให้เกิดความสมัครสมานสามัคคีเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน และยึดมั่นในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

          1.1.2 เยียวยาและฟื้นฟูอย่างต่อเนื่องแก่บุคคลทุกฝ่าย เช่น ประชาชน เจ้าหน้าที่รัฐและผู้ประกอบการภาคเอกชน ซึ่งได้รับผลกระทบอันเนื่องมาจากความขัดแย้งทางความคิด ทางการเมืองและความรุนแรงที่ก่อตัวขึ้นตั้งแต่ช่วงปลายของการใช้รัฐธรรมนูญปี 2540

          1.1.3 สนับสนุนให้คณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อแนวทางปรองดองแห่งชาติ(คอป.) ดำเนินการอย่างอิสระและได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่ายอย่างเต็มที่ในการตรวจสอบหาความจริงกรณีความรุนแรงทางการเมือง การละเมิดสิทธิมนุษยชน การสูญเสียชีวิต บาดเจ็บทางร่างกายและจิตใจ ความเสียหายทางทรัพย์สิน

1.2 กำหนดให้การแก้ไขและป้องกันปัญหายาเสพติดเป็นวาระแห่งชาติ

1.3 ป้องกันและปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่นในภาครัฐอย่างจริงจัง

1.4 เร่งแก้ไขปัญหาความไม่สงบและนำสันติสุขกลับสู่จังหวัดชายแดนภาคใต้โดยเร็ว

1.5 เร่งฟื้นฟูความสัมพันธ์และพัฒนาความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านและนานาประเทศ

1.6 แก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนและผู้ประกอบการเนื่องจากภาวะเงินเฟ้อและราคาน้ำมันเชื้อเพลิง

1.7 ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน

          1.7.1 พักหนี้ครัวเรือนของเกษตรกรรายย่อยและผู้มีรายได้น้อยที่มีหนี้ต่ำกว่า 5 แสนบาท อย่างน้อย 3 ปี และปรับโครงสร้างหนี้สำหรับผู้ที่มีหนี้เกิน 5 แสนบาท

          1.7.2 เพิ่มรายได้รายวันสำหรับแรงงานเป็นวันละ 300 บาท และรายเดือนของผู้ที่จบการศึกษาระดับปริญญาตรีเป็น 15,000 บาท

          1.7.3 จัดให้มีเบี้ยยังชีพรายเดือนแบบขั้นบันไดสำหรับผู้สูงอายุ

          1.7.4 ให้มีมาตรการภาษีเพื่อลดภาระการลงทุนสำหรับสิ่งจำเป็นในชีวิตของประชาชนทั่วไป ได้แก่บ้านหลังแรก

1.8 ปรับลดภาษีเงินได้นิติบุคคลให้เหลือร้อยละ 23 ในปี 2555 และลดลงร้อยละ 20 ในปี 2556 เพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขันของภาคเอกชน ขยายฐานภาษีและรองรับเข้าสู่การเป็นประชาคมอาเซียนในปี 2558

1.9 ส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึงแหล่งเงินทุนสนับสนุนสินเชื่อรายย่อย

          1.9.1 เพิ่มกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง 1 ล้านบาท

          1.9.2จัดตั้งกองทุนพัฒนาศักยภาพสตรีเฉลี่ยจังหวัดละ 100 ล้านบาท

          1.9.3จัดตั้งกองทุนตั้งตัวได้วงเงินประมาณ 1 พันล้านต่อสถาบันอุดมศึกษา

1.10 ยกระดับสินค้าการเกษตรและให้เกษตรกรเข้าถึงแหล่งเงินทุน โดยให้มีการประกันภัยพืชผลและนำระบบรับจำนำสินค้าการเกษตรมาใช้ รวมถึงการออกบัตรเครดิตสำหรับเกษตรกร

1.11 ส่งเสริมให้มีการจัดการน้ำอย่างบูรณาการด้วยการสร้างระบบชลประทานขนาดใหญ่-กลาง-เล็ก

1.12 เร่งเพิ่มรายได้จากการท่องเที่ยวโดยได้ปี 2554 - 2555 เป็นปีมหัศจรรย์ไทยแลนด์ (มิลาเคิลไทยแลนด์ เยียร์) และประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวร่วมเฉลิมฉลองในพระราชพิธีมหามงคลในช่วงปี 2554-2555

1.13 สนับสนุนงานศิลปหัตถกรรมเพื่อสร้างเอกลักษณ์และผลิตสินค้าในท้องถิ่น

          1.13.1 สนับสนุนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ

          1.13.2บริหารโครงการหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ให้มีศักยภาพ

1.14 พัฒนาระบบประกันสุขภาพ 30 บาทรักษาทุกโรค

1.15จัดหาเครื่องคอมพิวเตอร์แทปเล็ตให้โรงเรียน โดยเริ่มทดลองดำเนินการในโรงเรียนนำร่อง สำหรับระดับประถมศึกษาปีที่ 1 ปีการศึกษา 2554 ควบคู่กับการพัฒนาเนื้อหาที่เหมาะสมตามหลักสูตรบรรจุลงในแทปเล็ต รวมถึงทำอินเตอร์เน็ตไร้สายในระดับการให้บริหารและในพื้นที่สาธารณะ รวมถึงสถานศึกษาที่กำหนดฟรี

1.16 เร่งรัดและผลักดันการปฏิรูปการเมือง ที่ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างกว้างขว้าง โดยมีสภาร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยให้ประชาชนเห็นชอบโดยการออกเสียงประชามติ

          2. นโยบายความมั่นคงแห่งรัฐ เช่น เทิดทูนและพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์, พัฒนาและเสริมสร้างระบบป้องกันประเทศของกองทัพให้มีความมั่นคง

          3.นโยบายเศรษฐกิจ

          4.นโยบายคุณภาพชีวิต

          5.นโยบายที่ดินทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

          6.นโยบายวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี การวิจัย และนวัตกรรม

          7.นโยบายการต่างประเทศและเศรษฐกิจระหว่างประเทศ

          8.นโยบายการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี

          ทั้งนี้ ที่น่าสนใจคือ นโยบายของรัฐบาล ยังระบุด้วยว่า ในส่วนนโยบายความมั่นคงแห่งรัฐ มีเรื่องการเทิดทูนและพิทักษ์รักษาซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ ดำรงรักษาไว้ซึ่งพระบรมเดชานุภาพแห่งมหากษัตริย์ โดยการเสริมสร้างจิตสำนึกประชาชนในชาติให้มีความจงรักภักดีต่อสถาบัน โดยการเชิดชู ปกป้อง มิให้ผู้ใดล่วงละเมิดได้ 

          รวมถึงป้องกันไม่ให้มีการนำเอาสถาบันมาใช้อ้างเพื่อผลประโยชน์เฉพาะกลุ่ม หรือเพื่อแบ่งแยกความจงรักภักดีของประชาชน อีกทั้งส่งเสริม เผยแพร่โครงการพระราชดำริเพื่อให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งการเรียนรู้สามัคคี และดำเนินชีวิตอย่างพอเพียง

          นอกจากนี้ต้องพัฒนาและเสริมสร้างระบบป้องกันประเทศของกองทัพให้มีความมั่นคง รวมถึงเสริมสร้างความสามัคคีปรองดองของคนชาติ

 

ลูกพรรค พท. ป่วน ไม่มีส่วนร่วม ซัด นโยบายรัฐ "ฉบับแอบทำ"


          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 15 ส.ค.54 .ส.ส.พรรคเพื่อไทยทุกคน ได้รับข้อความสั้นหรือเอสเอ็มเอสจากพรรคว่า ขอให้มาร่วมประชุมเพื่อพิจารณาร่างนโยบายของรัฐบาลที่จะแถลงต่อรัฐสภา ทำให้มีส.ส.ของพรรคเดินทางมาเข้าร่วมประชุมด้วยพอสมควร

          ทั้งนี้ เมื่อเริ่มการประชุม ได้มีการนำสไลด์เกี่ยวกับนโยบายของรัฐบาลในด้านต่างๆ มาฉายทีละหน้า รวมทั้งยังมีการระบุด้วยว่า นโยบายรัฐบาลฉบับจริง ขณะนี้ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ โดยมีนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ เลขาธิการพรรค และนางฐิติมา ฉายแสง ผู้สมัครส.ส.ฉะเชิงเทรา พรรคเพื่อไทย ทำหน้าที่บรรยายสรุปแต่ละหน้าให้กับส.ส.ฟังแต่ไม่มีรัฐมนตรีของพรรคเข้าร่วมรับฟังด้วยแต่อย่างใด

          ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ทันทีที่ฉายสไลด์นโยบายของรัฐบาล ส.ส.ของพรรคส่วนใหญ่ ต่างรู้สึกไม่พอใจ โดยมองว่าส.ส.ไม่ได้เข้าไปมีส่วนร่วม หรือรับรู้ขั้นตอนในการร่างนโยบายของรัฐบาลเลย ทั้ง ๆ ที่นโยบายของรัฐบาล ส.ส.มีหน้าที่ที่จะต้องนำไปชี้แจงกับประชาชนในพื้นที่

          นายประเสริฐ เด่นกิจนภาลัย ส.ส. สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ได้ลุกขึ้นกล่าวต่อที่ประชุมช่วงหนึ่งว่า เขาขอเรียกนโยบายดังกล่าวว่า “ฉบับแอบทำ” เพราะนโยบายดังกล่าว ไม่สามารถที่จะนำไปอธิบายให้ประชาชนเข้าใจได้ เช่น การถมที่กลางทะเลเพื่อทำเมืองใหม่ มีการเขียนไว้อย่างกว้างๆ เท่านั้น ซึ่งหากเป็นแบบนี้ไม่ใช่แค่จะถูกพรรคประชาธิปัตย์อภิปรายถล่มในสภาเท่านั้น แต่กลุ่มเอ็นจีโอหรือประชาชนในพื้นที่ก็จะสอบถามรายละเอียดต่างๆ ด้วย แต่เราก็ตอบไม่ได้

          ด้านนางกุสุมาลวตี ศิริโกมุท ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ได้ลุกขึ้นถามในเรื่องนโยบายการให้เงินกองทุนสตรีจังหวัดละ 100 ล้านบาท ที่ไม่มีรายละเอียดในนโยบายว่า จะนำเงินจำนวนดังกล่าวนั้นมาจากไหน และจะให้ใครเป็นผู้ดูแลเงินจำนวนดังกล่าว

          "อยากให้ระบุให้ชัดเจนว่า จะเป็นกระทรวงพัฒนาสังคมฯ อบต. หรือจังหวัด"

          รายงานระบุด้วยว่า ในที่ประชุมได้พูดถึงนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ ที่จะแจกคอมพิวเตอร์แท็บเล็ตให้กับเด็กนักเรียนด้วยว่า ไม่มีการระบุรายละเอียดให้ชัดเจนว่า เด็กที่จะได้รับแจกคอมพิวเตอร์แท็บเล็ต ต้องเรียนอยู่ชั้นไหนหรือต้องอายุเท่าไหร่ด้วย

          ทั้งนี้ นายจารุพงศ์ ได้ลุกขึ้นชี้แจงว่า ร่างนโยบายของรัฐบาลฉบับที่นำมาฉายสไลด์ให้ดู ยังไม่ใช่ข้อสรุปที่เป็นที่สิ้นสุด ยังเป็นเพียงแค่ฉบับร่างเท่านั้น และยังจะเปิดโอกาสให้ส.ส.ได้พิจารณาร่วมกันอีกครั้ง ในการประชุมส.ส.พรรคในวันที่ 16 ส.ค.นี้

8.) 'ยิ่งลักษณ์'แค่เลขานุการนายกฯ?

เลขานุการนายกรัฐมนตรี : ขยายปมร้อน โดย ศรุติ ศรุตา

           แม้จะก้าวขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศไทยอย่างเต็มภาคภูมิ แต่เพียงไม่กี่วัน ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็เริ่มจะออกอาการให้เห็นว่าแท้จริงแล้ว ทำหน้าที่ไม่ต่างจาก "เลขานุการนายกรัฐมนตรี" เท่าใดนัก

            ส่วนนายกรัฐมนตรีตัวจริงนั้น ก็คงจะเป็นคนที่ยังเข้าประเทศไม่ได้ในขณะนี้

            จะไม่ให้ถูกมองอย่างนี้ได้อย่างไร ในเมื่อเรื่องคืนพาสปอร์ตให้ ทักษิณ ชินวัตร นั้น ยิ่งลักษณ์บอกว่ารัฐบาลไม่มีนโยบาย แต่เรื่องที่จะไปญี่ปุ่นถึงแม้ยิ่งลักษณ์ จะยังไม่ได้พูด แต่ในฐานะนายกรัฐมนตรี จะไม่รับรู้เลยเชียวหรือว่า รัฐมนตรีต่างประเทศ สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ได้อาศัยตำแหน่งหน้าที่ความเป็นรัฐมนตรีจัดการไปเรียบร้อยแล้ว

            วันแรก สุรพงษ์บอกว่า ทูตญี่ปุ่นมาขอพบจึงได้แจ้งเรื่องนี้ต่อทูตญี่ปุ่นว่า ถ้าทักษิณจะขอเข้าญี่ปุ่น ก็ช่วยอนุเคราะห์ความสะดวกให้ด้วย

            ฟังดูแล้วเหมือนไม่มีอะไร

            แต่ล่าสุดสื่อญี่ปุ่นรายงานว่า นายยูคิโอะ เอดาโนะ โฆษกรัฐบาลญี่ปุ่น ได้แถลงว่า รัฐบาลญี่ปุ่นได้อนุมัติวีซ่าแก่ทักษิณ ตามคำร้องขอของรัฐบาลไทย ที่ขอให้ญี่ปุ่นอนุญาตให้อดีตนายกฯ เข้าประเทศเป็นกรณีพิเศษ

            จะให้หมายความว่าอย่างไร ?

            นายกฯ หญิงคนแรกของประเทศไทย อนุญาตให้รัฐมนตรีต่างประเทศไปดำเนินการร้องขอให้รัฐบาลญี่ปุ่นอนุญาตให้นักโทษที่ถูกศาลไทยพิพากษาจำคุก 2 ปี ได้เข้าญี่ปุ่นเป็นกรณีพิเศษ ทั้งที่ญี่ปุ่นเขามีข้อห้ามอยู่แล้ว แค่คุก 1 ปี เขาก็ไม่ให้เข้าแล้ว

            ไม่อยากจะคิดหรอกว่า ไปสัญญาว่าจะให้อะไรกับเขา เขาถึงได้ยอมทำอย่างนั้น

            แต่โฆษกรัฐบาลญี่ปุ่นเขาก็ปลิ้นไส้ให้สื่อของเขาฟังว่า ฝ่ายไทยชี้แจงเหตุผลว่า การไปเยือนของทักษิณ จะช่วยเหลือเหยื่อผู้ประสบภัยพิบัติแผ่นดินไหวและคลื่นสึนามิ และช่วยพัฒนาความสัมพันธ์ทวิภาคีของ 2 ประเทศ

            ลำพังสัญญาว่าจะช่วยเหลือเหยื่อสึนามิ-แผ่นดินไหวมันไม่เท่าไหร่ หากทักษิณจ่ายเอง

            แต่ปัญหาก็คือ ที่บอกว่าการไปญี่ปุ่นของทักษิณคราวนี้ จะช่วยพัฒนาความสัมพันธ์ระดับทวิภาคีของสองประเทศนี่สิมันชัดเจน

            ว่ากันขนาดนี้แล้ว คงไม่ต้องไปถามว่า ตกลงทักษิณเป็นตัวแทนของประเทศไทยใช่ไหม ?

            ถ้าเป็น ถามว่าเป็นในตำแหน่งอะไร ใครเป็นคนตั้ง ?

            ถ้าไม่เป็น แล้วมันกงการอะไรของทักษิณ ที่จะไปพัฒนาความสัมพันธ์ระดับทวิภาคีของไทยกับญี่ปุ่น

            คำถามเหล่านี้มีเพียงคนเดียวที่จะต้องตอบให้ชัดว่าอะไรเป็นอะไร...นายกฯ ยิ่งลักษณ์เฉลยทีได้ไหม

            เพราะว่ากันว่า ญี่ปุ่นเป็นเพียงประเทศแรก ยังมีอีกหลายประเทศที่ทักษิณจะต้องเดินทางไปอีก โดยเฉพาะประเทศอุตสาหกรรมใหม่ หรือที่เรียกกันว่า จี 20
 ตามแผน "โลกล้อมไทย"

            นานวันเข้า ภาพมันก็จะออกมาในลักษณะที่ว่า ทั่วโลกเขาอ้าแขนรับคนรวย มีความรู้ความสามารถ แต่กับประเทศไทยบ้านเกิดแท้ๆ กลับปฏิเสธ

            แล้วคนที่เลือกมาทำงานนี้ก็เลือกได้ชนิดที่ว่า "ถูกตัว"

            เพราะถึงจะยกพรรคเพื่อไทยขึ้นมาเขย่าสัก 3 หน ก็คงหาคนแบบสุรพงษ์ไม่ได้อีกแล้ว ที่จะกล้าไปขอให้ทูตญี่ปุ่นช่วยอนุเคราะห์ให้ทักษิณเข้าประเทศ

            ตัวเล็กใจถึงอย่าง "เก่ง" การุณ เผลอๆ ก็อาจไม่กล้า อาจจะหาเหตุผล กฎหมาย จารีต ประเพณี คุณธรรม ยันภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศมาอ้างเพื่อปฏิเสธงานนี้เลยก็เป็นได้

            แต่กับ "เสี่ยปึ้ง" งานแบบนี้ไม่มีปัญหา

            ยังไม่ทันเข้ากระทรวงเจอหน้าข้าราชการ ก็ใช้ความเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ไปบอกทูตญี่ปุ่นโดยเอาชื่อเสียงประเทศไทยอ้างได้อย่างสบายอกสบายใจ

            ปัญหาคือเรื่องนี้เป็นเรื่องที่นอกเหนือการควบคุมสั่งการของนายกรัฐมนตรีหญิงของไทยหรือไม่...หรือรับรู้ทุกขั้นตอนการเคลื่อนไหวของรัฐมนตรีต่างประเทศ

            แล้วถ้าหากยิ่งลักษณ์ ไม่ได้เป็นน้องสาวของทักษิณ จะเกิดเหตุการณ์อย่างนี้หรือเปล่า ?

 ขณะเดียวกัน เมื่อเกิดเหตุรัฐมนตรีต่างประเทศไปช่วยเหลือเกื้อกูลให้ทักษิณ ซึ่งต้องคำพิพากษาจำคุก 2 ปี ยิ่งลักษณ์ ในฐานะผู้บังคับบัญชาจะทำอย่างไร

            คำถามมากมายก่ายกองเหล่านี้ สุดท้ายจะวนกลับไปที่คำเปรียบเปรยในตอนแรกๆ ว่า ตกลงยิ่งลักษณ์ยอมรับว่า ตำแหน่งที่แท้จริงในขณะนี้คือ "เลขานุการนายกรัฐมนตรี" แล้วใช่ไหม


เดลินิวส์

9.)"มาร์ค"สั่งทีมกฎหมายจับผิดคนช่วย"แม้ว"
วันอังคาร ที่ 16 สิงหาคม 2554 เวลา 14:24 น.

**

วันนี้ (16 ส.ค.) ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี และว่าที่หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ทางการญี่ปุ่นอนุญาตให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางข้าประเทศ ว่า ฝ่ายค้านจะตรวจสอบว่าใครเป็นผู้เข้าไปดำเนินการในเรื่องดังกล่าว เพราะเจ้าหน้าที่ของไทยมีหน้าที่ในการปฏิบัติตามกฎหมาย ที่ผ่านมาทางการญี่ปุ่นมีระเบียบว่า ห้ามผู้ที่ต้องโทษเข้าประเทศ แต่เพราะมีเจ้าหน้าที่ทางการของไทยเป็นผู้เข้าไปร้องขอ จึงต้องมีการตรวจสอบและดำเนินการ การกระทำดังกล่าวเป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสม

เมื่อถามว่า คิดว่านายสุรพงษ์ โตวิจักษ์ชัยกุล รมว.ต่างประเทศ จะต้องรับผิดชอบเรื่องนี้อย่างไร เพราะเป็นเจ้ากระทรวงที่พบทูตญี่ปุ่น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า คงต้องมีการดำเนินการ ซึ่งตนได้ให้ฝ่ายกฏหมาย ของพรรคประชาธิปัตย์ดูอยู่ว่าจะสามารถดำเนินการได้อย่างไร โดยต้องดูในข้อเท็จจริงว่าเกี่ยวข้องกับใครบ้าง แต่ในทางกฎหมายถ้ามีการไปดำเนินการก็ไม่เหมาะสม ส่วนจะเข้าข่ายปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือไม่ ตนเห็นว่าใครก็ตามที่เป็นเจ้าหน้าที่ควรเดินหน้าในการทำกฎหมายให้มีความศักดิ์สิทธิ์ แต่กลับไปช่วยเหลืออำนวยความสะดวกให้คนหลบหนีคดีก็มีความผิด

ต่อข้อถามว่า ที่ผ่านมา น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ยืนยันมาตลอดว่าไม่มีนโยบายเรื่องการช่วยเหลือ พ.ต.ท.ทักษิณ แต่กลับปฏิบัติไปในแนวทางตรงกันข้าม นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า อยากเตือนรัฐบาลว่า ความคาดหวังของประชาชนคือการมาเร่งแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ปัญหาเฉพาะหน้า ซึ่งความจริงไม่จำเป็นต้องมีการตัดสินใจเชิงนโยบายที่ซับซ้อนมากนัก เช่น เรื่องน้ำท่วม หรือปัญหาที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจ ในการกำกับดูแลเรืองราค่าสินค้า สิ่งเหล่านี้เป็นความคาดหวังของประชาชน แต่ข่าวที่ได้ยินกลายเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับ พ.ต.ท.ทักษิณ

เมื่อถามว่า การที่ พ.ต.ท.ทักษิณ สามารถเริ่มต้นที่ประเทศญี่ปุ่นได้ ในประเทศอื่นก็จะต้องมีการดำเนินการในลักษณะนี้อีก นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า คิดว่าเราจะตรวจสอบในเรื่องการดำเนินการทางกฎหมาย และคิดว่าคงจะต้องมีการปราม ไม่ให้ทำอย่างนี้อีก

เมื่อถามต่อว่า รัฐบาลยังไม่ได้แถลงนโยบาย แต่กลับมาดำเนินการในฐานะที่เป็นรัฐบาล นายอภิสิทธ์ กล่าวว่า ไม่แน่ใจว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องนโยบายหรือไม่ แต่เป็นเรื่องที่ไม่ได้ปฏิบัติตามกฎหมาย เพราะฉะนั้นเราคงต้องดำเนินการ

เมื่อถามว่า เรื่องตำรวจสากลในสมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ มีการดำเนินการหรือไม่ นายอภิสิทิ์ กล่าวว่า มีข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้อง 2 ส่วน คือ 1.คดีที่ตัดสินจำคุก พ.ต.ท.ทักษิณ เกี่ยวกับที่ดินรัชดา มีการขอไป แต่ทางต่างประเทศเห็นว่าความผิดทางกฏหมายของเราไม่สามารถเทียบเคียงต่างประเทศได้ เพราะเป็นบทบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ที่ขัดกันทางตำรวจสากล จึงไม่ออกหมายจับ ส่วนกรณีคดีการก่อการร้ายทางดีเอสไอ ได้ส่งเรื่องให้ตำรวจและอัยการ ซึ่งปรากฏว่าจนถึงวันนี้ ทางตำรวจ อัยการยังดำเนินการไม่เสร็จ

ผู้สื่อข่าวถามว่า ก่อนหน้านี้ทางตำรวจออกมาระบุว่า ได้ส่งเรื่องไปแล้ว นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เขาประสานไปทางอัยการ เห็นว่ามีปัญหาในเรื่องการแปลข้อความ เข้าใจว่า เป็นความกังวลที่เกิดจากกรณีแรก ว่าทำอย่างไรให้ความผิดต่าง ๆ สามารถเทียบเคียงได้ เป็นเรื่องที่รัฐบาลบต้องไปติดตามและเร่งรัดต่อ

เมื่อถามย้ำว่า เป็นความกังวลหรือตั้งใจที่จะถ่วงเรื่อง เพื่อไม่ดำเนินการกับ พ.ต.ท.ทักษิณ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่ทราบชัดเจนว่าเรืองอยู่ที่อัยการหรือตำรวจ ทราบยแต่เพียงว่ามีการประสานงานกันไปมา แต่คิดค้างอยู่

เมื่อถามว่า ถือเป็นความมสะเพร่าของรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ หรือไม่ ที่ไม่ติดตามเรื่องนี้ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ต้องยอมรับว่าเราไม่ได้ทราบชัดเจนว่าขั้นตอนดำเนินการเสร็จสิ้นไปแล้วหรือไม่ เพราะเมื่อดีเอสไอ ส่งไปเข้าใจว่าตำรวจและอัยการก็ว่าไปตามกระบวนการ.


มติชน

10.)ภารกิจต้องห้ามรัฐบาล วิบาก "นารีขี่เสือแดง"
วันที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2554 เวลา 12:00:43 น.

**
 
"...ที่ผ่านมาพวกเราไม่เคยออกมาพูดอะไรเลย เพราะต้องการให้ตั้งรัฐบาลได้ ต้องการให้การจัดตั้งรัฐมนตรีเสร็จสิ้นเสียก่อน แต่เมื่อมาถึงตรงนี้แล้ว พวกเราจำเป็นต้องออกมาพูดเรื่องนี้ เพื่อให้รัฐบาลได้ช่วยเหลือทั้ง 91 ศพที่เสียชีวิตเป็นเรื่องแรก..."

คือเสียง "ขอร้อง" แกม "บังคับ" ที่หลุดจากปาก "จตุพร พรหมพันธุ์" ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย (พท.) และแกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.)

ด้านหนึ่งเพื่อกระตุกต่อมความคิด-กระตุ้นเตือนความทรงจำรัฐบาล "ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" ว่าอย่าลืมดูแล "มวลชนคนเสื้อแดง"

ทั้ง "เสื้อแดงไร้อิสรภาพ" ที่ต้องนอนในคุกประมาณ 130 คน

และ "เสื้อแดงไร้วิญญาณ" รวมถึงเจ้าหน้าที่ของรัฐรวม 91 ศพ ที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์สลายการชุมนุมเมื่อเดือนเมษายน-พฤษภาคม 2553

แต่อีกด้านหนึ่งมีการถอดรหัสคำพูด-ความเคลื่อนไหวของแกนนำ นปช. ที่ออกมาในช่วงนี้ว่า น่าจะเป็น "ปฏิกิริยาสะท้อนกลับ" กรณีไม่ปรากฏชื่อ "แกนนำคนเสื้อแดง" ร่วมวง "ครม.ชุดที่ 60"

ด้วยเพราะก่อนหน้านี้ "วีรกานต์ มุสิกพงศ์" อดีตประธาน นปช. เคยออกมา "ฟันธง" ก่อนโผ ครม. "ปูแดง" จะคลอดออกมาว่า "ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ" ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พท. และ "ดาวไฮด์ปาร์กแดง" มีโอกาสขึ้นแท่นรัฐมนตรี เพราะมีคุณสมบัติเหมาะสม และเป็นได้

แม้แต่ตัว "ณัฐวุฒิ" เองก็คงแอบหวังลึกๆ ว่าจะเข้าไปครอบครองสักตำแหน่งในรัฐบาล และความหวังมาเปล่งประกายเมื่อมีชื่อในโผ "รมต. ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี" กำกับดูแลสื่อ

แต่ท้ายที่สุดกลับ "หลุดโผ-ตกขบวน" ท่ามกลางเสียงลือเสียงเล่าอ้างว่า "พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร" อดีตนายกรัฐมนตรี ต้องการลบภาพครหา "รัฐมนตรีสีเสื้อ-เสนาบดีต้องคดี" เหมือนเมื่อครั้ง "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" นายกรัฐมนตรีคนก่อน แต่งตั้ง "รัฐมนตรีเสื้อเหลือง-ผู้ต้องหาคดียึดสนามบินสุวรรณภูมิ" นาม "กษิต ภิรมย์" เป็น รมว.ต่างประเทศ

ดังนั้นเพื่อไม่ให้เกิดประโยค "ว่าแต่เขา อิเหนาเป็นเอง" ขึ้นกับ "รัฐบาลโคลนนิ่ง" "นายใหญ่" จึงตัดใจ-ตัดชื่อ "ณัฐวุฒิ" ออกจากโผ ครม.

สร้างความหวั่นใจให้เหล่า "3 เกลอ" ว่าอาจถูกหลอกใช้-ถูกเขี่ยทิ้งหรือไม่?

จึงไม่ใช่เรื่องแปลก หากแรงกดดันให้รัฐบาล "ยิ่งลักษณ์" เร่งช่วยเหลือ "เหยื่อกระชับพื้นที่" หัวละ 10 ล้านบาท จะเกิดขึ้นหลังจาก "ว่าที่รัฐมนตรีแดง" พลาดท่าตก "ขบวนแรก" ไป

เกิดขึ้นก่อน "ขบวนอำนาจ" อื่นจะมาเกย

สะท้อนผ่านแรงกดดันให้เพิ่มยอด "ดาวแดง" ในสภา ด้วยการบีบรัฐมนตรีที่เป็น ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ 12 ชีวิต ให้เลิกถ่างขา-ควบ 2 สถานภาพ เพื่อเปิดทางให้ผู้สมัคร ส.ส.ลำดับถัดไปเลื่อนขึ้นมา โดยพบว่ามี "แกนนำคนเสื้อแดง" อย่างน้อย 2 คนจ่อคิวรอเข้าไปเป็น ส.ส. เพราะอยู่ในลำดับที่ 62-72

การช่วงชิงเก้าอี้ "เลขานุการ-ที่ปรึกษา-กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี" ซึ่งคาดว่าจะคลอดได้ในสัปดาห์สุดท้ายของเดือนสิงหาคม หลังเสร็จสิ้นการแถลงนโยบายของรัฐบาลต่อรัฐสภาในวันที่ 24 สิงหาคม โดยปัจจุบันมี "แกนนำแดง" ฝังตัวอยู่ใน "บัญชี 2-3" ของ พท.หลายคน

เพราะวันนี้สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับ "นักรบกลางถนน" อาจไม่ใช่ "ที่ยืนบนเวที" หากแต่เป็น "ที่ยืนบนขบวนอำนาจ"

อย่างไรก็ตาม "แกนนำ นปช." มิอาจออกมาโหวกเหวกโวยวาย หลังพลาดท่าเสียทีตก "ขบวน ครม." เพราะยิ่ง "ดิ้น" ยิ่ง "ดับ" สังคมจะมองว่าการออกมาปลุกม็อบล้ม "อำนาจเก่า" เพื่อเข้าไปมีอำนาจเสียเอง

แต่ครั้งนี้ "แกนนำ นปช." ใช้อนาคต "แดงนอนคุก" มาเปิดเกมต่อรองกับรัฐบาล "ปูแดง" โดยตรง

พร้อมขู่นัดประชุมใหญ่คนเสื้อแดงในสุดสัปดาห์นี้ เพื่อกำหนดทิศทางเคลื่อนไหวในอนาคต

โดย "วรรคทอง" ที่ "จตุพร" ยกขึ้นมาคู่ "นักรบห้องแอร์" อย่างสม่ำเสมอคือ "เพื่อไทยเป็นหนี้ผู้เสียชีวิต"

และเป็น "หนี้" ที่รัฐบาล "ยิ่งลักษณ์" มิอาจปฏิเสธการชำระได้

ทั้งๆ ที่ "ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์" รู้อยู่เต็มอกว่าหากหยิบ 3 ภารกิจขึ้นมาทำเมื่อไร รัฐบาลจะพบความเสี่ยงต่อการมีอันเป็นไปก่อนวัยอันควร 1.เรื่อง 91 ศพ 2.เรื่องแก้รัฐธรรมนูญ และ 3.เรื่องคดีความ พ.ต.ท.ทักษิณ

หากครั้งนี้รัฐบาล "ปูแดง" ยอมทำตามแรงกด ชิงปลดปล่อยแดงก่อน "ขี่ม้าขาว" เข้าไปแถลงนโยบายรัฐบาล ย่อมสุ่มเสี่ยงต่อการถูกคนเสื้อแดง "ดัน" ให้ทำวาระถัดๆ ไป

หากไม่ยอมทำ ก็จะเพิ่มความไม่พอใจแก่ "มวลชนนอกสภา"

"ยิ่งลักษณ์" ในวันที่ถูกมวลชนของตัวเองกดดันตัวเอง จึงไม่ต่างอะไรจาก "นารี" ขึ้นขี่หลังเสือ (แดง)!!!

11.)ณัฐวุฒิปฏิเสธขัดแย้งขวัญชัยสลายหมู่บ้านแดงเตรียมเรียกแกนนำเคลียร์ปม

วันที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2554 เวลา 18:20:25 น.

 
นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะแกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ให้สัมภาษณ์กรณีนายขวัญชัย สาระคำ ไพรพนา แกนนำกลุ่มคนรักอุดร ออกมาระบุว่าควรมีการสลายหมู่บ้านแดงว่า เชื่อว่าเป็นเพียงแค่ความเห็นต่างทางวิธีการระหว่างนายขวัญชัยและผู้เคลื่อนไหวดังกล่าว คงไม่ใช่ความต่างในเรื่องของอุดมการณ์

 

ทั้งนี้ จะเชิญแกนนำแต่ละพื้นที่มาหารือถึงเรื่องดังกล่าวอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม โดยส่วนตัวมองว่าหมู่บ้านแดงเกิดขึ้นจากอุดมการณ์ และการต่อสู้ด้วยหัวใจอันบริสุทธิ์ของประชาชน เป็นผลผลิตจากการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ดังนั้นหากพวกเขาไม่ได้ดำเนินการใดๆ ที่ทำลายสังคมก็ต้องเคารพกัน

.....................................................

เพลงท้ายบล็อกวันนี้ ผมคัดลอก single girl จาก You Tube มาแปะไว้ครับ เป็นเพลงเก่าที่น่าฟังอีกเพลงหนึ่งครับ

*


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
นายยั้งคิด วันที่ : 17/08/2011 เวลา : 18.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

ความคิดเห็นที่ 5
BlueHill
...............................
ยุคนี้ต้องถือว่า ทักษิณทำอะไรก็ไม่ผิดแล้วล่ะครับ บ.ก.ครับ ทั่วทั้งโลกก็ยอมยกให้ทักษิณและเครือข่ายของเขาหมดแล้วนี่ครับ สำหรับคนไทยก็ยังโชคดีที่เขาไม่บีบคอเสียให้ตายในทันที แต่ยังผ่อนแรงบีบให้หายใจได้บ้างครับ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
BlueHill วันที่ : 17/08/2011 เวลา : 11.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

ผมเชื่อว่าในอนาคต ทักษิณจะวิดิโอลิงก์เข้ามาในการประชุมครม.เพื่อสั่งงานรัฐมนตรีแทนคุณยิ่งลักษณ์

อย่าคิดว่า เป็นไปไม่ได้นะครับ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
นายยั้งคิด วันที่ : 17/08/2011 เวลา : 11.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

ความคิดเห็นที่ 2
Cat@
............................
ขอบคุณที่โหวตให้ครับ แล้วผมอยากขอความอนุเคราะห์จากแม่แค็ทด้วย คือ ช่วยเย็บผ้ากันเปื้อนสักหลายๆผืน ส่งให้'เจ๊ปู'ด้วยครับ เพราะ'เจ๊'แกกำลังมีเรื่องเปื้อนๆเยอะจัง

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
นายยั้งคิด วันที่ : 17/08/2011 เวลา : 11.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

ความคิดเห็นที่ 1
Payont
..........................
ถ้าอาจารย์เห็นว่า'ปู'เป็นแค่เลขานุการนายกฯยังไม่ได้แล้ว ก็หมายความว่าให้'น้องสาว'กลับเข้าหลังฉากได้แล้ว แล้วเร่งให้กต.รีบดำเนินการเปิดทางเป็นกรณีพิเศษ เพื่อให้'พี่ชาย'ชาวมอนเตฯเข้าประเทศไทย มาเป็นนายกรัฐมนตรีโดยพักการจับกุมตัวขึ้นศาลเอาไว้ก่อนซีนะครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
Cat@ วันที่ : 17/08/2011 เวลา : 05.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/catadler
อีกบ้าน ธรรมะ กับชีวิตhttp://www.oknation.net/blog/Akanittha

ขอบคุณที่นำเสนอ
โหวตๆ
...........................................

เชิญนะค่ะ
วันนี้ไม่ได้เข้าครัว จ้า
ตอน
เย็บผ้ากั่นเปื้อน จากเสื้อผ้าเก่า

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
Payont วันที่ : 16/08/2011 เวลา : 22.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/payont

ยิ่งลักษณ์แค่เลขานุการนายกฯ?

สูงไปหน่อยมั้งครับ

นายกอะไร ถามอะไรๆก็ตอบเหมือนเดิมเป็นแผ่นเสียงตกร่อง

ไม่ใช่นโยบายรัฐบาล เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ ต้องเป็นไปตามหลักนิติธรรม ต้องยุดิธรรมกับทุกคนฯ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน