*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-06-16
  • จำนวนเรื่อง : 5899
  • จำนวนผู้ชม : 3770291
  • จำนวนผู้โหวต : 1720
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1720 คน
<< พฤศจิกายน 2011 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30      

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอังคาร ที่ 1 พฤศจิกายน 2554
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 9180 , 18:43:26 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 4 คน Nual , คนชั้นล่าง และอีก 2 คนโหวตเรื่องนี้

My Notice

Oเรื่องการพร่องน้ำในเขื่อนภูมิพลเขื่อนใหญ่ที่สุดของไทย กลายเป็นประเด็นคำถามสำคัญว่ารัฐบาล'มาร์ค'หรือรัฐบาล'ปู'กันแน่ที่จะต้องรับผิดชอบทำให้น้ำท่วม ขณะที่รัฐบาลนี้กำลังชี้กราดหาแพะรับบาปแทนตัว

Oอย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวระดับสูงในศปภ.บอกว่าคน'บ้านเลขที่ 111' เป็นตัวการทำให้การบริหารจัดการน้ำป่วนไปหมด

Oดอนเมืองมีเครื่องบินโดยสารจอดอยู่บนรันเวย์หลายลำ รวมมูลค่าเป็นแสนล้านบาท แต่รัฐบาลยังปล่อยให้น้ำไหลเข้าท่วมได้ลงคอ ได้แต่'ถลกก้น'พาศปภ.เปิดแน่บไปอยู่ที่อื่น โชว์สติปัญญาบริหารจัดการน้ำแบบ'สุดห่วย'ให้คนเห็นคาตา

Oหลังม็อบนำโดยส.ส.เขตปิด - เปิด ประตูน้ำหรือคันกั้นน้ำตามอำเภอใจจนท้ำทะลักท่วมพื้นที่กทม.แทบทั้งหมดไปแล้ว รัฐบาลเพิ่งจะตั้งคณะทำงานสลายม็อบขึ้นมาแล้ว คงเสี่ยงต่อแรงเดือดของชาวบ้านไม่น้อย

Oคนไม่รักกันเสียอย่าง ทำดีอย่างไรก็ยังด่าเสียอีก คนเสื้อแดงเขามองว่า'มาร์ค'มาแจกของเหมือนให้ขอทาน เพราะอย่างนี้มาร์คจึงได้บุญแรงทีเดียว

................................................

โปรยหัวข่าวเด่น

กรุงเทพธุรกิจ : แฉศปภ.พังอาจเพราะฟังบ้านเลขที่ 111 หลากหลายก๊วน แย้ง-ค้านกันเอง นักวิชาการอิสระมากจนหลงทาง เผย'ยิ่งลักษณ์'ให้น้ำหนักแนวคิด'อานนท์'

กรุงเทพธุรกิจ : กทม.แจงหากปล่อยให้มวลชน กดดันเปิด"คลองสามวา"กรุงเทพจะพังกันหมด และจะท่วมทั้ง 50 เขตเหตุคลอง 2,000 แห่ง ท่ออีกมหาศาลเชื่อมเป็นใยแมงมุม

กรุงเทพธุรกิจ : "ยิ่งลักษณ์"ร่วมกทม.คลี่คลายคลองสามวาได้แล้วโดยตั้งคณะทำงานร่วมกัน

กรุงเทพธุรกิจ : ศาลอาญา ยกขอคำร้องปล่อยตัว "สมยศ" คดีหมิ่นเบื้องสูง พรุ่งนี้ลุ้นฟังคำสั่งกรณี "สุรชัย แซ่ด่าน"

กรุงเทพธุรกิจ : เมื่อค่ำที่ผ่านมา ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ถอดเสื้อลุยแจกถุงยังชีพกับชาวจรัญสนิทวงศ์ หน้าบ้าน "บรรหาร"แถมระบุไม่ต้องติดป้ายชื่อ

คม ชัด ลึก : รัฐบาลญี่ปุ่นได้ตัดสินใจมอบเงินช่วยเหลือ จำนวน 12.8 ล้านดอลล่าร์ หรือกว่า 380 ล้านบาท เพื่อช่วยไทยในการฟื้นฟูประเทศ

คม ชัด ลึก : 'ชูวิทย์' สวดยับ รัฐอ่อนหัดประสบการณ์ แขวะ 'ยิ่งลักษณ์' ได้แต่สั่ง ไม่เคยลงสัมผัสพื้นที่ มัวแต่บินดูน้ำเท้าไม่เปียก เย้ยบริหารจัดการล้มเหลว แม้แต่เรื่องหมู ๆ อย่าง ของบริจาค พร้อมถามเตรียมมาตรการรองรับคนกลับ กทม. หรือยัง

คม ชัด ลึก : ปชป. เตือน'ยิ่งลักษณ์'ตั้งสติพาประชาชนฝ่าวิกฤต ชี้สั่งเปิดประตู คลองสามวา สะท้อนความล้มเหลวในการจัดการ จี้ 'นายกฯ'สั่งให้คนของตัวเองหยุดสร้างความแตกแยก โต้ 'จตุพร'หลังกล่าวหา 'รัฐบาลมาร์ค'วางยา

โพสต์ทูเดย์ :  กรมควบคุมโรคเตือนชาวบ้าน ประสบภัยลุยน้ำเข้าไปเก็บของในบ้าน ระวังถูกไฟดูด พบตัวเลขจริงตายแล้วกว่า 50 ราย

โพสต์ทูเดย์ :  กรมเจ้าท่าส่งเรือขุดสันดอนปากแม่น้ำท่าจีน-เจ้าพระยา เพื่อความเร็วในการระบายน้ำ พร้อมนำเรือ56ลำช่วยอพยพคน

โพสต์ทูเดย์ : ยิ่งลักษณ์ ตั้งคณะทำงานสลายม็อบค้านเปิด-ปิดประตูระบายน้ำ เน้นสะสางมวลชนซีกตะวันออกก่อน

เดลินิวส์ : “มาร์ค”บุกกล่อมผู้อพยพดอนเมืองไม่สำเร็จ แถมเจอเสื้อแดงโวย“มาแจกของเหมือนให้ของกับขอทาน”

....................................................

ลำดับข่าววันนี้
วันอังคาร ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

1.) ศปภ.พัง!เพราะฟังบ้านเลขที่ 111 ?

2.) กทม.ขู่เปิด'คลองสามวา'ท่วมทั้ง50 เขต

3.) "ยิ่งลักษณ์"ร่วมกทม.คลี่คลายคลองสามวาได้แล้ว

4.) .ศาลอาญายกขอคำร้องปล่อยตัว "สมยศ" คดีหมิ่นเบื้องสูง

5.)  ชูวิทย์..แจงถุงยังชีพหน้าบ้านบรรหาร

6.) ญี่ปุ่นมอบเงินช่วยเหลือไทยกว่า380ล.

7.) 'ชูวิทย์'จวกรัฐล้มเหลวแก้น้ำท่วม

8.) ปชป.เตือน'ปู'ตั้งสติพาปชช.ฝ่าวิกฤต

9.) หลังน้ำลดวิกฤติยิ่งกว่านี้

10.) เผยตัวเลขจริงไฟดูดตายกว่า 50 ราย

11.) เร่งขุดสันดอนปากน้ำเจ้าพระยา-ท่าจีน

12.) นายกฯตั้งคณะทำงานเคลียร์ม็อบประตูระบายน้ำ

13.) ข่าวดีมาช้า ! กรมชลประทาน เผย ระดับน้ำใน กทม.เริ่มทรงตัว

14.) แนะแนว"กู้"ศรัทธารัฐบาลยิ่งลักษณ์

15.)  เร่งสูบน้ำออกจาก”ดอนเมือง”

16.) เสื้อแดงรามอินทราโวย“มาร์ค”

........................................................

NEWS TODAY
Tuesday 1st , November 2011

กรุงเทพธุรกิจ

1.) ศปภ.พัง!เพราะฟังบ้านเลขที่ 111 ?
วันที่ 1 พฤศจิกายน 2554 00:20 น.

**

แหล่งข่าวระดับสูงในศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย(ศปภ.) เปิดเผยกับสำนักข่าวเนชั่นถึงสาเหตุที่ทำให้การแก้ปัญหาของศปภ.ผิดพลาด และไม่น่าเชื่อถือในสายตาประชาชน ว่า เกิดจากการที่ศปภ.ในขณะนี้มีนักวิชาการอยู่เยอะมากจนเกินไป เมื่อรัฐบาลฟังนักวิชาการเหล่านี้มากจนเกินไป แต่ความเห็นกลับไม่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน วิเคราะห์กันไปคนละทิศคนละทาง

อีกทั้งสมาชิกบ้านเลขที่111 เข้ามามีบทบาทในศปภ.เกินกว่าตำแหน่งที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีมากขึ้นทุกวัน จึงทำให้แนวทางในการแก้ปัญหาของรัฐบาลนั้นถูกมองว่าล้มเหลวหรือหลงทาง ขณะที่นักวิชาการอิสระและนักวิชาการจากต่างประเทศที่บ้านเลขที่ 111 นำมาช่วยงานในศปภ.นั้นดูจะได้รับความสนใจมากกว่าความเห็นของนักวิชาการที่เป็นข้าราชการประจำ จึงทำให้นักวิชาการที่เป็นข้าราชการประจำเหล่านี้ในระยะหลังเริ่มที่จะไม่เอาด้วยกับศปภ.

 แหล่งข่าวกล่าวอีกว่า บ้านเลขที่111 ที่เข้ามาช่วยงานในศปภ.นั้นก็ไม่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน แบ่งกันเป็นกลุ่มเป็นก๊วน กลุ่มนี้เสนอ แต่กลุ่มนั้นค้าน แย่งกันเสนอผลงานเพื่อให้เห็นว่าสิ่งที่ตัวเองเสนอนั้นถูกต้อง สุดท้ายคนที่ไม่อยากเจ็บตัวเพราะต้องมาแทงกันเองก็ต้องยอมเดินออกไป ทั้งนี้ ที่ผ่านมาถ้าศปภ.ฟังความคิดของบ้านเลขที่ 111 เพียงอย่างเดียวแนวทางที่ออกมาคงหลงทาง แต่ที่ต้องฟังเพราะอย่างน้อยคนเหล่านี้ก็เป็นถึงอดีตรัฐมนตรีที่มีประสบการณ์ในการแก้ปัญหากรณีเกิดสึนามิในประเทศไทยมาแล้ว แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นคือเมื่อนักวิชาการและข้าราชการเสนออะไรไปบ้านเลขที่ 111 มักจะไม่เชื่อ แล้วก็เสนอความคิดของตัวเองขึ้นมาแทน นักวิชาการที่เป็นข้าราชการประจำเสียงดังสู้นักวิชาการอิสระที่ถูกนำตัวมาช่วยงานไม่ได้

ทำให้หลายคนขอแยกตัวจากศปภ.ไป ถ้าสังเกตให้ดีจะเห็นว่าทุกวันนี้ในศปภ.จะเห็นหน้าตาของนักวิชาการผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันมาแทบไม่ซ้ำหน้า อย่างไรก็ตาม ดร.อานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา นั้นเป็นคนที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ดูจะให้น้ำหนักในการรับฟังมากกว่าคนอื่น

 แหล่งข่าวกล่าวด้วยว่า สำหรับฐานที่มั่นของศปภ.นั้น เดิมที่ตัดสินใจใช้สนามบินดอนเมืองเป็นฐานที่มั่นเพราะ 1.ดอนเมืองเป็นพื้นที่สูง 2.ไม่ต้องลงทุนเรื่องสถานที่เพราะเป็นสถานที่ของรัฐ และ 3.ตัวอาคารและสาธารณูปโภคนั้นสามารถใช้การได้เป็นอย่างดี ดังนั้นจึงคิดว่าสนามบินดอนเมืองน่าจะเป็นสถานที่ที่เหมาะสมที่สุด แต่เมื่อน้ำล้อมรอบสนามบินดอนเมืองจนเริ่มปฏิบัติงานได้ไม่สะดวก

จึงมีแนวคิดที่จะย้ายไปใช้สถานที่ของกระทรวงพลังงานแทน เพราะหากจะไปศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิตติ์ตามที่มีคนเสนอนั้นก็เกรงว่าจะต้องเสียค่าเช่าใช้สถานที่เป็นจำนวนมาก อีกทั้งศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิตติ์นั้นสถานที่เป็นอาคารชั้นเดียว หากเกิดน้ำท่วมก็จะลำบากในการเคลื่อนย้ายอีก

2.) กทม.ขู่เปิด'คลองสามวา'ท่วมทั้ง50 เขต

**

ดร.ธีระชน มโนมัยพิบูลย์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวว่าหากเปิดคลองสามวา ตามมวลชนกดดัน จะทำให้กทม.ท่วมทั้ง 50 เขต ดังนั้นที่เคยประเมินว่า 19 เขตโอกาสรอดนั้น ก็จะไมเหลือเลย เพราะต้องอย่าลืมว่า การดูแลหรือบริหารจัดการน้ำ อย่างมองแค่ผิวข้างบนถนน แต่ต้องคิดถึงหลักวิศวกรรมข้างใต้ด้วย

เนื่องจากกทม.มีคลองทั้งหมด 2,000 คลองและท่อใต้ดินอีกมหาศาล เป็นใยแมงมุม ดังนั้นทุกอย่างจะเชื่อมต่อกัน เมื่อน้ำถูกปล่อยลงสู่คลองแสนแสบ ก็จะเชื่อมโยงไปยังคลองและท่ออื่นๆ ก็จะทำให้ทั้ง 50 เขตท่วมกันหมด

"สิ่งที่ต้องทำตอนนี้คือควบคุมมวลชนให้ได้เร็วที่สุด  บอกให้ใจเย็นและเข้าใจ ส.ก. และส.สงต้องมาช่วยด้วย เพราะหากเป็นเช่นนี้ต่อไปการบริหารจัดการที่กำลังดำเนินมาตามแผน ก็จะพังกันหมด"ดร.ธีระชน กล่าวผ่านเนชั่นแชลแนล เมื่อเช้านี้

ยันผู้ว่ากทม.ยังไม่ยอมเปิด

เขากล่าวว่า ถึงขณะนี้ผู้ว่าการ กทม.ก็ยังไม่ยอมเปิดประตูระบายน้ำ และก่อนหน้านี้ ตนเองก็เคยเสนอให้กับนายกรัฐมนตรี ในฐานะที่ปรึกษาไปแล้วว่า ในจุดฝั่งตะวันออกนั้น ต้องเร่งควบคุมมวลชนให้ได้ และ ต้องหาที่อยู่ให้ หาอาหารให้ และเยี่ยวยาตามความเหมาะสม เพราะมิฉนั้นแล้วเขาจะไม่เขาใจและกดดันประท้วงอย่างที่เห็น

"การบริหารจัดการขณะนี้ ถือว่าดีขึ้น เห็นได้จากปริมาณในคลองหกวาสายล่างลดลง จาก 14ซ.ม.เหลือ 8 ซ.ม.ดังนั้น หากวันนี้ยังควบคุมมวลชนไม่ได้ทุกอย่างก็จะพังหมด ทุกคนต้องใจเย็น ไม่ได้ทำเพื่อพรรคไหน รัฐบาลไหนแต่เพื่อเราทุกคน"

ผอ.คลองสามวา แจง ปชช.รับได้เปิดประตูน้ำ
 
 นายนราธิป ภัทรวิมล ผู้อำนวยการสำนักงานเขตคลองสามวา เปิดเผยว่า การเปิดประตูระบายน้ำคลองสามวาวันนี้อยู่ที่ 1 เมตร ซึ่งจะมีระดับที่ประชาชนทั้ง 2 ฝั่งของประตู พอจะรับได้ โดยพื้นที่รับน้ำจากประตูคลองสามวา คือ ตลาดมีนบุรี และนิคมอุตสาหกรรมบางชัน ซึ่งเป็นพื้นที่เศรษฐกิจ

โดยการเปิดประตูคลองสามวานี้ จะต้องประสานให้สัมพันธ์กับประตูระบายน้ำอื่นด้วย ซึ่งพื้นที่บนบานประตูคลองสามวา ที่มีน้ำท่วมมาระยะหนึ่งแล้ว ทางเขตก็ได้เข้าไปพยายามให้การช่วยเหลืออย่างดีที่สุด และเมื่อคืนที่ผ่านมา ก็ได้มีการพูดคุยกับนักการเมืองท้องถิ่น รวมถึงนักการเมืองระดับชาติ ในเขตคลองสามวา เพื่อจะเร่งเข้าไปให้การช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ ให้ได้ทั่วถึง และดีที่สุด

3.) "ยิ่งลักษณ์"ร่วมกทม.คลี่คลายคลองสามวาได้แล้ว
วันที่ 1 พฤศจิกายน 2554 15:59 น.

   หลังความขัดแย้งของชุถมชนในพื้นที่คลองสามวา กรณีการเปิดประตูระบายน้ำ 1เมตร ตามข้อเรียกร้องของชาวบ้านนั้น ล่าสุด น.ส. ยิ่งลักษณ์  ชินวัตร  นายกรัฐมนตรี ได้ร่วมกับ กทม. โดยมี นายสัญญา ชีนิมิตร ผอ.สำนักการะบายน้ำ กทม. และทีมนักวิชาการ ได้ประชุมร่วมกันเพื่อเร่งระบายน้ำไม่ให้กรุงเทพมหานคร ท่วม  โดยการหารือครั้งนี้จะมีคระทำงานร่วมกันเพื่อแก้ไขปัญหาการระบายน้ำ
  นายสุทัศน์   วีรสกุล  คณะทำงานบริหารจัดการระบายน้ำในพื้นที่ สธารณภัยร้ายแรง  กล่าวว่า คาดว่าสถานการณ์การระบายน้ำเพื่อป้องกัน กทม.ท่วมนจะคลีคลาย เพราะว่าขณะนี้  นายรัฐมนตรี และกทม. ร่วมไปถึง ผอ.สำนักระบายน้ำ กทม.ได้ประสานความร่วมมือกันในการทำงานเต็มทีเพื่อป้องกีน กทม.ไม่ให้น้ำท่วมแล้ว โดยจะมีคณะทำงานลงไปทำงานร่วมกัน

4.) .ศาลอาญายกขอคำร้องปล่อยตัว "สมยศ" คดีหมิ่นเบื้องสูง
วันที่ 1 พฤศจิกายน 2554 15:50 น.

นายคารม พลทะกลาง ทนายความกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการ (นปช.) ได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เป็นโฉนดที่ดินในจังหวัดสุพรรณบุรี ราคาประเมิน 1,690,000 บาท ต่อศาล ขอปล่อยตัวชั่วคราว นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข แกนนำกลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย และแนวร่วม นปช. จำเลยคดีหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์

นายคารม กล่าวว่า หลังจากยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์ขอประกันตัวนายสมยศ แล้ว ต่อมาศาลอาญาได้พิจารณาแล้วมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวนายสมยศ โดยให้เหตุผลว่ายังไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม

"โดยส่วนผมตัวตีความคำสั่งศาลว่าข้อหาหมิ่นสถาบันมีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 15 ปี ซึ่งหลักทรัพย์ที่วางค้ำประกันนั้นน่าจะเพียงพอแล้วจึงไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับเรื่องวงเงินประกัน ในฐานะทนายความกลุ่ม นปช. ก็ได้พยายามยื่นขอประกันตัวคดีคนเสื้อแดงมาโดยตลอดไม่ว่าจะเป็นคดีอะไร และก็ได้รอให้สถานการณ์ต่างๆ เปลี่ยนแปลงไปแล้วจึงได้ยื่นขอประกันตัวนายสมยศอีก"

นายคารม กล่าวว่า ขณะนี้เรือนจำมีความแออัดและถูกน้ำท่วม แต่ศาลก็ไม่อนุญาต แม้ศาลจะมีอิสระในการพิจารณา แต่ประชาชนที่ถูกกล่าวหาก็มีสิทธิตามรัฐธรรมนูญ ที่จะได้รับการประกันตัว ต้องสันนิษฐานว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ และให้สิทธิต่อสู้คดีอย่างเต็มที่ ซึ่งคดีของนายสมยศ จะต้องส่งประเด็นไปนำสืบในศาลหลายจังหวัด อาทิ สระแก้ว นครสวรรค์ สงขลา และกว่าจะสืบพยานเสร็จสิ้นตามกำหนดนัดประมาณเดือน พฤษภาคม 2555 ดังนั้น นายสมยศ ที่ถูกจับกุมเมื่อเดือนเมษายน 2554 อาจถูกคุมขังถึง 1 ปีเศษและไม่ได้รับความเป็นธรรมในการปรึกษาทนายความเพื่อต่อสู้คดีแม้อยู่ในเรือนจำจะปรึกษาได้แต่ก็ไม่สะดวก คดีนี้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมแล้ว เห็นว่าน่าจะได้รับการประกันตัว แต่ศาลก็ไม่อนุญาต แม้ตามหลักเรามีสิทธิที่ยื่นประกันตัวใหม่หรือยื่นอุทธรณ์ แต่ก็ไม่สามารถเดาใจศาลได้ โดยจะต้องศึกษาคำร้องเพื่อพิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป

นายคารม กล่าวว่า ในวันที่ 2 พฤศจิกายน นี้ ศาลอาญาได้นัดฟังคำสั่งว่าจะอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวนายสุรชัย แซ่ด่าน แนวร่วม นปช. จำเลยในความผิดฐานหมิ่นประมาท ดูหมิ่นพระมหากษัตริย์ ซึ่งตนยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เป็นพันธบัตรมูลค่า 1 ล้านบาทขอประกันตัวด้วย

5.)  ชูวิทย์..แจงถุงยังชีพหน้าบ้านบรรหาร
วันที่ 1 พฤศจิกายน 2554 12:00 น.

**

เมื่อค่ำที่ผ่านมา ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ถอดเสื้อลุยแจกถุงยังชีพกับชาวจรัญสนิทวงศ์ หน้าบ้าน "บรรหาร"แถมระบุไม่ต้องติดป้ายชื่อ

นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ลุยแจก ถุงยังชีพ ที่บอกว่าไม่ต้องติดป้ายหาเสียง เพราะหน้าตัวเองประกาศ และบอกกับชาวบ้านว่าถึงมือ ถึงใจ สัมผัสได้จริง

 กับพี่น้องชาวจรัญสนิทวงศ์ หน้าบ้านอดีต นายกฯ บรรหาร ศิลปอาชา โดยจะออกในช่วงกลางคืน เพราะไม่อยากสร้างปัญหากับเจ้าหน้าที่ และจะได้เห็นทุกข์ของชาวบ้านจริงๆ เป็นอยู่หลับนอนอย่างไร และถึงมือ


คม ชัด ลึก

6.) ญี่ปุ่นมอบเงินช่วยเหลือไทยกว่า380ล.

**


          เว็บไซท์ญี่ปุ่น รายงานว่า รัฐบาลญี่ปุ่นได้ตัดสินใจมอบเงินช่วยเหลือจำนวน 12.8 ล้านดอลล่าร์ หรือกว่า 380 ล้านบาท ให้แก่รัฐบาลไทย เพื่อนำไปใช้ในการฟื้นฟูประเทศ จากสถานะการณ์น้ำท่วมครั้งร้ายแรงที่สุดในรอบหลายสิบปี

          รัฐบาลญี่ปุ่น ยังได้อนุญาตให้แรงงานชาวไทย ที่ทำงานในบริษัทญี่ปุ่น ที่จำเป็นต้องระงับการดำเนินการเนื่องจากประสบภัยน้ำท่วม สามารถเดินทางไปทำงานที่ญี่ปุ่นได้ รวมทั้งยังส่งผู้เชี่ยวชาญมาช่วยให้คำปรึกษาเรื่องการระบายน้ำออกจากพื้นที่ในเขตเมืองด้วย

          รัฐบาลญี่ปุ่น ระบุว่า ไทยต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วนในสถานการณ์ที่น้ำท่วมกำลังแผ่ขยายออกไป ซึ่งบริษัทญี่ปุ่นหลายแห่งในไทย ต้องระงับการดำเนินการระยะยาว เนื่องจากโรงงงานจำนวนมากจมอยู่ในน้ำ โดยรัฐบาลญี่ปุ่นจะหามาตรการช่วยเหลือเพิ่มเติมให้แก่ไทย หลังจากมีการประเมินความต้องการแล้ว

 

ฮอนด้าลดการผลิตรถยนต์ในสหรัฐ-แคนาดา


          เว็บไซท์ BBC รายงานว่า ฮอนด้า มอเตอร์ โค ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่อันดับที่ 3 ของญี่ปุ่น ได้ตัดลดการผลิตรถยนต์ในสหรัฐและแคนาดาลง 50 เปอร์เซ็นต์ อันเนื่องมาจากน้ำท่วมโรงงานผลิตอะไหล่ในประเทศไทย และได้ถอนการประเมินผลประกอบการธุรกิจ เนื่องจากวิกฤติน้ำท่วมทำให้ยากที่จะประเมินตัวเลขได้

          จากรายงานผลประกอบการของฮอนด้าในไตรมาสที่ 2  เมื่อวันจันทร์ พบว่าลดลงถึง 55 เปอร์เซ็นต์ ทำให้มีรายได้เหลือเพียง 60,400 ล้านเยน หรือราว 23,100 ล้านบาท หลังจากที่การผลิตรถยนต์ได้รับผลกระทบมาแล้วจากเมื่อครั้งที่เกิดแผ่นดินไหวและสึนามิในญี่ปุ่น

          หนังสือพิมพ์ นิคเคอิ รายงานก่อนหน้านี้ว่า ฮอนด้า ได้มีแผนปิดโรงงานประกอบรถยนต์ในไทยอย่างน้อย 6 เดือน หลังได้รับความเสียหายอย่างหนักจากน้ำท่วม ที่ส่งผลให้ยอดการผลิตในปีนี้ ลดลงประมาณ 3 เปอร์เซ็นต์ และยังไม่มีแนวโน้มว่าจะกลับมาผลิตรถยนต์ได้เหมือนเดิม และคาดว่า เครื่องจักรที่จมอยู่ใต้น้ำจะได้รับความเสียหายและต้องเปลี่ยนใหม่ทั้งหมด

          ฮอนด้าเป็นผู้ผลิตรถยนต์ของญี่ปุ่นเพียงแห่งเดียว ที่โรงงานในประเทศไทย ได้รับผลกระทบโดยตรงจากน้ำท่วม ซึ่งการสั่งปิดโรงงานนานถึงครึ่งปี จะทำให้ยอดการผลิตลดลงกว่า 1 แสนคัน และปัญหาการขาดแคลนชิ้นส่วนรถยนต์ของฮอนด้า เริ่มมาตั้งแต่เกิดสึนามิเมื่อเดือนมีนาคมแต่ส่งผลกระทบต่อฮอนด้ายาวนานกว่าผู้ผลิตรถยนต์รายอื่น ๆ และการที่โรงงานในประเทศไทยจมน้ำ ทำให้อนาคตของฮอนด้าถูกซ้ำเติมให้ย่ำแย่ลงไปอีก

 

สื่อเทศแพร่ภาพเครื่องบินที่สนามบินดอนเมืองแช่น้ำ

 


          เว็บไซท์แท็บลอยด์ เดลี่เมล ได้ตีพิมพ์ภาพของสนามบินดอนเมือง ที่เครื่องบินจอดอยู่ในน้ำ ซึ่งแสดงให้เห็นว่า วิกฤติน้ำท่วมในไทยนั้นเลวร้ายที่สุดในรอบครึ่งศตวรรษ โดยระบุว่า ในขณะที่กำลังมีการใช้มาตรการฉุกเฉินในการรับมือกับน้ำท่วม โครงสร้างสาธารณูปโภคในหลายส่วนของประเทศยังคงอยู่ในภาวะชะงักงันอย่างแท้จริง

          การที่น้ำไหลทะลักเข้าพื้นที่กรุงเทพฯ ทำให้เที่ยวบินหลายเที่ยวทั้งขาเข้าและออกที่สนามบินดอนเมืองต้องถูกระงับ และได้เห็นภาพของล้อเครื่องบินหลายลำที่ปลดระวางไปแล้ว แช่น้ำอยู่บนรันเวย์ที่ถูกน้ำท่วม

          น้ำท่วมในประเทศไทย ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 381 คน ในขณะที่รัฐบาลกำลังพิจารณาแผนฟื้นฟู ที่อาจสูงถึง 3 หมื่นล้านดอลล่าร์ หรือราว 9 แสนล้านบาท ขณะที่ประชาชนอีก 2 ล้าน5 แสนคน ที่กำลังเดือดร้อนอย่างหนักจากน้ำท่วม

          เดลี่เมล์ ระบุว่า กระแสน้ำได้ไหลเข้าท่วมถนนด้านในก่อนจะทะลักเข้าสู่รันเวย์ ทำให้เครื่องบินไม่สามารถให้บริการได้ ซึ่งปกติแล้ว สนามบินดอนเมืองให้บริการเฉพาะเที่ยวบินในประเทศ และเป็นหนึ่งในสถานที่สำคัญที่ถูกน้ำท่วม ในขณะที่รัฐบาลพยายามป้องกันไม่ให้กรุงเทพฯ จมน้ำ

          สนามบินดอนเมือง ยังได้ชื่อว่าเป็นที่ตั้งของศูนย์ปฎิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย หรือศภป. ที่ตอนนี้ได้ย้ายไปแล้ว และยังเป็นศูนย์พักพิงสำหรับผู้ประสบภัยที่เต็มไปด้วยเต๊นท์ประมาณ 4 พันหลัง ซึ่งตอนแรกทางสนามบินประกาศว่า จะปิดทำการสนามบินดอนเมืองจนถึงวันนี้ และไปใช้สนามบินสุวรรณภูมิแทน แต่ยังไม่มีประกาศออกมาว่า จะมีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่

          น้ำท่วมในประเทศไทยครั้งนี้ ทำให้หลายจังหวัดจมอยู่ในน้ำ และโรงงานหลายร้อยแห่งต้องปิดตัวมานานถึง 2 เดือนแล้ว แต่ในขณะที่กระแสน้ำได้ไหลเข้าท่วมกรุงเทพฯชั้นนอน ในส่วนของกรุงเทพฯชั้นใน อันเป็นที่ตั้งของตึกระฟ้า  อาคารอพาทเมนท์และห้างสรรพสินค้า ยังคงแห้งสนิท

          ช่วงที่น้ำเริ่มเข้าท่วมสนามบินดอนเมือง ปรากฎว่า ได้เกิดความโกลาหล เพราะนอกจากสนามบินจะกลายเป็นที่อยู่อาศัยของผู้คนจำนวนมากแล้ว คนที่จะไปใช้บริการของสนามบินต้องกลับออกมาด้วยความผิดหวัง เพราะไม่รู้ว่าเที่ยวบินของพวกเขาถูกยกเลิก

 

องค์กรกุศลของนานาชาติในไทยวิตกเรื่องโรคที่จะมากับน้ำ

 

          ความวิตกเรื่องมวลน้ำจากทางเหนือและน้ำหนุนสูงในแม่น้ำเจ้าพระยา ที่กำลังไหลเข้าท่วมพื้นที่หลายส่วนของประเทศไทยในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ได้ก่อให้ความกลัวน้ำ และโรคที่มากับน้ำ และแม้พื้นที่ย่านธุรกิจใจกลางกรุงเทพฯ จะยังไม่ถูกน้ำท่วม แต่พื้นที่รอบนอก บางส่วนกำลังเผชิญระดับน้ำที่สูงถึงเอวและอก น้ำในหลายพื้นที่มีสีดำ เต็มไปด้วยขยะ สิ่งปฏิกูล และซากสัตว์ที่ส่งกลิ่นเหม็นคลุ้ง ขณะที่ยุงก็เริ่มแพร่พันธุ์กันอย่างรวดเร็ว

          มีผู้เสียชีวิตไปแล้วกว่า 370 คน นับตั้งแต่เกิดน้ำท่วมเพราะฝนตกหนักในช่วงฤดูมรสุม ด้านนางคริสตี้ เอ เคนนีย์ เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำประเทศไทย กล่าวเมื่อวันจันทร์ว่า สถานการณ์เลวร้ายที่สุดของกรุงเทพฯ อาจจะสิ้นสุดลง แต่ประชาชนราว 2 ล้านคน ยังคงเดือดร้อนเพราะน้ำท่วม ซึ่งสหรัฐได้ให้คำมั่นก่อนหน้านี้ว่าจะให้ความช่วยเหลือด้านการบรรเทาทุกข์จำนวน 1.1 ล้านดอลล่าร์

          องค์กรการกุศลหลายแห่งที่ทำงานในประเทศไทย ได้เตือนเรื่องโรคที่จะมากับน้ำ เช่น ท้องร่วง , เด็งกี่ และมาลาเรีย ที่อาจจะระบาดในอีกไม่กี่วันหรือไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า นายแม็ทธิว ค็อชเรนจากคณะกรรมาธิการกาชาดสากลและสภาเสี้ยววงเดือนแดง ระบุว่า มีหลายพื้นที่ชานกรุงเทพฯ และอีกหลายพื้นที่ทั่วประเทศ ที่จมน้ำมานานเกือบ 2 สัปดาห์แล้ว

          แม้ใจกลางกรุงเทพฯ จะรอดพ้นจากวิกฤติที่อาจส่งผลกระทบร้ายแรงต่อเศรษฐกิจ แต่พื้นที่ชั้นนอกกำลังเผชิญกับวิกฤติด้านมนุษยธรรม เนื่องจากประชาชนจำนวนมาก ถูกตัดขาดมานานหลายสัปดาห์แลบ้ว โดยไม่ได้รับความช่วยเหลือด้านการบรรเทาทุกข์และอาหาร องค์การยูนิเซฟ ระบุว่าจะจัดหามุ้งจำนวน 2 หมื่นหลัง และแผ่นพับจำนวน 2 หมื่นฉบับ ที่มีคำอธิบายถึงแนวทางการใช้ชีวิตอย่างปลอดภัย และมีสุขภาพในช่วงที่เผชิญกับน้ำท่วม ด้านกาชาด ระบุว่า ได้จัดเครื่องมือบรรเทาทุกข์มากกว่า 130,000 ชุด และน้ำดื่มบรรจุขวดอีก 120,000 แพ็ค ไปช่วยผู้ประสบภัยแต่ตัวแทนในกรุงเทพฯ ระบุว่า สิ่งที่น่าเป็นห่วงในเวลานี้ คือการขาดแคลนอาหารและน้ำดื่มในหลายชุมชนที่ถูกตัดขาดเพราะน้ำท่วม

          ผู้ที่ถูกน้ำท่วม หลายคนต้องเผชิญกับน้ำที่ท่วมสูงถึง 1-2 เมตร และไม่แน่ว่า จะต้องทนอยู่แบบนั้นไปอีกนานเพียงใด หลายคนต้องสูญเสียบ้าน , งาน , รถยนต์และทุก ๆ สิ่ง ได้มีการประเมินตัวเลขออกมาคร่าว ๆ แล้วว่า น้ำท่วมครั้งนี้สร้างความเสียหายเป็นมูลค่าราว 6 พันล้านดอลล่าร์

7.) 'ชูวิทย์'จวกรัฐล้มเหลวแก้น้ำท่วม

**


          นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ หัวหน้าพรรครักประเทศไทย กล่าวถึงการบริหารจัดการปัญหาน้ำท่วมของรัฐบาลว่า เขาเป็นห่วงการบริหารจัดการของรัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร โดยเฉพาะที่ประกาศให้เป็นวันหยุดยาว เพื่อให้คนในกทม.และอีกหลายจังหวัดหยุดงานถึง 5 วัน ซึ่งจะครบกำหนดในวันที่ 1 พ.ย.นี้ โดยไม่ได้มีการประกาศให้เป็นวันหยุดต่อเนื่องเพิ่มอีก

          "รัฐบาลมีมาตรการเตรียมการรองรับสถานการณ์ที่คนจะแห่กลับเข้า กทม. มาทำงานหรือยัง เพราะคนจำนวนมากเป็นเรือนหมื่น เรือนแสนจะมีปัญหา เนื่องจากน้ำยังท่วมพื้นที่ใน กทม.มากขึ้น มีการปิดถนนหนทางสายหลักเป็นสิบ ๆ เส้นทาง ลำพังแค่จะหวังพึ่งบริการของรถทหาร-ตำรวจ ที่ใช้วิ่งรับส่งคนตามถนนสายหลักต่าง ๆ ที่น้ำท่วมสูงเป็นเมตร ก็ต้องรอกันเป็นชั่วโมง และรถที่ทางการจัดมาให้ก็วิ่งรับส่งแต่ในถนนสายหลัก พอถึงป้ายก็เอาลงชาวบ้านต้องเดินลุยน้ำเน่าเข้าซอยไปอีกเป็นร้อยเมตร"

          นายชูวิทย์ กล่าวว่า อย่าว่าแต่ข้าว น้ำก็ไม่มีกินไม่มีอาบ แล้วจะไปทำงานกันอย่างไร คนสั่งก็ได้แต่สั่ง แต่ไม่เคยลงมาสัมผัสในพื้นที่ มัวแต่บินดูน้ำเท้าไม่เปียก ไม่รู้จะพูดอย่างไร นี่ยังไม่รวมถึงสิ่งของเครื่องใช้ที่จะเอาเข้ามาใช้ในยามที่ กทม.ขาดแคลนน้ำดื่ม น้ำใช้ ของกินของใช้ก็ขาด น้ำประปาก็ไหลบ้าง ไม่ไหลบ้าง จ่ายเป็นเวลา ถามว่า รัฐบาลมีมาตรการอะไรมารองรับหรือยัง ก็ยังไม่มี เป็นการบริหารประเทศแบบรายวันจริง ๆ

          นายชูวิทย์  กล่าวว่า ขอให้คอยดูในวันที่ 1 พ.ย.นี้ ที่คนจะไหลกลับ กทม. จะเกิดปัญหาอย่างที่เขาว่าหรือไม่ เพราะเขาไปมาทุกเขต ทุกพื้นที่ทั้งในกทม.และปริมณฑล อาทิ คลองสอง สะพานใหม่ บางพลัด ถนนจรัญฯ ทวีวัฒนา ถนนบรมราชชนนี บางพัวทอง บางใหญ่ บางกรวย หลักสี่ ดอนเมือง ทุกที่เห็นมาหมด

          เขาบอกว่า แทนที่เมื่อมีการสั่งให้มีการปิดถนนสายหลัก ๆ แล้ว ควรต้องตั้งศูนย์อำนวยการย่อยประจำถนนในแต่ละสายที่สั่งปิด เพราะชาวบ้านต่างมีปัญหามากมาย ต้องมีเจ้าหน้าที่รอประสานทางวิทยุ มีเรือเร็ว มีรถใหญ่ประจำจุดนอกเหนือจากรถใหญ่ที่วิ่งรับส่งคนตามถนน เช่น ที่เขตบางพลัดตั้งที่เชิงสะพานกรุงธนฯ เขตดอนเมืองตั้งที่หลักสี่พลาซ่า เป็นต้น แต่นี่ไม่มีอะไรเลย ปล่อยเกาะชาวบ้านให้ผจญชะตากรรม คนมีก็ใช้เงินจ้าง คนจนก็ลุยน้ำเอาเอง นี่หรือการดูแลชาวบ้านเป็นอย่างดีของนายกฯที่เขียนในเฟสบุ๊ค ลงมาดูของจริงอย่างเขา แล้วจะเห็นชีวิตจริง

          นายชูวิทย์ ยังยกตัวอย่างว่า เช่นที่หน้าห้างโลตัส บิ๊กซี ก็ควรประสานขอเป็นศูนย์รับของบริจาคหรือแจกจ่ายของของรัฐตามจุด อย่าไปรวมศูนย์จะล่าช้า ในส่วนของตำรวจ ก็ควรสั่งให้มีตำรวจประจำที่หน้าเซเว่นฯ ใหญ่ ๆ อย่างน้อย 2 นาย เพื่อรับเรื่องราวร้องทุกข์ ของหายโจรกรรม แจ้งความเพราะชาวบ้านยังต้องกินต้องใช้ เขาจะไปเซ่เว่นฯ สน.เวลานี้ น้ำท่วม ต้องปรับเปลี่ยนมาบริการตลอด 24 ชั่วโมง รัฐบาลไม่มีแผนอะไรเลย ผบ.ตร.ต้องสั่งการแล้ว ไม่ใช่ตั้งรับ แต่ต้องรุกเข้าหาประชาชนเพื่อบริการ ซึ่งนี่ยังไม่รวมถึงปัญหาลักขโมย ที่มีทุกพื้นที่ตามซอกซอยต่างๆของ กทม.

          “ที่เห็นชัดเจนที่สุด คือ รัฐบาลนี้บริหารงานล้มเหลวโดยสิ้นเชิง แม้กระทั่งเรื่องง่าย ๆ เกี่ยวกับของบริจาค ที่นานาชาติหรือคนไทยมีจิตใจกุศล ส่งมาเพื่อใช้แจกจ่ายบรรเทาทุกข์ให้ชาวบ้านผู้ประสบภัยน้ำท่วม แต่กลับพบเป็นข่าว เป็นคลิป ที่สื่อกระแสหลักไม่เล่น ไม่รู้มัวเกรงใจใคร ของจริงไม่พูดอย่างนี้ลำบาก ศปภ.กลับปล่อยให้ของบริจาคต้องลอยน้ำ ถูกทิ้งขว้างหลังจากที่มีข่าวออกมาโจมตีส.ส.พรรคเพื่อไทยว่า อมของบริจาค ใช้ของบริจาคของชาวบ้านมาติดป้ายใส่ชื่อตัวเอง วันนี้ก็ยิ่งแล้วใหญ่ที่ทิ้งขว้างสิ่งของยังชีพให้เสียหาย ทั้งที่บริหารจัดการง่ายที่สุด"

          นายชูวิทย์ กล่าวว่า เมื่อรับของมาแล้ว ใครมาขอ ชาวบ้านที่เดือนร้อนมาขอ ผ่านสื่อต่าง ๆ ก็จัดส่งไปให้ อย่ามากักไว้ในมือ แต่นี่กลับเอาคนที่ไม่มีประสบการณ์ คิดแต่พวก สีเสื้อมาคอยคุมของ หากเป็นพวกก็ให้ ไม่ใช่พวกก็ไม่ให้หรือให้น้อย ไม่เช่นนั้นคงไม่มีข่าวกรณีนายฉลอง เรี่ยวแรง ส.ส.พรรคเพื่อไทยออกมาโวยวาย แสดงถึงความห่วยแตก ไม่มีระบบของ ศปภ.

          นายชูวิทย์ กล่าวว่า เรื่องนี้ เป็นเรื่องใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับความเชื่อถือ ความเชื่อมั่นในรัฐบาล เพราะเป็นน้ำใจของมิตรประเทศและคนไทยเพื่อนร่วมชาติ ที่ต้องการช่วยคนชาติเดียวกัน แต่กลับถูกกั๊กไว้ให้สำหรับพรรคพวก เลือกปฏิบัติเฉพาะสีเสื้อ เวลานี้ต้องไม่มีแล้ว ต้องมีแต่คนไทย ถามว่า ทำไมต้องให้คนมีสีเสื้อมาคอยคุมของบริจาค ทำไมไม่ใช้หน่วยงานราชการที่มีประสบการณ์

          "เห็นชัดว่า รัฐบาลล้มเหลวอย่างไม่น่าให้อภัย ที่มาเล่นกับความศรัทธาและความเดือนร้อนของคนในชาติ มันตายน้ำตื้นและแสดงถึงความชุ่ยในการบริหารจัดการของคนที่มือไม่ถึง” นายชูวิทย์ กล่าว 

          นายชูวิทย์ กล่าวว่า จากการที่ลงพื้นที่น้ำท่วมมาตลอด ทั้งในต่างจังหวัดและในกทม.ปริมลฑลพบว่า มีปัญหาความขัดแย้งของชาวบ้าน เกี่ยวกับการตั้งแนวคันกั้นเขื่อนเพื่อชะลอน้ำ จนชาวบ้านทะเลาะกันแทบจะฆ่ากันตาย แต่กลับไม่เห็นหัว ส.ส.เขต ส.ส.ในพื้นที่ ที่มีความขัดแย้งสูงเลย ทั้งที่ปทุมธานี นนทบุรี หรือแม้ในกทม. ทั้งที่เวลานี้ ส.ส.เขตต้องทำงานหนักกว่าส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ เพราะมีพื้นที่ดูแลรับผิดชอบชัดเจน แต่กลับไม่เห็นหัวส.ส.เขตเลย หากจะหวังรอการบริหารงานของ ศปภ.ก็อย่าหวัง ไม่เช่นนั้นก็ตายไปนานแล้ว

          หัวหน้าพรรครักประเทศไทย กล่าวว่า วันนี้ ศปภ.ยังไม่รู้ตัวว่า ชาวบ้านต่างหมดความเชื่อถือ เชื่อมั่นหมดแล้ว ประกาศไม่ท่วมคนก็เก็บของ ประกาศเอาอยู่คนก็หนีหมดแล้ว มีแต่ส่วนของภาคประชาชน และหน่วยงานเอกชนที่ออกมาช่วยเหลือกันเองทั้งนั้น

          "ผมไม่รู้ว่า ครม.ของรัฐบาลคุณปูจ๋า ปูนิ่มคิดยังไง ที่ยังอุตส่าห์เอาสมองส่วนไหนไปคิดหมกเม็ด ออกมติครม.มาได้ เมื่อสัปดาห์ก่อนที่ให้อำนาจผบ.ตร.สามารถพิจารณาเปิดบ่อนการพนันได้  มันก็กาสิโนที่เขาเคยประกาศว่าจะปิดให้หมด แต่มันแปลกที่ครม.ชุดนี้ให้อำนาจ ผบ.ตร.อนุมัติให้เปิดเองได้ เท่านั้นยังไม่พอยังให้อำนาจผบ.ตร. สามารถสั่งปิดสื่อสิ่งพิมพ์ได้อีก

          ผมดูแล้วยามนี้ปัญหาความทุกข์ เดือดร้อนจากน้ำท่วมทั้งแผ่นดิน ครม.คุณปูนิ่ม ปูจ๋ายังมีใจคิดเรื่องพรรณนี้อีก ทั้งที่บริหารงานแก้ไขปัญหาได้ห่วยแตก แต่พอเขียนในเฟสบุ๊ค นายกฯปูพูดได้น่ารัก น่าฟังอ่านแล้วดูดี จะดูแลประชาชนทุกคน แต่การทำงานกลับตรงกันข้ามกับสิ่งที่พูดสิ่งที่เขียน มันตรงข้ามกับหน้าตาของนายกฯ เพราะมันยิ่งเละ"

          นายชูวิทย์ กล่าวว่า ขอแนะนำนายกฯว่า อย่าคิดประดิษฐ์คำพูดที่ฟังแล้วดูดี แต่ขอให้ทำงานแล้วดูดี แก้ไขปัญหาของชาวบ้านได้จะดีกว่า ออกมาฟังความคิดเห็นของชาวบ้านบ้างว่า วันนี้ เขาด่ารัฐบาลกันอย่างไร แม้จะไม่มีในสื่อกระแสหลัก เขาก็เชื่อว่า เมื่อน้ำลดตอมันจะผุด และครั้งนี้ ไม่ใช่แค่ตอธรรมดา ดังนั้น ขอให้เร่งไขปัญหาโดยลงมาดูความจริง ความทุกข์ของชาวบ้านที่ต้องเดินหนีน้ำเอาชีวิตเป็นกิโลเมตรในเมืองหลวง พูดไปใครจะเชื่อ

8.) ปชป.เตือน'ปู'ตั้งสติพาปชช.ฝ่าวิกฤต

**


     1 พ.ย.54 นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า ขอให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ตั้งสติเพื่อเป็นหลักในการนำประชาชนฝ่าวิกฤติอุทกภัยครั้งนี้ ไปให้ได้ เพราะถ้าคนเป็นผู้นำประเทศยังไม่สามารถระงับอารมณ์ตัวเองจนแสดงอาการกราดเกรี้ยวผ่านสื่อมวลชน ย่อมกระทบต่อขวัญกำลังใจของประชาชนที่กำลังทุกข์ยากจนเกิดความท้อแท้หมดหวัง จึงอยากให้นายกรัฐมนตรี มุ่งมั่นอยู่กับการแก้ปัญหาให้กับประชาชน ใน 5 เรื่อง อาทิ 1. การประเมินสถานการณ์น้ำจะต้องมีความเป็นเอกภาพ และให้ความจริงกับประชาชน ไม่ใช่พูดไปคนละทาง 2. ต้องยอมรับความจริงว่า ขณะนี้ไม่มีพื้นที่ไหนในกรุงเทพมหานครปลอดภัย 100 % จึงมีความจำเป็นที่ต้องวางแผนเพื่ออพยพ

      นายชวนนท์ กล่าวต่อว่า 3. ต้องเร่งแก้ปัญหาสินค้าจำเป็นขาดแคลนให้ตรงจุด ไม่ใช่สินค้าขาดแล้วใช้วิธีนำเข้าจากต่างประเทศ การนำสินค้าราคาถูกไปวางขายที่ตลาด อตก.ของกระทรวงพาณิชย์ ก็ไม่ได้ช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อนอย่างแท้จริง  4. รัฐบาลต้องแบ่งพื้นที่รับผิดชอบอย่างละเอียด ประสานกับหน่วยงานท้องถิ่นให้เป็นผู้บริการประชาชนในจุดที่เจ้าหน้าที่รัฐเข้าไม่ถึง โดยส่วนกลางตั้งศูนย์บริการ อาหาร น้ำดื่ม ในจุดที่ใกล้ที่สุด เพราะลำพังการทำงานของรัฐบาลกลางย่อมไม่เพียงพอต่อการดูแลประชาชน  หากยังไม่มีระบบการบริหารที่ดีการขาดแคลนอาหารของประชาชนที่ประสบอุทกภัยอาจกลายเป็นการจลาจลกลางเมืองได้ในเวลาไม่ช้านี้ เพราะปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ใช่แค่เรื่องคนสู้กับน้ำ แต่เป็นเรื่องระหว่างคนกับคนแล้ว และ 5. รัฐบาลต้องเร่งทำความเข้าใจกับประชาชน ที่อยู่ใกล้กับประตูระบายน้ำ หรือพนังกั้นน้ำ เพื่อชี้แจงถึงการบริหารเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวม และกำหนดให้ชัดเจนถึงมาตรการเยียวยาประชาชนในพื้นที่ พรรคยังยืนยันว่ารัฐบาลจำเป็นต้องใช้กฎหมายพิเศษเพื่อบริหารบ้านเมืองในภาวะไม่ปกติ

      นายชวนนท์ กล่าวถึงการแก้ปัญหามวลชนคลองสามวาโดยให้เปิดประตูระบายน้ำ  1 เมตร โดยไม่มีการแจ้งเตือนประชาชนปลายน้ำ รวมทั้งนิคมอุตสาหกรรม จะเกิดผลกระทบตามมา ถือเป็นการบริหารงานที่ล้มเหลวไร้ประสิทธิภาพโดยสิ้นเชิง หากทำเช่นนี้ก็ไม่จำเป็นต้องมีรัฐบาลและรัฐบาลไม่ควรบริหารแบบลอยตัว เพราะกลายเป็นว่าน้ำคือผู้บริหารแผ่นดินในขณะนี้ไปแล้ว

      “อยากให้นายกรัฐมนตรีมองความอยู่รอดของประชาชน และบ้านเมืองเหนือความอยู่รอดทางการเมืองของตัวเอง โดยต้องสั่งให้คนของตัวเองหยุดการใส่ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกให้สังคม เช่น กรณี นายจตุพร พรหมพันธ์. ส.ส. เพื่อไทยออกมาระบุว่าเป็นโชคดีที่เกิดน้ำท่วมใหญ่ไม่เช่นนั้นจะมีขบวนการจ้องล้มรัฐบาลภายในเดือนธันวาคม แต่ไม่สามารถทำได้เพราะน้ำท่วมเสียก่อน เป็นคำพูดที่เลือดเย็น ใจดำและโหดเหี้ยมกับคนไทยอย่างที่สุด ท่านพูดได้ยังไงครับว่าเป็นโชคดีที่น้ำท่วม ทำให้คนล้มรัฐบาลไม่ได้ มันแสดงชัดเจนว่าท่านเห็นความอยู่รอดของรัฐบาลสำคัญกว่าความทุกข์ยากของชาวบ้าน ถ้าท่านยังมีอำนาจอยู่ประชาชนจะจมน้ำตายช่างหัวมัน นี่คือผู้แทนปวงชนหรือครับ นายจตุพรอ้างถึงนายกรัฐมนตรีด้วยซ้ำว่า ท่านมอบให้กองทัพดู 5 จังหวัดที่ประสบอุทกภัยเพราะถ้าล้มเหลวจะได้เฉลี่ยความรับผิดชอบไป 50 เปอร์เซนต์ เท่ากับว่าท่านคิดทุกอย่างเป็นการเมืองหมด หวังโยนบาปให้กองทัพ เป็นที่มาของความล้มเหลวในทุกด้านของรัฐบาล ผมคิดว่าพี่น้องเสื้อแดงคงตาสว่างมากขึ้น ไม่ใช่เฉพาะที่พะเยาเท่านั้น เพราะหลายพื้นที่พี่น้องเสื้อแดงน้ำท่วมแต่นายจตุพรกลับขึ้นรถแห่หาเสียง" นายชวนนท์ กล่าว

      ส่วน นายจตุพร ที่กล่าวหาว่ารัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ กักน้ำในเขื่อนภูมิพลมากจนเป็นสาเหตุน้ำท่วมใหญ่ในขณะนี้ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ขอยืนยันสถิติน้ำในเขื่อนซึ่งในยุครัฐบาลอภิสิทธิ์ระดับน้ำ 55 เปอร์เซนต์ ไม่ได้สูงผิดปกติ แต่เมื่อรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ เข้ามาบริหารประเทศระดับน้ำสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยไม่มีการพร่องน้ำอย่างที่ควรจะเป็น สิ่งนี้ต่างหากที่รัฐบาลต้องตอบว่า ทำไมจึงไม่มีการบริหารจัดการน้ำจนกลายเป็นโศกนาฏกรรมที่มีคนเสียชีวิตแล้วเกือบ 400 ราย ถ้าหากกล่าวหาว่าประชาธิปัตย์วางยา หมายถึงว่าประชาธิปัตย์แกล้งแพ้เลือกตั้งด้วยใช่หรือไม่

      “นายจตุพร ควรไปอ่านคำสัมภาษณ์ของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ก็จะทราบว่าใครต้องรับผิดชอบกับความเสียหายของชาติในเวลานี้  โดย น.ส.ยิ่งลักษณ์ พูดว่าเราดูแลมา 3-4 เดือนแล้ว บางส่วนเข้ามาตั้งแต่เดือนกรกฎาคม และเจอพายุ 4 ลูกติดต่อกัน โดยปกติแล้วเจอพายุลูกหนึ่ง ก็จะถูกระบายผ่านเขื่อน และมีช่วงพักในการระบายน้ำ แต่วันนี้ไม่ใช่ เจอลูกหนึ่งก็เก็บไว้ๆ และเจออีกหลายลูก ก็ยังเก็บต่ออีก จึงกลายเป็นปริมาณน้ำที่สะสมมาถึง 4 ลูกชัดเจนไหมครับว่ารัฐบาลไหนที่บริหารจัดการน้ำล้มเหลว เรื่องนี้อย่าโยนบาปให้อธิบดีกรมชลประทาน หรือหาแพะ" นายชวนนท์ กล่าว

      นายชวนนท์ กล่าวต่อว่า ประธานสภาไม่ควรเบี้ยวการเปิดประชุมอีก ไม่ต้องกลัวประชาธิปัตย์ขยี้รัฐบาลเพราะประชาชนเตรียมขยี้รัฐบาลอยู่แล้ว หากไม่ยอมเปิดสภาหรือปิดสภานี้ก็คือเผด็จการใช้กลไกรัฐสภาเพื่อตัวเอง แต่ประชาธิปัตย์ใช้เวทีนี้เพื่อประชาชน ยืนยันสองวันนี้คือวันที่ 2 และ 3 นี้จัดหนักแน่นอน

9.) หลังน้ำลดวิกฤติยิ่งกว่านี้

: ขยายปมร้อน ศรุติ ศรุตา

           ถึงแม้ว่าหลายต่อหลายคนพอจะมีความหวังว่า ประเทศไทยน่าจะเข้าสู่ช่วงที่ก้าวพ้นวิกฤติ หลังจากสถานการณ์น้ำทะเลหนุนกำลังจะหมดไปและเปิดทางให้การระบายน้ำออกทะเลได้สะดวกมากขึ้น แต่ในขณะนี้เดียวกัน สถานการณ์ของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กลับดูจะเป็นตรงกันข้าม

   
                เพราะนี่คือช่วงที่แหลมคมที่สุดของรัฐบาล หลังจากวางเดิมพันสูงสุดเอาไว้ในก่อนหน้านี้
   
                เป็นการเดิมพันอันสูงยิ่ง เนื่องเพราะยิ่งลักษณ์เพิ่งจะ "หลุดปาก" ออกมาทางสื่อว่า น้ำเหนือที่มาจ่อคิวลงทะเลนั้นมีจำนวนมากถึง 1-2 หมื่นล้านลูกบาศก์เมตร
   
                ทั้งที่ก่อนหน้านี้ข้อมูลออกมาจากฝ่ายรัฐบาล หรือฝ่าย ศปภ.นั้นระบุว่ามีเพียง 1 หมื่นล้านลูกบาศก์เมตรเท่านั้น
   
                ถามว่า 2 หมื่นล้านลูกบาศก์เมตรมีมากเพียงใด คงจะตอบยาก แต่ปริมาตรน้ำที่กักเก็บในเขื่อนภูมิพลนั้นสูงสุดกักได้ประมาณ 1.2 หมื่นล้านลูกบาศก์เมตรเศษ เท่านั้น
   
                ก็แค่เกือบ 2 เขื่อนภูมิพล !
   
                ถามว่าแล้วอะไรคือสิ่งที่ยิ่งลักษณ์เดิมพัน ตอบได้เลยก็คือ ความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างประเทศ
   
                คงจะจำกันได้ว่า กลุ่มนักธุรกิจญี่ปุ่น นำโดยรองประธานโตโยต้า ที่เข้าพบยิ่งลักษณ์ และยื่นข้อเสนอให้เจาะถนนอย่างน้อย 5 สาย เพื่อเปิดทางน้ำไหลลงสู่ทะเล
   
                แต่สุดท้ายได้รับการปฏิเสธจากรัฐบาล และเลือกที่จะเจาะคลองเก้า-คลองสิบสามแทน
   
                การปฏิเสธก็เท่ากับว่ารัฐบาลต้องรับผิดชอบอย่างเต็มที่กับนิคมอุตสาหกรรมภาคตะวันออกทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเวลโกรว์ บางชัน ลาดกระบัง รวมไปถึงโตโยต้า บ้านโพธิ์ ที่รัฐบาลประกาศไว้แต่แรกว่า พื้นที่ในย่านนี้จะเป็นที่ที่ต้องระบายน้ำออกไป
   
                การตัดสินใจของกลุ่มนักธุรกิจญี่ปุ่นกลุ่มนี้เป็น "ฟางเส้นสุดท้าย" หรือไม่ ย่อมวัดได้จากผลจากการปฏิเสธข้อเสนอของพวกเขาและเลือกทำในสิ่งที่แม้แต่รัฐบาลเองก็ยังไม่แน่ใจว่าจะเป็นไปได้หรือไม่นั้นเกิดปาฏิหาริย์ทำให้น้ำไหลลงทะเลโดยมีผลกระทบนิคมอุตสาหกรรมเหล่านั้นน้อยที่สุด
   
                โดยที่รัฐบาลมีความหวังอยู่เพียงแค่ว่าเมื่อน้ำทะเลไม่หนุนสูงแล้ว การระบายน้ำจาก "ท่อกลาง" โดยผ่าน กทม.นั้นจะเป็นไปได้ด้วยดี รวมทั้งพื้นที่ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยายังอยู่ในภาวะน้ำท่วมปาก
   
                เมื่อเป็นดังนี้ ท่าทีระหว่างรัฐบาลกับ กทม.จึงเริ่มเห็น "การร่วมมือ" เพื่อที่จะผันน้ำออกจาก กทม.ให้เร็วที่สุด และมากที่สุด
   
                ทั้งที่ก่อนหน้านี้อยู่ในอาการที่ว่า ถ้า กทม.ไปซ้าย รัฐบาลก็จะไปขวามาตลอด
   
                ทั้งที่ก่อนหน้านี้หลายฝ่ายต่างก็เตือนด้วยความห่วงใยแล้วว่า อย่าใช้การเมืองเข้าแก้ปัญหาประเทศที่อยู่ในภาวะวิกฤติ แต่ก็หาได้มีใครสนใจฟัง แถมยังลุกลามไปถึงการสาวไส้ในเรื่องของการให้ความช่วยเหลือแบบเลือกที่รักมักที่ชัง
   
                เครื่องกรองน้ำจากประเทศเกาหลีที่อุตส่าห์ส่งมาช่วยเหลือถึง 150 เครื่อง เมื่อ กิตติรัตน์ ณ ระนอง สั่งให้เรียนรู้วิธีใช้ได้เรียบร้อยแล้ว ก็ทำได้เพียงเจียดไป 8 เครื่อง เพื่อนำไปติดตั้งตามจุดที่ชาวบ้านเดือดร้อน ส่วนที่เหลือ 142 เครื่อง อันตรธานหายไปกับเสื้อมีสี
   
                บ่งบอกถึงความไร้ซึ่งกฎระเบียบ หลักของความจำเป็นเร่งด่วน
   
                ยิ่งเห็นสภาพข้าวของที่ชาวบ้านเขานำมาบริจาคกองพะเนินเทินทึกใน ศปภ.แล้วสุดท้ายถูกน้ำท่วมเสียหาย ยิ่งทำให้เห็นว่า ระบบการบริหารจัดการของ ศปภ. ภายใต้การสั่งการของรัฐบาลล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง
   
                นี่คำตอบอันชัดเจนว่า เหตุใดความน่าเชื่อถือของ ศปภ.จะถูกทำลายลงจนไม่เหลือหลอ เพราะแม้แต่ชะตากรรมของศูนย์เองที่ไม่ต้องไปพึ่งพาหมอดูที่ไหน เพียงแค่ประเมินสถานการณ์น้ำ และการบริหารจัดการน้ำก็ยังเอาตัวเองไม่รอด
   
                แต่ดูเหมือนว่ายิ่งลักษณ์ก็ยังไม่เข้าอกเข้าใจในปัญหาที่เกิดขึ้นเท่าใดนัก
   
                แม้กระทั่งเกิดเหตุเผชิญหน้าของชาวบ้านอย่างน้อย 2 จุด ไม่มีตัวแทนจาก ศปภ. หรือจาก ครม.แม้แต่คนเดียวไปเจรจา ทั้งที่เป็นหน้าที่ที่ควรจะทำเพื่อรักษา "แนวสุดท้าย" ของการระบายน้ำเอาไว้ โดยที่ไม่ปรากฏว่า มีคำสิ่งจากนายกรัฐมนตรีให้ใครไปแก้ปัญหาตรงนั้นหรือไม่
   
                นี่คือการบริหารงานของรัฐบาล และ ศปภ.ดำเนินมาตลอด จนทำให้กองทัพซึ่งเคยถูกวางเป็นหน่วยงานหลักในการสร้างด่านชะลอน้ำ แต่กลับปล่อยให้กองทัพเผชิญหน้ากับชาวบ้านที่มีนักการเมืองท้องถิ่นหนุนหลังเพียงลำพัง และนำมาซึ่งการหมดความเชื่อมั่นในรัฐบาลของระดับนำของเหล่าทัพ
   
                ยิ่งในระหว่างนั้นบรรดาเสื้อแดงในพรรคเพื่อไทยก็กระเหี้ยนกระหือรือที่จะแก้กฎหมายสภากลาโหมให้ได้ในวันนี้พรุ่งนี้ โดยที่ไม่สนอกสนใจว่า กองทัพกำลังสู้วิกฤติการณ์น้ำท่วมอยู่อย่างเต็มกำลัง โดยที่ยิ่งลักษณ์เองก็ทำเอาหูไปนาเอาตาไปไร่
   
                ในขณะที่หน่วยงานตำรวจนั้น ก็ไม่ได้แสดงให้เห็นว่า เมื่อย้าย ผบ.ตร.คนเก่าไปแล้ว ตั้งญาตินายกฯ เป็น ผบ.ตร.จะทำให้ชาวบ้านอุ่นใจในยามวิกฤติ...ทั้งที่คาดการณ์ได้ไม่ยากว่า โจรที่มากับน้ำชุมยิ่งกว่ายามปกติ
   
                ในขณะที่รัฐบาลกำลังวางเดิมพันอันยิ่งใหญ่ แต่กลไกในมือกลับง่อยเปลี้ยเสียขา ที่จะพึ่งหวังได้ก็ไปทำลายความเชื่อมั่นที่เขาควรจะมี เพราะกลไกรอบตัว หรือแม้กระทั่งตัวนายกฯ หลังน้ำลดจึงเป็นช่วงที่รัฐบาลวิกฤติเสียยิ่งกว่าปัจจุบัน


โพสต์ทูเดย์

10.) เผยตัวเลขจริงไฟดูดตายกว่า 50 ราย
01 พฤศจิกายน 2554 เวลา 16:25 น.


นพ.พรเทพ ศิริวนารังสรรค์ อธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยว่า สิ่งที่น่าเป็นห่วงขณะนี้ คือ การเสียชีวิตจากเหตุไฟฟ้าดูดไฟฟ้าช็อต จากการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมผู้ประสบภัยในศูนย์พักพิงขนาดเล็กในเขต กทม. นนทบุรี ปทุมธานี และนครปฐม พบว่า มีผู้เสียชีวิตจากเหตุไฟดูดเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะผู้ประสบภัย ที่เริ่มเป็นห่วงทรัพย์สินและพยายามลุยน้ำเข้าไปเก็บของภายในบ้าน ซึ่งนอกจากจะถูกกระแสไฟภายในบ้านที่ไม่ได้ตัดไฟออกดูดแล้ว บางคนแม้จะตัดไฟในบ้านตัวเองแล้ว แต่ข้างบ้านไม่ได้ตัดไฟ กระแสไฟบางส่วนไหลมากับกระแสน้ำทำให้ถูกไฟดูด นอกจากนี้ยังพบว่าผู้ประสบภัยบางส่วนถูกไฟฟ้าจากสายไฟฟ้าแรงสูงที่จมอยู่ในน้ำดูดจนเสียชีวิต

นอกจากการเสียชีวิตจากการจมน้ำแล้ว ไฟดูดก็เป็นอีกปัญหาที่น่ากังวลอย่างมาก แม้ตัวเลขที่รายงานจะมีเพียง 17 ราย แต่จากการลงพื้นที่รายงานตรงจากชาวบ้านที่ประสบภัยยืนยันว่า มีการเสียชีวิตจากไฟดูดมากกว่าตัวเลขจริงถึง 2 เท่า หรือประมาณ กว่า 50 ราย เช่น ในพื้นที่บางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี เพราะบางคนถูกไฟดูดจมอยู่ในน้ำ เวลาไปชันสูตรศพ ก็จะรายงานว่าจมน้ำ แต่ก่อนจมน้ำคือถูกไฟฟ้าดูดก่อน

นอกจากนี้ การช่วยเหลือผู้ที่ถูกไฟดูด ก็ต้องระวังอย่างเช่นมีรายงานว่า แม่เข้าไปช่วยลูกที่ถูกไฟดูดจนเสียชีวิตทั้งคู่ เพราะไม่รู้วิธีช่วยเอามือเข้าไปแตะตัวผู้ที่ถูกไฟดูด วิธีที่ถูกต้องคือ ใช้ผ้าคล้องหรือดึงตัวออกมาจากจุดที่มีไฟรั่ว อย่าใช้มือแตะตัวโดยตรงเด็ดขาดและผู้ที่จะเข้าไปช่วยร่างกายต้องไม่เปียกน้ำ และต้องสวมรองเท้า

11.) เร่งขุดสันดอนปากน้ำเจ้าพระยา-ท่าจีน
01 พฤศจิกายน 2554 เวลา 16:05 น.

นายถวัลย์รัฐ อ่อนศิระ อธิบดีกรมเจ้าท่า (จท.) เปิดเผยว่า กรมเจ้าท่าได้ขุดลอกคูคลอง สันดอนของแม่น้ำท่าจีนบริเวณจังหวัดสมุทรสาคร เพื่อให้บริเวณปากคลองน้ำไหลสะดวกขึ้น รวมถึงกรมเจ้าท่าได้ร่วมกับกรุงเทพมหานคร (กทม.) ขุดลอกปากแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อให้น้ำไหลลงปากอ่าวได้สะดวก นอกจากนี้กรมเจ้าท่ายังได้นำเรือกว่า 13 ลำ เข้ามาผลักดันน้ำที่บริเวณปากคลองรังสิตประยูรศักดิ์อีกด้วย

ขณะเดียวกันได้นำเรือติดเครื่องยนต์จำนวนกว่า 56 ลำเข้ามาช่วยขนและลำเลียง ประชาชน อาหาร ต่อจากรถทหารเข้าชุมชนหมู่บ้านรอบทั่วกรุงเทพฯ ซึ่งเรือหนึ่งลำจะมีขนาดความกว้าง 1.80 เมตร ความยาว 5 เมตร มีความจุบรรทุกได้ 12 คนต่อลำ ซึ่งนอกจากนำเรือมาขนส่ง 56 ลำแล้ว ทางกรมเจ้าท่ายังได้นำเรือตรวจการณ์ท้องแบนเรือยาว อีกจำนวน 13 ลำเข้ามาวิ่งทั่วไปในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลด้วย

"เรือทั้ง 56 ลำ ได้กระจายอยู่ในพื้นที่ต่างๆทั้งลำลูกกา คลอง 2. ธัญบุรี เมืองเอก บางบัวทอง บางใหญ่ บางพลัด วัดไร่ขิง ศาลายา และยังมีเรือที่กรมเจ้าท่าเอาไปช่วยเหลือประชาชนที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาอีก จำนวน 14 ลำ จังหวัดนครสวรรค์อีก 12 ลำ ซึ่งเมื่อทั้งพระนครศรีอยุธยา และนครสวรรค์น้ำลดแล้ว ทางกรมเจ้าท่าจะถอนเรือมาให้บริการที่กรุงเทพฯต่อไป"นายถวัลย์รัฐกล่าว


12.) นายกฯตั้งคณะทำงานเคลียร์ม็อบประตูระบายน้ำ
01 พฤศจิกายน 2554 เวลา 16:01 น.
 
 ยิ่งลักษณ์ ตั้งคณะทำงานสลายม็อบค้านเปิด-ปิดประตูระบายน้ำ เน้นสะสางมวลชนซีกตะวันออกก่อน

ที่ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) นายพรเทพ เตชะไพบูลย์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร แถลงภายหลังการประชุมร่วมกับ น.ส.ยงลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เกี่ยวกับสถานกาณณ์น้ำมีข้อสรุปร่วมกันว่า มีมติตั้งคณะทำงานร่วมบริหารจัดการน้ำเพื่อบรรเทาปัญหาในพื้นที่ กทม. โดยมีตัวแทนร่วมกัน 3 ฝ่าย ประกอบกับด้วย กทม. กรมชลประทาน และรัฐบาล โดยคณะทำงานชุดนี้มีหน้าที่ติดตามปัญหาความไม่เข้าใจของประชาชนเกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ำของภาครัฐ โดยเฉพาะการเปิดปิดประตูระบายน้ำว่า หากเปิดหรือปิดในพื้นที่หนึ่งพื้นที่ใดจะมีผลกระทบอย่างไรต่อพื้นที่ใกล้เคียงบ้าง


นายพรเทพ กล่าวต่อว่า ภารกิจเร่งด่วนตอนนี้คือ การดูพื้นที่ทางตะวันออกของ กทม.ที่เป็นปัญหาอยู่ เพราะมีหลายภาคส่วนยังไม่เข้าใจถึงการบริหารจัดการน้ำของรัฐบาล โดยคณะทำงานชุดนี้จะดูแลในเรื่องการเยียวยาและการหาความสมดุลให้กับผู้ได้รับผลกระทบว่า ถ้าเกิดมีการเปิดประตูระบายน้ำประชาชนที่อยู่ตอนใต้ของประตูจะมีผลกระทบอะไรบ้าง

นายพรเทพ กล่าวว่า การบริหารจัดการน้ำในทิศตะวันออกของ กทม. มั่นใจว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อเขตนิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง และบางชัน เพราะการเปิดปิดประตูระบายน้ำไม่ได้ทำแบบยกบาน แต่เป็นลักษณะคำนึงถึงความสมดุลของระดับน้ำในคูคลอง นอกจากนี้คณะทำงานก็จะลงพื้นที่ไปดูปัญหาในการระบายน้ำในส่วนของฝั่งตะวันตกของ กทม.ด้วย

"สำหรับระบบการระบายน้ำของ กทม.มีขีดจำกัดในระดับหนึ่ง คือ วันละ 30 ล้าน ลบ.ม. ขณะที่มีน้ำอยู่ทางตอนเหนือของ กทม.อยู่ประมาณ 4,000 ล้าน ลบ.ม. โดยส่วนหนึ่งเข้ามาทางแม่น้ำเจ้าพระยาประมาณ 360 ลบ.ม.ต่อวัน ซึ่งตรงนี้ กทม.จะเร่งระบายให้เร็วที่สุด"นายพรเทพกล่าว

ขณะที่ นายอานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา เลขานุการคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่วิกฤต กล่าวว่า  คณะทำงานร่วมที่ตั้งขึ้นมาใหม่นั้นจะมีนายจารุพงษ์ เรืองสุวรรณ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย เป็นประธาน เพื่อทำงานร่วมกับ กทม.โดยนายพรเทพ และผู้แทนจากกรมชลประทาน  โดยจะมีการลงพื้นที่ทางฝั่งตะวันออกของ กทม.ไล่ตั้งแต่พื้นที่ทางตอนเหนือจนมาถึงประตูระบายน้ำคลองสามวาที่กำลังมีปัญหาอยู่ในตอนนี้ โดยต้องสร้างความเข้าใจกับประชาชนว่าแต่ละพื้นที่มีข้อจำกัด และความสูงต่ำของพื้นที่ไม่เท่ากัน ดังนั้นจึงต้องลงพื้นที่และพิจารณาเป็นกรณีๆไป รวมไปถึงพิจารณาในส่วนของเครื่องมือตัวช่วยในแต่ละพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นระบบระบายน้ำ คูคลอง เครื่องสูบน้ำต่างๆด้วย เพื่อให้การทำงานของทุกภาคส่วนเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ทั้งนี้จะดำเนินการในแนวทางเดียวกับฝั่งตะวันตกของ กทม.ด้วย


มติชน

13.) ข่าวดีมาช้า ! กรมชลประทาน เผย ระดับน้ำใน กทม.เริ่มทรงตัว
คาดหลังวันที่ 3 พ.ย.นี้ จะระบายน้ำได้เร็วขึ้น
วันที่ 01 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 เวลา 11:01:59 น.
 

นายทองเปลว กองจันทร์ ผู้อำนวยส่วนอุทกวิทยา สำนักอุทกวิทยาและบริหารน้ำ กรมชลประทาน กล่าวว่า น้ำในฝั่งตะวันออกของกรุงเทพมหานครได้ไหลหลากจากคลองระพีพัฒน์แยกตก คลองรังสิตประยูรศักดิ์ ไล่ลงมาจนถึงคลองหกวาสายล่าง ซึ่งขณะนี้ปริมาณน้ำบริเวณเหนือคลองระพีพัฒน์แยกตก อยู่ในระดับทรงตัวกับลดลง ส่วนที่บริเวณคลองหกวาสายล่างปริมาณน้ำยังคงเพิ่มขึ้นเป็นลำดับ ซึ่งได้มีการสูบน้ำระบายออกจากคลองอย่างต่อเนื่อง คาดว่าหลังน้ำทะเลหนุนสูงในปัจจุบันไปจนถึงวันที่ 3 พฤศจิกายน 2554 ปริมาณน้ำจะทรงตัวและจะลดลงเป็นลำดับในระยะต่อไป


 

สำหรับในพื้นที่ฝั่งตะวันตก ที่มีปัญหาน้ำท่วมในเขตบางกอกน้อย บางพลัด นั้น คาดว่าหลังจากวันที่ 3 พฤศจิกายน 2554 การระบายน้ำจะเป็นไปด้วยดี เนื่องจากมีการใช้เครื่องสูบน้ำ ช่วยสูบระบายน้ำออกทางแม่น้ำท่าจีน รวมทั้งการระบายน้ำผ่านทางคลองทวีวัฒนาออกสู่คลองภาษีเจริญ โดยภาพรวมแล้ว คาดว่าหลังวันที่ 3 พฤศจิกายน เป็นต้นไป สถานการณ์น้ำท่วมทั้งสองฝั่งของกรุงเทพมหานคร ปริมาณน้ำจะเริ่มลดลง


 

อย่างไรก็ตาม ก่อนที่จะถึงช่วงน้ำทะเลหนุนสูงอีกครั้งในช่วงกลางเดือนพฤศจิกายน กรมชลประทาน จะเร่งระบายน้ำออกสู่ทะเลในช่วงที่น้ำทะเลหนุนต่ำให้ได้มากที่สุด โดยการเพิ่มเครื่องสูบน้ำ เครื่องผลักดันน้ำ ในจุดที่จะสามารถระบายน้ำได้เร็วยิ่งขึ้น พร้อมต้องเฝ้าระวังความมั่นคงแข็งแรงของคันกั้นน้ำต่างๆ ด้วย
 
14.) แนะแนว"กู้"ศรัทธารัฐบาลยิ่งลักษณ์
วันที่ 01 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 เวลา 12:00:00 น.
 

**
 


สมชัย จิตสุชน


วรากรณ์ สามโกเศศ


นันทวัฒน์ บรมานันท์


ไชยวัฒน์ ค้ำชู

 
คอลัมน์ รายงานพิเศษ


รัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ถูกวิพากษ์ วิจารณ์ถึงความไม่เป็นมืออาชีพ ทั้งด้านความรู้ ประสบการณ์ ความสามารถในการบริหารจัดการ โดยเฉพาะการแก้ปัญหาวิกฤตน้ำครั้งใหญ่ การจัดการข้อมูลข่าวสารผ่านสังคมออนไลน์ แทนที่จะช่วยสร้างความเข้าใจให้สังคมในวงกว้าง แต่กลายเป็นแหล่งข่าวลือข่าวปล่อย กระทบต่อศรัทธาและความเชื่อมั่นของประชาชน รวมถึงนักลงทุนต่างชาติ

วิธีที่รัฐบาลจะกอบกู้ความเชื่อมั่นกลับคืนมาได้ด้วยวิธีใดนั้น ดังนี้

**

สมชัย จิตสุชน

สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ)


 


 

แนวทางการฟื้นฟูความเชื่อมั่นของประชาชน จะต้องทำในระยะสั้นและระยะยาว โดยต้องเริ่มตั้งแต่ตอนนี้ ด้วยการบริหารจัดการช่วยเหลือประชาชนอย่างเร่งด่วน นายกฯ และรัฐบาลต้องทำงานตอนนี้ให้ดีที่สุดให้ประชาชนเห็น

เมื่อเสร็จสิ้นปัญหาอุทกภัยจะต้องมีมาตรการระยะยาวเพื่อเรียกความเชื่อมั่นประชาชนและความเชื่อมั่นของนักลงทุนกลับคืนมา

มาตรการระยะยาวจะเป็นความร่วมมือกันทั้งรัฐบาลและส่วนอื่นๆ ในการบริหารน้ำ ทั้งคลอง ผังเมือง หรือแม้แต่กระทั่งต้นน้ำ เพราะนักลงทุนย่อมรอดูการบริหาร ของรัฐบาลในเรื่องนี้ คงไม่มีใครยอมให้เงินลงทุนของตัวเองเสียหายใน 2-3 ปีข้างหน้า หากเกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ขึ้นมาอีก

ปัญหาที่การบริหารจัดการสับสนจนทำให้ความเชื่อมั่นของประชาชนลดน้อยลงนั้นเริ่มมาจากรัฐบาลไม่ได้วางแผนการช่วยเหลือไว้แต่แรก เห็นได้ชัดว่าระยะแรกเป็นการช่วยเหลือผู้ประสบภัยเท่านั้น ไม่ได้คิดการบริหารจัดการน้ำ แต่ต่อมาทำได้ดีขึ้น ซึ่งเป็นปัญหาของรัฐบาลจะต้องทำ ความเข้าใจกับประชาชน

หลังจากนี้การบริหารจัดการน้ำคูคลอง จะเป็นตัวพิสูจน์ว่านายกฯ เป็นที่วางใจของประชาชนได้ต่อไปหรือไม่

ส่วนการสั่งการของนายกฯ ที่ดูไม่เด็ดขาดในหลายเรื่องจนถูก์วิจารณ์นั้น ผมมอง ว่านายกฯใช้อำนาจที่มีอย่างเต็มที่ แต่ยังใช้คนไม่ถูกกับงาน จนเกิดความสับสน ซึ่งเรื่องนี้นายกฯ จะต้องปรับปรุงโดยด่วน

 

 **


วรากรณ์ สามโกเศศ

อธิการบดีมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์

สิ่งที่รัฐบาลควรเริ่มคิดในตอนนี้ คือหลังจากน้ำท่วมแล้ว ในแต่ละพื้นที่อาจใช้เวลาเพื่อให้น้ำลดที่ไม่เท่ากัน เช่น กรุงเทพฯ ชั้นกลางที่มีอุโมงค์ยักษ์สูบน้ำ อาจใช้เวลาเพียง 2-3 สัปดาห์ แต่รอบนอกกรุงเทพฯ หรือในต่างจังหวัด อาจต้องใช้เวลานานถึง 2-3 เดือน กว่าจะกลับเข้ามาสู่สภาพปกติ

เวลาเหล่านี้เป็นเวลาที่สำคัญมากในการฟื้นฟู 3 ส่วน คือ 1.ฟื้นฟูสภาพจิตใจ 2.ฟื้นฟูในสิ่งที่สูญเสียไป และ 3.การตั้งหลักทำมาหากินอีกครั้ง โดยภาครัฐจะมีบทบาทในการแก้ไขปัญหาเหล่านี้เป็น อย่างมาก

ดังนั้น ขณะที่เกิดภาวะน้ำท่วมอยู่ ภาค รัฐต้องเตรียมตัวดำเนินการทั้ง 3 ส่วนนี้ และถือว่ายากกว่าการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมด้วยซ้ำไป

โดยเฉพาะควรเน้นฟื้นฟูด้านอุตสาห กรรมก่อน เพราะหากโรงงานอุตสาหกรรม ไม่มีงบประมาณในการฟื้นตัว ก็จะไม่มีการจ้างงาน ประชาชนไม่มีรายได้ เมื่อไม่มี รายได้ก็ไม่มีภาษีอากร ส่งผลให้ไม่มีเงินชด เชยจำนวนมหาศาลให้กับผู้ประสบภัยได้

ฉะนั้น ทุกอย่างมันเชื่อมโยงกันทั้งหมด และนำไปสู่การพิจารณาในเรื่องของประ ชานิยมทั้งหลาย ว่าภาครัฐจะดำเนินการตามงบประมาณที่ได้วางแผนในการจัดการ และจะทำตามที่รับปากไว้กับประชาชนได้หรือไม่

เนื่องจากขณะนี้ความเสียหายมีมูลค่ามหาศาล ปัญหาการว่างงานจะเกิดขึ้นมาก รัฐบาลจึงควรมีการวางแผนดำเนินการต่างๆ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจให้มีการเจริญเติบโตให้เร็วที่สุด เพื่อกู้วิกฤตศรัทธาของรัฐบาลกลับคืนมาให้ได้

 

 **

นันทวัฒน์ บรมานันท์

คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

 

สถานการณ์น้ำท่วมที่เผชิญอยู่นี้ ถือเป็นภัยธรรมชาติที่ไม่มีใครล่วงรู้ได้ และหากจะพูดให้เป็นธรรมแล้ว รัฐบาลนี้เพิ่งเข้ามาทำงาน ซึ่งตอนนั้นก็มีน้ำท่วมบ้างแล้วในต่างจังหวัด แต่ไม่มีใครพูดถึง เนื่องจากสังคมพยายามบีบให้รัฐบาลทำตามนโยบายที่หาเสียงไว้ เช่น การขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ รถคันแรก บ้านหลังแรก ทำให้ทิศทางการทำงานของรัฐบาลมุ่งเน้นเรื่องนโยบายทั้งหมด

แต่ข้าราชการที่ทำงานดูแลสถานการณ์น้ำต้องรู้ถึงปัญหาอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องปริมาณน้ำเหนือ หรือฝนตกหนัก ต้องมีการคาดการณ์ไว้ล่วงหน้า และมีหน้าที่แจ้งให้รัฐบาลรับทราบ อีกทั้งปัญหานี้ไม่ได้เพิ่งเกิดมาเมื่อเดือนก.ย. แต่เกิดมาก่อนหน้านี้แล้ว

ในส่วนนี้เราไม่สามารถตรวจสอบได้ว่า หน่วยราชการนั้นได้แจ้งถึงปัญหาที่จะตามมาไว้หรือไม่ หากมีการแจ้งแล้ว แต่รัฐบาลไม่ดำเนินการ ถือว่าเป็นความผิดพลาดของรัฐบาล

นอกจากนี้ การข่าวของ ศปภ.เป็นจุดหนึ่งทำให้ประชาชนขาดความเชื่อมั่น ซึ่งผมมองว่าการข่าวของศปภ.แย่มาก เพราะการสื่อสารข่าวที่ดีจะแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ การข่าวในส่วนราชการด้วยกัน ประสานติดต่อกันได้ ทันที ต้องฉับไว

ส่วนที่ 2 คือข่าวสารที่ให้ประชาชนรับทราบนั้นต้องไม่โกหก เมื่อไรที่โกหก แม้สิ่งที่เกิดขึ้นถือเป็นภัยทางธรรมชาติแต่จะกลายเป็นความผิดของรัฐบาลทันที หากแจ้งประชาชนว่าไม่ท่วมแล้วท่วมขึ้นมา

ดังนั้น สิ่งที่ต้องปรับปรุงคือเรื่องการข่าว ต้องมีข้อมูลที่ชัดเจน

สิ่งหนึ่งที่รัฐบาลต้องลงมือแก้ไขทันทีคือ กฎหมายผังเมือง เพราะที่ผ่านมามีการนำพื้นที่ราบลุ่มซึ่งเป็นสถานที่รองรับน้ำ ไปทำบ้านจัดสรรหรือนิคมอุตสาหกรรม จึงต้องแก้ไข ไม่เช่นนั้นน้ำก็ท่วมอีกเหมือนเดิม

**

ไชยวัฒน์ ค้ำชู

คณะรัฐศาสตร์ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย


 
ปัญหาอุทกภัยครั้งนี้เป็นเรื่องใหญ่ และไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน การแก้ปัญหาจึงต้องทำไปและเรียนรู้ไปด้วย เพราะไม่มีใครมีประสบการณ์จัดการปัญหาน้ำท่วมที่ใหญ่ขนาดนี้มาก่อน

อีกทั้งนายกฯ เองก็ไม่มีประสบการณ์ จึงต้องอาศัยนักวิชาการ หรือผู้เชี่ยวชาญมาร่วมกันทำงาน จึงมีความเห็นที่แตกต่างหลากหลาย กว่าจะได้วิธีการแก้ไข ต้องพูดคุยกันหลายรอบ

เรื่องนี้เป็นเรื่องใหม่ การวิพากษ์วิจารณ์แก้ปัญหาของรัฐบาลก็ทำได้ เพียงแต่ต้องคิดไว้ก่อนว่า ครั้งนี้เป็นครั้งแรก หากครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 แล้วรัฐบาลยังทำได้ไม่ดี นั่นแหละรัฐบาลสมควรถูกด่า

ส่วนหนึ่งก็เข้าใจประชาชน เพราะเหตุ การณ์แบบนี้คนที่เดือดร้อนก็ต้องวิจารณ์และไม่ไว้วางใจรัฐบาลอีก

ส่วนการเด็ดขาดของนายกฯ เรื่องการควบคุมคนนั้นต้องบอกว่า ภาระหน้าที่และ การควบคุมคนของนายกฯ มีมาก บางอย่างอาจไม่ทั่วถึงและเกิดปัญหาอย่างที่เป็นอยู่ได้ แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้วต้องแก้ไขและมีการตรวจสอบข้อเท็จจริง ทุกข้อวิจารณ์จะต้องรับฟังและแก้ไข

การฟื้นฟูความเชื่อมั่นจากประชาชนกลับคืนมาได้อีกนั้น แรกสุดในตอนนี้จะต้องเร่งแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ทำให้คลี่คลายลงไปก่อน

เมื่อปัญหาคลี่คลายไปแล้วต้องมาดูว่าปัญหาเกิดขึ้นจากอะไร และต้องยอมรับข้อบกพร่องที่เกิดขึ้นในบางจุด

นอกจากจะให้ประชาชนเห็นความตั้งใจทำงานของรัฐบาลแล้ว ต้องให้ประชาชนมั่นใจว่าข้อบกพร่องดังกล่าวจะไม่เกิดขึ้นอีก ต้องไม่ให้ซ้ำซาก แก้ไขกันต่อไป พร้อมทั้งให้ประชาชนเชื่อว่ารัฐบาลมีวิธีแก้ไขจุดอ่อนต่างๆ ที่มีอยู่ให้หมดไป

รัฐบาลต้องยอมรับความจริงทุกอย่าง รับฟังข้อวิจารณ์ของประชาชน และนำข้อวิจารณ์มาปรับปรุงแก้ไขให้ดี พร้อมทั้งมีแผนระยะกลางและระยะยาว ให้ประชาชนเห็น ต่อไปในอนาคตจะไม่เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้อีก ซึ่งเป็นสิ่งที่ประ ชาชนต้องการเห็นไปพร้อมกับการฟื้นฟู ระหว่างนี้ต้องทยอยออกมาเพื่อสร้างความเชื่อมั่นจากประชาชนเรื่อยๆ

เวลาของการฟื้นฟูความเชื่อมั่นนั้น จะเห็นได้ว่าครั้งนี้เป็นภัยพิบัติในวงกว้าง หลายพื้นที่ รัฐบาลต้องระดมสมอง ระดม บุคลากรเพื่อบรรเทาปัญหา และปัญหาน้ำท่วมยังไม่จบสิ้นจึงยังประเมินไม่ได้ว่าต้องใช้เวลาเท่าไหร่จะฟื้นฟูสำเร็จ

แต่รัฐบาลต้องพูดให้ชัดเจนว่าการฟื้นฟูระยะสั้น ระยะกลาง ระยะยาวเป็นอย่างไร ซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐบาลสามารถทำได้


เดลินิวส์

15.)  เร่งสูบน้ำออกจาก”ดอนเมือง”
วันอังคาร ที่ 01 พฤศจิกายน 2554 เวลา 18:01 น.
 

 
รมว.กลาโหม จี้แบ่งงานแก้ปัญหาน้ำท่วมชัดเจน เพื่อประสิทธิภาพในการทำงาน พร้อมเร่งสูบน้ำท่วมออกจากสนามบินดอนเมือง

วันนี้ ( 1 พ.ย.) พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ก่อนประชุมครม.ถึงกรณีที่เคยระบุว่าอยากให้รัฐบาลแบ่งความรับผิดชอบให้ชัดเจนว่า เนื่องจากพื้นที่ที่เกิดปัญหากว้างขึ้นภารกิจก็เพิ่มขึ้น ขณะที่กำลังพลเท่าเดิมจึงอยากจะให้มอบงานให้หน่วยอื่นบ้างแล้วทหารจะเป็นผู้สนับสนุนการทำงานจะได้เต็มทุกพื้นที่ แต่ถ้ามอบเพียงหน่วยเดียวทุกพื้นที่ทั้งหมดเราก็ไม่สามารถใช้กำลังได้สมบูรณ์ ซึ่งเรื่องนี้ได้เรียนให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ทราบแล้ว

อย่างไรก็ตาม กองทัพได้ระดมกำลังทหารจากกองทัพภาคที่2 ,3 เข้ามาเสริมการทำงานหมดแล้วรวมทั้งในส่วนของเสนารักษ์ที่มาจากหลายจังหวัด เช่นพิษณุโลก เชียงใหม่ นครราชสีมา อุดรธานี การทำงานของทหารเป็นระบบ พร้อมออกให้ความช่วยเหลือทันที่ที่ได้รับการร้องขอ ขณะนี้เราเริ่มให้ทหารดูแลเรื่องน้ำเสียและขยะแล้วที่บางระกำ จ.พิษณุโลก โดยใช้อีเอ็มบอล รวมทั้งมอบหมายให้ศูนย์บัญชาการสงครามพิเศษดูแลที่ จ.ลพบุรี ต่อไปเราจะทำที่ จ.พระนครศรีอยุธยาและกทม. โดยมีพล.อ.พิเชษฐ์ วิสัยจร อดีตผู้ช่วยผบ.ทบ. รับผิดชอบในเรื่องนี้

รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีน้ำเข้าท่วมในพื้นที่ท่าอากาศยานดอนเมืองว่า ปริมาณน้ำมีจำนวนมากและเข้ามาทุกทิศทาง เมื่อเข้ามาพร้อมกันแม้จะมีการเตรียมการป้องกันก็ไม่สามารถป้องกันได้ และวันนี้พร้อมจะสูบน้ำออกจากท่าอากาศยานดอนเมืองแล้ว โดยประสานกับกรมชลประทาน ซึ่งได้บอกกับผบ.ทอ. แล้วว่าถ้าพร้อมเมื่อไหร่ขอให้สูบน้ำออกจากรันเวย์และแท็กซี่เวย์ให้ได้ก่อนอย่างน้อยก่อนวันศุกร์ที่ 4 พ.ย.นี้ อย่างไรก็ตามที่กองบัญชาการกองทัพอากาศน้ำก็ท่วมแล้ว ส่วนข้อเสนอการเสริมคั้นตามแนวคั้นกั้นน้ำตามแนวทางพระราชดำรินั้น กองทัพอากาศได้เสริมคั้นทางทิศเหนือหมดแล้วรวมทั้งถนนจันทรุเบกษา.

16.) เสื้อแดงรามอินทราโวย“มาร์ค”
วันจันทร์ ที่ 31 ตุลาคม 2554 เวลา 18:54 น.

**
 
 
“มาร์ค”บุกกล่อมผู้อพยพดอนเมืองไม่สำเร็จ แถมเจอเสื้อแดงโวย“มาแจกของเหมือนให้ของกับขอทาน”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 31 ต.ค. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายกรณ์ จาติกวนิช รองหัวหน้าพรรค นายอลงกรณ์ พลบุตร รองหัวหน้าพรรค นายองอาจ คล้ามไพบูลย์  คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช ส.ส.บัญชีรายชื่อ เดินทางไปยังวัดหลักสี่ เพื่อเยี่ยมโรงครัวชาวใต้ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม จากนั้นเดินทางไปยังศปภ.ดอนเมือง เพื่อเยี่ยมผู้ประสบภัยที่ยังตกค้างอยู่ ซึ่งผู้ประสบภัยระบุว่าหลังจากที่ ศปภ.ย้ายออกไปแล้ว พวกตนมีความเป็นอยู่ที่ยากลำบาก เพราะถูกตัดน้ำตัดไฟ ทำให้ขาดน้ำกินและน้ำใช้ จึงขอให้พรรคประชาธิปัตย์ประสานไปยังกทม. ให้ส่งน้ำกิน น้ำใช้มาให้ด้วย โดยนายอภิสิทธิ์พยายามพูดเกลี้ยกล่อมให้ผู้อพยพตัดสินใจย้ายออกจากดอนเมือง เพราะยังมีอีกหลายศูนย์ที่ยังสามารถรองรับได้ แต่ชาวบ้านยังคงปฏิเสธโดยอ้างว่า อยากอยู่ใกล้บ้านและคิดว่าที่ศูนย์ดอนเมืองปลอดภัยแล้ว

จากนั้นนายอภิสิทธิ์ให้สัมภาษณ์ว่า สถานการณ์ที่สนามบินดอนเมืองน่าเป็นห่วง ยังมีความสับสนในเรื่องข้อมูลข่าวสาร และปัญหาในพื้นที่ ตัวอย่างเช่นมีการส่งสัญญาณว่าอยากให้ประชาชนเดินทางออกจากกรุงเทพฯ  แต่กลับไม่ขยายวันหยุด ทำให้ประชาชนบางส่วน โดยเฉพาะข้าราชการสับสนว่าจะต้องกลับมาทำงานหรือไม่ ดังนั้นรัฐบาลต้องดูทุกมาตรการให้สอดคล้องกัน  ส่วนที่ประชาชนผู้ประสบภัยที่ยังอยู่ในสนามบินดองเมือง ก็มีความต้องการจะพักอยู่ที่สนามบินดอนเมืองต่อ ทั้งที่รู้ว่ามีข้อกำหนดในเรื่องไฟฟ้า และน้ำประปา ซึ่งยังไม่ชัดเจนว่าถ้าอยู่ต่อแล้วจะได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลหรือไม่ 

 ต่อข้อถามว่า ขณะนี้สถานการณ์น้ำท่วมยังไม่ดีขึ้น แต่รัฐบาลจะมีการกู้เงินกว่า 9 แสนล้านบาท โดยอ้างว่าจะเอาไปทำนิวไทยแลนด์ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ปัญหาในระยะยาว ต้องมีการระดมเพื่อแก้ไขปัญหาแต่ขณะนี้ยังถือว่าเร็วเกินไปเพราะตอนนี้ประชาชนยังเดือดร้อน สถานการณ์น้ำท่วมที่เป็นปัญหาเฉพาะหน้ารัฐบาล ยังไม่สามารถเข้าไปดูแลได้ทั่วถึง ดังนั้นทุกฝ่ายต้องมีสมาธิในการมาแก้ไขความเดือดร้อนตรงนี้ก่อน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากนั้นนายอภิสิทธิ์ ได้เดินทางไปยังพื้นที่รามอินทรา ซอย 19 ชุมชนอนันสุขสันต์ โดยพื้นที่ดังกล่าวพมีปริมาณน้ำสูง นายอภิสิทธิ์กล่าวว่าทำไมกทม.ไม่ประกาศให้เป็นพื้นที่อพยพ ไม่ควรเป็นเพียงพื้นที่เฝ้าระวังเพราะปริมาณน้ำสูงและมีประชาชนอยู่อย่างหนาแน่น โดยระหว่างนั้นมีประชาชนทักทายนายอภิสิทธิ์ 2 ข้างทาง โดยใช้เวลาอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวประมาณ 2 ชั่วโมง  ทั้งนี้บริเวณรามอินทรา ซอย 19 เป็นพื้นที่ชุมชนเสื้อแดงบางเขน จึงมีคนเสื้อแดงตะโกนว่า “มาแจกของเหมือนให้ของกับขอทาน” จากนั้นนายอภิสิทธิ์ ได้เดินทางมายังศูนย์พักพิงฯที่มหาวิทยาลัยราชภัฎพระนคร เพื่อเยี่ยมผู้ประสพภัย.


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 31 (0)
นายยั้งคิด วันที่ : 02/11/2011 เวลา : 14.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

ตอบ ความคิดเห็นที่ 22
คุณ เสาะหา
..............................................
ถ้า'ชูวิทย์'ไม่ไปมั่วกับ'เฉลิม'เสียอย่าง การกระทำของ'ชูวิทย์'อาจจะได้รับการยอมรับมากขึ้นก็ได้

ความคิดเห็นที่ 30 (0)
นายยั้งคิด วันที่ : 02/11/2011 เวลา : 14.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

ตอบ ความคิดเห็นที่ 21
คุณ ครูกุ้งณ.บ้านนอก
..........................................
อันที่จริงก็มีคนคิดแบบคุณ ครูกุ้ง ณ บ้านนอก มิใช่น้อยครับ

ความคิดเห็นที่ 29 (0)
นายยั้งคิด วันที่ : 02/11/2011 เวลา : 14.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

ตอบ ความคิดเห็นที่ 20
คุณ OKeel
.............................................
แกนนำคนเสื้อแดง จำเป็นต้องเหนี่ยวรั้งมวลชนที่สนับสนุนพวกตนเอาไว้ อย่างเต็มความสามารถเลยทีเดียว ด้วยการยุให้มวลชนของพวกตนแสดงความเป็นตัวตนคนเสื้อแดงอยู่ตลอดเวลา

ความคิดเห็นที่ 28 (0)
นายยั้งคิด วันที่ : 02/11/2011 เวลา : 14.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

ตอบ ความคิดเห็นที่ 19
คุณ คนชั้นล่าง
......................................
ความเอนเอียงคือการแบ่งฝ่าย ซึ่งก็เป็นธรรมดาที่คนไทยยามนี้จำเป็นต้องแบ่งแยกออกจากกัน เป็นฝ่าย'คนดี'กับ'อัปรีย์' ฝ่ายแรกช่วยกันสนับสนุน'คนดี'ให้มาบริหารประเทศ ส่วนคน'อัปรัย์'สนับสนุนให้คนสารเลวมาครองอำนาจเพื่อแสวงผลประโยชน์โดยมิชอบ

ความคิดเห็นที่ 27 (0)
นายยั้งคิด วันที่ : 02/11/2011 เวลา : 14.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

ตอบ ความคิดเห็นที่ 18
คุณ Augustman
..........................................
ขบวนการทำร้ายประเทศไทยไม่ใช่ย่อยเลยครับ มีอมนุษย์ร่วมอยู่ด้วยมากมายหลายประเภท แต่เราคนรักแผ่นดินก็ต้องสู้และช่วยกันกำจัดให้หมดสิ้นไปครับ

ความคิดเห็นที่ 26 (0)
นายยั้งคิด วันที่ : 02/11/2011 เวลา : 13.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

ตอบ ความคิดเห็นที่ 17
คุณ แม่มดเดือนMarch
.......................................
คนที่ทำตัวเป็นอันตรายต่อแผ่นดิน เปรียบได้กับอสรพิษครับ ไม่สมควรอภัยให้อย่างเด็ดขาด

แม่มดช่วยใช้คาถาเสกให้บางคนกลายเป็นชะนีทีเถิดครับ มาช่วงหลังนี่ทำเป็นไม่แปรงผม ปล่อยกระเซอะกระเซิง เพื่อแสดงว่าฉันขยันทำงานให้คนเห็นน่ะครับ มารยาทั้งนั้น

ความคิดเห็นที่ 25 (0)
นายยั้งคิด วันที่ : 02/11/2011 เวลา : 13.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

ตอบ ความคิดเห็นที่ 16
คุณ หวานหวาน
...............................................
คนเสื้อแดงมีบัญชีรายชื่อตนที่พวกตัวต้องกำจัด เพื่อแผ้วถางทางให้'ทักษิณ'เดินกลับมาอย่างไร้มลทินเอาไว้แล้วครับ และต้องแสดงให้เป็นสัญญลักษณ์อยู่เสมอครับ

นาย Young Kit ชอบกินไข่เจียวมากๆครับ แล้วมีเมนูไข่แปลกๆก็อยากลองชิมครับ

ความคิดเห็นที่ 24 (0)
นายยั้งคิด วันที่ : 02/11/2011 เวลา : 13.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

ตอบ ความคิดเห็นที่ 15
คุณ ครูติ๋ม
...........................................
คนเสื้อแดงรุกคืบเป็นขบวนการเลยทีเดียว และจะต้องแสดงเป็นสัญญลักษณ์อยู่ทุกโอกาส ได้แก่การแสดงให้เห็นคนที่แกนนำถือว่าเป็นศัสตรูของพวกตน

ความคิดเห็นที่ 23 (0)
นายยั้งคิด วันที่ : 02/11/2011 เวลา : 13.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

ตอบ ความคิดเห็นที่ 13
คุณ ปภาโต
..............................................
รมว.กลาโหมเรียกร้องให้ปชช.เห็นใจนายกรัฐมนตรี เพราะทำงานตลอด 24 ช.ม. ซึ่งเราก็ไม่เวทนาเพราะ'ปู'ทำตัวของ'ปู'เองที่รับอาสามาทำหน้าที่นี้ แล้วยังทำงานไม่เป็นจนสับสนเกิดความเสียหายแก่บ้านเมืองอย่างปี้ป่นขนาดนี้ จึงไม่ใช่เรื่องที่จะเห็นใจกันได้

ความคิดเห็นที่ 22 (0)
เสาะหา วันที่ : 02/11/2011 เวลา : 12.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/starbiography

คุณชูวิทย์เริ่มทำในสิ่งที่ควรทำ ดีแล้วครับ สะท้อนเสียงประชาชนให้รัฐบาลได้ยิน แม้จะถูกพวกประชาทอร์คมันด่ายับเยิน แต่อย่าไปสนมัน พวกพิทักษ์ นังปู 400 ศพ

ความคิดเห็นที่ 21 (0)
ครูกุ้งณ.บ้านนอก วันที่ : 02/11/2011 เวลา : 11.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/khrukung

อย่าว่าครูกุ้ง ใจคออำมหิตโหดเหี้ยมเลยนะคะ ไอ้พวกแดงต่างๆ ที่คอยแต่ด่าทอเค้าน่ะ ปล่อยให้ตายๆ ไปบ้างก็ได้นะคะ แผ่นดินจะได้สูงขึ้น อย่าไปคิดเลยค่ะว่า คนไทยด้วยกัน พวกนี้มันไม่มีอะไรคิดใหม่แล้ว สมองมันถูกอัด ล้างทิ้งทั้งหมด 100% ปล่อยมันตายไปเลย ไม่ต้องไปช่วยมันค่ะ รอให้พ่อมันนั่นหละช่วย

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
OKeel วันที่ : 02/11/2011 เวลา : 11.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/keeluaey
เราทำสิ่งดีๆ เพื่อชาติได้เสมอ

โดนล้างสมองมาจนสมองบวม รับแต่สื่อแดง และความเลว

ของดีๆ และความดี อ้ายพวกเผาเมือง มันไม่เอาหรอก

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
คนชั้นล่าง วันที่ : 02/11/2011 เวลา : 09.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/culminate
JACk

เป็นความหลงผิดโดยแท้ ผมหมายถึงว่าหลงแบบเอียงกระเท่เล่นะครับไม่มีความพอดี
เพราะผมก็มองว่าคนที่เห็นพี่มาร์ดดีจนไม่มีข้อเสียเลยก็หลงผิดเหมือนกัน ถึงแม้ว่าพี่มาร์คจะมีข้อผิดน้อยมากๆก็เถอะ
เพราะการไม่หลงจนเกินไปทำให้ปัญญาในการพิจารณาได้อย่างไม่ยากเลยครับ

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
Augustman วันที่ : 02/11/2011 เวลา : 09.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Augustman
• มอบทุกสิ่ง ด้วยใจ ใสพิสุทธิ์

☺ เวรกรรม...เลือกผู้นำโง่และด้อยประสบการณ์มาบริหาร
แถมได้ทีมผู้ก่อการร้าย..เผาบ้านเผาเมืองมาร่วมด้วย...จึงเป็นฉะนี้แล ๛


ความคิดเห็นที่ 17 (0)
แม่มดเดือนMarch วันที่ : 02/11/2011 เวลา : 01.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/March

จนป่านนี้แล้วยังคิดไม่เป็น
ปล่อยให้อดตายไป
(แม่มดนะคะ ไม่ใช่แม่พระ ไม่ให้อภัยคนเลวค่ะ)

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
หวานหวาน วันที่ : 01/11/2011 เวลา : 22.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/warnwarn
คาราโอเกะกับหวานหวาน http://www.oknation.net/blog/warnwarnsong


คนที่ไม่รักกัน จะทำอะไรก็ว่าไม่ดีไปทุกอย่าง

ทานไข่เจียวดาว บำรุงกำลังดีกว่านะคะพี่Young Kit

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
ครูติ๋ม วันที่ : 01/11/2011 เวลา : 21.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chutitim

พวกนั้น..มันบ้า..

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
นายยั้งคิด วันที่ : 01/11/2011 เวลา : 21.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

ตอบ ความคิดเห็นที่ 12
คุณ Toitoi
...........................................
คงจะเป็นแบบมือก็รับ แต่ปากก็ด่าครับ ให้เป็นสัญญลักษณ์ว่าคนเสื้อแดงไม่ชอบหน้า'อภิสิทธิ์'น่ะครับ

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
ปภาโต วันที่ : 01/11/2011 เวลา : 20.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thaihouse

แล้วรัฐบาลเรี่ยไร เครื่องสูบน้ำ เรือติดเครื่องล่ะครับ เหมือนอะไร
ประกาศทางทีวีด้วย ไหนงบเยอะไม่ใช่เหรอ แล้วขอทำไม

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
Toitoi วันที่ : 01/11/2011 เวลา : 20.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Toitoi

“มาแจกของเหมือนให้ของกับขอทาน” แล้วพวกเค้ารับไหม

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
นายยั้งคิด วันที่ : 01/11/2011 เวลา : 19.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

ตอบ ความคิดเห็นที่ 9
คุณ Krujan
...................................
น่าจะเป็นอย่างที่คุณ Krujan ว่านะครับพอดีกำลังอยากด่านายกฯและแกนนำคนเสื้อแดงที่ไม่มาดูดำดูดียามตัวเดือดร้อน ก็เลยด่าคนไม่เลือกหน้าครับ

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
นายยั้งคิด วันที่ : 01/11/2011 เวลา : 19.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

ตอบ ความคิดเห็นที่ 7
คุณ น้ำหวาน
.......................................
พวกขอทานขี้ยามักจะหงุดหงิดครับ มันอยากได้ของของเขา ทั้งๆที่ไม่เคยมีไมตรีต่อเขาสักนิดเดียว

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
Krujan วันที่ : 01/11/2011 เวลา : 19.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jans

คนที่ตะโกนว่าเขานะ เคยได้รับการดูแลจากคนที่คุณต้องการบ้างหรือเปล่า จิตต่ำมากๆๆๆๆๆ

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
นายยั้งคิด วันที่ : 01/11/2011 เวลา : 19.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

ตอบ ความคิดเห็นที่ 5
คุณ อธิฏฐาน
..................................
ทุกครั้งที่'มาร์ค'โดนด่า ท่านก็จะยิ้มให้กับความโง่ของคนด่านะครับ เพราะท่านไม่ได้เป็นอย่างที่เขาด่าท่านเลย เป็นการปฏิบัติตามธรรมะพุทธศาสนาครับ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
น้ำหวาน วันที่ : 01/11/2011 เวลา : 19.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kmee

ว่ามาร์คแจกของอย่างกับแจกขอทาน ไม่อยากได้ก็อย่าเอา ความจริงก็เป็นขอทาน500ถึง1000 จากสสอยู่แล้วไม่ใช่หรือ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
นายยั้งคิด วันที่ : 01/11/2011 เวลา : 19.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

ตอบ ความคิดเห็นที่ 3
คุณ flyrhino
....................................
แม้จะเป็นการเนรคุณแผ่นดินเขาก็ยังทำ แล้วนับประสาอะไรจะไม่เนรคุณคนที่ทำดีให้ครับ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
อธิฏฐาน วันที่ : 01/11/2011 เวลา : 19.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sandstone
จะปิดทองหลังองค์พระปฏิมา

ควายเสื้อแดงโปรดทราบ
ของที่มาร์คแจกเพื่อประทังชีวิตเท่านั้น
ไม่ใช่ให้ไปตั้งตัวหรือเปิดร้านขายของ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
นายยั้งคิด วันที่ : 01/11/2011 เวลา : 19.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

ตอบ ความคิดเห็นที่ 2
คุณ ลุงตุ่ย
........................................
เป็นนิสัยประจำเผ่าของคนเสื้อแดงครับ ลุงตุ่ย ถ้าเป็นเรื่องของ'แม้ว'ก็จะชอบแบบคลั่งไคล้ แม้จะยุให้ไปติดคุกเป็นพรวนด้วยการเผาเมืองก็เอา แต่ถ้าเป็นเรื่องของ'มาร์ค' ต่อให้เป็นเรื่องช่วยชีวิตก็ยังด่าใส่หน้าเอาเลยครับ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
flyrhino วันที่ : 01/11/2011 เวลา : 19.15 น.



หรือพวกที่ตะโกน ไม่ใช่ ???

อย่างนี้เรียก เนรคุณเห็นๆ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ลุงตุ่ย วันที่ : 01/11/2011 เวลา : 18.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/THAMRONG

ก็รอของแจกจากดูไปแล้วกัน..พ่อคู้นนน

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ลุงตุ่ย วันที่ : 01/11/2011 เวลา : 18.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/THAMRONG

ก็รอของแจกจากดูไปแล้วกัน..พ่อคู้นนน

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน