*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-06-16
  • จำนวนเรื่อง : 5899
  • จำนวนผู้ชม : 3745665
  • จำนวนผู้โหวต : 1720
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1720 คน
<< สิงหาคม 2016 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31      

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพฤหัสบดี ที่ 18 สิงหาคม 2559
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 1375 , 12:02:23 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 4 คน สิงห์นอกระบบ , february26 และอีก 2 คนโหวตเรื่องนี้

สวัสดีครับ พี่น้องไทยเชื่อมั่นในบุญคุณแผ่นดิน

         คุณสมบัติเด่นของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่เหมาะต่อการทำหน้าที่นายกรัฐมนตรีในปัจจุบัน ชี้ให้เห็นว่าเหมาะ

ต่อการที่จะทำหน้าที่นายกรัฐมนตรีต่อไปอีกในสมัยต่อไป หลังจากประเทศไทยมีการเลือกตั้งแล้ว ซึ่งคุณสมบัติที่เห็นเด่นชัด

ที่สุด คือ ความผูกพันต่อประเทศและคนไทย หวังจะให้คนไทยมีความสุข และความโปร่งใสในการทำงานอีกด้วย

         สำหรับแนวคิด วิสัยทัศน์ ความเฉลียวฉลาดในการแก้สถานการณ์วิกฤตของนายกฯประยุทธ์ ยังเหลื่อมล้ำหน้ากว่า

แคนดิเดทเสียด้วยซ้ำไป โดยเฉพาะท่านไม่มีประวัติในทางทุจริตมาก่อนแม้แต่น้อย อันเป็นความต้องการของคนไทยที่ตื่น

ตัวกับประเด็นนี้ เพราะเบื่อหน่ายกับนักการเมืองหน้าเก่าที่มักจะมีโทษสมบัติในความเป็นคนมือไม่สะอาดเกินกว่าค่อนทีเดียว

         ด้วยเหตุดังกล่าว หากจะมีเหตุการณ์ประชาชนเรียกร้องให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีอย่างถล่มทลาย

ก็อยู่ในวิสัยที่จะเป็นไปได้ร้อยเปอร์เซ็นต์แน่นอน

 

จ่อหมายจับ 17 คน แก๊งบึ้ม โยงระเบิดคดีรามคำแหงปี'56

วันพฤหัสบดี ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2559, 10.15 น.
 

วานนี้ 17 ส.ค. 59 เมื่อเวลา 20.30 น. ที่กองปราบปราม มีรายงานว่า พล.ต.วิจารณ์ จดแตง หัวหน้าส่วนปฏิบัติการคณะทำงานด้านกฎหมาย คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พร้อมด้วย พ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ เสนาธิการประจำผู้บังคับบัญชาฝ่ายกฎหมาย คสช. นำเอกสารหลักฐานเดินทางเข้าแจ้งความกับทางพนักงานสอบสวนกองปราบปราม เพื่อให้ดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องจากเหตุระเบิดหลายจุดใน 7 จังหวัดพื้นที่ภาคใต้ ในฐานความผิดตามประมวลกฏหมายอาญามาตรา 210 ในข้อหา สมคบกันตั้งแต่ 5 คนขึ้นไปกระทำการเข้าข่ายอั้งยี่ ซ่องโจร

ทั้งนี้ มีรายงานว่า การเข้าแจ้งความดำเนินคดีในครั้งนี้ เพื่อนำเอกสารพยานหลักฐานมาให้กับตำรวจกองปราบปราม หลังเจ้าหน้าที่หน่วยงานความมั่นคงพบความเชื่อมโยงของขบวนการก่อความไม่สงบ ซึ่งพบว่าขบวนการดังกล่าวมีทั้งหมด 17 คน ซึ่งถูกควบคุมตัวใน มทบ.41 จำนวน 10 คน และผู้ที่เชื่อมโยงกับขบวนการที่ก่อเหตุในจังหวัดภูเก็ตอีก 7 คน อย่างไรก็ตามในวันพรุ่งนี้ทางพนักงานสอบสวนกองปราบปรามจะรวบพยานหลักฐาน เพื่อขออำนาจศาลทหารพิจารณาออกหมายจับผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยในวันที่ 19 ส.ค.ทางเจ้าหน้าที่ทหารจะนำตัวผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดมาส่งมอบให้กับทางพนักงานสอบสวนกองปราบปรามดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหาตามขั้นตอนต่อไป

ทั้งนี้ มีรายงานด้วยว่า การดำเนินการออกหมายจับในครั้งนี้ สืบเนื่องจากชุดสืบสวนคดีระเบิดภาคใต้พบความเชื่อมโยงพบว่าเหตุระเบิดในภาคใต้หลายจุด มีความเชื่อมโยงกับคดีระเบิดที่รามคำแหงเมื่อปี 2556 โดยเฉพาะแผนประทุษกรรมวิธีประกอบระเบิดที่มีความคล้ายคลึงกัน และเชื่อว่าน่าจะเป็นฝีมือของหนึ่งในกลุ่มคนร้ายขบวนการแบ่งแยกดินแดน ที่เจ้าหน้าที่เฝ้าระวังในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และมีประวัติเกี่ยวข้องกับการก่อเหตุสำคัญหลายคดี และพบว่ามีดีเอ็นเออยู่ในที่เกิดเหตุระเบิดที่ จ.ภูเก็ต อีกด้วย อย่างไรก็ตามพนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างนำข้อมูลมาประกอบสำนวนเพื่อดำเนินการออกหมายจับต่อไป

สำหรับ เหตุระเบิดที่รามคำแหงนั้น เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 26 พ.ค. 2556 โดยครั้งนั้นเจ้าหน้าที่ได้สืบสวนสามารถจับกุมตัว นายอัฟฟาฮัม สะอะ ชาวปัตตานี , นายอิดริส สะตาปอ ชาวนราธิวาส , นายคัมคีร์ ลาเต๊ะ ชาวปัตตานี และนายอิลรอเฮ็ง แวแม ในฐานความผิดฐานร่วมกันพยายามฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน , กระทำให้เกิดระเบิดเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่ทรัพย์ของผู้อื่น , ร่วมกันทำและมีวัตถุระเบิดไว้ในครอบครองโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย และร่วมกันพาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้าน โดยไม่มีเหตุสมควรมาดำเนินคดี หลังสืบสวนพบว่าผู้ต้องหาทั้ง 4 คน ได้ร่วมกันประกอบวัตถุระเบิดแสวงเครื่อง แล้วนำไปวางไว้ บริเวณจุดทิ้งขยะ หน้าร้านออกัส รามคำแหง 43/1 จนระเบิดขึ้นทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 7 ราย และมีร้านค้าแผงลอย อาคารบริเวณใกล้เคียงได้รับความเสียหาย ซึ่งศาลอาญาได้พิพากษาลงโทษให้จำคุกทั้ง 4 คนเป็นเวลาคนละ 50 ปี

 

นักการเมืองจะว่าไงถ้ามหาชนเทใจ หนุนบิ๊กตู่นั่งนายกฯคนนอก

วันพฤหัสบดี ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2559, 02.00 น.

 

การออกมาเปิดประเด็นตั้งพรรคประชาชนปฏิรูปของนายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีตสมาชิกวุฒิสภา และอดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.) พร้อมทั้งประกาศจุดยืนชัดเจนว่าจะสนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) เป็นนายกฯหลังการเลือกตั้งทั่วไปที่จะมีขึ้นภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับปราบโกง ถือเป็นการโยนหินถามทางวัดปฏิกิริยาบรรดานักการเมือง สื่อตลอดจนเป็นการหยั่งกระแสมหาชน

จากการหยั่งเชิงของ นายไพบูลย์เป็นไปตามคาดนั่นคือสองพรรคใหญ่ได้แก่ พรรคเพื่อไทยและพรรคประชาธิปัตย์ดาหน้าออกมาค้านการผลักดันนายกฯคนนอก แบบหัวชนฝาโดยอ้างผิดหลักการประชาธิปไตยและเป็นการสืบทอดอำนาจ

แต่ประเด็นสำคัญอยู่ที่ปฏิกิริยามหาชนเสียงส่วนใหญ่ของประเทศ ซึ่งจะเป็นตัวแปรชี้วัดว่า “บิ๊กตู่” มีความชอบธรรมสมควรที่จะเป็นผู้นำรัฐนาวาหลังการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นหรือไม่

ที่ผ่านมาจากผลสำรวจของโพลล์ทุกสำนักสะท้อนชัดเจนว่า ประชาชนส่วนใหญ่ยังศรัทธาสนับสนุน “บิ๊กตู่” อย่างเสมอต้นเสมอปลาย ในด้านกลับกันก็สะท้อนให้เห็นว่าประชาชนเอือมระอาเบื่อหน่ายนักการเมืองซึ่งตลอด 10 ปีที่ผ่านมาคือต้นเหตุสำคัญที่สร้างความแตกแยกและทำลายชาติบ้านเมือง

แม้แต่ผลการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่และคำถามพ่วงเมื่อวันที่ 7 ส.ค.ที่ผ่านมา โดยเฉพาะผลประชามติที่ประชาชนเห็นชอบกับคำถามพ่วงที่กำหนดให้สมาชิกวุฒิสภา(สว.) ซึ่งมาจากการสรรหาโดยคสช.ร่วมโหวตนายกฯคนต่อไปสะท้อนนัยอยู่กรายๆว่า ฉันทามติมหาชนส่วนใหญ่ไม่ขัดข้องกับกลไกประชาธิปไตยครึ่งใบหลังการเลือกตั้ง

นักสังเกตการณ์ทางการเมืองตั้งคำถามว่า หากสำนักโพลล์ต่างๆ ทำผลสำรวจถามประชาชนตรงๆ ว่าเห็นด้วยหรือไม่หากจะสนับสนุนให้ “บิ๊กตู่”คุมบังเหียนประเทศต่อไปหลังการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นแล้วผลออกมาว่า มหาชนส่วนใหญ่เห็นด้วย บรรดานักการเมืองที่ออกมาต่อต้านนายกฯคนนอกจะว่าอย่างไร

ชาติบ้านเมืองบอบช้ำอย่างหนักมามากเกินพอแล้วจากธุรกิจการเมืองในคราบประชาธิปไตยจอมปลอม ซึ่งหากไม่มีผู้นำที่เข้มแข็งซึ่งไม่ใช่นักการเมืองมาทำการปฏิรูปประเทศอย่างเด็ดขาดจริงจังเชื่อได้เลยว่าหลังการเลือกตั้งครั้งต่อไปพรรคธุรกิจการเมืองในคราบประชาธิปไตยก็จะกลับมามีอำนาจยึดครองประเทศและวนเวียนอยู่ในวังวนของวงจรอุบาทว์อันชั่วร้ายแบบเดิมๆ ไม่มีที่สิ้นสุด

ดังนั้นจะถึงเวลาแล้วที่บ้านเมืองจะต้องปฏิรูปประเทศอย่างจริงจังให้เป็นประชาธิปไตยที่แท้จริงและยั่งยืนพ้นจากวงจรอุบาทว์อันชั่วร้ายเสียที ขณะที่บรรดานักการเมืองทั้งหลายต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองให้สอดคล้องกับกติกาใหม่ภายใต้ยุคแห่งการเปลี่ยนแปลง

ทั้งนี้หากเสียงสะท้อนของมหาชนส่วนใหญ่ของประเทศสนับสนุนให้ “บิ๊กตู่” เป็นผู้นำประเทศในช่วงเปลี่ยนผ่านต่อไปอีก ก็ถือเป็นเรื่องที่ชอบธรรมที่รัฐสภาหลังการเลือกตั้งครั้งต่อไปจะทำตามฉันทามติมหาชนส่วนข้ออ้างเรื่องสืบทอดอำนาจก็เป็นแค่เรื่องวิธีการ สำคัญที่เป้าหมายหากเป็นการสืบทอดอำนาจเพื่อชาติบ้านเมืองก็ถือว่าชอบธรรม และที่สำคัญหากเป็นความต้องการของมหาชนส่วนใหญ่ข้ออ้างของนักการเมืองถือว่าไร้ความหมายเพราะผลประโยชน์ของชาติและประชาชนต้องมาก่อนผลประโยชน์ความต้องการของนักการเมือง

ทีมข่าวการเมือง

 

 

ป่วนใต้สัญญาณเตือนภัยจาก น.ช.ชรากับอเมริกา..หัวเน่า

เหตุระเบิดและเผาเมือง 7 จังหวัดแหล่งท่องเที่ยวสำคัญทางภาคใต้ของไทย ทำให้มีผู้เสียชีวิต 4 คนและบาดเจ็บหลายสิบราย สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจ ทำให้เกิดความปั่นป่วนวุ่นวายในขณะที่ประเทศกำลังเดินหน้าด้วยดี แต่อย่างไรก็ตาม เหตุร้ายครั้งนี้ทำให้คนไทยสามัคคีเข้มแข็ง และได้สำเหนียกถึงภัยอันตรายที่เกิดจากการป่วยของนักโทษชายวัยชรากับอาการบ้าของอเมริกา..หัวเน่า

กลิ่นคาวเลือดดินปืน ยังไม่จางหายไปจากพื้นที่ คำวิจารณ์อื้ออึงจากทุกสารทิศชี้นิ้วแช่งด่า น.ช.ชรากับมหาอำนาจตะวันตก ว่า สมคบกันก่อเหตุทำร้ายชาติและประชาชน เพียงเพื่อหวังโค่นล้มรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และ คสช.ลงให้ได้ ก่อนที่คนในครอบครัว จะพบชะตากรรมเลวร้ายต้องใช้ชีวิตปั้นปลายในคุก

ข้อครหาต่างๆ ถาโถมไปที่สหรัฐ นายทาสคนแดนไกล ที่เคยสมคบกันปล้นแผ่นดินนี้มานานว่า กำลังเพลี่ยงพล้ำในสงครามกลางเมืองทั่วโลก ตั้งแต่สนามสงครามในยุโรปตะวันออก, ยูเครน, ตะวันออกกลางซีเรีย อิรัก อัฟกานิสถาน จนถึงคาบสมุทรบอลข่านเมื่อสูญเสียพันธมิตรสำคัญอย่างตุรกีให้กับรัสเซีย อีแร้งแก่ก็พล่านร่านหาเหยื่อใหม่ในเอเชีย

ประเทศไทยในยุคพรรคไทยรักไทยเรืองอำนาจตั้งแต่ทศวรรษ 2540 สหรัฐเข้ามาปักหมุดแผ่อิทธิพลปิดกั้นจีนบนดินแดนศักดิ์สิทธิ์นี้ สหรัฐใช้สนามบินอู่ตะเภาเป็นที่แวะเติมน้ำมันและซ่อมบำรุงก่อนบินต่อไปทิ้งระเบิดในอิรัก และอัฟกานิสถาน ซีไอเอ เคยใช้ดินแดนไทยเป็นที่คุมขังทรมานผู้ต้องหาก่อการร้าย

ในยุครัฐบาลพรรคเพื่อไทย ทหารสหรัฐกว่า 1,000 นาย ซ่องสุมอยู่ในสนามบินอู่ตะเภา ภายใต้ข้ออ้างจัดตั้งสถานีสำรวจอากาศเพื่อสนับสนุนกู้ภัยในทะเล โชคดีที่ถูกคนไทยรักชาติลุกฮือขึ้นขับไล่ทันการณ์ แผนการปิดกั้นจีนที่อ้างสถานีตรวจอากาศบังหน้าก็ถูกยกเลิกไปโดยปริยาย

เมื่อรัฐบาลใต้อาณัติอเมริกาถูกยึดอำนาจ 22 พ.ค. 2557 วอชิงตัน ก็ดิ้นรนทุกวิถีทางทั้งในที่แจ้งและที่ลับร่วมกับคนขายชาติในประเทศก่อเหตุร้ายเพื่อล้มล้าง คสช.หวังกรุยทางให้สมุนบริวารได้กลับมามีอำนาจเพื่อสมประโยชน์กันทุกด้าน

แต่ในห้วงเวลาที่ คสช.บังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดกับผู้ประสงค์ร้าย สหรัฐก็เพลามือการก่อกวนทำลายความมั่นคงในประเทศลง แล้วหันไปมุ่งเน้นทำลายความน่าเชื่อของ คสช.โดยการทำโฆษณาชวนเชื่อ ออกแถลงการณ์โจมตีใส่ร้ายทำลายความน่าเชื่อถือ ไปพร้อมๆ กับการทำโฆษณาชวนเชื่อส่งเสริมทุนสามานย์ปล้นชาติ

สหรัฐคงตระหนักว่า ตราบใดที่ คสช. ยังอยู่ในอำนาจ โอกาสที่สมุนบริวารของตัวกลับมามีอำนาจได้อีกริบหรี่เต็มที จึงเบนเข็มจากไทยไปทุ่มกำลังหนุนฟิลิปปินส์ ใช้อดีตอาณานิคมเป็นหัวหอกปิดกั้นต่อต้านจีน ฟิลิปปินส์ในยุคประธานาธิบดีนินอย อาคิโน ถูกอเมริกาปั่นหัวสั่งการจนเกือบเกิดสงครามกับจีน

เมื่อวาระประธานาธีบดีอาคิโน สิ้นสุดลงสหรัฐก็ปลุกปั่น นางเกรส โพ ให้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีกับ นายโรดิโก ดูเตอร์เต สหรัฐกับสื่อตะวันตก ทำโฆษณาชวนเชื่อสร้างเทพนิยายให้นางเกรส โพ เป็นนารีขี่ม้าขาวมากู้ชาติฟิลิปปินส์

ระหว่างการหาเสียงสหรัฐทุ่มงบประมาณช่วยเหลือฟิลิปปินส์ มากมายมหาศาล พร้อมๆกับช่วยพัฒนากองทัพส่งเรือพิฆาต เรือดำน้ำ เครื่องบินลาดตระเวนมาให้ ปลุกปั่นยุยงจนฟิลิปปินส์จ่อกระโจนเข้าสู่สงครามกับจีน ในเวลาเดียวกันทูตสหรัฐกับสื่อตะวันตกสร้างกระแสข่าวใส่ร้ายทำลายนายดูเตอร์เต อย่างเอาเป็นเอาตาย

แต่ผลการเลือกตั้งปรากฏว่านายดูเตอร์เต ชนะเหนือลูกบุญธรรมวอชิงตัน อย่างท่วมท้น นายดูเตอร์เต ประกาศต่อหน้าฝูงชนว่า “ผมจะแก้ปัญหาข้อขัดแย้งทะเลจีนใต้ ด้วยการเจรจากับจีนโดยตรง คนนอกไม่ต้องมาแส่สั่งการฟิลิปปินส์ภายใต้การนำของผม”

นายดูเตอร์เต เป็นนักเลงโบราณพูดคำไหนคำนั้นหลังเลือกตั้งทูตจีน ทูตญี่ปุ่นเข้าแสดงความยินดี แกต้อนรับอย่างอบอุ่น แต่สำหรับทูตสหรัฐแกไม่ยอมให้พบ ความสัมพันธ์ระหว่างมะนิลากับวอชิงตัน จึงเสื่อมทรามลง ดังที่เราได้ยินข่าวว่า ประธานาธิบดีดูเตอร์เตด่าทูตสหรัฐว่า “ผมรำคาญไอ้ทูตเกย์ลูกโสเภณี คนนั้นเต็มทีแล้ว...”

ประธานาธิบดีดูเตอร์เต ทำตามสัญญาประชาคมเข้าบริหารประเทศไม่นาน ก็ส่งทูตพิเศษไปเจรจากับรัฐบาลจีนทำให้สหรัฐสำเหนียก ว่า ไม่สามารถสั่งให้ฟิลิปปินส์หันซ้ายหันขวาได้อีกต่อไป เท่านั้นยังไม่พอกลางเดือน ส.ค. ที่ผ่านมาสหรัฐส่งญี่ปุ่น ไปเป็นท้าวมาลีวราช โน้มน้าวฟิลิปปินส์พร้อมของกำนัลเรือลาดตระเวน กับเครื่องบินตรวจการณ์ในทะเลอย่างละสองลำ แต่กลับถูกนายดูเตอร์เต ตอกหน้าเอาว่า

“ฟิลิปปินส์ใช้วิธี “ซอฟด์แลนดิง” ในการคบหากับจีน ผมไม่ต้องการเริ่มความเป็นปรปักษ์กับจีนในเวลานี้และญี่ปุ่นก็ควรทำแบบเดียวกัน คือเจรจากับจีนไม่ให้รุกรานเพิ่มขึ้น”

สหรัฐซึ่งหมายมั่นปั้นมือใช้ประเทศอาเซียนที่มีข้อพิพาทกับจีน อาทิ บรูไน มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม เป็นหัวหอกในการเปิดศึกทางทะเลกับจีน วอชิงตันกับปักกิ่ง ขับเคี่ยวกันทุกเวทีสากลเพื่อดึงประเทศอาเซียนมาเป็นพวกโดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศจุดยุทธศาสตร์ อาทิฟิลิปปินส์กับไทย เมื่อถูกฟิลิปปินส์ตัดเยื่อไม่เหลือใย อีแร้งแก่หมดทางไปหันกลับมาหาทางปักหมุดในประเทศไทยอีกครั้ง

ไทยเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญของอาเซียน ซึ่งตกอยู่ใต้อาณัติของสหรัฐทุกครั้งที่รัฐบาลในระบอบทักษิณเรืองอำนาจ แต่ด้วยบารมีพระสยามเทวาธิราชคุ้มครอง และคนไทยรักชาติลุกฮือขึ้นมาขับไล่รัฐบาลบริวารจักรวรรดินิยมออกไปได้ทุกครั้งที่ไทยกำลังจะตกอยู่ในอุ้งตีนของอีแร้งแก่

วันนี้สหรัฐได้สูญเสียฟิลิปปินส์ ซึ่งเคยเป็นหุ่นเชิดที่สหรัฐปลุกปั่นไว้ต่อต้านจีน สปป.ลาว กับกัมพูชา ก็ใกล้ชิดกับมังกรมากกว่าอีแร้งแก่ ด้านพม่า นางออง ซาน ซู จี นั่งซดชาเจรจากับผู้นำจีนตั้งแต่ 17-21 ส.ค. ไทยจึงเป็นเหยื่อชิ้นสุดท้ายที่อีแร้งต้องขยุ้มไว้ในอุ้งตีนให้ได้

ในอาเซียนเมื่อเสียฟิลิปปินส์ กัมพูชา ลาว พม่า ให้กับปักกิ่ง วอชิงตัน ก็เลือดเข้าตา จึงต้องทำทุกวิถีทางให้สมุนบริวารในประเทศไทยกลับมามีอำนาจ ไม่ว่าจะเป็นวิธีการชั่วช้าอย่างไร จึงไม่แปลกใจที่มีเสียงโจษขานอื้ออึงตั้งแต่นาทีแรกที่ได้ยินเสียงระเบิด ว่า น.ช.ชรา กับอเมริกา..หัวเน่า สมคบกันทำร้ายประเทศไทย

แม้แต่โจนาธาน เฮด ผู้สื่อข่าวบีบีซี ผู้ฝักใฝ่ทุนสามานย์ปล้นชาติยังเขียนในทวิตเตอร์ว่า “ตำรวจไทยปักใจเชื่อว่าระเบิดหลายจุดที่เกิดขึ้นในแหล่งเที่ยวทางภาคใต้ ไม่ใช่ฝีมือของผู้ก่อการร้าย แต่เป็นฝีมือของฝ่ายที่ไม่พอใจผลลงประชามติ และชี้นิ้วไปที่ฝ่ายต่อต้านเช่น เสื้อแดง เป็นต้น...” ฝ่ายต่อต้านที่มีศักยภาพทำร้ายประเทศได้ร้ายแรงขนาดนี้ ก็มีแต่สมุนทุนสามานย์ปล้นชาติเท่านั้น

นายฐิตินันท์ พงษ์สุทธิรักษ์ นักวิชาการด้านความมั่นคงนานาชาติจากจุฬาฯ กล่าวกับสำนักข่าวอัล-จาซีระห์ ว่า “เป็นเรื่องภายในประเทศ เกิดจากความไม่พอใจ ความรู้สึกต่อต้านรัฐบาลทหาร คนร้ายต้องการส่งสัญญาณว่าพวกเขาไม่พอใจผลประชามติ”

ให้น้ำหนักคำพูดนักวิชาการจากจุฬาฯกับฝรั่งผีโม่แป้งที่ว่าเป็นฝีมือของฝ่ายไม่พอใจผลการลงประชามติ เพราะสองคนนี้เห็นใจฝ่ายต่อต้าน คสช.ตลอดมา เมื่อความเห็นของพวกเขาตรงกับผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และสังคมทั่วไปโจษขานกัน ว่า คนร้ายเป็นฝ่ายไม่พอใจผลการทำประชามติ จึงทำให้มั่นใจว่าเหตุร้ายที่เกิดขึ้นใน 7 จังหวัดภาคใต้ในวันมหามงคล เป็นการสมคบกันทำร้ายประเทศไทยระหว่างนายใหญ่ทุนสามานย์ปล้นกับอเมริกา...หัวเน่า

นาย ฐิตินันท์ บอกกับสำนักข่าวอัล-จาซีระห์ว่า คนร้ายส่งสัญญาณว่าพวกเขา “ไม่พอใจผลประชามติ”แต่ถ้ามองจากความเป็นจริงที่เกิดขึ้น มันไม่เป็นเพียงส่งสัญญาณไม่พอใจ แต่เป็นสัญญาณเตือนภัยบอกว่า ทุนสามานย์ปล้นชาติกับประเทศมหาอำนาจ ที่พร้อมจะปฏิบัติการ “Do or Die” เพื่อโค่นล้ม คสช. และ แย่งอำนาจกลับคืนมาเพื่อความอยู่รอดของครอบครัวและอเมริกา..หัวเน่า

'บิ๊กป้อม'ให้กำลังใจนักกีฬาโอลิมปิก 

วันพฤหัสบดี ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2559, 11.17 น.

 

18 ส.ค. 59 เมื่อเวลา 09.45 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม กล่าวให้กำลังใจนักกีฬาไทยที่เข้าร่วมการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกว่า แสดงความยินดีกับนักกีฬาที่ได้เหรียญ ส่วนนักกีฬาที่ไม่ได้รับเหรียญรางวัล ก็คงต้องให้ทางสมาคมกีฬาหาบุคลากรที่มีความสามารถเข้ามาช่วยปรับปรุง

"ส่วนตัวมองว่าประเภทกีฬาที่ไม่ได้รับเหรียญรางวัลไม่ถือว่าล้มเหลว และทุกคนต้องให้กำลังใจนักกีฬา เพราะแม้การแข่งขันโอลิมปิกครั้งนี้อาจจะพลาดเหรียญรางวัลไป แต่สามารถเริ่มต้นใหม่ได้ในการแข่งขันครั้งหน้า และผมยินดีหากนักกีฬาคนใดสนใจเข้ารับราชการทหาร" รองนายกฯ กล่าว

 

 

 

ชลประทานชัยนาทเผยระดับน้ำขึ้น ไม่ทำตลิ่งทรุด-แนะระวังเด็กจมน้ำ 

วันพฤหัสบดี ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2559, 11.05 น.
 

18 ส.ค.59 ที่เขื่อนเจ้าพระยา ต.บางหลวง อ.สรรพยา จ.ชัยนาท เช้าวันนี้ตรวจสอบระดับน้ำพบว่าระดับน้ำในแม่น้ำยังคงอยู่ในระดับปกติ โดยระดับน้ำเหนือเขื่อนวัดได้ 15.02 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ลดลง 20 ซม.จากเมื่อวาน ส่วนท้ายเขื่อนวัดได้ 5.54 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลางลดลง 12 ซม. โดยลดอัตราการระบายน้ำลงเหลือ 60 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

โดย นายฎรงค์กร สมตน ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 12 ชัยนาท เปิดเผยว่าเขื่อนเจ้าพระยาได้ปรับการระบายน้ำโดยผันน้ำเข้าพื้นที่เกษตรใน 2 ฝั่งให้มากขึ้นส่งผลให้ระดับน้ำเหนือเขื่อนลดลงเล็กน้อย เพื่อรองรับปริมาณน้ำเหนือที่จะมาถึงในช่วงปลายสัปดาห์หน้าที่จะทำให้ระดับน้ำเหนือเขื่อนเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 1 เมตร ซึ่งระดับน้ำที่เพิ่มขึ้นจะไม่ส่งผลกระทบต่อการพังทลายของดินลาดตลิ่ง เหมือนการลดระดับลงของน้ำในแม่น้ำ ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ริมตลิ่งในลุ่มน้ำภาคกลางจึงจะไม่มีปัญหาเรื่องตลิ่งทรุด แต่ยังมีความเป็นห่วงเรื่องการดูแลบุตรหลานในช่วงที่น้ำในแม่น้ำยกตัวเพิ่มระดับขึ้น ที่เด็กๆอาจจะลงเล่นน้ำหรือตกน้ำได้ จึงอยากเตือนไม่ให้เล่นน้ำในช่วงที่น้ำขึ้นสูงและไหลเชี่ยวเพราะมีอันตรายถึงชีวิต

 

 
วันพฤหัสบดี ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2559, 08.29 น.
 

17 ส.ค.59 "เจ้าเทม" เทวินทร์ หาญปราบ นักกีฬาเทควันโดชายทีมชาติไทย ลงสนามแข่งขันใน รุ่น 58 กก. ซึ่งสามารถเอาชนะคู่แข่งขันรวด โดยการ ชนะ คิม แท ฮุน จากเกาหลีใต้ / ซัฟวาน คาลิล จากออสเตรเลีย (เชื้อสายเลบานอน) และ ซิโต้ ปิเอ จาก โดมินิกัน พร้อมเข้าชิงเหรียญทอง ไปพบกับ เจา ฉ่วย มือวางอันดับ 8 ของรายการจากจีน

ซึ่งผลปรากฎว่า เริ่มยกแรก"เจ้าเทม" พยายามบุกทำแต้มแต่ถูกโต้กลับโดนนำ3-0 เข้ายกสอง เจ้าเทม ตีตื้นมาได้ 1 แต้ม แต่โดนใบเหลือง 2 ใบ ทำให้จีนหนีห่าง 4-1 ยกสุดท้าย เจ้าเทม โหมบุกหนักพยายามทำแต้มไล่จีน มา4-6 แต่จีนตั้งรับได้เหนียวแน่นทำให้แพ้ไป4-6 พร้อมคว้าเหรียญเงินให้กับทีมชาติไทย

ทั้งนี้ "น้องเทนนิส" ยังคว้าเหรียญทองแดง ในเทควันโดรุ่น 49 กก. ให้กับทีมชาติไทยอีกด้วย

 

 

ระเบิดการเมือง:จากราชประสงค์ถึง 7 จังหวัดใต้ รัฐบาลพลเรือนเอาอยู่หรือไม่

                    วินาศกรรม 7 จังหวัด ตั้งแต่หัวหิน ยันหลายจังหวัดในภาคใต้ ที่เป็นจังหวัดท่องเที่ยว เมื่อวันที่ 11-12 สิงหาคม ที่ผ่านมา เพียงสองวันกว่าสิบจุด  ทั้งการวางเพลิง เผาห้างสรรพสินค้า วางระเบิดในย่านท่องเที่ยว มีผู้บริสุทธิ์ต้องรับเคราะห์เสียชีวิต 4 ราย บาดเจ็บกว่า 30  อันเป็นการทิ้งบอมบ์ ร่างรัฐธรรมนูญฉบับ คสช. กับคำถามพ่วง ภายหลังผลประชามติปรากฏชัด เสียงส่วนใหญ่รับร่างรัฐธรรมนูญ และคำถามพ่วง

                    เปิดทางให้มีนายกรัฐมนตรีคนนอก

                    ท้าทายอำนาจ คสช. อย่างอุกอาจ อย่างไม่ต้องเผาผีกันเลย 

                    แน่นอนไม่มีใครกล้าทำเยี่ยงนี้  นอกจากกลุ่มอำนาจเก่า ที่รู้แล้วว่าโอกาสที่จะหวนกลับมามีอำนาจอีกครั้งริบหรี่ ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ กับคำถามพ่วง ที่เปิดโอกาสให้มีนายกรัฐมนตรีมาจากคนนอก พรรคเพื่อไทยเป็นพรรคเดียว ที่ประกาศคว่ำร่างรัฐธรรมนูญนี้ ตั้งแต่ยังร่างไม่เสร็จ

                    ทักษิณระบุ เป็นรัฐธรรมนูญที่ห่วยที่สุด เพราะโอกาสพรรคขนาดใหญ่แม้เลือกตั้งได้สส.มามากที่สุด ก็ยากที่จะเป็นแกนจัดตั้งรัฐบาล ได้เป็นนายกรัฐมนตรี  เพราะ สว. 250 คน ที่คสช. แต่งตั้ง จะโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ในช่วงเปลี่ยนผ่าน 5 ปี 

                    ระบบเลือกตั้งผสมแบบใหม่  จะทำให้พรรคขนาดกลาง พรรคเล็ก พรรคเกิดใหม่ มีโอกาสรวมตัวเป็นรัฐบาลผสม  พรรคประชาธิปัตย์เก่าแก่เอง ก็ยอมรับว่าเสียเปรียบ  นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จึงประกาศไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ และไม่รับคำถามพ่วง มองว่า สว. 250 คนที่มาจากการแต่งตั้งของ คสช. จะทำให้เกิดความแตกแยก
 
                    ฝ่ายความมั่นคง ฟันธง เหตุระเบิดป่วนเมืองครั้งนี้ ไม่ใช่มาจากผู้ก่อการร้ายในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ แม้จะมีความพยายามจะโยงใย ให้คนเข้าใจไปทางนั้น  แต่ชนิดระเบิดที่ใช้เป็นคนละอย่างกัน น่าจะเป็นพวกรับจ้างมา โดยคนในสามจังหวัดนั่นเอง  เพราะอุปกรณ์มือถือที่จุดชนวน และซิมการ์ด มีขายเฉพาะในมาเลเซีย  ชนิดระเบิดไม่ได้มีอานุภาพทำลายล้าง ให้คนเสียชีวิตจำนวนมาก แต่มุ่งหวังต้องการทำลายเศรษฐกิจประเทศ รัฐบาลคสช.  ต้องการสร้างความตื่นตระหนก หวาดกลัวให้ประชาชน และนักท่องเที่ยว เป็นสำคัญ

                    พลตำรวจตรี ปิยะพันธ์  ปิงเมือง  รองโฆษก สตช. กล่าวว่า  เหตุระเบิดที่เกิดขึ้นในพื้นที่ภาคใต้หลายจุดไม่ใช่การก่อการร้าย แต่เป็นการก่อวินาศกรรมเฉพาะจุด ยืนยันไทยไม่มีความขัดแย้งเกี่ยวกับเชื้อชาติ ศาสนา  ดินแดน ชนกลุ่มน้อย หรือกลุ่มไอซีสและไม่เชื่อมโยงกับกลุ่มสามจังหวัดภาคใต้ แต่เหตุดังกล่าวเป็นความขัดแย้งในประเทศ  และเป็นการสร้างสถานการณ์ก่อกวน  

                    ผบ.ตร. พลตำรวจเอกจักรทิพย์ ชัยจินดา ได้ตั้งคณะทำงานสอบสวนลงลึก มอบหมายให้ พลตำรวจเอกศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจ แห่งชาติรับผิดชอบ  “ผมว่าพวกมันเลวระยำ เป็นคนไทยหรือเปล่า ปกติผมไม่ใช่คนพูดแรง  แต่พวกนี้ก่อเหตุรุนแรง  ทำให้คนที่ไม่รู้เรื่อง แม่ค้า ผู้หญิง อยู่ดี ๆ ก็ต้องมาบาดเจ็บ ตาย ครั้งนี้จะเป็นการขุดรากถอนโคนกันทีเดียว เป็นคำประกาศของ ผบ.ตร. จักรทิพย์ ชัยจินดา

                    ขณะที่ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง พลเอกประวิทย์ วงศ์สุวรรณ ประกาศกร้าว  จะจับกุมคนร้ายให้ได้ ขอบอกไว้เลยว่า ทำกันอย่างนี้ จะสู้กันอย่างนี้ มาทำให้ประชาชนหวาดกลัว ผมจะไม่ไว้หน้าใครทั้งนั้น  ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม  รัฐบาลจะเดินหน้าเต็มตัว ทำให้เกิดความสงบสุขให้ได้

                    แหล่งข่าววงในเผยว่า ก่อนการลงประชามติ กลุ่มอำนาจเก่า  มีการประชุมลับกันที่จังหวัดนครศรีธรรมราช วางแผนโค่นล้ม คสช. และรัฐบาล โดยคาดว่ารัฐบาลจะแพ้ประชามติ เพื่อสร้างกระแสให้ประชาชนออกมาขับไล่ คสช. และรัฐบาล ประสานการทำงานกับต่างชาติ ที่จะออกมาสร้างแรงกดดันทางสากล แต่การณ์กลับผิดไปจากที่คาด รัฐบาลชนะขาดทั้งร่างรัฐธรรมนูญ และคำถามพ่วง

                    ช่วงแรก ก่อนวันที่ 7 สิงหาคม ประชามติจะผ่าน-ไม่ผ่าน  ยังไม่มีใครกล้าฟันธง ยังลูกผีลูกคน  เพราะคนส่วนใหญ่ยังไม่ค่อยเข้าใจเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะคำถามพ่วง ที่ให้ สว. มีสิทธิโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีร่วมกับ สส. ในช่วงเปลี่ยนผ่าน 5  ปี  คนส่วนใหญ่ยังไม่มีความชัดเจนว่า มีความจำเป็นอย่างไร 

                    การรณรงค์ให้คนออกมาใช้สิทธิลงประชามติ แม้ทุกฝ่ายจะโหมประชาสัมพันธ์หนักอย่างไร ก็ดูเงียบเหงา มาตีตื้นในช่วงโค้งสุดท้าย แต่ดูเหมือนจะไม่ทันกาล  ดูจากโพลสำรวจสำนักต่าง ๆ ที่ออกมา เปอร์เซ็นต์คนที่จะไปใช้สิทธิไม่เพิ่มมากเท่าที่ควร ทั้งคนที่จะสนับสนุนร่างรัฐธรรมนูญ และคำถามพ่วง ก็ไม่เกิน 50 % รัฐบาลเตรียมทางถอย หากประชามติไม่ผ่าน จะแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราวปี 57  ไม่ต้องมีการลงประชามติ แล้วเดินหน้าเลือกตั้งตามโรดแม็ป ประมาณปลายปี 60 

                    ยิ่งในช่วงโค้งสุดท้าย นายอภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาประกาศไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ และคำถามพ่วง ทำให้เกิดความเสี่ยงที่ร่างรัฐธรรมนูญจะไม่ผ่านประชามติมีค่อนข้างสูง ผู้คนสับสน เมื่อปรากฏขบวนการบิดเบือนเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญ ในหลายจังหวัดภาคเหนือ มีการออกจดหมายส่งถึงประชาชนส่งทางไปรษณีย์หว่านไปทั่ว ถูกคสช.ตามจับได้ที่จังหวัดเชียงใหม่  ลำปาง ลำพูน  เนื้อหาบิดเบือนว่า ร่างรัฐธรรมนูญ ได้ตัดสิทธิคนจนที่เคยได้ออกไป เช่น โครงการบัตรทอง 30 บาทรักษาทุกโรค, การศึกษาฟรี  15 ปี  และเบี้ยยังชีพคนชรา 600 บาทต่อเดือน เป็นต้น

                    นายมีชัย ฤชุพันธ์ ประธานกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ แสดงความหนักใจ ชี้เป็นการใช้วิชามารบิดเบือนร่างรัฐธรรมนูญ วางแผนทำกันเป็นขบวนการ ขณะที่ คสช. ก็ไวพอ สามารถระดมกวาดล้างจดหมายบิดเบือนดังกล่าว ที่ว่อนในภาคเหนือ เตรียมจะส่งทางไปรษณีย์ได้กว่า 3,000 ฉบับ  คสช. มีคำสั่ง ใช้มาตรา 44  พักงาน นายปกรณ์ บูรณุปกรณ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด เชียงใหม่  ส่วนนางทัศนีย์  บูรณุปกรณ์  อดีต สส. เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย และพรรคพวก ที่ร่วมขบวนการ ได้ถูกนำตัวขึ้นศาลทหาร และไม่ให้ประกันตัว

                    แกนนำ นปช. และพรรคเพื่อไทย นายจตุพร พรหมพันธุ์ ออกมาเรียกร้องให้ปล่อยตัวที่ถูกจับกุม  ถือเป็นการคุกคามสิทธิเสรีภาพ ประสานเสียงกับสหรัฐ และอียู ที่เข้ามาแทรกแซงการเมืองของไทย กล่าวหา คสช. ไม่เปิดกว้างให้ประชาชนได้แสดงความคิดเห็นในการลงประชามติ ประณาม คสช. ว่าลิดรอนสิทธิเสรีภาพ เรียกร้องให้มีการเลือกตั้งโดยเร็ว  การเคลื่อนไหวของกลุ่มนักศึกษาบางส่วน “กลุ่มประชาธิปไตยใหม่” รณรงค์ ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ถูกจับดำเนินคดี บรรยากาศช่วงนั้น ทำให้การลงประชามติอาจไม่ผ่าน

                    ทั้งกลุ่มนักวิชาการ ใช้ชื่อ “กลุ่มพลเมืองผู้ห่วงใย” กว่า100 คนจากหลายสิบองค์กร ออกมาเคลื่อนไหวเข้าชื่อ ให้ คสช. โปร่งใสในการทำประชามติ หากร่างรัฐธรรมนูญ ไม่ผ่าน ให้เปิดเผยว่าจะมีทางออกอย่างไร 

                    ในช่วงโค้งสุดท้าย พลเอกประยุทธ์  จันทร์โอชา  นายกรัฐมนตรี  จึงได้แสดงจุดยืนชัดเจนรับร่างรัฐธรรมนูญ และคำถามพ่วง ตีตื้นสถานการณ์ ทำให้ความชัดเจนว่าร่างรัฐธรรมนูญ และคำถามพ่วง จะผ่านประชามติมีมากขึ้น 

                    พลิกเกมกันไปมาระหว่างกลุ่มอำนาจเก่า และเครือข่าย ที่พยายามป่วนการทำประชามติ คว่ำร่างรัฐธรรมนูญ  เพื่อใช้เป็นเงื่อนไขปลุกให้คนออกมาเดินขบวนขับไล่คสช. และรัฐบาล ต้องเป็นหมันไป เมื่อผลประชามติผ่านค่อนข้างฉลุย พร้อมคำถามพ่วง ด้วยคะแนน 61. 35 %,  เห็นชอบคำถามพ่วง  58.07 %  ผู้มาใช้สิทธิ 29 ล้าน  7 แสนกว่าคน,  มีผู้ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญประมาณ 10 ล้านคน  ขณะที่รับร่าง 16 ล้าน,  รับคำถามพ่วง 15 ล้าน  ไม่รับ 10 ล้านคน

                    หลังเหตุระเบิดกว่า 10 จุด ใน 7 จังหวัดท่องเที่ยว นายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ออกแถลงการณ์ ตอนสามทุ่ม 20 นาที วันที่ 12 สิงหาคม ผ่านโทรทัศน์รวมการณ์เฉพาะกิจ ถึงความรุนแรงที่เกิดขึ้น ในบางพื้นที่ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กระบี่ ตรัง นครศรีธรรมราช พังงา ภูเก็ต และสุราษฎร์ ที่เกิดขึ้นในแหล่งท่องเที่ยว ทำให้ผู้บริสุทธิ์ ได้รับบาดเจ็บ และเสียชีวิตหลายคน  นับเป็นการทำร้ายจิตใจคนไทยทั้งประเทศอย่างที่สุด เหตุการณ์ครั้งนี้ จะเป็นสิ่งย้ำเตือนจิตใจคนไทย  ให้เห็นว่า  ยังมีคนไม่ดีอยู่ในสังคมไทยและประเทศไทย ซึ่งผู้สร้างสถานการณ์มุ่งสร้างความปั่นป่วนในวันสำคัญของคนไทยทั้งชาติ ซึ่งวันนี้ทุกคนควรมีความสุขร่วมกัน ทำความดีถวายวันแม่ของแผ่นดิน และมีความสุขกับครอบครัว   

                    พล.อ ประยุทธ์ได้เรียกร้องประชาชนคนไทย และสื่อมวลชนอย่าได้ตื่นตระหนก และให้ช่วยกันเป็นหุเป็นตา เพิ่มการเฝ้าระวัง จัดอาสาสมัครในพื้นที่ของตนเอง

                    “ขอให้เจ้าหน้าที่ทำงานสอบสวนให้รู้แจ้งก่อนที่จะพูดอะไรออกไป รัฐบาล คสช. ตำรวจ  ทหาร  จะยังคงมุ่งมั่นทำหน้าที่ต่อไป ไม่สร้างความขัดแย้งกับผู้ใด  จะไม่โทษกันไปมา  และให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ทำงานหนักมาตั้งแต่ก่อนวันทำประชามติ  อย่าท้อแท้ มีสติ ใช้ปัญญาแก้ปัญหา” ตอนหนึ่งของแถลงการณ์นายก   

                    ขณะที่หน่วยงานความมั่นคง เชื่อการก่อเหตุวินาศกรรมครั้งนี้มาจากการเมือง  ไม่ใช่เรื่องการก่อการร้าย เพราะมีสัญญาณเตือนมาก่อนการลงประชามติ  นายสุวพันธุ์  ตันยุวรรธนะ รมต. ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยอมรับในเรื่องนี้  เพียงแต่คาดไม่ถึงจะเกิดเร็วกว่าที่คิด และมาเกิดในวันสำคัญ 12 สิงหาคม

                    นักวิเคราะห์การเมือง มีความมั่นใจ  ผลประชามติที่ออกมาครั้งนี้ สะท้อนว่าคนส่วนใหญ่เบื่อนักการเมือง เบื่อการเมืองระบบรัฐสภาแบบเก่า ที่มีแต่การโกงกิน  ต้องการให้ คสช. พลเอกประยุทธ์ บริหารประเทศต่อไป ในช่วงเปลี่ยนผ่าน 5 ปี  เพื่อทำการปฏิรูปประเทศ สอดคล้องกับจุดยืนของกำนันสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตผู้นำ กป.ปส. ที่ออกมาประกาศจุดยืนชัดเจนรับร่างรัฐธรรมนูญ และคำถามพ่วงตั้งแต่แรก 

                    สันติ  ตั้งระพีพากร  นักวิเคราะห์การเมืองอิสระ  กล่าวถึง ผลประชามติครั้งนี้ แสดงให้เห็นว่า คนไม่เอานักการเมืองแบบเก่า เป็นการปิดฉากของการเมืองในระบบรัฐสภาแบบเก่า  ปิดฉากการเมืองของนักการเมืองขี้โกง ต่อไปนี้จะเข้าสู่การเมืองแบบใหม่ การเมืองของภาคประชาชน เพราะการเมืองของระบบเลือกตั้งแบบเก่า ไม่สามารถแก้ไขปัญหาวิกฤตชาติ ไม่สามารถนำพาประเทศได้

                    ย้อนอดีตกับเส้นทางระเบิดการเมือง ช่วงที่ระบอบทักษิณ มีอำนาจครองเมือง รัฐบาลทักษิณถูกรัฐประหารครั้งแรก 19 กันยายน  ปี 2549 ระเบิดกลางกรุงครั้งใหญ่ ช่วงงาน Count Down ปีใหม่ 30 ธันวาคม 2549 ต่อเนื่อง 1 มกราคม  2550 รวม 9 จุด เวิรด์เทรดเซ็นเตอร์ มีผู้เสียชีวิตไป  3 คน  บาดเจ็บหลายราย  พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรีสมัยนั้น แถลงข่าวว่า เป็นฝีมือของกลุ่มอำนาจเก่า

                    แต่ก่อนเกิดรัฐประหารกันยายน 49 บ่ายวันที่ 9 มีนาคม 2549  เกิดเหตุระเบิดข้างตู้ยามหัวมุมบ้านสี่เสาเทเวศน์ เชื่อว่าเป็นการข่มขู่ พลเอกเปรม เพราะก่อนเกิดเหตุมีการประชุมองคมนตรี หารือวิกฤตบ้านเมือง ในขณะนั้น

                    จากระเบิดเผาบ้านเผาเมือง ที่แยกราชประสงค์ ปี  53  ถึงระเบิด 7 จังหวัด ปี 59 จนถึงยุครัฐบาลยิ่งลักษณ์  ระเบิดลงใส่การชุมนุมของ กปปส. อย่างบ้าคลั่ง ในการขับไล่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ทักษิณ  จนถึงยุค คสช. ปี 58 ก็ยังมีระเบิดป่วนอีกหลายลูก  บริเวณทางเชื่อมรถไฟฟ้าบีทีเอส สถานีสยาม และที่สยามพารากอน

                    17 สิงหาคม ปีเดียวกัน ระเบิดศาลท้าวมหาพรหม และท่าเรือสาทร ในข่วงไบค์ฟอร์มัม ที่ประชาชนกำลังมีความสุข มาระเบิดครั้งล่าสุด ใน 7 จังหวัด ภาคใต้ตอนบน

                    ระเบิดการเมือง เพื่อโค่น คสช. และรัฐบาล ไม่สามารถสาวถึงจอมบงการที่อยู่เบื้องหลังได้ เพราะทำโดยผู้ชำนาญการ มีการตัดตอน ไม่สามารถจับจอมบงการได้ขณะนี้คนสำคัญก่อเหคุ หนีไปกบดานอยู่แถบชายแดนไทย ลาว กัมพูชา พวกนี้จึงเหิมเกริม  เพราะไม่เคยถูกลงโทษ จนกระทั่งมีการบิดประเด็นกล่าวหาว่า เป็นพวกทหารทำกันเอง 

                    ผบ.ตร. พลตำรวจเอกจักรทิพย์ ชัยจินดา ประกาศ ครั้งนี้จะจัดการแบบถอนรากถอนโคน ยืนยันระเบิดนี้ ไม่เกี่ยวโยงกับเหตุการณ์ก่อการร้ายในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้  ตามที่ผู้บงการมุ่งจะให้ไปจุดนั้น  เพื่อตัดตอนไม่ให้เกี่ยวโยงการเมืองของกลุ่มอำนาจเก่า ข้อมูลจากหน่วยงานความมั่นคงของ คสช. พบว่า มีการสั่งซื้ออุปกรณ์ทำมือถือทำระเบิดและพาวเวอร์แบงค์จำนวนมาก จากมาเลเซีย 

                    นักวิเคราะห์การเมือง มองเหตุระเบิดป่วนเมืองที่เกิดขึ้นนี้  เป็นเพียงสงครามยกแรก  ยังจะต้องพบกับศึกแห่งการป่วนชาติ-ป่วนประเทศ ที่หนักหน่วงยิ่งขึ้น

                    นายไพบูลย์ นิติตะวัน ประกาศตั้งพรรคประชาชนปฏิรูปรองรับ เสนอให้พลเอกประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป อย่างเปิดเผย สู้กันซึ่ง ๆ หน้า ไม่ยำเกรงใคร เพราะตระหนักดีว่า ไม่มีรัฐบาลพลเรือนไหนเอาอยู่ กับอำนาจป่าเถื่อนของอำนาจเก่า  

                    กำนันสุเทพ เทือกสุบรรณ  อดีตผู้นำ กปปส.  ผู้มีความ “เก๋า” ทางการเมือง ได้ผ่านการต่อสู้ทางการเมืองมาอย่างโชกโชน เข้าใจลึกซึ้งถึงบทเรียนการต่อสู้กับอำนาจระบอบทักษิณได้ดี ลำพังประชาชนสองมือเปล่าที่เคยออกมาชุมนุมขับไล่ โดยไม่มีอำนาจทหาร ไม่มีปืนหนุนหลัง มีแต่ความสูญเสีย  จึงออกมาประกาศหนุน คสช. และหนุน พลเอกประยุทธ์ เต็มตัว  เพื่อให้ คสช. ได้อยู่บริหาร และนำพาประเทศก้าวข้ามวิกฤตในช่วงเปลี่ยนผ่าน 5 ปี    เพราะหลังเลือกตั้ง กลุ่มอำนาจเก่า มีโอกาสฟื้นกลับคืนมาได้อีก ยังมิอาจวางใจได้

ปฏินันท์  สันติเมทนีดล 

...................................................

สตรีมแบบสดของ Tnews ถ่ายทอดสด (ช่องสำรอง) https://youtu.be/IZTvEPsR11Y

 

 

 

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
สัมภาษณ์พิเศษ
แฟนข่าว...สนธิญาณ
 

 ..................................................

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
นายยั้งคิด วันที่ : 18/08/2016 เวลา : 19.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

ผมจบมาจากอักสอนสาดครับ

ความคิดเห็นที่ 8 นายยั้งคิด ถูกใจสิ่งนี้ (1)
nitimada วันที่ : 18/08/2016 เวลา : 16.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nitimada
jj-ntmd

"เพราะสหรัฐไม่ได้ขุดรากถอนโคน จึงเหลือหน่อมาเป็นพิษอีกต่อไปครับ ... ตัดหนามยังเหลือกอ ตัดหน่อยังเหลือโคน ... ภาษิตผมว่าเองเชียวนะเจ๊ เจนนี่"

เก่งค่ะ ภาษิตของเหล่าแปะ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
นายยั้งคิด วันที่ : 18/08/2016 เวลา : 16.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

ตอบ ความคิดเห็นที่ 5นายยั้งคิด ถูกใจสิ่งนี้ ถูกใจความคิดเห็นนี้ (1)

แม่หมี
......................................
ลุงตู่เหมือนกระท้อนครับ ยิ่งทุบยิ่งหวานครับ แม่หมี

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
นายยั้งคิด วันที่ : 18/08/2016 เวลา : 16.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

ตอบ ความคิดเห็นที่ 4 ถูกใจความคิดเห็นนี้ (0)
waiting..

รูปและนาม

................................
เพราะยังมีคนชวนทะเลาะไม่เลิกครับ

ความคิดเห็นที่ 5 นายยั้งคิด ถูกใจสิ่งนี้ (1)
แม่หมี วันที่ : 18/08/2016 เวลา : 12.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

มาเทใจให้ลุงตู่อีกคน


ความคิดเห็นที่ 4 นายยั้งคิด ถูกใจสิ่งนี้ (1)
รูปและนาม วันที่ : 18/08/2016 เวลา : 12.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thailandsmile

เราน่าจะอยู่กับปัจจุบัน สิ่งที่เป็นอนาคต ไม่ควรเอามาทะเลาะกัน ทำงานยากครับ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
นายยั้งคิด วันที่ : 18/08/2016 เวลา : 12.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

ตอบ ความคิดเห็นที่ 1นายยั้งคิด ถูกใจสิ่งนี้ ถูกใจความคิดเห็นนี้ (1)
like เรียบร้อยแล้ว

nitimada
........................................
แม้จะหวังยากหนักหนาสาหัส ประเด็นให้ประเทศไทยปลอดคอรัปชั่น แต่คนไทยทุกคนนี่เองที่จะเป็นความหวังครับ

ความคิดเห็นที่ 2 แม่หมี ถูกใจสิ่งนี้ (1)
nitimada วันที่ : 18/08/2016 เวลา : 12.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nitimada
jj-ntmd

"ลอยไปติดสายไฟฟ้าแรงสูง เกิดระเบิด แล้วก็ตายทั้งลำหมดเลย"

ก็ใครเขาจะปล่อยแถวมีสายไฟแรงสูงเล่าอาเฮีย แล้วสายไฟน่ะ มันอยู่ไม่สูงมากน้า

ความคิดเห็นที่ 1 แม่หมี , นายยั้งคิด ถูกใจสิ่งนี้ (2)
nitimada วันที่ : 18/08/2016 เวลา : 12.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nitimada
jj-ntmd

นักกินเมือง ก็กระอัก กันถ้วนหน้าสิ อาเฮีย

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน