• นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-06-16
  • จำนวนเรื่อง : 4169
  • จำนวนผู้ชม : 3000903
  • จำนวนผู้โหวต : 1625
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1625 คน
<< เมษายน 2017 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30            

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอาทิตย์ ที่ 16 เมษายน 2560
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 840 , 14:51:19 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 4 คน แม่หมี , BlueHill และอีก 2 คนโหวตเรื่องนี้

สวัสดีครับ

         เกาหลีเหนืออวดขบวนขีปนาวุธในพิธีสวนสนามไปแล้วเมื่อวานนี้ พร้อมทั้งคุยอีกด้วยว่าระยะทำการสามารถทำลาย

เมืองใหญ่ๆในสหรัฐได้เลยทีเดียว ขณะเดียวกันสหรัฐก็ออกข่าวว่า มีเรือดำน้ำของเกาหลีเหนือหายไปจากจอมอนิเตอร์จำนวน

50 ลำซึ่งอาจจะกบดานตามที่ต่างๆ และยิงขีปนาวุธเมื่อไรก็ได้อีกด้วย

         การกระทำของคิม จอง อึม ปธน.เกาหลีเหนือทั้งหมดเป็นการยั่วโมโหปธน.ทรั้มป์อย่างชัดเจน แล้วคนอย่างทรั้มป์ก็เป็นคน

ที่ความอดทนน้อยเสียด้วย เพราะฉะนั้น สงครามขนาดสงครามโลกก็อาจจะเกิดเมื่อไรก็ได้ แต่ก็ยังดีที่ทรั้มป์พูดเองว่า การที่จะ

ถล่มประเทศใดไม่ได้อยู่ที่การตัดสินใจของตน แต่ขึ้นอยู่กับคณะเสนาธิการทหารต่างหาก ซึ่งก็ดีกว่าการตัดสินใจอย่างวู่วามของ

ทรั้มป์เองแน่ๆ

 

 

 

ดูทีวี ทีวี9ออนไลน์ ออนไลน์ MCOTThai Live TV ONLINE

 

 

 

สัญลักษณ์การปฏิวัติ(เก่า) The symbol of revolution

 

รูปจาก The Nation

 

 

 

 

 

 

 

 Home »

ประชาธิปไตยท้ายกระบะ

 
  • Saturday, April 15, 2017 - 00:00


    กลางเดือนเมษายนแบบนี้ เหงื่อไหลไคลย้อยครับ แต่คนไทยโชคดี ได้ดับร้อนด้วยเทศกาลสงกรานต์

    เป็นกุศโลบายแต่โบราณ สะท้อนถึงชาติที่มีวัฒธรรม ประเพณี

    นี่...โม้ให้โลกรู้ได้ครับว่า คนไทยมีที่มาที่ไป ไม่ได้ไปแย่งชิงแผ่นดินใคร เราอยู่ของเราตรงนี้มานับพันปีแล้ว

    หันไปดูสถานการณ์โลกซิครับ ร้อนฉ่า ที่สำคัญพวกฝรั่งหัวแดง หรือเอเชียเกรียนๆ ไม่มีเทศกาลสงกรานต์ให้คลายร้อนนี่ซิ

    ณ วินาทีนี้ ต้องยกให้ "โดนัล ทรัมป์" กับ "คิม จองอึน" เป็นแฝดนรก อาจจะต่างบริบทไปบ้าง แต่พฤติกรรมกระหายสงคราม ของทั้งคู่ต้องตามอย่ากะพริบตาเชียว

    อเมริกาต้องการเปลี่ยนแปลงในซีเรีย อ้างประธานาธิบดีบาชาร์ อัลอัสซาด เป็นเผด็จการ ใช้อาวุธเคมีฆ่าพลเมืองตัวเอง

    มันก็ข้ออ้างเดียวกันกับการที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ จอร์จ ดับเบิลยู. บุช ใช้เป็นเหตุผลในการบุกอิรัก

    "เพื่อปลดอาวุธอานุภาพทำลายล้างสูงของอิรัก"

    จับ "ซัดดัม ฮุสเซน" แขวนคอ!

    สุดท้ายอาวุธชีวภาพหาไม่พบ เพราะไม่มี

    แล้วขณะนี้อิรักอยู่ในสภาพอย่างไร?

    เลี้ยงไข้สงคราม เพื่อขายอาวุธ ไปพร้อมกับการก่อเกิดของกลุ่มไอเอส

    ปั่นสถานการณ์สงครามในตะวันออก ทิ้งระเบิดโคตรแม่อเมริกา ลงในอัฟกานิสถาน อ้างทำลายกลุ่มไอเอส

    ขี่ช้างไล่จับตั๊กแตนเพื่ออะไร?

    โชว์ของเพื่อจะขาย

    เพื่อเพิ่มมูลค่าให้อุตสาหกรรมอาวุธสงคราม!

    ขณะที่คิม จองอึน สั่งทดลองระเบิดนิวเคลียร์

    ประโคมข่าวให้ชาวต่างชาติในเกาหลีใต้อพยพออกไป ขู่ว่าสถานการณ์ในคาบสมุทรเกาหลี "ใกล้เกิดสงครามนิวเคลียร์"

    อ้างเหตุมาจากการยั่วยุของอเมริกา ที่ซ้อมรบร่วมกับเกาหลีใต้ และญี่ปุ่น

    โม้ไปงั้นแหละครับ หมาเห่า ไม่กัด แค่อยากโปรโมตงานเฉลิมฉลองวันชาติ

    ...ถ้ามองในแง่ว่าอเมริกาคือเทพที่มาปกป้องมวลมนุษยชาติ

    พฤติกรรมของเกาหลีเหนือ น่ากลัวกว่า ซีเรียมาก

    แต่อเมริกากลับมีความอดทนต่อเกาหลีเหนือมากเป็นพิเศษ

    ขณะที่ซีเรียไม่ได้มีน้ำมันมากจนตาลุก เหมือนที่อิรักมี

    อุตสาหกรรมน้ำมันในอิรักวันนี้เป็นของใคร

    อิรักมีบริษัทน้ำมันของรัฐบาล ๓ บริษัท คือ North Oil Company, South Oil Company และ Missan Oil Company อยู่ภายใต้การควบคุมของกระทรวงน้ำมันกลาง

    แต่ถามหน่อยเถอะ ประเทศหลังสงคราม มีปัญญาหาเงินทุนมาเริ่มต้นกับอุตสาหกรรมน้ำมันขนาดใหญ่หรือ

    นั่นก็คือที่มาบริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ของอเมริกา เช่น Shell, BP เข้าไปครอบอีกชั้น

    ซีเรียไม่มีอะไรนอกจากตำแหน่งยุทธศาสตร์สำคัญบนแผนที่โลกสำหรับอเมริกาเพื่อหลักประกันในการยึดครองตะวันออกกลาง

    อีกนัยหนึ่งเป็นการตัดแขนตัดขาอิหร่าน

    อย่าลืมนะครับ อเมริการบกับอิหร่านมาจะ ๔๐ ปีแล้วนับแต่การปฏิวัติอิหร่าน จนถึงวันนี้ก็ยังจ้องจะซดกันอยู่

    ยืมมือยูเอ็นเล่นงานก็แล้ว แต่อเมริกาก็ไม่เคยยึดครองได้

    ซีเรียเป็นเพื่อนซี้อิหร่าน เป็นศัตรูกับอิสราเอล การยึดครองซีเรียจึงได้หลายต่อ รวมถึงวางท่อน้ำมันจากอิรักไปทะเลเมดิเตอร์เรเนียน

    ครับ...นั่นคือยุทธศาสตร์ล่าอาณานิคมของอเมริกาภายใต้ระบอบทรัมป์

    พูดถึงสงกรานต์ สาดน้ำไปพร้อมกับนับศพรายวัน

    ก็สาเหตุเดิมๆ ครับ เมาขับ ดับอนาถ หรือมันจะเป็นประเพณีไปแล้ว

    ย้อนกลับไปเรื่องรัฐบาล คสช.หวังดีกับคนไทย ใช้ ม.๔๔ ห้ามนั่งท้ายกระบะ นั่งรถให้คาดเซฟตีเบลต์ ต้องม้วนเสื่อกลับ

    ม.๔๔ จากกฎหมายเผด็จการติดหนวด กลายเป็นแมวเซื่องๆ ซะงั้น

    มีประเด็นวัฒนธรรมการใช้รถเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งก็จริงครับ คนไทยใช้รถกระบะหลากหลายภารกิจ ขนคน ขนของ ขนทุกอย่าง มันเข้าไปอยู่ในวิถีชีวิตประจำวัน

    บางคนบอกว่านี่คือจารีต เหนือกว่ากฎหมายลายลักษณ์อักษรอีก

    ประเด็นที่รัฐต้องการสื่อให้เห็นคือลดการอุบัติเหตุ ลดการเจ็บ ตาย จากการใช้รถใช้ถนน

    แต่ก็มีการแย้งว่า ขี่มอเตอร์ไซค์ตายมากกว่า ทำไมไม่ให้คนขี่มอเตอร์ไซค์คาดเซฟตีเบลต์

    ครับ...มันสะท้อนถึงวิธีคิดการแก้ปัญหา

    พูดง่ายๆ คือ...อย่ามาว่ากู คนอื่นยิ่งกว่ากูอีก!

    หรือแม้กระทั่งบอกว่า คนจนใช้รถกระบะ อย่ารังแกคนจน จะมาหักด้ามพร้าด้วยเข่าไม่ได้ ประชาชนยังไม่พร้อม

    มันก็จริงอีกนั่นแหละครับ

    เดี๋ยวนี้รถกระบะแพงกว่ารถเก๋งก็จริง แต่คนจนให้รถกระบะมือสองขนทั้งของขนทั้งคน จะให้ซื้อรถเก๋งมาอีกคันเพื่อขนคนอย่างเดียว แบบนี้มันรังแกคนจน

    มันมีความไม่พร้อมที่จะปฏิบัติตามกฎหมายอยู่ครับ

    จะพร้อมก็ต่อเมื่อรายได้ต่อหัวของประเทศไทยเยอะกว่านี้อีก ๒-๓ เท่าตัว

    การเปลี่ยนไปสู่สิ่งที่ดีกว่าจึงต้องฝ่าความไม่พร้อมนี้ไปให้ได้

    ถ้าเปลี่ยนจากไม่พร้อมปฏิบัติตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก เป็นไม่พร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงประเทศล่ะ?

    คนไทยไม่พร้อมมานานแล้วครับ

    ตั้งแต่เปลี่ยนแปลงการปกครอง ๒๔๗๕ คณะราษฎรยอมรับทีหลังว่าหยิบยื่นประชาธิปไตยให้โดยที่คนไทยยังไม่พร้อม

    ประชาธิปไตยจึงเป็นแค่เครื่องมือเข้าสู่อำนาจของนักการเมือง

    และการเลือกตั้งเป็นแค่การแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ชั่วครู่ชั่วคราวระหว่างผู้สมัครรับเลือกตั้ง กับผู้ใช้สิทธิ์เลือกตั้ง

    ก็ซื้อ-ขาย เสียงนั่นแหละครับ

    สาเหตุคล้ายกับกรณีรถกระบะ ประชาชนยังยากจนอยู่ นักการเมืองจึงใช้ประโยชน์จากความยากจนนี้ ด้วยการซื้อเสียงเพื่อเข้าสู่อำนาจ

    เรากำลังติดกับดักความจนอยู่อย่างนั้นหรือ?

    หรือไม่อยากเปลี่ยนวิถีชีวิต?

    เคยอยู่แบบไหนก็อยู่อย่างนั้นต่อไป

    เสียงไชโยโห่ร้องหลังรัฐบาลถอย เชิญนั่งท้ายกระบะ นั่งรถตอนหลังไม่ต้องคาดเซฟตีเบลต์ เอาง่ายๆ คือรัฐบาลบอกว่าเชิญเลย...ไม่ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย

    เพราะที่ผ่านมาก็หยวนๆ ไม่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายกันมานานแล้ว นานจนลืมไปแล้วว่ามีกฎหมายบังคับใช้อยู่

    มุมหนึ่งมันเป็นเรื่องน่าหดหู่ ผู้คนไม่สนใจแม้กระทั่งความปลอดภัยของตัวเอง เอาความสะดวกเป็นหลัก

    ลองตีลังกาคิดกลับอีกที แล้วเรื่องของประเทศชาติล่ะ จะมีใครสนใจหรือไม่

    ชาติจะปลอดภัยหรือเปล่า?

    ครับ...กว่าสิบปีที่ผ่านมา ประเทศอยู่ท่ามกลางความขัดแย้ง เพราะอะไร

    เพราะประชาชนยากจน

    นักการเมืองใช้ความยากจนของประชาชนปูทางเข้าสู่อำนาจ และใช้อำนาจด้วยความฉ้อฉล อ้างว่าเพื่อช่วยประชาชนที่ยากจน

    คาดหวังกันเยอะครับว่า...หลังเลือกตั้งคราวหน้าการเมืองจะดีขึ้น คนโกงจะน้อยลง

    เป็นความคาดหวังว่า นักการเมืองจะปรับตัวตามรัฐธรรมนูญใหม่

    อย่าคาดหวังมากนะครับ หากคนไทยเองไม่ยอมเปลี่ยนวิธีคิด

    คิดว่านักการเมืองคือผู้ให้

    เราผ่านสงครามความขัดแย้งทางการเมืองมาหนักหน่วง ก็เพราะนักการเมืองเลว จนทหารต้องเข้ามา แล้วบอกว่าจะปฏิรูปประเทศ

    เสียงเชียร์เยอะครับ ฝากความหวังการปฏิรูปไว้กับทหาร

    แต่ความเป็นจริงคงต้องเหลียวมองว่า เราๆ ท่านๆ พร้อมที่จะไปสู่โหมดปฏิรูปประเทศกันหรือยัง

    ความรับผิดชอบต่อส่วนรวม ต่อประเทศชาติ ต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองเยอะครับ

    มันยากกว่าเป้าหมายลดตายช่วงสงกรานต์.

    ผักกาดหอม

     

     

     Home »

    เตือนศึกโสมแดงปะทุได้ทุกเมื่อ

     
    • Saturday, April 15, 2017 - 00:02


      หวั่นสัญญาณเอาจริงของสหรัฐ รัฐบาลจีนระบุความขัดแย้งเกี่ยวกับเกาหลีเหนือสามารถเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ เตือนไม่มีใครเป็นผู้ชนะหากเกิดสงครามบนคาบสมุทรเกาหลี ใครเริ่มก่อนต้องรับผิดชอบ รัสเซียเรียกร้องทุกฝ่าย "อดกลั้น" อย่ายั่วยุ เผยญี่ปุ่นเตรียมแผนอพยพพลเมืองออกจากเกาหลีใต้

      เอเอฟพีรายงานว่า คำเตือนของรัฐบาลจีนและรัสเซียเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาเกิดขึ้นให้หลังรัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ส่งกองเรือบรรทุกเครื่องบินโจมตีมายังภูมิภาคนี้ท่ามกลางความคาดคะเนว่าเกาหลีเหนือเตรียมจะทดลองระเบิดนิวเคลียร์ครั้งที่ 6 ขณะที่รัฐบาลเกาหลีเหนือท้าทายว่าตนพร้อมจะทำสงครามนิวเคลียร์

      ทรัมป์กล่าวย้ำอีกครั้งเมื่อวันพฤหัสบดี ปัญหาเกาหลีเหนือ "จะต้องได้รับการดูแล" และเมื่อวันศุกร์ ที่ปรึกษาด้านนโยบายต่างประเทศของทำเนียบขาวกล่าวว่า รัฐบาลสหรัฐกำลังประเมินทางเลือกทางทหารในการตอบโต้โครงการอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ และว่า การทดลองระเบิดนิวเคลียร์อีกครั้งจะทำให้ทางเลือกนี้เป็นประเด็นคำถามว่าจะเกิดขึ้น "เมื่อใด" ไม่ใช่เกิดขึ้น "หรือไม่"

      หวังอี้ รัฐมนตรีต่างประเทศของจีน แถลงที่กรุงปักกิ่งพร้อมกับฌอง-มาร์ เอโรต์ รัฐมนตรีต่างประเทศของฝรั่งเศส ว่าความตึงเครียดบนคาบสมุทรเกาหลีเพิ่มสูงขึ้นในช่วงไม่นานมานี้ ทำให้เกิดความรู้สึกว่าความขัดแย้งสามารถปะทุขึ้นได้ทุกขณะ

      "หากเกิดสงครามขึ้น ผลลัพธ์ก็คือสถานการณ์ที่ทุกฝ่ายล้วนพ่ายแพ้ ไม่มีใครเป็นผู้ชนะ" รัฐมนตรีจีนกล่าว และว่า ชาติใดก็ตามที่ยั่วยุให้เกิดความขัดแย้งขึ้นจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบต่อประวัติศาสตร์และจ่ายค่าตอบแทนผลลัพธ์ตามมา

      ความวิตกของจีนสอดคล้องกับคำเตือนจากสถาบันเพื่อการปลดอาวุธและสันติภาพ ของกระทรวงการต่างประเทศเกาหลีเหนือ ว่าสงครามเทอร์โมนิวเคลียร์สามารถปะทุได้ทุกเมื่อ คำแถลงที่รายงานโดยสำนักข่าวเคซีเอ็นเอของทางการเปียงยางกล่าวถึงการส่งกองเรือบรรทุกเครื่องบินโจมตีคาร์ลวินสันของสหรัฐมายังคาบสมุทรเกาหลีว่า ผลักดันให้สถานการณ์ยืนอยู่บนขอบเหวของสงคราม

      ที่กรุงมอสโกวันเดียวกัน ดมิตรี เปสคอฟ โฆษกทำเนียบประธานาธิบดีรัสเซีย กล่าวว่า รัสเซียจับตามองความตึงเครียดบนคาบสมุทรเกาหลีด้วยความวิตกกังวลอย่างยิ่ง "เราเรียกร้องให้ทุกประเทศใช้ความอดกลั้น และขอเตือนประเทศทั้งหลายไม่ให้ดำเนินการใดๆ ที่รวมถึงการยั่วยุ"

      เมื่อสัปดาห์ที่แล้วทรัมป์ได้สั่งให้ยิงจรวดโทมาฮอว์ก 59 ลูกถล่มฐานทัพอากาศของซีเรียเพื่อตอบโต้การใช้อาวุธเคมีสังหารพลเรือน ซึ่งสหรัฐและโลกตะวันตกกล่าวโทษเป็นฝีมือของกองทัพซีเรีย ปฏิบัติการโจมตีทางทหารต่อซีเรียโดยตรงครั้งนี้ถูกมองเป็นการส่งสัญญาณเตือนเกาหลีเหนือด้วย

      มีรายงานของรอยเตอร์อ้างแหล่งข่าวในรัฐบาลญี่ปุ่นว่า สภาความมั่นคงแห่งชาติได้หารือแผนอพยพพลเมืองญี่ปุ่นเกือบ 60,000 คนออกจากเกาหลีใต้หากเกิดวิกฤติขึ้น รวมถึงแผนรับมือผู้อพยพจากเกาหลีเหนือซึ่งอาจมีพวกสายลับและทหารปะปนมา ขณะที่สำนักข่าวเกียวโดกล่าวว่า รัฐบาลเริ่มวางแผนตอบโต้วิกฤติมาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ภายหลังนายกฯ ชินโซ อาเบะ ไปเยือนทรัมป์ที่สหรัฐ.

       

      บทบรรณาธิการ 

     Home »

    "ไทย" ในโลกร้อนระอุ จับตา "ทรัมป์เอฟเฟ็กต์"

     
    • Saturday, April 15, 2017 - 00:00

      สงครามรุกรานอัฟกานิสถานด้วยการทิ้งระเบิดของสหรัฐอเมริกา เมื่อวานนี้กลายเป็นเรื่องที่สร้างความหวาดเสียวให้กับประเทศทั่วโลกอยู่ไม่น้อย เพราะการแสดงแสนยานุภาพขั้นสูงที่คิดว่าจะเป็นการข่มขู่ให้โลกเกรงกลัวในความเป็นเบอร์หนึ่งนั้น ไม่ได้มีหลักประกันได้เลยว่าประเทศเป้าหมายจะกลัวตามที่สหรัฐอเมริกาตั้งใจหรือไม่ เพราะจะว่าไปหลายประเทศก็คงประเมินทิศทางของประธานาธิบดีสหรัฐผู้นี้ไม่ถูก เมื่อปฏิบัติในครั้งนี้ต่างจากที่เคยประกาศนโยบายไว้เมื่อครั้งหาเสียงเลือกตั้ง

      ความน่าสะพรึงกลัวที่ประธานาธิบดีสหรัฐผู้นี้ที่ทำการใหญ่ อาจถูกมองว่าเป็นการกลบกระแสปัญหาเศรษฐกิจในประเทศ แต่เมื่อดูจากผลที่ปรากฏออกมานั้น น่าจะมีการเตรียมการ และความตั้งใจอยู่พักใหญ่ ทฤษฎีการทำสงครามเพื่อกระตุ้นตลาดอาวุธ สร้างซัพพลายให้กับธุรกิจในฝ่ายของทรัมป์ ที่ถูกตราหน้ามาตลอดว่า น้ำมัน สงคราม คือบ่อรายได้ของกลุ่มทุนดังกล่าว และดูเหมือนจะเป็นจริงตามที่นักวิเคราะห์ฝ่ายวิพากษ์ที่มองเรื่องละครโรงใหญ่ของโลกก่อการร้ายไว้ก่อนหน้า

      กองทัพสหรัฐได้ใช้ระเบิด GBU-43/B Massive Ordnance Air Blast Bomb (MOAB) ซึ่งมีชื่อเล่นว่า โคตรแม่ระเบิด" (the mother of all bombs) เป็นครั้งแรกในการสู้รบ กองทัพอากาศสหรัฐใช้ระเบิดลูกนี้ ในเขตอำเภอ Achin จังหวัด Nangarhar ทางตะวันออกของอัฟกานิสถานใกล้ชายแดนทางเหนือของปากีสถาน ประเทศอัฟกานิสถาน โดยกำหนดเป้าหมายไปที่อุโมงค์และบุคลากรของพวกผู้ก่อการร้ายไอเอส จะเป็นเพียงการสร้างกลเกมเพื่อข่มขู่เกาหลีเหนือให้อยู่หมัดหรือไม่ เป็นเรื่องที่ยังไม่มีคำตอบ แต่การขยับตัวของสหรัฐครั้งนี้มีขึ้นหลังจากมีข่าวว่าเรือดำน้ำของเกาหลีเหนือกว่า 60 ลำ หายจากการติดตาม

      ยังไม่นับการพัฒนายุทโธปกรณ์ของประเทศมหาอำนาจด้านการทหาร ที่เริ่มสะสมอาวุธเพื่อการต่อรองมาตลอดระยะเวลาหลายปี ที่ส่งผลให้แสนยานุภาพที่มีอยู่ก้าวไกลไปมาก ไม่รวมอานุภาพของอาวุธแต่ละประเภทที่มีศักยภาพในการทำลายล้างสูง การใช้ระบบคอมพิวเตอร์เข้ามาใช้ในระบบควบคุมบังคับบัญชา สั่งการ กลายเป็นเรื่องพื้นฐานที่กองทัพทุกประเทศกำลังปรับตัวเข้าไปยังจุดนั้น ยิ่งประเทศมหาอำนาจที่มีการพัฒนาไปอีกขั้นแล้ว ความแม่นยำการตอบโต้ ย่อมส่งผลให้ความสูญเสียต่อเป้าหมายมากขึ้นกว่าเดิมอีกหลายเท่า

      อย่างไรก็ตาม ข่าวออกมาในทำนองว่า ทรัมป์ให้สิทธิ์ขาดแม่ทัพนายกองที่ปฏิบัติการอยู่ในประเทศซีเรีย และอัฟกานิสถาน ในการเผด็จศึกฐานที่มั่นของผู้ก่อการร้ายไอเอสได้อย่างอิสระ ในขณะที่ข่าวอีกทาง กลับมีกระแสข่าวแม่ทัพนายกองในพื้นที่มีความอึดอัดอยู่ไม่น้อย แต่ด้วยระบอบการปกครองของสหรัฐ ฝ่ายบริหารมีอำนาจเหนือกองทัพอยู่แล้ว จึงอาจต้องกลืนเลือดในการปฏิบัติตามนโยบาย นำไปสู่สมมุติฐานว่าการปฏิบัติการครั้งนี้มีความคิดที่ต่างกันของทหารในกองทัพแบ่งเป็น 2 ฝ่าย

      ในส่วนของภูมิภาคนี้ ประเด็นที่น่าจับตามองคือ การที่สหรัฐโยนไพ่ให้จีนในการเลือกข้าง ซึ่งน่าจะเป็นจุดที่น่าห่วงที่สุด แน่นอนว่าท่าทีของทรัมป์ในแต่ละเรื่องมักนำไปสู่ข้ออ้างเพื่อกระทำการบางอย่าง และอย่าลืมว่าเป้าหมายสำคัญของสหรัฐตั้งแต่ต้นคือจีน การดีพลอยด์กำลังทางเรือเข้าไปในคาบสมุทรเกาหลี นอกจากจะสร้างให้เกิดความตึงเครียดแล้ว ยังนำไปสู่การเรียกร้องให้จีนเลือกข้าง นั่นทำให้ผลกระทบที่จะตามมาจากการรุกคืบไปยังจีน สร้างความสั่นไหวในอาเซียนอยู่ไม่น้อย

      ในขณะที่ประเทศไทย ที่ยืนตามนโยบายเป็นกลาง ไม่เลือกข้าง ดำเนินวิธีแก้ไขปัญหาด้วยการสนับสนุนการเจรจาอย่างสันติ ยึดกฎหมายระหว่างประเทศเป็นที่ตั้ง ยังอยู่ไกลสถานการณ์ร้อนๆ แต่ก็ไม่ได้มีหลักประกันได้ว่า ในที่สุดแล้วแรงกระเพื่อมจากการแสดงที่ใหญ่โตของทรัมป์ต่อจากนี้จะจบหรือเปล่า และจะนำไปสู่เป้าหมายที่จีนหรือเปล่า ซึ่งไทยพันธมิตรทุกข้าง แต่ในระยะหลังมีการสานสัมพันธ์อย่างเข้มข้นกับจีน จะถูกทวงถาม ยื่นคำขาดให้เลือกข้าง เมื่อมีการเผชิญหน้ากันมากขึ้นหรือไม่

      จึงเป็นเรื่องที่ฝ่ายความมั่นคงต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพราะความผกผันในการตัดสินใจของ "ทรัมป์" และที่ปรึกษาด้านความมั่นคงสายเหยี่ยวของเขา เป็นเรื่องที่ยากจะคาดเดา ผลลัพธ์จากการปฏิบัติการทางทหารยังอยู่ในวงจำกัด แต่หากมีการขยายวงไปเป็นสงครามเต็มรูปแบบ นำไปสู่ผลแพ้-ชนะ แรงตีกลับของผู้ก่อการร้ายที่ไม่ได้ถูกจัดตั้ง ก็จะทวีความรุนแรงและปฏิบัติการกว้างขวางมากขึ้น โลกอนาคตต่อจากนี้จึงต้องร้อนเป็นไฟ และอยู่อย่างไม่สงบ

      ขณะที่ภาวะของเศรษฐกิจที่เชื่อมโยงกันด้วยระบบดิจิตอล ตลาดเงิน ตลาดทุน เปลี่ยนไปจากยุคหลังสงครามอ่าว การตอบโต้ โจรกรรม ทำร้ายฐานทางเศรษฐกิจของโลก ยังเป็นอีกประเด็นที่น่าจับตามอง ผลที่ตามมาไม่ได้ส่งผลแค่ชีวิตและทรัพย์สินของรัฐนั้นที่จับต้องได้ แต่ยังรวมไปถึงตลาดเงิน ตลาดทุน ที่อาจจะถูกถล่มซ้ำ ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นแรงกระเพื่อมที่ส่งผลต่อภาวะเศรษฐกิจทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย ก็เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงได้ยาก.

       

     Home »

    ติดดาบกกต.สอบบัญชี เปิดกม.ลูกชง‘สตง.-ปปง.-ธปท.’คุมพรรคการเมืองช่วงเลือกตั้ง

     
    • Sunday, April 16, 2017 - 00:05


      “มีชัย” เตรียมส่งกฎหมายลูกฉบับแรกว่าด้วย กกต.ให้ สนช.เคาะในวันที่ 18 เม.ย. ตอกย้ำยกเลิก กกต.จังหวัด ผุดผู้ตรวจเลือกตั้งแทน “5 เสือ” ได้นั่งเก้าอี้ต่อหลัง กม.บังคับแค่ 30 วัน หลังจากนั้นคณะกรรมการสรรหาจะชี้ขาดว่าเข้าสเปกหรือไม่ หวังหย่อนบัตรสุจริต-เที่ยงธรรม ติดดาบให้สั่ง สตง.สอบบัญชีพรรคการเมืองเร่งด่วนช่วงเลือกตั้ง พ่วงประสาน “ปปง.-ธปท.” แจ้งธุรกรรมทางการเงินหากข้องใจ

      เมื่อวันเสาร์ที่ 15 เม.ย. นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ให้สัมภาษณ์ถึงร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ กรธ.จะส่งให้สภานิติบัญญัติ (สนช.) พิจารณาในวันที่ 18 เม.ย.ว่า รายละเอียดของร่างกฎหมายลูก กรธ.ได้นำขึ้นเว็บไซต์แล้ว ซึ่งเป็นเนื้อหาล่าสุดที่เราจะส่งให้กับ สนช. ซึ่งร่างกฎหมายลูก กกต.ไม่ได้ปรับไปจากเดิม เพียงแต่เกลาถ้อยคำ โดยหลักการใหญ่ยังเป็นแบบเดิม คือเราไม่อยากให้มี กกต.จังหวัด เพราะมีปัญหาและข้อติฉินนินทาเยอะ ส่วนทาง กกต.ยังอยากให้มี กกต.จังหวัดแล้วให้มีผู้ตรวจการเลือกตั้งด้วย ตรงนี้จะยิ่งหนักเข้าไปใหญ่ ยิ่งเปลืองงบประมาณและไม่คุ้มค่า

      “กรธ.ยังยืนในหลักของผู้ตรวจการเลือกตั้ง เฉพาะช่วงที่มีเลือกตั้ง เพราะหากเอาเขาไปอยู่ประจำ พอตกเย็นก็เจอหน้าคนในพื้นที่ แล้วจะไปจับใครได้ ผมไม่เข้าใจว่าจะอยากมี กกต.จังหวัดไปทำไม โดยโครงสร้างของผู้ตรวจการเลือกตั้งจะมีจำนวน 5-8 คน จังหวัดไหนใหญ่ก็มีมาก และอาจมีส่วนกลางเป็นม้าเร็วไปเสริมได้ ซึ่งการจะส่งม้าเร็วลงไปก็ต่อเมื่อได้ข่าวว่ามีการทำการทุจริต ก็จะลงไปได้ทันที” นายมีชัยกล่าว

      นายมีชัยกล่าวว่า ส่วนข้อห่วงกังวลจากหลายฝ่ายเรื่องการรีเซตกรรมการองค์กรอิสระนั้น ตรงนี้ก็แล้วแต่ทาง สนช. เพราะ กรธ.ก็ยังยืนยันคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญ แต่ตอนนี้กำลังจะมีปัญหา เพราะกรรมการสิทธิมนุษยชนฯ (กสม.) เขาสมัครใจอยากรีเซต ทีนี้ถ้าไปรีเซต กสม.ขึ้นมา ก็จะเกิดคำถามว่าแล้วทำไมองค์กรอื่นถึงไม่รีเซต องค์กรแรกที่จะต้องมาดูในเรื่องของคุณสมบัติคือคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพราะจะเป็นกฎหมายลูกที่เสร็จออกมาเป็นฉบับแรก ซึ่งจะเป็นต้นแบบให้กับองค์กรอิสระที่เหลือ

      สำหรับเนื้อหาของร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. .... ที่ กรธ.ปรับปรุงล่าสุดเมื่อวันที่ 7 เม.ย. มีทั้งสิ้น 4 หมวด และบทเฉพาะกาล รวม 78 มาตรา ซึ่งเนื้อหาที่น่าสนใจ อาทิ ขั้นตอนการสรรหาองค์กรอิสระ ซึ่งกำหนดในมาตรา 12 ระบุว่า ในการสรรหากรรมการ ให้คณะกรรมการสรรหาปรึกษาหารือ เพื่อคัดสรรให้ได้บุคคลซึ่งมีความรับผิดชอบสูง มีความกล้าหาญในการปฏิบัติหน้าที่ มีพฤติกรรม ทางจริยธรรมเป็นตัวอย่างที่ดีของสังคม รวมตลอดทั้งมีทัศนคติที่เหมาะสมในการปฏิบัติหน้าที่ ให้เกิดผลสำเร็จ โดยนอกจากการประกาศรับสมัครแล้ว ให้คณะกรรมการสรรหาดำเนินการสรรหาจากบุคคลซึ่งมีความเหมาะสมทั่วไปได้ด้วยแต่ต้องได้รับความยินยอมของบุคคลนั้น ทั้งนี้ โดยคำนึงถึงความหลากหลายของประสบการณ์ที่แตกต่างกันในแต่ละด้านประกอบด้วย และเพื่อประโยชน์ แห่งการนี้ ให้กรรมการสรรหาใช้วิธีการสัมภาษณ์ผู้สมัครหรือให้ผู้สมัครแสดงความคิดเห็น ในเรื่องที่เกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการ หรือวิธีการอื่นใดที่เหมาะสม เพื่อประกอบการพิจารณาด้วย ซึ่งให้ใช้บังคับแก่การคัดเลือกผู้สมควรได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการของที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาด้วยโดยอนุโลมด้วย

      โดยในการสรรหาหรือคัดเลือก ให้ใช้วิธีลงคะแนนโดยเปิดเผย และผู้ซึ่งจะได้รับการสรรหาต้องได้รับคะแนนเสียงถึง 2 ใน 3 ของจำนวนทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของคณะกรรมการสรรหา

      กกต.อยู่แค่ 30 วัน

      ส่วนตัวของ กกต.ชุดปัจจุบันนั้น ได้กำหนดในบทเฉพาะกาล ในมาตรา 70 ไว้ว่า ให้ประธาน กกต.และกกต. ซึ่งดำรงตำแหน่งอยู่ในวันก่อนวันที่ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญนี้ใช้บังคับ บรรดาที่มีคุณสมบัติ และไม่มีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ ยังคงอยู่ในตำแหน่งต่อไปจนกว่าจะครบวาระตามที่กำหนดใน พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ.2550 หรือพ้นจากตำแหน่งตามมาตรา 16

      ประธาน กกต.หรือ กกต. ซึ่งยังคงอยู่ในตำแหน่งต่อไป ถ้าเป็นผู้ซึ่งได้รับการสรรหาจากคณะกรรมการสรรหาตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย กกต. พ.ศ.2550 ให้ถือว่าเป็น กกต. ซึ่งได้รับการสรรหาจากคณะกรรมการสรรหาตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญนี้ และถ้าเป็นผู้ซึ่งได้รับการสรรหาจากที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย กกต. พ.ศ.2550 ให้ถือว่าเป็น กกต. ซึ่งได้รับการคัดเลือกจากที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญนี้

      มาตรา 71 ภายใน 15 วันนับแต่วันที่ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญนี้ใช้บังคับ ให้ศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระที่มิใช่ กกต. แต่งตั้งและส่งชื่อผู้แทนให้สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาเพื่อประกอบเป็นคณะกรรมการสรรหาตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ เมื่อพ้นกำหนดเวลาแล้ว หากศาลรัฐธรรมนูญหรือองค์กรอิสระใดยังไม่อาจแต่งตั้งผู้แทนได้ หรือในกรณีที่ไม่มีผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ให้คณะกรรมการสรรหาปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้ โดยให้ถือว่าคณะกรรมการสรรหาประกอบด้วยกรรมการสรรหาเท่าที่มีอยู่ แต่ไม่เป็นการตัดสิทธิศาลรัฐธรรมนูญหรือองค์กรอิสระที่จะแต่งตั้งผู้แทนมาในภายหลัง การแต่งตั้งดังกล่าวไม่มีผลให้การดำเนินการของคณะกรรมการสรรหาที่ได้ดำเนินการไปแล้วต้องเสียไป

      ภายใน 15 วันนับแต่วันพ้นจากระยะเวลาตามวรรคหนึ่ง ให้คณะกรรมการสรรหาพิจารณาและวินิจฉัยว่าประธาน กกต.และ กกต.ซึ่งดำรงตำแหน่งอยู่ในวันก่อนวันที่ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญนี้ใช้บังคับผู้ใดขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญหรือไม่

      ในกรณีที่คณะกรรมการสรรหามีคำวินิจฉัยว่าประธาน กกต.หรือ กกต.ผู้ใดขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ ให้ประธาน กกต.หรือ กกต.ผู้นั้นพ้นจากตำแหน่งตั้งแต่วันถัดจากวันที่คณะกรรมการสรรหามีคำวินิจฉัย โดยคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหาให้เป็นที่สุด

      มาตรา 72 ให้คณะกรรมการสรรหาตามมาตรา 71 ดำเนินการสรรหาผู้สมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้ดำรงตำแหน่งใน กกต.ตามจำนวนที่พ้นจากตำแหน่ง ตามมาตรา 71 วรรคสี่ และให้สรรหากรรมการการเลือกตั้งเพิ่มขึ้นอีก 2 คนเพื่อให้ครบจำนวน ตามมาตรา 8 ทั้งนี้ ภายใน 30 วันนับแต่วันที่มีคำวินิจฉัยตามมาตรา 71

      ในกรณีที่ประธาน กกต.หรือ กกต.ที่พ้นจากตำแหน่งเป็นผู้ที่ได้รับการคัดเลือกจากที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา ให้ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาดำเนินการคัดเลือกและส่งชื่อให้คณะกรรมการสรรหาภายใน 30 วันนับแต่วันที่คณะกรรมการสรรหามีคำวินิจฉัย ตามมาตรา 71 เพื่อส่งรายชื่อให้วุฒิสภาดำเนินการต่อไปพร้อมกับรายชื่อที่ได้รับการสรรหา

      ส่วน กกต.ใหม่นั้น ได้กำหนดไว้ในมาตรา 8 ว่า กกต.ประกอบด้วยกรรมการจำนวน 7 คน ซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งตามคำแนะนำของวุฒิสภา

      ส่วนเรื่อง กกต.จังหวัดนั้น ในมาตรา 74 ระบุว่า ให้กรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย กกต.พ.ศ.2550 เป็นอันพ้นจากตำแหน่งตั้งแต่วันที่ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญนี้ใช้บังคับ

      ติดดาบ กกต.สอบบัญชี

      ขณะที่มาตรา 29 ให้คณะกรรมการดำเนินการคัดเลือกบุคคลซึ่งมีภูมิลำเนาในแต่ละจังหวัด จังหวัดละไม่น้อยกว่าห้าคนแต่ไม่เกินแปดคน เพื่อแต่งตั้งเป็นผู้ตรวจการเลือกตั้งตามจำนวนที่เพียงพอแก่การปฏิบัติหน้าที่ครบทุกจังหวัด โดยจัดทำเป็นบัญชีรายชื่อขึ้นไว้ บัญชีรายชื่อดังกล่าวให้ใช้ได้เป็นเวลาตามที่คณะกรรมการกำหนดแต่ต้องไม่เกิน 5 ปี

      ผู้ตรวจการเลือกตั้งต้องไม่เป็นข้าราชการซึ่งมีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำ พนักงานหรือลูกจ้างของหน่วยงานของรัฐ หรือกรรมการหรือที่ปรึกษาของหน่วยงานของรัฐ ไม่เป็นสมาชิกพรรคการเมืองใดในเวลา 5 ปีที่ผ่านมาก่อนการแต่งตั้ง เป็นบุคคลซึ่งเชื่อได้ว่ามีความซื่อสัตย์สุจริต ไม่มีความประพฤติเสื่อมเสีย และต้องมีคุณสมบัติอื่นตามที่คณะกรรมการกำหนดและไม่มีลักษณะต้องห้ามที่กำหนดไว้สำหรับผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทั้งต้องไม่เป็นผู้มีบุพการี คู่สมรส หรือบุตรเป็นหรือสมัครรับเลือกตั้งหรือรับเลือกเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา หรือสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น

      ผู้สมัครเข้ารับการคัดเลือกเป็นผู้ตรวจการเลือกตั้ง ต้องยืนยันในใบสมัครว่ามีความพร้อมที่จะไปปฏิบัติหน้าที่ในจังหวัดใดๆ ที่ได้รับมอบหมายหรือได้รับการแต่งตั้งตามมาตรา 30 ไม่ว่าในเวลาใดๆ ถ้าคณะกรรมการมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ หรือมีเหตุอันควรสงสัยว่าผู้ตรวจการเลือกตั้งผู้ใดขาดความสุจริต ขาดความเที่ยงธรรม มีความประพฤติเสื่อมเสีย ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้าม หรือขาดประสิทธิภาพในการปฏิบัติหน้าที่ ละทิ้งหน้าที่ หรือไม่ยอมปฏิบัติหน้าที่ ให้คณะกรรมการมีมติให้ผู้นั้นพ้นจากตำแหน่งและคัดออกจากบัญชีรายชื่อทันที

      ที่น่าสนใจยังมีมาตรา 32 เพื่อประโยชน์ในการดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจในการควบคุมดูแลการเลือกตั้งให้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม และเป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมาย คณะกรรมการอาจขอให้มีการดำเนินการ ดังต่อไปนี้ 1.ให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน หรือผู้สอบบัญชีรับอนุญาต สอบบัญชีของพรรคการเมือง โดยอาจขอให้ตรวจสอบอย่างเร่งด่วนในช่วงเวลาที่มีการเลือกตั้งด้วยก็ได้ 2.เมื่อปรากฏหลักฐานอันควรเชื่อหรือมีเหตุอันควรสงสัยว่ามีการกระทำความผิดหรือฝ่าฝืนกฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้งและพรรคการเมือง ให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) แจ้งรายงานการทำธุรกรรมของพรรคการเมือง ผู้ดำรงตำแหน่งในพรรคการเมือง หรือผู้สมัคร ตามที่คณะกรรมการแจ้งให้ทราบ หรือให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) หรือสถาบันการเงินตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงินแจ้งให้ทราบถึงการโอนหรือการเบิกจ่ายเงินในกรณีดังกล่าวตามที่คณะกรรมการร้องขอ ทั้งนี้ ภายในเวลาที่คณะกรรมการกำหนด และมิให้นำบทบัญญัติของกฎหมายที่ห้ามหน่วยงานใดเปิดเผยข้อมูลในความครอบครองมาใช้บังคับแก่การแจ้งข้อมูลตามที่คณะกรรมการร้องขอ

      3.ให้หน่วยงานของรัฐทุกหน่วยที่เกี่ยวกับการข่าว แจ้งข้อมูลเบาะแสตามที่คณะกรรมการร้องขอ แต่เมื่อได้รับแจ้งข้อมูลใดแล้ว ให้คณะกรรมการใช้ข้อมูลนั้นเพื่อประโยชน์ ในการสืบสวนหาตัวผู้กระทำความผิดหรือวางมาตรการป้องกันการกระทำความผิดในส่วนที่เป็นหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการ แต่คณะกรรมการจะเปิดเผยข้อมูลและแหล่งข้อมูลมิได้ และเพื่อประโยชน์ในการดำเนินงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้คณะกรรมการมีอำนาจจัดสรรเงินงบประมาณที่สำนักงานได้รับจัดสรรมาให้แก่หน่วยงานนั้นเป็นเงินอุดหนุนทั่วไปของหน่วยงานนั้นได้

      มาตรา 35 เพื่อประโยชน์ในการดำเนินการเลือกตั้งให้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม หรือเป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมาย คณะกรรมการอาจแต่งตั้งบุคคล กลุ่มบุคคล องค์กรชุมชน หรือสถาบันการศึกษาซึ่งสมัครใจปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้ช่วยเหลือการปฏิบัติงานหรือ เป็นผู้สังเกตการณ์ในการเลือกตั้งเพื่อรายงานต่อคณะกรรมการหรือกรรมการทราบได้ตามสมควร หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการปฏิบัติงาน การสนับสนุนทางการเงิน การรายงาน และการประเมินผลการปฏิบัติงาน ให้เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด และให้เผยแพร่ผลการปฏิบัติงานและผลการประเมินให้ประชาชนทราบเป็นการทั่วไปด้วย

      มาร์คหนุนมาตรา 5

      ขณะที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงเนื้อหาในรัฐธรรมนูญ 2560 ที่แก้ไขมาตรา 5 ว่า เป็นเนื้อหาที่ดีแล้ว คือกลับมาเหมือนมาตรา 7 ของรัฐธรรมนูญ 2550 ซึ่งเคยพูดก่อนหน้านี้แล้วว่าการกำหนดรูปแบบกรรมการอาจรัดตัวเกินไป ขอบเขตการวินิจฉัยทำได้แค่เรื่องของข้อกฎหมาย การเขียนกว้างแบบเดิมเปิดโอกาสให้หาทางออกได้มากกว่า และไม่เคยมองว่ากรรมการเหล่านั้นจะปฏิบัติงานราบรื่นได้จริง แม้มีกรรมการ ตัดสินความขัดแย้งแล้วความขัดแย้งเหมือนเดิมก็ไม่จบ จึงไม่อยู่ที่จะมีกรรมการเหล่านี้หรือไม่ แต่ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ และการยอมรับทางออกที่ตรงกัน การกำหนดตามรัฐธรรมนูญนี้จึงทำให้เกิดความยืดหยุ่นมากกว่า

      “ต้องเข้าใจด้วยว่าไม่ใช่อยู่ดีๆ จะใช้มาตรานี้ได้ ต้องเกิดสถานการณ์ที่เข้าข่าย ว่าบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญไม่ครอบคลุมว่าต้องทำอย่างไร เพราะไม่มีกฎหมายไหนจะสามารถเขียนรองรับได้ทุกสถานการณ์ เช่นปัญหาที่เกิดขึ้น สาเหตุที่มาตรา 7 เดิมไม่สามารถนำมาแก้ไขได้ เพราะผู้มีอำนาจไม่พร้อมสละอำนาจของตนเองเพื่อเปิดทางให้แก้ปัญหา และไม่สามารถบังคับได้ ผมจึงบอกว่าปัญหาการเมืองในอดีตอยู่ที่พฤติกรรมและวัฒนธรรมการเมือง ในประเทศที่สามารถหาข้อยุติได้คือมีการยอมถอย ไม่ใช่คิดว่าตัวเองมีสิทธิ์ก็ต้องอยู่อย่างนั้น จึงจะลดแรงกดดันทางสังคมได้ และทำให้แก้ปัญหาได้ ซึ่งรูปแบบการปกครองที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขมีหลักการอยู่แล้ว” นายอภิสิทธิ์กล่าว

      ด้านนายพีระศักดิ์ พอจิต รองประธาน สนช.คนที่สอง กล่าวถึงการพิจารณา พ.ร.บ.จัดทำยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ.... ที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นผู้เสนอว่า กฎหมายดังกล่าวจะเข้าสู่ที่ประชุม สนช.ในวันที่ 20 เม.ย.นี้ โดยต้องจัดทำตามกรอบเวลาที่รัฐธรรมนูญกำหนด คือ ต้องแล้วเสร็จภายใน 120 วัน นอกจากนี้ต้องมีการรับฟังความคิดเห็นภาคส่วนที่เกี่ยวข้องหรืออาจได้รับผลกระทบจากกฎหมายตามมาตรา 77 โดยในส่วนนี้เชื่อว่า ครม.ได้จัดทำความเห็นประกอบมาเรียบร้อยแล้ว เพราะเป็นหน้าที่ของหน่วยงานผู้ที่เสนอกฎหมายโดยตรง ซึ่งต้องทำตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด ดังนั้นเราจึงไม่กังวลทั้งเรื่องกรอบเวลา รายละเอียดของกฎหมายโดยสมาชิก สนช. อาจเพิ่มเวลาในการพิจารณา พ.ร.บ.ยุทธศาสตร์ชาติให้มากขึ้น เพราะเราต้องทำให้ทันเวลาตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด

      ส่วนนายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านบริหารกลาง กล่าวถึงการกำหนดยุทธศาสตร์ 20 ปีของ กกต. ว่า แม้ว่าแผนนั้นจะวางไว้ไกล แต่เราก็ต้องถอดแผนงานออกมาเป็นแผนระยะสั้น 1 ปี และแผนระยะยาวที่เรียกว่าแผน 5 ปี ซึ่งมีความสำคัญ เพราะเป็นการสร้างพื้นฐานในการเดินไปสู่ 20 ปี โดย 5 ปีแรกก็ต้องเดินไปในทิศทางที่ถูกต้อง รวมไปถึงการกำหนดแผนงานกิจกรรมต่างๆ ที่สอดคล้องกัน รวมถึงกำหนดเป้าหมายในการทำงาน ว่าเมื่อทำงานแล้วสิ่งที่ต้องการให้เกิดความสำเร็จในแต่ละขั้นตอนเป็นอย่างไร โดยจะมีตัวชี้วัดจำนวนหนึ่งประมาณ 10 ตัว และหลากหลายออกไป เช่น บางตัวก็อาจวัดทุกปีตั้งแต่วันนี้จะมีการวัดและประเมินผลทุกปีก็เป็นไปได้ หรือบางตัวก็อาจวัดเมื่อมีกิจกรรมใหญ่ๆ เช่น เมื่อการเลือกตั้งเสร็จสิ้นลง ว่าการเลือกตั้งครั้งใหม่ต้องมีอะไรเกิดขึ้น และแตกต่างจากการเลือกตั้งครั้งก่อนๆ อย่างไร และบางตัวก็วัดโดยมองจากเวลาที่กำหนดไว้ภายใต้เงื่อนไขของกฎหมายต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น เมื่อมีกฎหมายพรรคการเมืองแล้วต้องมีระยะเวลาให้พรรคการเมืองทำกิจกรรมในระยะเวลาหนึ่ง และหลังจากนั้นเมื่อครบกำหนดแล้วในช่วงของการทำกิจกรรมต่างๆ ของพรรคการเมือง กกต.ต้องมีบทบาทในการเข้าไปส่งเสริม เ
      พราะฉะนั้นเมื่อครบกำหนดแล้วก็ต้องมาประเมินว่าเกิดความสำเร็จตามนั้นหรือไม่

      “นอกจากนี้ การบริหารจัดการเลือกตั้ง เราก็มีตัวชี้วัดที่จะประเมินว่าในการเลือกตั้งครั้งต่อไป ไม่ว่าจะเกิดขึ้นในปีใดต้องมีนวัตกรรมใหม่ๆ เกิดขึ้นอย่างน้อย 11 อย่าง ซึ่งเป็นสิ่งที่เราคิดค้นใหม่ขึ้นมาเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน หรือเพื่อช่วยทำให้การเลือกตั้งนั้นเป็นไปโดยบริสุทธิ์และเที่ยงธรรมมากขึ้น โดยนวัตกรรมที่ กกต.ได้ทำแล้วคือ การจดทะเบียนผู้มีสิทธิออกเสียงที่ประสงค์ที่จะใช้สิทธิล่วงหน้าในอินเทอร์เน็ต หรือการรับสมัคร ส.ส.โดยระบบอินเทอร์เน็ตควบคู่กับระบบปกติ การใช้บัตรสมาร์ทการ์ดในการแสดงตนของประชาชน เพื่อลดขั้นตอนและเวลาในการใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า” นายสมชัยกล่าว

      นายสมชัยยังกล่าวถึงการประเมินจำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งว่า ต้องดูถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในช่วงเวลาดังกล่าวด้วยว่าคนจะมาใช้สิทธิมีความตื่นตัวมากน้อยขนาดไหน แต่ กกต.จัดเตรียมกลไกทุกอย่างเพื่ออำนวยความสะดวกกับประชาชนทุกกลุ่มทุกประเภทให้มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการขยายเวลาเลือกตั้งล่วงหน้าให้มากขึ้น การกำหนดเครื่องมือในการอำนวยความสะดวกทุกกลุ่มยกตัวอย่าง เช่น แอปพลิเคชันในการนำคนไปยังหน่วยเลือกตั้ง ที่เรียกว่าแอปดาวเหนือ หรืออำนวยความสะดวกกับผู้สูงอายุ ถ้าใครต้องการเพิ่มหน่วยเลือกตั้งพิเศษ ก็สามารถแจ้งมาได้ ซึ่ง กกต.พยายามให้ทุกสิทธิ์ทุกเสียงมีความหมาย เช่น คนไทยในต่างประเทศ ซึ่งจากเดิมเอาคะแนนที่นับได้ส่งกลับมาที่ไทย แต่ถ้าส่งไม่ทันภายในกำหนดคะแนนก็เสียไป เราจึงเปลี่ยนกลไกใหม่ว่าให้นับคะแนนในสถานทูตแต่ละที่อยู่ประจำประเทศนั้นๆ เลย ภายใน 24 ชม. หลังจากที่ประเทศไทยได้ปิดหีบ เมื่อนับคะแนนเสร็จสถานทูตก็จะเป็นผู้ส่งคะแนนทั้งหมดกลับมา นอกจากนี้ยังมีแนวความคิดสำหรับผู้ที่มาใช้สิทธิไม่ได้ เช่น ผู้ป่วย เราจะนำรถเลือกตั้งเคลื่อนที่ไปในโรงพยาบาลที่มีผู้ป่วยที่อยู่ประจำอำนวยความสะดวกให้ ส่วนการคาดการสำหรับผู้ที่จะมาใช้สิทธิ เราต้องรอผลที่เกิดขึ้นอีกทีหนึ่ง

      “ส่วนด้านการมีส่วนร่วมของภาคเอกชนและประชาสังคมในการสอดส่องดูแลการเลือกตั้ง ยิ่งทำยิ่งลดลง ล่าสุดในการเลือกตั้งเมื่อการเลือกตั้งเมื่อปี 2 ก.พ.2557 มีองค์กรเอกชนเข้าร่วมประมาณ 22 จังหวัด ซึ่งหายไป 55 จังหวัด ฉะนั้นระหว่างการเตรียมการ ก็ต้องไปสร้างเครือข่ายภาคเอกชน ส่งเสริมองค์กรเหล่านั้นให้เกิดความพร้อม และเมื่อมีการเลือกตั้งเกิดขึ้น ก็ต้องมีองค์กรเอกชนให้ครบทุกจังหวัด ในขณะเดียวกัน ต้องครอบคลุมในพื้นที่อย่างน้อย 75% ของหน่วยเลือกตั้งทั้งประเทศ” นายสมชัยกล่าว

      หวังพรรคการเมืองซื่อสัตย์

      วันเดียวกัน สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ได้สำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 1,287 คน ในหัวข้อ “คนไทยคิดอย่างไร? กับพรรคการเมืองไทย” โดยเมื่อสอบถามกรณีเห็นด้วยหรือไม่? ที่พรรคการเมืองออกมาเรียกร้องให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ผ่อนปรนให้พรรคการเมืองไทยสามารถทำกิจกรรมทางการเมืองได้พบว่า 42.88% เห็นด้วย เพราะเป็นไปตามระบอบประชาธิปไตย ทุกพรรคย่อมมีสิทธิเสรีภาพ อยากเห็นแนวคิดและวิสัยทัศน์เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ แต่ต้องอยู่ในขอบเขตที่เหมาะสม 30.15% ไม่เห็นด้วย เพราะที่ผ่านมาก็มีการเคลื่อนไหวอยู่ตลอด แต่มีมาตรา 44 ควบคุมอยู่ ถ้าไม่มีอาจสร้างความวุ่นวายมากขึ้นกว่าเดิม และ 27.02% ไม่แน่ใจ เพราะขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของ คสช. อาจเป็นการออกมาเรียกร้องเพื่อหวังผลอย่างใดอย่างหนึ่ง ฯลฯ

      สวนดุสิตโพลยังสอบถามว่า หลังจากประกาศใช้รัฐธรรมนูญ 2560 ประชาชนอยากเห็นบทบาทของพรรคการเมืองไทยเป็นอย่างไร? พบว่า 74.44% อยากให้เป็นแบบอย่างที่ดีให้กับสังคม ไม่สร้างความแตกแยก 71.87% อยากให้มีส่วนร่วมในการช่วยเหลือบ้านเมือง พัฒนาประเทศให้ดีขึ้น และ 65.19% อยากให้เคารพกฎหมาย กติกา และระบอบประชาธิปไตย ส่วนเมื่อสอบถามว่า ประชาชนอยากเห็นกิจกรรมต่างๆของพรรคการเมืองไทยในเรื่องอะไรบ้าง? พบว่า 64.65% เตรียมพร้อมสู่การเลือกตั้ง คัดเลือกผู้สมัคร กำหนดวิสัยทัศน์และนโยบาย 55.71% อยากให้ลงพื้นที่พบปะประชาชน และพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนให้ดีขึ้น และ 51.75% อยากให้สร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างพรรคการเมือง และเสริมสร้างความปรองดอง

      “เมื่อถามถึงลักษณะของพรรคการเมืองไทยที่ประชาชนอยากให้เป็นรัฐบาล ควรเป็นอย่างไร? พบว่า 80.26% อยากให้ยึดหลักธรรมาภิบาล ซื่อสัตย์ สุจริต และคำนึงถึงส่วนรวมเป็นสำคัญ 77.78% อยากให้สามารถบริหารบ้านเมืองได้อย่างมีประสิทธิภาพ และแก้ปัญหาเศรษฐกิจให้ดีขึ้น และ 69.08% อยากให้รัฐบาลมาจากการเลือกตั้ง และมาจากการตัดสินใจของประชาชน” ผลโพลระบุ.

       

      •  Home »

        ‘ข้าวแช่อินทรีย์’ เพื่อสุขภาพ โรงแรมสามพราน ริเวอร์ไซด์

         
      • Sunday, April 16, 2017 - 00:00

        นอกจากเดือนเมษายนจะได้ชื่อว่าเป็นเดือนแห่งความร้อนที่อุณหภูมิพุ่งสูงปรี๊ดทุกปีแล้ว ยังถือเป็นเดือนของเทศกาล “ข้าวแช่” มนต์เสน่ห์อาหารพื้นบ้านของชาวมอญโบราณ เมนูคลายร้อนยอดฮิตตั้งแต่อดีตจนปัจจุบัน ซึ่งจัดกันเป็นประจำทุกปี โดยเฉพาะห้องอาหาร ตามโรงแรม ห้างร้านต่างๆ ที่พากันรังสรรค์อาหารว่างชนิดนี้ ไว้บริการลูกค้าได้ลิ้มลองให้ชื่นฉ่ำใจกันตลอดทั้งเดือน

        เช่นเดียวกับห้องอาหารอินจัน ของโรงแรมสามพรานริเวอร์ไซด์ จ.นครปฐม หนึ่งในห้องอาหารเก่าแก่ที่เลื่องชื่อ เปิดบริการให้กับลูกค้ามานานกว่า 50 ปี ก็ไม่พลาดเมนูนี้เช่นกัน ความพิเศษสำหรับปีนี้ เน้นข้าวแช่เพื่อสุขภาพ คัดเลือกวัตถุดิบที่ผลิตด้วยระบบอินทรีย์ใช้ในการปรุง ส่วนรสชาติยังคงความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของอิน-จัน

        อรุษ นวราช กรรมการผู้จัดการโรงแรมสามพราน ริเวอร์ไซด์ กล่าวว่า ปีที่ผ่านมา เมนูข้าวแช่ได้รับกระแสตอบรับที่ดีมาก อาจจะเป็นเพราะความพิเศษที่แตกต่าง ข้าวแช่ที่นี่ใช้ข้าวหอมมะลิ 105 ที่ปลูกด้วยระบบอินทรีย์ จากเกษตรกรในโครงการสามพรานโมเดล มีกลิ่นหอมคล้ายใบเตย และวัตถุดิบที่นำมาปรุงเป็นเครื่องเคียงส่วนใหญ่เป็นวัตถุดิบที่ผลิตด้วยระบบอินทรีย์ ทำให้เมนูนี้ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก ซึ่งนอกจากคลายร้อนแล้วยังได้เรื่องสุขภาพอีกด้วย

        ทั้งนี้ กรรมวิธีการทำข้าวแช่ต้องอาศัยความพิถีพิถันในทุกขั้นตอนเพื่อให้ได้รสชาติและคุณภาพมาตรฐานด้วยคุณลักษณะพิเศษของข้าวหอมมะลิ 105 ที่ให้กลิ่นหอมคล้ายกลิ่นใบเตย รสชาติอร่อย ไม่นุ่มหรือเหนี่ยวจนเกินไป เมื่อนำไปทำข้าวแช่ยิ่งเพิ่มความหอมรัญจวน ชวนให้รับประทานยิ่งนัก เริ่มตั้งแต่การคัดเลือกข้าวสารนำไปหุงให้พอสุก นำข้าวมาขัดให้ใส จากนั้นนำไปนึ่งอีก 15 นาที ทิ้งไว้ให้เย็น แล้วนำไปอบด้วยเทียนอบและดอกมะลิให้มีกลิ่นหอม เวลารับประทาน ให้นำน้ำที่อบควันเทียนและดอกมะลิใส่ในข้าว โรยด้วยกลีบกุหลาบมอญอินทรีย์ และยังเติมน้ำแข็งเพิ่มความชุ่มฉ่ำใจได้อีก

        ในส่วนของเครื่องเคียงปีนี้ทางโรงแรมยังคงจัดให้เลือกลิ้มชิมรสอย่างหลากหลาย มีทั้งพริกหยวกสอดไส้หมูสับและกุ้งสับที่ปรุงรสแล้ว นึ่งพอสุกห่อด้วยหรุ่มหน้าตาสวยงาม รสชาติกลมกล่อม หัวไชโป๊วผัดก็เลือกใช้หัวไชโป๊วอย่างดี เคี่ยวให้เปื่อยแล้วผัดจนแห้ง นำไปปรุงรสให้ออกหวานกำลังดี ส่วนลูกกะปินี่สำคัญ ต้องเลือกกะปิอย่างดี นำมาผสมกระชาย หอมแดง ตะไคร้ ปลากะพงย่างและคลุกเคล้าให้เข้ากันจนเหนียว จากนั้นปั้นเป็นลูกกลมๆ ชุบไข่แล้วนำไปทอดจะได้ลูกกะปิที่รสชาติกลมกล่อมหอมน่ารับประทาน นอกจากนี้ยังมีหมูฝอยปรุงรสและปลาหวาน รับประทานแกล้มกับผักต่างๆ เช่น ใบมะม่วงเขียวเสวย ดอกกระชาย ต้นหอม

        ที่สำคัญทุกอย่างถูกบรรจงปรุงแต่งขึ้นอย่างปราณีต ใส่ใจในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การคัดสรรค์วัตถุดิบต้องสดใหม่ ขั้นตอนในการปรุงเน้นสะอาด ปลอดภัย และยังคงรสชาติอร่อยตามต้นตำรับสวนสามพราน

        คุณลักษณะพิเศษของ “ข้าวแช่อินทรีย์” นอกจากช่วยลดอุณหภูมิความร้อนในร่างกายได้ระดับหนึ่งแล้ว ข้าวแช่ยังให้ประโยชน์อีกมากโข ทั้งในเรื่องของสุภาพและคุณค่าทางยาเชิงสมุนไพรที่ย่อยง่ายสร้างความสมดุลภายในร่างกาย ผิวพรรณชุ่มชื่น ลดความเสี่ยงต่อการเจ็บไข้ เช่น ผิวแห้ง ปากแตกจากอาการร้อนใน ช่วยในเรื่องการขับถ่าย แก้ปัญหาท้องผูก เป็นต้น ด้วยคุณประโยชน์ทั้งหลายทั้งปวง ร้อนนี้จึงไม่ควรพลาด ชวนมารับประทานข้าวแช่กันเถอะ

        ห้องอาหารอินจัน โรงแรมสามพรานริเวอร์ไซด์ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำท่าจีน เปิดให้บริการมากว่า 50 ปี นอกจากเมนูพิเศษรับลมร้อนอย่าง “ข้าวแช่อินทรีย์ เพื่อสุขภาพ” แล้ว ยังมีอาหารไทยอีกหลากหลายเมนูที่อร่อยน่าลิ้มลองเช่นกัน เปิดบริการทุกวัน เวลา 11.00-15.00 น. และช่วงเย็นวันเสาร์ เวลา 17.00-21.00 น. สนใจสำรองที่นั่ง 0-3432-2588-93.

         ....................................................
         
        16 เมษายน 2560

     

     

     

     

     

     



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 BlueHill ถูกใจสิ่งนี้ (1)
นายยั้งคิด วันที่ : 20/04/2017 เวลา : 17.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

ตอบ ความคิดเห็นที่ 1นายยั้งคิด ถูกใจสิ่งนี้ ถูกใจความคิดเห็นนี้ (1)
like เรียบร้อยแล้ว

BlueHill
..........................................................
ขอเดานะครับ บ.ก. ... ปธน.ทรั้มป์ซึ่งต้องขึ้นอยู่กับการพิจารณาของคณะเสนาธิการทหาร อาจใช้วิธีสกัดกั้น 'ตัดไฟแต่หัวลม' ซึ่งใช้เวลาเพียววันเดียวก็จบครับ .... เอาเข้าจริงจีน - รัสเซีย ก็คงปกป้องเด็กดื้อ คิม จอง อึน ไม่ได้หรอกครับ

ความคิดเห็นที่ 1 นายยั้งคิด ถูกใจสิ่งนี้ (1)
BlueHill วันที่ : 19/04/2017 เวลา : 10.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

ถ้ารบกัน คุณลุงว่า ตาคิมจะต้านตาทรัมป์ ได้กี่ยกครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน