• นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-06-16
  • จำนวนเรื่อง : 3843
  • จำนวนผู้ชม : 2890712
  • จำนวนผู้โหวต : 1605
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1605 คน

<< เมษายน 2017 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30            

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพฤหัสบดี ที่ 20 เมษายน 2560
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 630 , 20:25:15 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน สิงห์นอกระบบ โหวตเรื่องนี้

สวัสดีครับ

         'คม ชัด ลึก ' จั่วหัวเรื่องเสียดิบดีว่า "เจอแล้ว!! 'คนถอนหมุด' มีสองกลุ่มการเมือง" แต่ที่แท้เป็นเรื่องเก่า และ

แค่ทำพิธี หรือทำเชิงสัญลักษณ์เท่านั้น  .....  โธ่เอ๊ย ... !!

 

 

คม ชัด ลึก

"สปน."รับลูก"บิ๊กตู่"จี้หน่วยราชการทั่วปท.ตั้งศูนย์ข้อมูล

การเมือง  :  1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

 
นายจิรชัย มูลทองโร่ย ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี(สปน.) 
 
ข่าวการเมือง คมชัดลึก, จิรชัย สั่งหน่วยงานราชทั่วประทศ, จิรชัย มูลทองโร่ย ปล, สปน, รับ, ลูก, บิ๊ก, ตู่, จี้, หน่วยราชการ, ทั่ว, ตั้ง, ศูนย์, ข้อมูล, บิ๊กตู่

"สปน."รับลูก"บิ๊กตู่"จี้หน่วยราชการทั่วประเทศ ตั้งศูนย์ข้อมูลข่าวสาร ให้ปชช.สืบค้น อย่างสะดวก 

 

          20 เม.ย. 60 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายจิรชัย มูลทองโร่ย ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี(สปน.) เปิดเผยว่า ตามที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) สั่งการให้ปี 2560 เป็นปีแห่งศูนย์ข้อมูลข่าวสารสปน.จึงจัดทำโครงการส่งเสริมและแนะนำหน่วยงานของรัฐจัดตั้งศูนย์ข้อมูลข่าวสารของราชการและปฏิบัติตามพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)ข้อมูลข่าวสารของราชการพ.ศ.2560ระหว่างเดือนเม.ย.-ส.ค.นี้ เพื่อกระตุ้นให้หน่วยงานของรัฐทั้งในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่นจัดตั้งศูนย์ข้อมูลข่าวสารของราชการ เพื่อให้บริการประชาชนได้อย่างสะดวกรวดเร็ว โดยเปิดให้ประชาชนสามารถสืบค้นข้อมูลข่าวสารของทางราชการได้อย่างสะดวก โดยแบ่งการดำเนินโครงการเป็น 10 กลุ่มจังหวัด และกำหนดวันและสถานที่จะดำเนินการส่งเสริมและแนะนำการจัดตั้งศูนย์ข้อมูลข่าวสารดังนี้ กลุ่มที่ 1.ได้แก่ ชลบุรีระยอง จันทบุรี ตราด นครนายก และฉะเชิงเทรา จะดำเนินการก่อนเป็นกลุ่มแรก โดยตั้งศูนย์ฯ ที่ ระยองในวันที่20-21เม.ย.นี้

          นายจิรชัย กล่าวว่า ส่วนกลุ่มที่2. ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย น่าน แพร่ แม่ฮ่องสอน พะเยา ลำปาง และลำพูนดำเนินการตั้งศูนย์ฯ ที่ เชียงใหม่ในวันที่ 18-19 ..นี้ กลุ่มที่3.ได้แก่ พิษณุโลก ตาก เพชรบูรณ์ สุโขทัย อุตรดิตถ์ นครสวรรค์ กำแพงเพชร และพิจิตรดำเนินการตั้งศูนย์ฯ ที่พิษณุโลกในวันที่ 25-26 ..นี้ กลุ่มที่4. ได้แก่ สุพรรณบุรี ลพบุรี สิงห์บุรี ชัยนาท สระบุรี อุทัยธานี นนทบุรี อ่างทอง ปทุมธานี และพระนครศรีอยุธยา ดำเนินการตั้งศูนย์ฯ ที่ สุพรรณบุรี ในวันที่8มิ.ย.นี้

 

          นายจิรชัย กล่าาว่า กลุ่มที่5. ได้แก่ อุบลราชธานี ยโสธร มุกดาหาร ศรีสะเกษ อำนาจเจริญ สกลนครและนครพนม ดำเนินการตั้งศูนย์ฯอุบลราชธานี ในวันที่ 15-16 มิ.ย.นี้ กลุ่มที่ 6. ได้แก่ กระบี่ สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ชุมพร ภูเก็ต ระนอง พังงา และประจวบคีรีขันธ์ ดำเนินการตั้งศูนย์ฯ ที่กระบี่ ในวันที่ 22-23 มิ.ย.นี้ กลุ่มที่ 7. ได้แก่ ขอนแก่น อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬหนองบัวลำภู เลย กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด และมหาสารคาม ดำเนินการตั้งศูนย์ฯที่ขอนแก่นในวันที่ 13 -14 ..นี้ 

          กลุ่มที่8. ได้แก่ นครปฐม ราชบุรี เพชรบุรี กาญจนบุรี สมุทรปราการ สมุทรสาครและสมุทรสงคราม ดำเนินการตั้งศูนย์ฯ ที่นครปฐม ในวันที่ 20 ..นี้ กลุ่มที่9.ได้แก่ สงขลา ปัตตานี ยะลานราธิวาส สตูล พัทลุง และตรัง ดำเนินการตั้งศูนย์ฯที่สงขลาในวันที่3-4ส.ค.นี้ และกลุ่มที่10.ได้แก่ นครราชสีมา บุรีรัมย์สุรินทร์ ปราจีนบุรี สระแก้ว และชัยภูมิดำเนินการตั้งศูนย์ฯที่ นครราชสีมาในวันที่ 17-18ส.ค.นี้

 

รู้ทัน “แชร์ลูกโซ่” ก่อนถูก “ตุ๋น” เปื่อย...

เจาะประเด็นร้อน  :  1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

27
ก่อนถูกตุ๋น, พตทพเยาว์ ทองเสน, ผู้บัญชาการสำนักคดีอาญาพิเศษ, ซินแสโชกุน, คมชัดลึก, รู้ทัน, แชร์, ลูกโซ่, ก่อน, ถูก, ตุ๋น, เปื่อย, แชร์ลูกโซ่, ก่อนถูก, ปากต่อปาก

วันนี้ “แชร์ลูกโซ่” มีวิวัฒนาการไปถึงไหนแล้ว ทำความรู้จัก...ก่อนถูก “ตุ๋น” เปื่อย : ปิยะนุช ทำนุเกษตรไชย ทีมข่าวคมชัดลึกออนไลน์

 

             “แชร์ลูกโซ่” ไม่ใช่ปัญหาใหม่ แต่เป็นการหลอกลวงที่มีคู่สังคมไทย มาช้านาน โด่งดังเป็นตำนานคงเป็น แชร์ชม้อย แชร์ชาร์เตอร์ โดยรูปแบบการกำหนดแผนการตลาดให้เป็นเชื้อไฟล่อแมงเม่า จะแตกต่างกันไปตามยุคสมัย มีทั้งแชร์ปุ๋ย แชร์เครื่องอุปโภคบริโภค แชร์ก๊วยเตี๋ยว แชร์ตะเกียงน้ำมันหอมระเหย แชร์น้ำมันกฤษณา แชร์ตู้เติมเงินออนไลน์

             พ...พเยาว์ ทองเสน ผู้บัญชาการสำนักคดีอาญาพิเศษ1เปิดเผยว่า รูปแบบของแชร์ลูกโซ่มีวิวัฒนาการเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย ปัจจุบันแชร์ลูกโซ่ในรูปแบบการขยายฐานสมาชิกเพื่อขายตรง ลดน้อยลงจนแทบไม่หลงเหลืออยู่เลย เพราะคนส่วนใหญ่รู้ทันว่าเป็นแชร์ลูกโซ่จึงไม่เสี่ยงลงทุน แต่รูปแบบที่กำลังแพร่หลายและสร้างปัญหากระจายไปทั่วประเทศ คือ อันดับ1คือแชร์ลูกโซ่ในรูปแบบฌาปนกิจสงเคราะห์ ช่วงแรกๆจะจ่ายให้เห็นจริง นำเงินใส่ซองไปจ่ายให้ที่หน้างานศพแล้วโพสต์รูปในโซเซียลมีเดีย ซึ่งแชร์รูปแบบนี้กว่าผู้ออมเงินจะรู้ตัวว่าโดนหลอกก็ต่อเมื่อมีสมาชิกในชุมชนเสียชีวิตแล้วไม่ได้รับเงินตามสัญญา

 

             ดังนั้นก่อนตัดสินใจสมัครเป็นสมาชิกฌาปนกิจสงเคระห์ต้องตรวจสอบใน 4จุดสังเกต ว่า

             1. เป็นสมาคมที่จดทะเบียนถูกต้องหรือไม่ ถ้าจดทะเบียนถูกต้องก็เบาใจไป1เปราะ

             2. ถ้าไม่ใช่สมาคมจดทะเบียนต้องถามไปที่สคบ.ถึงแผนการตลาดว่าตรงกับการชี้ชวนหรือไม่

             3. การกำหนดให้จ่ายเงินสมทบรายเดือนต้องไม่ใช่การกำหนดตายตัว คงที่ เช่น จ่ายทุกเดือนๆละ200บาท แบบนี้ให้สันนิษฐานว่าหลอกลวง เพราะการฌาปนกิจที่แท้จริงจะจ่ายสมทบตามยอดการเสียชีวิตของสมาชิก เช่น เดือนมี..มีสมาชิกตาย20ศพ ในเดือนเม..จะเรียกเก็บค่าฌาปนกิจศพละ20บาท รวมยอดจ่าย400บาท ต่อมาเดือนพ..มีคนตาย10ศพ ศพละ20บาท ยอดเรียกเก็บคือ200บาท ดังนั้นการจ่ายสมทบแบบคงที่จึงไม่ใช่รูปแบบของฌาปนกิจสงเคราะห์ที่ถูกต้อง

             4. มีข้อกำหนดให้เชิญชวนหาสมาชิกเพิ่มหรือไม่ ถ้ามีก็จัดอยู่ในกลุ่มเสี่ยงสูง เพราะฌาปนกิจสงเคราะห์ ห้ามโฆษณาชักชวนคนมาเป็นสมาชิก ห้ามจ่ายผลประโยชน์ตอบแทนในการเชิญชวนขยายฐานสมาชิก

             อันดับที่ 2ฉ้อโกงทัวร์ท่องเที่ยว ตั๋วเครื่องบิน กรณีซินแสโชกุน หรือ นางสาวพสิษฐ์ อริญชญ์ลาภิศ เป็นการขายสินค้าผิดกฎหมายตรงที่ไม่จดทะเบียนขายตรง และการฉ้อโกงประชาชน แต่การแฝงทัวร์ท่องเที่ยวต่างประเทศเพื่อจูงใจให้มีการลงทุนซื้อสินค้าจำนวนมากๆเพื่อสะสมแต้ม อาจไม่เข้าข่ายความผิดการกู้ยืมเงินอันเป็นการฉ้อโกงประชาชน หรือแชร์ลูกโซ่ เพราะไม่ได้ตกลงว่าจะจ่ายผลประโยชน์ตอบแทนในอัตราที่สูงกว่าอัตราดอกเบี้ยที่สถาบันการเงินพึงจ่ายได้ สันนิษฐานว่ากลุ่มผู้กระทำความผิดคงได้รับคำแนะนำถึงช่องว่างของกฎหมายมาก่อนกำหนดแผนการตลาด ทำให้รู้ว่าการฉ้อโกงประชาชนในรูปแบบซื้อสินค้าแลกทัวร์ท่องเที่ยวหรือตั๋วเครื่องบิน จะมีอัตราโทษน้อยกว่าแชร์ลูกโซ่

             อันดับ 3แชร์เทรดเงิน เทรดทองคำ เป็นอีกรูปแบบที่กำลังมาแรงในโซเซียลมีเดีย เป็นการลงทุนซื้อขายทองคำหรือสกุลเงินล่วงหน้า ชักชวนให้เปิดบัญชีค้ำประกัน เช่น1ล้านบาทเพื่อเทรดทองคำหรือเงินดอลลาร์ เช่น เทรดทองคำ20บาท ส่งมอบทองคำตั้งแต่7-30วัน เป็นT+7หรือT+30เมื่อครบกำหนดจะไม่ใช้วิธีส่งมอบทองคำแต่ชะใช้วิธีหักเงินและจ่ายเพิ่มกำไรส่วนต่าง ซึ่งรูปแบบนี้สำหรับทองคำไม่เข้าข่ายความผิดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ยกเว้นการสั่งซื้อสกุลเงินต่างประเทศ ซึ่งมีกฎหมายควบคุมเข้มงวดกว่า

      รู้ทัน “แชร์ลูกโซ่” ก่อนถูก “ตุ๋น” เปื่อย...

             “ในการสอบสวนคดีแชร์ลูกโซ่หรือการฉ้อโกงประชาชน ส่วนใหญ่ไม่ใช่การหลอกลวง ผู้ลงทุนรู้ดีว่าเป็นแชร์ลูกโซ่ แต่ตัดสินใจร่วมทุน เพราะพ่ายแพ้ให้กับแรงจูงใจของผลประโยชน์ตอบแทน โดยผู้ที่มาชักชวนมักเป็นเครือญาติหรือเพื่อน ถามว่าเขามาหลอกหรือเปล่า คำตอบคือไม่ เพราะพวกเขาได้ผลตอบแทนจริง ในระยะสั้น7วันลงทุน10,000บาท ได้คืน15,000บาท จึงลงทุนเพิ่มเป็น30,000บาท ได้คืน45,000บาท คืนทุนเร็วแบบนี้เขาจึงบอกต่อ ชวนคนใกล้ชิดให้มาร่วมลงทุน บางคนถึงกับไปกู้เงินมาลงทุน สุดท้ายก็ถูกหลอก”

             “จุดสังเกตง่ายๆ ว่าเป็นแชร์ลูกโซ่หรือไม่ คือ สัญญาจะจ่ายผลประโยชน์สูงเกินจริง การชักชวนให้ร่วมลงทุนโดยไม่มีสถานประกอบการจริง ถ้าใช่2ข้อนี้ ขอแนะนำให้ถอยมาห่างๆ โดยเฉพาะในยุคโซเซียลมีเดีย ที่ทำให้การแพร่สะพัดของแชร์ลูกโซ่กระจายไปแทบทุกจังหวัด ความเสียหายทั่วประเทศ ในอดีตการบอกต่อ"ปากต่อปาก"เต็มที่ได้แค่จังหวัดใกล้เคียง แต่เมื่อพ่วงเข้ากับโซเซียลมีเดีย ทำให้มีผู้เสียหายทั่วทุกภาค”

             ผบ.สำนักคดีอาญาพิเศษ กล่าวต่อว่า เพื่อระงับความเสียหายไม่ให้ลุกลามเป็นวงกว้าง อยากเสนอให้อนุกรรมการป้องกันเงินนอกระบบจังหวัด ซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของผู้ว่าราชการจังหวัด เมื่อพบเบาะแสหรือพฤติการณ์เข้าข่ายแชร์ลูกโซ่ ควรส่งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบเพื่อปรามให้หยุดหรือเลิกพฤติการณ์ ไม่ต้องรอให้เป็นคดีมีผู้เสียหายแล้วค่อยส่งเรื่องมาให้ดีเอสไอสอบสวน

             นอกจากนี้ พ...พเยาว์ ยังตั้งเป็นคำถามไว้ด้วยว่า สมควรเพิ่มอัตราโทษสำหรับคดีแชร์ลูกโซ่ฉ้อโกงประชาชนหรือไม่ เพราะในคดีที่ผู้เสียหายจำนวนมาก หลายคดีศาลพิพากษาจำคุกเป็นพันปี หรือหมื่นปี แต่ลงโทษจริงได้เต็มที่ไม่เกิน20ปี เช่นนี้ทำให้คนร้ายไม่หวาดกลัวกับโทษทัณฑ์หรือไม่

 

เจอแล้ว!! 'คนถอนหมุด' มีสองกลุ่มการเมือง

90
บุนสิน หยกทิพย์, ชมรมธรรมาธิปไตยแห่งชาติ, ขบวนการประชาธิปไตยแห่งชาติ, กลุ่มการเมือง, หาย, เจาะประเด็นร้อน, คมชัดลึก, เจอแล้ว, ถอน, หมุด, สอง, กลุ่ม, การเมือง, คนถอนหมุด, มีสองกลุ่มการเมือง, หมุดหาย, หมุดอยู่ไหน, หายไปก็ดีแล้ว, สงครามประวัติศาสตร์, ถอนหมุด, สมาน, คณะราษฎร, บุญสิน, สมาน ศรีงาม, ถอนหมุ

“หมุดหาย” กลายเป็นความขัดแย้งในสังคมไทยอีกครั้ง เหมือนฉายหนังม้วนเก่า

 

               ฝ่ายไม่ชอบทหาร ก็ทวงถามว่า “หมุดอยู่ไหน” ส่วนฝ่ายเชียร์ทหาร ไชโยโห่ฮิ้ว “หายไปก็ดีแล้ว”

               ในสื่อโซเชียลเต็มไปด้วย “เรื่องเล่า” อันเกี่ยวเนื่องกับการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 ต่างคนต่างเล่า ต่างขั้วต่างค่าย ประหนึ่งเป็น “สงครามประวัติศาสตร์”

 
 

               ขณะที่คนส่วนใหญ่ยังงุนงงว่า ใครขุดหมุดออกไป?

               จากการตรวจสอบผ่านสื่อโซเชียลมีเดีย และข่าวสารล่าสุด พบว่ามี 2 กลุ่มการเมือง ที่แสดงตัวว่า ได้ “ถอนหมุด” เชิงสัญลักษณ์ไปแล้ว

 

เจอแล้ว!! 'คนถอนหมุด' มีสองกลุ่มการเมือง

 

               กลุ่มแรก - ขบวนการประชาธิปไตยแห่งชาติ นำโดย สมาน ศรีงาม

               เมื่อวันอาทิตย์ที่ 16 เม.ย. สมาน ศรีงาม ได้ประกาศตัวผ่านเฟซบุ๊ก ว่า

               "เราขบวนการประชาธิปแห่งชาติ สภาประชาชนปฏิวัติสันติแห่งชาติ และพรรคการนำใหม่ประชาชนปฏิวัติสันติ และสถาบันปฏิวัติสันติพุทธอหิงสาธรรมประเสริฐ ทรัพย์สุนทร ฯลฯ ได้เสนอไว้มาหลายสิบปีแล้ว..และได้ทำพิธีถอนหมุดแห่งมิจฉาทิฎฐินี้ออกไปถึง 3 ครั้งแล้วในอดีตที่ผ่านมา..."

               พร้อมกับนำภาพประกอบพิธีกรรมการถอนหมุดในเชิงสัญลักษณ์ เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2559

 

เจอแล้ว!! 'คนถอนหมุด' มีสองกลุ่มการเมือง

 

               "ถอนหมุดคณะราษฎร..ช่วยชาติช่วยประชาชนอย่างมากมายยิ่งใหญ่ที่สุด ทำลายความเห็นผิด สร้างความเห็นถูก..ดังนั้น การถอนหมุดความเห็นผิดมิจฉาทิฎฐิ หมุดแห่งเผด็จการ หมุดแห่งทำลายชาติทำร้ายประชาชน หมุดกลบฝังประชาธิปไตย...จึงเป็นสิ่งที่ถูกต้องอย่างยิ่งไม่ว่าจะพิจาณาในด้านใดๆ ชอบธรรมอย่างยิ่งอย่างปราศจากเงื่อนไข (Righteousness) ไม่ว่าผู้ใดจะขุดถอนหมุดจะเป็นใครก็ตาม"

               “สมาน” ผู้สานต่อเจตนารมณ์ของ ประเสริฐ ทรัพย์สุนทร อดีตกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย ตามทฤษฎีปฏิวัติประชาธิปไตย ที่วิจารณ์การเปลี่ยนแปลงของคณะราษฎรมาโดยตลอด

               เมื่อ ประเสริฐ ทรัพย์สุนทร ถึงแก่กรรม ปลายปี 2537 เขาจึงเป็นผู้สืบทอดความคิดลัทธิประชาธิปไตย ที่ตรงข้ามกับความคิดของ “คณะราษฎร”

 

เจอแล้ว!! 'คนถอนหมุด' มีสองกลุ่มการเมือง

 

               กลุ่มที่สอง - ชมรมธรรมาธิปไตยแห่งชาติ นำโดย บุนสิน หยกทิพย์

               เมื่อวันที่ 20 เม.ย. บุญสิน หยกทิพย์ ฝ่ายประสานงานชมรมธรรมาธิปไตยแห่งชาติ เดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์ พ.ต.อ.มนตรี เทขัน ผกก.สน.ดุสิต เพื่อขอลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานและให้ช่วยติดตามหมุดคณะราษฎร สัญลักษณ์เหตุการณ์อภิวัฒน์สยาม 2475 ที่อยู่บริเวณลานหน้าพระบรมรูปทรงม้า ที่หายไป

               “บุญสิน” เป็นกลุ่มคนที่ประกาศต่อสาธารณชนว่า การกระทำในอดีตคณะราษฎร ไม่ถูกต้อง ไม่ชอบธรรม และเป็นเผด็จการรัฐธรรมนูญ

               เหตุที่ต้องมาแจ้งความ บุญสินอธิบายว่าตนต้องการเดินทางมาแจ้งความเพื่อลงบันทึกประจำวันเพื่อให้ติดตามหาหมุดดังกล่าว ซึ่งเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่บอกว่า ประเทศไทยก่อกำเนิดรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่ระบอบประชาธิปไตย อยากให้เข้าหน้าที่ตำรวจติดตามกลับคืนมาให้ได้ และเมื่อได้คืนมาแล้วขอให้นำไปเก็บรักษา ไม่ใช่นำไปวางไว้กับพื้น

               บุญสินก็คิดเหมือนกับ “สมาน ศรีงาม” แห่งขบวนการปฏิวัติสันติ ที่อยาก “ถอนหมุดคณะราษฎร”

               “เดิมทีผมตั้งใจจะไปขุดออกมาเก็บไว้อยู่ แต่มีคนขุดเสียก่อน”

               หากเข้าไปส่องเฟซบุ๊ก “บุญสิน หยกทิพย์” ก็จะเห็นการเคลื่อนไหวเผยแพร่แนวคิด “ธรรมาธิปไตย” โดยมีการอัดคลิปลงในเฟซฯ ทุกวัน

 

เจอแล้ว!! 'คนถอนหมุด' มีสองกลุ่มการเมือง

 

               “รัฐธรรมนูญกับประชาธิปไตยเป็นสื่งเดียวกัน หรือคนละสิ่ง คำตอบของชาวบ้านและประชาชนทั่วไปคือคนละสิ่ง แต่นักการเมืองและผู้นำและผู้จบการศึกษาตั้งแต่ปริญญาตรีขึ้นไปตอบเป็นสิ่งเดียวกัน เพราะเขาติดตำราสอนจาก นายปรีดี พนมยงค์ เข้าใจว่ารัฐธรรมนูญคือประชาธิปไตย ประเทศไทยกำเนิดรัฐธรรมนูญ”

               นี่คือความคิดของบุญสิน

               วันรัฐธรรมนูญปีที่แล้ว บุญสิน ไปถ่ายรูปกับหมุดคณะราษฎร แล้วขึ้นสเตตัสในเฟซบุ๊กว่า “วันนี้มาชี้หลักฐานการเกิดรัฐธรรมนูญ แต่ไม่ใช่ประชาธิปไตย”

               บุญสินเป็นคนที่ก่อการประท้วง ด้วยการปีนขึ้นไปเผ่าพานรัฐธรรมนูญ เอาสีทาทับชื่ออนุสาวรีย์ประชาธิปไตย จนถูกจับ ถูกปรับ และถูกส่งฟ้องศาลมาแล้ว

               ความเชื่อทางการเมืองแบบบุญสิน ปรากฏอยู่ในตำนานการเมืองไทยมานานแล้ว สมัยหนึ่งที่รัฐบาลจอมพล ป.พิบูลสงคราม ได้เปิดเวทีไฮด์ปาร์คที่ท้องสนามหลวง ทำให้มี “คนการเมือง” จำนวนมากได้ไปใช้พื้นที่นั้นแสดงความคิดความเห็นกันคึกคัก

               แต่ยุคนี้ มีสื่อโซเชียลอย่างเฟซบุ๊กเป็น “พื้นที่เปิด” อันไม่ต่างจากเวทีไฮด์ปาร์คในอดีต

 

“ลุงตู่” ควักพันล้าน! จ่ายสหายหัวละ 2 แสน ตามสัญญา “ป๋าเปรม”

15.8K
จ่าย, สหาย, ประยุทธ์, บิ๊กตู่, เจาะประเด็นร้อน, ลุง, ตู่, ควัก, พัน, ล้าน, จ่า, หายหัว, แสน, ตาม, สัญญา, ป๋า, เปรม, ลุงตู่, ควักพันล้าน, จ่ายสหายหัวละ, ตามสัญญา, ป๋าเปรม, อดีตสหาย, ชัช ดงมูล, สหายตัวจริง

เฮทั่วประเทศ !! อนุมัติงบประมาณกว่า 1.3 พันล้านบาท ช่วยเหลืออดีตสหายกว่าครึ่งหมื่น

 

               หลังจากรอกันมานานกว่า 3 ปี “อดีตสหาย” ก็ได้รับข่าวดี เมื่อ ครม.ประยุทธ์ อนุมัติงบประมาณกว่า 1.3 พันล้านบาท ช่วยเหลืออดีตสหายกว่าครึ่งหมื่น รายละ 2 แสนบาท มีเสียงเฮทั่วประเทศ

               มรดก 66/2523 ส่งผลให้รัฐบาล นับแต่ปี 2550 - 2560 จ่ายเงินให้สหายประมาณ 1.7 หมื่นคน รวมเป็นเงินกว่า 3,000 ล้านบาท

 
 

               เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2560 เฟซบุ๊กส่วนตัวของ “ชัช ดงมูล” หรือ สุเนตร แก้วคำหาญ ประธานสหพันธ์เกษตรกรและข้าราชการ ได้โพสต์เรื่องโครงการช่วยเหลือเงินเพื่อประกอบอาชีพให้แก่ผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย (ผรท.) รายละ 225,000 บาท ว่า คณะรัฐมนตรี มีมติเห็นชอบอนุมัติเงินงบประมาณ ช่วยเหลือ ผรท.จำนวน 6,184 ราย เป็นเงินทั้งสิ้น 1,391,175,000 บาท

               "ผ่านมติ ครม. อนุมัติ แล้วครับ รอการประสาน สั่งจ่าย จากสำนักงบประมาณ เพื่อโอนให้ ทภ.1 - 4 ไปทำพิธีมอบให้แก่ ผรท. ตามรายชื่อและสถานที่ที่กำหนดภายใน 30 วัน ซึ่งจะมอบพร้อมกันทั่วประเทศ กอ.รมน. จะเรียนเชิญ นายกฯ หรือ รองนายกฯ (พล.อ.ประวิตร) เป็นประธานฯ มอบในพื้นที่ กทม. ส่วนพื้นที่อื่น มทภ. หรือ ผู้แทนฯ เป็นประธานฯ สำหรับ วัน เวลา ที่แน่นอนจะแจ้งให้ทราบต่อไปครับ"

               “ชัช ดงมูล” อ้างถึงแหล่งที่มาของข่าวสารคือ ผอ.ศปป.4 กอ.รมน. และตอนท้ายเขาเขียนว่า "ต้องขอขอบคุณ ท่านนายกฯ รองนายก และ ครม.ชุดนี้ที่อนุมัติ"

               โครงการช่วยเหลืออดีตสหายนั้น เป็นมรดกตกทอด มาตั้งแต่สมัยรัฐบาล พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ซึ่งนายกฯ เปรม ได้ออกคำสั่ง 66/2523 ให้ “ผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์” เข้ามอบตัวต่อทางการ

               ปี 2525 กองทัพภาคที่ 2 ได้ช่วยอดีตสหายหรือผู้ร่วมพัฒนาขาติไทย (ผรท.) เป็นที่ดิน 15 ไร่ และวัว 5 ตัว เหมือน ผรท.บ้านน้อมเกล้า อ.เลิงนกทา จ.ยโสธร และ ผรท.บ้านภูผาหอม อ.ดอนตาล จ.มุกดาหาร ตั้งแต่ปลายปี 2525

               โครงการช่วยเหลือ ผรท. ไม่จบแค่ 3 หมู่บ้านดังกล่าว ราวปี 2542 ได้มี ผรท.อีสาน รวมตัวกันทวงสัญญาการช่วยเหลือจากรัฐบาล ชวน หลีกภัย แต่มาถูกตั้งเรื่องแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของ ผรท.ในรัฐบาลทักษิณ

               จากการช่วยเหลือตามสัญญาเดิมคือ ที่ดิน 5 ไร่ และวัว 5 ตัว แต่เปลี่ยนจากที่ดินและวัว เป็นเงินสด รายละ 1 แสนกว่าบาท รวมทั้งหมด 2,449 ราย ในรัฐบาลสุรยุทธ์

               มีการช่วยเหลือ ผรท. อีกในรัฐบาลอภิสิทธิ์ คิดเป็นรายหัวใหม่ คือรายละ 225,000 บาท และเรื่องไม่จบ ตกทอดมาถึงรัฐบาลยิ่งลักษณ์

               กอ.รมน. ได้คัดกรองใหม่ มีการอนุมัติรายชื่อ ผรท.จำนวน 4,430 ราย ซึ่งผ่านการคัดกรองคุณสมบัติ 8 ข้อแล้ว จากคณะกรรมการคัดกรองระดับภาคและระดับจังหวัดตามที่ กอ.รมน. เสนอ ในอัตรารายละ 225,000 บาท

               แต่มิทันนำเรื่องดังกล่าวเสนอคณะรัฐมนตรี เพื่ออนุมัติงบประมาณ ได้เกิดรัฐประหาร 22 พฤษภาคม 2557

               สมัยรัฐบาลประยุทธ์ ได้มีคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 56/255 เรื่องแต่งตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย โดยมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เป็นประธาน

               นี่คือ โครงการช่วยเหลือ “อดีตสหาย” ชนิดข้ามภพข้ามชาติ

               จากรัฐบาลเปรม ช่วยเหลือ ผรท. เป็นที่ดิน 15 ไร่ และวัว 5 ตัว มีผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย (ผรท.) จำนวน 3 หมู่บ้าน ประมาณ 300 ครัวเรือน

               ปี 2545 คณะกรรมการแก้ปัญหา ผรท. ที่อดีตนายกฯ ทักษิณ แต่งตั้ง ได้ดำเนินการสำรวจตรวจสอบ จนถึงปี 2548 จึงได้ข้อสรุปว่า จะช่วยเหลือตามสัญญาเดิม แต่เกิดรัฐประหาร 2549 เสียก่อน

               รัฐบาลสุรยุทธ์ ช่วยเหลือ ผรท. เป็นเงินสด (คิดจากที่ดิน 15 ไร่ และวัว 5 ตัว) จ่ายรายละ 125,000 บาท รวมทั้งหมด 2,449 ราย รวม 260 ล้านบาท

               รัฐบาลอภิสิทธิ์ ช่วยเหลือ ผรท. เป็นเงินสด (ประเมินราคาที่ดินใหม่) จ่ายรายละ 225,000 บาท จำนวนกว่า 9,181 ราย รวม 2 พันกว่าล้านบาท

               รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ได้มีการคัดกรอง ผรท. ว่าเป็น “สหายตัวจริง” 4,430 ราย และกลุ่มตกค้างจากรัฐบาลอภิสิทธิ์ 1,175 ราย พร้อมกับมีการยื่นเพิ่มเติมมาจากสหายภาคใต้อีกส่วนหนึ่ง ยังไม่ทันจ่ายเงิน เกิดรัฐประหาร 2557

               สรุปว่า รัฐบาลช่วยเหลือสหายผู้พ่ายรบ ตั้งแต่ปี 2550 - 2560 โดยจ่ายเงินให้สหายประมาณ 1.7 หมื่นคน รวมเป็นเงินกว่า 3,000 ล้านบาท

               เหนืออื่นใด ผรท. ไม่ว่า “เสื้อเหลือง” หรือ “เสื้อแดง” ล้วนยินดีรับเงินช่วยเหลือจากรัฐบาล รายละ 2 แสนบาท แถมไม่เกี่ยงว่า เงินก้อนนั้นจะมาจากรัฐบาล..ประชาธิปไตยหรือเผด็จการ

 

 

สหกรณ์พื้นที่1 จัดโครงการสหกรณ์รวมใจรักษ์น้ำ

เกษตร/ทำกิน/สัตว์เลี้ยง  :  4 นาทีที่ผ่านมา

32
สหกรณ์, พื้นที่, จัด, โครงการ, รวม, ใจรักษ์, น้ำ, สหกรณ์พื้นที่1

สหกรณ์พื้นที่1 จัดโครงการสหกรณ์รวมใจรักษ์น้ำ เพื่อพ่อของแผ่นดิน

                นายณรงค์พล  พัฒนศรี  ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมสหกรณ์กรุงเทพมหานครพื้นที่ 1 กรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยว่า ทางสำนักงานฯได้จัดทำโครงการสหกรณ์รวมใจรักษ์น้ำ เพื่อพ่อของแผ่นดินขึ้น ซึ่งเป็นกิจกรรมที่แสดงถึงพลังความสามัคคีของขบวนการสหกรณ์ในเขตกรุงเทพมหานคร ที่จะพร้อมใจกันร่วมทำความดีเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ซึ่งข้าราชการ ลูกจ้างและพนักงานราชการของสำนักงานส่งเสริมสหกรณ์กรุงเทพมหานครพื้นที่  1 พร้อมด้วยสมาชิกของสหกรณ์เคหสถาน             คลองลัดภาชีพัฒนา จำกัด สหกรณ์การเกษตรภาษีเจริญ จำกัด สหกรณ์เคหสถานศิรินทร์และเพื่อน จำกัด จำนวน  36  คน  จัดกิจกรรมสาธารณประโยชน์เพื่อสังคม  โดยจะลงพื้นที่ไปขุดลอกคูคลองบริเวณคลองครูสม ซอยเทิดไท 72 เขตภาษีเจริญ ในวันที่ 25 เมษายน 2560 ตั้งแต่เวลา 9.30  น. เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำให้กับคลองในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งมีความสำคัญต่อการสัญจรและการใช้ประโยชน์ของประชาชนในพื้นที่

                การขุดลอกคูคลองและการกำจัดวัชพืช จะส่งผลต่อระบบการบริหารจัดการน้ำ และการระบายน้ำในพื้นที่กรุงเทพมหานครให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และส่งผลต่อการดำเนินชีวิตของคนกรุงเทพมหานครด้วย ซึ่งในพื้นที่ของคลองคูสม อยู่ในเขตภาษีเจริญ  ปัจจุบันมีสิ่งกีดขวางทางน้ำ ทั้งขยะ จอกแหนและผักตบชวา จำนวนมาก              เป็นอุปสรรคต่อการระบายและการไหลของสายน้ำในคลอง ทางสำนักงานฯจึงคาดหวังว่าการร่วมมือกันของตัวแทนสหกรณ์ในเขตกรุงเทพมหานครที่จัดกิจกรรมในครั้งนี้จะช่วยเพิ่มความใสสะอาดให้กับน้ำในลำคลองภาษีเจริญ              ลดปัญหาน้ำเน่าเสียและยังช่วยปรับปรุงภูมิทัศน์ของคูคลองและบริเวณโดยรอบให้มีความสวยงามอีกด้วย                                 โดยกิจกรรมในครั้งนี้ได้รับความร่วมมือและการสนับสนุนอุปกรณ์ในการขุดลอก  ปรับปรุง ทำความสะอาดคูคลอง  อาทิ  เรือเก็บขยะ มีดดรายหญ้า คราด และตะแกรงช้อนขยะจากสำนักงานเขตภาษีเจริญ จากนี้ไปหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็จะร่วมรณรงค์และประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ตามแนวริมคูคลองภาษีเจริญได้เข้ามามี                ส่วนร่วม ด้วยการช่วยกันจัดเก็บผักตบชวาและดูแลภูมิทัศน์ในบริเวณลำคลองและพื้นที่ใกล้เคียงอย่างต่อเนื่อง             เพื่อเป็นการช่วยดูแลสภาพน้ำในลำคลองให้ใสสะอาด และสามารถใช้ประโยชน์จากแหล่งน้ำธรรมชาติของชุมชน                ได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป

 

......................................................

20 เมษายน 2560

 

 

 

 

 

 


เรื่องที่มีผู้อ่านสูงสุด จาก NationTV



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
นายยั้งคิด วันที่ : 21/04/2017 เวลา : 13.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

ตอบ ความคิดเห็นที่ 1นายยั้งคิด ถูกใจสิ่งนี้ ถูกใจความคิดเห็นนี้ (1)
like เรียบร้อยแล้ว

กำหนัน
......................................
คมชัดลึก ชักจะไม่คมเสียแล้วมังครับ

ความคิดเห็นที่ 1 นายยั้งคิด ถูกใจสิ่งนี้ (1)
กำหนัน วันที่ : 21/04/2017 เวลา : 11.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/saiyai21

อิอิถอน หมดเอ๊ยหุด

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน