*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-06-16
  • จำนวนเรื่อง : 4287
  • จำนวนผู้ชม : 3031068
  • จำนวนผู้โหวต : 1627
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1627 คน
<< เมษายน 2017 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30            

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 21 เมษายน 2560
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 555 , 19:20:53 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน สิงห์นอกระบบ โหวตเรื่องนี้

สวัสดีครับ

         ศึกภายนอกแม้จะหนักหนาสาหัสสักเพียงใด ก็ยังไม่เท่าศึกภายในที่แตกแยกกันเอง ที่จะหนักกว่าหลายเท่านัก ประเด็นนี้

อยู่ในโหมดที่รัฐบาลพึงสังวรณ์เป็นอย่างยิ่ง แล้วประชาชนอย่างเราควรจะช่วยกันประคับประคองรัฐบาล หรือจะยอมจมน้ำตายไป

กับรัฐบาลเสียให้รู้แล้วรู้รอดไปเลยกระนั้นหรือเล่า ..... !

 

 

แนวหน้า

 

นายกฯลุงตู่เครียดผิดปกติ ขณะที่บิ๊กป้อมขอลาอีก14วัน?

วันศุกร์ ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2560, 02.00 น.
 

ช่วงนี้ดู พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีสีหน้าเครียดผิดปกติ ซึ่งอาจเป็นเพราะสารพัดปัญหาที่รุมเร้า แต่ในบรรดาปัญหาที่กดดันเชื่อว่าน่าจะมีปัญหาสำคัญบางเรื่องที่ทำให้นายกฯลุงตู่ถึงกับเครียดจัด

ก่อนหน้านี้ก็เพิ่งเห็น นายกฯลุงตู่ กระชุ่มกระชวยเหมือนได้ยาชูกำลังทางใจหลังนำทีมพาบรรดาบิ๊กคสช.และคณะรัฐมนตรี (ครม.) เข้ารดน้ำดำหัว พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ หรือ “ป๋าเปรม” ที่บ้านพักสี่เสาเทเวศร์ช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา โดย “ป๋าเปรม” ให้กำลังใจและเชื่อมั่นไว้วางใจว่า นายกฯลุงตู่ จะเดินหน้าแก้ปัญหาของประเทศได้สำเร็จ

แต่พอหลังสงกรานต์ก็เกิดข่าวตามสื่อแขนงต่างๆ เมื่อคนกันเองอย่าง พล.ร.อ.พะจุณณ์ ตามประทีป อดีตหัวหน้าสำนักงานมูลนิธิรัฐบุรุษ คนสนิทของ “ป๋าเปรม” สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ออกมาจี้ให้ นายกฯลุงตู่ ปรับทีมครม.เศรษฐกิจ แต่การออกมากดดันรัฐบาลของ พล.ร.อ.พะจุณณ์ ไม่น่าจะเป็นสาเหตุที่ทำให้ นายกฯลุงตู่ ถึงกับต้องเครียดเพราะเป็นเพียงความเห็นของคนกันเอง ซึ่งนายกฯลุงตู่ ก็แสดงท่าทีชัดเจนแล้วว่ายังไม่มีความจำเป็นต้องปรับคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจ เนื่องจากแนวโน้มเศรษฐกิจของประเทศกำลังฟื้นตัวดีขึ้นตามลำดับ

แต่แม้ นายกฯลุงตู่ จะยืนยันว่าไม่มีความคิดที่จะปรับคณะรัฐมนตรีทีมเศรษฐกิจ แต่ก็มีข่าวว่า นายกฯลุงตู่ อึดอัดอยู่เหมือนกันที่รัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจบางกระทรวงทำงานอืดอาดล่าช้าทำให้ผลงานไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดไว้

คำถามก็คือแล้วเรื่องอะไรที่ทำให้ นายกฯลุงตู่ เครียดจัดซึ่งมีการตั้งข้อสังเกตว่าหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ นายกฯลุงตู่ เครียดอาจจะเป็นเรื่องปมหมุดคณะราษฎรบริเวณลานพระบรมรูปทรงม้าที่ถูกมือมืดสับเปลี่ยน ซึ่งขณะนี้ฝ่ายที่ไม่หวังดีจ้องบ่อนทำลายคสช.และรัฐบาลพยายามที่จะใช้เรื่องนี้เป็นเครื่องมือในการสุมไฟให้เรื่องลุกลามบานปลายกลายเป็นวิกฤติ โดยอาศัยข้ออ้างอุดมการณ์ประชาธิปไตยเป็นประเด็นจุดชนวน ขณะเดียวกันก็พยายามสร้างปมให้เป็นเรื่องใหญ่ด้วยการเรียกร้องกดดันให้รัฐตามล่าหมุดคณะราษฎรที่หายไปกลับคืนมา และดำเนินคดีกับมือมืดที่ลอบเปลี่ยนหมุด

อย่างไรก็ตาม แม้จะมีความพยายามของขบวนการที่ต้องการสุมไฟจากปมหมุดคณะราษฎรให้ลุกลามบานปลาย แต่ดูเหมือนว่าจะจุดไม่ติดโดยการเคลื่อนไหวยังจำกัดอยู่ในกลุ่มคนเพียงหยิบมือเดียวที่ล้วนเป็นเครือข่ายกลุ่มป่วนเมืองหน้าเดิมๆ ที่เคลื่อนไหว
มาอย่างต่อเนื่องก่อนหน้านี้

เพราะฉะนั้นปมปัญหาเรื่องหมุดคณะราษฎรเชื่อว่าถึงอย่างไรก็คงไม่ลุกลามบานปลายและรัฐคงควบคุมสถานการณ์ได้ เพราะไม่ใช่ปัญหาใหญ่และชอบธรรมพอที่จะเป็นเชื้อจุดชนวนให้ประชาชนจำนวนมากให้ความสนใจ

แล้วอะไรที่ทำให้ นายกฯลุงตู่ ต้องเครียดก็ช่างเผอิญที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง และ รมว.กลาโหม หรือ“บิ๊กป้อม” อยู่ๆ ก็ส่งสัญญาณแปลกๆ กับบรรดานักข่าวทำเนียบรัฐบาลหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีครั้งล่าสุดว่า “กู๊ดบาย เดี๋ยวผมจะหายไป 14 วัน” ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ “บิ๊กป้อม” เพิ่งจะลาพักงานช่วงก่อนสงกรานต์จนไม่ได้เข้าร่วมรดน้ำดำหัว “ป๋าเปรม” โดยมีข่าวว่าไปพักผ่อนที่สวิตเซอร์แลนด์เกือบ 10 วันด้วยเหตุผลเรื่องสุขภาพและเครียด

อาการขอพักอย่างต่อเนื่องของ “บิ๊กป้อม” ทำให้เกิดเสียงซุบซิบและตั้งข้อสังเกตว่า หรือจะเกิดปัญหาสนิมจากเนื้อในคสช.และรัฐบาล นายกฯลุงตู่ โดยเฉพาะระหว่างพี่น้องบูรพาพยัคฆ์ซึ่งมี “บิ๊กป้อม” เป็นพี่ใหญ่โดยที่ผ่านมามีข่าวลือสะพัดเป็นช่วงๆเกี่ยวกับอาการอึดอัดระหว่างสองผู้ยิ่งใหญ่

นอกจากนี้ผลงานสำคัญของ “บิ๊กป้อม” ช่วงที่ผ่านมาหลายเรื่องดูเหมือนจะไม่คืบหน้าโดยเฉพาะการขอความร่วมมือกับทางการลาวเพื่อจับตัว นายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ หรือ “โกตี๋” แกนนำแดงฮาร์ดคอร์ และพวกที่เป็นผู้ต้องหาหนีหมายจับคดีความมั่นคงรวมทั้งคดีหมิ่นสถาบันเบื้องสูงกลับมาดำเนินคดีในไทย โดยก่อนหน้านี้ “บิ๊กป้อม” ถึงกับบินไปเจรจากับผู้นำระดับสูงของลาว แต่จนบัดนี้ทางการลาวก็ยังไม่สนองการขอความร่วมมือของไทย ขณะที่ “โกตี๋” และพวกยังคงเคลื่อนไหวบ่อนทำลายสถาบันเบื้องสูงผ่านสื่อโซเชียลมีเดียอย่างลอยนวล

ก่อนหน้านี้กำลังทหารและตำรวจได้บุกทลายเครือข่ายของ “โกตี๋” โดยพบอาวุธสงครามร้ายแรงจำนวนมาก รวมทั้งควบคุมตัวขบวนการแดงฮาร์ดคอร์ได้ 9 คน ซึ่งแกนนำคนสำคัญที่เป็นคนสนิทของ “โกตี๋” สารภาพว่าเตรียมก่อเหตุร้ายรอบใหม่โดยได้รับท่อน้ำเลี้ยงและคำสั่งจากคนสำคัญในต่างแดน

อาการเครียดจัดของนายกฯลุงตู่ยังคงเป็นปริศนาไม่รู้สาเหตุที่แน่ชัดว่าเกิดจากอะไร แต่หากตั้งข้อสังเกตเรียงตามเหตุการณ์และจังหวะเวลาการลาพักยาว 2 ครั้งติดๆ กันของ“บิ๊กป้อม”ส่อเค้าทะแม่งและชวนให้คิดได้เหมือนกันว่าหรือกำลังมีปัญหาอะไรระหว่างสองผู้ยิ่งใหญ่

ทีมข่าวการเมือง

 

ศาลนัดไต่สวนมูลฟ้อง'ปู' ฟ้อง'จิรชัย'ปธ.สอบจำนำข้าวปฏิบัติมิชอบ

วันศุกร์ ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2560, 18.01 น.
 

21 เม.ย.60 ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ซอยสีคาม ถนนนครไชยศรี เมื่อเวลา 09.30 น.ศาลนัดพร้อมในคดีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายจิรชัย มูลทองโร่ย ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการสอบข้อเท็จจริงความผิดทางละเมิดโครงการรับจำนำข้าว เป็นจำเลย ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157

คดีนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 13 พ.ค.59 ที่ผ่านมา ระบุพฤติการณ์ในคำฟ้องสรุปว่า วันที่ 3 เม.ย.58 นายจิรชัย ซึ่งขณะนั้น เป็นรองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ได้รับแต่งตั้งให้เป็นประธานกรรมการสอบข้อเท็จจริงฯ โครงการจำนำข้าว จะต้องตรวจสอบ เดินเผชิญสืบคลังสินค้าที่เก็บข้าวสาร เพื่อให้ได้ข้อมูลที่มีอยู่จริงของปริมาณต้นทุนข้าวเปลือก แต่ละชนิดที่ชาวนานำมาเข้าโครงการ รวมทั้งจำนวนข้าวที่ได้จำหน่ายและระบายไปว่ามีปริมาณเท่าใดเพื่อหักทอนทางบัญชีและตรวจดูว่าคงเหลือข้าวสารแต่ละชนิดในคลังสินค้าขององค์การคลังสินค้า หรือ อคส.จำนวน 1,626,395.13 ตัน และอยู่ในความครอบครองขององค์การตลาดเพื่อเกษตรกรหรือ อตก.จำนวน 7,984,553.17 ตัน นั้นเป็นความจริงหรือไม่ ซึ่งเป็นหน้าที่ของจำเลยที่จะต้องไต่สวนพยานบุคคล ตรวจสอบเดินเผชิญสืบ สถานที่เก็บข้าวสารให้ได้ความจริง โดยจำเลยในฐานะเจ้าพนักงานจะต้องปฏิบัติงานตามหน้าที่และตามคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย การปฏิบัติหน้าที่ของจำเลยจึงมิชอบขาดความเที่ยงธรรม ไม่เป็นไปตามกฎหมายและระเบียบของคณะกรรมการฯชุดดังกล่าว ไม่ไต่สวนพยานบุคคล ไม่แสวงหาข้อเท็จจริง ไม่ตรวจสอบสินค้าคงเหลือให้ครบถ้วนและไม่สอบพยานบุคคลที่เกี่ยวข้อง แต่กลับกำหนดความเสียหายและกล่าวหากับรัฐบาล โจทก์

เหตุเกิดที่ แขวง เขตดุสิต กทม.

คดีนี้ ศาลอาญาแผนกคดีทุจริตฯในขณะมีคำสั่งยกฟ้องในชั้นตรวจคำฟ้องโดยที่ยังไม่ได้ดำเนินการไต่สวนมูลฟ้อง

น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยื่นอุทธรณ์ ขอให้ศาลอุทธรณ์ มีคำสั่งให้ศาลอาญาฯ รับคดีไว้พิจารณาด้วย

ต่อมา ศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้วมีคำสั่งให้ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง รับคดีไว้ไต่สวนมูลฟ้อง

โดยในวันนี้ นายนพดล หลาวทอง ทนายความ น.ส.ยิ่งลักษณ์ และผู้รับมอบฉันทะนายจิรชัย เดินทางมาศาล โดยนายนพดล แถลงศาลขอนำพยานขึ้นไต่สวนมูลฟ้อง 5 ปาก โดยมี น.ส.ยิ่งลักษณ์ อยู่ด้วย ศาลพิจารณาแล้วอนุญาตและกำหนดวันนัดไต่สวนมูลฟ้อง ในวันที่ 28 - 30 มิ.ย.นี้

นายนพดล กล่าวว่า ในวันนี้ศาลได้อนุญาตให้ฝ่ายโจทก์นำพยานเข้าไต่สวนมูลฟ้องตามที่ร้องขอคือ วันที่ 28 -30 มิ.ย.เช้าบ่าย แต่ในข้อเท็จจริงแล้ว อาจมีการไต่สวนพยานไม่ถึง 5 ปาก หรืออาจจะขยายระยะเวลาการไต่สวนพยานอออกไปอีกก็เป็นได้ ขึ้นอยู่กับว่าพยานที่นำไต่สวนเพียงพอหรือไม่ บางทีแค่พยานปากสองปากอาจจะจบแล้วก็ได้ โดยการไต่สวนมูลฟ้องนั้นทางนายจิรชัย จำเลย สามารถที่จะแต่งตั้งทนายหรือพนักงานอัยการขึ้นมาซักค้านได้ก็เป็นสิทธิของนายจิรชัยเนื่องจากเป็นข้าราชการประจำ

เมื่อถามว่า มั่นใจว่าศาลจะประทับรับฟ้องคดีหรือไม่นั้น นายนพดล กล่าวว่า เบื้องต้นเราจะยืนยันและเห็นว่าการปฎิบัติหน้าที่ของนายจิรชัย ไม่ชอบ ส่วนพยาน 4 - 5 ปาก ที่จะนำขึ้นไต่สวนมูลฟ้องนั้น มี น.ส.ยิ่งลักษณ์ โจทก์ ด้วยอย่างเเน่นอน ซึ่งขึ้นอยู่ว่าจะเข้าไต่สวนวันไหน และหากไต่สวนมูลฟ้องแล้วผลปรากฏว่าศาลมีคำสั่งประทับรับฟ้องก็จะเข้าขั้นตอนการกำหนดวันนัดไต่สวนพยานโจทก์ จำเลยต่อไป

 

'กำนันเทือก'มาแล้ว หนุนเก็บเงินบำรุงพรรคเกิน100ต่อปี เชื่อคนไทยจ่ายได้ (ชมคลิป)

วันศุกร์ ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2560, 18.38 น.
 

"สุเทพ"แนะสนช.พิจารณาแก้ไขร่างกม.พรรคการเมืองใหม่ เพิ่มจำนวนคนจดทะเบียนตั้งพรรคจาก500เป็น5,000 เห็นแย้ง กรธ.หนุนให้เพิ่มค่าบำรุงพรรคมากกว่า100เชื่อคนไทยบริจาคได้

21เม.ย.60 นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย (มปท.) ไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว "Suthep Thaugsuban (สุเทพ เทือกสุบรรณ)" กล่าวถึงเจตนารมณ์ของ กปปส.ต่อกฎหมายพรรคการเมือง ว่า อยากให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณาและปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติม โดยระบุให้ชัดว่า "พรรคการเมืองเป็นของประชาชน" เพราะตราบใดที่พรรคการเมืองไม่ได้เป็นพรรคการเมืองของประชาชน การเมืองในประเทศไทยจะยังคงไม่เป็นการเมืองของประชาชนในประเทศ เพื่อให้ประชาชนมีความสบายใจมากขึ้น

ส่วนการที่พรรคการเมืองจะเป็นพรรคการเมืองของประชาชนได้นั้น ต้องดูว่าใครเป็นเจ้าของที่แท้จริงของพรรคการเมือง ซึ่งในร่างกฎหมายพรรคการเมืองมาตรา 9 ที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ร่างกำหนดว่าหากประชาชนที่มีอุดมการณ์ในทางการเมือง จำนวน 500 คน สามารถร่วมกันจดทะเบียนจัดตั้งพรรคการเมืองได้นั้นถือว่าน้อยเกินไป ไม่สอดคล้องกับหลักการ ซึ่งดูจำนวน ส.ส.ในสภาตามรัฐธรรมนูญที่แบ่งเป็น ส.ส.จากเขตเลือกตั้ง 350 คน ส.ส.จากระบบบัญชีรายชื่อ 150 คน รวมกันก็ 500 คน ซึ่งเฉพาะคนที่อยากเป็น ส.ส.500 คน เข้าชื่อกันก็ตั้งพรรคการเมืองได้แล้ว อย่างนี้ประชาชนไม่มีโอกาสเป็นเจ้าของร่วม หรือครอบครัวใหญ่ๆ มีพี่น้องมากๆ ไม่กี่ครอบครัวก็ตั้งพรรคการเมืองได้

"อยากเสนอต่อ สนช.ว่า ควรปรับปรุงเพิ่มจำนวนประชาชนที่มีอุดมการณ์เดียวกัน จำนวน 5,000 คน ขึ้นไป จึงจะรวมตัวกันจดทะเบียนตั้งพรรคการเมือง และหากแก้มาตรา 9 แล้วต้องแก้ในมาตรา 10 ด้วยเพื่อให้สอดคล้องกัน" นายสุเทพ กล่าว

นายสุเทพ กล่าวว่า การที่จะแสดงว่าคนใดเป็นเจ้าของพรรคการเมืองที่แท้จริง ก็ต้องดูว่าใครเป็นคนออกเงินให้เป็นค่าใช้จ่ายของพรรคการเมืองนั้น ในอดีตเราเห็นอยู่แล้วว่าคนที่ออกเงินเป็นคนที่กำกับควบคุมพรรคการเมืองได้เบ็ดเสร็จ เพราะเขาเป็นเจ้าของเงินวันนี้ต้องให้ประชาชนเป็นเจ้าเงินที่ใช้จ่ายในพรรคการเมือง ดูร่างกฎหมายที่ กรธ.จัดทำในมาตรา 15(15) ที่ระบุว่า ให้ผู้ที่เป็นสมาชิกพรรคการเมืองต้องเสียค่าบำรุงพรรคเป็นรายปี ปีละ 100 บาท ซึ่งก็มีเสียงโวยวายว่าจะเป็นอุปสรรคทำให้ประชาชนไม่สามารถเป็นเจ้าของพรรคได้นั้น ซึ่งตรงนี้ไม่จริง เพราะเวลานี้คนไทยคิดไกลกว่านั้นเชื่อว่าวันนี่พี่น้องคนไทยที่รักชาติ รักแผ่นดิน พร้องที่จะแสดงตัวเป็นเจ้าของพรรคการเมือง ด้วยการบริจาคเงิน หรือจ่ายค่าบำรุงเป็นรายปี ตนยังคิดว่า 100 บาท ยังน้อยไป อย่างน้อยที่สุด เราจะเป็นเจ้าของพรรคการเมืองอย่างสมศักดิ์ศรี

"เจตนารมณ์ของมวลมหาประชาชนนั้นไม่ต้องการเห็นประชาชนเป็นเพียงส่วนประกอบของพรรคการเมือง แต่ต้องการให้ประชาชนเป็นเจ้าของพรรคการเมืองอย่างแท้จริง และการแสดงความเห็นใน 2 เรื่องนี้ ก็เพื่อที่จะให้ สนช.ได้ตระหนักว่าการที่จะทำพรรคการเมืองให้เป็นพรรคการเมืองของประชาชนอย่างน้อย 2 ส่วนต้องสำคัญ คือ จำนวนคนที่จะเป็นเจ้าของพรรค และจำนวนเงินที่เจ้าของพรรคจะต้องบริจาคเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายพรรคในแต่ละปี" นายสุเทพ ระบุ

 

 

จีนรุกคืบ สำรวจแม่น้ำโขงเจาะชั้นใต้ดินหาทางระเบิดแก่ง

 

วันศุกร์ ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2560, 18.32 น.
 

21 เม.ย.60 ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดเชียงรายว่า เรือสำรวจแม่น้ำโขงของบริษัท CCCC Second Habor Consultant จำกัด บริษัทที่ปรึกษาจากมณฑลยูนนาน ประเทศจีน ซึ่งได้รับสัมปทานจากทางการจีนให้เข้ามาสำรวจแม่น้ำโขงตามข้อตกลงการเดินเรือพาณิชย์แม่น้ำโขงตอนบน 4 ชาติ ไทย สปป.ลาว เมียนมา และจีนตอนใต้ ตลอดแนวชายแดนติดกับประเทศไทย ตั้งแต่บริเวณสามเหลี่ยมทองคำ อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงรายไปถึงแก่งผาได อำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย ระยะทางประมาณ 96 กิโเมตร มีกำหนดระยะเวลาสำรวจ 55 วัน ได้เริ่มทำการสำรวจแล้วในวันนี้

โดยจุดแรกได้มีการนำจาฟู่ 3 ซึ่งเป็นเรือติดแท่นเจาะทำการเจาะชั้นดินกลางแม่น้ำโขงบริเวณสามเหลี่ยมทองคำ  เพื่อตรวจหาความหนาแน่นของชั้นดินและหิน  ก่อนจะนำผลที่ได้ไประกอบรายงานการสำรวจว่ามีความจำเป็นว่าจะมีการระเบิดเกาะแก่งหรือไม่ โดยเบื้องต้นจุดนี้อาจจะใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์ สำรวจเจาะชั้นดินและหินลึกไม่เกิน 10 เมตร ประมาณ 16 จุด ก่อนที่จะเคลื่อนย้ายไปยังจุดอื่น ขณะเดียวกันใช้เรือฉีตง 9 วิ่งสำรวจตั้งแต่สามเหลี่ยมทองคำไปจนถึงบริเวณท่าเรือเชียงแสน เพื่อสำรวจร่องน้ำลึกควบคู่กันไป โดยมีเจ้าหน้าที่ของกรมเจ้าท่าภูมิภาคเชียงรายและหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำน้ำโขงหรือ นรข.เข้าร่วมการสำรวจในครั้งนี้ด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ในระหว่างการสำรวจขุดเจาะได้รับความสนใจจากประชาชน ซึ่งนายคำ ยานะ อายุ 62 ปี ชาวบ้านห้วยเกี๋ยง หมู่ 8 ตำบลเวียง อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย อาชีพทำการประมงพื้นบ้านในแม่น้ำโขงมานานกว่า 20 ปี เปิดเผยว่าการสำรวจของจีนสร้างความกังวลใจแก่ชาวบ้านในพื้นที่เป็นอย่างมาก แต่ก็ไม่ได้มีการออกมาคัดค้านหรือขัดขวาง เพราะเห็นว่าเป็นเพียงการสำรวจเท่านั้น แต่หากว่าเป็นการระเบิดเกาะแก่งหรือสร้างเขื่อนชาวบ้านไม่ยินยอมอย่างแน่นอน เพราะจะทำให้เกิดผลกระทบต่อระบบนิเวศน์ ที่สำคัญในเรื่องของการสูญพันธุ์ของปลาน้ำจืด ทั้งในช่วงระเบิดหินที่ปลาจะต้องตายเป็นจำนวนมากและแหล่งที่อยู่อาศัยของปลาสูญหาไปเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ของปลาหลายชนิด นอกจากนี้การไหลของน้ำจะเปลี่ยนแปลงซึ่งอาจไหลเชี่ยว ช่วงน้ำแห้งก็แห้งจนส่งผลกระทบต่อการเกษตรและเมื่อฤดูน้ำหลากก็อาจทำให้น้ำหลากท่วมพื้นที่และกัดเซาะตลิ่ง ซึ่งชาวบ้านอยากให้เป็นเพียงการสำรวจเท่านั้นไม่อยากให้มีการะเบิดเกาะแก่งแต่อย่างใด

 

 

มาแล้ว ! หมายจับซื้อกามเด็ก 14 'ด่านช้าง'จ่อตายยกแก๊งค์ ! ป.ป.ง.รับลูกยึดทรัพย์

 

วันศุกร์ ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2560, 18.50 น.
 

มาแล้ว! ตำรวจ ปคม. ประเดิมหมายจับรายแรกผู้ต้องสงสัย “หัวงู” ซื้อกาม ด.ญ.14 เหยื่อรุมโทรม “ด่านช้าง” ด้านทนายสงกรานต์จี้เชือดต่อ “เจ๊ใหญ่” หัวหน้าแก๊งแม่เล้า ขณะที่“ปปง.”รับลูกตรวจสอบเส้นทางการเงินแก๊งค้ามนุษย์ ยันผิดจริงเจอยึดทรัพย์ยกแก๊ง ด้านตำรวจสุพรรณฯโต้ “บิ๊กสีกากี” อยู่เบื้องหลังขบวนการน้ำกาม ลั่นมีหลักฐานให้เอามา พร้อมตามจับให้หมด

                ความคืบหน้าการสืบสวนสืบสวนเพื่อดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ต้องหารุมโทรม ด.ญ.เอ (นามสมมติ) อายุ 14 ปี และยังมีการพาไปขายตัวซ้ำ เหตุเกิดในพื้นที่ อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2559 แต่คดีกลับไม่มมีความคืบหน้า จนมารดาของเหยื่อต้องออกมาร้องเรียนต่อสังคม กระทั่ง พล.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. สั่งให้รื้อคดีพร้อมกับส่งพนักงานสอบสวนชุดใหม่เข้าดำเนินการ ซึ่งนอกจากจะมีการจับกุมกลุ่มผู้ต้องหาที่รุมโทรมแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจปราบปรามการค้ามนุษย์ (ปคม.) ยังได้จับกุมตัว นายธนพัตร แสนคำ หรือ เจ๊บีม อายุ 31 ปี สาวประเภทสอง และ น.ส.ปวีณ์สุดา หรือแก้ม ขันซาทะ ซึ่งเป็นผู้นำ ด.ญ.เอ ไปค้าประเวณี มาดำเนินคดีฐานค้ามนุษย์ด้วย

                มาแล้ว!หมายจับไอ้หัวงูซื้อกามดญ.14

                โดย พล.ต.ต.กรไชย คล้ายคลึง ผบก.ปคม. เปิดเผยเมื่อวันที่ 21 เมษายนว่า หลังจากสอบปากคำและรวบรวมพยานหลักฐาน เจ้าหน้าที่ได้ยื่นคำร้องต่อศาลจังหวัดสุพรรณบุรีเพื่อขอหมายจับ นายอนุชาติ หงษ์ทอง อายุ 53 ปี ในข้อหากระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ซึ่งมิใช่ภรรยาหรือสามีของตนโดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม ผู้ใดพาอายุไม่เกิน 15 ปีไปเพื่อการอนาจารแม้ผู้นั้นจะยินยอมก็ตาม โดยศาลอนุมัติหมายจับตามที่ร้องขอ เนื่องจากเบื้องต้นได้ตรวจสอบพบว่า นายอนุชาติ เป็นหนึ่งในผู้ที่มาซื้อบริการเหยื่อ

                ชงหลักฐานมัด“เจ๊ใหญ่”ตัวการค้ากาม

                วันเดียวกัน นายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ทนายความ ได้นำมารดาของ ด.ญ.เอ เดินทางเข้าพบ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. เพื่อมอบหลักฐานเกี่ยวกับคดีเพิ่มเติม โดย นายสงกานต์ เปิดเผยว่า เป็นหลักฐานให้เจ้าหน้าที่นำไปขยายผล โดยเครือข่ายค้ามนุษย์กลุ่มนี้มี “เจ๊ใหญ่” เป็นหัวหน้าของ “เจ๊บีม” แต่ไม่ขอเปิดเปิดเผยรายละเอียดมากกว่านี้ แต่เชื่อว่า มีกลุ่มที่ร่วมขบวนการอีกอย่างน้อย 3-4 ราย ซึ่งมีภาพถ่ายและข้อมูลหมดแล้ว

(อ่านรายละเอียด : พลิกแผ่นดินล่า'เจ๊ใหญ่' 'สงกานต์'แฉเป็นหน.แก๊งค้ามนุษย์ แม่เด็ก14เปรยอยากตาย)

                บุกร้องปปง.ขอให้ยึดทรัพย์ยกแก๊ง

                จากนั้นเวลา 14.00 น. นายสงกานต์ พร้อมด้วยมารดาเหยื่อ ได้เดินทางไปยังสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ป.ป.ง.) เพื่อยื่นหนังสือร้องทุกข์และขอให้ ป.ป.ง. ตรวจสอบเส้นทางการเงินของกลุ่มเครือข่ายค้ากามใน จ.สุพรรณบุรี พร้อมทั้งให้พิจารณายึดทรัพย์ขบวนการค้ามนุษย์รายนี้ทั้งหมด

                “เครือข่ายของ นายธนภัตร หรือ เจ๊บีม แม่เล้าที่เป็นกะเทย ผมอยากขอให้ ป.ป.ง.ตรวจสอบเส้นทางการเงินเพื่อหาความเชื่อมโยงในกลุ่มคนเหล่านี้ทั้งหมด เป็นการป้องปรามบุคคลที่แสวงหาผลประโยชน์จากมนุษย์อันเป็นหนึ่งในมูลฐานความผิดการค้ามนุษย์ ซึ่ง ป.ป.ง. มีอำนาจโดยตรงในเรื่องนี้" นายสงกานต์ เผย

                ป.ป.ง.การันตีผิดจริงไม่รอดแน่

                ขณะที่ ร.ต.อ.ไพรัตน์ เทศพานิช เลขานุการกรม สำนักงาน ป.ป.ง. กล่าวว่า กรณีนี้เป็นคดีที่เด็กผู้หญิงถูกล่วงละเมิดและเกี่ยวโยงเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ด้วย ซึ่ง ป.ป.ง. ขอดำเนินการตรวจสอบก่อน และต้องประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาว่า เป็นความผิดตามมูลฐานตามกฏหมาย ป.ป.ง.หรือไม่ หากใช่ก็จะใช้มาตราการยึดทรัพย์ ตามกฏหมายฟอกเงินต่อไป โดยจะเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด

(อ่านรายละเอียด : ทนายสงกานต์พาแม่เด็ก14 ร้องปปง.สาวเส้นทางเงินแก๊งค้ากาม)

                ตร.สุพรรณฯเต้นปัดสีกากีเอี่ยวค้ากาม

                ด้าน พ.ต.อ.อภิชิต สุรพินิจ ผกก.สส.ภ.จว.สุพรรณบุรี กล่าวถึงกรณี นายสงกานต์ ระบุว่ามีกลุ่มเจ้าหน้าที่ระดับสูง “สีกากี” อยู่เบื้องหลังขบวนการค้ากามใน อ.ด่านช้าง และ จ.สุพรรณบุรี ว่า ไม่น่ามี และจากการสืบสวนไม่พบว่ามีคนมีสีเข้าไปเกี่ยวข้อง ซึ่งหากเรื่องนี้เป็นเรื่องจริง และ นายสงกานต์ มีหลักฐานจริง ขอให้นำมามอบให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ จะได้ดำเนินการจับกุมผู้ที่กระทำผิดมาดำเนินคดี ที่ผ่านมาตำรวจในพื้นที่ไม่ได้นิ่งนอนใจได้ออกสืบสวนจับกุมอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการปราบปรามการค้ามนุษย์ เป็นนโยบายของรัฐบาล จึงเชื่อว่า ไม่น่าจะมีคนมีสีกล้าเข้าไปเกี่ยวข้องอย่างแน่นอน

 

โสมแดงท้ารบ! ประกาศชิงถล่มฐานสหรัฐใน"เกาหลีใต้"ให้เป็นจุล

วันศุกร์ ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2560, 14.37 น.
 

                สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 21 เมษายน ว่า เกาหลีเหนือได้ออกมาประณามเกาหลีใต้ที่สนับสนุนแผนการของสหรัฐในการโจมตีกรุงเปียงหยาง โดยหนังสือพิมพ์โรดอง ซินมุน (Rodong sinmun) ซึ่งเป็นกระบอกเสียงของพรรคแรงงานเกาหลีเหนือ รายงานว่า กลุ่มนักอนุรักษ์นิยมเกาหลีใต้ ได้ออกมาเรียกร้องให้โจมตีทิศเหนือและก่อสงครามในเดือนเมษายน เพื่อเพิ่มความตื่นตระหนกต่อสงคราม และทำให้เกิดความสับสน

                “ชาวเกาหลีใต้จากทุกชนชั้น ต่างก็วิพากษ์วิจารณ์สหรัฐฯและรัฐบาลหุ่นเชิดเกาหลีใต้ที่ประกาศจะโจมตีทางเหนือ เนื่องจากเป็นการทำให้สถานการณ์ในคาบสมุทรเกาหลียิ่งแย่ลง”

                หนังสือพิมพ์โรดอง ซินมุน ยังระบุว่า เกาหลีเหนือจะชิงโจมตีสหรัฐ ด้วยอานุภาพการทำลายล้างอย่างรุนแรงที่สุด ซึ่งจะทำลายกองกำลังสหรัฐทั้งในเกาหลีใต้ และในแผ่นดินใหญ่ของสหรัฐ

                “หากเราเปิดฉากชิงโจมตีสหรัฐด้วยอานุภาพการทำลายล้างอย่างรุนแรงที่สุด ก็จะเป็นการทำลายกองกำลังของสหรัฐทั้งในเกาหลีใต้และภูมิภาคใกล้เคียง รวมทั้งในแผ่นดินใหญ่ของสหรัฐ ซึ่งจะถูกทำลายกลายเป็นเศษขี้เถ้า” โรดอง ซินมุน รายงาน

 

 



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน