• นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-06-16
  • จำนวนเรื่อง : 4173
  • จำนวนผู้ชม : 3001916
  • จำนวนผู้โหวต : 1625
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1625 คน
<< ตุลาคม 2017 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพฤหัสบดี ที่ 12 ตุลาคม 2560
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 424 , 19:13:30 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน vinitvadee โหวตเรื่องนี้

สวัสดีครับ

         ระบบยุติธรรมก็มีหลายประเด็นที่จะต้องปฏิรูปด้วย ล่าช้าในการดำเนินคดี ทำอย่างไรจึงจะรวดเร็วขึ้น ที่ผ่านมาคู่กรณีตายไปเสีย

ก่อนก็มี

         นอกจากนั้น เป็นที่น่าสังเกตว่า ฝ่ายรัฐบาลมักจะแพ้คดีต่างชาติแทบทุกคดี การตั้งอนุญาโตตุลาการก็เช่นกัน ฝ่ายรัฐบาลไทย

มักจะคดีความต่อต่างชาติเสมอ ทำให้ต้องชดใช้ตามที่ต่างชาติเรียกร้องเสมอมา จึงน่าจะปฏิรูปจุดอ่อน รวมทั้งการป้องกันการทุจริตที่

อาจจะมีในระบบยุติธรรมกันเสียที

 

 

 

ปฏิรูปยุติธรรม เปิด 3 ช่องทางฟังความเห็น

การเมืองข่าวการเมือง  :  3 ชั่วโมงที่ผ่านมา
พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน โฆษก คกก.ปฏิรูปด้านกระบวนการยุติธรรม
โฆษก, การันตี, รัฐประหาร, ประเทศ, ทิศทาง, ความเห็น, รับฟัง, 3 ช่องทาง,  ตำรวจ, ยุติธรรม, กฏิรูป, ปฏิรูปยุติธรรม, เปิด

 "โฆษกปฏิรูปยุติธรรม" เปิด 3 ช่องทางฟังความเห็นปชช. หวังปชช. ร่วมมากๆ เพื่อสร้างทิศทางประเทศ การันตี รัฐประหารไม่จำเป็นจะไม่เกิดขึ่นอีก  

          12 ต.ค. 60 - พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน โฆษกคณะกรรมการปฏิรูปด้านกระบวนการยุติธรรม แถลงว่า คณะกรรมการเปิดช่องทางเพื่อรับฟังความเห็นของประชาชนและผู้ที่เกี่ยวข้องต่อแนวทางการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม, ตำรวจ เพื่อจัดทำเป็นแผนการปฏิรูปและแนวทางยุทธศาสตร์ชาติ ผ่านเว็ปไซต์ สำนักงานศาลยุติธรรม http://reform.coj.go.th ผ่านเว็ปเพจการปฏิรูปประเทศ และผ่านตู้ ปณ.33 รัฐสภา 10400 ทั้งนี้มีหัวข้อที่ต้องการความเห็น 7 ประเด็น คือ 1.ระยะเวลาทำงานของกระบวนการยุติธรรมทุกขั้นตอน เพื่อให้ประชาชนได้รับความยุติธรรมไม่ล่าช้า 2.กลไกช่วยเหลือประชาชนผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ให้เข้าถึงกระบวนการยุติธรรมโดยง่าย 3.กลไกบังคับใช้กฎหมายที่ลดความเหลื่อมล้ำ 4.กลไกใช้กฎหมายเพื่อความเป็นธรรมในสังคม 5.การถ่วงดุลการสอบสวนคดีอาญาระหว่างพนักงานสอบสวนและพนักงานอัยการ รวมถึงระยะทำคดีเพื่อไม่ให้ขาดอายุความ และสร้างความเชื่อมั่นการปฏิบัติหน้าที่ 6.ให้นำนิติวิทยาศาสตร์มาใช้ในการสอบสวนคดีอาญา รวมทั้งจัดบริการด้านนิติวิทยาศาสตร์มากกว่าหนึ่งหน่วยงานที่มีอิสระจากกัน และ 7.เสริมสร้างและพัฒนาวัฒนธรรมองค์กร ของหน่วยงานต่างๆ ในกระบวนการยุติธรรมให้อำนวยความยุติธรรมแก่ประชาชน
          พล.ต.ท.อำนวย กล่าวด้วยว่า สำหรับการการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมนั้น จะจัดรับฟังความเห็นผ่านทางเวทีสัมมนาช่วงกลางเดือนพ.ย. นี้ และการรับฟังความเห็นทั้งหมดทุกหัวข้อจะรับฟังไปจนถึงวันที่ 24 ธ.ค. ก่อนวิเคราะห์และประมวลผลเพื่อจัดทำแผนปฏิรูปและนำเสนอให้กับคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติพิจารณาต่อไป
          "ทั้งนี้ผมมั่นใจว่าหากประชาชนให้ความสำคัญต่อการแสดงความเห็นเพื่อกำหนดแผน และสร้างกระบวนการปฏิรูป และมีทิศทางยุทธศาสตร์ชาติที่ชัดเจน การรัฐประหาร หากไม่จำเป็นจะไม่เกิดขึ้นอีก" พล.ต.ท.อำนวย กล่าว. 

วิษณุ เผย "บิ๊กตู่" เรียกถก พรึบ ติดตามความคืบหน้าออกกม.

การเมือง  :  4 ชั่วโมงที่ผ่านมา
นายกฯ, คืบหน้าออกกม, บิ๊กตู่, วิษณุ, เรียกถก, พรึบ, เหลือ, เวลา, จะทำได้ขนาดไหน

"วิษณุ" เผย "บิ๊กตู่" เรียกถก พรึบ ติดตามความคืบหน้าออกกม. เหลือ เวลา 1 ปี จะทำได้ขนาดไหน

          ทำเนียบรัฐบาล - 12 ต.ค.60-"วิษณุ" เผย "บิ๊กตู่" เรียกถก พรึบ ติดตามความคืบหน้าออกกม. เหลือ เวลา 1 ปี จะทำได้ขนาดไหน สั่ง "รมต." ขันน๊อต จนท. อย่าชักช้า ยืนยันความเห็น "ร่างกม." ที่เกี่ยวข้องเสียที

           นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังจากที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช. เรียกประชุมนอกเหนือจากวาระงานประจำวัน เมื่อช่วงเช้า โดยมีการเรียกนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี รวมถึงรัฐมนตรีอื่นๆ อาทิ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รมว.ทรัพยากรธรรม ชาติและสิ่งแวดล้อม พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล รมว.แรงงาน นายอุตตม สาวนายน รมว.อุตสาหกรรม และนายวิสุทธิ ศรีสุพรรณ รมช.คลัง นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) นายดิสทัต โหตระกิตย์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา รวมถึงพล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้ช่วยผบ.ทบ.ในฐานะประธานกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล เข้าหารือที่ห้องเขียว ตึกไทยคู่ฟ้า โดยใช้เวลาการหารือเกือบ 3 ชั่วโมง ว่า เป็นเรื่องที่นายกฯได้แจ้งในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)มาก่อนแล้วว่า เมื่อโรดแม็พที่เหลือจากนี้ไปมีประมาณเท่าไหร่ ต้องการจะติดตามความคืบหน้าของกฎหมายฉบับต่างๆ วันนี้กฎหมายที่รัฐบาลได้เสนอสนช.และออกมาใช้บังคับแล้ว มีประมาณ 250 ฉบับ และยังเหลืออีกกี่ฉบับที่จะไปสภา ขณะนี้ค้างอยู่ที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกากี่ฉบับ และจะใช้เวลาที่เหลืออยู่ประมาณ 1 ปีนี้สามารถดำเนินการไปได้ขนาดไหน เพราะไม่ใช่ส่งไปสภาในเดือนสุดท้ายของปี 61 แต่ต้องไปก่อน เพราะต้องใช้เวลานำขึ้นทูลเกล้าฯ และประกาศใช้ได้ทัน จึงนั่งไล่กันในวันนี้ 

           นายวิษณุ กล่าวอีกว่า มีการขอให้รัฐมนตรีบางท่านช่วยไปกำกับ กำชับเจ้าหน้าที่ของตนในส่วนที่เกี่ยวข้อง เพราะกฤษฎีการายงานว่า บางทีที่กฎหมายช้าเพราะเมื่อตรวจเสร็จส่งให้กระทรวงยืนยันว่าพอใจหรือไม่ แต่กระทรวงไม่ยืนยันซักที หรือไม่ก็ช้าเพราะเวลากฤษฎีกาตรวจ เชิญผู้แทนกระทรวงมาชี้แจงก็ไม่ได้ส่งระดับอาวุโส หรืออธิบดีที่มีอำนาจตัดสินใจมา พอกฤษฎีกาถาม ตกลงจะเอาอย่างนี้หรือไม่ ก็ต้องขอกลับไปตามกระทรวง และหายไปเป็นเดือน วันนี้จึงต้องมาติดตามความคืบหน้าเหล่านี้ 

 

"วิษณุ" เผย "บิ๊กตู่" กำชับ ก่อน ออกกม.ต้องทำตาม "ม.77" ใน "รธน.ใหม่" เผย "กม.แรงงานต่างด้าว" พ.ย.นี้ เสร็จเรียบร้อย

           เมื่อถามว่า เป็นห่วงกฎหมายฉบับไหนเป็นพิเศษหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่มีอะไรมากเป็นพิเศษ แต่ที่มีการพูดถึงคือเรื่องกฎหมายแรงงานต่างด้าว เพราะคำสั่งคสช.ได้ยืดไปจนถึงสิ้นปีนี้ วันนี้ได้ส่งไปให้กฤษฎีกาทำ จึงอยากรู้ความคืบหน้าไปถึงไหน จะออกมาทันหรือไม่ และนายกฯ ได้กำชับว่า ขอให้ทุกฝ่ายเคร่งครัด ทำตามมาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ในการเปิดรับฟังความคิดเห็น มีกฎหมายบางฉบับที่ส่งไปที่กฤษฎีกา และกระทรวงอ้างว่าได้รับฟังความเห็นมาแล้ว แต่การฟังนั้นยังไม่หลากหลาย จึงขอให้กฤษฎีกาช่วยฟังความเห็นเพิ่มเติม หรือส่งคืนให้กระทรวงไปทำ และถ้าบางฉบับไปสภาโดยที่ไม่ได้ฟังความเห็นมาก่อน เช่น กฎหมายทรัพยากรน้ำก็อาจจะให้สภาไปช่วยรับฟัง ซึ่งได้คุยกันในส่วนนี้ ซึ่งเป็นส่ิงที่เป็นห่วง

          เมื่อถามว่า กฎหมายแรงงานต่างด้าวมีความคืบหน้าหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ขณะนี้เกือบเสร็จแล้ว ในเดือนพ.ย.นี้ คงจะเสร็จเรียบร้อย และการประกาศใช้มีได้ 2 ทางคือ ออกเป็นพระราชกำหนดและการเสนอสภา ถ้าเสร็จในสภาก็จะช้าออกไป ก็อาจจำเป็นต้องออกเป็นพระราชกำหนด แต่นั่นคงไม่สำคัญเท่ากับที่นายกฯ กำชับว่า ก่อนที่จะบอกว่าเสร็จแล้วส่งมา ช่วยรับฟังความเห็นจากคนที่ต่อต้านคัดค้านอยู่ก่อนหน้านี้ว่าไม่เป็นธรรม เช่นการปรับ 4-8 แสนบาท ให้ไปฟังความเห็นสักหน่อย ซึ่งเขาฟังแล้ว นายกฯจึงขอให้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยว ข้องมาชี้แจงที่กฤษฎีกาซึ่งเขาก็รับไปทำ 

"วิษณุ" แจง "กม.ทรัพยากรน้ำ" ไม่ได้รับฟังความเห็น เหตุส่งสภา ก่อน "รธน.ใหม่" ประกาศใช้ ยัน รบ.ไม่ได้หน้ามืด เก็บค่าน้ำเกษตรกร

           นายวิษณุ กล่าวว่า สำหรับกฎหมายทรัพยากรน้ำที่อยู่ในระหว่างการพิจารณาของสนช.เป็นกฎหมายที่ไปสภาตั้งแต่ยังไม่ทันประกาศใช้รัฐธรรมนูญ ซึ่งตอนนั้นยังไม่มีมาตรา 77 จึงยังไม่มีการเปิดรับฟังความคิดเห็น วันนี้จึงได้ตกลงกันว่า ให้คณะกรรมการไปจัดการรับฟังความคิดเห็นด้วย และหลักการได้พูดกันว่า ไม่มีเรื่องอะไรที่เกี่ยวกับการเก็บค่าน้ำเกษตรกร อย่างที่ไปพูดกันเป็นอันขาด โดยจะเก็บเฉพาะโรงงานอุตสาหกรรมที่ใช้น้ำเยอะ และกฎหมายวันนี้พูดกันชัดเจน รัฐไม่มีเจตนารมณ์ ไม่ได้หน้ามืด ตาบอด หูบอด ต้องการเก็บค่าน้ำ หรือถังแตก กฎหมายนี้เป็นกฎหมายจัดสรรทรัพยากรน้ำ  ไม่ใช่กฎหมายเก็บสตางค์ค่าน้ำ ซึ่งขณะนี้กฎหมายดังกล่าวได้ดำเนินการไป ไม่ได้มีการให้ชะลอ ส่วนการรับฟังความคิดเห็นทางสภาก็มีกรอบเวลา ส่วนเรื่องของกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญทั้ง 4 ฉบับไม่ได้มีการหารือ เพราะไม่ใช่เรื่องของรัฐบาล เป็นเรื่องของสนช.และคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.)

"เลขาฯกฤษฎีกา" เผย "บิ๊กตู่" กำชับดูกฎหมาย ตามกรอบเวลา

           ขณะที่นายดิสทัต กล่าวว่า นายกฯไม่ได้สอบถาม หรือเร่งรัดในการออกกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ เป็นเพียงการติดตามสอบถามความคืบหน้ากฎหมายต่างๆ ที่อยู่ในชั้นของคณะกรรมการกฤษฎีกา โดยนายกฯได้กำชับกฤษฎีกาให้พิจารณากฎหมายตามกรอบระยะเวลาเท่านั้น

"มาร์ค" แนะ รบ. ทบทวนหลักคิดกฎหมาย

การเมืองข่าวการเมือง  :  4 ชั่วโมงที่ผ่านมา
 ผลประโยชน์, กลุ่ม, เอื้อ, โจมตี, เสียง, กฎหมาย, หลักคิด, ทบทวน, รัฐบาล, แนะ, มาร์ค, อภิสิทธิ์

"อภิสิทธิ์" แนะ รบ. ทบทวนหลักคิดกฎหมาย หลังมีเสียงโจมตีว่าเอื้อกลุ่มผลประโยชน์

 

          12 ต.ค. 60 - นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และอดีตนายกฯ กล่าวในรายการ 101 องศาข่าว ทางสถานีวิทยุ เอฟเอ็ม 101  ถึงกรณีนายธีรยุทธ บุญมี นักวิชาการอิสระ ที่ก็ออกมาวิจารณ์รัฐบาลคสช.ว่า ไม่ใส่ใจปัญหาคนจน ว่า ข่าวคราวหลายเรื่องที่ออกมา ทั้งเรื่องร่างพ.ร.บ.ทรัพยากรน้ำ หรือร่างพ.ร.บ.คุ้มครองพันธุ์พืช เรื่องการใช้บัตรสวัสดิการ อยากให้รัฐบาลตั้งหลักคิดว่า ทำไมเรื่องต่างๆจึงมีคนพูดโจมตีให้เสียหาย เหมือนกับไม่ดูแลคนยากคนจนอะไรทำนองนี้ ตนต้องบอกว่าโครงสร้างของกฎหมายที่เขียนออกมา ทั้งเรื่องน้ำ ทั้งเรื่องพันธุ์พืช แม้กระทั่งเรื่องรัฐวิสาหกิจขณะนี้เป็นโครงสร้างที่ตรงกับข้อเรียกร้องที่มาจากกลุ่มคนที่มีกำลังมากกว่า และมีผลกระทบต่อชุมชน ชาวบ้าน 

          นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อไปว่า อย่างในกฎหมายน้ำ ทันทีที่เขียนว่าสามารถเก็บค่าน้ำได้ คนที่เป็นเกษตรกรก็ต้องกังวล กฎหมายพันธุ์พืช เมื่อจะไปคุ้มครองคนจดทะเบียนยาวขึ้น จากการใช้สิทธิ์ถูกจำกัดลง หากมีใครไปจดทะเบียนพันธุ์พืชนั้นๆแล้ว แถมไปเขียนเหมือนกับว่าสามารถเพิกถอนพันธุ์พืชของพื้นเมืองท้องถิ่นได้อีกด้วย ก็กระทบกับชุมชน ท้องถิ่น และคนที่จะได้ประโยชน์ก็จะเป็นคนที่มีกำลัง มีความพร้อมที่จะไปปรับปรุงพันธุ์พืช แล้วก็จดทะเบียนพันธุ์พืชนั้นได้อย่างนี้เป็นต้น ดังนั้นเรื่องแบบนี้อย่าไปมองว่าใครจะมาจงใจบิดเบือนโจมตี แต่ต้องไปดูว่าทำไมโครงสร้างของนโยบาย หรือแนวคิดเบื้องต้นของกฎหมายเหล่านี้ ไม่สามารถไปรับฟัง หรือไม่ตอบสนองต่อคนกลุ่มอื่นๆ ที่เขามีความรู้สึกว่ากำลังเสียเปรียบอยู่ในสังคม หลายเรื่องต้องช่วยคิด อย่างน้อยก็ชัดเจนขึ้นแล้ว ไม่เช่นนั้นจะไปกันใหญ่ว่าผลประโยชน์ของสังคมถูกรุกโดยคนที่มีความพร้อมกว่า เช่น การที่จะไปขายเบียร์ในร้านสะดวกซื้อ กรณีนี้ที่เป็นธุรกิจแอลกอฮอล์ บวกกับธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่. 

"วิษณุ"ลั่่นพรรคการเมืองหาเสียงได้เมื่อมี พ.ร.ฎ.เลือกตั้ง

การเมือง  :  4 ชั่วโมงที่ผ่านมา
หาเสียงได้, เมื่อมี, พรฎเลือกตั้ง, พรรคการเมือง, วิษณุ, คำสั่งคสช

"วิษณุ"เผย พรรคการเมืองหาเสียงได้ เมื่อมี"พ.ร.ฎ.กำหนดวันเลือกตั้ง" ไม่เกี่ยว"คำสั่งคสช."

            เมื่อวันที่ 12 ต.ค.60 เวลา 12.30 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการกำหนดวันเลือกตั้งว่า เมื่อประกาศใช้กฎหมายลูกที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง 4 ฉบับแล้ว คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) สามารถกำหนดวันเลือกตั้ง จะช้าหรือเร็วก็ได้ แต่ต้องอยู่ภายใน 150 วัน เมื่อการเลือกตั้งเกิดขึ้นแล้ว รัฐธรรมนูญปี 60 มาตราหนึ่งกำหนดว่าให้ กกต. แจกใบเหลืองใบแดงและประกาศผลการเลือกตั้งภายใน 60 วัน หากการเลือกตั้งสุจริตประกาศผลได้เร็ว 30 วันก็อาจจะเสร็จ ซึ่งรัฐธรรมนูญฉบับก่อนๆ กำหนดระยะเวลาในขั้นตอนนี้เพียง 30 วัน แต่รัฐธรรมนูญใหม่มีวิธีการเลือกตั้งที่ต่างออกไป จึงเพิ่มเป็น 60 วัน เสร็จเมื่อไหร่ก็ประกาศผลได้เลย ทั้งนี้ เมื่อประกาศผลเลือกตั้งแล้วจะได้กราบบังคมทูลเชิญเสด็จพระราชดำเนินเปิดสภา แล้วจะมีการเลือกประธานสภา เมื่อมีการโปรดเกล้าฯ รายชื่อประธานสภา จะมีการกำหนดวันโหวตเลือกนายกฯ ต่อไป
           เมื่อถามว่า พรรคการเมืองจะสามารถหาเสียงเลือกตั้งได้เมื่อใด นายวิษณุ กล่าวว่า การหาเสียงของพรรคการเมืองไม่เกี่ยวข้องกับคำสั่งคสช. แต่จะทำได้ต่อเมื่อมีพระราชกฤษฎีกากำหนดวันเลือกตั้งทั่วไป ส่วนที่ว่า กกต.เป็นผู้ประกาศวันเลือกตั้งนั้น ไม่ใช่อยู่ๆ จะประกาศได้ต้องมีพระราชกฤษฎีกากำหนดวันเลือกตั้งทั่วไปก่อน การที่จะหาเสียงไม่ได้ไม่ใช่คำสั่งคสช.ไปห้าม เหมือนในสมัยก่อนที่ยังไม่มีคสช. อยู่ๆ พรรคการเมืองจะลุกขึ้นมาหาเสียงไปติดป้ายหาเสียงก็ผิดพ.ร.บ.รักษาความสะอาด แต่เมื่อมีพระราชกฤษฎีกาฯ เลือกตั้ง กฎเกณฑ์ต่างๆจะลดหย่อนลงมาเพราะเป็นเทศกาลหาเสียง

พิษเงินทอนวัด!! ค้นบ้าน “พนม-นพรัตน์” อดีต ผอ.พศ.

ข่าวทั่วไป  :  21 ก.ย. 2560
 
 
 
 

ปปป.นำกำลังบุกค้นบ้าน “พนม - นพรัตน์” อดีต ผอ.พศ. หาหลักฐานเชื่อมโยงคดีทุจริตเงินทอนวัด - ลุยค้น 14 จุด รวม 7 จังหวัด

           21 ก.ย.60-ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการทุจริตและประพฤติมิชอบ หรือ บก.ปปป. นำกำลังกระจายกำลังนำหมายศาลเข้าตรวจค้นบ้านของบุคคลต้องสงสัยที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตเงินทอนวัด รวม 14 จุดใน 7 จังหวัด โดย จุดสำคัญคือ บ้านพักของ นายพนม ศรศิลป์ อดีตผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ  ในเขตเทศบาลเมืองกระทุ่มล้ม อ.สามพราน จ.นครปฐม เพื่อหาหลักฐานเชื่อมโยงกระบวนการทุจริตเงินทอนวัด โดยเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจไปถึงได้แสดงหมายศาลเพื่อขอเข้าตรวจค้น โดยมีนายพนม เข้ามารับหมายและนำเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นภายในบ้านพัก โดยไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าไป 

                พิษเงินทอนวัด!! ค้นบ้าน “พนม-นพรัตน์” อดีต ผอ.พศ.

 

               พิษเงินทอนวัด!! ค้นบ้าน “พนม-นพรัตน์” อดีต ผอ.พศ.

            สำหรับการเข้าตรวจค้นบ้านของนายพนม เนื่องจากเจ้าหน้าที่ ปปป. ทำการตรวจสอบการทุจริตเงินทอนวัด พบความเคลื่อนไหว เรื่องของการโอนเงินซื้อหุ้นสหกรณ์แห่งหนึ่งและมีการซื้อทองสะสมไว้ มีพฤติการณ์เชื่อว่า ร่ำรวยผิดปกติ จึงเป็นที่มาของการเข้าตรวจค้นในวันนี้ 

                     พิษเงินทอนวัด!! ค้นบ้าน “พนม-นพรัตน์” อดีต ผอ.พศ.

             นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังเข้าตรวจค้นบ้านพักของ นายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ อดีตอำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ  ย่านบางบัวทอง จ.นนทบุรี และเตรียมเปิดตู้เซฟ เพื่อตรวจสอบทรัพย์สินด้วย.

ท่องเที่ยวยั่งยืนตามศาสตร์พระราชา

 
ททท, ศาสตร์พระราชา, ประสบการณ์ท้องถิ่น, ยุทธศักดิ์ สุภสร, ผู้ว่าททท, เข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา, มาร์ติน ฮาร์ท-แฮนเซ่น, เพื่อการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน, การท่องเที่ยว คมชัดลึก, กเษณุกา ธิเรนี เสเนวิรัตนะ
ททท, ศาสตร์พระราชา, ประสบการณ์ท้องถิ่น, ยุทธศักดิ์ สุภสร, ผู้ว่าททท, เข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา, มาร์ติน ฮาร์ท-แฮนเซ่น, เพื่อการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน, การท่องเที่ยว คมชัดลึก, กเษณุกา ธิเรนี เสเนวิรัตนะ
ททท, ศาสตร์พระราชา, ประสบการณ์ท้องถิ่น, ยุทธศักดิ์ สุภสร, ผู้ว่าททท, เข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา, มาร์ติน ฮาร์ท-แฮนเซ่น, เพื่อการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน, การท่องเที่ยว คมชัดลึก, กเษณุกา ธิเรนี เสเนวิรัตนะ
ททท, ศาสตร์พระราชา, ประสบการณ์ท้องถิ่น, ยุทธศักดิ์ สุภสร, ผู้ว่าททท, เข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา, มาร์ติน ฮาร์ท-แฮนเซ่น, เพื่อการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน, การท่องเที่ยว คมชัดลึก, กเษณุกา ธิเรนี เสเนวิรัตนะ
ททท, ศาสตร์พระราชา, ประสบการณ์ท้องถิ่น, ยุทธศักดิ์ สุภสร, ผู้ว่าททท, เข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา, มาร์ติน ฮาร์ท-แฮนเซ่น, เพื่อการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน, การท่องเที่ยว คมชัดลึก, กเษณุกา ธิเรนี เสเนวิรัตนะ
ททท, ศาสตร์พระราชา, ประสบการณ์ท้องถิ่น, ยุทธศักดิ์ สุภสร, ผู้ว่าททท, เข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา, มาร์ติน ฮาร์ท-แฮนเซ่น, เพื่อการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน, การท่องเที่ยว คมชัดลึก, กเษณุกา ธิเรนี เสเนวิรัตนะ
prev
next

การผสมสานระหว่างศาสตร์พระราชากับประสบการท้องถิ่น

ท่องเที่ยวยั่งยืนตามศาสตร์พระราชา

          เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ร่วมสืบสานพระราชปณิธานของพระองค์ผ่านการทำงานร่วมกับชุมชนนำร่องของโครงการ “ตามรอยศาสตร์พระราชา เพื่อการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน” ยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และ  มาร์ติน ฮาร์ท-แฮนเซ่น รองผู้แทนโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) ร่วมกันเป็นประธานในพิธีเปิดนิทรรศการฯ โดยมีคณะทูตจากประเทศต่างๆ อาทิ  คิริลล์ มิเคโลวิช บาร์สกี้ ออท.สหพันธรัฐรัสเซียประจำประเทศไทย, แพทริค ซิวิยู วาโมโต ออท.สาธารณรัฐเคนยาประจำประเทศไทย, แมรี่ โจ เอ. แบร์นาโด -อารากอน ออท.วิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ประจำประเทศไทย, คริสเตียน เรเรน บาร์เกตโต ออท.สาธารณรัฐชิลีประจำประเทศไทย, โจอาคิม อามารัล ออท.สาธารณรัฐประชาธิปไตยติมอร์-เลสเตประจำประเทศไทย, พอล โรบิลลิอาร์ต ออท.ออสเตรเลียประจำประเทศไทย, ซะอีดะฮ์ มุนา ตัสนีม ออท.สาธารณรัฐประชาชนบังกลาเทศประจำประเทศไทย และ กเษณุกา ธิเรนี เสเนวิรัตนะ ออท.สาธารณรัฐสังคมนิยมประชาธิปไตยศรีลังกาประจำประเทศไทย เป็นต้น เข้าร่วมงานที่บริเวณ เอ็มโพเรียม แกลอรี ชั้นเอ็ม ศูนย์การค้า ดิ เอ็มโพเรียม เมื่อวันก่อน

ท่องเที่ยวยั่งยืนตามศาสตร์พระราชา

ยุทธศักดิ์ สุภสร-มาร์ติน ฮาร์ท-แฮนเซ่น

 

         ในงาน ยุทธศักดิ์ สุภสร  กล่าวว่า โครงการตามศาสตร์พระราชา เพื่อการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน เป็นการผสมผสานระหว่างแผนการตลาดของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือ ททท. ตามแนวคิด “Local Experience” หรือ “ประสบการณ์ท้องถิ่น” ที่มุ่งให้นักท่องเที่ยวได้รับความประทับใจจากการเดินทางท่องเที่ยว รวมทั้งได้รับจากวิถีชุมชนต่างๆ กับ “ศาสตร์พระราชา” ซึ่งเป็นหลักในการทรงงานกับชุมชนของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช คือ เข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา ที่ปวงชนชาวไทยได้ซึมซับมาโดยตลอด นำไปสู่การจัดการการท่องเที่ยวในชุมชนเพื่อให้เติบโตอย่างยั่งยืน ดังนั้นโครงการดังกล่าวจึงเป็นการสืบสานพระราชปณิธานของพระองค์ท่าน โดยเฉพาะหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง อีกทางหนึ่งด้วย

ท่องเที่ยวยั่งยืนตามศาสตร์พระราชา

กเษณุกา ธิเรนี เสเนวิรัตนะ ให้ความสนใจนิทรรศการ

         โครงการ “ตามรอยศาสตร์พระราชา เพื่อการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน” ได้เลือกพื้นที่นำร่องในการเข้าไปดำเนินโครงการ จำนวน 4 ชุมชน ได้แก่ ชุมชนริมน้ำจันทบูร จังหวัดจันทบุรี, ชุมชนบ้านปงห้วยลาน จังหวัดเชียงใหม่, ชุมชนรอบโครงการพัฒนาพื้นที่หนองใหญ่ ตามพระราชดำริ จังหวัดชุมพร และชุมชนท่องเที่ยวบ้านหนองส่าน จังหวัดสกลนคร ซึ่ง ททท. คาดว่า โครงการ “ตามรอยศาสตร์พระราชา เพื่อการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน” จะสามารถสร้างเศรษฐกิจชุมชนให้เกิดความเข้มแข็งผ่านการจัดการรอบด้าน อาทิ การอนุรักษ์ทรัพยากร การรักษาวิถีชีวิต และวัฒนธรรมท้องถิ่น การจัดกิจกรรมเพื่อการท่องเที่ยว การจัดการเกี่ยวกับสิ่งอำนวยความสะดวก ตลอดจนการจัดการด้านสินค้าเพื่อการท่องเที่ยว ที่สามารถเพิ่มคุณค่าและสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับชุมชน โดยการพัฒนาจะเน้นให้ชุมชนร่วมคิด ร่วมทำด้วยตนเอง อันจะนำไปสู่การสร้างความยั่งยืนในระยะยาว ซึ่งความสำเร็จในพื้นที่ชุมชนนำร่อง 4 แห่งนี้ จะเป็นพื้นที่ต้นแบบในการพัฒนาชุมชนเพื่อการท่องเที่ยวอื่นๆ ต่อไปในอนาคต

ทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์จีน-ไต้หวัน ตุ๋นเงินเหยื่อ 60 ลบ.

อาชญากรรม  :  52 นาทีที่ผ่านมา
ตุ๋นเงิน, แก๊งคอลเซ็นเตอร์, ปปง, ดีเอสไอ, กองปราบปราม,  ตุ๋นเงินเหยื่อ, ล้านบาท

กองปราบ-ดีเอสไอ.ปปง. ทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์จีน-ไต้หวัน ตุ๋นเงินเหยื่อกว่า 60 ล้านบาท

 

               เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 12 ต.ค.60 พล.ต.ต.รมย์สิทธิ์ วีริยาสรร รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) รักษาราชการแทนเลขาธิการ ปปง. พร้อมด้วย พ.ต.อ.ศิร์ธัชเขต ครูวัฒนเศรษฐ์ รอง ผบก.ป. เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธร ภาค 6 สำนักงานอัยการสูงสุด กรมสอบสวนคดีพิเศษ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ปปง. กรมสรรพากร และหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย เอ็มเจไอบี (MJIB) ประเทศไต้หวัน ร่วมกันแถลงผลการจับกุมตัวผู้ต้องหาเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ จำนวน 8 คน
               ประกอบด้วยนายฟาง ยางเส็ง อายุ 50 ปี ชาวจีน นางอาหลิน ชาวไต้หวัน นายอนุรุทย์ เพิ่มทวีทรัพย์ อายุ 29 ปี น.ส.พรรณปพร ศรีอ่อนดี อายุ 24 ปี น.ส.สมพร ชูช่วย อายุ 39 ปี น.ส.กุลวดี ฉิมเพ็ชร น.ส.ดารานาถ ยังดีเลิศ น.ส.รัตนา เกษสุพรรณ์ ภายหลังจากเจ้าหน้าที่ได้ร่วมบูรณการกำลังเข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายในพื้นที่ กทม.จำนวน 3 จุด เมื่อช่วงเช้าวันที่ 12 ต.ค.ที่ผ่านมา ประกอบด้วย 1.บริษัท โกลเด้น-ริช-แทรเวล จำกัด เลขที่ 603/13 ถ.นวลจันทร์ แขวงนวลจันทร์ เขตบึงกุ่ม 2.บริษัท จีทีอาร์ แทรเวล แอนด์ เทรดดิ้ง จำกัด เลขที่ 538 อาคารแกรนด์ ชั้น 9 ถ.รัชดาภิเษก แขวงสามเสนนอก เขตห้วยขวาง 3.บริษัท ยู.วี.ที. แทรเวล แอนด์ เทรดดิ้ง จำกัด เลขที่ 538 อาคารแกรนด์ ชั้น 9 ถ.รัชดาภิเษก แขวงสามเสนนอก เขตห้วยขวาง
               พล.ต.ต.รมย์สิทธิ์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากในช่วงที่ผ่านมา กลุ่มมิจฉาชีพ หรือแก๊งคอลเซ็นเตอร์กลุ่มนี้ ได้ก่อเหตุใช้โทรศัพท์หลอกลวงเอาเงินจากเหยื่อ ซึ่งมีทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เป็นจำนวนมาก โดยพฤติการณ์ของมิจฉาชีพกลุ่มนี้ จะมีการอ้างตนว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐฯ จากนั้นก็จะพูดจาข่มขู่หลอกผู้เสียหาย ว่าเข้าไปมีส่วนพัวพันในการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด หรือการฟอกเงิน ก่อนจะเรียกรับเงินจากผู้เสียหายเพื่อแลกกับการไม่ต้องถูกดำเนินคดี หรือตรวจสอบ อีกทั้งมิจฉาชีพเหล่านี้มักจะมีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการหลอกลวงอยู่ตลอดเวลา อาทิ มีการใช้ไลน์ ไอดี ของหน่วยงานรัฐฯ ในการสร้างความน่าเชื่อถือ เวลาที่ติดต่อไปหาเหยื่อ หรือแม้กระทั่งวิธีการต่างๆ โดยจะใช้หลักจิตวิทยาในการทำให้ผู้เสียหายเกิดความกลัวมาเป็นจุดอ่อนในการก่อเหตุ ทั้งนี้ ตั้งแต่ปี 53 ที่ผ่านมา มีผู้เสียหายหลงเชื่อตกเป็นเหยื่อถูกหลอกจากมิจฉาชีพกลุ่มนี้ จำนวนหลายราย มีการแจ้งดำเนินคดีความแล้วจำนวน 64 คดี ในพื้นที่ กทม. สมุทรปราการ เชียงใหม่ สงขลา ภูเก็ต นครราชสีมา ลำปาง สระแก้ว มูลค่าความเสียหายรวมประมาณ 60 กว่าล้านบาท

 

ทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์จีน-ไต้หวัน ตุ๋นเงินเหยื่อ 60 ลบ.


               สำหรับฐานการกระทำความผิดของแก๊งคอลเซ็นเตอร์กลุ่มนี้จะอยู่ในพื้นที่ของ สาธารณรัฐประชาชนจีน และประเทศไต้หวัน ซึ่งถือเป็นองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ที่มีลักษณะการทำงานเป็นเครือข่าย มีการแบ่งหน้าที่กันทำงานหลายส่วน มีผู้กระทำความผิดที่อยู่ทั้งในไทยและนอกราชอาณาจักร เจ้าหน้าที่จึงได้เร่งทำการรวบรวบพยานหลักฐาน ขออำนาจศาลออกหมายจับผู้กระทำผิดได้จำนวน 49 ราย ซึ่งแบ่งเป็นชาวไทยประมาณ 20 คน โดยจะทำหน้าที่เป็นผู้เปิดบัญชี ส่วนที่เหลือส่วนใหญ่จะเป็นชาวจีน อย่างไรก็ตามจากการตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายจำนวน 3 จุดที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาได้จำนวน 8 ราย พร้อมกับตรวจยึดเอกสารหลักฐานต่างๆ และอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ มาทำการตรวจสอบหาความเชื่อมโยงไปยังผู้กระทำผิดรายอื่นๆ
               พล.ต.ต.รมย์สิทธิ์ กล่าวอีกว่า สำหรับหัวหน้าขบวนการของมิจฉาชีพกลุ่มนี้ จากการสืบสวนขณะนี้เจ้าหน้าที่สามารถสืบทราบตัวแล้วว่าเป็นใคร แต่ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดในส่วนนี้ได้ เกรงว่าจะมีผลต่อรูปคดี ส่วนผู้ต้องหาทั้ง 8 ราย ที่ถูกจับกุมตัวได้นั้น เบื้องต้นจากการสอบสวน ผู้ต้องหาให้การเป็นประโยชน์ต่อรูปคดี และรับว่ามีการโอนเงินกันเข้ามาจริง แต่ไม่ทราบว่าเงินดังกล่าวนั้น ถูกโอนมาจากที่ใด อย่างไรก็ตาม อยากฝากถึงผู้ที่รับจ้างเปิดบัญชีให้กับกลุ่มมิจฉาชีพ เพื่อนำไปใช้ในการกระทำความผิดนั้นด้วยว่า หากพบว่ามีการกระทำดังกล่าวจริง ก็จะถือเป็นผู้ร่วมกระทำความผิดด้วยเช่นกัน โดยจะถูกดำเนินคดีในฐานฟอกเงิน มีอัตราโทษจำคุกตั้งแต่ 1 ปี ถึง 10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20.000 บาท จนถึง 200,000 บาท
               นอกจากนี้ยังอยากฝากไปถึงสถาบันทางการเงินต่างๆ ให้ช่วยตรวจสอบพฤติกรรมของผู้ที่มาเปิดบัญชี และมีเงินหมุนเวียนเข้า-ออกแบบผิดปกติ หรือหากพบให้ช่วยแจ้งข้อมูลมายังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยตรวจสอบ เพื่อเป็นการเฝ้าระวังและป้องปราบการกระทำความผิดของกลุ่มมิจฉาชีพเหล่านี้ ขณะเดียวกันทางด้าน ปปง. ยังได้เข้ามาให้ความช่วยเหลือในการดำเนินคดีเกี่ยวกับการฟอกเงิน เพื่อจะได้นำเงินที่ได้มาจากการก่อเหตุเหล่านี้ไปเยียวยาผู้เสียหายต่อไป
               รายงานข่าวแจ้งว่า กลุ่มบริษัทที่เจ้าหน้าที่ฯ เข้าทำการตรวจค้นเมื่อช่วงเช้านั้น พบว่า มีการตั้งขึ้นเพื่อใช้ในการฟอกเงินที่หลอกลวงผู้เสียหายมา ส่วนใหญ่ทำธุรกิจการท่องเที่ยวและจัดส่งคนงานไปทำงานที่ไต้หวัน โดยเมื่อแรงงานไทยที่ถูกส่งไปทำงานโอนเงินค่าจ้างมาให้พ่อแม่ที่ประเทศไทย ผ่านทางบริษัทดังกล่าว ทางบริษัทแห่งนี้ก็จะเก็บเงินสกุลดอลล่าร์ไต้หวันเอาไว้ แล้วจ่ายเงินสกุลบาทไทยที่ได้จากการหลอกลวงเหยื่อให้กับพ่อแม่ของแรงงานแทน

 

“ไทย” พบ “ทรัมป์”

ผศดรปราณี ทิพยรัตน์, ทรัมป์

รู้ลึกกับจุฬา

                แม้จะถูกบดบังด้วยข่าวกราดยิงผู้ฟังคอนเสิร์ตที่ลาสเวกัส ซึ่งมีความสูญเสียเป็นประวัติการณ์ไปบ้าง แต่ข่าวนายกรัฐมนตรีของไทย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เข้าพบประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกา โดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม ก็ยังดูจะเป็นข่าวที่คนไทยจำนวนหนึ่งให้ความสนใจ เพราะ พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกรัฐมนตรีไทยคนแรกในรอบ 12 ปี ที่เดินทางไปหารือกับประธานาธิบดีของสหรัฐ ถึงทำเนียบขาว และได้หารือกันแบบทวิภาคีในห้องทำงานรูปไข่ (Oval Office)

              ประเด็นสำคัญของการหารือในครั้งนี้คือความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างไทยกับสหรัฐ ซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศคู่ค้าที่สหรัฐขาดดุลด้วย ขณะเดียวกันก็เป็นภาพสะท้อนว่าการให้ “ลำดับความสำคัญ” (priority) อย่างแรกขณะนี้ของรัฐบาลสหรัฐ คือปัญหาทางด้านเศรษฐกิจ มากกว่าการส่งเสริมด้านประชาธิปไตย เพราะที่ผ่านมารัฐบาลสหรัฐจะไม่ยอมรับผู้นำที่มาจากวิธีอันไม่เป็นไปตามประชาธิปไตย

 

               ผศ.ดร.ปราณี ทิพยรัตน์อาจารย์จากภาควิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายต่างประเทศของสหรัฐอเมริกา กล่าวว่า นโยบายของประธานาธิบดีสหรัฐรายนี้คือ America First อย่างที่เคยระบุไว้ตั้งแต่ก่อนเลือกตั้งว่า อะไรก็ตามที่ไม่สอดคล้องกับผลประโยชน์ของสหรัฐ จะยกเลิกให้หมด

              “ยกตัวอย่างเช่น TPP (Trans Pacific Partnership) หรือเขตการค้าเสรีแปซิฟิก ทรัมป์มองว่าส่งผลเสียต่อสหรัฐ จึงยกเลิก เพราะทุกวันนี้สหรัฐมีปัญหาเศรษฐกิจ ยิ่งเฉพาะประเทศในแถบภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก มักจะได้ดุลสหรัฐตลอด เขาเลยอยากเข้ามาแก้ส่วนนี้”

             ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีไทยถือเป็นผู้นำประเทศแถบอาเซียนรายที่ 3 ต่อจากผู้นำเวียดนามและมาเลเซียที่ได้เข้าพบประธานาธิบดีทรัมป์ เป็นภาพสะท้อนว่าสหรัฐต้องการเข้ามาถ่วงดุลอำนาจในเอเชียแปซิฟิก ภายหลังที่จีนได้เข้ามามีบทบาทและมีอิทธิพลในภูมิภาคนี้มากขึ้นเรื่อยๆ

               “ต้องบอกว่าไทยกับสหรัฐถือเป็นพันธมิตรเก่าแก่มานานมาก ดังนั้นทั้งสองฝ่ายจึงมีผลประโยชน์ร่วมกัน อย่างแรกคือผลประโยชน์ด้านความมั่นคง การพบกันระหว่างทรัมป์กับ พล.อ.ประยุทธ์ นอกจากจะไปพบกันเรื่องเศรษฐกิจแล้ว ก็ยังมีเรื่องอื่นๆ อีก” ผศ.ดร.ปราณีกล่าว

               เรื่องอื่นๆ ที่ว่าได้แก่ความมั่นคงในเชิงยุทธศาสตร์ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพราะที่ผ่านมา สหรัฐเองก็ยอมรับว่าไทยมีบทบาทในการส่งเสริมสันติภาพในภูมิภาค ซึ่งจะช่วยในการแก้ปัญหาระดับนานาชาติ เช่น ปัญหาทะเลจีนใต้ ปัญหาเรื่องรัฐยะไข่ โรฮิงญา ปัญหาคาบสมุทรเกาหลี รวมถึงปัญหาการค้ามนุษย์ ที่ทางไทยได้มีการเชิญนางอิวานกา ทรัมป์ ลูกสาวประธานาธิบดีซึ่งสนใจงานด้านนี้ให้มาดูงานด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ในไทย

                 ผศ.ดร.ปราณี กล่าวว่า การพบกันระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์ และโดนัลด์ ทรัมป์ ยังเป็นภาพสะท้อนด้วยว่า ปัจจุบัน สหรัฐยอมรับผู้นำที่มาจากอำนาจทางการทหาร และไม่ได้สนใจที่มาที่ไปของผู้นำประเทศมากเท่ากับเรื่องการค้าขาย หรือปัญหาด้านเศรษฐกิจของประเทศตนเอง ซึ่งหากเป็นรัฐบาลที่มาจากพรรคเดโมแครต อาจมีท่าทีต่างออกไปจากนี้

                 อย่างไรก็ดี มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์ว่า การที่ไทยต้องไปพบสหรัฐเพื่อไปเจรจาเรื่องการค้าการลงทุน และการนำเข้าสินค้าจากสหรัฐมาไทย เป็นการเสียเปรียบในเชิงเศรษฐกิจ และไทยอาจไม่ได้ประโยชน์เท่าที่ควร ซึ่ง ผศ.ดร.ปราณีมองว่า ควรแยกแยะให้ออกระหว่างภาครัฐกับเอกชน เพราะการไปเยือนสหรัฐครั้งนี้ของนายกรัฐมนตรีไทย มีตัวแทนจากภาคธุรกิจของไทยไปด้วย

                “เอกชนถ้าเขาไม่เห็นประโยชน์ เขาคงไม่ทำธุรกิจกัน จะบอกว่าเราควักเนื้ออย่างเดียว เราเสียเปรียบอเมริกันมันก็ไม่ถูก เพราะทางสหรัฐเองก็อยากขายของ ไทยก็อยากขายด้วย อยู่ที่ว่าหลังจากนี้เราจะต้องพิจารณาว่าจะซื้อไหม ไม่ใช่ว่าเขาขายอะไรมาแล้วเราต้องซื้อหมด”

                ทั้งนี้ สหรัฐมีการใช้สารเร่งเนื้อแดง ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งที่อยู่ในเนื้อหมูที่ส่งออก หากส่งออกมาไทยจะส่งผลเสียต่อผู้บริโภค แต่อาจารย์ปราณีระบุว่าไทยสามารถปฏิเสธสินค้าที่เห็นว่าไม่เหมาะสมได้ หรือใช้มาตรการทางกฎหมายลดการนำเข้า เช่น ตั้งกำแพงภาษีสินค้าบางประเภท เป็นต้น

                 อาจารย์ปราณีระบุเพิ่มเติมอีกว่า ในการเจรจารูปแบบทวิภาคีของผู้นำประเทศ จะต้องมีทั้งส่วนได้ส่วนเสียของทั้งสองฝ่าย แต่ต้องอิงอยู่กับประโยชน์ของประชาชน และนอกจากผลประโยชน์ทางด้านเศรษฐกิจของทั้งสองฝ่าย ยังเป็นการยกระดับของความสัมพันธ์ในเชิงการเมือง การที่ไทยไปพบสหรัฐครั้งนี้ ก็ไม่ได้มีอะไรแตกต่างกับการพบกันระหว่างผู้นำของทั้ง 2 ประเทศ

                แต่ในฐานะที่สหรัฐเป็นชาติมหาอำนาจของโลก การพบกันระหว่างไทยกับสหรัฐ ก็ถือว่าเป็นการแสวงหาโอกาสและผลประโยชน์ที่ดี ควรได้รับการส่งเสริม แต่ก็สามารถวิพากษ์วิจารณ์ได้หากเห็นว่าเป็นสิ่งไม่ถูกต้อง อย่างไรก็ดี ควรวิพากษ์วิจารณ์ด้วยข้อเท็จจริงตามข้อมูลที่มี และอ่านให้ชัดเจนว่าทั้งสองฝ่ายตกลงกันด้วยเรื่องอะไร เป็นประโยชน์ต่อทั้งประเทศไทย และประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคอาเซียนมากน้อยเพียงใด

 

................................................

 

ผลการค้นหาประมาณ 8,230,000 รายการ (0.37 วินาที) 
 
 
 
 
 
 
 
 ........................................................
 
12 ตุลาคม 2560
 
 


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน