• นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-06-16
  • จำนวนเรื่อง : 4177
  • จำนวนผู้ชม : 3002875
  • จำนวนผู้โหวต : 1625
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1625 คน
<< ตุลาคม 2017 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 13 ตุลาคม 2560
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 463 , 10:42:59 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน สุรศักดิ์ , vinitvadee โหวตเรื่องนี้

สวัสดีครับ

         ณ วันที่ 13 ตุลาคม 2559 ปีที่ผ่านมา คนไทยทั้งประเทศ และที่อยู่นอกประเทศทั่วโลก ต้องตกอยู่ในความวิปโยค

อย่างสุดซึ้ง เนื่องจากพระเจ้าอยู่หัว ร.9 ทรงจากเราคืนสู่สวรรคาลัย น้ำตาคนไทยท้นถั่งตั้งแต่บัดนั้น จนกระทั่งปัจจุบันก็

ยังมิแห้งเหือดหายไป ใบหน้าของคนไทยแต่ละคนมีหยาดน้ำตาปรากฏทั่วกัน

         โอ้พระทูนกระหม่อมแก้ว นิราศแล้วสู่สรวงสวรรค์ ละทิ้งร่องรอยแห่งพระมหากรุณาธิคุณแด่พสกนิกรของพระองค์

บังเกิดเป็นคุณเอนกอนันต์อย่างหาที่สุดมิได้ตราบชั่วนิรันดร์

 

ทรงสถิตย์ในดวงใจไทยนิรันดร์

 

'โบราณราชประเพณี' เกี่ยวกับการพระราชพิธีพระบรมศพ

'โบราณราชประเพณี' เกี่ยวกับการพระราชพิธีพระบรมศพ

วันพฤหัสบดี ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 14.35 น.

ประวัติศาสตร์ชาติไทยตั้งแต่สมัยสุโขทัยเป็นต้นมานั้น พระมหากษัตริย์นอกจากจะทรงเป็นผู้นำในการก่อตั้งพระราชอาณาจักรแล้ว ยังทรงทำนุบำรุงสร้างศิลปวัฒนธรรมและระเบียบประเพณีต่างๆ ในการดำรงชีวิตให้เป็นมรดกของชาติสืบทอดมา หลักฐานที่กล่าวถึงการจัดพระราชพิธีพระบรมศพที่เก่าแก่ที่สุดปรากฏอยู่ในหนังสือไตรภูมิกถาหรือไตรภูมิพระร่วง หนังสือวรรณคดีทางพระพุทธศาสนาเล่มแรกของชาติไทย ซึ่งพระมหาธรรมราชาที่ 1 หรือพญาลิไท แห่งกรุงสุโขทัย ทรงพระราชนิพนธ์ไว้เมื่อปีระกาพุทธศักราช 1888 พรรณนาการจัดการพระศพพระยามหาจักรพรรดิราชไว้

ครั้นถึงสมัยอยุธยาตอนต้น ไม่ปรากฏหลักฐานเรื่องการพระบรมศพ เช่นเดียวกับสมัยรูปแบบของอยุธยาตอนกลาง ในพระราชพงศาวดารกล่าวถึงเฉพาะลักษณะพระเมรุมิได้กล่าวถึงรายละเอียดพระราชพิธี ต่อมาในสมัยอยุธยาตอนปลาย ปรากฎหลักฐานในจดหมายเหตุพระบรมศพ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวท้ายสระ พรรณนาเฉพาะการถวายพระเพลิงและการแห่พระบรมอัฐิ และพระบรมราชสรีรางคารไปประดิษฐาน ณ พระอารามหลวง และงานพระบรมศพสมเด็จเจ้าฟ้าสุดาวดี กรมหลวงโยธาเทพ พระราชธิดาสมเด็จพระนารายณ์มหาราชา พรรณนารายละเอียดการพระราชพิธีพระบรมศพไว้ค่อนข้างละเอียด

พระมหากษัตริย์ผู้ทรงทศพิธราชธรรม มีพระมหากรุณาธิคุณอย่างใหญ่หลวงต่อประเทศชาติและประชาชนชาวไทย ทรงได้รับการเทิดทูนเสมอด้วย “สมมติเทพ” ตามคติพราหมณ์เมื่อเสด็จพระราชสมภพ ถือเป็นเทพอวตาร คือ เทวดาจุติลงมาอุบัติบนโลกมนุษย์ ครั้นเมื่อเสด็จสวรรคตจึงถือเป็นการเสด็จกลับสู่สวรรค์ พระราชพิธีอันเกี่ยวเนื่องกับพระบรมศพจึงถือเป็นพระราชพิธีที่จัดขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติอย่างสูงสุด

การพระราชพิธีพระบรมศพของพระมหากษัตริย์ในสมัยรัตนโกสินทร์ เป็นโบราณราชประเพณีที่มีแบบแผนธรรมเนียมมาแต่ครั้งสมัยอยุธยาตอนปลาย มีความสำคัญทัดเทียมกับพระราชพิธีบรมราชาภิเษก แม้ว่าจะมีการปรับเปลี่ยนในรายละเอียดปลีกย่อยของพระราชพิธีต่างๆ อยู่บ้างตามยุคสมัยและสภาวะของสังคม แต่ยังคงยึดถือคติตามที่กล่าวในไตรภูมิกถาอยู่อย่างมั่นคง มีการประดิษฐานพระบรมศพบนพระเมรุมาศ ซึ่งเปรียบเสมือน “เขาพระสุเมรุ” ล้อมรอบด้วยเขาสัตตบริภัณฑ์ เพื่อเป็นการส่งดวงพระวิญญาณกลับสู่สรวงสวรรค์อันเป็นที่สถิตของเทพยดาทั้งหลาย มีการประกอบพระราชพิธีอย่างยิ่งใหญ่อลังการ เริ่มตั้งแต่การสรงน้ำพระบรมศพ การเชิญพระบรมศพประดิษฐานในพระบรมโกศ การบำเพ็ญพระราชกุศล การเชิญพระบรมศพจากพระบรมมหาราชวงั มาประดิษฐาน ณ พระเมรมุาศท้องสนามหลวง การถวายพระเพลิงพระบรมศพการเชิญพระบรมอัฐิ และพระบรมราชสรีรางคารกลับสู่พระบรมหาราชวัง ลำดับพระราชพิธีเหล่านี้มีแบบแผนธรรมเนียมปฏิบัติสืบทอดมาแต่โบราณ และการเตรียมการต้องใช้เวลานานหลายเดือน

หลังจากเชิญพระบรมโกศขึ้นประดิษฐานบนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทแล้ว จึงจัดให้มีการพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลเป็นประจำทุกวัน และพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศล ครบ 7 วัน (สัตตมวาร) ครบ 15 วัน (ปัณรสมวาร) ครบ 50 วัน (ปัญญาสมวาร) และครบ 100 วัน (สตมวาร) การบำเพ็ญพระราชกุศล ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทภายใน พระบรมมหาราชวังในแต่ละวัน จะมีพระบรมวงศานุวงศ์เสด็จมาบำเพ็ญพระกุศล จนครบ 100 วัน แต่ละวันมีการสวดพระอภิธรรมโดยพระพิธีธรรมจากพระอารามหลวง 10 แห่ง ได้แก่ วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฏิ์ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม วัดสุทัศนเทพวราราม วัดจักรวรรดิราชาวาส วัดสระเกศ วัดระฆังโฆสิตาราม วัดประยุรวงศาวาส วัดอนงคาราม วัดราชสิทธาราม และวัดบวรนิเวศวิหาร โดยสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันไป ขณะที่พระพิธีธรรมแต่ละพระอารามจะใช้ทำนองสวดแตกต่างกัน ปัจจุบันมี 4 ทำนอง คือ ทำนองกะ ทำนองเลื่อน ทำนองลากซุง และทำนองสรภัญญะ

นอกจากนี้ ยังมีการประโคมย่ำยามในงานพระบรมศพ หรือพระศพ ซึ่งเป็นราชประเพณีโบราณ เพื่อเป็นสัญญาณให้ข้าราชการรู้กำหนดเวลาในการปฏิบัติหน้าที่ การประโคมย่ำยามนี้ใช้ในงานมีพระบรมศพ และพระศพพระราชวงศ์ ขุนนางผู้ใหญ่ แต่เดิมดนตรีที่ใช้ประโคมย่ำยามมีเฉพาะวงแตรสังข์ และวงปี่ไฉน กลองชนะ โดยกำหนดประโคมย่ำยามทุกสามชั่วโมง คือ เวลา 06.00 น. 12.00 น. 18.00 น. 21.00 น. และ 24.00 น. การประโคมนี้จะทำทุกวันจนครบกำหนดไว้ทุกข์ 100 วัน 2 เดือน 1 เดือน 15 วัน 7 วัน ตามพระเกียรติยศพระบรมศพ หรือพระศพ การประโคมย่ำยามพระบรมศพพระมหากษัตริย์ เครื่องประโคมจะประกอบด้วยมโหระทึก สังข์ แตรงอน เปิง และกลองชนะ หากเป็นพระศพ ไม่มีมโหระทึก

เมื่อถึงกาลอันควรคือสร้างพระเมรุมาศ หรือพระเมรุ ที่ท้องสนามหลวงเสร็จพร้อมที่จะถวายพระเพลิงได้ ก็จะเชิญพระบรมศพ พระศพจากพระบรมมหาราชวังไปยังท้องสนามหลวงเพื่อถวายพระเพลิง ณ พระเมรุมาศ ซึ่งสร้างเป็นพิเศษดังกล่าวแล้ว เรียกว่า “งานออกพระเมรุ”

การเชิญพระบรมศพ พระศพ สู่พระโกศ การบำเพ็ญพระราชกุศล ตลอดจนการสร้างพระเมรุมาศ พระเมรุ ณ ท้องสนามหลวง การเคลื่อนพระบรมศพ พระศพ จากพระบรมมหาราชวังสู่พระเมรุ ที่ท้องสนามหลวง การตกแต่งพระจิตกาธาน การเชิญพระบรมอัฐิ พระอัฐิ พระบรมราชสรีรางคาร และพระสรีรางคารกลับเข้าสู่พระบรมมหาราชวัง ล้วนมีแบบแผนกำหนดไว้เป็นแนวทางให้ปฏิบัติ

ขั้นตอนพระราชพิธีในแต่ละขั้นตอนดังกล่าว ต้องใช้เวลาเตรียมการเป็นแรมเดือน นับตั้งแต่การสร้างพระเมรุมาศ หรือพระเมรุ การดูแลและตกแต่งราชรถ ราชยาน คานหาม สำหรับเชิญพระโกศพระบรมศพ พระศพ พระบรมอัฐิ พระอัฐิ ตลอดทั้งเครื่องประกอบอื่นๆ ในการออกพระเมรุ เช่น พระโกศไม้จันทน์ เครื่องฟืนไม้จันทน์ พระโกศบรรจุพระบรมอัฐิ พระอัฐิ ผอบบรรจุพระสรีรางคาร หรือ พระราชสรีรางคารทั้งนี้ไม่รวมเครื่องสดที่ประดับพระเมรุมาศ และงานแทงหยวกเป็นลวดลายประดับพระจิตกาธาน ซึ่งต้องทำให้แล้วเสร็จก่อนการถวายพระเพลิงเพียงไม่กี่ชั่วโมง นอกจากนั้น ยังต้องมีการซ้อมริ้วขบวนในแต่ละจุด แต่ละพิธีการด้วย

ตามโบราณราชประเพณี พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ หรือเรียกว่า งานออกพระเมรุ” มีขั้นตอนการปฏิบัติที่ถูกกำหนดไว้อย่างมีแบบแผน การเตรียมการแต่ละขั้นตอนใช้เวลาหลายเดือนหรือนานนับปี เพื่อให้สง่างามสมพระเกียรติ โดยเฉพาะศูนย์กลางของพระราชพิธีถวายพระเพลิง คือ การก่อสร้างพระเมรุมาศ และเครื่องประกอบอื่นๆ ในการออกพระเมรุต้องมีการออกแบบให้เหมาะสม หากพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศเคยมีรับสั่งไว้เช่นไร จะต้องถือปฏิบัติตามนั้น ดังเช่นพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานกระแสพระราชดำริ และมีพระบรมราชโองการให้จัดการพระเมรุพระบรมศพของพระองค์ไว้ว่า

แต่ก่อนมา ถ้าพระเจ้าแผ่นดินสวรรคตลงก็ต้องปลูกเมรุใหญ่ ซึ่งคนไม่เคยเห็นแล้วจะนึกเดาไม่ถูกว่าใหญ่โตเพียงใด เปลืองทั้งแรงคน และเปลืองทั้งพระราชทรัพย์ ถ้าจะทำในเวลานี้ก็ดูไม่สมควรกับการที่เปลี่ยนแปลงของบ้านเมือง ไม่เป็นเกียรติยศยืนยาวไปได้เท่าใด ไม่เป็นประโยชน์แก่คนทั้งปวง กลับเป็นความเดือดร้อน ถ้าเป็นการศพท่านผู้ที่มีพระคุณ หรือมีบรรดาศักดิ์ใหญ่อันควรจะได้เป็นเกียรติยศ ฉันก็ไม่อาจจะลดทอน ด้วยเกรงว่าคนจะเข้าใจว่าเพราะผู้นั้นประพฤติไม่ดีอย่างหนึ่งอย่างใด จึงไม่ทำการศพให้สมเกียรติยศซึ่งควรจะได้ แต่เมื่อถึงตัวฉันเองแล้ว เห็นว่าไม่มีข้อขัดขวางอันใดเป็นข้อคำที่จะพูดได้ถนัด จึงขอให้ยกเลิกงานพระเมรุใหญ่นั้นเสีย ปลูกแต่ที่เผาพอสมควรในท้องสนามหลวง แล้วแต่จะเห็นสมควรกันต่อไป”

พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงอนุวัตตามรับสั่งของสมเด็จพระบรมชนกนาถ งานพระเมรุพระบรมศพในครั้งนั้น จึงต่างจากธรรมเนียมที่เคยมีมา พระองค์ทรงให้ประกาศการพระราชพิธีพระเมรุพระบรมศพในราชกิจจานุเบกษาเพื่อให้ประชาชนทราบการเปลี่ยนแปลงนี้โดยทั่วกัน โดยอัญเชิญพระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมาประกอบด้วย ทั้งนี้งานพระเมรุพระบรมศพในครั้งนั้น นับเป็นต้นแบบของการสร้างพระเมรุมาศในสมัยต่อมา

พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ เริ่มจากงานพระราชกุศลออกพระเมรุ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระองค์ใหม่ จะเสด็จพระราชดำเนินไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศลในเวลาเย็น วันรุ่งขึ้นเจ้าพนักงานเปลื้องพระบรมโกศออกแล้วถวายตาด (ผ้าตาดทอง) คลุมพระลองเงินทรงพระบรมศพ แล้วเชิญลงจากพระแท่นแว่นฟ้าทอง ออกพระทวารด้านทิศตะวันตกลงจากพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทไปประดิษฐานเหนือพระยานมาศสามลำคานที่หน้าประตูกำแพงแก้วด้านตะวันตก เจ้าพนักงานประกอบพระบรมโกศภายใต้นพปฎลมหาเศวตฉัตร แล้วเชิญพระบรมโกศออกจากพระบรมมหาราชวังทางประตูเทวาภิรมย์ ยาตรากระบวนพระบรมราชอิสริยยศไปตามถนนมหาราช ถนนพระเชตุพน ถนนสนามไชย เมื่อกระบวนถึงหน้าพลับพลายก วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม อัญเชิญพระบรมโกศขึ้นประดิษฐานบนพระมหาพิชัยราชรถ เคลื่อนสู่ท้องสนามหลวงโดยยาตราไปตามถนนสนามไชย ถนนราชดำเนินเลี้ยวเข้าถนนพระจันทร์เทียบพระมหาพิชัยราชรถตรงถนนด้านทิศเหนือประตูราชวัตรของพระเมรุมาศ แล้วอัญเชิญพระบรมโกศลงจากพระมหาพิชัยราชรถประดิษฐานบนราชรถปืนใหญ่เวียนอุตตราวัฏรอบพระเมรุมาศ จากนั้นอัญเชิญพระบรมโกศขึ้นสู่พระเมรุมาศเปลื้องพระโกศทองใหญ่แล้วอัญเชิญพระลองทรงพระบรมศพประดิษฐาน ณ พระจิตกาธานยอดพระมหาเศวตฉัตร ประกอบพระโกศจันทน์

จากนั้นสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินไปถวายพระเพลิงในช่วงเย็น วันรุ่งขึ้นอัญเชิญพระโกศพระบรมอัฐิประดิษฐานบนพระที่นั่งราเชนทรยาน และพระบรมราชสรีรางคารประดิษฐานบนพระที่นั่งราเชนทรยานน้อย ยาตราด้วยกระบวนพระบรมราชอิสริยยศจากพระเมรุมาศ ไปประดิษฐานในพระบรมมหาราชวัง

การถวายพระเพลิง หรือ “ออกพระเมรุ” ในสมัยโบราณจะทำเป็นงานใหญ่แล้วแต่กำหนดตั้งแต่ 3 วัน 5 วัน 9 วัน ถึง 15 วัน สุดแต่สะดวก ซึ่งในปัจจุบันพระราชพิธีจะมีขอบเขต คือ

   

วันแรก เชิญพระบรมศพออกสู่พระเมรุด้วยขบวนพระบรมราชอิสริยยศขึ้นประดิษฐานบนพระเมรุมาศ
วันที่สอง ถวายพระเพลิงพระบรมศพมีเครื่องประกอบพระราชพิธีและวิธีปฏิบัติเฉลิมพระเกียรติยิ่งใหญ่
วันที่สาม สมโภชพระบรมอัฐิ

เมื่อถวายพระเพลิงแล้ว จะประกอบพระราชพิธีสามหาบตามหลักพระพุทธศาสนาแล้วเชิญพระบรมอัฐิ พระอัฐิ ด้วยขบวนพระบรมราชอิสริยยศพระอิสริยยศสมโภชภายในพระบรมมหาราชวัง พระบรมอัฐิพระอัฐิจะบรรจุในพระโกศทองคำ แล้วประดิษฐานไว้บนพระมหาปราสาท จัดให้มีการบำเพ็ญพระราชกุศลส่วนพระบรมราชสรีรางคาร พระสรีรางคาร จะนำไปประดิษฐานไว้ยังพุทธสถาน พระอารามหลวงตามราชประเพณี

 

ครบ1ปีวันสวรรคต  ร.10เสด็จฯทรงบำเพ็ญกุศล  ทั่วปท.พร้อมใจทำบุญใหญ่

ครบ1ปีวันสวรรคต ร.10เสด็จฯทรงบำเพ็ญกุศล ทั่วปท.พร้อมใจทำบุญใหญ่

วันศุกร์ ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.
 

ครบ1ปีวันสวรรคต

ร.10เสด็จฯทรงบำเพ็ญกุศล

ทั่วปท.พร้อมใจทำบุญใหญ่

ถวาย‘ในหลวงรัชกาลที่9’

รัฐบาลเปิดจองเข็มที่ระลึก

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบรอบ 1 ปี วันสวรรคต “ในหลวง รัชกาลที่ 9” วันที่ 13 ตุลาคม ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ขณะที่รัฐบาลนำหน่วยงานราชการ กองทัพ พร้อมเชิญชวนประชาชนทั่วประเทศร่วมทำบุญถวายเป็นพระราชกุศล “วิษณุ”เผยรบ.เปิดให้จองเข็มที่ระลึกงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ 1 ธันวาคม คนละ 2 เข็มด้านรองนายกฯ “พล.อ.ธนะศักดิ์” ลงพื้นที่ติดตามการซ้อมยกพระนพปฎลมหาเศวตฉัตร ยอดพระเมรุมาศ ซึ่งลุล่วงไปด้วยดี

สำนักพระราชวัง เผยแพร่หมายกำหนดการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบรอบ 1 ปี 13 ตุลาคม วันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง วันที่ 13-14 ตุลาคม 2560 โดยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้กำหนดการทรงบำเพ็ญพระราชกุศล ดังนี้

เวลา 17.00 น. วันศุกร์ที่ 13 ตุลาคม สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินไปยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง

ทรงวางพวงมาลาของส่วนพระองค์ และพวงมาลาของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถในรัชกาลที่ 9 ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยและเครื่องราชสักการะกราบถวายบังคมพระบรมศพ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระพุทธรูปประจำพระชนมวารที่หน้าพระแท่นมหาเศวตฉัตร พระสงฆ์ 30 รูปสวดพระพุทธมนต์ และสวดคาถาพิเศษ “ปรมินทมหาภูมิพละอตุลยะเตชะมหาราชัสสะ ปัตติทานคาถา” จบ พระสงฆ์สดับปกรณ์ ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา

เจ้าพนักงานนิมนต์พระสงฆ์ที่จะถวายพระธรรมเทศนาและสวดธรรมคาถาขึ้นนั่งอาสน์สงฆ์ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทรงธรรม พระราชาคณะถวายศีล และถวายพระธรรมเทศนากัณฑ์หนึ่งจบ พระสงฆ์ 4 รูปสวดธรรมคาถาแล้ว ทรงประเคนเครื่องไทยธรรมบูชากัณฑ์เทศน์ และทรงทอดผ้าไตร ทรงจุดธูปเทียนที่แท่นเตียงพระสวดพระอภิธรรม เสด็จพระราชดำเนินกลับ

สำหรับวันเสาร์ที่ 14 ตุลาคม 2560 เวลา 10.30 น. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยและเครื่องราชสักการะ กราบถวายบังคมพระบรมศพ แล้วทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระพุทธรูปประจำพระชนมวาร ที่หน้าพระแท่นมหาเศวตรฉัตร ทรงประเคนภัตตาหาร พระสงฆ์รับพระราชทานฉันเสร็จแล้ว ทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรม เจ้าพนักงานนิมนต์พระสงฆ์อีก 89 รูปเท่าพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร สวดมาติกา สดับปกรณ์ ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา เสด็จฯกลับ

ชวนปชช.ทำบุญ1ปีวันสวรรคต

เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม พ.อ.หญิงทักษดา สังขจันทร์ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่า วันที่ 13 ตุลาคม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และคณะรัฐมนตรีพร้อมคู่สมรส จะร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลครบรอบ 1 ปี วันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ทำเนียบรัฐบาล โดยจะร่วมทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 89 รูป เวลา 07.00 น. ซึ่งพิธีบำเพ็ญกุศลครั้งนี้ หน่วยงานราชการ ทหารแต่ละเหล่าทัพ จะทำพิธีพร้อมกันทั่วประเทศ นายกรัฐมนตรีจึงขอเชิญชวนประชาชนเข้าร่วมพิธีในพื้นที่ใกล้บ้าน เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ในหลวง รัชกาลที่ 9 โดยการแต่งกาย ผู้หญิงในชุดสุภาพ หรือสวมผ้าซิ่นสีดำ ผู้ชายแต่งกายด้วยชุดผ้าไทยแขนยาวสีดำ หรือชุดสุภาพ

เปิดจองเข็มที่ระลึกงานพระบรมศพ

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีเผยหลังหารือกับปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีว่า ได้หารือถึงการจัดทำเข็มที่ระลึกงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ซึ่งสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นผู้ผลิต โดยช่วงก่อนถวายพระเพลิงพระบรมศพฯจะมีเข็มที่ระลึกออกจำหน่ายส่วนหนึ่งราคาเข็มละ 300 บาท ถือเป็นเข็มที่ระลึกของรัฐบาลที่ได้รับพระราชานุญาต โดยวันที่ 22 ตุลาคมจะจำหน่ายที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ (ฝั่งก.พ.เดิม)จำนวน 4 หมื่นเข็มและระหว่างวันที่ 1-30 พฤศจิกายนจะจำหน่ายที่งานนิทรรศการ ณ ท้องสนามหลวงจำกัด 1 คนต่อ 2 เข็มใช้บัตรประชาชนสั่งซื้อและจอง

เริ่มจอง1ธค.60-รับเข็ม8ม.ค.61

นายวิษณุกล่าวต่อว่า จะเปิดให้เริ่มจองตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2560 ที่สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีและธนาคารกรุงไทย รับเข็มได้วันที่ 8 มกราคม 2561 โดยสั่งจองที่ไหนก็ไปรับเข็มที่นั่น ทั้งนี้ ต่างจังหวัดจองได้ที่สำนักงานจังหวัดทุกจังหวัด ซึ่งเข็มดังกล่าวหลังงานถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ ก็ยังสามารถใช้ได้ตลอดไปถือเป็นอนุสรณ์ที่เก็บไว้ สำหรับรายได้จะนำขึ้นทูลเกล้าฯถวายโดยเสด็จพระราชกุศลทั้งหมด

ลั่นใครทำปลอมมีความผิด

“สำหรับใครที่คิดจะทำปลอมแปลง ถือว่ามีความผิด ซึ่งจะมีการกวาดล้างด้วย และถือว่าเป็นบาปอย่างยิ่ง รวมทั้งขอร้องประชาชนอย่าไปอุดหนุน เพราะนอกจากจะไม่ใช่กรณีที่ราชการทำแล้ว รายได้ก็จะเป็นประโยชน์ส่วนตัว ไม่ได้ใช้ถวายโดยเสด็จพระราชกุศลที่ทำประโยชน์ให้ประชาชน ที่สำคัญอาจไม่เหมือนของจริง”นายวิษณุ กล่าว

“ออมสิน”ตรวจศูนย์สื่อก่อนเปิด16ต.ค.

ด้านนายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเดินทางไปตรวจความพร้อมศูนย์สื่อมวลชน ที่หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พร้อมเปิดเผยว่า มาตรวจดูความพร้อมครั้งสุดท้าย ก่อนมีพิธีเปิดศูนย์สื่อมวลชนวันที่ 16 ตุลาคม เวลา 14.00 น.โดยจะสาธิตการใช้สื่อสัญญาณทุกระบบและ

เปิดให้ใช้บริการได้วันที่ 17 ตุลาคม และเปิดสัญญาณเสมือนจริงวันที่ 21 ตุลาคม ซึ่งเป็นวันซ้อมใหญ่ริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ จะมีการถ่ายทอดจริง และให้สื่อมวลชนอยู่ในพื้นที่ที่กำหนดไว้จริง โดยสื่อต้องอยู่ในอัฒจันทร์ที่จัดไว้ให้เท่านั้น ส่วนการถ่ายทอดสดต่างๆให้รอสัญญาณจากโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจ

ย้ำห้ามสื่อไลฟ์สด-ฝ่าฝืนยึดบัตร

ขณะที่พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ชี้แจงถึงการถ่ายทอดสดผ่านเฟสบุ๊กโดยยืนยันว่า ผู้สื่อข่าวที่อยู่บนอัฒจันทร์ไม่อนุญาตให้ไลฟ์สด ขอให้เกี่ยวสัญญาณจากโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจเป็นหลัก เพราะต้องการควบคุมคุณภาพของภาพที่ออกไป ส่วนประชาชนที่มาร่วมชมการซ้อมใหญ่ริ้วขบวนและพระราชพิธีคงห้ามไม่ได้ เพราะทุกคนมีกล้องในมือ กำลังหารือเรื่องการตัดสัญญาณหรือไม่ อาจตัดเป็นบางช่วงแล้วแต่ฝ่ายรักษาความปลอดภัย

“งานพระราชพิธีครั้งนี้เป็นงานระดับชาติที่เราอยากควบคุมคุณภาพให้ได้ภาพที่สมพระเกียรติ หากพบว่ามีการทำผิดกฏกติกา จะถูกยึดบัตรและตัดออกจากทะเบียนสื่อมวลชนที่ทำงานพระราชพิธี รวมถึงห้ามเข้าในบริเวณพื้นที่ แต่คิดว่าเรื่องนี้คงไม่เกิดขึ้นเพราะทุกคนรักประเทศชาติและเทิดทูนในสถาบันพระมหากษัตริย์เหมือนกัน” พล.ท.สรรเสริญกล่าว

ปชช.ทยอยนำพวงมาลัยกราบร.9

ส่วนบริเวณริมกำแพงพระบรมมหาราชวัง ระหว่างประตูวิเศษไชยศรี และประตูมณีนพรัตน์ หลังสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระราชานุญาต ให้สำนักพระราชวัง จัดทำซุ้มประดิษฐาน พระบรมฉายาลักษณ์ในหลวง รัชกาลที่ 9 เพื่อให้ประชาชนได้ถวายสักการะต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณในหลวง รัชกาลที่ 9 ตั้งแต่วันที่ 11 ตุลาคมเป็นวันแรก และเปิดให้ประชาชนเข้าวางพวงมาลัยถวายสักการะได้ตลอด 24 ชั่วโมงนั้น ตลอดวันที่ 12 ตุลาคม มีประชาชนจำนวนมากทยอยนำพวงมาลัยดอกไม้สดผ่านจุดคัดกรองฝั่งท่าช้าง และจุดคัดกรองริมคลองหลอด ระหว่างศาลหลักเมืองด้านข้างกระทรวงกลาโหม เดินทางเข้ากราบสักการะหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เป็นวันที่ 2

ผบ.ทอ.บวงสรวงพระเมรุมาศจำลอง

วันเดียวกัน พล.อ.อ.จอม รุ่งสว่าง ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) เป็นประธานพิธีบวงสรวงพระเมรุมาศจำลอง ที่สนามกีฬากองทัพอากาศ (ธูปะเตมีย์) เพื่อจัดพิธีถวายดอกไม้จันทน์ในงานพระราชพิธี ถวายพระเพลิงพระบรมศพ วันที่ 26 ตุลาคม พร้อมเปิดเผยว่า พระเมรุมาศจำลอง ที่สนามกีฬากองทัพอากาศนั้น จัดสร้างเสร็จสมบูรณ์แล้ว เหลือเพียงการเก็บรายละเอียดตกแต่งและปรับภูมิทัศน์ให้สมพระเกียรติ ก่อนส่งมอบพื้นที่ ทั้งนี้ จะซักซ้อมเจ้าหน้าที่จิตอาสาในการอำนวยความสะดวกให้บริการประชาชนวันที่ 20 ตุลาคมและวันที่ 25 ตุลาคม ซึ่งคาดว่าสามารถรองรับประชาชนได้มากกว่า 100,000 คน

ตั้งศูนย์แอนตี้โดรนคุมสนามหลวง

พล.อ.อ. จอมยังกล่าวถึงมาตรการตรวจจับโดรน ที่ไม่ได้ลงทะเบียนช่วงงานพระราชพิธีพระบรมศพว่า กอร.พระราชพิธีมอบหมายให้กองทัพอากาศเป็นส่วนหนึ่งในการตั้งศูนย์แอนตี้โดรน พร้อมติดตั้งอุปกรณ์ระบบเซ็นเซอร์ และวางยามอากาศไว้รอบสนามหลวง ซึ่งผู้ที่จะขึ้นบินโดรนได้ ต้องลงทะเบียนจากทั้งกสทช. และกสท โทรคมนาคม และต้องเป็นโดรนที่ถูกกฎหมาย และใช้ถ่ายภาพนิ่งหรือเคลื่อนไหวประกอบการทำข่าวเท่านั้น

ย้ำจุดถวายดอกไม้จันทน์ในกทม.

เวลา 13.30 น. ที่กองอำนวยการร่วมพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (กอร.พระราชพิธีฯ) แถลงรายละเอียดจุดที่ตั้งพระเมรุมาศจำลอง ซุ้มถวายดอกไม้จันทน์ รวมถึงแนวทาปฏิบัติถวายดอกไม้จันทน์ โดยน.ส.สุทธิภา นาเจริญ ผอ.กองกลาง สำนักงานปลัดกรุงเทพมหานครกล่าวว่า กทม.จัดพื้นที่รองรับประชาชนในการเข้าถวายดอกไม้จันทน์เรียบร้อยแล้ว ได้แก่ พระเมรุมาศจำลอง 9 แห่ง ได้แก่ พระลานพระราชวังดุสิต 1 แห่ง สี่มุมเมืองสนามหลวง 4 แห่ง ประกอบด้วย สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลเดิม สวนนาคราภิรมย์ ลานปฐมบรมราชานุสรณ์ รัชกาลที่1 ลานคนเมือง นอกจากนี้ ยังอยู่ในสี่มุมเมืองของกทม. 4 แห่ง ประกอบด้วย สนามกีฬากองทัพอากาศ พุทธมณฑล ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง นอกจากนั้น ยังมีซุ้มถวายดอกไม้จันทน์ขนาดใหญ่ 16 ซุ้ม ซุ้มถวายดอกไม้จันทน์ขนาดกลาง 26 ซุ้ม ซุ้มถวายดอกไม้จันทน์ตามวัดต่างๆ 62 ซุ้ม

เริ่ม9โมงเช้า-แบ่งเป็น2ช่วงเวลา

นอกจากนี้ยังจัดจุดพักคอยให้ประชาชน ก่อนเข้าไปวางดอกไม้จันทน์ บริเวณพระเมรุมาศจำลองไว้ด้วย เช่น ที่พระเมรุมาศจำลองบริเวณลานคนเมือง กทม. จัดพื้นที่พักคอยไว้ที่วัดสุทัศน์ฯ ร.ร.เบญจมราชาลัย ร.ร.ภารตะ เป็นต้น เมื่อถึงเวลาที่กำหนด เจ้าหน้าที่จะเชิญประชาชนเข้าไปยังเมรุมาศจำลองเพื่อวางดอกไม้จันทน์ด้วยความเป็นระเบียบเรียบร้อย ตามกำหนดเวลาที่วางไว้เป็นช่วงๆทั้งนี้ จะเริ่มให้ประชาชนถวายดอกไม้จันทน์ตามจุดต่างๆ ในวันที่ 26 ตุลาคม ตั้งแต่เวลา 09.00-16.30 น.จะหยุดพักช่วงที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯที่พระเมรุมาศ ท้องสนามหลวง พื้นที่ประกอบพิธี หลังจากนั้นจะเปิดให้ถวายดอกไม้จันทน์ได้อีกครั้งเวลา 18.00 น.และเวลา 22.00 น. เป็นช่วงถวายพระเพลิงพระบรมศพจริง จะหยุดช่วงระยะเวลาหนึ่ง แล้วจะอัญเชิญดอกไม้จันทน์ของประชาชนทุกคนที่ร่วมถวายตลอดทั้งวันไปเผาที่พระจิตกาธาน ที่จัดสร้างขึ้นที่เมรุมาศท้องสนามหลวง และเมรุมาศจำลองทั้ง 8 แห่ง ยกเว้นหน้าพระลานพระราชวังดุสิต รวมถึงเขตต่างๆทั้ง 50 เขต และวัดที่สร้างจิตกาธานเตรียมไว้ จากการประเมินแต่ละจุดสามารถเผาได้ประมาณ 3 แสนดอก สำหรับผู้ที่จะเข้าถวายดอกไม้จันทน์ ควรแต่งกายด้วยชุดสีดำสุภาพ ใส่รองเท้าคัทชูหุ้มส้นไม่ควรใส่รองเท้าแตะ

พระเมรุมาศจำลองเสร็จแล้ว56แห่ง

นายนิสิต จันทร์สมวงศ์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทยแถลงถึงการถวายดอกไม้จันทน์ในส่วนต่างจังหวัดว่า การจัดสร้างพระเมรุมาศจำลอง และซุ้มถวายดอกไม้จันทน์ 76 จังหวัด ที่เสร็จสมบูรณ์ 100 % แล้วมี 56 แห่ง เหลืออีก 20 แห่ง คืบหน้า 95% โดยจะแล้วเสร็จสมบูรณ์ 100 %ภายในวันที่ 15 ตุลาคม ส่วนซุ้มดอกไม้จันทน์นั้น มีทั้งหมด 802 แห่ง แบ่งเป็นขนาดกลาง 649 แห่ง และขนาดเล็ก 153 แห่ง ซึ่งการก่อสร้างเสร็จแล้วกว่า 95 % คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในวันที่ 15 ตุลาคมเช่นกัน สำหรับพระจิตกาธาน หรือเตาเผาดอกไม้จันทน์นั้นก่อสร้างทั้งหมด 878 แห่ง กำหนดแล้วเสร็จภายในวันที่ 20 ตุลาคม

ดอกไม้จันทน์พระราชทาน61ล.ดอก

สำหรับดอกไม้จันทน์พระราชทาน ขณะนี้มีจำนวน 61 ล้านดอก เชื่อว่าเพียงพอสำหรับประชาชนทุกคนที่มาร่วมถวายดอกไม้จันทน์ โดยขณะนี้จัดเก็บไว้ในพื้นที่เหมาะสม ยืนยันว่าสถานที่วางดอกไม้จันทน์ และพระเมรุมาศจำลองนั้นมีครอบคลุมทั่วประเทศ พร้อมติดตั้งจอแอลอีดีไว้เพื่อให้มีบรรยากาศเหมือนส่วนกลางมากที่สุด ขอให้ประชาชนที่มาร่วมพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ แต่งกายให้สุภาพเรียบร้อย เพื่อให้สมพระเกียรติที่สุด

ซ้อมยกฉัตรยอดพระเมรุฯลุล่วงด้วยดี

ต่อมาเวลา 17.00 น. ที่มณฑลพิธีท้องสนามหลวง พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการฝ่ายจัดสร้างพระเมรุมาศ สิ่งปลูกสร้างประกอบพระเมรุมาศ และบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถและพระยานมาศ ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พล.อ.ท.ภักดี แสง-ชูโต ผู้ช่วยราชเลขานุการในพระองค์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ลงพื้นที่ชมการซ้อมพิธียกพระนพปฎลมหาเศวตฉัตร ยอดพระเมรุมาศ

โดยพล.อ.ธนะศักดิ์กล่าวว่า การซ้อมครั้งนี้เพื่อทดสอบการชักรอกสลิง และตรวจสอบตำแหน่งสลิงรวมถึงการเลื่อนฉัตร เพื่อให้เป็นไปตามจังหวะและลงตำแหน่งบริเวณส่วนยอดพระเมรุมาศที่กำหนดไว้ โดยภาพรวม การซ้อมครั้งเป็นไปด้วยดี ใช้เวลาอัญเชิญฉัตรขึ้นสู่ยอดพระเมรุมาศ รวมเวลาประมาณ 3 นาที ทั้งนี้ในการซ้อมพบสลิงบางช่วงมีลักษณะหย่อนเป็นรูปตัววี ดังนั้น ในการซ้อมวันที่ 17 ตุลาคม ตนขอให้กรมศิลปากรจัดเตรียมฉัตร 9 ชั้น ที่มีน้ำหนักและขนาดใกล้เคียงกับพระนพปฎลมหาเศวตฉัตรองค์จริง ซึ่งมีน้ำหนัก 80 กิโลกรัม สูง 5.10 เมตร มาใช้ซ้อม เพื่อให้วันพระราพิธีมีความสมบูรณ์ สมพระเกียรติ

ภาพรวมพระเมรุมาศเสร็จ99%

รองนายกฯกล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม หลังวันพระราชพิธียกพระนพปฎลมหาเศวตฉัตรวันที่ 18 ตุลาคมถึงจะถือว่าพระเมรุมาศเสร็จสมบูรณ์ ซึ่งหลังเสร็จพิธีภายใน 24 ชั่วโมง จะถอดนั่งร้านพระเมรุมาศองค์ประธาน ซึ่งขณะนี้ได้ถอดนั่งร้านบุษบกซ่าง และหอเปลื้องออกเรียบร้อยแล้ว โดยขณะนี้สำนักช่างสิบหมู่ได้ติดตั้งจิตกรรมฉากบังเพลิงทั้ง 4 ทิศ รวมถึงติดตั้งประติมากรรมท้าวจตุโลกบาลทั้ง 4 ทิศ ขณะเดียวกันยังได้นำดอกดาวเรืองมาประดับในมณฑลพิธีเรียบร้อยแล้ว เหลือในส่วนการติดตั้งพระวิสูตรหรือผ้าม่าน ซึ่งจะดำเนินการช่วงใกล้วันพระราชพิธี เพื่อป้องกันการชำรุดเสียหายจากสภาพอากาศ

“การจัดสร้างพระเมรุมาศมีความสมบูรณ์เป็นที่น่าพอใจ ภาพรวมเสร็จแล้วกว่า 99% มีการประดับดอกไม้งดงาม ซึ่งในวันพระราชพิธีจริงไม้ดอกไม้ประดับสีเหลืองจะบานสะพรั่งและจะงดงามตลอดระยะเวลาช่วงการจัดนิทรรศการจนสิ้นเดือนพฤศจิกายน ขณะที่ภายในอาคารพระที่นั่งทรงธรรม สำนักพระราชวังได้เข้ามาจัดที่นั่ง และซักซ้อมรายละเอียดในส่วนพระราชพิธีที่เกี่ยวข้อง”พล.อ.ธนะศักดิ์ กล่าว

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ศุภชัยโบ้ยปลดล็อกพรรคการเมืองอยู่ที่คสช. ชี้'สมชัย'โต้เดือด'มีชัย'ไม่เกี่ยวกกต.

ศุภชัยโบ้ยปลดล็อกพรรคการเมืองอยู่ที่คสช. ชี้'สมชัย'โต้เดือด'มีชัย'ไม่เกี่ยวกกต.

วันศุกร์ ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 10.32 น.
 
 

13 ต.ค.60 เมื่อเวลา 08.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายศุภชัย สมเจริญ ประธานกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้สัมภาษณ์กรณีที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ระบุว่า ต้องรอทำกฎหมายลูกทั้ง 4 ฉบับให้แล้วเสร็จก่อน จึงจะปลดล็อกให้พรรคการเมืองสามารถทำกิจกรรมทางการเมืองได้ นายศุภชัย กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นอำนาจของ คสช.ไม่เกี่ยวกับ กกต. ไม่สามารถให้ความเห็นได้ กกต.มีหน้าที่ร่างระเบียบข้อกำหนดต่างๆ ตามที่กฎหมายกำหนด ส่วนการพระราชกฤษฎีกาการเลือกตั้ง ยังอีกนาน และเชื่อว่ามีเวลาทัน ส่วนการจัดการเลือกตั้ง คงเป็นหน้าที่ของ กกต.ชุดใหม่ เข้ามาดำเนินการ

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ตอบโต้กับ นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ.ค่อนข้างรุนแรงเรื่องเลื่อนโรดแมป นายศุภชัย กล่าวว่า ไม่ทราบ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของนายสมชัย 

 
เผยตั้ง3คณะใหม่เข้าป.ย.ป. นายกฯโดดคุมไทยแลนด์ 4.0

เผยตั้ง3คณะใหม่เข้าป.ย.ป. นายกฯโดดคุมไทยแลนด์ 4.0

วันศุกร์ ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 10.44 น.
 
 

13 ต.ค.60 เมื่อเวลา 08.00น.ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศยุทธศาสตร์และการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป.) กล่าวถึงความคืบหน้าการทำงานของคณะกรรมการ ป.ย.ป.ว่า จะมีการเพิ่มอีก 3 คณะใหม่เข้ามาใน ป.ย.ป.คือ คณะขับเคลื่อนไทยแลนด์ 4.0, คณะว่าด้วยปรัชญาศาสตร์พระราชาไปสู่ความยั่งยืน และคณะสานพลังประชารัฐ 

นายสุวิทย์ กล่าวว่า คณะไทยแลนด์ 4.0  นายกฯ จะลงมากำกับดูแลเอง โดยจะประชุมนัดแรกวันที่ 8 พ.ย.มีวาระประชุมสำคัญ 2 เรื่องใหญ่ คือการปฏิรูประบบราชการ โดยร่วมกับรัฐมนตรีทุกกระทรวง กรมที่เกี่ยวข้องกับภาคเอกชน ตัวแทนภาคประชาชน เช่น ตอนนี้มีกรมทรัพย์สินทางปัญญา สำนักงานอาหารและยา(อย.) กรมที่ดิน ซึ่งหลังเสร็จงานราชพิธีต่างๆแล้ว ก็จะไปร่วมกับกรมศุลกากร และยังมีอีกหลายองค์กรที่จะปฏิรูปตัวเอง เช่น ก.พ.ร. บีโอไอ จะขอปลดล็อกการบริหารงานทรัพยากรบุคคลของเขาเอง และมีเรื่องเตรียมคนไทยสู่ศตวรรษที่ 21 โดยนายเทียนฉาย กีระนันทน์ ที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิคณะกรรมการเตรียมการปฏิรูประเทศ

นายสุวิทย์ กล่าวต่อว่า ส่วนคณะสานพลังประชารัฐ นั้นในวันที่ 17 ต.ค.60 จะเรียกประชุมที่สำนักงาน ก.พ.ร.เพื่อรับทราบความคืบหน้า โดยนายกฯจะเป็นผู้ขับเคลื่อนเรื่องต่างๆ เหล่านี้ ผ่าน ป.ย.ป.

เมื่อถามว่า นายกฯระบุว่า ป.ย.ป.จะมีถึงรัฐบาลหน้า นายสุวิทย์ กล่าวว่า นายกฯอยู่ ป.ย.ป.ก็ยังอยู่ เพราะภารกิจที่มีความสำคัญ ที่ขึ้นตรงกับนายกฯ นอกเหนือจากเรื่องปรองดองที่ต้องทำต่อแล้ว ยังมีเรื่องขับเคลื่อนไทยแลนด์ 4.0 และเรื่องการนำศาสตร์พระราชามาขับเคลื่อนเพื่อตอบโจทย์ยูเอ็น เรื่องสานพลังประชารัฐ 

เมื่อถามว่าคณะกรรมการปฏิรูปทั้ง 11 ด้าน จะต้องรายงานผลการทำงานให้ ป.ย.ป.ทราบหรือไม่ นายสุวิทย์ กล่าวว่า นายกฯมอบหมายให้ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ และตน เรียกประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ 5 คณะ และคณะปฏิรูป 11 คณะ พูดคุยตีกรอบว่า การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ และการปฏิรูปจะไปด้วยกันอย่างไร ทั้งนี้ ยืนยันว่า การทำงานจะไม่ซ้ำซ้อนกัน โดยอาจเรียกประชุมภายในสัปดาห์หน้าหรือหลังงานพระราชพิธ

 
ประเทศไทยแนวโน้มฝนลดลง กทม.-ปริมณฑลตกร้อยละ60

ประเทศไทยแนวโน้มฝนลดลง กทม.-ปริมณฑลตกร้อยละ60

วันศุกร์ ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 07.17 น.
 

13 ต.ค.60 พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยมีแนวโน้มฝนลดลง แต่ยังคงมีฝนตกหนักบางพื้นที่บริเวณภาคเหนือ และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา บริเวณความกดอากาศสูงปกคลุมประเทศลาวและเวียดนามตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามันและภาคใต้ ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยมีฝนตกหนักบางแห่ง อนึ่ง พายุดีเปรสชันบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกหรือบริเวณด้านตะวันออกของประเทศฟิลิปปินส์ได้ทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อน“ขนุน” (Khanun) แล้ว คาดว่าจะเคลื่อนตัวผ่านเกาะลูซอน ประเทศฟิลิปปินส์และลงสู่ทะเลจีนใต้ตอนกลางในวันนี้ (13 ต.ค.60) ขอให้ผู้ที่จะเดินทางไปยังประเทศฟิลิปปินส์ตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกเดินทางด้วย พายุนี้ยังไม่มีผลกระทบต่อลักษณะอากาศของประเทศไทยโดยตรง

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยวันนี้(13 ต.ค.60) 

ภาคเหนือ มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง 
บริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง 
กำแพงเพชร และตาก 
อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส 
อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส 
ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. 

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเลย 
หนองบัวลำภู อุดรธานี ขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา และบุรีรัมย์ 
อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส 
อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส 
ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. 

ภาคกลาง มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ บริเวณจังหวัดกาญจนบุรี 
อุทัยธานี ชัยนาท และนครสวรรค์ 
อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส 
อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส 
ลมใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. 

ภาคตะวันออก มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดสระแก้ว 
ปราจีนบุรี นครนายก ฉะเชิงเทรา และชลบุรี 
อุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียส 
อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส 
ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. 
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร 

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ 
ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร 
สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช 
อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส 
อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส 
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. 
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร 

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ 
และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณจังหวัดระนอง 
พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล 
อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส 
อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส 
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. 
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร 

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ 
อุณหภูมิต่ำสุด 26-27 องศาเซลเซียส 
อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส 
ลมใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. 

เลขาฯกฤษฎีกายันกฏหมายสำคัญเสร็จทันตามโรดแมป

เลขาฯกฤษฎีกายันกฏหมายสำคัญเสร็จทันตามโรดแมป

วันศุกร์ ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 09.18 น.
 
 

13 ต.ค.60 เมื่อเวลา 08.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายดิสทัต โหตระกิตย์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) กำชับกฎหมายแรงงานต่างด้าวและกฎหมายทรัพยากรน้ำ ให้ทำการสำรวจความเห็นประชาชน ตามมาตรา 77 แห่งรัฐธรรมนูญฉบับปี 60 ว่า นายกฯเป็นห่วงเรื่องของกฎหมายที่จะต้องดำเนินการตามโรดแมปในระยะเวลาที่เหลืออยู่ ซึ่งได้มีการติดตามความคืบหน้าว่าไปถึงขั้นตอนไหนแล้ว 

"ผมได้เรียนนายกฯไปว่า ทุกอย่างเป็นไปตามกำหนดเวลา สำหรับกฎหมายทรัพยากรน้ำขณะนี้ อยู่ในชั้นการพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) ไม่เกี่ยวกับกฤษฎีกาแล้ว ขณะที่กฎหมายที่อยู่ในชั้นการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกาที่สำคัญมีอยู่ 2 ฉบับคือ การแก้ไข พ.ร.ก.แรงงานต่างด้าว ความคืบหน้าไป 70 เปอร์เซ็นต์แล้ว คาดว่า จะแล้วเสร็จไม่เกินเดือน พ.ย.60 ส่วนจะออกเป็นพระราชกำหนดหรือต้องส่ง สนช.นั้น ยังไม่แน่นอน และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ซึ่งเป็นกฎหมายต้องออกตามรัฐธรรมนูญ โดยกำลังเริ่มดำเนินการ และต้องทำอย่างรวดเร็ว"

 
ฮือฮาวงดนตรี-สาวแดนเซอร์เซ็กซี่ เต้นหาเงินช่วยลุงบ้านไฟไหม้วอด

ฮือฮาวงดนตรี-สาวแดนเซอร์เซ็กซี่ เต้นหาเงินช่วยลุงบ้านไฟไหม้วอด

วันพฤหัสบดี ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 18.06 น.
 

12 ต.ค.60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณริมถนนหน้าสถานีรถไฟ ต.คลองมะพลับ อ.ศรีนคร จ.สุโขทัย มีกลุ่มนักร้อง นักดนตรี และทีมแดนเซอร์อีก 30 กว่าคน จากหลายวงในสุโขทัย ได้มารวมตัวกันแสดงดนตรีเปิดหมวก พร้อมโชว์เต้นในชุดสุดเซ็กซี่ จนสร้างความฮือฮา น่าสนใจ แก่ประชาชนที่สัญจรผ่านและมาจับจ่ายซื้อของกันในตลาดนัดอย่างมาก เนื่องจากไม่เคยเห็นดนตรีเปิดหมวกที่มีโชว์อลังการแบบนี้มาก่อน

เมื่อสอบถามสาวแดนเซอร์ ที่มาร่วมโชว์เต้นสร้างสีสันในครั้งนี้ ว่ามาเต้นขอรับบริจาคเงินจะเอาไปทำอะไร พวกเธอบอกว่าจะนำไปมอบช่วยเหลือครอบครัวของ คุณลุงเสน่ห์ พุ่มกลับ ชาวบ้านหมู่ 4 ต.บ้านไร่ อ.ศรีสำโรง ซึ่งถูกไฟไหม้บ้านได้รับความเสียหายทั้งหลังไม่เหลือทรัพย์สินอะไรเลย ทำให้หลายคนถึงกับซาบซึ้ และประทับใจในความเสียสละของสาวแดนเซอร์ นักร้อง นักดนตรีชาวสุโขทัยกลุ่มนี้เป็นอย่างมาก

ด้านนาย เริง เสรีภาพ ประธานกลุ่มหนุ่ม-สาวจิตอาสา “คนสุโขทัยไม่ทิ้งกัน” เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า การแสดงดนตรีพร้อมโชว์เต้นครั้งนี้ ไม่มีใครได้ค่าตัวแม้สักบาทเดียว ทุกคนมาด้วยใจที่เสียสละ เพื่อโชว์ความสามารถแลกกับเงินบริจาคที่ได้ 17,500 บาท รวมกับที่เล่นเปิดหมวกก่อนหน้านี้ ทั้งหมดเป็นเงิน 34,000 บาท บวกกับสิ่งของบริจาคอื่นๆอีก 5,000 จะนำไปมอบช่วยเหลือครอบครัวของคุณลุงเสน่ห์ ที่ถูกไฟไหม้บ้านต่อไป

“การรวมตัวของหนุ่ม-สาวจิตอาสาชาวสุโขทัยในครั้งนี้ นอกจากช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยากแล้ว ยังเป็นการทำความดีตามรอยพ่อ และขอน้อมถวายความดีแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งพระองค์จะคงอยู่ในใจของพวกเราตลอดไป” นายเริง กล่าว

พร้อมขอขอบคุณพี่น้องคนดนตรีสุโขทัย ทั้งทีมงานบูรพา , พีบีคอมโบ้ , เข็มทอง , มือเบสอิสระ , มือคีย์บอร์ดวงมันดาเลย์ , มือกลองวงคอนกรีต , คุณอุ๊วงแก้วมณี , คุณภาพวงประวัติศาสตร์ , คุณเติ้ลการไฟฟ้าทุ่งเสลี่ยม , คุณเปิ้ลครัวรื่นรมย์ , น้องน้ำหวาน วก.ศรีสำโรง , อ๊อฟแดนซ์ , น้องอีฟแดนซ์ , ลูกหมูแดนซ์ , อังคารแดนซ์ , ชมพู่แดนซ์ รวม 5 ทีมแดนเซอร์ กว่า 30 ชีวิต รวมทั้งร้านเฮียปาน และอีกหลายคนหลายกลุ่มที่มีจิตอาสาร่วมกันในครั้งนี้

รายงานข่าวแจ้งว่า กลุ่มหนุ่ม-สาวจิตอาสา “คนสุโขทัยไม่ทิ้งกัน” ที่นำโดย “เริง เสรีภาพ” มีการทำกิจกรรมช่วยเหลือสังคมมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการเลี้ยงอาหารกลางวันและมอบทุนการศึกษาแก่เด็กนักเรียน พร้อมนำสิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภคช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม และระดมเงิน-สิ่งของจำเป็นช่วยเหลือเหยื่อไฟไหม้บ้านที่หมู่ 3 ต.วังลึก อ.ศรีสำโรง มูลค่ากว่า 81,000 บาท ล่าสุดเป็นการช่วยเหลือครอบครัวคุณลุงเสน่ห์ ซึ่งถูกไฟไหม้บ้าน ไร้ที่อยู่อาศัยเช่นกัน

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 ......................................
 
13 ตุลาคม 2560
 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4 สุรศักดิ์ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
นายยั้งคิด วันที่ : 13/10/2017 เวลา : 11.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

ตอบ ความคิดเห็นที่ 3นายยั้งคิด ถูกใจสิ่งนี้ ถูกใจความคิดเห็นนี้ (1)
like เรียบร้อยแล้ว

สุรศักดิ์
.....................................
พระองค์จะทรงเป็น 'พระเทพไทยราชา ร.9' ตราบเท่านิรันดร์

ความคิดเห็นที่ 3 นายยั้งคิด ถูกใจสิ่งนี้ (1)
สุรศักดิ์ วันที่ : 13/10/2017 เวลา : 11.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/surasakc
เชิญอ่านบทความใหม่ (ได้จากที่นี่เลย) "คนรุ่นใหม่ทำนา มีทางได้กำไรแน่นอน ... ถ้าคิดใหม่ ทำใหม่ !!"  กรุณคลิกลิงก์บรรทัดบน

เชื่อว่า พระองค์จะยังคงประทับอยู่ในใจราษฎรทุกคน
เพื่อช่วยปัดเป่าความทุกข์ยากให้สิ้นไป เพราะ
พระองค์ไม่เคยลืมราษฎรของพระองค์เลย
เมื่อครั้งยังทรงพระชนม์ชีพ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
นายยั้งคิด วันที่ : 13/10/2017 เวลา : 10.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

ตอบ ความคิดเห็นที่ 1นายยั้งคิด ถูกใจสิ่งนี้ ถูกใจความคิดเห็นนี้ (1)
like เรียบร้อยแล้ว

vinitvadee
.........................................
ขอให้นึกเสียว่า พระองค์ท่าน ร.9 ยังทรงประทับอู่เหนือเกล้าฯคนไทยเสมอ

ความคิดเห็นที่ 1 นายยั้งคิด ถูกใจสิ่งนี้ (1)
vinitvadee วันที่ : 13/10/2017 เวลา : 10.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/natcha2

คุณลุงขา

ใกล้วันอาลัยจนน้ำตาท่วมแผ่นดินแล้วค่ะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน