• นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-06-16
  • จำนวนเรื่อง : 4177
  • จำนวนผู้ชม : 3002881
  • จำนวนผู้โหวต : 1625
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1625 คน
<< ตุลาคม 2017 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 13 ตุลาคม 2560
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 538 , 18:26:08 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน vinitvadee โหวตเรื่องนี้

สวัสดีครับ

         ขณะนี้ ร.10 เสด็จฯ บำเพ็ญพระราชกุศลครบ 1 ปีวันสวรรคต ในหลวง ร.9 โทรทัศน์ทุกช่องรายงานข่าวเดียวกันนี้อย่าง

พร้อมเพรียงกัน

 

 

ร.10 เสด็จฯ บำเพ็ญพระราชกุศลครบ 1 ปีวันสวรรคต ในหลวง ร.9

ข่าวในพระราชสำนัก  :  15 นาทีที่ผ่านมา
 
เสด็จฯ, ปีวันสวรรคต, ในหลวง
 
 
เสด็จฯ, ปีวันสวรรคต, ในหลวง
 
เสด็จฯ, ปีวันสวรรคต, ในหลวง
 
 
เสด็จฯ, ปีวันสวรรคต, ในหลวง
prev
next
 
 
 

ร.10 เสด็จฯ บำเพ็ญพระราชกุศลครบ 1 ปีวันสวรรคต ในหลวง ร.9 โอกาสนี้พระราชทานพระราชานุญาตให้พสกนิกรยืนรับเสด็จฯ ยังความปลาบปลื้มปิติแก่พสกนิกร

       เวลา 17.00 น.วันที่ 13 ต.ค.2560 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนิน พร้อมด้วย พระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ มายังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง โดยมี สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ พระบรมวงศานุวงศ์ คณะรัฐมนตรี และคณะทูตานุทูต เฝ้าฯ รับเสด็จ

       เมื่อมาถึงพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงวางพวงมาลาส่วนพระองค์ และพวงมาลาของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถในรัชกาลที่ 9 ที่หน้าพระบรมโกศพระบรมศพ แล้วทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยและเครื่องราชสักการะกราบถวายบังคมพระบรมศพ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระพุทธรูปประจำพระชนมวารที่หน้าพระแท่นมหาเศวตฉัตร ชาวพนักงานประโคมมโหระทึก สังข์ แตรงอน แตรฝรั่ง ปี่ กลองชนะ ปี่พาทย์ พระสงฆ์ 30 รูปสวดพระพุทธมนต์ และสวดคาถาพิเศษ “ปรมินทมหาภูมิพละอตุลยะเตชะมหาราชัสสะ ปัตติทานคาถา” จบ พระสงฆ์สดับปกรณ์ ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา ออกจากพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท เจ้าพนักงานนิมนต์พระสงฆ์ที่จะถวายพระธรรมเทศนาและสวดธรรมคาถาขึ้นนั่งอาสน์สงฆ์ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทรงธรรม พระราชาคณะถวายศีล และถวายพระธรรมเทศนากัณฑ์หนึ่งจบ พระสงฆ์ 4 รูปสวดธรรมคาถาแล้วทรงประเคนเครื่องไทยธรรมบูชากัณฑ์เทศน์ และทรงทอดผ้าไตร พระสงฆ์สดับปกรณ์ ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินไปทรงจุดธูปเทียนที่แท่นเตียงพระสวดพระอภิธรรม เสด็จพระราชดำเนินกลับ

       การนี้ระหว่างที่รถพระที่นั่งเคลื่อผ่านยังถนนหน้าพระลาน สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงโบกพระหัตถ์ทักทายพสกนิกรที่มารอเฝ้าฯ รับเสด็จ ทั้งนี้เนื่องด้วยก่อนที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะเสด็จฯ มาทรงบำเพ็ญพระราชกุศลนั้น มีสายฝนตกลงมาอย่างหนักจนทำให้พื้นถนนเปียก สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระราชานุญาตให้พสกนิกรยืนรับเสด็จฯ สร้างความปลาบปลื้มปิติอย่างหาที่สุดมิได้แก่พสกนิกร 

"อมร" ยัน ร่างพ.ร.ป. 2 ฉบับสุดท้าย เสร็จตามกรอบ

การเมือง  :  3 ชั่วโมงที่ผ่านมา
นายอมร วาณิชวิวัฒน์ กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ
นายอมร วาณิชวิวัฒน์ กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ, กรธ, พรป2 ฉบับ, สส, สว, ดึงเวลา, 240 วัน, ปปช, พรปปปช, สส-สว, ฉบับสุดท้าย, ไม่มีเนื้อหา, ฉบับ

"กรธ." เผย กฎหมายลูกป.ป.ช. ไม่มีเนื้อหา ขัดรธน.  มั่นใจ ร่างพ.ร.ป. 2 ฉบับ "ส.ส.-ส.ว." ไร้ปัญหา เสร็จทัน 240 วัน ยัน ไม่ดึงเวลา

 

          13 ต.ค.60 -ที่รัฐสภา นายอมร วาณิชวิวัฒน์ กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.) กล่าวถึงความคืบหน้าในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ(พ.ร.ป.)จำนวน 2 ฉบับสุดท้าย คือ ร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งส.ว. และร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยส.ส. ที่ฝ่ายการเมืองกังวลว่า จะเสร็จไม่ทันตามกำหนด 240 วัน ว่า ขอยืนยันว่าร่างพ.ร.ป.ทั้ง 2 ฉบับจะเสร็จตามกำหนดตามที่กรธ. เคยประกาศว่าจะส่งให้กับสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)อย่างแน่นอน ซึ่งขณะนี้พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มา ส.ว. กำลังพิจารณาเนื้อหาในรายมาตราและคืบหน้าไปมากแล้ว ดังนั้นขอให้มั่นใจได้ว่าจะไม่มีปัญหาใดๆให้กลายเป็นประเด็นว่ากรธ.ดึงเวลาอย่างเด็ดขาด

          เมื่อถามถึงกรณีที่มีเสียงสะท้อนจากกรรมการป.ป.ช.ที่เห็นว่าร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ... ที่ทางกรธ.ได้ส่งให้ดูเพื่อตรวจดูรายละเอียดในเบื้องต้น อาจมีบางประเด็นขัดกับรัฐธรรมนูญ นายอมร กล่าวว่า ในฐานะที่ตนเป็นหนึ่งในคณะอนุกรรมการพิจารณาศึกษาหลักการร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตพ.ศ…ขอยืนยันว่า ไม่มีเนื้อหาที่ขัดรัฐธรรมนูญตามที่มีกรรมการป.ป.ช.ตั้งข้อสังเกตุอย่างแน่นอน และในขั้นตอนการพิจารณา ก็ได้นำความเห็น ข้อเสนอแนะของทุกฝ่ายมาประกอบเพื่อเขียนกฎหมายออกมาเพื่อให้ป.ป.ช. ทำงานได้สะดวก และมีประสิทธิภาพสูงสุด.

 

1 ปีที่ 'พ่อ' จาก...กับเรื่องเล่าหลังเลนส์ 'วสันต์ วณิชชากร'

ข่าวทั่วไป  :  15 ชั่วโมงที่ผ่านมา
หยดน้ำตาของลูก, หงาดเหงื่อของพ่อ, ในหลวง, ในหลวงรัชกาลที่9, 1 ปี, ช่างภาพ, เรื่องเล่าหลังเลนส์, วสันต์ วณิชชากร, ปีที่, วสันต์, วณิชชากร

1 ปีที่ 'พ่อ' จาก...กับ เรื่องเล่าหลังเลนส์ ของช่างภาพ 'วสันต์ วณิชชากร'

 

                  ตลอดช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นห้วงเวลาแห่งความเศร้าโศกเสียใจของประชาชนชาวไทย หนึ่งในช่างภาพที่บันทึกเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ครั้งนี้ไว้คือ   "วสันต์ วณิชชากร" ช่างภาพสำนักข่าวเอพี

                  ภาพถ่ายของเขาจำนวนมากถูกกล่าวถึง ถูกแชร์ต่อในโซเชียลมีเดีย และถูกนำไปเผยแพร่ในสื่อกระแสหลัก เพราะเป็นภาพที่สื่อถึงถึงอารมณ์ความรู้สึกของประชาชนชาวไทยมีต่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช “ในหลวงรัชกาลที่ 9” อย่างชัดเจน

 

                  “ผมต้องการถ่ายภาพเพื่อสะท้อนให้ชาวโลกเห็นว่าคนไทยรักพระองค์ท่านมากมายแค่ไหน และสะท้อนให้ชาวต่างชาติคิดกลับมาว่า พระองค์ท่านต้องรักและทำอะไรให้คนไทยอย่างมากมายมหาศาลจริงๆ จึงทำให้คนไทยโศกเศร้าเสียใจได้มากมายและยาวนานขนาดนี้” วสันต์ บอกถึงความตั้งใจของเขาในการถ่ายภาพนี้ซึ่งเขาบอกว่าเป็นการถ่ายภาพที่ยากที่สุดในชีวิต หลายครั้งเขาต้องถ่ายภาพผ่านม่านน้ำตาของตัวเอง (อ่านต่อ...“ในหลวงสวรรคต” : ถ่ายภาพยากที่สุดในชีวิต )

                  ช่วง 1 ปีที่ผ่านมา "วสันต์" มักไม่พลาดที่จะมาร่วมบันทึกภาพกิจกรรมสำคัญๆที่จัดขึ้นเพื่อน้อมรำลึกถึงในหลวงรัชกาลที่ 9 แม้บางครั้งไม่มีคนจ้าง เขาก็มาบันทึภาพเก็บไว้เอง

                  "ผมต้องการบันทึกภาพประวัติศาสตร์ครั้งนี้เก็บไว้ให้แผ่นดิน เก็บไว้ให้คนรุ่นหลัง ลูก หลาน เหลน โหลนได้ดู ได้เห็นว่าประเทศไทยมีพ่อ มีพระราชาที่ทรงรักพวกเรา ทรงห่วงพวกเรามากมายแค่ไหน ให้พวกเขาลองดูจากภาพถ่ายเหล่านี้ ดูสิว่าภาพแต่ละภาพ มันบอกว่าประชาชนคนไทยนั้นก็รักพระราชาของพวกเขามากมายอย่างสุดหัวใจเหลือเกิน"

                  ถามว่าภาพไหนที่เขาประทับใจมากที่สุดในการถ่ายภาพเกี่ยวกับการจากไปของในหลวงรัชกาลที่ 9 ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา "วสันต์" บอกว่า ไม่มี แต่...เขาประทับใจทุกภาพที่เป็นภาพคนเฒ่าคนแก่คนป่วยที่มากราบพระบรมศพ มาแสดงความรักต่อพระองค์ท่าน เป็นความประทับใจว่าพวกเขาอายุขนาดนี้แล้วยังมีความมุ่งมั่นที่จะมา

                  “คนเฒ่าคนแก่บางคนนั่งคอตกมาในรถเข็น เรียกว่าแทบจะไม่มีแรงแม้กระทั่งจะพยุงคอให้ตั้งตรง แต่ด้วยความรักความผูกพันที่พวกเขามีต่อในหลวง พวกเขาจึงมา ซึ่งผมก็มีหน้าที่ต้องดึงอารมณ์ความรู้สึกเหล่านั้นถ่ายทอดออกมาผ่านภาพถ่ายให้ได้ อาจจะไม่ใช่ภาพที่สวยที่สุด แต่เป็นภาพที่ผมประทับใจที่สุด”

 

1 ปีที่ 'พ่อ' จาก...กับเรื่องเล่าหลังเลนส์ 'วสันต์ วณิชชากร'

 

1 ปีที่ 'พ่อ' จาก...กับเรื่องเล่าหลังเลนส์ 'วสันต์ วณิชชากร'

 

1 ปีที่ 'พ่อ' จาก...กับเรื่องเล่าหลังเลนส์ 'วสันต์ วณิชชากร'

 

                  อย่างไรก็ตามภาพที่โดดเด่นที่สุดภาพหนึ่งของเขาคือภาพ “หงาดเหงื่อของพ่อ หยดน้ำตาของลูก” ที่เขาบันทึกไว้เมื่อเช้าวันที่ 15 ตุลาคม ที่บริเวณหน้าประตูพระบรมมหาราชวัง ในระหว่างที่ประชาชนมารอเข้าร่วมลงนามถวายความอาลัย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง

                  ภาพนี้เป็นภาพที่ได้รับการโหวตให้เป็นภาพที่ประชาชนให้ความสนใจมากที่สุด ในจำนวน 89 ภาพที่กระทรวงวัฒนธรรมคัดเลือกจาก 2 หมื่นกว่าภาพมาจัดนิทรรศการ “ทรงสถิตในดวงใจไทยทั้งชาติ” (อ่านเพิ่มเติม...เบื้องหลังภาพ “หยาดเหงื่อของพ่อและหยดน้ำตาของลูก")

 

1 ปีที่ 'พ่อ' จาก...กับเรื่องเล่าหลังเลนส์ 'วสันต์ วณิชชากร'

 

                  อีกภาพหนึ่งของวสันต์ที่ได้รับการพูดถึงมากที่สุด เป็นภาพที่เขาบันทึกไว้เมื่อครั้งที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 เสด็จออกมหาสมาคม ในพระราชพิธี 5 ธันวาคม 2555 ณ สีหบัญชร พระที่นั่งอนันตสมาคม ในจังหวะที่ม่านกำลังจะปิดหลังเสร็จพระราชพิธี ที่เขาเพิ่งนำออกมาเผยแพร่หลังพระองค์ท่านจากไป เพื่อถ่ายทอดให้เห็นว่าพระองค์ทรงอดทนขืนพระวรกายที่ยังไม่แข็งแรงดี รับน้ำหนักเครื่องทรงที่มีน้ำหนักมากถึง 20 กิโลกรัม ยันพระองค์เอาไว้ด้วยเวลาเนิ่นนาน ท่ามกลางแสงแดดร้อนเพียงเพื่อให้ประชาชนของพระองค์ได้เห็น ได้ชื่นชมพระบารมี (อ่านเพิ่มเติม...เรื่องเล่าผ่านวิวไฟน์เดอร์ ช่างภาพบ้านนอก)

 

1 ปีที่ 'พ่อ' จาก...กับเรื่องเล่าหลังเลนส์ 'วสันต์ วณิชชากร'

 

                  นอกจากนี้ตลอดช่วงที่ผ่านมา "วสันต์" มักมีภาพ "เรื่องเล่าหลังเลนส์" ที่กินใจผู้คนออกมา และได้รับการพูดถึงอย่างมากเสมอ

                  นี่เป็นรูปหนึ่งที่ถูกพูดถึงและนำไปแชร์ต่อในสื่อต่างๆจำนวนมาก เป็นภาพเจ้าหน้าที่ท่านหนึ่งขณะปฏิบัติหน้าที่อำนวยความสะดวกประชาชนในการเข้ากราบพระบรมศพเป็นวันสุดท้าย

1 ปีที่ 'พ่อ' จาก...กับเรื่องเล่าหลังเลนส์ 'วสันต์ วณิชชากร'

(“คุณอาเจ้าหน้าที่ท่านหนึ่ง กำลังเอากระดาษทิชชูซับเลือดกำเดาที่ไหลออกมา เนื่องจากการทำหน้าที่ดูแลประชาชนมาอย่างยาวนานและต่อเนื่องร่วมหนึ่งปี

เจ้าหน้าที่ท่านหนึ่งเล่าให้ฟังว่า

"ได้บอกให้แกไปพักผ่อนก่อนเพราะแกอดหลับอดนอนยืนทำหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบมาอย่างต่อเนื่อง แต่แกบอกว่าขอนั่งพักสักครู่ เดี๋ยวก็หาย วันนี้เป็นวันสุดท้ายที่จะได้ทำหน้าที่เพื่อพระองค์ท่าน และได้ปฎิบัติหน้าที่ดูแลประชาชนตามรับสั่งของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๑๐  ที่ทรงห่วงใยพสกนิกร รับสั่งให้เจ้าหน้าดูแลประชาชนแขกของพระองค์ให้ดีที่สุด"

สักสิบนาทีคุณอาเจ้าหน้าที่ก็ลุกขึ้นมาทำหน้าที่อย่างแข็งขันต่อไป

เจ้าหน้าที่ท่านเดิมเล่าให้ฟังว่า

"เมื่อพวกเราได้ทำหน้าที่ส่งประชาชนคนสุดท้ายเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพเสร็จสิ้นแล้ว พวกเราทั้งหมดนัดกันว่า จะมารวมตัวกันที่ลานหน้าพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท พวกเราทั้งหมดจะนั่งหมอบและก้มลงกราบทูลลาพระองค์ท่านอยู่ตรงนี้ ตรงที่พวกเราทำหน้าที่"

1 ปีที่ 'พ่อ' จาก...กับเรื่องเล่าหลังเลนส์ 'วสันต์ วณิชชากร'

 

                  วสันต์ เรียก เจ้าหน้าที่เหล่านี้ว่าผู้ปิดทองหลังพระ

                  ภาพตายายคู่นี้ระหว่างมาชมพิธีซ้อมย่อยการเคลื่อนริ้วขบวนเครื่องประกอบพระบรมราชอิสริยยศพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม ที่ผ่านมา และคำบรรยายของเขา คืออีกตัวอย่างหนึ่ง

1 ปีที่ 'พ่อ' จาก...กับเรื่องเล่าหลังเลนส์ 'วสันต์ วณิชชากร'

              (คุณตากับคุณยายกำลังยืนดูริ้วขบวนที่กำลังเคลื่อนผ่านเข้ามาใกล้ที่สุด ก่อนที่จะเลี้ยวซ้ายเข้าไปด้านในมณฑลพิธีท้องสนามหลวง ท่ามกลางแดดร้อนจัด เห็นแกมากันแค่สองคนตายาย ตลอดเวลาระหว่างยืนดูริ้วขบวน มือคุณยายจะลูบอยู่ที่แผ่นหลังของคุณตาอยู่ตลอดเวลา จนผมต้องพยายามเดินเบียดประชาชนเพื่อไปถ่ายทอดมุมที่สะเทือนใจนี้ออกมา)

                  อีกภาพในคืนวันสุดท้ายของการกราบลา "พ่อ" แม้ว่าจะไม่มีคำอธิบายที่ชัดเจน แต่ก็สามารถสื่อถึงอารมณ์ได้เป็นอย่างดี

 

1 ปีที่ 'พ่อ' จาก...กับเรื่องเล่าหลังเลนส์ 'วสันต์ วณิชชากร'

 

                  ("เราเห็นเธอนั่งลงพิงกำแพงพระราชวังด้วยใบหน้าที่เศร้าสร้อย จนอดที่จะคอยสังเกตดูเธอไม่ได้

                  สักพักเธอยืนขึ้นตัวยังพิงชิดกำแพง กางมือออกแบมือสัมผัสติดกำแพงกวาดขึ้นกวาดลงไปมาช้าๆ สามสี่ครั้ง

                  "เราไม่รู้ว่าเธอคิดอะไร")

 

1 ปีที่ 'พ่อ' จาก...กับเรื่องเล่าหลังเลนส์ 'วสันต์ วณิชชากร'

 

1 ปีที่ 'พ่อ' จาก...กับเรื่องเล่าหลังเลนส์ 'วสันต์ วณิชชากร'

 

1 ปีที่ 'พ่อ' จาก...กับเรื่องเล่าหลังเลนส์ 'วสันต์ วณิชชากร'

                  หลายคนคงสงสัยว่าทำไม วสันต์ จึงสามารถถ่ายภาพที่สื่อถึงอารมณ์ความรู้สึกของประชาชนที่มีต่อ "พ่อหลวง" ได้อย่างชัดเจน วสันต์ บอกว่า อาจเป็นเพราะเขาก็มีความรู้สึกเดียวกันกับประชาชนเหล่านั้น ทำให้รับรู้ถึงอารมณ์และความรู้สึกเหล่านั้นได้อย่างดี การถ่ายภาพของเขาจึงรอจังหวะเพื่อจะดึงอารมณ์เหล่านั้นออกมาเป็นภาพสื่อออกมาให้ผู้คนได้เห็น

                  วสันต์ บอกว่า เขารู้สึกว่าผลงานของเขาในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ทำให้มีผู้คนรู้จักเขามากขึ้น มาติดตามผลงาน มาชื่นชม มาขอสัมภาษณ์  “ผมรู้สึกว่าผมเกิดเพราะงานในหลวง ผมขอบคุณทุกคำชื่นชมและกำลังใจที่มีมาให้ แต่ถ้าเลือกได้ผมอยากได้ในหลวงกลับคืนมามากกว่า ”

                  ถามถึงคำสอนของในหลวงรัชกาลที่ 9 "วสันต์" บอกว่าพระองค์ท่านมีคำสอนมากมาย แต่คำสอนที่เขายึดถือปฏิบัติในชีวิตประจำวัน คือ เป็นคนดีและทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด

                  “ผมคิดว่าถ้าทุกคนในประเทศทำแค่ 2 อย่างนี้ คือ เป็นคนดีและทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด ก็จบ ไม่มีปัญหาวุ่นวาย”

 

1 ปีที่ 'พ่อ' จาก...กับเรื่องเล่าหลังเลนส์ 'วสันต์ วณิชชากร'

1 ปีที่ 'พ่อ' จาก...กับเรื่องเล่าหลังเลนส์ 'วสันต์ วณิชชากร'

1 ปีที่ 'พ่อ' จาก...กับเรื่องเล่าหลังเลนส์ 'วสันต์ วณิชชากร'

1 ปีที่ 'พ่อ' จาก...กับเรื่องเล่าหลังเลนส์ 'วสันต์ วณิชชากร'

                  ชม "ภาพเล่าเรื่อง" เพิ่มเติมที่เฟซบุ๊ก "วสันต์ วณิชชากร"

1 ปีที่ 'พ่อ' จาก...กับเรื่องเล่าหลังเลนส์ 'วสันต์ วณิชชากร'

เรื่อง : สมฤทัย ทรัพย์สมบูรณ์ 

ภาพ : วสันต์ วณิชชากร

 

ธ เสด็จสู่สวรรคาลัย น้อมใจไทยตามรอยพระบาท

เจาะประเด็นร้อน, สกู๊ปพิเศษ, เสด็จสู่สวรรคาลัย, ถวายบังคมพระบรมศพ, พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร, พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท, พระบรมมหาราชวัง, พระบรมโกศ

“เราจะเดินตามคำสอนของพ่อ”

 

               “ทันทีที่ได้เห็นพระบรมโกศ แล้วก็รู้สึกจุกอก พูดไม่ถูก แล้วน้ำตาก็ไหล” คือความรู้สึกของ “ดลนภา กลัดบุพภา” หนึ่งในประชาชนกลุ่มแรกที่ได้เข้าถวายบังคมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง

               "เมื่อได้มาอยู่เบื้องหน้าพระบรมโกศ ก็ไม่สามารถบรรยายเป็นคำพูดได้ ว่าครั้งหนึ่งจะได้มาอยู่จุดนี้ แต่ขณะเดียวกันก็เฝ้าถามตัวเองว่านี่คือความจริงใช่หรือไม่ ตอนนี้ก็ได้แต่นึกถึงความดีของพระองค์ท่าน" เป็นคำบอกเล่าของ “จำเนียง มาลากุล” ประชาชนกลุ่มเดียวกับดลนภาที่ได้เข้าถวายบังคมพระบรมศพ เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2559

 
 

               ทั้งสองเป็นเพียงตัวแทนคนไทยทั่วหล้าอีกหลายสิบล้านคน ที่กำลังตกอยู่ในอาการเศร้าโศกาลัย ตั้งแต่นาทีแรกที่ได้รับทราบประกาศสำนักพระราชวัง เรื่องพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช สวรรคต

 

ธ เสด็จสู่สวรรคาลัย น้อมใจไทยตามรอยพระบาท

 

               "พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร เสด็จพระราชดำเนินไปประทับรักษาพระอาการประชวร ณ โรงพยาบาลศิริราช ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 3 ตุลาคม พุทธศักราช 2557 ตามที่สำนักพระราชวังได้แถลงให้ทราบเป็นระยะแล้วนั้น 

               แม้คณะแพทย์ได้ถวายการรักษาอย่างใกล้ชิดจนสุดความสามารถ แต่พระอาการประชวรหาคลายไม่ ได้ทรุดหนักลงตามลำดับ ถึงวันพฤหัสบดีที่ 13 ตุลาคม พุทธศักราช 2559 เวลา 15 นาฬิกา 52 นาที เสด็จสวรรคต ณ โรงพยาบาลศิริราช ด้วยพระอาการสงบ สิริพระชนมพรรษาปีที่ 89 ทรงครองราชสมบัติได้ 70 ปี 

               สำนักพระราชวัง 13 ตุลาคม พุทธศักราช 2559"

               สิ้นประกาศสำนักพระราชวังวันนั้น ท้องฟ้าประเทศไทยเสมือนตกอยู่ในม่านหมอกแห่งความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่เป็นที่สุด เสียงร่ำไห้อาลัย ระงมไปทั่วทั้งแผ่นดิน สิ้นแล้วพระมหากษัตริย์อันเป็นที่รักยิ่งของปวงชนชาวไทย

 

ธ เสด็จสู่สวรรคาลัย น้อมใจไทยตามรอยพระบาท

ขบวนเชิญพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จากโรงพยาบาลศิริราช ไปยังพระบรมมหาราชวัง

 

               14 ตุลาคม 2559 เวลา 16.00 น. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เมื่อครั้งทรงพระยศ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร พร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ เสด็จพระราชดำเนินไปยังโรงพยาบาลศิริราช เพื่อเคลื่อนพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชไปยังพระบรมมหาราชวังเพื่อประกอบพระราชพิธีสรงน้ำพระบรมศพ ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา

               เวลา 08.00-14.00 น. สำนักพระราชวังให้ประชาชนเข้าถวายน้ำสรงพระบรมศพหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง และได้จัดสมุดลงนามแสดงความอาลัยตั้งแต่วันที่ 14 ตุลาคม จนถึง 28 ตุลาคม

               พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แถลงผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจฯแสดงความเสียใจต่อการสวรรคตและขอให้ประชาชนร่วมแสดงความอาลัย

               รัฐบาลประกาศให้สถานที่ราชการ รัฐวิสาหกิจ และสถานศึกษาทุกแห่งลดธงครึ่งเสา มีกำหนด 30 วัน และให้ข้าราชการและพนักงานรัฐวิสาหกิจไว้ทุกข์ 1 ปี หน่วยงานภาคเอกชนพร้อมใจกันจัดสถานที่แสดงความอาลัย ประชาชนทั้งประเทศไว้ทุกข์พร้อมกัน

               รัฐบาลได้ออกประกาศให้วันที่ 14 ตุลาคม 2559 เป็นวันหยุดราชการ พร้อมขอความร่วมมืองดจัดงานมหรสพและกิจกรรมรื่นเริงต่างๆ เป็นเวลา 1 เดือน

               ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความเศร้าโศก คนไทยได้พร้อมใจกันจัดกิจกรรมต่างๆ ขึ้นตลอดทั้งปี เพื่อน้อมรำลึกถึงพระองค์ท่านผู้เสด็จสู่สวรรคาลัย

 

ธ เสด็จสู่สวรรคาลัย น้อมใจไทยตามรอยพระบาท

พสกนิกรร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ ที่สนามหลวง

 

               วันที่ 22 ตุลาคม บรรยากาศบริเวณรอบพระบรมมหาราชวัง มีประชาชนจำนวนมาก เดินทางมาร่วมร้องเพลง “สรรเสริญพระบารมี” เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและร่วมบันทึกวิดีโอเพื่อสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

               แม้จะอยู่ในวัย 70 ปี แต่ก็ไม่เป็นอุปสรรคสำหรับการเดินทางจากย่านสายไหมมาที่พระบรมมหาราชวังเพื่อร่วมกิจกรรมนี้

               “วาสนา อินทร์พินิจ” กล่าวว่า ตั้งใจมาแสดงความอาลัยต่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในประวัติศาสตร์ด้วยการขับร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี ถวายแด่พระองค์ท่าน

               วิดีโอเพลงสรรเสริญพระบารมีที่ตัดต่อเสร็จสมบูรณ์แล้ว เป็นที่ประทับใจของทุกคนเมื่อได้รับชม เพราะทุกช็อตดำเนินไปด้วยน้ำเสียงสั่นเครือแต่แข็งแกร่ง สะท้อนหัวจิตหัวใจของพสกนิกรไทยที่มุ่งมั่นมารวมตัวกันที่ท้องสนามหลวงและบริเวณใกล้เคียงนับแสนคนเพื่อร่วมกันขับขานบทเพลงอมตะนี้เพื่อพระองค์

 

ธ เสด็จสู่สวรรคาลัย น้อมใจไทยตามรอยพระบาท

 

               เวลา 10.00 น. วันเดียวกัน ที่สถานีรถไฟกรุงเทพ(หัวลำโพง) มีประชาชนจำนวนมากเดินทางเข้ากรุงเทพฯ และมุ่งหน้าไปยังบริเวณท้องสนามหลวงเพื่อร่วมงานถวายสักการะและแสดงความอาลัย เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ และร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีที่ท้องสนามหลวง

               อารยะ ปิณฑะดิษ ผู้อำนวยการฝ่ายบริการโดยสาร กล่าวว่า สถานีรถไฟกรุงเทพได้เพิ่มเที่ยวรถช่วงวันหยุด เพื่อรองรับการเดินทางของประชาชนที่ทยอยเข้ามาในกรุงเทพมหานคร

               อีกด้านหนึ่ง ประชาชนจำนวนมากเดินทางมาที่สถานีรถไฟกรุงเทพ ทั้งจากต่างจังหวัดและผู้ที่เดินทางโดยใช้บริการรถไฟฟ้าใต้ดิน ต่างพากันยืนรอขึ้นรถชัตเติลบัสที่ขสมก.จัดเตรียมไว้ให้ ซึ่งมีทั้งสิ้น 21 คัน หมุนเวียนรับส่งผู้โดยสารระหว่าง หัวลำโพง-สนามหลวง ขณะที่ประชาชนบางรายเดินเท้าเพื่อไปยังสนามหลวง

 

ธ เสด็จสู่สวรรคาลัย น้อมใจไทยตามรอยพระบาท

 

               ขณะที่ “สีหนุ่ม บุญประเสริฐ” เดินทางจากนครราชสีมาเข้ากรุงเทพฯ ทันทีหลังทราบข่าวการสวรรคตของพระองค์ เขาอาจจะเป็น “จิตอาสา” ชุดแรกที่เข้ามายังบริเวณท้องสนามหลวง เพื่อทำดีเพื่อพ่อ ด้วยการให้บริการตัดผมฟรีแก่ผู้ยากไร้ที่มาร่วมถวายสักการะพระบรมศพ

               และในช่วงตลอด 1 สัปดาห์หลังเสด็จสวรรคต บรรดาผู้นำประเทศต่างๆ ได้ทยอยเข้าถวายบังคมพระบรมศพอย่างต่อเนื่อง อันเป็นการถวายพระเกียรติจากนานามิตรประเทศ เช่นที่พระองค์ทรงเจริญสัมพันธไมตรีเป็นอย่างดีเสมอมา

               เวลา 09.48 น. วันที่ 16 ตุลาคม สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก กษัตริย์แห่งราชอาณาจักรภูฏาน เสด็จฯ พร้อมด้วย สมเด็จพระราชินีเจตซุน วังชุก มายังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง เพื่อทรงวางพวงมาลา ถวายราชสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และทรงร่วมพระราชพิธีบำเพ็ญกุศลถวายพระบรมศพ จากนั้นเสด็จฯ ไปทรงลงพระนามแสดงความอาลัย ณ ศาลาว่าการพระราชวัง

               วันที่ 21 ตุลาคม 2559 โฆษกองค์การสหประชาชาติ ได้เผยแพร่ข้อความและภาพ บัน คี-มุน เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ เดินทางมาที่สำนักงานคณะผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ ณ นครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อลงนามแสดงความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยมี วีรชัย พลาศรัย เอกอัครราชทูต ผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ ณ นครนิวยอร์ก ต้อนรับ

               เวลา 10.18 น. ลี เซียนลุง นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐสิงคโปร์ วางพวงมาลาถวายสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท หลังจากนั้นลงนามแสดงความอาลัย

               13.20 น. โมฮัมเหม็ด ซาอิด รัฐมนตรีกระทรวงการพัฒนาเศรษฐกิจสาธารณรัฐมัลดีฟส์ วางพวงมาลาถวายสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท จากนั้นลงนามแสดงความอาลัย ณ ศาลาว่าการพระราชวังฯ

               เวลา 10.00 น. วันที่ 22 ตุลาคม นาจิบ บิน ราซัค นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย และ ดาติน ปาดูกา ซรี รอสมาห์ แมนซอร์ ภริยา วางพวงมาลาถวายสักการะ จากนั้น ลงนามแสดงความอาลัย ณ ศาลาว่าการพระราชวัง ในพระบรมมหาราชวัง

               "การสูญเสียพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ไม่ใช่แค่รู้สึกได้เฉพาะประชาชนคนไทยเท่านั้น แต่พระมหากษัตริย์พระองค์นี้ยังมีพระราชประสงค์สานความสัมพันธ์ใกล้ชิดขึ้นระหว่างมาเลเซียกับไทย นอกเหนือจากที่มีพระราชประสงค์ให้ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีแต่สันติและความเจริญรุ่งเรืองยิ่งขึ้น" นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ให้สัมภาษณ์ “นิวสเตรทไทมส์” ในเวลาต่อมา

               ราซัค บอกว่า เขาได้เห็นการแสดงออกถึงความรักอันล้นพ้น ซึ่งประชาชนคนไทยหลายหมื่นต่อแถวท่ามกลางอากาศร้อน และบางคนคุกเข่าบนถนนหลายชั่วโมง เพราะต้องการแสดงให้เห็นถึงความรักที่มีต่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

 

ธ เสด็จสู่สวรรคาลัย น้อมใจไทยตามรอยพระบาท

 

               วันที่ 22 ตุลาคม 2559 สมเด็จอัครมหาเสนาบดีเดโช ฮุน เซน นายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา มาวางพวงมาลาถวายสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท จากนั้น ลงนามแสดงความอาลัย

               เวลา 14.14 น. หลี่ หยวนเฉา รองประธานาธิบดีสาธารณรัฐประชาชนจีน วางพวงมาลาถวายสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และลงนามแสดงความอาลัย

               เวลา 13.14 น. วันที่ 25 ตุลาคม บาลา การ์บา จาฮุมปา รัฐมนตรีกระทรวงคมนาคม การงาน และการสื่อสาร ผู้แทนพิเศษประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐอิสลามแกมเบีย วางพวงมาลาถวายสักการะพระบรมศพ และลงนามแสดงความอาลัย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท และศาลาว่าการพระราชวัง ในพระบรมมหาราชวัง

               ต่อมา โจโก วิโดโด ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐอินโดนีเซีย และ อิเรียนา วิโดโด ภริยา วางพวงมาลาถวายสักการะพระบรมศพ และลงนามแสดงความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท และศาลาว่าการพระราชวัง ในพระบรมมหาราชวัง

               ยังมีดารานักแสดงฮอลลีวู้ดอย่าง “สตีเวน ซีกัล” ซึ่งผูกพันกับประเทศไทย ก็ได้มาลงนามแสดงความอาลัย เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม

               บรรยากาศบริเวณรายรอบพระบรมมหาราชวัง และท้องสนามหลวงตั้งแต่วันที่ 14 ตุลาคม 2559 เป็นต้นมา คือศูนย์รวมใจของพี่น้องไทยทุกเพศ ทุกวัย ทุกอาชีพ จากทั่วสารทิศ ที่ทยอยหลั่งไหลกันมาเข้าคิวกราบถวายบังคมพระบรมศพตั้งแต่เช้ามืดยันค่ำมืดดึกดื่น อย่างไม่ย่อท้อต่อสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าว หรือบางคราวก็มีฝนตกลงมาจนเปียกปอน

               นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันเปี่ยมล้น ที่สมเด็จพระเจ้อยู่หัว รัชกาลที่ 10 พร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ ทรงพระเมตตาต่อราษฎรของพระองค์ พระราชทานอาหาร ยารักษาโรค และหน่วยแพทย์มาคอยอำนวยการอยู่ไม่ได้ขาด

 

ธ เสด็จสู่สวรรคาลัย น้อมใจไทยตามรอยพระบาท

 

               กิจกรรมแปรอักษรเป็นสัญลักษณ์เลขเก้าไทย (๙) ดำเนินขึ้นอย่างสืบเนื่องกันในทุกๆจังหวัด ครั้งแล้วครั้งเล่า ถูกส่งผ่านทุกๆ สื่อ เพื่อแสดงความอาลัย เช่นเดียวกับที่ ประชาชนทยอยไปลงนามและถวายสักการะตามจุดต่างๆ ที่จัดไว้ทั่วประเทศ

               ที่ท้องสนามหลวง นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในชื่อ “เย็นศิระ เพราะพระบริบาล” ถูกจัดขึ้น เปิดให้ประชาชนเข้าชมตั้งแต่วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2560 โดยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จฯ ไปทรงเปิดนิทรรศการด้วยพระองค์เอง

               ภายในนิทรรศการได้จัดไว้ทั้งหมด 5 โซน ได้แก่ โซนที่ 1 บุญของแผ่นดินไทย โซนที่ 2 พระราชาผู้ทรงธรรม (ทำ) โซนที่ 3 กษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ โซนที่ 4 พระมิ่งขวัญชาวไทย และโซนที่ 5 ร้อยใจไทย

               ขณะเข็มนาฬิกาเดินเคลื่อนไปข้างหน้า ทุกย่างก้าวของพสกนิกรชาวไทย ก็ยังคงสืบคืบสู่รอบรั้วพระบรมมหาราชวัง ทั้งผู้ประกอบกิจกรรมจิตอาสา ทั้งผู้มาต่อแถวรอเข้าถวายบังคมพระบรมศพ ภายในพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ไม่ขาดสายแม้แต่วันเดียว ตลอดระยะเวลา 1 ปีเต็ม ขณะที่การสร้างพระเมรุมาศบริเวณท้องสนามหลวงก็ดำเนินคืบหน้า นั่นหมายถึงว่า ใกล้ถึงวันพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เข้ามาทุกที

               ประกาศสำนักพระราชวัง สิ้นสุดวันเปิดให้เข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพที่กำหนดวันที่ 30 กันยายน 2560 จึงต้องเลื่อนออกไป

               โดยมีประกาศว่า ด้วย สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงห่วงใยว่าประชาชนจะมีโอกาสกราบถวายบังคมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้ไม่ทั่วถึง และเพื่อพระราชทานขวัญและกำลังใจแก่ประชาชน ในการนี้จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เลื่อนกำหนดวันสุดท้ายของการถวายบังคมพระบรมศพ จากเดิมวันที่ 30 กันยายน 2560 ออกไปเป็นเวลา 24.00 น.ของวันที่ 5 ตุลาคม 2560

               3 ตุลาคม อีก 2 วันจะสิ้นสุดการเปิดให้เข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีประชาชนจำนวนมากจากทั่วประเทศเดินทางมาเข้าแถวรอกราบตลอดทั้งวันทั้งคืน

 

ธ เสด็จสู่สวรรคาลัย น้อมใจไทยตามรอยพระบาท

 

               “นวลอนงค์ ผกาแก้ว” เดินทางมาจากชลบุรีพร้อมครอบครัวและญาติๆ กว่า 10 คนเผยว่า มากราบสักการะพระบรมศพเป็นครั้งที่ 3 ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดไม่ได้ โดยพาลูกชายวัย 12 ปี มาด้วยทุกครั้ง แม้ว่าจะเป็นเด็กรุ่นใหม่ที่เกิดไม่ทันในหลวง รัชกาลที่ 9 เสด็จฯ ไปยังพื้นที่ต่างๆ เพื่อช่วยเหลือราษฎรชาวไทย แต่ก็บอกลูกเสมอในสิ่งที่พระองค์ทำ อยากให้ลูกได้รับรู้ว่าเราโชคดีและน่าภูมิใจขนาดไหนที่ได้เกิดมาใต้ร่มโพธิ์ของพระองค์ท่าน

               "ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงเป็นพระราชาที่ทำเพื่อปวงชนชาวไทยมาตลอดพระชนม์ชีพ ทรงทำให้เราดูเป็นแบบอย่างให้เห็นอยากให้คนไทยน้อมนำไปใช้ในชีวิต"

               “อลิสา ศิริวิบูลย์” ในวัยเกษียณกับการเดินทางจากบ้านย่านดินแดง มากราบถวายบังคมพระบรมศพครั้งที่ 8 คือความมุ่งมั่นที่เธอบอกว่าอยากอยู่ใกล้ชิดพระองคท่านในห้วงสุดท้าย

               "พระราชดำริที่ป้ายึดเป็นหลักใช้ในชีวิตคือ ความพอเพียง แม้ป้าอายุมากแล้วแต่ก็นำมาใช้อย่างเห็นผล ทุกวันนี้ป้าใช้เตือนใจในการใช้เงินจับจ่ายใช้สอยจนมีเงินเหลือเก็บ มาถึงวันนี้ป้ารู้สึกใจหายมากเพราะใกล้ช่วงพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ แม้ท่านสวรรคตไปแล้ว ป้าก็ระลึกถึงท่านทุกครั้งยามตื่นเสมอ และท้ายสุดอยากให้คนไทยทุกคนรักและสามัคคีกันให้มาก ทำตามฟังคำพ่อสอน เพราะทุกคำสอนของท่านใช้ได้และเห็นผลจริง"

               ผ่านมาแล้ว 365 วัน ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 จากพสกนิกรของพระองค์สู่สรวงสวรรค์ทิพยพิมาน หากแต่พสกนิกรของพระองค์ที่พากันเดินทางไปถวายสักการะจนเป็นกิจวัตร นับตั้งแต่วันแรกจนถึงวันสุดท้าย คือประจักษ์พยานว่า ประชาชนคนไทยทุกคนรักและเทิดทูนพระองค์ยิ่งชีวิต

               และสิ่งสำคัญที่ทุกคน ทุกฝ่ายได้ผ่านห้วงระยะเวลาแห่งความเศร้าหมองมาแล้วก็คือ ก้าวต่อไปที่ในวันนี้ คนไทยพูดพ้องคำเดียวกันว่า “เราจะเดินตามคำสอนของพ่อ”

 

ธ เสด็จสู่สวรรคาลัย น้อมใจไทยตามรอยพระบาท

 

               วันที่ 6 ตุลาคม 2560 สำนักพระราชวังได้สรุปยอดรวมประชาชนที่เดินทางมากราบถวายบังคมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม ตั้งแต่เวลา 00.01 น. จนถึงเวลา 02.18 น. ของวันที่ 6 ตุลาคมว่า มีจำนวนทั้งสิ้น 110,889 คน รวม 337 วัน มี 12,739,531 คน และมีประชาชนทูลเกล้าฯ ถวายเงินเพื่อโดยเสด็จพระราชกุศลเป็นเงิน 7,016,818 บาท รวม 337 วัน เป็นเงินทั้งสิ้น 889,545,100.01 บาท

...........................................

13 ตุลาคม 2560

 



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
นายยั้งคิด วันที่ : 13/10/2017 เวลา : 20.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

ทำหน้าที่เกินพิกัด เพราะเห็นความหนาแน่นของคนที่จะเข้าถวายบังคมพระบรมศพ ร.9 จึงไม่อาจปล่อยปละละเลยได้ จนตัวเองถึงกับมีอาการป่วยตามข่าว

ความคิดเห็นที่ 1 นายยั้งคิด ถูกใจสิ่งนี้ (1)
vinitvadee วันที่ : 13/10/2017 เวลา : 19.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/natcha2

ประทับใจ เจ้าหน้าที่สูงวัย บริการประชาชนมา ๑ ปี
แล้วนั่งเงยหน้าซับเลือดกำเดา
บริการด้วยหัวใจ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน