*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-06-16
  • จำนวนเรื่อง : 4246
  • จำนวนผู้ชม : 3020654
  • จำนวนผู้โหวต : 1626
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1626 คน
<< พฤศจิกายน 2017 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันจันทร์ ที่ 13 พฤศจิกายน 2560
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 507 , 10:40:02 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน พี่ขนฟู โหวตเรื่องนี้

สวัสดีครับ

         ตามสายตาของผมแล้ว การที่จะเกิดม็อบมาเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ปัญหาราคายางตกต่ำ และให้ไล่รมว.เกษตรพ้นจาก

หน้าที่ไปเสียเลยนั้น ไม่ค่อยจะแฟร์สักเท่าไรนะครับ เพราะก่อนที่จะปลูกสวนยางกันอย่างไม่ลืมหูลืมตาไปทั่วประเทศ ขยายจาก

แหล่งเดิมที่ภาคใต้เท่านั้น เกษตรกรก็ไม่ยอมฟังคำทักท้วงจากรัฐหรือใครทั้งสิ้น เล็งแต่เฉพาะที่จะได้ฝ่ายเดียวเท่านั้น ทั้งๆที่ตัว

การคือจีนนั่นเองที่ปลุกระดมให้หลายๆประเทศในเอเซียปลูกยางกันเป็นการใหญ่ เพื่อสนองความต้องการยางในอุตสาหกรรมผลิต

รถยนต์ของตัว จนกระทั่งยางล้นตลาดจากการผลิต อีกทั้งความต้องการยางก็ชะลอตัวลงอีกด้วย 

         ด้วยเหตุดังกล่าว การแก้ปัญหาราคายางตกต่ำซึ่งก็มีอยู่เป็นประจำนั้น มิใช่จะแก้ได้แต่เฉพาะประเทศเราประเทศเดียวเท่านั้น

แต่เป็นปัญหาไปทั่วโลกเลยทีเดียว

         นอกจากนั้น คนที่เรียกร้องคราวนี้หรือคราวไหนๆ ก็มักจะเป็นนายทุนสวนยางเสียมากกว่า เพราะต้องการให้รัฐจ่ายชดเชยให้ตัว

เองเท่านั้น จึงเป็นความไม่แฟร์ แต่เป็นการเอาแต่ได้เสียมากกว่า.

 

 

ห้ามทำ‘โพลล์การเมือง’ แก้ชี้นำหรือป่วนซํ้าเลือกตั้ง?

ห้ามทำ‘โพลล์การเมือง’ แก้ชี้นำหรือป่วนซํ้าเลือกตั้ง?

วันจันทร์ ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.
 

“โพลล์” (Poll) เป็นคำคุ้นหูของผู้ติดตามข่าวสาร โพลล์หมายถึงการสำรวจความคิดเห็นของผู้คนต่อประเด็นใดประเด็นหนึ่งที่ได้รับความสนใจในขณะนั้น ไม่ว่าจะเป็นการเมือง เศรษฐกิจ สังคมและอื่นๆ อย่างไรก็ตาม การทำโพลล์นั้นต้องเคร่งครัดในระเบียบทางวิชาการ เช่น ขอบเขตของการสำรวจ การคัดเลือกประชากรกลุ่มตัวอย่าง ฯลฯ เพื่อลดความเสี่ยงจากอคติที่อาจนำไปสู่ความคลาดเคลื่อนของผลสำรวจนั้นๆ ด้วย

ในประเทศไทยนั้นมีโพลล์หลายเจ้า ตั้งแต่สำนักโพลล์เก่าแก่อยู่มานานหลายสิบปีจนถึงสำนักโพลล์ที่ตั้งขึ้นใหม่
ไม่นาน ซึ่งผลโพลล์ต่างๆ มักถูกนำไปเผยแพร่ต่อทางสื่อมวลชนให้สังคมได้พูดถึงเสมอ รวมถึงประเด็นการเมืองอย่าง “การเลือกตั้ง” ที่มักมีการทำโพลล์กันตั้งแต่เมื่อมีสัญญาณบางอย่างชี้ว่าน่าจะมีการเลือกตั้งในเวลาอันใกล้ ไปจนถึงช่วงเวลาก่อนเข้าคูหากากบาทเพียงไม่กี่วัน

ทว่า “โพลล์การเมือง” กลายเป็น “ดรามา” เมื่อมีรายงานว่า คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เสนอแนวคิด “ห้ามทำโพลล์ช่วงเลือกตั้ง” โดยให้เหตุผลว่าอาจเข้าข่าย “ชี้นำ” ประชาชนต่อการลงคะแนน จน 1 ในคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ตั้งข้อสังเกตกับ กรธ. มาตลอดอย่าง สมชัย ศรีสุทธิยากร ออกมาบอกว่า “ไม่เห็นด้วย” กับแนวคิดดังกล่าวของ กรธ. โดยโพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊คส่วนตัว “Srisutthiyakorn Somchai” ให้ความเห็นว่า

“การทำโพลล์มีข้อดีในด้านที่ทำให้ผู้สมัครได้ทราบถึงคะแนนเสียงและจุดอ่อนของตน และนำไปสู่การปรับปรุงนโยบายและกลยุทธ์ในการหาเสียง ในขณะเดียวกัน โพลล์อาจมีส่วนช่วยป้องกันการทุจริตเลือกตั้งได้ ยกตัวอย่างเช่น หากโพลล์ออกมาตรงกันว่า ในพื้นที่นี้ใครชนะอย่างถล่มทลาย แต่หากผลกลับเป็นตรงข้าม อาจเป็นข้อสังเกตได้ว่า อาจจะมีการกระทำที่ไม่ถูกต้องบางอย่างให้ผลการเลือกตั้งเปลี่ยนไป”

นอกจากนี้ กกต. สมชัย ยังกล่าวอีกในทำนองว่า “การทำโพลล์เป็นเรื่องปกติของสังคมประชาธิปไตย” อาทิ ในประเทศตะวันตกนั้นการทำโพลล์ไม่เป็นเรื่องต้องห้าม “สื่อมวลชนหรือสถาบันวิชาการต่างๆ มีการทำโพลล์กันหลายสิบครั้งก่อนการเลือกตั้ง และไม่มีการห้ามการเผยแพร่ผล เพราะเป็นวิจารณญาณของผู้อ่านผลโพลล์เองว่าสมควรเชื่อหรือไม่” โพลล์มีทั้งผิดและถูก หลายครั้งโพลล์ที่ออกมากับผลก็แตกต่างกัน เช่น กรณี “ทรัมป์ - ฮิลลารี” ในศึกเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ทุกโพลล์แทบจะประเคนชัยชนะให้กับฮิลลารีด้วยซ้ำ แต่ผล
ออกมากลับเป็นตรงกันข้าม

ความเห็นข้างต้นของ กกต. สมชัย สอดคล้องกับที่ ผศ.สิงห์ สิงห์ขจร ประธานคณะกรรมการศูนย์สำรวจความคิดเห็น “บ้านสมเด็จโพลล์ล์” มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ให้สัมภาษณ์กับ “แนวหน้าวาไรตี้” ว่าไม่เชื่อแนวคิดเรื่องโพลล์สามารถชี้นำกระแสสังคม เพราะทุกวันนี้ “ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจ และมีวิจารณญาณทางการเมืองมากขึ้น” มองเห็นและคิดเป็นว่าผู้สมัครรับเลือกตั้งแต่ละคน หรือพรรคการเมืองแต่ละพรรค มีนโยบายอะไรที่เป็นประโยชน์กับตัวเขาบ้าง

“ประชาชนทุกวันนี้เวลาเขาจะไปเลือกตั้ง เขาไม่ได้ฟังใครแต่ตัดสินใจได้ด้วยตัวเอง ถามว่ากระแสของโพลล์ในสื่อมวลชนจะทำให้เขารู้สึกว่าคนนี้จะชนะคนนั้นจะไม่ชนะ แต่ ณ วันนี้เขาเริ่มมองว่าคนคนนี้มีประโยชน์อะไรกับเขา? ถ้าเขาเลือกคนนี้แล้วคนนี้จะสามารถช่วยพัฒนาอะไรให้เขาได้บ้าง? สมกับตำแหน่งนี้หรือเปล่า? เชื่อว่าวันนี้ประชาชนรู้เรื่องประชาธิปไตยและการเลือกตั้งมากขึ้น” ผศ.สิงห์ กล่าว

ปธ.คกก.บ้านสมเด็จโพลล์ล์ ยังกล่าวเสริมว่า “ผลโพลล์เป็นเพียงอารมณ์ของคนในช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้น” เช่น สมมุติว่าอีก 3 เดือนจะมีการเลือกตั้ง การทำโพลล์ ณ วันแรกที่มีการประกาศวันเลือกตั้ง กับ ณ วันสุดท้ายก่อนถึงวันกากบาทลงคะแนน “ผลที่ได้ใน 2 ช่วงเวลาอาจเป็นคนละเรื่อง” ขึ้นอยู่กับข้อมูลข่าวสารที่ประชาชนได้รับในระหว่างนั้นด้วย อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ตนกังวลมากกว่า คือแนวคิดห้ามทำโพลล์ดังกล่าวอาจเข้าข่าย “ขัดรัฐธรรมนูญ” ที่มีบทบัญญัติว่าด้วย“เสรีภาพทางวิชาการ” โดยในรัฐธรรมนูญฉบับ 2560 เขียนไว้ในมาตรา 34

“ถ้าเขาออกมาแบบนี้มันจะขัดรัฐธรรมนูญไหม? เพราะมันจะทำให้ระยะเวลาที่ทำไปสู่การเลือกตั้งอาจต้องเลื่อนออกไปอีกหรือเปล่า? ถ้ามีคนแย้งขึ้นมา” ผศ.สิงห์ แสดงความกังวล

ไม่ต่างจากความเห็นของผู้ที่อยู่กับแวดวงการทำโพลล์มานาน ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพลล์ (SUPER POLL) ที่กล่าวว่า คนที่มีแนวคิดจะออกข้อห้ามดังกล่าวไม่เข้าใจการทำโพลล์เพียงพอ โดยหากบอกว่ากลัวการชี้นำ“ความจริงคือข่าวสารทุกอย่างล้วนชี้นำได้ทั้งสิ้น” รวมถึงการให้ความเห็นของชนชั้นนำหรือผู้มีอำนาจมีชื่อเสียงในสังคมด้วย แต่การทำโพลล์นั้นมีหลักวิชาการทางสถิติกลั่นกรองอยู่ โดยตั้งอยู่บนฐานคิดที่ว่าต้องการลดอคติออกไปให้มากที่สุด

ดร.นพดล ยกตัวอย่างการหาเสียงระหว่างการเลือกตั้ง ที่ผู้สมัครรับเลือกตั้งแต่ละรายก็ดี รวมถึงการนำเสนอข่าวของสื่อมวลชนก็ตาม “การใช้ภาพที่ไม่เหมือนกันก็อาจส่งผลต่อการตัดสินใจลงคะแนนได้แล้ว” เช่น ผู้สมัครคนหนึ่งมีผู้คนแห่ห้อมล้อมมอบดอกไม้ให้กำลังใจ
หนาแน่น กับผู้สมัครอีกคนหนึ่งที่มีผู้คนเข้ามาทักทายบางตา ดังนั้นในช่วงการหาเสียงเลือกตั้ง “ควรห้ามนำเสนอข่าวการเมืองทั้งหมดเลยหรือไม่?” แล้วถ้าทำแบบนั้น “ทุกฝ่ายจะยอมกันหรือเปล่า?” เพราะช่วงนั้นเป็นเวลาที่การเมืองมีความตื่นตัวสูง

ขณะที่ผู้คร่ำหวอดในวงการโพลล์อีกราย ดร.สุขุม เฉลยทรัพย์ ประธานคณะกรรมการที่ปรึกษา “สวนดุสิตโพลล์” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต อธิบายว่า ในมุมหนึ่งก็เข้าใจที่ผู้ออกกฎหมายอาจกลัวการชี้นำ เพราะการทำโพลล์เองก็มีหลากหลายจุดประสงค์ ทั้งโพลล์ที่ทำโดย “หลักวิชาการ” มุ่งเน้นให้ประชาชนมีส่วนร่วมจริงๆ และโพลล์ที่ทำแบบ “จัดตั้ง” เพื่อหวังกระแสชี้นำทางการเมือง แต่การห้ามทำเสียทั้งหมดนั้นเป็นวิธีที่ “แรงเกินไป” อีกทั้งคงไม่สามารถหยุดยั้งการทำ “โพลล์ลับ” ของกลุ่มการเมืองขั้วต่างๆ ได้อยู่ดี ซึ่งอันตรายยิ่งกว่าโพลล์ทางวิชาการเสียอีก

“การทำโพลล์มันห้ามกันไม่ได้ พรรคการเมืองเขาทำกันอยู่แล้ว ก็เหมือนหวยรัฐบาลกับหวยใต้ดิน เข้มงวดกับหวยรัฐบาลแต่คุมหวยใต้ดินไม่ได้มันก็พอกัน ถ้าพรรคการเมืองจะสำรวจความนิยม เขาก็ไม่ได้บอกว่าทำโพลล์ แต่เขาไปถามประชาชนว่าจะเลือกพรรคไหนอย่างไร มันเลี่ยงได้ เป็นลักษณะของการทำโพลล์ใต้ดิน จริงๆ ถ้าจะห้ามควรห้ามแค่ 7 วันก่อนการเลือกตั้ง แค่นั้นก็พอแล้ว” เจ้าสำนักโพลล์ค่ายสวนดุสิต ให้ความเห็น

ดร.สุขุม ฝากทิ้งท้ายด้วยความเป็นห่วงว่า การห้ามทำโพลล์ช่วงเลือกตั้ง จะทำให้เกิดการ “ใช้งบหาเสียง” หนักกว่าเดิมหรือไม่? เพราะเมื่อไม่มีข้อมูลเป็นรายพื้นที่ ผู้สมัครหรือพรรคการเมืองก็ต้อง “ปูพรม” เพื่อหาคะแนนเสียงให้มากและกว้างขวางที่สุดเท่าที่กำลังทรัพย์จะอำนวย แน่นอนว่าปัญหาที่ตามมา คงยากจะหนีพ้น

“การซื้อสิทธิ์ขายเสียง” ที่อาจรุนแรงขึ้นกว่าเดิม!!!


 

 

'ตูน'ออกสตาร์ทวันที่13พ.ย. ล่าสุดยอดบริจาคพุ่ง204ล้าน

'ตูน'ออกสตาร์ทวันที่13พ.ย. ล่าสุดยอดบริจาคพุ่ง204ล้าน

วันจันทร์ ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 09.27 น.
 

นายอาทิวราห์ คงมาลัย หรือ "ตูน บอดี้สแลม" ดำเนินงานในโครงการวิ่งโครงการ "ก้าวคนละก้าวเพื่อ 11 โรงพยาบาลทั่วประเทศ" จากใต้สุดที่ อ.เบตง จ.ยะลา สู่เหนือสุด อ.แม่สาย จ.เชียงราย เพื่อนำรายได้จัดซื้อเครื่องมือแพทย์ให้โรงพยาบาลศูนย์ 11 แห่งทั่วประเทศ จนเป็นข่าวฮือฮาไปทั่วโลก ตามที่เสนอข่าวมาอย่างต่อเนื่องแล้วนั้น

เมื่อช่วงเช้ามืดวันนี้ 13 พ.ย.60 คณะของตูน เริ่มออกสตาร์จากร้านอาหารตามสั่งฮาลาน ต.ท่าศาลา อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช มุ่งหน้าไปตามถนนสาย 401 นครศรีธรรมราช - สุราษฏร์ธานี โดยมีประชาชนแห่มาต้อนรับและร่วมบริจาคเงินริมถนนตลอดเส้นทาง ท่ามกลางอากาศที่เย็นสบาย ไม่มีฝนตกลงมาแต่อย่างใด และเข้าจุดพักในเซ็ทที่ 2 ที่วัดเทวดาราม ต.ท่าขึ้น อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช โดยจะหยุดพักประมาณ 40 นาที ก่อนจะออกวิ่งต่อไปยังเซ็ทที่ 3 ที่วัดเขาพนมไตรรัตน์ ต.กลาย อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช และจุดต่อไปที่วัดครัวช่วย ต.เสาเภา อ.สิชล ,ปั้ม ปตท.สามหนุ่ม ต.สิชล  อ.สิชล และจุดสุดท้ายที่วัดกลางพัฒนาราม ต.ทุ่งไส อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช

สำหรับยอดบริจาคนั้น จากการตรวจสอบในเว็บไซต์ https://www.kaokonlakao.com/ ช่วงเช้าวันนี้พบว่าในพุ่งถึงกว่า 186,000,000 บาท แล้ว และหากรวมเงินที่นายจิมมี่ ชวาลา เศรษฐีใจบุญของจังหวัดนครศรีธรรมราช ก็จะทำให้ยอดบริจาคสูงถึงกว่า 200 ล้านบาท

เส้นทางการวิ่ง วันที่ 13 ของ "ก้าวคนละก้าวเพื่อ11โรงพยาบาลทั่วประเทศ"


 

 

 

 

 

ปภ.แจงอุทกภัยเหลือ10จว.เสียชีวิต24ราย

ปภ.แจงอุทกภัยเหลือ10จว.เสียชีวิต24ราย

วันจันทร์ ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 09.35 น.
 

13 พ.ย.60 กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานยังคงมีสถานการณ์ใน 10 จังหวัด ได้แก่ พิจิตร นครสวรรค์ อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี หนองบัวลำภู ขอนแก่น มหาสารคาม กาฬสินธุ์ และร้อยเอ็ด รวม 32 อำเภอ 235 ตำบล 1,437 หมู่บ้าน 60,979 ครัวเรือน 166,292 คน ทั้งนี้ ปภ.ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยครอบคลุมทุกมิติ อย่างไรก็ตาม จากการติดตามสภาพอากาศกับกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่า มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือยังคงพัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้ ทำให้ภาคใต้ยังคงมีฝนตกต่อเนื่องและฝนตกหนักบางแห่งในระยะนี้ ปภ.จึงจัดเจ้าหน้าที่ติดตามสภาพอากาศและเฝ้าระวังสถานการณ์ภัย รวมถึงจัดเตรียมชุดเคลื่อนที่เร็วเครื่องมืออุปกรณ์ประจำพื้นที่เสี่ยงให้พร้อมปฏิบัติการเผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัยทันทีที่เกิดภัย

นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า สถานการณ์อุทกภัย น้ำไหลหลาก และน้ำเอ่อล้นตลิ่งจากอิทธิพลของพายุดีเปรสชัน การระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยาและเขื่อนอุบลรัตน์ ตั้งแต่วันที่ 10 ตุลาคม-12 พฤศจิกายน 2560 ทำให้เกิดน้ำไหลหลากและน้ำเอ่อล้นตลิ่งในพื้นที่ 23 จังหวัด รวม 79 อำเภอ 482 ตำบล 2,825 หมู่บ้าน 38 ชุมชน ประชาชนได้รับผลกระทบ 126,390 ครัวเรือน 327,420 คน ผู้เสียชีวิต 24 ราย ปัจจุบันยังคงมีสถานการณ์ใน 10 จังหวัด รวม 32 อำเภอ 235 ตำบล 1,437 หมู่บ้าน 60,979 ครัวเรือน 166,292 คน อพยพ 40 ครัวเรือน แยกเป็น 

ลุ่มน้ำยมและลุ่มน้ำน่าน 1 จังหวัด ได้แก่ พิจิตร ลุ่มน้ำเจ้าพระยา 3 จังหวัด ได้แก่ นครสวรรค์ อ่างทอง และพระนครศรีอยุธยา 

ลุ่มน้ำท่าจีน 1 จังหวัด ได้แก่ สุพรรณบุรี 

ลุ่มน้ำชี 5 จังหวัด ได้แก่ หนองบัวลำภู ขอนแก่น มหาสารคาม กาฬสินธุ์ และร้อยเอ็ด

ทั้งนี้ ปภ.ได้ประสานจังหวัด หน่วยทหาร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ เร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเต็มกำลัง โดยแจกจ่ายถุงยังชีพตามวงรอบอย่างต่อเนื่อง รวมถึงระดมทรัพยากรและเครื่องจักรกลด้านสาธารณภัย ทั้งเต็นท์ที่พัก รถผลิตน้ำดื่ม รถไฟฟ้าส่องสว่าง รถบรรทุก รถสุขาเคลื่อนที่ เรือท้องแบน และเครื่องสูบน้ำ สนับสนุนการแก้ไขปัญหาอุทกภัยและช่วยเหลือผู้ประสบภัย ตลอดจนประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ติดตั้งเครื่องสูบน้ำและเครื่องผลักดันน้ำเพิ่มเติม เพื่อเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่น้ำท่วมขังสู่ลำน้ำสายหลัก อีกทั้งเร่งสำรวจความเสียหายเพื่อเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูเยียวยาผู้ประสบภัยที่ครอบคลุมทั้งด้านการดำรงชีพ ชีวิต ทรัพย์สินจากการประกอบอาชีพ และสิ่งสาธารณประโยชน์

อย่างไรก็ตาม จากการติดตามสภาพอากาศกับกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่า มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือยังคงพัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้ ทำให้ภาคใต้ยังคงมีฝนตกต่อเนื่องและฝนตกหนักบางแห่งในระยะนี้ ปภ.จึงได้ประสานจังหวัดและศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตในพื้นที่เสี่ยงภัยเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ภัยจากภาวะฝนตกหนัก โดยจัดเจ้าหน้าที่และมิสเตอร์เตือนภัยติดตามสภาพอากาศ ปริมาณฝน ระดับน้ำ และแนวโน้มสถานการณ์ภัยอย่างใกล้ชิด รวมถึงจัดเตรียมชุดเคลื่อนที่เร็ว เครื่องมืออุปกรณ์ ให้พร้อมปฏิบัติการเผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัย อีกทั้งขอให้ประชาชนที่อาศัยในพื้นที่เสี่ยงภัยติดตามพยากรณ์อากาศ และปฏิบัติตามประกาศเตือนภัยอย่างเคร่งครัด ท้ายนี้ ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยสามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ทางสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป

 

 

บางระกำน้ำลดต่อเนื่อง ชาวนาลุยพายเรือเร่งเกี่ยวข้าว

บางระกำน้ำลดต่อเนื่อง ชาวนาลุยพายเรือเร่งเกี่ยวข้าว

วันจันทร์ ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 08.53 น.
 

ชาวนาในหลายพื้นที่ของ อ.บางระกำ เร่งเกี่ยวข้าวที่ยังพอเกี่ยวได้ หลังน้ำที่ท่วมลดลง เพื่อเอาไว้ทำพันธุ์ข้าวเพาะปลูกครั้งต่อไป

13 พ.ย.60 ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.พิษณุโลก ว่า หลังจากระดับน้ำที่ท่วมในหลายพื้นที่เริ่มลดลง ทำให้ชาวนาในหลายพื้นที่ของ อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก ได้นำเคียวมาเกี่ยวข้าวในนาข้าวใส่บนเรือมาตากแดดไว้บนตลิ่งที่สูง เพื่อเก็บเอาไว้ทำพันธุ์ในการเพาะปลูกครั้งต่อไป โดยเฉพาะที่บ้านยางแขวนอู่ หมู่ 6 ต.บางระกำ อ.บางระกำ ซึ่งหลังน้ำลด ชาวนาต่างนำเรือมาเกี่ยวข้าวในน้ำ

นางมะลิ โลดบุญถึง อายุ 64 ปี ชาวนาบ้านยางแขวนอู่ กล่าวว่า ตนและเพื่อนบ้านต่างปลูกข้าวหอมมะลิ เพื่อไว้รับประทานและจำหน่าย ซึ่งเป็นพื้นที่นอกโครงการบางระกำโมเดล 60 ไม่ได้เป็นพื้นที่รองรับน้ำ แต่ในปีนี้น้ำมากและหลากเข้าท่วมนาข้าวหอมมะลิที่ปลูกไว้กว่า 30 ไร่ ซึ่งขณะข้าวกำลังออกรวงพอดี แต่หลังน้ำลด นาข้าวส่วนใหญ่เมล็ดข้าวในรวงเสียหายแตกและเน่า แต่มีบางจุดที่ยังพอเกี่ยวได้ ตนและหลานจึงได้มาเกี่ยวข้าวใส่เรือมาไว้บนถนน เพื่อนำไปไว้ทำพันธุ์เพาะปลูกในครั้งต่อไปได้  

ขณะที่ทุ่งรองรับน้ำในโครงการบางระกำโมเดล 60 ปัจจุบันพื้นที่น้ำท่วมลดลง เหลือประมาณ 180,000 ไร่ ปริมาณน้ำที่อยู่ในคลองและในทุ่งนาลดลงอย่างต่อเนื่อง ยังคงมีปริมาณน้ำค้างทุ่ง ประมาณ 341 ล้าน ลบ.ม. หลังได้ระบายน้ำลงสู่ภาคกลางตั้งแต่ต้นเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา

 
 
 
 
 
3นักบินหญิงจบหลักสูตร ผบ.ทอ.เตรียมประดับเครื่องหมาย

3นักบินหญิงจบหลักสูตร ผบ.ทอ.เตรียมประดับเครื่องหมาย

วันอาทิตย์ ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 20.13 น.
 

12 พ.ย.60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.อ.จอม รุ่งสว่าง ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) เตรียมประดับเครื่องหมายแสดงความสามารถในการบินกองทัพอากาศ และมอบประกาศนียบัตรนักบินประจำกองแก่ศิษย์การบินฝ่ายยุทธการ ฝูงบิน 604 กองบิน 6 รุ่นที่ 1 ซึ่งเป็นนักบินหญิงกองทัพอากาศ จำนวน 3 คน ประกอบด้วย "หมวดพีร์" เรืออากาศตรีหญิง พีรศรี จักรไพศาล , "หมวดนกยูง" เรืออากาศโทหญิง กานต์ชนก จรรยารักษ์ และ "หมวดน้ำตาล" เรืออากาศตรี ชนากานต์ สอนจ้าน หลังจากจบการฝึกภาคอากาศของศิษย์การบินฝ่ายยุทธการ ฝูงบิน 604 กองบิน 6 ตามมาตราฐานของกองทัพอากาศ คือ หลักสูตรภาควิชาการ 316 ชม.และหลักสูตรภาคอากาศ 200 ชม.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นักบินหญิงทั้ง 3 คน เป็นนักบินรุ่นเดียวกับ "น้องพิซซ่า" เรืออากาศตรีหญิง ชลนิศา สุภาวรรณพงศ์ และ "น้องไอร์" เรืออากาศตรีหญิง สิรีธร ลาวัณย์เสถียร ที่จบหลักสูตรไปเมื่อปี 59 ซึ่งถือเป็นนักบินหญิงรุ่นแรกของกองทัพอากาศ สมัย พล.อ.อ.ตรีทศ สนแจ้ง อดีต ผบ.ทอ.

 
 
ท่องวัฒนธรม-ชิมอาหารมอญละโว้ที่'ตลาดซาโม่น'

ท่องวัฒนธรม-ชิมอาหารมอญละโว้ที่'ตลาดซาโม่น'

วันจันทร์ ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 09.23 น.
 

“วังนารายณ์คู่บ้าน ศาลพระกาฬคู่เมือง ปรางค์สามยอดลือเลื่อง...เมืองแห่งดินสอพอง เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์เกริกก้อง แผ่นดินทองสมเด็จพระนารายณ์”

ข้างต้นเป็นคำขวัญของ “ลพบุรี” อีกหนึ่งจังหวัดที่ถือเป็นเมืองแห่งวัฒนธรรม มีหลากหลายชาติพันธุ์ที่มาอาศัยอยู่ ทำให้มีขนบธรรมเนียมประเพณีที่หลากหลายน่าศึกษา และก่อเกิดเป็น “แหล่งท่องเที่ยว” เชิงวัฒนธรรมที่ “ห้ามพลาด” หนึ่งในนั้น คือ...

“ตลาดซาโม่น”!!!

ตลาดวัฒนธรรมแห่งใหม่ ที่เกิดจากการรวมตัวของชาวไทยเชื้อสาย “มอญ” บางขันหมาก...

พระปัญญาวุฒิ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดอัมพวัน ที่ชาวบ้านเรียกเป็นภาษามอญว่า “กุ่น” เป็นภาษาที่ใช้เรียกพระของชาวมอญ บอกว่า “ตลาดซาโม่น” แปลเป็นภาษาไทยได้ว่า “ตลาดมอญเมืองละโว้” โดยตลาดตั้งอยู่ริมแม่น้ำลพบุรี ภายในวัดอัมพวัน เป็นตลาดชุมชนที่ชาวบ้านรวมตัวกันเปิดตลาดเป็นแหล่งท่องเที่ยวชุมชน มีอาหารหวานคาวตามแบบชาวมอญ ที่ต้องการอนุรักษ์อาหารพื้นบ้านกว่า 30 ชนิด ที่กำลังจะสูญหายไปเอาไว้ และนำมาเผยแพร่ให้คนรุ่นหลังได้รู้จัก นำมาขายในราคาที่เราถือว่าถูกมาก

“ที่สำคัญ คือ การที่เรียกว่าตลาดวัฒนธรรม เพราะชาวบ้านที่นำของมาขายจะแต่งตัวตามแบบชาวรามัญ มาขายอาหาร และขนมพื้นเมือง ตัวตลาดไม่ได้ใหญ่นัก เป็นตลาดเล็กๆ แต่ของกินอร่อยมาก” พระปัญญาวุฒิ กล่าว

“อาหาร” ของตลาดแห่งนี้ที่ถือเป็น “เมนูเด็ด” ที่ต้องลิ้มลองเพราะหากินได้ยากมี “แกงชาวมอญ” เช่น แกงมะตาด แกงกระเจี๊ยบ แกงถุงราคา 20 บาท นอกจากนี้ยังมี “ร้านคนขนมจีน” ร้านนี้ลูกค้าชิมแล้วบอกว่าอร่อยใช้ได้ มีน้ำยากับน้ำพริก 2 อย่าง

นอกจากนี้ที่นี่ยังมี “ขนมมอญ” ที่หากินยาก มีที่นี่ที่เดียว ประกอบด้วย ตอยกะนะ ฟานกะโตเจิน ฟารป๊าด ฟานคะปอย ข้าวเหนียวหัวหงอก ปาแนม ข้าวเกรียบอ่อน ขนมม่านเว่อ และขนมอื่นๆอีกหลายชนิดทุกอย่างรับรองว่าอร่อยมาก

ขณะที่ร้านซึ่ง “จัดว่าเด็ด” เพราะมีนักท่องเที่ยวแวะชมและรอซื้อกันจำนวนมาก เป็นร้าน “ขนมแป้งปั้น” ที่จะมีลุงนั่งปั้นทีละตัวเป็นรูปสัตว์ต่างๆ เช่น รูปเป็ด ดอกไม้ จระเข้ โดยในการเปิดตลาดครั้งหน้าลุงบอกจะเอาโต๊ะมาตั้งเพิ่มให้นักท่องเที่ยวปั้นกันเอง นอกจากนี้ทางตลาดยังได้จัดให้มีการแสดงของเด็กๆในชุมชนให้ได้ชมกันด้วย

สำหรับ “ตลาดซาโม่น” เป็นตลาดเล็กๆริมน้ำ เหมาะกับการแวะมากินอาหาร มาถ่ายภาพ ราคาอาหารที่นี่ถูกมาก เพราะเป็นตลาดของชาวบ้านจัดขึ้นกันเอง เปิดเดือนละ 1 ครั้งเท่านั้น ในวันเสาร์แรกของเดือน ซึ่งในครั้งหน้าจะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 2 ธันวาคม2560 เริ่มเปิดตลาดเวลา 15.00น.-20.00น.

หลังจากวันที่ 2 ธันวาคม ทางชุมชนจะมีการประชุมกัน อาจจะปรับเปลี่ยนเป็นจัดขึ้นทุก 15 วัน เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้มาย้อนอดีตของชุมชนวัฒนธรรมชาวมอญกันได้แบบเต็มที่ จึงอยากเชิญชวนนักท่องเที่ยวเดินทางมาสัมผัสความสวยงามของ “ตลาดชาวมอญบางขันหมาก”

ใครมาที่นี้อยากที่จะแต่งตัวแบบ “ชาวมอญ” ให้เข้ากับบรรยากาศตลาด หรือถ่ายภาพเก็บไว้ ทางตลาดก็มีชุดให้เช่าในราคาชุดละ 40 บาทเท่านั้น ก็จะได้สวยเข้ากับตลาดวัฒนธรรมมอญกันแล้ว

 

 
 

 

 

แซ่บต่อเนื่อง!'เจนี่'อวดความฮอต ถ่ายปฏิทินช่อง3กับวันพีชเว้าลึก

แซ่บต่อเนื่อง!'เจนี่'อวดความฮอต ถ่ายปฏิทินช่อง3กับวันพีชเว้าลึก

วันจันทร์ ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 10.31 น.
 

13 พ.ย.60 แซ่บซี๊ดสุดๆ เลยทีเดียว สำหรับนักแสดงสาว "เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ" ที่ช่วงนี้ดูจะอวดความฮอตให้แฟนๆ ได้เห็นกันอยู่บ่อยๆ ล่าสุดสาวเจนี่ก็ได้ถ่ายปฏิทินของช่อง 3 ในชุดว่ายน้ำสไตล์สปอร์ตสีขาว แหวกลึกเผยให้เห็นเนินอกนิดๆ ที่ทั้งดูเท่ และเซ็กซี่ในเวลาเดียวกัน บอกเลยว่าแซ่บซี๊ดถึงใจจริงๆ

 

 ....................................................

13 พฤศจิกายน 2560

 



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน