*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-06-16
  • จำนวนเรื่อง : 4652
  • จำนวนผู้ชม : 3126944
  • จำนวนผู้โหวต : 1644
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1644 คน
<< มกราคม 2018 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31      

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 12 มกราคม 2561
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 585 , 21:36:17 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

สวัสดีครับ

 

 

คม ชัด ลึก


 

ปิดอ่าง วิคตอเรียซีเคร็ท ลอบค้ากาม

อาชญากรรม  :  2 ชั่วโมงที่ผ่านมา
 

ดีเอสไอสนธิกำลังทหาร ปกครอง ค้นอาบอบนวดวิคตอเรียซีเคร็ท ล่อซื้อบริการ พบลักลอบค้าประเวณี ส่งหญิงบริการ 80 ราย ตรวจมวลกระดูกพิสูจน์อายุ   

           เมื่อวันที่ 12 ม.ค. 61. พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ รักศักดิ์สกุล รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ  (ดีเอสไอ) เปิดเผยภายหลังนำกำลังเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ เจ้าหน้าที่ทหาร เจ้าหน้าที่กรมการปกครองและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นำหมายค้นเข้าตรวจค้นสถานอาบอบนวด วิคตอเรียซีเคร็ท ว่า  จากการตรวจค้นพบสถานบริการแห่งนี้มีการลักลอบค้าบริการทางเพศ โดยสามารถจับนายบุญทรัพย์ อมรรัตนาศิริ หรือป๋ากบ อายุ 55 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญา ในคดีค้ามนุษย์ ซึ่งทำหน้าที่ดูแลลูกค้าและเชียร์แขก มีหญิงสาวให้บริการทางเพศ 80 คน ส่วนใหญ่ไม่มีบัตรประชาชน

         "สันนิษฐานว่าเป็นชาวต่างชาติ ซึ่งได้ควบคุมตัวและนำตัวไปตรวจคัดแยกเหยื่อที่ดีเอสไอตามกระบวนการ ซึ่งจะต้องมีเจ้าหน้าที่สหวิชาชีพและเจ้าหน้าที่กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ร่วมดำเนินการ คัดแยกว่ารายใดอายุไม่ถึง 18 ปี  เพราะเคยตรวจสอบพบเหยื่อบางรายมีการนำพาสปอร์ตและบัตรประชาชนของบุคคลอื่นมาแสดง เพื่อให้เห็นว่ามีอายุเกิน 18 ปีแต่ในความเป็นจริงยังมีสถานะเป็นผู้เยาว์ จึงอาจจำเป็นต้องตรวจฟันเพื่อพิสูจน์อายุจากมวลกระดูก และแยกแยะสัญชาติ แต่วันนี้ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าจะมีผู้เยาว์ที่ถูกบังคับค้าประเวณีจะมีกี่รายจนกว่าจะการคัดแยกเหยื่อจะแล้วเสร็จ"

      ปิดอ่าง วิคตอเรียซีเคร็ท ลอบค้ากาม

            พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ กล่าวอีกว่า สถานบริการแห่งนี้เป็นสถานบริการที่เปิดถูกต้องตามกฏหมาย แต่พบว่ามีการข่มขู่ให้หญิงสาว 80 รายค้าประเวณี มีการบังคับ หน่วงเหนี่ยวกักขัง ซึ่งปีที่แล้วมีหญิงสาวชาวเมียนม่าหลายรายถูกหลอกค้าประเวณีที่ประเทศไทยและส่งต่อไปมาเลเซีย ทั้งนี้ การขยายผลจะแบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกเป็นการรวบรวมหลักฐานเพื่อดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องในการกระทำผิดเมื่อปี 2559 และในวันนี้หากพบว่ามีการกระทำผิดเพิ่มก็จะสอบสวนสรุปสำนวนดำเนินคดีต่อไป พร้อมกันนี้ได้ประสานสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท. )ตรวจสอบว่ามีการเรียกรับส่วยหรือไม่ และประสานสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง. ) ขยายผลเกี่ยวกับการฟอกเงินจากการค้ามนุษย์    

          ด้านนายมานะ สิมมา ผอ.กองส่วนการสอบสวนคดีอาญากรมการปกครอง กล่าวว่า สถานบริการแห่งนี้ถูกล่อซื้อพบว่ามีความผิดเกี่ยวกับการค้าประเวณีจริง เบื้องต้นจะต้องถูกปิดตามคำสั่งคณะปฏิวัติและคำสั่งคณะคสช. ส่วนจะปิดเป็นเวลากี่วันขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และผู้บัญชาการตำรวจนครบาล แต่จากพฤติการณ์เบื้องต้นคาดว่าจะต้องถูกปิดถาวรเข่นเดียวกับกรณีอาบอบนวดนาตารี และจะต้องขยายผลเพื่อยึดซับที่ได้จากการฟอกเงินด้วย

            ปิดอ่าง วิคตอเรียซีเคร็ท ลอบค้ากาม
         

            พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เปิดเผยว่า ตนได้มอบหมายให้พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ เป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์ นำกำลังเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ เจ้าหน้าที่ทหาร เจ้าหน้าที่กรมการปกครองและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นำหมายค้นและหมายจับของศาลอาญา เข้าตรวจค้นสถานอาบอบนวดวิคตอเรียซีเครท เพื่อจับกุม นายบุญทรัพย์ พร้อมหาพยานหลักฐานประกอบการดำเนินคดีกับผู้ต้องหาและผู้เกี่ยวข้อง  ภายหลังเมื่อปี 2560 ดีเอสไอได้รับแจ้งจากมูลนิธิพิทักษ์สตรี ให้เข้าช่วยเหลือเหยื่อซึ่งเป็นเด็กหญิงชาวเมียนมาที่ถูกหลอกมาค้าประเวณี ดีเอสไอจึงดำเนินการสอบสวนและรับเป็นคดีพิเศษที่ 43/2560 
           

          พ.ต.อ.ไพสิฐ กล่าวอีกว่า การสอบสวนพบว่าพฤติการณ์ทางคดีเป็นการกระทำความผิดในลักษณะที่มีความเกี่ยวข้องกันระหว่างประเทศไทย เมียนมา และมาเลเซีย มีการนำพาเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี เข้ามาค้าประเวณีในประเทศไทย โดยเริ่มจากการนำพาเข้ามาขายบริการในการให้เปิดบริสุทธิ์ ก่อนที่จะนำมาค้าประเวณี ที่สถานอาบอบนวด วิคตอเรียซีเครท ซึ่งเข้าลักษณะความผิดฐานค้ามนุษย์ อันเป็นความผิดที่กระทำนอกราชอาณาจักรไทย สำหรับขั้นตอนของการสัมภาษณ์คัดแยกเหยื่อซึ่งเป็นผู้เสียหาย และการสอบสวนผู้เสียหายได้ดำเนินการโดยสหวิชาชีพ ซึ่งพบว่ามีผู้เสียหายถูกนำมาค้าประเวณีที่สถานที่แห่งนี้ตั้งแต่อายุ 12 ปี ขณะที่การสืบสวนสอบสวนยังพบข้อมูลชัดเจนเชื่อมโยงกลุ่มผู้กระทำผิด จนนำไปสู่การขออนุมัติศาลอาญาออกหมายจับผู้ต้องหารวม 7 ราย โดยหนึ่งในผู้ต้องหา ปัจจุบันทำงานอยู่ในสถานบริการแห่งนี้ และมีพฤติการณ์ในลักษณะของการเชียร์แขก จึงประสานกับเจ้าหน้าที่กรมการปกครอง เจ้าหน้าที่ทหาร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเข้าตรวจค้นและจับกุมในความผิดตามพ.ร.บ.ค้ามนุษย์ และพ.ร.บ.ค้าประเวณี

          ปิดอ่าง วิคตอเรียซีเคร็ท ลอบค้ากาม
           

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ปฏิบัติการตรวจค้นเริ่มต้นตั้งแต่เวลา 14.00 น.เศษ หลังสถานบริการดังกล่าวเปิดให้บริการในช่วงบ่าย โดยเจ้าหน้าที่ได้นำธนบัตรเข้าล่อซื้อบริการทางเพศกับพนักงานของสถานบริการ เมื่อมีการรับเงินจึงได้นำกำลังทหารและปกครองเข้าปิดล้อมสถานที่ เพื่อตรวจค้นจับกุมโดยเฉพาะหลักฐานสำคัญคือธนบัตรล่อซื้อ จากนั้นได้ประสานเจ้าหน้าที่จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์เจ้าเก็บหลักฐาน พบว่ามีการลักลอบค้าประเวณีจริง จากนั้นจึงได้นำตัวหญิงสาว 80 รายไปคัดแยกและสอบปากคำ ส่วนพนักงานและแขกผู้มาใช้บริการได้จัดแยกให้นั่งเป็นกลุ่มเพื่อรอการสอบปากคำ สำหรับบริเวณตู้กระจกที่สาวบริการนั่งโชว์แขกพบร่องรอยการเข้ามาใช้บริการซื้อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และอาหารวางอยู่ตามโต๊ะต่างๆ
           

          พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ยุติธรรม กล่าวถึงกรณีที่พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายก รัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ขอให้กระทรวงยุติธรรมช่วยขับเคลื่อนและเร่งรัดคดีค้ามนุษย์ในคดีที่มีความล่าช้า ว่า ได้ มอบหมายให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ เป็นเจ้าภาพทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายความมั่นคงในการติดตามคลี่คลายคดี ค้ามนุษย์ โดยเฉพาะคดีใหญ่ที่อยู่ในความสนใจของประชาชนอย่างเช่นคดีค้ามนุษย์ที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งได้มีการฟ้องคดีไปบางส่วนแล้วก็ให้ประสานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในการดำเนินคดีเพิ่มเติม ให้ครอบคลุมความผิดทั้งหมด รวมถึงคดีอื่นๆที่ต้องทำอย่างรอบคอบ  หากเป็นคดีที่มีเจ้าหน้าที่เข้าไปเกี่ยวข้อง ได้สั่งกำชับไม่ให้มีการให้ความช่วยเหลือและต้องดำเนินคดีอย่างเฉียบขาดเช่นกัน

             ปิดอ่าง วิคตอเรียซีเคร็ท ลอบค้ากาม

            ปิดอ่าง วิคตอเรียซีเคร็ท ลอบค้ากาม

   

"บิ๊กป้อม" ชู "บิ๊กตู่" ตอบโจทย์นักการเมืองรุ่นใหม่

การเมือง  :  8 ชั่วโมงที่ผ่านมา
บิ๊กป้อม, บิ๊กตู่

"บิ๊กป้อม" ชู "บิ๊กตู่" ตอบโจทย์นักการเมืองรุ่นใหม่ สร้างประเทศอยู่ดี-กินดี ออกตัวสื่อคิดกันเอง นายกฯคนนอกชื่อ "ประยุทธ์"

           เมื่อเวลา 11.20 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์กรณีที่ให้ประชาชนพิจารณาว่าพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีความเหมาะสมเป็นนายกฯคนนอกหรือไม่ ว่า สื่อเป็นผู้ถามเอง ขณะนี้ยังไม่รู้ว่านายกฯคนนอกจะเป็นใคร จะทำอย่างไร ซึ่งทุกอย่างต้องยึดตามรัฐธรรมนูญ ก็แล้วแต่ประชาชนว่าจะเอาใคร และนักการเมืองแบบใหม่ที่ตนอยากเห็นนั้น คือคนที่ทำให้ประชาชนได้ประโยชน์ อยู่ดีกินดี และบ้านเมืองเจริญ มีความสงบเรียบร้อย เชื่อว่าทุกคนต้องการเช่นนั้น

           ผู้สื่อข่าวถามว่า พล.อ.ประยุทธ์ตอบโจทย์นักการเมืองรุ่นใหม่หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า "แล้วท่านทำหรือเปล่าล่ะ" เมื่อถามว่า ถ้าพล.อ.ประยุทธ์ทำถือว่าตอบโจทย์หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า "ก็ท่านทำไปแล้ว"

           เมื่อถามว่า เมื่อพล.อ.ประยุทธ์ประกาศตัวเป็นนักการเมืองจะถูกตั้งข้อสังเกตว่าคสช.ไม่เป็นกลางทางการเมือง พล.อ.ประวิตร ย้อนถามว่า "แล้วพล.อ.ประยุทธ์ได้ลงสมัครรับเลือกตั้งหรือไม่ แล้วสื่อรู้ได้อย่างไรว่าพล.อ.ประยุทธ์จะเป็นนายกฯคนนอก วันนี้สื่อคิดไปเองไม่ได้ จะคิดอย่างนั้นได้อย่างไร ผมไม่ได้พูดกับพล.อ.ประยุทธ์ และท่านก็ไม่คิดเรื่องการเมืองเท่าไรหรอก"

แกนนำกปปส.ยันพบอัยการสั่งคดีกบฏ 24 ม.ค.นี้ 

การเมือง ข่าวการเมือง  :  3 ชั่วโมงที่ผ่านมา
สุเทพ เทือกสุบรรณ
สุเทพ เทือกสุบรรณ, กปปส.

"อัยการ"ยัน 24 ม.ค. นัด กปสส.ทุกคน พร้อมมีคำส่ง หลัง "ทนายวิญญัติ" ระบุ มีความพยายามฟ้องแกนนำแค่เก้าก่อน ชะลอฟ้องแนวร่วมเกือบ 50 คน

         12 ม.ค. 61 นายวิญญัติ ชาติมนตรี เลขาธิการสมาพันธ์นักกฎหมายเพื่อสิทธิและเสรีภาพ (สกสส.)  กล่าวถึงกรณีจะมีความพยายามการชะลอฟ้องคดีกปปส. โดยที่อัยการนัดแกนนำ กปปส. ในวันที่ 24 ม.ค.นี้ จะนัดฟ้องเพียง 9 แกนนำเท่านั้น และในวันที่ 15 ม.ค.นายวิญญัติ ก็จะไปยื่นหนังสือถึงอัยการสูงสุดเพื่อให้ดำเนินการตามกฎหมายอย่างศักดิ์ศรีนั้น

         นายสวัสดิ์ เจริญผล ทนายความของกลุ่ม กปปส. กล่าวยืนยันว่า ในวันนัด 24 ม.ค.ซึ่งอัยการคดีพิเศษให้ กปปส.ทั้งหมดมารายงานตัวเพื่อฟังคำสั่งคดี และหากฟ้องก็จะส่งตัวยื่นฟ้องต่อศาลอาญานั้น ทางแกนนำ กปปส. ทั้งนายสุเทพ เทือกสุบรรณ และกลุ่ม ส.ส.ประชาธิปัตย์ ก็พร้อมจะไปตามวันนัดและหากฟ้องก็ได้เตรียมหลักทรัพย์ไว้พร้อม ส่วนที่ กปปส. จะได้ไปรายงานตัวครบทุกคนหรือไม่ ตนไม่ทราบทั้งนี้แต่ละคนต้องรอตรวจสอบใกล้วันนัดว่ามีใครติดภารกิจอะไรหรือไม่

        ส่วนที่ว่าจะฟ้องเพียงแค่ 9 แกนนำหรือไม่นั้น นายสวัสดิ์ ทนายความกลุ่ม กปปส. กล่าวว่า ไม่ทราบแต่ระดับแกนนำพร้อมไปรายงานตัวกับอัยการตามนัด

         ขณะที่แหล่งข่าวอัยการ ระบุว่า ในวันที่ 24 ม.ค.อัยการ นัดผู้ต้องหาทั้งหมด ให้มาพร้อมกันอยู่แล้ว และพร้อมมีคำสั่งคดีทุกคน 

         ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีกปปส.นั้น พนักงานสอบสวนได้สรุปสำนวนกล่าวหา แกนนำและแนวร่วม ทั้งกลุ่มอดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ และนักวิชาการ รวม 54 ราย ใน ข้อหาร่วมกันเป็นกบฏ , ร่วมกันสนับสนุนเป็นกบฏ และความผิดอื่น รวม 8 ข้อหา ซึ่งระหว่างที่มีการชุมนุมของกปปส. อัยการคดีพิเศษ ได้มีความเห็นควรสั่งฟ้อง นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. , แกนนำ กปปส.และนักวิชาการที่ร่วมการชุมนุม ไว้แล้ว แต่เนื่องจากยังไม่ได้มีการแจ้งข้อกล่าวหาตามกระบวนการชั้นสอบสวนให้ครบถ้วนเนื่องจากติดการชุมนุม อัยการจึงให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหาทุกคนให้ครบถ้วน แล้วให้ส่งสำนวนกลับมาให้อัยการอีกครั้ง

         ซึ่งระหว่างนั้นได้มีการดำเนินการจับกุมแกนนำและแนวร่วม กปปส. 4  คนได้และยื่นฟ้องคดีต่อศาลอาญาไปก่อนแล้ว คงเหลือกลุ่มนายสุเทพ เลขาธิการ กปปส. และแกนนำกลุ่มอดีต ส.ส. กับแนวร่วมนักวิชาการอีกกว่า 50 คน ซึ่งได้มีการร้องขอความเป็นธรรมต่ออัยการแล้วอัยการก็ดำเนินการ กระทั่งพร้อมมีความเห็นในวันพุธที่ 24 ม.ค.นี้ ซึ่งอัยการเจ้าของสำนวน กำชับให้ผู้ต้องหาทั้งหมดมาศาล  

‘น้องณิชา’ ติดคุก...ใครผิด??

ชูชาติ  ศรีแสง, ณิชา, แบงก์, แก๊งคอลเซ็นเตอร์, น้องณิชา

กรณี “น้องณิชา” ติดคุก ใครเป็นคนผิด อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกาให้มุมมองด้านกฎหมายไว้น่าสนใจ


          เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2561 นายชูชาติ  ศรีแสง  อดีตผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กส่วนตัว (Chucart Srisaengให้ข้อมูลและมุมมองเกี่ยวกับข้อกฎหมายกรณี “น้องณิชา” นางสาวณิชา เกียรติธนะไพบูลย์ ที่ถูกคนร้ายล้วงเอากระเป๋าและนำบัตรประจำตัวประชาชนไปเปิดบัญชีหลอกลวงคนอื่น จนทำให้เธอถูกแจ้งความดำเนินคดีและถูกติดคุกไป 3 วัน 2 คืน เพราะไม่ได้ประกันตัว
ในมุมมองของอดีตผู้พิพากษาชูชาติ มองว่าทั้งธนาคารและตำรวจต่างกระทำผิดต่อ “น้องณิชา” และต้องใช้สินไหมทดแทน รายละเอียดดังนี้

 



          “กรณีนางสาวณิชา เกียรติธนะไพบูลย์ ที่ถูกคนร้ายล้วงเอากระเป๋าสตางค์ ที่มีบัตรประจำตัวประชาชน ฯลฯ อยู่ในกระเป๋าด้วยไป ต่อมาคนร้ายได้นำบัตรประจำตัวประชาชนของนางสาวณิชาไปขอเปิดบัญชีที่ธนาคาร 7 แห่ง รวม 9 บัญซี แล้วหลอกบุคคลอื่นให้โอนเงินเข้าบัญชีดังกล่าวและกลุ่มคนร้ายได้เบิกเงินจากบัญชีหลบหนีไป ต่อมาผู้เสียหายที่ถูกคนร้ายหลอกให้โอนเงินให้ ได้ไปร้องทุกข์ที่สถานีตำรวจภูธรบ้านตาก จังหวัดตาก พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรบ้านตากได้ประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการตำรวจกองปราบปรามและได้ตัวนางสาวนิชาไปดำเนินคดี จากนั้นได้นำตัวไปขออำนาจศาลจังหวัดตาก ฝากขังเมื่อวันที่ 6 มกราคม 2561 

          นางสาวณิชาขอยื่นประกันตัว แต่ศาลจังหวัดตากไม่อนุญาตโดยให้เหตุผลว่า กลัวผู้ต้องหาหลบหนี ต่อมานางสาวณิชาได้อุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์ ภาค 6 ซึ่งศาลอุทธรณ์ฯ อนุญาตให้ประกัน โดยนางสาวณิชาถูกขังอยู่ในเรือนจำจังหวัดตาก 3 วัน 2 คืน 

          หลังจากได้รับการปล่อยตัวนางสาวณิชาจากเรือนจำได้กล่าวว่า จะฟ้องธนาคารทั้ง 7 แห่ง ที่ให้คนร้ายนำบัตรประจำตัวประชาชนของตนเปิดบัญชีในชื่อของตน เปิดเหตุให้ตนต้องได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรงที่สุดในชีวิต

          ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 420 บัญญัติว่า ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อ ทําต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมายให้เขา เสียหายถึงแก่ชีวิตก็ดี แก่ร่างกายก็ดี อนามัยก็ดี เสรีภาพก็ดี ทรัพย์สินหรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่างหนึ่งอย่างใดก็ดี ท่านว่าผู้นั้นทําละเมิดจําต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้น

          การที่พนักงานของธนาคารทั้ง 7 แห่ง ทำการเปิดบัญชีให้แก่บุคคลอื่นในชื่อของนางสาวณิชา โดยไม่ได้ตรวจสอบให้ได้ความแน่ชัดว่า ผู้ที่นำบัตรประจำตัวประชาชนของนางสาวณิชาไปขอเปิดบัญชีเป็นนางสาวณิชาจริงหรือไม่ ต้องถือว่าเป็นกระทำโดยประมาทเลินเล่อและเป็นการกระทำต่อนางสาวนิชาโดยผิดกฎหมาย ธนาคารในฐานะนายจ้างของพนักงานเหล่านั้น จึงต้องรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่นางสาวณิชา ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 425

          ที่มีผู้บริหารชั้นผู้ใหญ่ของธนาคารบางแห่งให้เหตุผลว่า พนักงานธนาคารไม่อาจบังคับให้ผู้มาขอเปิดบัญชีที่ใช้ผ้าหน้ากากอนามัยปิดหน้าเปิดเพื่อให้เห็นหน้าผู้มาขอเปิดบัญชีได้นั้น ถ้าเป็นเช่นนั้นธนาคารก็ต้องไม่ยอมเปิดบัญชีให้ แต่ตามความเป็นจริงทุกธนาคารต่างก็พยายามหาลูกค้าให้มาเปิดบัญชีให้มากที่สุด พนักงานคนใดหาลูกค้ามาเปิดบัญชีได้มากก็จะได้รับบำเหน็จเป็นพิเศษด้วย ข้ออ้างดังกล่าวไม่อาจนำมาอ้างให้พ้นความรับผิดได้

          นอกจากนี้ตามข่าวที่ว่า เมื่อนางสาวณิชาทราบว่ามีหมายจับก็ได้เดินทางไปรายงานตัวต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อรับทราบข้อกล่าวหา พร้อมนำหลักฐานที่ได้แจ้งความเรื่องการถูกปลอมแปลงเอกสารไปเปิดบัญชีธนาคาร แต่พนักงานสอบสวนไม่สนใจหลักฐานดังกล่าว อ้างว่าไม่ใช่หน้าที่และทำบันทึกจับกุมว่า จับกุมนางสาวณิชาได้ที่บ้านพัก

          ถ้าข่าวดังกล่าวเป็นความจริง และในคำร้องของพนักงานสอบสวนที่ขอฝากขังนางสาวณิชาระบุว่า จับกุมนางสาวณิชาได้ที่บ้านพัก คำร้องของพนักงานสอบสวนในส่วนนี้ก็เป็นการกล่าวความเท็จต่อศาล และคำกล่าวเท็จนี้เป็นสาระสำคัญในการที่ศาลจะใช้ดุลพินิจในการให้ประกันตัวนางสาวณิชาหรือไม่ เพราะถ้าในคำร้องขอฝากขังกล่าวว่า นางสาวณิชาเข้ามอบตัวต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ และคดีฉ้อโกงมีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ศาลก็น่าจะให้ประกันเนื่องจากไม่เหตุที่จะกลัวว่านางสาวณิชาจะหลบหนี ถ้าเป็นเช่นนี้การที่ศาลชั้นต้นไม่ให้ประกันตัวนางสาวณิชาและทำให้นางสาวณิชาถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำ 3 วัน 2 คืน ย่อมเป็นผลมาจากคำร้องอันเป็นเท็จดังกล่าว จึงต้องถือว่าพนักงานสอบสวนได้กระทำละเมิดต่อนางสาวณิชาและสำนักงานตำรวจแห่งชาติก็ต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่นางสาวณิชาด้วย”

3 เหตุผลสนช.ลังเลยื่นศาลรธน.ตีความต่ออายุป.ป.ช.

การเมือง ข่าวการเมือง  :  1 วันที่ผ่านมา
พรเพชร วิชิตชลชัย, กม.ปปช., สนช.

3 เหตุผล สนช.ยึกยักยื่นศาลรธน.ตีความ ปมยกเว้นลักษณะต้องห้ามป.ป.ช.อยู่ต่อ ขณะที่ผลการลงมติมาตราต่ออายุป.ป.ช.ไม่เปิดเผยต่อสาธารณะ

         11 ม.ค. 61 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ความเคลื่อนไหวของสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ที่ยังลังเลไม่ตัดสินใจจะยื่นหรือไม่ยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต  พ.ศ. ... โดยกลุ่มของสนช.มีเหตุผล 3 ประการ คือ 1.กังวลว่าจะเป็นการฟอกตัวเองให้บริสุทธิ์ เพราะหากเกิดปัญหาในอนาคตสนช.จะได้ไม่ต้องรับผิดชอบ 2.หากยื่นไปแล้วก็เกรงจะทำให้ศาลรัฐธรรมนูญรู้สึกอึดอัด หากตัดสินว่าการต่ออายุให้ป.ป.ช.โดยยกเว้นลักษณะต้องห้ามไม่ขัดรัฐธรรมนูญ อาจเกิดความไม่สง่างาม เนื่องจากศาลรัฐธรรมนูญเองก็ได้รับการยกเว้นและได้ต่ออายุเช่นเดียวกัน ทั้งที่บางคนก็มีคุณสมบัติขัดรัฐธรรมนูญ                3. สนช.ยังเห็นว่าหากยื่นไปจะเป็นการซ้ำเติมภาพลักษณ์ของป.ป.ช.ที่สังคมมองว่าพล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานป.ป.ช. มีความใกล้ชิดกับรัฐบาลและพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรองหัวคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ที่ตั้งแต่ดำรงตำแหน่งมายังไม่เคยชี้มูลความผิดบุคคลในคสช.

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เป็นที่สังเกตว่าภายหลังที่สนช.เห็นชอบวาระสามของร่างพ.ร.ป.ป.ป.ช. ในวันที่ 25 ธ.ค.ที่ผ่านมา โดยปกติจะต้องมีการติดประกาศอย่างเปิดเผย เพื่อให้สาธารณชนได้ตรวจสอบผลการลงมติการลงคะแนนและรายชื่อของสนช. โดยเฉพาะในประเด็นบทเฉพาะเรื่องการต่ออายุป.ป.ช.ว่าเป็นเช่นไร แต่ปรากฏว่าเมื่อตรวจสอบกลับไม่พบการประกาศดังกล่าวและได้สอบถามยังสำนักงานวุฒิสภา ทำหน้าที่ปฏิบัติสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)ได้ชี้แจงว่าได้ติดและนำออกไปแล้ว แต่หากต้องการประกาศดังกล่าวให้ทำหนังสือแจ้งความต้องการมาเป็นลายลักษณ์อักษร

เปิดมาตรการสวัสดิการแห่งรัฐเฟสสอง

  เจาะประเด็นร้อน : 9 ม.ค. 2561
   ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ 
บัตรคนจนเฟสสอง

เปิดมาตรการสวัสดิการแห่งรัฐเฟสสอง ต่อยอด“บัตรคนจน”สู่การพัฒนาอาชีพ

              พลันที่รัฐบาลเปิดตัวมาตรการโครงการสวัสดิการแห่งรัฐช่วยเหลือประชาชนผู้มีรายได้น้อยหรืออบัตรคนจนเฟสแรกไปเมื่อปลายปีที่ผ่านมาได้สร้างความคึกคักให้เศรษฐกิจฐานรากไม่น้อย ล่าสุดรัฐบาลภายใต้การนำของ "พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา" นายกรัฐมนตรี เตรียมออกมาตรการโครงการสวัสดิการแห่งรัฐหรือบัตรคนจนเฟสสอง ซึ่งนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีในวันนี้ (อังคาร 9 ม.ค.) เพื่อเป็นการต่อยอดจากเฟสแรกในการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยให้หลุดพ้นจากความยากจนอย่างยั่งยืน 

                 จากข้อมูลเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2560 ที่กระทรวงการคลังได้สรุปยอดผู้ลงทะเบียนทั้งสิ้น 14,176,170 คน โดยมีผู้ผ่านหลักเกณฑ์ที่กำหนดจำนวน 11,431,681 คน แบ่งเป็นผู้ลงทะเบียนที่มีอาชีพเกษตรกร จำนวน 3,322,214 คน หรือคิดเป็นร้อยละ 29 ของผู้มีรายได้น้อยที่ผ่านเกณฑ์ได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และผู้ที่มีสิทธิ์รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่ไม่ใช่เกษตรกร มีจำนวน 8,109,467 คน หรือคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 71

                  ดังนั้นการนำมาตรการยกระดับผู้ลงทะเบียนสวัสดิการแห่งรัฐระยะที่ 2 หรือบัตรคนจนเฟสสอง เข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณาเห็นชอบในวันนี้ แบ่งออกเป็นโปรมแกรมการพัฒนาเกษตร เพื่อยกระดับเกษตรกร และโปรแกรมการพัฒนาแรงงาน เพื่อยกระดับทักษะฝีมือแรงงาน ทั้งนี้กลุ่มเป้าหมายเป็นผู้ที่ลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อยต่ำกว่า 30,000 บาทต่อปีประมาณ 5 ล้านราย เป็นอันดับแรกและผู้มีรายได้น้อยที่ต่ำกว่า 100,000 บาทต่อปีเป็นอันดับต่อไป โดยจะเริ่มโครงการได้ในเดือนมีนาคม พร้อมมีการประเมินผลการดำเนินงานหรือเคพีไอเป็นระยะๆ 

            สำหรับผู้มีรายได้น้อยที่ลงทะเบียนในเขตเมืองได้มอบหมายให้ธนาคารออมสิน กระทรวงแรงงาน และกระทรวงพาณิชย์ ช่วยฝึกแรงงานให้ตรงกับความต้องการของห้างร้าน ส่วนผู้ลงทะเบียนต่างจังหวัดและเกษตรกร มอบหมายให้ธนาคารออมสิน และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ไปหามาตรการช่วยเหลือ พร้อมจัดตั้งโครงการพิเศษในการรับฝากเงินช่วยผู้มีรายได้น้อยเพื่อให้ได้รับดอกเบี้ยพิเศษ และปล่อยกู้อัตราดอกเบี้ยต่ำ เพื่อสนับสนุนให้ผู้มีรายได้น้อยมีช่องทางประกอบกิจการเป็นของตัวเอง

               “เจตนาของการทำโครงการในระยะที่ 2 นี้ คงไม่ใช่การให้เปล่า แต่เป็นสิ่งที่ต้องคิดขึ้นมาแบบมีเงื่อนไข หาโปรแกรมมาพัฒนาคนกลุ่มนี้ และต้องช่วยเขาให้ดีที่สุด เริ่มต้นจากเกษตรกรก่อน โดยร่วมมือกับเกษตรจังหวัด ผู้ว่าราชการจังหวัด ต้องเข้ามาร่วมมือกันเอาคนที่ลงทะเบียนมาเข้าโปรแกรมว่าจากนี้ต้องทำอะไร ผลิตสินค้าอะไร พัฒนาไปจนเป็นสมาร์ทฟาร์มเมอร์ 

           "โครงการนี้จะเป็นสิ่งที่ดีและยังไม่มีประเทศไหนทำโปรแกรมอย่างนี้ จะมีก็แค่บางประเทศที่กำหนดเงื่อนไขออกมาแต่ก็ไม่เหมือนกัน เช่น บางประเทศกำหนดให้ลูกต้องมาเข้าโรงเรียนหรือต้องเข้ามาตรวจสุขภาพ แต่เราต้องการให้เข้าโปรแกรมการพัฒนาอาชีพ ส่วนคนที่เป็นสูงอายุก็ให้เขาสมัครใจ อาจมีโปรแกรมพัฒนาความคิดอ่านเพื่อเพิ่มเติมศักยภาพได้” 

               ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลได้ให้สัมภาษณ์เอาไว้ถึงแนวทางการดำเนินมาตรการโครงการสวัสดิการแห่งรัฐดเฟสสอง ซึ่งจะเริ่มขึ้นในเดือนมีนาคมนี้ โดยลักษณะโครงการจะเป็นการพัฒนาทักษะอาชีพและเป็นโปรแกรมเฉพาะที่สอดคล้องและเหมาะสมกับอาชีพเดิมที่อยู่อาศัย และช่วงอายุ โดยเน้นที่เป็นการฝึกอาชีพ เช่น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธ.ก.ส.) จะรับผิดชอบฝึกอาชีพให้เกษตรกรที่มีรายได้น้อย 

               ส่วนกระทรวงแรงงานฯ และกระทรวงพาณิชย์ จะรับผิดชอบโปรแกรมการฝึกอาชีพให้ผู้มีรายได้น้อยในเขตเมือง โดยอาจให้ไปทำธุรกิจแฟรนไชส์ มีสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำของธนาคารเฉพาะกิจของรัฐอย่าง ธ.ก.ส.และออมสินไว้รองรับ และบางส่วนจะเป็นโปรแกรมของกระทรวงมหาดไทยในการพัฒนาอาชีพ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของโลกที่มีการคิดโปรแกรมในการพัฒนาอาชีพให้แก่ผู้มีรายได้น้อยในลักษณะนี้ 

              “อยากให้ทุกคนเข้ามา ไม่อยากให้เป็นการบังคับ แต่เมื่อรับเงินไปแล้วก็ต้องเข้าโปรแกรมพัฒนา ไม่ต้องการให้รับเงินเรื่อยไป นอกจากนี้จะมีของแถมในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเพิ่มเติมด้วย” รองนายกรัฐมนตรีกล่าวเชิญชวน 

             อย่างไรก็ตามในส่วนธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ขณะนี้ได้เตรียมนัดประชุมผู้จัดการสาขาและเจ้าหน้าที่วางแผนปฏิบัติงานทั่วประเทศกว่า 300 คนในวันที่ 12 มกราคมนี้ เพื่อซักซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับการปฏิบัติงานตามมาตรการช่วยเหลือคนจนเฟสสองในส่วนของธนาคารที่กระทรวงการคลังจะได้เสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติมาตรการทั้งหมดในวันที่ 9 มกราคมนี้ โดยธนาคารเตรียมเม็ดเงินไว้สำหรับสนับสนุนแหล่งทุนเป็นวงเงินรวม 9.5 หมื่นล้านบาท ระยะเวลา 3 ปี ตามที่ ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้มอบนโยบายไว้ 

              ขณะที่ศูนย์ติดตามและพยากรณ์เศรษฐกิจการเกษตร (KU- OAE Foresight Center : KOFC) สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรหรือ สศก. ได้เผยแพร่รายงานของ ดร.ภูมิศักดิ์ ราศรี ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการเศรษฐกิจการเกษตร สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) และ ผศ.ดร.กัมปนาท เพ็ญสุภา ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยเศรษฐศาสตร์ประยุกต์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ระบุชัดว่า 

               จากการที่ศูนย์ติดตามและพยากรณ์เศรษฐกิจการเกษตรได้วิเคราะห์ผลกระทบการจัดประชารัฐสวัสดิการผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ตามแนวนโยบายสำคัญของรัฐบาลที่ต้องการลดความเหลื่อมล้ำและสร้างความเป็นธรรมในสังคม ด้วยการสนับสนุนค่าใช้จ่ายบางส่วนที่จำเป็นในการดำรงชีพให้แก่ผู้มีรายได้น้อยเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายในครัวเรือนและค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ซึ่งมีมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้เห็นชอบให้บรรจุกรอบวงเงินเพื่อการดำเนินการดังกล่าวไว้ในร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 (รายการกองทุนประชารัฐเพื่อเศรษฐกิจฐานราก) ไว้เป็นวงเงินรวมทั้งสิ้น 46,000 ล้านบาท 

             โดย ผศ.ดร.กัมปนาท เผยว่า จากผลการวิเคราะห์ภายใต้สมมติฐานที่ว่าในปีงบประมาณ 2561 (ต.ค.60-ก.ย.61) มีผู้ประชาชนผู้มีรายได้น้อยผ่านสิทธิ์รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 11.43 ล้านคน และถ้ามีการใช้จ่ายเต็มวงเงินงบประมาณในหมวดที่ 1 คือการลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน และหมวดที่ 2 การลดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ภาพรวม พบว่าผู้ผ่านสิทธิ์ 11.43 ล้านคน ใช้งบประมาณ 46,000 ล้านบาท จะทำให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจของประเทศประมาณ 118,077.82 ล้านบาท

            และเมื่อพิจารณาผลกระทบในภาคเกษตร พบว่า มีเกษตรกร 3.32 ล้านคน ใช้งบประมาณ 13,368.59 ล้านบาท จะทำให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจในภาคเกษตร 21,215.50 ล้านบาท แบ่งเป็นมูลค่าในการซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคมากที่สุด คิดเป็นมูลค่า 21,134.27 ล้านบาท รองลงมาเป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทาง คิดเป็นมูลค่า 70.73 ล้านบาท และส่วนลดในการซื้อก๊าซหุงต้ม คิดเป็นมูลค่า 10.50 ล้านบาท ตามลำดับ

              หากพิจารณาถึงผลกระทบต่อภาคการเกษตรรายสาขา พบว่า สาขาการผลิตที่ได้รับผลกระทบทำให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจมากที่สุด 5 อันดับแรก คือ สาขาการทำนา คิดเป็นมูลค่า 8,542.02 ล้านบาท รองลงมาเป็นสาขาการเลี้ยงสัตว์ปีก คิดเป็นมูลค่า 2,753.76 ล้านบาท สาขาการเลี้ยงสุกร คิดเป็นมูลค่า 2,270.93 ล้านบาท สาขาการทำไร่พืชตระกูลถั่ว คิดเป็นมูลค่า 1,235.53 ล้านบาท และสาขาการปศุสัตว์ คิดเป็นมูลค่า 1,177.83 ล้านบาท

              อย่างไรก็ตามทางศูนย์มีข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย โดยในภาคการเกษตรนั้น ภาครัฐควรเน้นการแก้ปัญหาไปที่การพัฒนาความรู้ทักษะการประกอบอาชีพที่มีความสอดคล้องและเหมาะสมกับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป เป็นการพึ่งพาตัวเองอย่างยั่งยืน เนื่องจากโครงการบัตรสวัสดิการอาจเป็นการสร้างภาระให้ภาครัฐในการบริหารงบประมาณจำนวนมหาศาลในระยะยาว

              ส่วนระยะต่อไปควรปรับแนวคิดผู้มีรายได้น้อยที่ยังพอมีศักยภาพสามารถพัฒนาตนเองให้พึ่งพาตนเองได้ หรือกลับเข้าไปแข่งขันในตลาดแรงงานได้อย่างสมบูรณ์ หรือควรเพิ่มมาตรการในการตรวจสอบข้อมูลอย่างเข้มงวด รวมไปถึงการกำหนดบทลงโทษสำหรับผู้ที่แจ้งข้อมูลเท็จโดยเฉพาะกลุ่มคนในระบบภาษี อีกทั้งในอนาคตควรสร้างความหลากหลายในการบริการสวัสดิการเพื่อรองรับทุกกลุ่มเป้าหมาย ด้วย    

ปลูกมัลเบอร์รีในบ้านสร้างรายได้ 1 เดียว จ.พะเยา

มัลเบอร์รี, หม่อน, พะเยา,  ข่าวทั่วไป

สาวเกษตรอำเภอจุน นำร่องระดมแม่บ้านปลูกมัลเบอร์รี - พืชผักสวนครัวในบ้านตัวเอง ขายสร้างรายได้ 1 เดียว จ.พะเยา

               9 ม.ค. 61  ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังบ้านของ น.ส.อัญชลี ปัญญากวาว เกษตรอำเภอจุน จ.พะเยา เลขที่ 120 หมู่ 6 ถนนสายดอกคำใต้ - จุน บ้านใหม่กองแล ต.ดงสุวรรณ อ.ดอกคำใต้ จ.พะเยา ที่ใช้พื้นที่ดินว่างเปล่าในบริเวณบ้านของตนเอง เนื้อที่บ้านประมาณ 1.2 ไร่ ปลูกพืชเศรษฐกิจหลากหลายชนิด นำร่องโดยนำกลุ่มแม่บ้านในหมู่บ้านมาร่วมปลูกขาย บริเวณหน้าบ้าน เพื่อเสริมสร้างรายได้ให้กับแม่บ้านและชุมชน โดยจะเน้นปลูกหม่อน หรือ มัลเบอร์รี หลายสายพันธุ์ ทั้งสายพันธุ์ไทยและต่างประเทศ และพืชผักสวนครัว โดยจะเก็บแบบสดๆ และแปรรูป นำวางขาย ซึ่งได้รับความสนใจและเป็นที่ต้องการของพ่อค้าแม่ค้า ตลอดจนผู้คนทั่วไปมาซื้อไปรับประทานและขายต่อ

 

ปลูกมัลเบอร์รีในบ้านสร้างรายได้ 1 เดียว จ.พะเยา

               นางจันสม นันตา อายุ 58 ปี ผู้ดูแลสวนมัลเบอร์รี กล่าวว่า น.ส.อัญชลี เป็นผู้ริเริ่มนำหม่อน หรือ มัลเบอร์รี หลายสายพันธุ์ และพืชผักอื่นๆ มาปลูกในบ้านจนเต็มพื้นที่ และออกผลผลิต มีรสชาติอร่อย ปลอดสารเคมี ปลอดภัยแก่การบริโภค ซึ่งพืชผลไม้ทั้งหมดได้รับความนิยมในท้องตลาดอย่างมาก โดยเฉพาะผลหรือลูก เพื่อนำไปรับประทานแบบสดๆ หรือนำไปปั่นเป็นน้ำผลไม้ และแปรรูปน้ำมัลเบอร์รีสด และผลิตภัณฑ์แปรรูปอีกหลายอย่าง หลังจากที่ได้ดำเนินการปลูกมา 8 เดือนกว่าแล้ว และจะเก็บผลผลิตออกจำหน่ายทุกวันบริเวณหน้าบ้านสวนมัลเบอร์รี บ้านใหม่กองแล

 

ปลูกมัลเบอร์รีในบ้านสร้างรายได้ 1 เดียว จ.พะเยา

               น.ส.อัญชลี กล่าวว่า ได้ยึดเอาแนวทางพระราชดำริแบบเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 นำมาใช้โดยใช้พื้นที่ดินว่างเปล่าในบ้านของตนเองปลูกพืชผักชนิดต่างๆ โดยชักชวนกลุ่มแม่บ้านในหมู่บ้านเข้ามามีส่วนร่วม อีกทั้งเป็นการส่งเสริมสร้างงาน สร้างรายได้ และอยู่แบบพอเพียง โดยการเริ่มปลูกต้นหม่อน หรือ มัลเบอร์รี หลายสายพันธุ์ ทั้งในและต่างประเทศ ตลอดจนพืชผักอื่นๆ มา 8 เดือน จนได้ผลผลิตออกจำหน่ายทุกวัน

 

ปลูกมัลเบอร์รีในบ้านสร้างรายได้ 1 เดียว จ.พะเยา

 

               สำหรับสวนหม่อน หรือ มัลเบอร์รี นับว่าเป็นสวนเพียงแห่งเดียวในอำเภอดอกคำใต้ จ.พะเยา และมีเพียงที่เดียวของจังหวัดที่ใช้พื้นที่ดินในบ้านทั้งหมด 1.2 ไร่ เอาพื้นที่ดินว่างเปล่าปลูกพืชผักจำหน่ายแบบสดๆ แต่ละวันจะมีพ่อค้าแม่ค้าและผู้คนทั่วไปมาซื้อพืชผลไปรับประทานและขายต่อ และยังพบว่ามีนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างอำเภอเดินทางมาเที่ยวชมสวนพืชผลไม้ในบ้านกันทุกวัน เนื่องจากภายในบริเวณบ้านได้ตบแต่งสวนอย่างสวยงามรับกับบรรยากาศของสวนอย่างเป็นธรรมชาติ โดยผลมัลเบอร์รีขาย กก.ละ 500 บาท แต่ละวันผลผลิตได้ 20 กก.ต่อวัน ซึ่งจะนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ และขายลูกสดๆ

 

..........................................................

12 มกราคม 2561

 



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน