*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-06-16
  • จำนวนเรื่อง : 4842
  • จำนวนผู้ชม : 3169249
  • จำนวนผู้โหวต : 1674
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1674 คน
<< มกราคม 2018 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31      

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอาทิตย์ ที่ 14 มกราคม 2561
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 590 , 10:53:56 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

สวัสดีครับ

         กรณีคนทางพรรคเพื่อไทยออกมาโวยว่า ป.ป.ช. ไม่มีอำนาจฟัน 40 ส.ส.ของพรรคตัวเอง นั้น นายวัชระ เพชรทอง อดีต

สส.พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) และ อดีตกรรมาธิการร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรม พ.ศ..กล่าวถึงกรณีอดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย ออก

มาระบุว่า คสช.จ้องจะล้างบาง จะมีนักการเมืองพรรคเพื่อไทยถูกตัดสิทธิทางการเมืองประมาณ 40 คน กรณีถูก ปปช.สอบเรื่องการ

ออกกฎหมายพ.ร.บ.นิรโทษกรรมว่าปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา157 นั้นว่า เรื่องนี้ เป็นเรื่องเก่า ตั้งแต่

สมัยรัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่มีอดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทยเสนอร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม พ.ศ...แล้วมีการหักดิบกลางสภาผู้แทน

ราษฎรเพื่อผ่านกฎหมายตอนตีสี่เพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับ นายทักษิณ ชินวัตร กับพวกนั้น ป.ป.ช.รับเรื่องร้องเรียน และมีมติตั้งคณะ

อนุกรรมการไต่สวน มีนางสุภา ปิยะจิตติ เป็นประธานนั้น เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับ คสช.ต้องให้ความเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย ใครจะล้างบาง กลั่น

แกล้ง อดีต ส.ส.เพื่อไทยง่ายๆไม่ได้เด็ดขาด

“แต่เป็นเพราะการออกกฎหมายดังกล่าว ผิดข้อบังคับการประชุมสภา และขัดรัฐธรรมนูญ เป็นกฎแห่งกรรมที่ได้ทำไว้ ยามเหิมเกริมมี

อำนาจ ไม่เคารพสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสภา กล่าวคือ ไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับและรัฐธรรมนูญที่บัญญัติไว้ เชื่อฟังคำสั่งของนายทักษิณ ชินวัตร

มากกว่ากฎหมายของบ้านเมือง ผลจึงเป็นเช่นนั้น มีการฉวยโอกาสปิดปากผู้แปรญัตติไม่ให้อภิปรายจำนวนนับร้อยคน รวบรัดเป็น

เผด็จการ ไม่ฟังเสียงท้วงติง ขนาดนายชวน หลีกภัย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรียังถูกกลั่นแกล้งปิดปากไม่ให้อภิปราย

ในทุกมาตรา และเจตนาแฝงเร้นออกกฎหมายเพื่อเอื้อประโยชน์ให้นายใหญ่ให้พ้นผิดและได้เงิน 46,000 ล้านบาทคืน".

แนวหน้า

เพื่อไทยขู่ชนปปช.ทุกศาล โวยไม่มีอำนาจฟัน40สส. 'บิ๊กกุ้ย'ตอกอย่ามโนปล่อยข่าว

เพื่อไทยขู่ชนปปช.ทุกศาล โวยไม่มีอำนาจฟัน40สส. 'บิ๊กกุ้ย'ตอกอย่ามโนปล่อยข่าว

วันเสาร์ ที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2561, 20.14 น.

พรรคเพื่อไทย ลั่นสู้ทุกเม็ดป้องความผิดอดีต 40 ส.ส. ปมร่วมลงชื่อเสนอร่างกฎหมายนิรโทษกรรม หลัง นายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.ของพรรค ออกมาปล่อยข่าวอนุกรรมการไต่สวนกรณีดังกล่าวของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่มี น.ส.สุภา ปิยะจิตร กรรมการ ป.ป.ช. เป็นประธาน เตรียมสรุปความเห็นเรื่องนี้ให้ที่ประชุมใหญ่ ป.ป.ช. พิจารณาความผิดของอดีต ส.ส. ทั้ง 40 คน

โดยเมื่อวันที่ 13 มกราคม นายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมาย พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า เวลานี้ ยังไม่ทราบแน่นอนว่า อนุกรรมการ ป.ป.ช. จะมีมติไปในทิศทางใด หรือเป็นเพียงข่าวที่ถูกปล่อยออกมา แต่พรรคก็ได้เตรียมการต่อสู้คดีเอาไว้ตั้งแต่แรกแล้ว โดยจะโต้แย้งคัดค้าน ป.ป.ช. ไม่มีอำนาจไต่สวนในเรื่องนี้ เพราะการเสนอกฎหมายเป็นเอกสิทธิของ ส.ส. และสภาผู้แทนราษฎรในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติ จะเป็นผู้พิจารณาการทำหน้าที่ของสมาชิกตามรัฐธรรมนูญ ไม่เช่นนั้นจะกลายเป็นว่า องค์กรอิสระก้าวก่ายอำนาจฝ่ายนิติบัญญัติที่ทำหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ และเรื่องนี้หนึ่งใน 40 ส.ส. ไปฟ้องเป็นคดีแพ่งว่าละเมิด และขอให้ศาลระงับการไต่สวนของ ป.ป.ช. รวมทั้งเรียกค่าเสียหายต่อศาลจังหวัดนนทบุรีแล้ว

อย่างไรก็ตามเมื่อมีข่าวออกมาทีมกำหมายของพรรคก็ได้หารือกัน หากป.ป.ช.มีมติชี้มูลอกมาก็ต้องต่อสู้กันต่อและอาจมีการฟ้องร้องเป็นคดีต่างๆกันต่อไป

ขณะที่ นายสมคิด เชื้อคง อดีต ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นหนึ่งใน 40 ส.ส.กล่าวว่า หาก ป.ป.ช. มีมติอย่างเป็นทางการออกมา อดีตส.ส.ทั้ง 40 คน จะนัดหารือแนวทางการต่อสู้คดีต่อไป แต่ต้องรอดูว่า ป.ป.ช.ชุดใหญ่จะมีความเห็นอย่างไร อย่างไรก็ตามในเรื่องที่พวกตนถูกตั้งอนุกรรมการไต่ส่วนนั้น นางสมหญิง บัวบุตร อดีต ส.ส.อำนาจเจริญ ตัวแทนกลุ่ม 40 ส.ส. ได้เป็นโจทย์ยื่นฟ้องคณะกรรมการ ป.ป.ช. 9 คนเป็นจำเลยในความผิดฐานละเมิดที่ศาลจังหวัดนนทบุรีแล้ว และศาลรับฟ้องเป็นคดีหมายเลขดำ พ 821/2560 โดยจะสืบพยานโจทย์นัดแรก 13 กุมภาพันธ์นี้ พร้อมกันนี้ นางสมหญิงยังได้ฟ้องเรียกค่าเสียหายให้ตนเองกับพวกรวม 1 ล้านบาท

นายสมคิด กล่าวอีกว่า เนื่องจากเป็นการทำให้กลุ่มผู้เสนอกฎหมายได้รับความเสียหาย เพราะรัฐธรรมนูญ 2550 ได้ให้การคุ้มครอง ส.ส. ส.ว. ในการอภิปรายและคงคะแนนพิจารณากฎหมายในการประชุมสภาไว้เป็นเอกสิทธิโดยเด็ดขาดไม่สามารถฟ้องร้องได้ และแนวทางนี้จะเป็นแนวทางในการต่อสู้หากป.ป.ช.ชี้มูลต่อไปด้วย กฎหมายคุ้มครองการอภิปรายและลงคะแนนสมาชิกรัฐสภาไว้ ที่กล่าวหาว่าเป็นการออกกฎหมายเพื่อพวกพ้องนั้นเป็นการเชื่อมโยงกันไปเองทั้งสิ้น เพราะในร่างกฎหมายดังกล่าวเป็นการนริโทษกรรมให้กับทุกสีเสื้อไม่ได้เลือกเจาะจงที่ใครคนใดคนหนึ่ง ถ้าป.ป.ช.เข้ามาก้าวก่ายการทำงานของรัฐสภาได้แล้วอำนาจนิติบัญญัติจะศักดิ์สิทธิได้อย่างไรแล้วต่อไปจะมีไว้ทำไม

ด้าน พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธาน ป.ป.ช. กล่าวว่า เวลานี้ยังไม่ทราบความคืบหน้าเรื่องดังกล่าว เพราะเรื่องยังอยู่ในชั้นของคณะอนุกรรมการไต่สวน แต่คาดว่าคงยังไม่ถึงขั้นใกล้จะสรุปสำนวนการไต่สวนเร็วๆนี้ คงต้องใช้เวลาอีกสักระยะ เพราะคณะอนุกรรมการไต่สวนยังไม่แจ้งต่อที่ประชุมป.ป.ช.ว่าคดีดังกล่าวใกล้เสร็จแล้ว อย่างไรก็ตาม จะเร่งสอบถามความคืบหน้าจากคณะอนุกรรมการไต่สวนว่า สำนวนคดีไปถึงไหนแล้ว ยืนยันว่า ป.ป.ช.ดำเนินการทุกอย่างตามข้อมูลพยานหลักฐาน ไม่ได้มีแผนล้างบางฝ่ายใด เพื่อสืบทอดอำนาจให้ใคร

ขุดนิรโทษกรรมสุดซอย โยง‘บิ๊กบัง’ อดีตกรรมาธิการฝ่ายรบ.ปู

ขุดนิรโทษกรรมสุดซอย โยง‘บิ๊กบัง’ อดีตกรรมาธิการฝ่ายรบ.ปู

วันอาทิตย์ ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.
 

ขุดนิรโทษกรรมสุดซอย

โยง‘บิ๊กบัง’ 

อดีตกรรมาธิการฝ่ายรบ.ปู

ปชป.เตือนปปช.อย่าละเว้น

สอบแค่40อดีตสส.เพื่อไทย

ประชาธิปัตย์ ตามบี้ป.ป.ช. สอบ 40 อดีต สส.เพื่อไทย ร่วมหนุน กม.นิรโทษกรรม ยุครัฐบาลยิ่งลักษณ์ เพื่อช่วยคนแดนไกลเตรียมรับกฎแห่งกรรม ถ้าป.ป.ช.ตัดสินให้มีความผิด ก็ต้องชี้แจงด้วยว่า กมธ.ซีกรัฐบาล ที่ร่วมผลักดัน กม.นิรโทษ สุดซอยทั้ง ’‘บิ๊กบัง’พล อ.สนธิ บุณยรัตกลินและ ข้าราชการระดับสูงบางคน มีความผิดหรือไม่ ’สมชัย’ชี้เป็นเรื่องที่ดี มีหลายกลุ่มสนใจร่วมถกจัดตั้งพรรคใหม่

เมื่อวันที่ 13 มกราคม นายวัชระ เพชรทอง อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) และ อดีตกรรมาธิการร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรม พ.ศ..กล่าวถึงกรณีอดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย ออกมาระบุว่า คสช.จ้องจะล้างบาง จะมีนักการเมืองพรรคเพื่อไทยถูกตัดสิทธิทางการเมืองประมาณ 40 คน กรณีถูก ปปช.สอบเรื่องการออกกฎหมายพ.ร.บ.นิรโทษกรรมว่าปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา157 นั้นว่า เรื่องนี้ เป็นเรื่องเก่า ตั้งแต่สมัยรัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่มีอดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทยเสนอร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม พ.ศ...แล้วมีการหักดิบกลางสภาผู้แทนราษฎรเพื่อผ่านกฎหมายตอนตีสี่เพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับ นายทักษิณ ชินวัตร กับพวกนั้น ป.ป.ช.รับเรื่องร้องเรียน และมีมติตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวน มีนางสุภา ปิยะจิตติ เป็นประธานนั้น เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับ คสช.ต้องให้ความเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย ใครจะล้างบาง กลั่นแกล้ง อดีต ส.ส.เพื่อไทยง่ายๆไม่ได้เด็ดขาด

“แต่เป็นเพราะการออกกฎหมายดังกล่าว ผิดข้อบังคับการประชุมสภา และขัดรัฐธรรมนูญ เป็นกฎแห่งกรรมที่ได้ทำไว้ ยามเหิมเกริมมีอำนาจ ไม่เคารพสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสภา กล่าวคือ ไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับและรัฐธรรมนูญที่บัญญัติไว้ เชื่อฟังคำสั่งของนายทักษิณ ชินวัตร มากกว่ากฎหมายของบ้านเมือง ผลจึงเป็นเช่นนั้น มีการฉวยโอกาสปิดปากผู้แปรญัตติไม่ให้อภิปรายจำนวนนับร้อยคน รวบรัดเป็นเผด็จการ ไม่ฟังเสียงท้วงติง ขนาดนายชวน หลีกภัย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรียังถูกกลั่นแกล้งปิดปากไม่ให้อภิปรายในทุกมาตรา และเจตนาแฝงเร้นออกกฎหมายเพื่อเอื้อประโยชน์ให้นายใหญ่ให้พ้นผิดและได้เงิน 46,000 ล้านบาทคืน

นายวัชระ กล่าวอีกว่าโดยเฉพาะกรรมาธิการฝ่ายรัฐบาล มี นายวรชัย เหมะ นายสุนัย จุลพงศธร นพ.เหวง โตจิราการ พลเอก สนธิ บุณยรัตนกลิน นายวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ นายประยุทธ์ ศิริพานิช เป็นต้น โดยมี นายสามารถ แก้วมีชัย เป็นประธานกรรมาธิการ โดยมีการแย่งกันเอาใจ นายใหญ่ถึงขั้น อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย ยกย่องกันในห้องกรรมาธิการ ส่วนนายสามารถทำหน้าที่ประธานขัดต่อข้อบังคับและรัฐธรรมนูญไม่ให้ส.ส.ที่แปรญัตติไว้ได้อภิปราย เหมือนกับนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา ทำทุกประการ จึงต้องมีการร้องต่อ ปปช.ว่า อดีตสส.เหล่านี้ประพฤติมิชอบขัดต่อกฎหมาย

ทั้งนี้ นายวัชระตั้งข้อสังเกตว่า“หาก ป.ป.ช.ตัดสินให้อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทยกว่า 40คนมีความผิด ก็ต้องอธิบายด้วยว่า นายวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงยุติธรรมและพลเอกสนธิ บุณยรัตกลินซึ่งขณะนั้น เป็นกรรมาธิการฝ่ายรัฐบาลร่วมผลักดันกฎหมายนิรโทษกรรมสุดซอยเช่นเดียวกัน มีความผิดหรือไม่ ถ้าไม่ผิดเพราะอะไร

พร้อมประกาศอีกว่า“ในเมื่อ ป.ป.ช.รับพิจารณาเรื่องนี้ ผมจะยื่นหนังสือถึง ป.ป.ช.ให้สอบสวนสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติทุกคน ที่ลงมติเห็นชอบให้ กรรมการ ปปช.อยู่ในตำแหน่งต่อไปได้ ทั้งๆที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ 2560อย่างชัดแจ้ง เพราะเป็นการเอื้อประโยชน์ต่อพวกพ้องและอดีต สนช.ที่ไปเป็นกรรมการ ปปช.อย่างชัดเจน เพื่อสร้างบรรทัดฐานมาตรฐานของหลักนิติรัฐนิติธรรมต่อไป”

ด้าน นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)เปิดเผยถึงกรณีที่สำนักงานกกต.ได้เตรียมจัดประชุมชี้แจงเพื่อให้ทราบถึงกระบวนการจัดตั้งพรรคการเมืองตามกฎหมายใหม่ ที่จะมีการประชุมขึ้นในวันที่ 9 ก.พ.นี้ว่า ตนเห็นว่าเป็นเรื่องที่ดี ถือเป็นการเตรียมความพร้อมได้ดี และเป็นผลดีมากด้วย ขนาดยังไม่มีการประชาสัมพันธ์ใดๆมากมาย ยังมีผู้ที่สนใจเข้ามายื่นความจำนงขอเข้าร่วมประชุมดังกล่าวแล้ว 23 กลุ่ม 70 รายชื่อ ซึ่งตนคิดว่ากว่าจะถึงวันที่ 26 ม.ค.คงจะมีผู้มาเข้าร่วมมากกว่านี้แน่นอน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับรายชื่อตัวแทนที่จะเข้าร่วมประชุมดังกล่าว อาทิ พล.ต.ไชยนาจ ญาติฉิมพลี ข้าราชการบำนาญ พ.ต.ท.ณฐภัทร คูหาทอง ข้าราชการบำนาญ นายดำรง ศรีขนาดหลวง นักธุรกิจ เป็นต้น

โพล72.3%หนุนปลดล็อกใน6เดือน จี้ปฏิรูปยุติธรรมทั้งระบบ

โพล72.3%หนุนปลดล็อกใน6เดือน จี้ปฏิรูปยุติธรรมทั้งระบบ

วันอาทิตย์ ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2561, 10.48 น.
 

“ซูเปอร์โพล” เผยประชาชน 72.3% หนุนปลดล็อกการเมืองแบบค่อยเป็นค่อยไปใน 6 เดือน จี้ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมทั้งระบบ

14 ม.ค.61 สำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) เปิดเผยผลสำรวจประชาชนทุกสาขาอาชีพ จำนวนทั้งสิ้น 1,196 ตัวอย่าง  เรื่อง “ตอบโจทย์การเมืองของคน 3 ฝ่าย” โดยดำเนินโครงการ ระหว่าง วันที่ 5-13 ม.ค.61

ทั้งนี้ พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 72.3 เห็นว่ารัฐบาลควรปลดล็อคการเมืองแบบค่อยเป็นค่อยไปในอีก 6 เดือนข้างหน้า เพราะไม่ต้องการเห็นความวุ่นวาย ต้องการเห็นบ้านเมืองสงบ ยังไม่เห็นพรรคการเมืองปรับปรุงตัว ช่วยบ้านเมืองให้ดีขึ้นอย่างไร พฤติกรรมยี้เดิมๆ ยังมีอยู่ ขณะที่ร้อยละ 27.7 ระบุ ควรปลดล็อคทันที ไม่เกิน 6 เดือน เพราะจะเข้าถึงประชาชนได้ดีกว่า รู้ใจประชาชนได้มากกว่า ช่วยแก้ปัญหาต่างๆ ได้ดีรวดเร็วกว่า

เมื่อจำแนกออกตามจุดยืนการเมืองของคน 3 ฝ่าย พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 77.4 ของกลุ่มพลังเงียบ ระบุ ควรปลดล็อคการเมืองแบบค่อยเป็นค่อยไป โดยร้อยละ 67.7 ของผู้สนับสนับสนุนรัฐบาล และร้อยละ 60.0 ของผู้ไม่สนับสนุนรัฐบาลระบุ ควรปลดล็อคการเมืองแบบค่อยเป็นค่อยไปเช่นกัน

ขณะที่จุดยืนทางการเมืองของประชาชนในช่วงอายุต่างๆ พบว่า กลุ่มเจนแซด หรือเจน ซีส์ (Gen Z) สนับสนุนรัฐบาลร้อยละ 36.3 ขณะที่กลุ่มเจนวาย (Gen Y) สนับสนุนรัฐบาล ร้อยละ 32.8 ส่วนกลุ่มเจน เอ็กซ์ (Gen X)  สนับสนุนรัฐบาลร้อยละ 47.1 และกลุ่มเจนอื่นๆ เช่น เจน บี (Gen B) สนับสนุนรัฐบาลร้อยละ 50.0

ส่วนกลุ่มที่ไม่สนับสนุนรัฐบาล พบ เจนแซด ร้อยละ 6.9 เจนวาย ร้อยละ 11.0 เจนเอ็กซ์ร้อยละ 4.3 และเจนอื่นๆ เช่น เจนบี ร้อยละ 8.7 อย่างไรก็ตามกลุ่มที่เป็นพลังเงียบ ขออยู่ตรงกลาง ซึ่งเป็นกลุ่มใหญ่ที่สุด พบว่า มีเจนแซด ร้อยละ 56.8 เจนวายร้อยละ 56.2 เจนเอ็กซ์ ร้อยละ 48.6 และ เจนอื่นๆ ร้อยละ 41.3

สำหรับเรื่องที่ทุกกลุ่มต้องการให้รัฐบาลและ คสช.ปฏิรูปเร่งด่วนก่อนการเลือกตั้ง พบว่า ร้อยละ 46.2 ระบุ ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมทั้งระบบ รองลงมาคือร้อยละ 12.1 ปฏิรูป เศรษฐกิจ ส่งเสริมธุรกิจ SME แก้ปากท้องได้ยั่งยืน ตามด้วยร้อยละ 11.5 ระบุ ปฏิรูปการเมือง , ร้อยละ 10.0 ปฏุรูปการศึกษา , ร้อยละ 9.3 ปฏิรูปจราจร แก้อุบัติเหตุ คมนาคมทั้งระบบ , ร้อยละ 9.3 เช่นกัน ระบุปฏิรูป ระบบสาธารณสุข สุขภาพ ประกันสังคม และร้อยละ 1.6 ระบุอื่นๆ เช่น การท่องเที่ยว ธรรมชาติและการอนุรักษ์ เป็นต้น

ขณะที่กลุ่มตัวอย่างเกินครึ่ง หรือร้อยละ 54.8 ระบุเป็นกลุ่มพลังเงียบ ไม่ฝักใฝ่ ขออยู่ตรงกลางในจุดยืนทางการเมือง ขณะที่เกินกว่า 1 ใน 3 หรือร้อยละ 36.3 สนับสนุนรัฐบาล และ คสช. และร้อยละ 8.9 ไม่สนับสนุนรัฐบาล และ คสช.

เมื่อจำแนกจุดยืนทางการเมืองของคน 3 ฝ่าย ออกตามเพศ พบว่า หญิงมีสัดส่วนของผู้สนับสนุนรัฐบาลมากกว่าชาย คือ ร้อยละ 38.2 ต่อ ร้อยละ 34.1 ขณะที่ชายมีสัดส่วนไม่สนับสนุนรัฐบาลมากกว่าหญิง คือร้อยละ 11.5 ต่อร้อยละ 6.6 อย่างไรก็ตาม เกินครึ่งของทั้งชายและหญิง เป็นพลังเงียบ ไม่ฝักใฝ่ ขออยู่ตรงกลาง คือ ร้อยละ 54.4 ต่อ ร้อยละ 55.2

สปสช.เพิ่ม‘สถานพยาบาลรัฐ-เอกชน’ร่วมให้บริการระบบบัตรทอง

สปสช.เพิ่ม‘สถานพยาบาลรัฐ-เอกชน’ร่วมให้บริการระบบบัตรทอง

วันอาทิตย์ ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2561, 09.32 น.

สปสช.จับมือหน่วยบริการภาครัฐ-เอกชน ขยายรองรับดูแลผู้มีสิทธิบัตรทอง ทั้งคลินิกฟอกไต-ทันตกรรม-เวชเวชกรรม ปัจจุบันมีหน่วยบริการในระบบบัตรทองทั้งสิ้น 12,109 แห่ง

14 ม.ค.61 ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ ผู้ช่วยเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า การดูแลผู้มีสิทธิ์กว่า 48 ล้านคน ภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ มีหน่วยบริการเป็นกลไกขับเคลื่อนสำคัญ เพื่อให้การรักษาพยาบาลและบริการสาธารณสุขเป็นไปอย่างครอบคลุมและทั่วถึง สปสช.จะมีการขยายหน่วยบริการประเภทต่างๆ ทั้งในส่วนภาครัฐและเอกชน รวมทั้งสังกัดต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้มีสิทธิเข้าถึงบริการเพิ่มขึ้น ล่าสุด สปสช.ได้จับมือร่วมกับหน่วยบริการประเภทต่างๆ เพื่อขยายการรองรับดูแลผู้มีสิทธิ์หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ โดยมีหน่วยบริการที่เข้าใหม่ที่มีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2561 ดังนี้

+ หน่วยบริการที่รับการส่งต่อเฉพาะด้านบริการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม จำนวน 9 แห่ง ได้แก่ 1.ฤทธิเวชสหคลินิก จ.นนทบุรี 2.เอพีเอส คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมไตเทียม จ.นนทบุรี 3.บางใหญ่ไตเทียม คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมอายุรศาสตร์โรคไต จ.นนทบุรี 4.ชลเวช คลินิกเวชกรรมเฉพาะทางไตเทียม จ.ปทุมธานี 5.คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมอายุรศาสตร์โรคไตศาลายา จ.นครปฐม 6.สหคลินิกไตเทียมดีเดย์รีนัลแคร์ จ.มหาสารคาม 7.คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมอายุรศาสตร์โรคไต นพ.พิสิษฐ์ จ.อุบลราชธานี 8.คลินิกเวชกรรมเฉพาะทางอำนาจเจริญไตเทียม จ.อำนาจเจริญ และ 9.คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมไตเทียมในเมือง จ.ภูเก็ต

+ หน่วยบริการปฐมภูมิ จำนวน 1 แห่ง ได้แก่ รพ.สต.บ้านภูเพ็ก จังหวัดสกลนคร หน่วยบริการภาครัฐ สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยบริการปฐมภูมิภายใต้หน่วยบริการประจำโรงพยาบาลพระอาจารย์ฝั้นอาจาโร

+ หน่วยบริการร่วมให้บริการด้านทันตกรรม พื้นที่กรุงเทพมหานคร จำนวน 4 แห่ง ได้แก่ 1.ประภัศร์คลินิกทันตกรรม 2.คลินิกทันตกรรมสตอรี่เดนทัลโฮม 3.คลินิกทันตกรรมบ้านหมอเม และ 4.คลินิกวีระชัยทันตแพทย์

+ หน่วยบริการร่วมให้บริการด้านเวชกรรม พื้นที่กรุงเทพมหานคร จำนวน 2 แห่ง ได้แก่ 1.เอ็มดีสหคลินิก และ 2.เอกชัยเวชการคลินิก

ขณะที่ ศูนย์บริการสาธารณสุขเทศบาลนครนนทบุรีที่ 6 จ.นนทบุรี สังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เดิมเป็นหน่วยบริการปฐมภูมิในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติอยู่แล้ว และขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยบริการที่รับการส่งต่อเฉพาะด้านบริการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมอีกประเภทหนึ่ง โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2561 เป็นต้นไปเช่นกัน

ทพ.อรรถพร กล่าวต่อว่า ขณะนี้มีหน่วยบริการที่ขึ้นทะเบียนในระบบทั้งสิ้นจำนวน 12,109 แห่ง เป็นหน่วยบริการของรัฐสังกัดกระทรวงสาธารณสุข 11,054 แห่ง, หน่วยบริการของรัฐนอกสังกัดกระทรวงสาธารณสุข 134 แห่ง, หน่วยบริการเอกชน 509 แห่ง, หน่วยบริการรัฐพิเศษ อาทิ สังกัด กทม., เทศบาลเมืองพัทยา 22 แห่ง และหน่วยบริการรัฐสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) จำนวน 390 แห่ง 

“ตลอดทั้งปี สปสช.จะมีการปรับปรุงและเพิ่มเติมหน่วยบริการ เพื่อมุ่งดูแลประชาชน ไม่เพียงแต่ให้ได้รับบริการอย่างครอบคลุมและทั่งถึง แต่ยังเพิ่มความสะดวกให้กับประชาชนในการใช้สิทธิ์ด้วย ทั้งนี้หากประชาชนมีข้อสงสัยหรือต้องการรายละเอียดในการรับบริการภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติเพิ่มเติม สามารถสอบถามผ่านสายด่วนบัตรทอง 1330 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง” ผู้ช่วยเลขาธิการ สปสช.กล่าว 

เริ่มไม่ตื่นเต้น! นาฬิกา'บิ๊กป้อม'เรือนที่21สนนราคา1.5ล้าน

เริ่มไม่ตื่นเต้น! นาฬิกา'บิ๊กป้อม'เรือนที่21สนนราคา1.5ล้าน

วันเสาร์ ที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2561, 20.38 น.

13 ม.ค.61 ในโลกออนไลน์ได้เผยภาพ นาฬิกา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด ปรากฏภาพขณะสวมนาฬิกาเรือนที่ 21

โดยเพจ "CSI LA" ระบุเรือนที่ 21 ยี่ห้อ A. Lange and Sohne (เอลังเก้ เเอนด์ ซอนเน่) ราคาท้องตลาดอยู่ที่ 1.5 ล้านบาท 

เรือนที่ 21
เป็นยี่ห้อA. Lange and Sohne (เอลังเก้ เเอนด์ ซอนเน่) รุ่น1815 Chronograph Silver Dial ทำจากทองคำ 18K Rose Gold ราคาตลาดอยู่ที่ 1.5 ล้านบาท

เรือนนี้หาเจอเพราะได้ Data Geek นักเรียนปริญาโทจากมหาลัย Texas A&M มาช่วยดูข้อมูลนาฬิกาดังๆ ทั้งหมดจาก Web เเล้วส่งมาให้ผม วิธีนี้เรียกว่า web scraping เเละขอขอบคุณเซียนนาฬิกาที่มาช่วยกันวิเคราะห์ เเละ cross validate ทำให้ข้อมูลของเราที่จะนำเสนอเเม่นยำขึ้น นี่คือการทำงานเเบบ Thailand 4.0 อย่างเเท้จริงครับ

ภาพนี้ถ่ายวันที่ 4 ตุลาคม 2559 "พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ" ยัน ไปประชุมฮาวาย กินอาหารปกติ ทุกคนที่ร่วมคณะเกี่ยวข้องกับงาน ไม่กังวลเรื่องสตง. ตรวจสอบ

ซึ่งวันต่อมาก็มีรายชื่อผู้ประกาศข่าวสาวช่อง 5 "ชลรัศมี งาทวีสุข" อยู่ในรายชื่อผู้โดยสารด้วย

ที่มาภาพ http://www.innnews.co.th/shownews/show?newscode=733927

ป้องผลประโยชน์นักปรับปรุงพันธุ์  เกษตรฯรณรงค์จดทะเบียนรับรองพันธุ์สกัดแอบอ้างสิทธิ์

ป้องผลประโยชน์นักปรับปรุงพันธุ์ เกษตรฯรณรงค์จดทะเบียนรับรองพันธุ์สกัดแอบอ้างสิทธิ์

วันศุกร์ ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

นายอุทัย นพคุณวงศ์ รองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า เมล็ดพันธุ์ หรือพืชพันธุ์ดีเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในการเพาะปลูกพืชเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเพิ่มปริมาณและคุณภาพของผลผลิต สร้างความมั่นคงทางอาหาร ดังนั้นการปรับปรุงพันธุ์พืชให้ได้พันธุ์ดีและมีความหลากหลายจึงเป็นสิ่งสำคัญ อย่างไรก็ตาม การปรับปรุงพันธุ์พืช ต้องใช้ทั้งความรู้ความสามารถ เทคนิค รวมทั้งยังมีค่าใช้จ่ายที่ต้องลงทุน ดังนั้น เพื่อกระตุ้นและส่งเสริมให้มีการพัฒนาปรับปรุงพันธุ์พืชอย่างต่อเนื่อง นักปรับปรุงพันธุ์พืชจึงสมควรได้รับเกียรติยกย่องและผลตอบแทนที่คุ้มค่า เพื่อเป็นกำลังใจและสร้างแรงจูงใจรักษาอาชีพนักปรับปรุงพันธุ์พืชที่มีอยู่เดิม และเพิ่มจำนวนนักปรับปรุงพันธุ์ใหม่ๆให้มากขึ้น โดย กรมวิชาการเกษตร เป็นหน่วยงานกำกับดูแลกฎหมายเกี่ยวกับการส่งเสริมการปรับปรุงพันธุ์พืช 
2 ฉบับ คือ พ.ร.บ.พันธุ์พืช พ.ศ.2518 และ พ.ร.บ.คุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ.2542

ทั้งนี้ ความแตกต่างของการรับรองพันธุ์พืชขึ้นทะเบียนและการจดทะเบียนพันธุ์พืชใหม่ คือ ในการขึ้นทะเบียนพันธุ์ตาม พ.ร.บ.พันธุ์พืช พ.ศ.2518 นั้น พันธุ์พืชทุกชนิดสามารถนำมายื่นขอขึ้นทะเบียนได้ โดยการตรวจสอบลักษณะพันธุ์ จะใช้การพิจารณาตรวจสอบจากข้อมูลที่เป็นเอกสารหลักฐานและรูปถ่าย ส่วนการจดทะเบียนพันธุ์พืชใหม่ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ.2542 นักปรับปรุงพันธุ์หรือเจ้าของพันธุ์จะได้รับสิทธิคุ้มครองตามกฎหมาย บุคคลใดจะขายส่วนขยายพันธุ์ของพันธุ์พืชใหม่ที่จดทะเบียนคุ้มครองไว้แล้ว ต้องได้รับอนุญาตจากนักปรับปรุงพันธุ์เจ้าของพันธุ์เสียก่อนจึงจะสามารถกระทำได้ โดยกฎหมายมีอายุการคุ้มครองตั้งแต่ 
12 ปี 17 ปี และ 27 ปี แตกต่างตามชนิดพืช โดยพันธุ์พืชที่จะจดทะเบียนได้ต้องยังไม่ขายจ่ายแจกส่วนขยายพันธุ์เกินกว่า 1 ปีก่อนวันที่ยื่นขอจดทะเบียน และต้องผ่านกระบวนการปลูกตรวจสอบตามระเบียบที่กฎหมายกำหนด ใช้ระยะเวลาดำเนินการอย่างน้อย 2 ปี ขึ้นอยู่กับชนิดพืช ความพร้อมของผู้ยื่นและ
คุณภาพการปลูกตรวจสอบปัจจุบันมีเพียง 62 ชนิดพืชเท่านั้น ที่สามารถยื่นจดทะเบียนพันธุ์พืชใหม่ได้และเมื่อจะทำการค้าพันธุ์ที่ได้จดทะเบียนแล้ว ผู้ทรงสิทธิจะต้องติดฉลากแสดงทะเบียนตามรูปแบบที่กฎหมายกำหนดไว้ที่ส่วนขยายพันธุ์ที่จำหน่ายด้วย

ทั้งนี้ การออกหนังสือรับรองพันธุ์พืชขึ้นทะเบียนเปรียบเสมือนการทำบัตรประจำตัวพันธุ์พืชซึ่งเป็นประโยชน์ในการป้องกันมิให้บุคคลอื่นสามารถนำพันธุ์ที่ขึ้นทะเบียนแล้ว ไปอ้างสิทธิยื่นจดทะเบียนพันธุ์ใหม่ได้ และยังเป็นการคุ้มครองเชิงปกป้องในทรัพยากรพันธุ์พืชของประเทศเนื่องจากปรากฏเป็น
หลักฐานยืนยันในฐานข้อมูลพันธุ์พืชของประเทศ ขณะที่การจดทะเบียนพันธุ์พืชใหม่เป็นการคุ้มครองเชิงทรัพย์สินทางปัญญาเชิงการค้าที่ผู้ทรงสิทธิได้รับสิทธิการคุ้มครอง และมีหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย
เช่นกัน

ปัจจุบัน กรมวิชาการเกษตรออกหนังสือรับรองพันธุ์พืชขึ้นทะเบียนแล้ว 1,081 ฉบับ และจดทะเบียนพันธุ์พืชใหม่ จำนวน 461 พันธุ์ ทั้งนี้กฎหมายทั้ง 2 ฉบับมีบริบทที่แตกต่างกัน จึงเป็นทางเลือกให้นักปรับปรุงพันธุ์พืชสามารถพิจารณาเลือกใช้ได้ตามความเหมาะสม 
อย่างไรก็ตาม กฎหมายทั้ง 2 ฉบับมีเจตนารมณ์ที่เหมือนกันคือส่งเสริม
ให้เกิดการปรับปรุงพันธุ์พืชเพิ่มเติม 
เพื่อพัฒนาและสร้างความเข้มแข็งภาคการเกษตรของประเทศต่อไป กรมวิชาการเกษตร จึงขอเชิญชวนนักปรับปรุงพันธุ์พืช นำพันธุ์พืชที่ปรับปรุงพันธุ์จนประสบความสำเร็จ มายื่นขอรับความคุ้มครองได้ที่สำนักคุ้มครองพันธุ์พืช กรมวิชาการเกษตร

ฐานทัพเรือพังงาโชว์วันเด็กยิ่งใหญ่ อวดศักยภาพราชนาวีแบบจัดเต็ม (ประมวลภาพ)

ฐานทัพเรือพังงาโชว์วันเด็กยิ่งใหญ่ อวดศักยภาพราชนาวีแบบจัดเต็ม (ประมวลภาพ)

วันเสาร์ ที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2561, 21.56 น.

13 ม.ค.61 ที่ฐานทัพเรือพังงา ทัพเรือภาคที่ 3 ตำบลลำแก่น อำเภอท้ายเหมือง จังหวัดพังงา พลเรือตรี วรงกรณ์ โอสถานนท์ ผู้บัญชาการฐานทัพเรือพังงา ทัพเรือภาคที่ 3 เป็นประธานพิธีเปิดงานวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2561 ฐานทัพเรือพังงา ทัพเรือภาคที่ 3 ณ หาดสนงาม ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล ฐานทัพเรือพังงา โดยทางเจ้าหน้าที่ฐานเรือได้จัดกิจกรรมงานวันเด็กอย่างยิ่งใหญ่เหมือนกับทุกปีที่ผ่านมา โดยมีการมอบของรางวัลให้กับเด็ก และเยาวชนที่มาร่วมกิจกรรม 

ทั้งนี้ การจัดกิจกรรมเนื่องในวันเด็กของทัพเรือภาคที่ 3 มีกิจกรรมต่างๆที่น่าสนใจให้เด็กๆที่เข้ามาร่วมงานได้รับชม อาทิเช่น เปิดให้เยี่ยมชมเรือรบหลวงปัตตานี เรือรบหลวงล่องลม เฮลิคอปเตอร์ การแสดงการบิน สมรรถนะอากาศยาน ทอ.ชมปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยาน การแสดงทางทหาร นำอาวุธยุทโธปกรณ์ อาทิเช่น ปืนใหญ่และปืนต่อสู้อากาศยาน ปืนกล ปืนเอ็ม 16 ทำให้เด็กๆได้รับชม ได้ทดลองยิงโดยใช้กระสุนปลอมกันอย่างใกล้ชิดโดยเฉพาะซุ้มกองพันต่อสู้อากาศยานที่ 22 ที่เด็กๆจะให้ความสนใจเป็นพิเศษ เนื่องจากมีอาวุธต่างๆ มากมายให้เด็กๆ ได้ชมกัน 

ส่วนทางด้านเวทีก็มีการแสดงของเด็กนักเรียน กิจกรรมต่างๆ บนเวทีการแจกของขวัญของรางวัลและการละเล่นอีกมากมายทำให้เด็กๆ ต่างรู้สึกสนุกสนานและเพลิดเพลินสมกับเป็นวันเด็กแห่งชาติที่เด็กๆ ทุกคนรอคอย ซึ่งในแต่ละปีจะมีเด็กและเยาวชนนับ 10,000 คน เดินทางเข้าชมความยิ่งใหญ่อลังการ ทำให้ต้องมีการเตรียมความพร้อมอย่างสูงที่จะรองรับได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยเน้นในเรื่องด้านความปลอดภัยเป็นหลัก

  

 
 
 
 
 
 
 
 
 
.............................................................
 
14 มกราคม 2560


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน